รักคนละสี YAOI (ตีพิมพ์สนพ.ฟีลฮาร์โมนิคบุ๊คส์)

ตอนที่ 20 : สีที่ 19 : ฐานะเพื่อน (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 292 ครั้ง
    24 ก.ย. 60


สีที่ 19



วิ่ง ๆ วิ่ง ๆ วิ่ง...

 

ณ เวลานี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะวิ่งอย่างเดียว ผมไม่มีหน้าไปสู้ดีเซลได้อีกแล้ว ก็เล่นรั้งคอไว้แล้วจูบอย่างดูดดื่มขนาดนั้น แถมไม่ได้อยู่กันตามลำพังดันมีพยานรู้เห็นอีกตั้งสามคน

 

ฮือออ...แล้วจากนี้ไปจะทำยังไง

 

และด้วยความอับอายจึงรีบวิ่งลงมาจากห้องเป๊กที่อยู่ถึงชั้น 4 โดยไม่ทันได้สำรวจว่าตัวเองน่ะ...วิ่งลงมาแต่ตัว

 

โอ้ยไอ้เคิร์ด ไอ้โง่เอ้ย ผมนี่แม่งไม่รู้จะด่าตัวเองยังไงดี กระเป๋าแม่งก็อยู่บนห้องนั้นหมด ไม่ได้มีเหรียญหรืออะไรติดตัวเลยสักบาท จะย้อนกลับขึ้นไปเอาก็ไม่ได้แล้วด้วย

 

เปล่าเขินนะ แต่ประตูมันล็อกแล้วไม่มีคีย์การ์ด...

 

 

“เคิร์ด...”

 

เฮือก ! นี่วิ่งลงมาขนาดนี้ยังจะตามลงมาอีกเหรอเนี่ย

 

“จะวิ่งไปไหน?

 

“จะกลับบ้าน”

 

“แล้วไม่เอาของกลับไปด้วยเหรอ”

 

เจอคำถามนี้ไป ผมไม่รู้จะตอบยังไงเลยจริง ๆ ตั้งแต่เปิดปากคุยกันผมไม่ได้มองหน้าดีเซลเพราะยังอายกับเรื่องเมื่อกี้อยู่ แถมยังเผลอทำตัวเลิ่กลั่ก ๆ มือไม้ไม่อยู่สุขอีกด้วย

 

“เป็นอะไร”

 

“เปล่า”

 

“ไม่เชื่อ”

 

“ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไง !”

 

“แล้วจะวิ่งกลับบ้านทั้ง ๆ ที่กุญแจกับกระเป๋าก็ไม่ได้เอาลงมาเนี่ยนะ”

 

“เออ !”

 

อย่าถามมากนักได้มั้ยเล่า ทั้งที่อยากจะพูดคำนี้ออกไปแต่ก็ต้องกลืนลงคอ

 

ความรู้สึกของผมที่มีต่อตัวเองตอนนี้มันยิ่งกว่าความโมโห แต่มันรู้สึกโกรธ โกรธมาก โกรธจนรู้สึกว่าหน้าชาไปหมด ตรงกันข้ามกับดีเซลที่ไม่รู้สึกอะไรเลยทั้งที่ผมแทบจะเป็นบ้าไปแล้ว

 

แม่งจิตใจเขาทำด้วยอะไรวะ ที่จูบไปเมื่อกี้เขาจะดูไม่ออกเลยเหรอว่าผมเล่นนอกบท หรือเพราะรู้แต่ไม่สนใจ

 

หึ ! คงจะเป็นอย่างหลังสินะ ผมก็ลืมไปว่าเขาคือเจ้าชายน้ำแข็ง

 

“โกรธผมเหรอ”

 

“เปล่า”

 

“จะกลับแล้วใช่มั้ย”

 

“...........” ผมไม่ได้ตอบแต่พยักหน้าให้เบา ๆ

 

“งั้นผมขึ้นไปเอาของกับกุญแจมาให้นะ” ดีเซลพูดแค่นั้นแล้วก็หันกลับขึ้นหอไปโดยไม่รอคำตอบ

 

ตอนนี้บอกได้คำเดียวครับ ผมกำลังจะเป็นบ้า ใจมันเต้นแรงจนกลัวว่าจะช็อกตาย มือไม้นี่สั่นไปหมด หูก็อื้อตาก็ลายคล้ายจะเป็นลม ความอายที่มันมีค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนน้ำตาแทบจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ

 

ผมยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าผมกลัว...กลัวเหลือเกินว่าความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมันจะพังลงในวันนี้ อุตส่าห์จะปีนข้ามกำแพงของเขาไปได้แล้วเชียว นี่ผมกำลังจะตกกำแพงลงมาอีกรอบเพราะความผิดของตัวเองใช่มั้ยเนี่ย

 

ไม่เอานะ...ผมไม่อยากเริ่มต้นใหม่ ไม่อยากให้หลังจากวันนี้ผมกับเขาต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน ถ้าหากเขากลับไปเป็นคนเดิมที่เย็นชาอย่างวันแรกที่เราเจอกัน ผมคงต้องเจ็บเจียนตายแน่ ๆ

 

ระหว่างที่ดีเซลเดินขึ้นไปเก็บของให้ เขาไม่รู้หรอกว่าผมร้องไห้เพราะความกลัวไปครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนี้สภาพจิตใจผมมันแย่กว่าที่คิดเสียอีก หลังจากยืนรอได้สักพักดีเซลก็ลงมาพร้อมกระเป๋าเป้ของผมและกุญแจห้องของเป๊กแต่เขาไม่ได้ลงมาคนเดียว

 

“ขอบใจมากนะ” ดีเซลส่งกระเป๋ามาให้ผม และยื่นกุญแจคืนให้พิม

 

หลังจากที่รับกระเป๋ามาถือไว้เอง ผมก็ฉวยโอกาสตอนที่ทั้งคู่กำลังคุยกันปลีกตัวออกมาทันทีโดยไม่ทันได้ล่ำลาใคร

 

ตึก...ตึก...ตึก

 

ผมภาวนาให้เสียงที่วิ่งตามมาไม่ใช่ดีเซล แต่ไม่ทันละ

 

“เคิร์ด !”

 

“จะตามมาทำไม ทำไมไม่กลับหอ”

 

ผมกลั้นใจสะบัดมือเขาที่เอื้อมมาจับแขนผมไว้ให้หลุดออก

 

“แล้วจะวิ่งหนีทำไม โกรธอะไรทำไมไม่บอกดี ๆ”

 

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้โกรธ” กูไม่โกรธมึง กูโกรธตัวเอง แต่มันพูดไม่ได้ เข้าใจป้ะ?

 

“งั้นคุยกับผมดี ๆ ไม่ได้เหรอ”

 

“ถ้าไม่ตามมาอีกก็จะคุยดีอยู่หรอก”

 

“จะไม่ให้ตามได้ยังไง จู่ ๆ ก็วิ่งลงมาแบบนี้”

 

“แล้วจะให้อยู่ทำบ้าอะไรล่ะในเมื่อฉันก็เผลอจูบนายไปแล้วนี่ !”

 

เป็นไงเป็นกัน ไล่ไม่ไปสักทีก็ต้องเจอแบบนี้แหละ

 

นี่ผมรวบรวมกำลังลมปราณทุกส่วนของร่างกายพ่นประโยคนี้ออกไปเลยนะ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเขานั่นแหละว่าจะตอบมาแบบไหน

 

“ก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีกันเลยนี่”

 

“นายไม่เข้าใจหรอกว่าการที่ฉันเล่นผิดคิวน่ะมันเป็นยังไง”

 

“มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ที่เคิร์ดเล่นได้สมจริง”

 

โอเค ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าดีเซลไม่รู้ เขาไม่เคยรู้อะไรเลย พูดง่าย ๆ ว่าในส่วนของความโง่นั้น เหนือผมยังมีดีเซล

 

“ดีเซล...” ไม่อยากค้างคา ไม่อยากอะไรทั้งนั้น “นายคิดว่าที่ฉันทำลงไป เป็นเพราะฉันเล่นตามบทที่เพื่อนเขียนเหรอ”

 

พอเห็นดีเซลทำหน้างง ผมก็พูดต่อทันที “บททุกบทที่ถูกเขียนขึ้นมาไม่ว่าจะจากเป๊ก พิม หรือมะนาว ที่ฉันเล่นได้ขนาดนี้นายคิดว่าเป็นเพราะฉันไปฝึกมาเหรอ”

 

ผมถอนหายใจแรง ๆ ด้วยความอ่อนใจ “แค่ท่องบทก็หมดไปเป็นวันแล้ว ใครมันจะไปซ้อมแอ็กติ้งให้ตัวเองได้อีก ที่ฉันเล่นบทพวกนี้ได้น่ะ...”

 

เสียงของผมเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆ “ที่ฉันเล่นได้ก็เพราะนายนะ” ผมมองตาเขาเพื่อสื่อให้เห็นว่าผมพูดมันออกมาจากใจ

 

หลังจากที่พูดออกไปแล้ว ผมไม่รู้ว่าคนเย็นชาแบบเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อหรือเปล่า แต่ผมแค่อยากให้เขารู้ว่าทุกการกระทำที่เขาทำกับผม มันมีส่วนทำให้ผมคิด

 

“นายรู้ตัวเองมั้ยว่านายเป็นคนดีมากเลยนะ แต่นายก็ใจดีเกินไปว่ะ ดีจนคนอย่างฉันคิดไปไกลเกินกว่าที่นายรับรู้” ผมหยุดสักพักเพื่อผ่อนลมหายใจที่ตื่นเต้นเกินไป

 

“ทุก ๆ คำพูดทุก ๆ การกระทำที่นายเคยทำกับฉัน นายคงไม่รู้ใช่มั้ยว่ามันทำให้ฉันรู้สึกยังไง ฉันแทบจะเป็นบ้าทุกครั้งที่นายอยู่กับคนอื่น แล้วฉันก็ดีใจจนแทบจะลอยได้ตอนที่นายพูดว่า ถ้านายเจอคนอย่างฉันก็คงจะดี

 

ผมบังคับเสียงตัวเองเพื่อไม่ให้มันสั่นมากกว่านี้ตอนที่กำลังจะพูดประโยคสำคัญ “ได้ยินแบบนี้แล้วนายยังคิดว่าฉันคิดกับนายแค่เพื่อนกันอยู่มั้ยล่ะ มันห้ามตัวเองไม่ได้จริง ๆ นะที่จะไม่ให้ทำแบบนั้นกับนายน่ะ”

 

จบแล้ว...สิ่งที่ผมอยากจะพูดมันก็มีแค่นี้แหละ ถึงเขาจะไม่เคยรับรู้มาก่อน ผมก็ไม่ว่าอะไร แล้วถึงเขาจะไม่ตอบรับความรู้สึกนั้นผมก็ไม่โกรธเพราะเขาไม่ผิด บอกแล้วว่าเรื่องนี้ผมทำใจได้ แค่ไม่คิดว่าวันที่จะต้องเปิดใจมันจะมาเร็วขนาดนี้ เร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัว

 

“ผมขอโทษนะ” น้ำเสียงของดีเซลยังปกติดีอยู่ มีแต่ผมที่ยืนแทบไม่ไหว “ผมขอโทษที่ผมทำให้เคิร์ดต้องเก็บไปคิดมากขนาดนี้”

 

เปิดไพ่มาแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต่อไปจะจบยังไง น้ำตาของผมมันเริ่มจะทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง

 

“แต่สิ่งที่ผมทำไป ผมทำไปในฐานะเพื่อนคนนึงเท่านั้น”

 

ได้ยินแล้วใช่มั้ยเคิร์ด คำว่า เพื่อน มันชัดพอมั้ย

 

เพื่อน...แค่เพื่อนคนนึงเท่านั้น ไม่ได้พิเศษไปกว่านั้น จำใส่หัวไว้

 

มึงเป็นห่วงเขาได้แต่มึงจะรักเขาไม่ได้ เข้าใจมั้ยเคิร์ด

 

เพราะคำว่าห่วงของเรามันต่างกัน ที่เขาบอกว่า ห่วงนั่นหมายถึงให้มึงดูแลตัวเองดี ๆ ไม่ได้หมายความว่าเขารักมึงเหมือนที่มึงรักเขา ย้ำว่าให้จำใส่หัวไว้

 

 

“เคิร์ดเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมคนนึงนะ”

 

 

 

 

ผมตื่นเมื่อตอนสาย ๆ ด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว มันจะไปสบายได้ยังไงก็เมื่อวานเล่นวิ่งตากฝนจนเปียกอย่างกับลูกหมาตกน้ำ วันนี้เลยไข้ขึ้นจนเกือบลุกออกจากเตียงไม่ไหว นี่ดีแค่ไหนแล้วที่มีเรียนเสรีตอนเย็นแค่วิชาเดียว จริง ๆ ก็กะว่าจะโดดเรียนนั่นแหละ แต่เพราะอีกไม่นานก็จะสอบปลายภาคแล้วผมที่กลัวว่าอาจารย์จะติวข้อสอบให้เลยไม่กล้าหยุด แล้วก็ถ่อสังขารนั่งรถไฟมาเรียนจนได้

 

นี่ก็กลัวว่าหวัดจะติดชาวบ้านชาวช่องเขาเลยเอาผ้าปิดปากปิดหน้าตัวเองซะครึ่งหนึ่งละ แต่ตอนนี้แม่งเวียนหัวชิบเป๋งเลย แล้วกว่าจะเดินมาถึงห้องเรียนได้ก็เกือบเป็นลมไปละ แดดร้อนบรรลัยมาก ตกลงว่ามันสี่โมงหรือบ่ายสองกันแน่เนี่ย แดดประเทศไทยนี่ยอมใจจริง ๆ

 

แกร๊ก...

 

พอเปิดประตูเข้าไปในห้องเรียนก็พบว่าอาจารย์ยังไม่มา แต่คนที่มาก่อนอาจารย์คือดีเซลคนเดิม เขานั่งอยู่ตรงที่ประจำด้านหน้าสุดและมองมาทางผมด้วย เพียงแค่สบตากันแวบนึงผมก็เบือนหน้าหนีและทำเป็นไม่สนใจก่อนจะเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะหลังห้องที่มีกายกับเบสนั่งอยู่

 

“เคิร์ด...”

 

แล้วจะเรียกทำไมเล่าอีกนิดนึงก็จะเดินผ่านไปได้ละ แต่จะไม่หันไปตอบก็ไม่ได้ด้วยเพราะคนนั่งแถวหน้ามองมาทางผมกันหมด เลยต้องยอมหยุดเดินแล้วหันกลับไปคุย

 

“ไม่สบายเหรอ” ผมพยักหน้าให้หนึ่งที “เพราะตากฝนเมื่อวานใช่มั้ย”

 

“ไม่รู้สิ”

 

ดีเซลจะรู้ตัวบ้างมั้ยว่าการทำแบบนี้มันเท่ากับว่าเป็นการตอกย้ำความรู้สึกของผมมากกว่าเดิม ยิ่งเขาแสดงอาการเป็นห่วงผมมากแค่ไหนก็ยิ่งอดไม่ได้ที่ผมจะรู้สึกดีไปด้วย แต่พอคิดได้ว่าเขาเป็นห่วงในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง มันก็ยิ่งเจ็บมากกว่าเก่า

 

“ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก เดี๋ยวก็หาย” ผมตอบแค่นั้นแล้วก็เดินออกมา

 

ในเมื่อเขายังทำตัวเหมือนเดิม ผมก็ต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้ได้ก่อนที่จะถลำลึกไปมากกว่านี้ ลองเย็นชาใส่เขาดูบ้างก็ดีเผื่ออะไร ๆ มันจะดีขึ้น

 

ผมเดินมานั่งตรงโต๊ะของตัวเองก่อนจะวางกระเป๋าไว้บนตัก แต่จะว่าเป็นโต๊ะตัวเองก็ไม่ถูกนักเพราะมันเป็นโต๊ะประจำที่กายมักจะเอากระเป๋ากับขวดน้ำมาวางจองไว้ตั้งแต่ตอนมาถึงต่างหาก

 

“เฮ้ย ! ทำไมมาไวจังวะวันนี้” กายยกขวดน้ำออกแล้วถามเป็นคนแรก

 

“หวัดแดกเหรอ” เบสถามต่อ

 

“อืม”

 

“ไปทำอีท่าไหนมาล่ะ ปกติก็เห็นแข็งแรงดี”

 

“เมื่อวานโดนฝนเยอะไปหน่อย” ผมตอบไปก็สั่งน้ำมูกไป “ว่าแต่มึงยอมคุยกับกูแล้วเหรอ”

 

“ฮะ?

 

ฮะ อะไรของมึง ก็เมื่อวานกูคุยกับมึง มึงก็เมินกู”

 

“เมินเหี้ยอะไร มโนละมึงอ่ะ”

 

“ไอ้สาสส...แค่ก แค่ก แค่ก” พูดไปก็เจ็บคอไป

 

มีเวลาให้ผมกับเพื่อน ๆ คุยกันได้ไม่นาน อาจารย์ประจำวิชาก็เข้าสอนพอดี ถึงแม้ว่าแอร์ในห้องนี้มันจะหนาวจนเริ่มสั่นและดวงตาทั้งสองข้างเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผมก็ยังฝืนตัวเองให้ตั้งใจเรียนต่อไป

 

ก็ถ้าจะนอนผมคงนอนตั้งแต่อยู่บ้านละ จะออกมาให้เหนื่อยทำไม

 

แต่ก็นั่นแหละ...ยิ่งฝืนยิ่งไม่มีสมาธิบวกกับการที่ผมนั่งอยู่ข้างหลังเลยทำให้มองเห็นทุกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาที่คนแถวหน้าหันหลังกลับมามองอย่างเป็นห่วงเป็นใย ผมที่รับรู้ได้ทุกครั้งยิ่งเสียสมาธิ

 

ความจริงที่ตอกหน้ามาเมื่อวานยังดังก้องอยู่ในหู สุดท้ายผมจึงเลือกที่จะหลบสายตาของเขาและเมินไปดูอาจารย์แทน แต่ก็อย่างว่าคนที่แสดงละครไม่คอยเก่งอย่างผมมีหรือจะทนได้นาน ผ่านไปได้แป๊บเดียวผมก็เผลอหันไปมองแผ่นหลังของอีกคนอยู่ดี

 

ขอเวลาทำใจหน่อยนะ คนเพิ่งจะนกมาแผลก็ยังสดอยู่ ถ้าทำใจได้เมื่อไหร่จะไปทำตัวน่ารักใส่เหมือนเดิม

 

หลังจากหมดคาบเรียนผมก็เตรียมเก็บข้าวของกลับบ้าน อยากกลับไปพักผ่อนเต็มทนแล้วแต่ติดตรงที่เพื่อนร่วมกลุ่มอย่างเป๊ะ มะนาว และพิมเดินเข้ามาหาผมนี่ล่ะ

 

เคิร์ดเป็นหวัดเหรอ เป๊กเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เราขอโทษว่ะ ไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้

 

เอาเหอะไม่เป็นไรหรอก สองสามวันเดี๋ยวก็หาย

 

แล้วมีไข้ด้วยมั้ย ตัวร้อนรึเปล่าเนี่ยมะนาวยื่นมือมาแตะหน้าผากผม มีไข้ด้วยนี่เคิร์ด แล้วมาเรียนทำไมเนี่ย

 

ไม่มาแล้วจะเอาข้อสอบจากใครล่ะ

 

บอกพวกเราก็ได้เดี๋ยวจดไปให้” พิมพูดอย่างเป็นเดือดเป็นร้อนกับการที่ผมไม่สบาย “เป๊กทำเพื่อนป่วยนะรู้มั้ย

 

อ้าวเฮ้ย ! อย่าโทษมั่วสิ แกไม่ใช่เหรอที่อยากเปลี่ยนบทน่ะ

 

แต่ถ้าผู้กำกับไม่ยอมก็เปลี่ยนไม่ได้นี่

 

ไม่เป็นไร ๆ

 

โอเค นาทีนี้ผมซึ้งน้ำใจเพื่อนร่วมกลุ่มจังเลย แต่ก่อนที่จะมาทะเลาะกันต่อหน้า ขอให้ปล่อยผมกลับบ้านไปอย่างปลอดภัยเถอะครับ ผมเสียงดังแข่งด้วยไม่ไหวหรอก

 

แต่งานก็ออกมาดีไม่ใช่เหรอ ยังไงเราว่าคะแนนน่าจะออกมาดีอยู่นะ ผมพูดขัดขึ้นมาเพื่อไม่ให้เพื่อนทะเลาะกันไปมากกว่านี้

 

แล้วเมื่อวานทำไมรีบกลับก่อนล่ะ พิมถาม

 

มาละครับ ช่วงคำถามลำบากใจ

 

นึกขึ้นได้ว่าติดธุระน่ะ

 

อย่างนั้นก็น่าจะบอกกันก่อนสิ พวกเราตกใจแทบแย่ตอนที่เห็นเคิร์ดวิ่งออกไปแบบนั้น ดีนะที่ดีเซลอาสาออกไปตาม

 

หา...ดีเซลพูดเองเลยเหรอ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรก็ผมเป็นเพื่อนเขาหนิ

 

อือ โทษทีนะ พอดีว่าเป็นธุระด่วนน่ะ

 

ผมก็อ้างไปเรื่อย คนห่าไรติดธุระทั้งที่เพิ่งสั่งคัตเสร็จแบบสด ๆ ร้อน ๆ สายตาของทุกคนที่มองมาดูก็รู้ว่าไม่เชื่อข้ออ้างที่ผมกุขึ้น แต่ถ้าผมไม่พูดซะอย่างใครจะทำอะไรได้

 

งั้นเดี๋ยวเรากลับก่อนนะ

 

โอเค ๆ พักผ่อนเยอะ ๆ นะ

 

ผมพยักหน้ารับความห่วงใยตามที่เพื่อนบอก และเดินออกมา

 

มึงจะกลับเลยป้ะเนี่ย เบสเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นผมแยกตัวออกมาได้

 

เออ วันนี้กูคงไปกินข้าวไม่ไหวว่ะ

 

เหรอวะ พอดีว่ากูจะคุยอะไรกับมึงสักหน่อย งั้นเอาไว้คืนนี้กูโทรไปหาแล้วกันนะ

 

เฮ้ย คุยได้ ๆ กว่ารถไฟจะมา

 

อย่าเลย มึงรีบกลับบ้านเถอะ แล้วก็ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย อีกนิดแม่งก็จะไปเฝ้ายมบาลได้แล้วนะมึงอ่ะ

 

โอ้โหนี่คือคำพูดจากปากมึงเหรอ ยังไม่ตายง่าย ๆ หรอกเว้ย ยมบาลเอาตัวกูไปตอนนี้แม่งก็หนักนรกเปล่า ๆ ผมพยายามพูดขำ ๆ ให้เพื่อนสบายใจ

 

เออ ๆ เดี๋ยวคืนนี้กูโทรหา กลับไปก็นอนเยอะ ๆ ล่ะ

 

จ้ะ ดูเหมือนคำนี้จะติดปากผมไปซะแล้ว

 

 

 

 

วันนี้ผมต้องเดินมาที่สถานีรถไฟตามลำพัง แปลกดีที่เมื่อก่อนนี้เดินคนเดียวมาตั้งนานก็ไม่เคยรู้สึกอะไร แต่พออกหักเท่านั้นแหละความเหงานี่จัดเต็มมาก แล้วตอนเย็น ๆ แบบนี้ยุงก็เยอะเหลือเกิน ง่วงก็ง่วง ในใจคิดถึงแต่หม้อข้าวต้มที่แม่ทำไว้ให้ ฮือ...อยากกลับไปอ้อนแม่เหลือเกิน

 

ถามว่าที่มาวันนี้ได้ประโยชน์อะไรไปใช้ในการสอบมั้ย บอกเลยว่า ไม่ ! ไม่ได้ห่าอะไรกลับไปทั้งนั้น ไม่รู้จะถ่อสังขารมาทำไมให้ลำบาก

 

แต่ดูเหมือนว่าความปรารถนาของผมจะไม่สมหวังซะแล้ว เพราะนี่ก็หกโมงครึ่งแล้วรถไฟมันก็ยังไม่มาซะที ผมถึงบอกไงของใหม่น่ะอย่าเพิ่งเอามาได้มั้ย ช่วยปรับเปลี่ยนของเก่าให้มันดีกว่านี้ได้มั้ยล่ะ นักศึกษาตาดำ ๆ อย่างผมจะได้ไม่ต้องลำบากเวลารถไฟมันเลท

 

และที่นั่งอยู่ตอนนี้ก็ใช่ว่าผมจะไม่ง่วงนะแต่ผมพยายามฝืนตัวเองเอาไว้ แต่ด้วยความที่ด้านนอกอากาศยังร้อนระอุอยู่บวกกับผมเองเพิ่งออกมาจากห้องเรียนที่แอร์เย็น ๆ สภาพร่างกายจึงปรับตัวไม่ทัน ความเหนื่อยล้าและความอ่อนเพลียจากพิษไข้ทำให้ร่างพัง ๆ ของผมพร้อมที่จะดับสวิตช์ตัวเองลงได้ทุกเมื่อ

 

 

ไม่ไหวจริง ๆ แฮะ เดี๋ยวตอนที่รถไฟมาก็คงบีบแตรเองล่ะมั้ง ปกติก็ทำทุกครั้งที่เทียบชานชาลาอยู่แล้วนี่ ของีบสักนิดสักหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอก ยังไง ๆ ก็จะพยายามตื่นทุก 5 นาทีก็แล้วกัน

 

 

แต่พอเอาเข้าจริง ๆ สุดท้ายภาพแม่งก็ตัดไปเลยว่ะ

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 292 ครั้ง

440 ความคิดเห็น

  1. #438 swnntg (@swnntg) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 18:38
    โอ้โห เคิร์ดดหนีไปลูกกกกก
    #438
    0
  2. #426 - WiSH - (@gxnasama) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:44
    เพื่อนที่ดีที่สุดของผมคนนึง... โอ้โหหหหห เจ็บจี๊ดเลยครับ รู้ใจตัวเองสักทีเถอะดีเซลว่าตัวเองก็หวั่นไหวกับเคิร์ดอยู่เหมือนกัน
    #426
    0
  3. #413 forgetmenot224 (@forgetmenot224) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 09:30
    โอ้โหย อ่านแล้วมันจี๊ดที่ใจโคตร เจ็บหนักเลย
    #413
    0
  4. #392 ilee2 (@ilee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 12:49
    โคตรเจ็บเลย แค่เพื่อนหรอ
    #392
    0
  5. #381 Khunkhaoz (@zuiill0020) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 20:40
    เพื่อน...อ่ะหื้ม คำว่าเพื่อนพูดเบาๆ ก็เจ็บ
    #381
    0
  6. #315 Choi_Jina_ (@Choi_Jina_) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 20:16
    คำว่าเพื่อนตอกใส่หน้าโคตรแรงอ่ะ ฮือออออออออออ
    #315
    0
  7. #270 นุ๊ก ไนท์กี้. (@gnxfhvhk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:25
    หน่วงงค่ะซิสส
    #270
    0
  8. #265 paechpeach♡、 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 00:51
    โอยเคิร์ดลูก เจ็บแทน มีใครไปจะทำให้ดีเซลรู้ใจตัวเองบ้างม้ายยยย
    #265
    0
  9. #177 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 19:45
    ดีเซล ไม่รู้ใจตัวเองหรอมมมมม
    #177
    0
  10. #129 R_T_K07 (@R_T_K_07) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:48
    โอ้ยลูกเคิร์ดของช้านฮืออออ #ทำไมดีเซลพูดอย่าเน้้้
    #129
    0
  11. #33 noonpanchanok (@noonpanchanok) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 00:29
    สงสารรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
    #33
    0
  12. #31 lee nijinki (@exon) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 17:20
    โอ๊ย ไม่ได้รู้สึกโกรธดีเซลนะ แต่ที่ไม่ชอบคือเบสที่จะเข้ามาแทรกนี่แหละ ไปไกลเลยนะเบสสสส
    #31
    0
  13. #30 TNK03 (@tanakarn03) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 12:19
    แง๊ เคิร์ดดด ดีเซลอย่าทำแบบนี้กับเคิร์ดสิ มองบ่อยๆทำไม คนชอบมันจะคิดไปไกลนะ
    #30
    0
  14. #29 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 20:42
    ืทำไมไม่ให้เพื่อนมารอเป็นเพื่อนน้าเคิร์ด งี้ใครจะเป็นคนมาเก็บซากล่ะเนี่ยสลบไปแล้วด้วย
    #29
    0
  15. #28 Priyapond (@Priyapond) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 20:35
    ดีเซลไม่รู้สึกจริงๆหรอ TUT
    #28
    0