[END SS1] เฮียบิ๊กรักมารวยนะ #บิ๊กอยากรวย

ตอนที่ 19 : บทที่ 17 ไม่ได้ผิดสังเกตแค่พิรุธมันออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    18 ส.ค. 62

บทที่ 17
ไม่ได้ผิดสังเกตแค่พิรุธมันออก

Maruay’ s talk

ผมมองเห็นเฮียบิ๊กคุกเข่าอ้อนวอนพี่คิมโดยที่ตรงหน้ามีเงินกองอยู่มากมาย...บทสนทนาทุกอย่างที่ผมได้ยินและความคิดทุกอย่างของเฮียบิ๊กมันดังก้องอยู่ในหัวของผมซ้ำไปซ้ำมาแววตาของเฮียบิ๊กดูกังวล กลัวว่าผมจะรู้ แต่เฮียคงไม่รู้ว่าผมได้ยินมันทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เฮียบิ๊กได้ทำกับผมทำให้ผมรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง ผมยอมรับว่าผมเป็นคนใจดีแต่ถ้าเป็นเรื่องนี้ต้องเลิกผมก็ยอม

“เฮียทำแบบนี้กับผมได้อย่างไง!!!” ด้วยความโมโหทำให้ผมกล้าเข้าไปกระชากคอเสื้อของเฮียบิ๊กทันทีหลังจากที่ยืนฟังมานาน “ทำแบบนี้ได้ไง!!!!!”

“ค่อยๆ พูดได้ไหมไม่มีใครแย่งบทเราหรอก”

“ไม่ตลก!!!!!!” ผมยังคงแหกปากใส่หน้าเฮียบิ๊กด้วยความโมโห “เฮียเอาผมมาพนันกับพี่คิมอย่างนั้นเหรอ?! จิตใจทำด้วยอะไรวะ!!!”

“คิมไหน? คิมเบอร์รี่? คิมบอม? หรือคิมจองอึล?” ช่วยบอกผมทีว่าตอนนี้สีหน้าของเฮียบิ๊กไม่ได้มีแววกังวลเหมือนตอนที่ผมแอบยืนดูก่อนหน้านี้ ผมไม่คิดว่าการที่เฮียบิ๊กไปเรียนการแสดงไม่กี่อาทิตย์จะทำให้ตีบทเนียนได้แตกขนาดนี้

“เฮีย!! พี่คิมธรรมดา คิมที่เป็นนักบอล!”

“ไหน? หันไปดู” เฮียบิ๊กชี้ไปทางด้านหลังที่ก่อนหน้านี้ผมเห็นว่าเป็นพี่คิมนั่งอยู่บนเก้าอี้ ทำให้ตอนนี้ผมค่อยๆ หันไปมองทางด้านหลังอย่างช้าๆ และภาพที่ปรากฏก็คือ...

“คิมเบอร์รี่ คิมบอม คิมจองอึล เห้ย! มีเจนนิเฟอร์คิมด้วย!!” ผมเอามือปิดปากตะโกนออกมาด้วยความลืมตัว ลืมทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งเรื่องที่เกิดขึ้น มันเหมือนผมล่องลอยผมไม่มีสติที่จะรับรู้อะไรสักอย่างนอกจากสิ่งตรงหน้า

“เจนนี่เฟอร์คิ้ม!” ผมแอบได้ยินเสียงของเฮียบิ๊กแก้คำผิดให้ แต่ผมไม่มีเวลามาสนใจนอกจากหากระดาษกับปากกามาขอลายเซ็น ไวเท่าความคิดที่อยู่กระดาษกับปากกามาปรากฏอยู่ในมือของผมทันที

“ขอลายเซ็นได้ไหมครับ” ผมยื่นกระดาษไปตรงหน้าคิมๆ คิ้มๆ ทั้งหลายก่อนจะเดินไปยืนเทียบแล้วคว้าคอของพวกเขามากอดเอาไว้โดยมีผมอยู่ตรงกล้าทำท่าทะเล้นโดยมีเฮียบิ๊กคอยถ่ายรูปให้ ผมไม่รู้ว่าในมือของเฮียบิ๊กมีกล้องโปรได้อย่างไร แต่เอาเถอะแค่ผมได้ถ่ายรูปกับคนดังก็เกินพอแล้วครับ

“หนึ่ง สอง สาม! ชีสสสสส” ทุกอย่างไวเหมือนโกหกอีกแล้วครับเมื่อรูปที่ถ่ายถูกปริ้นออกมาใส่กรอบติดผนังที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“เฮีย....ผมต้องต่อยเฮียซิวะ” เมื่อคิดได้ว่าผมต้องโมโหที่เฮียบิ๊กหลอกผมหักหลังผม ผมสมควรที่จะเอาหมัดไปกระแทกหน้าเฮียแรงๆ ให้สมกับที่หักหลังคนอย่างมารวย

“เปลี่ยนจากต่อยมาเป็นจูบได้ไหม?”

“ได้!” ผมกระชากเฮียบิ๊กมาจูบแรงๆ พร้อมบดขยี้อย่างเมามันจนเราสองคนไม่รับรู้ถึงสิ่งรอบข้าง มันเป็นจูบที่ร้อนแรงเท่าที่ผมเคยสัมผัสมาและผมเองก็ค่อนข้างดีใจอย่างมากเพราะเกมนี้...ผมเป็นคนคุม ถึงเวลาที่เฮียบิ๊กจะต้องตกมาเป็นเมียของผมสักที!

ไวเท่าความคิดสภาพแวดล้อมที่อยู่ก่อนหน้าตอนนี้กลายเป็นห้องนอนผมกำลังผลักเฮียบิ๊กให้ล้มลงบนเตียงโดยมีตัวของผมตามคร่อมตัวของเฮียไปด้วย...มือทั้งสองข้างค่อยๆ กระชากเสื้อของเฮียบิ๊กออกจนหมดก่อนจะใช้ความสามารถที่พึ่งค้นพบคือจูบที่ร้อนแรงที่สุดเล่นงานจนเฮียบิ๊กอ่อนระทวย

“อื้อ..มารวยอ่า” มันแปลกมากที่อยู่ๆ เฮียบิ๊กกลับครางออกมาด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยพร้อมกับร่างกายของเฮียบิ๊กเห่อไปด้วยไอร้อน

“ชอบไหมครับ” ผมก้มลงไปใช้ลิ้นร้อนดูดเม้มตามซอกคอของเฮียบิ๊กพร้อมกับใช้มือลูบตามร่างกายอรชรอ้อนแอ้นของเฮียอย่างช้าๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์บางอย่างที่ตอนนี้มันกำลังจะเกิดขึ้น

พรึ่บ!

ผมพลิกตัวเฮียบิ๊กให้นอนคว่ำก่อนจะดึงกางเกงของเฮียบิ๊กลงจนเผยให้เห็นซาลาเปาขาวนวลที่อยู่เป็นเป้าสายตา ไวเท่าความคิดผมรีบถอดกางเกงของตัวเองออกพร้อมกับจับอาวุธที่ขยายใหญ่อย่างเต็มที่จ่อไปทีซาลาเปานั้น

“พร้อมจะเป็นเมียผมหรือยังครับ”

“พร้อมค่า” เมื่อได้จังหวะผมจึงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ ก่อนที่จะ...

ตุบ!!!

“ไอ้รวยตื่น!!!!” อยู่ๆ ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากการที่ไอ้บุ๊คใช้อะไรบางอย่างผลักผมจนกลิ้งล้มลงมากระแทกพื้นอย่างแรง

“ถีบกูทำไมเนี่ย เจ็บตูดฉิบหาย” แผลเก่ายังไม่หายแต่ผมกลับได้แผลใหม่เพราะฝีมือของไอ้บุ๊ค แต่..เอ๊ะเหมือนผมลืมอะไรไปบางอย่าง “เฮียไปไหน”

“กูจะไปรู้เหรออยู่กับมึงเนี่ย แล้วมึงก็หลับไปแถมยังมาละเมอจะเอากู กูก็ต้องปกป้องตัวเองด้วยการถีบมึงหน่ะซิ” อย่าบอกนะว่าเมื่อกี้คือผมฝัน? ฝันว่าเฮียหักหลัง มาหลอกให้รักแล้วแพ้ใจตัวเองมารักผมจริงๆ จึงไปยกเลิกสัญญากับพี่คิม ซึ่งพี่คิมกับเฮียบิ๊กเท่าที่ผมรู้คือทั้งสองไม่มีทางที่จะรู้จักกัน แต่ทำไม..ผมยังรู้สึกว่าความฝันนี้มันเหมือนจริงอย่างประหลาด แล้วถ้าสมมติว่าฝันของผมเป็นจริงผมจะจัดการกับเฮียบิ๊กอย่างไรถ้ารู้ว่าเขาไม่ซื่อสัตย์กับผม

“ไอ้บุ๊คถ้าเฮีบยมึงหลอกกู..แบบหลอกว่ารักแล้วกูมารู้ทีหลัง”

“เฮียกูไม่ใช่คนอย่างนั้น ถึงกูจะไม่อยากเข้าข้างแต่มึงลองคิดดูว่าที่ผ่านมาเฮียกูแทบจะตามติดมึงทุกฝีก้าวหายใจเข้าออกก็มึงตลอดเวลา ถ้าจะหลอกพิรุธมันก็ต้องออกตั้งนานแล้วไหม?” ผมนั่งคิดตามที่ไอ้บุ๊คพูดซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงทุกอย่าง แล้วทำไมผมต้องมาไขว้เขวกับความฝันด้วย “เอางี้นะ มึงอาจจะพึ่งผ่านการจึ๊กๆ กับเฮียกูมา จนมึงอาจจะเก็บเอาไปกังวลว่าเขาได้มึงแล้วเขาจะทิ้งมึงไหม แล้วไอ้ที่มึงหลับไปมึงก็เลยฝัน กูเดาถูกไหม??”

“อืม”

“อย่าคิดมากไอ้รวย” ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่ควรคิดมากอย่างนั้นใช่ไหมครับ?

หลังจากที่ผมฝันแปลกๆ ฝันว่าเฮียบิ๊กหลอกใช้ผมโดยร่วมมือกับพี่ในทีมคือ..พี่คิม ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองคนไม่มีทางรู้จักกันแน่ๆ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังคงไม่เลิกคิดมากเรื่องความฝัน...

“เฮียซื้ออะไรมาเยอะแยะเนี่ย” ผมมองขนมมากมายในมือของเฮียบิ๊กที่หอบเข้ามาให้หลังจากที่เฮียกลับมาจากการไปเรียนการแสดงในช่วงค่ำ

“ก็ของที่เราชอบทั้งนั้นแหละ กินเยอะๆ” เฮียบิ๊กจัดการเดินเอาขนมเก็บไว้ในตู้เย็นก่อนจะออกมาพร้อมกับเค้กในจานและเดินตรงมานั่งลงข้างๆ ผมที่กำลังดูหนังอยู่บนโซฟา

“ผมพึ่งกินขนมไปเองเฮีย ยังอิ่มอยู่เฮียกินเลย”

“แต่เฮียซื้อมาให้เรา”

“ก็ได้ครับ” ผมไม่อยากขัดใจเฮียบิ๊กแม้ว่าท้องจะอิ่มแค่ไหน “อร่อยมากเลย ขอบคุณนะ” แต่ผมลืมบอกไปว่าท้องของผมยังมีที่ว่างให้กับอาหารที่อร่อยอยู่เสมอ

“ช่วงนี้เราอยากได้อะไรไหม เฮียไม่ได้ซื้อของให้เราเลย” อยู่ๆ เฮียบิ๊กก็ถามออกมาทั้งๆ ที่ก่อนหน้าไม่เคยถามผมแบบนี้ “กระเป๋าไหม รองเท้า หรือจะเอาโทรศัพท์ใหม่”

“อะไรจะสายเปย์ขนาดนั้นเนี่ย ไม่เอาหรอกเฮียผมไม่อยากได้” ผมนั่งตักเค้กกินจนหมดเตรียมจะเอาจานไปเก็บ แต่อยู่ๆ เฮียบิ๊กกลับแย่งจานที่อยู่ในมือของผมและเดินไปเก็บให้แทน

“ทำไมเอาใจแปลกๆ” การกระทำของเฮียบิ๊กกับสิ่งที่ผมฝันทำไมมันดูเชื่อมโยงกันแปลกๆ เหมือนเฮียบิ๊กพยายามเอาใจผมเพื่อชดเชยความผิดหรือสิ่งที่กำลังปิดบังผมไว้

“อยากไปเที่ยวไหนไหม” ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงเฮียบิ๊กนั่งอยู่ๆ ข้างๆ ผมเหมือนเดิมแต่เขาไม่ได้สนใจหนังที่เปิดอยู่ กลับนั่งค้นหาอะไรสักอย่างในโทรศัพท์ “ไปเกาหลี ญี่ปุ่น หรือที่ไหนไหมเราไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลย”

“เฮียเป็นอะไรไป ผมเริ่มสงสัยแล้วนะ” ผมเลิกสนใจหนังที่กำลังเล่นอยู่และหันกลับมาให้ความสนใจกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมในตอนนี้ “ถามจริงนะ ท่าทางของเฮียมันเหมือนคนที่ทำผิดอะไรสักอย่าง”

“มันดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ใช่..อย่าบอกนะว่าเฮียกำลังปิดบังอะไรผมอยู่?”

“ไม่มีครับไม่ได้ปิดบังอะไรเลย ไม่มีอะไรนะอย่าคิดมาก” ผมก็ไม่ได้อยากจะคิดมากแต่ท่าทางของเฮียบิ๊กมันทำให้ผมอดที่จะไม่คิดมากไม่ได้เลยจริงๆ

“......” เรื่องนี้ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่าเฮียบิ๊กกำลังปิดบังอะไรอยู่

“เฮียรักเราจริงๆ นะมารวย”

“......” การบอกรักแบบไม่มีสาเหตุมันทำให้ผมคิดมากจริงๆ ...


BIG’ s talk

การที่จะบอกความจริงกับเด็กบื้อเป็นอะไรที่ยากสำหรับคนอย่างผม เพราะ..ผมกลัวคำตอบ ผมกลัวความผิดหวัง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่คนทำผิดอย่างผมไม่สมควรที่จะกลัว แต่ผมกลับกลัวไปแล้วเพราะสถานการณ์ตอนนี้สำหรับเราสองคนมันดีมากๆ ดีชนิดที่ผมคิดว่าถ้าบอกไปทุกอย่างมันจะหายไปซึ่งผมไม่ต้องการที่จะเป็นแบบนั้น ตอนนี้ผมจึงกลายเป็นเหมือนคนที่ขี้ระแวงทุกอย่าง ระแวงว่าเด็กบื้อจะรู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ผมกำลังปิดไว้ ผมจะกลายเป็นคนไม่ดีแต่สิ่งที่ผมกำลังปิดบังผมบอกใครไม่ได้จริงๆ

“ไอ้บิ๊กเป็นอะไรวะทำไมทำหน้าเครียดจัง” ไอ้วสุที่เดินเข้ามานั่งข้างๆ ตบไหล่ผมแรงๆ

“กู...”

“บอกกูได้นะเพื่อน” ผมมองหน้าไอ้วสุเพื่อนรัก ผมกำลังลังเลว่าจะบอกมันดีไหม “มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ทำไมหน้ามึง..”
“ถ้าสมมตินะมึงมีแฟนแล้วมึงจับได้ว่าแฟนมึงมีเรื่องที่ปิดบังมึงอยู่ แล้วมึงมารู้ทีหลังมึงจะโกรธไหมวะ”

“กูต้องดูว่าเป็นเรื่องอะไร” ไอ้วสุนั่งลูบคางอย่างใช้ความคิด

“ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เหี้ยมากๆ”

“กูก็ต้องพิจารณาว่าจะให้อภัยได้ไหม แต่ถ้ากูรับไม่ได้ร้ายแรงสุดก็คงต้องเลิก”

“เลิก?” และสิ่งที่ผมกลัวก็คือ..เลิกนั่นแหละครับ “เลิกทั้งๆ ที่ยังรัก?”

“ก็คงงั้นกูไม่รู้ว่ะ แต่ถ้ารับได้กูจะไม่เลิก” แล้วผมจะรู้ได้อย่างไงถ้าผมตัดสินใจบอกเด็กบื้อไปอะไรจะเป็นเครื่องยืนยันว่าเด็กบื้อจะไม่บอกเลิกผม “มึงมีอะไรปิดบัง หรือน้องรวยปิดบังอะไรมึง”

“กูแค่ซ้อมบท” ขอโทษนะไอ้วสุตอนนี้กูยังไม่พร้อมที่จะบอกใครจริงๆ

หลังจากที่เลิกเรียนผมตรงมาที่เรียนการแสดงทันทีโดยที่ไม่ได้แวะกลับห้องหรือติดต่อใคร ถ้าถามว่าตอนนี้ผมกำลังคิดอะไรอยู่ ผมตอบได้เลยว่าไม่รู้ ผมไม่สามารถหาคำตอบให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นได้

“พี่บิ๊กกังวลอะไรเหรอครับ? ทำไมวันนี้ดูไม่มีสมาธิเลย” ในช่วงพักครึ่งของคาสการแสดงอชิเดินเข้ามานั่งข้างๆ ผม ผมลืมบอกไปว่าจริงๆ แล้วนิสัยของอชิค่อนข้างน่ารักมากๆ แต่น่ารักในที่นี้ผมขอละเว้นไว้ในฐานะน้องชายมันไม่สามารถพัฒนาเป็นอย่างอื่นได้แล้วเพราะหัวใจของผมมีแค่เด็กบื้อเท่านั้น

“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ช่างเถอะวันนี้พี่ขอโทษที่รับส่งบทให้เราไม่ดีนะ”

“เรื่องเล็กมากพี่บิ๊ก ชิจะบอกอะไรให้นะตอนแรกๆ ที่ชิแสดงละครชิมีเรื่องให้กังวลเหมือนกันทางออกคือการปลดปล่อยความรู้สึกของตัวเองออกมา มันมีหลายวิธีนะแต่วิธีที่ชิชอบใช้มันค่อนข้างแย่แต่ถ้าพี่บิ๊กอยากฟังชิจะเล่าให้...”

“พี่อยากฟัง”

“ถ้าผมกังวลผมจะดื่ม ดื่มให้ลืมมันช่วยได้แค่แป๊บเดียวก็จริงแต่ความรู้สึกตอนนั้นมันโคตรเยียวยาเราเลยพี่บิ๊ก”

“ดื่มอย่างนั้นเหรอ?” จะว่าไปช่วงนี้ผมก็ห่างหายจากแอลกอฮอล์ไปนานพอสมควรถ้าผมลองทำตามวิธีของอชิมันก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

“ผมไปเป็นเพื่อนพี่ได้นะพี่บิ๊ก เผื่อพี่..อย่ามีคนไปนั่งรับฟัง”

“งั้น..เอาดิ” ถ้าทุกคนกำลังผิดหวังกับผม ผมขอโทษไว้ล่วงหน้าเพราะนี่มันคืออีกตัวตนของผมที่ทุกคนไม่เคยรับรู้มาก่อน คนเรามันมีทั้งดีอยู่ที่ว่าเราจะเลือกแสดงออกมาแบบไหนแต่สำหรับคนเห็นแก่ตัวอย่างผม ผมขอเลือกแสดงด้านที่ดีออกมาให้คนที่ผมรักได้รับรู้แค่ด้านนั้นของผมก็พอ


Maruay’ s talk

วันนี้ก็ถึงวันที่ผมได้ฤกษ์กลับมาซ้อมสักทีหลังจากที่หายไปหลายเดือนเพราะเข้าเฝือกจากอุบัติเหตุคราวก่อน เมื่อได้เห็นสนามได้กลิ่นหญ้าแล้วรู้สึกคันมือคันเท้าอยากจะเตะบอลจริงๆ ครับ คิดแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดดีกว่าจะได้ไปวิ่งใกล้ชิดกับหญ้าในสนามไว้ๆ

ผลัก!

ด้วยความที่รีบมากเกินไปทำให้ผมไม่ทันได้สังเกตคนที่กำลังเดินเข้ามาพอดี ทำให้ผมวิ่งชนเขาเต็มๆ แต่โชคดีที่ว่าคนที่ผมวิ่งชนไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพี่ในทีมเหมือนกัน

“พี่คิมผมขอโทษครับ” ผมยกมือขอโทษพี่คิมทันที

“เออๆ ไม่เป็นไรทีหลังมึงก็เดินให้ระวังๆ หน่อยก็แล้วกัน” ผมโค้งให้พี่คิมและเตรียมที่จะเดินเข้าไปด้านในแต่พี่คิมกลับเรียกผมเอาไว้ก่อน “ไอ้รวย”

“ครับพี่” ผมหันหลังกลับไปมองพี่คิมที่มองหน้าผมด้วยสายตานิ่งๆ แต่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

“ถ้ามึงรู้ความจริงบางอย่างจากแฟนมึงว่าเขาตั้งใจทรยศมึง มึงจะทำไง”

“ทรยศ?” ผมไม่เข้าใจว่าคำถามที่พี่คิมถามผมต้องการหรือคาดหวังให้ผมตอบแบบไหน แต่ที่แน่ๆ ถ้าผมเลือกตอบตามความจริง โดยอิงจากเฮียบิ๊กที่เป็นคนรักของผม ผมก็คงจะตอบได้เพียงแค่ว่า “ถ้ามันร้ายแรงจนผมรับไม่ได้ก็คงเลิก”

“แล้วมึงไม่รักเขาเหรอวะ?”

“ก็รักนะพี่..แต่ความรักกับการที่เขาตั้งใจทรยศเรามันคนละเรื่องกัน พี่ถามอะไรซีเรียสจังวะพี่คิม”

“เปล่า กูแค่ถามดูพอดีเพื่อนสนิทกูกำลังมีเรื่องปิดบังแฟนมันอยู่มันมาปรึกษากู แต่กูไม่รู้จะตอบอย่างไงเลยหาถามเขาไปเลื่อยเผื่อมีคำตอบดีๆ ไปให้มัน” ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“งั้นผมไปก่อนนะพี่ เจอกันในสนาม” ผมหันหลังเดินกลับมา จะว่าไปพี่คิมก็เป็นพี่ในทีมที่ผมไม่ค่อยได้คุยเรื่องส่วนตัวกันเท่าไหร่ ส่วนมากก็เป็นเรื่องบอลมากกว่า แต่พอมาคราวนี้พี่คิมถามผมด้วยคำถามบวกกับสายตาและรอยยิ้มแบบนั้น ลางสังหรณ์ของผมมันบอกว่าเรื่องนี้มันอาจจะเกี่ยวข้องกับผม..ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ผมมั่นใจว่าเฮียบิ๊กไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอนแต่ถ้าเป็น..ผมคิดว่าผมใจดีกับทุกเรื่องแต่เรื่องการทรยศหรือหักหลังเรื่องนี้น่าจะเป็นข้อยกเว้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

142 ความคิดเห็น

  1. #103 sapanphone (@sapanphone) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 17:53
    คืออะไรยังไงคะพี่บิ๊ค อ่านช่วงแรกนี้อย่างกับททะลุมิติแนะ มีลูกเล่นตัลลอด
    #103
    0
  2. #102 PayTinp2 (@PayTinp2) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 21:28
    สงสารน้อง
    #102
    0
  3. #100 Chaichai17 (@Chaichai17) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 11:45
    รออออออ
    #100
    0
  4. #89 numnungphapha (@numnungphapha) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 22:13
    ไรท์มาต่อเร็วๆ
    #89
    0