[END SS1] เฮียบิ๊กรักมารวยนะ #บิ๊กอยากรวย

ตอนที่ 22 : บทที่ 20 : ไม่ได้จบมันแค่เริ่มต้น (อกหักมันเจ็บแบบนี้นี่เอง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    23 ส.ค. 62

บทที่ 20
ไม่ได้จบมันแค่เริ่มต้น (อกหักมันเจ็บแบบนี้นี่เอง)

“ไอ้รวยมึงโอเคไหม?” หลังจากที่ตัวผมถูกเคลื่อนย้ายมาที่ไหนสักแห่ง ตอนนี้ผมค่อยๆ ได้สติกลับคืนมาแม้ว่าจะไม่เต็มที่แต่มันก็ดีกว่าเมื่อสักครู่นี้ค่อนข้างมาก ผมพยายามปรับโฟกัสปาดน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุดออกจากดวงตา บอกตามตรงว่าไม่เคยอ่อนแอขนาดนี้มาก่อน

“อย่าพึ่งไปถามอะไรเพื่อนเลยไอ้บุ๊ค”

“มึงอย่าขัดกูได้ไหมไอ้เซย์ กูจะคุยกับเพื่อนกู”

“ให้เวลารวยก่อนดิ สภาพตอนนี้น่าจะยังไม่พร้อม” ผมอยากจะพูดขอบคุณเซย์ที่เข้าใจแต่ปากของผมมันไม่สามารถที่จะขยับหรือพูดออกมาได้เพราะมีก้อนบางอย่างจุกที่คอของผม

“ไอ้รวย...” ผมสัมผัสถึงฝ่ามือของไอ้บุ๊คที่ลูกหลังผมเบาๆ ผมรู้ว่าไอ้บุ๊คมันเป็นห่วงและรู้สึกผิดแทนพี่ชายของมัน ผมไม่โกรธเพราะไม่ใช่ความผิดของไอ้บุ๊ค

“ไอ้บุ๊คกูบอกว่าอย่าพึ่งไปยุ่งกับรวย ปล่อยให้รวยอยู่กับตัวเองก่อน”

“ดุกูหาพ่อมึงเหรอไอ้เหี้ยเซย์ แม่ง กูไม่อยู่ละ”

“มึงจะไปไหนเนี่ย งอนเป็นเด็กเลย”

“เด็กเหี้ยอะดิ”

“ก็รู้” ทั้งบุ๊คและเซย์ออกไปข้างนอกปล่อยให้มารวยนอนอยู่ในห้อง ทบทวนกับสิ่งที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่เขามีความรักและเป็นครั้งแรกที่เขาได้เรียนรู้ถึงความเจ็บปวด แต่สิ่งที่มารวยเชื่อว่า....เดี๋ยวมันก็คงผ่านไป รักครั้งนี้มีทั้งประสบการณ์ที่ดีและไม่ดี

‘เฮียบิ๊กรักมารวยนะ...’

ต่อไปนี้มันคงไม่มีอีกแล้ว ถ้าถามว่าอกหักต้องทำตัวอย่างไงผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันแต่ผมไม่อยากจมกับน้ำตาแบบนี้ เสียใจได้แต่มันควรน่าสมเพชแบบนี้

“เห้ย ไอ้รวยมึงจะไปไหน” ขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากห้อง ระหว่างทางผมเดินสวนทางกับไอ้บุ๊คและเซย์ที่หายไปไหนไม่รู้กันมา แต่ในมือของสองคนมีอาหารและเอ่อ..แอลกอฮอล์มากมาย

“กูจะไปเตะบอล เศร้าไปก็ช่วยไรไม่ได้”

“ไอ้ห่า มึงมานี่เลย เตะบอลเหี้ยไรไม่รู้เวลา” ผมถูกไอ้บุ๊คลากคอเข้ามาในห้องเหมือนเดิมโดยที่มีเซย์ตามเข้ามาติดๆ “นั่งนี่แล้วแดกข้าวซะ” ผมถูกกดให้นั่งลงบนพื้นห้องข้างๆ โซฟาโดยที่มีไอ้บุ๊คและเซย์คอยจัดแจงหาข้าวน้ำมาวางไว้ตรงหน้าผม

“ตามจริงมึงไม่ต้องหามาให้กูก็ได้นะ กูโอเค” ผมไม่อยากให้เพื่อนๆ ของผมต้องลำบากเพราะผมไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าผมจะพูดอะไรผิดเพราะอยู่ๆ ไอ้บุ๊คที่กำลังเทกับข้าวใส่จานละมือและเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยท่าทีเหนื่อยใจ

“โอเคแล้วน้ำตาไหลทำไม?”

“มันไหลเอง...กูไม่รู้”

“ร้องเถอะกูไม่ล้อมึงหรอกไอ้รวย” ไอ้บุ๊คจำใจทิ้งผมไว้กับเซย์ที่นั่งเลือกหนังอยู่ข้างๆ ผม

“รวย...อกหักมันเจ็บขนาดนั้นเลยเหรอ? เราไม่เคยเห็นรวยเป็นแบบนี้เลย” หลังจากที่ผมหยิบทิชชูเช็ดหน้าเช็ดตาของตัวเองเรียบร้อยหลังจากที่ปล่อยโฮออกมาอีกชุดใหญ่ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องร้องไห้ออกมาแบบนี้ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าผมก็ร้องไปเยอะอยู่เหมือนกัน

“เราอธิบายไม่ถูกหรอก แต่แค่คิดว่าต่อไปนี้จะไม่มีเขาอีกแล้วมันก็โคตรปวดใจเลย” เซย์ไม่ตอบอะไรเพียงแต่ขยับเข้ามาใกล้ๆ ผม

“ตอนที่เราเห็นรวยมีแฟน..เราก็เสียใจนะที่ไม่ทำอะไรเลย ได้แค่แอบมองรวยอยู่ห่างๆ เพราะคิดว่ารวยคงไม่ชอบเรา แต่เราแค่เสียใจยังไม่ได้ร้องไห้หนักขนาดนี้”

“เซย์ชอบเราแต่เซย์ไม่ได้รักเรา..ถ้าวันหนึ่งเซย์รักใครจากใจจริงๆ เซย์จะรู้เองว่าการที่ต้องเลิกทั้งๆ ที่ยังรักมันรู้สึกอย่างไง”
“ถึงรวยจะไม่มีเขาแต่รวยยังมีเรากับบุ๊คนะ” ผมยิ้มทั้งน้ำตาให้กับมิตรภาพที่เซย์มีให้ผม ผมไม่รู้ว่าเรื่องระหว่างไอ้บุ๊คกับเซย์มันลึกซึ้งมากขนาดไหน แต่ถ้าเพื่อนผมมันลงเอยกับเซย์ในฐานะคนรักผมกล้าที่เป็นประกันเลยว่าเซย์เป็นคนดีโดยเนื้อแท้จริงๆ แต่ที่ผ่านมาไอ้บุ๊คมันยึดอยู่กับอคติของมันเท่านั้น แต่ตอนนี้ผมหวังว่าเพื่อนของผมจะใช้ใจมองมากกว่าอคติที่มันมี

“ขอบใจนะเซย์”

“อย่ามายุ่งกับเพื่อนกู ขยับไปเลย เผลอไม่ได้นะมึงไอ้เซย์” ไอ้บุ๊คที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนมากลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าพร้อมผ้าเช็ดตัวหนึ่งผื่นยื่นมาให้ผมตรงหน้า “ไปอาบน้ำไปมึง จะได้สดชื่นมากกว่านี้ อ่อ แล้วก็ยากินเผื่อไว้เดี๋ยวมึงไม่สบาย กูซื้อมาให้แล้วค่อยออกมากินข้าวก็ได้ถ้ามึงไม่หิว”

“อืม ขอบใจมึง”

“ห้องน้ำอยู่ในห้องนอนเรา รวยไปใช้ห้องนั้นดีกว่า” ผมเดินตามที่เซย์ชี้ทางบอกและปล่อยให้เซย์ได้อยู่กับเพื่อนผมสองคน มันถึงเวลาที่ผมจะทำให้เพื่อนของผมทั้งสองคนมีความสุขบ้างแล้วแหละครับ



BIG’ s talk

เชื่อไหมว่าการที่เรานอนมองแผ่นหลังของคนที่เรารักเดินจากไปมันรู้สึกแย่มากแค่ไหน ไม่มีสิทธิ์รั้ง ไม่มีสิทธิ์ยื้อ นับตั้งแต่ต่อนี้ไปผม..ผมไม่มีสิทธิ์นั้นอีกแล้ว คงไม่ต้องบรรยายว่าผมรู้สึกอย่างไงหรอกมั้งครับ เพราะทุกคนก็คงสมน้ำหน้าที่บทสรุปของคนเลวๆ อย่างผม มันคงน้อยไปถ้าเทียบกับสิ่งที่ผมทำแต่ผมอยากให้รู้ว่าผมรักเด็กบื้อ...ไม่ซิ มารวยคือเรื่องจริง ต่อไปนี้ผมคงเรียกมารวยว่าเด็กบื้อไม่ได้อีกแล้ว..

“เฮีย...มึงนอนอย่างนี้มาตั้งแต่กี่โมง อย่าบอกว่าตั้งแต่ไอ้รวยไป?” ผมไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมง ผมไม่รู้ว่าท้องฟ้าจะเริ่มเปลี่ยนสี ในห้องที่เคยสว่างตอนนี้กลับมืดมน ผมมองไม่เห็นหรือรับรู้อะไรได้นอกจากความเจ็บปวดที่ผมได้รับ

“...ไม่รู้”

“สภาพอย่างหมา” ผมได้ยินเสียงตี๋สบถกับสภาพของผมตอนนี้ แต่ช่างมันเถอะครับตี๋คงรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว ผมก็คงหมดความน่าเชื่อถือในฐานะพี่ชายที่แสนดีที่ตี๋เคยนับถือ

“ถ้าไม่ใช่พี่ชายเชื่อไหมว่าผมไม่ปล่อยเฮียไว้แน่” สัมผัสเย็นๆ ของผ้าชุบน้ำถูกถูมาตามร่างกายของผมเบาๆ ผมค่อยๆ เอียงคอมองมาที่ตี๋ ที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ที่พื้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้ผมด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ตี๋ไม่ต้องคิดว่าเฮียเป็นพี่ชายก็ได้นะ”

“ไม่คิดก็เหี้ยละ พ่อแม่ก็เดียวกัน” ถึงแม้ความเจ็บมันจะมากมายและถาโถมเท่าไหร่ แต่เชื่อไหมว่าผมยังสามารถยิ้มได้เมื่อเห็นท่าทางห่ามๆ ที่แฝงด้วยความเป็นห่วงของตี๋

“เฮียทำเลวกับเพื่อนของเรา...”

“ก็ดีที่ยังรู้ตัวว่าเลว”

“ไม่ด่าหน่อยเหรอ ถ้าด่าเฮียจะรู้สึกดีกว่าที่เรามานั่งเช็ดตัวให้แบบนี้นะตี๋”

“ที่ทำให้ก็แค่ในฐานะน้องชายเท่านั้นแหละพี่ชายสภาพแย่ขนาดนี้แล้วผมปล่อยไว้ก็คงเป็นน้องชายที่แย่มาก แต่...ในฐานะเพื่อนของไอ้รวยผมไม่อยากซ้ำเติมว่ะ เฮียเองก็น่าจะเจ็บไม่แพ้มัน” ผมมองดูการกระทำของตี๋เรื่อยๆ พยายามไม่คิดฟุ้งซ่านแต่ภาพของตี๋ก็มีภาพของมารวยซ้อนขึ้นมาเหมือนภาพหลอน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนทุกที่ภายในห้องก็เคยมีมารวยอยู่ แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว...

“เจอคนร้องไห้หนักๆ พร้อมกันสองคนก็ไม่รู้จะปลอบอย่างไง แต่..เฮียอย่าตายก็พอสงสารป๊ากับม้าที่ยังไม่ได้บวชลูกชายคนโต” คำพูดที่โคตรจะกวนตีนแต่ในตอนนี้ผมกลับมองว่าน่ารัก “แต่ถ้าเฮียสภาพจิตใจดีกว่านี้ มีคุยกันยาวแน่ๆ ไอ้เรื่องที่ปิดบังถ้ายังไม่บอกผมตรงๆ ก็ไม่ช่วย”

“ตี๋กำลังจะบอกว่าถ้าเฮียตามง้อรวย..ตี๋จะช่วยอย่างนั้นเหรอ”

“ถ้ามันได้บุญก็ทำ” เห็นสัญญาณแบบนี้ของตี๋ผมก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย “แต่บอกไว้ก่อนนะว่าไอ้รวยเห็นมันแบบนั้น แต่ไอ้เหี้ยนี่เจ็บแล้วจำเฮียก็คงยากหน่อย”

“ยากแค่ไหนก็พร้อม”

“เออ ขอเตือนอีกเรื่องคือเฮียเจ็บได้แต่อย่าทิ้งการงานเซนต์สัญญากับเขาไปแล้วก็มีความรับผิดชอบด้วย เรื่องไอ้รวยเฮียจัดการหน้าที่ตัวเองเสร็จเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันอีกทีแต่ไม่ใช่ตอนนี้ ให้เพื่อนผมมันเข้มแข็งมากกว่านี้ก่อน” ผมพยักหน้าตกลงก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในห้องมองโทรศัพท์ที่ผมไม่ได้หยิบขึ้นมาดูเลย

KIM : กูขอโทษที่รู้สึกกับมึงมากกว่าที่ตกลง

ACHI : พี่บิ๊กเมื่อคืนเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมหนีกลับไปแบบนั้น?

ผมมองข้อความเหล่านั้นโดยที่ไม่ตอบกลับแต่แล้วต้องมาหยุดชะงักกับเบอร์ที่แสนจะคุ้นเคย อยากกดโทรออกใจแทบขาดแต่ต้องอดทนไว้เพราะก่อนหน้าที่จะลุกกลับเข้ามาในห้อง ตี๋ให้ผมสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่งหรือไปให้มารวยเห็นหน้าจนกว่าผมจะปิดกล้องซีรีส์และมารวยแข่งเสร็จ แต่นั่นมันก็เกือบๆ ปีถึงตอนนั้นผมก็เรียนจบไปแล้ว แต่ทำไงได้ครับ ผมเป็นคนไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรอยู่แล้วก็คงต้องก้มหน้ารับชะตากรรมที่ตัวเองทำไว้ต่อไป

ภาพเก่าๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ยังคงติดอยู่ในห้วงคำนึงของผมมันยังคงไม่ไปไหน ที่นอนที่เคยนอนด้วยกัน ภาพห่มที่เคยซุกตัวกอดกัน แปรงสีฟันที่วางอยู่ที่เดิม ของใช้ต่างๆ ยังเหมือนเดิม... ผมทำใจไม่ได้จริงๆ ผมไม่อยากเลิกกับมารวย

‘ผมรักเฮียบิ๊กนะครับ’

“เฮีย....รักมารวยจริงๆ ฮึก” ขอโทษที่ไม่สามารถห้ามน้ำตาของตัวเองที่ไหลออกมาเมื่อคิดถึงและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมจะกลับมาเหมือนเดิม แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่เหมือนเดิมของผมคือหัวใจที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง




1 เดือนผ่านไป

ทุกอย่างยังคงดำเนินเหมือนปรกติบิ๊กไปซ้อมการแสดงเกือบๆ ทุกวันจนไม่มีเวลาพัก มารวยกลับมาซ้อมบอลหนักขึ้นกว่าเดิมจนฟอร์มกลับมาดีเหมือนเดิมโดยมีเซย์คอยเป็นเพื่อนในช่วงฝึกซ้อมเพราะดูเหมือนสถานการณ์ระหว่างมารวยกับคิมจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ถ้าใครถามว่าคนอย่างมารวยจะยอมไหมเขาขอตอบแทนเลยว่า...ทุกคนจะมองมารวยเปลี่ยนไปอีกแง่มุม

“ไอ้รวยเมื่อกี้สวยว่ะ ฟอร์มกลับมาดีกว่าเดิมอีกถือว่าพัฒนา” ในระหว่างการประชุมตัดสินตัวเล่นในครั้งสุดท้ายโค้ชเอ่ยปากชมมารวยโดยที่คนอื่นๆ ในทีมเห็นด้วยเพราะตลอดเวลาหนึ่งเดินที่ผ่านมามารวยได้พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนในทีมรวมถึงโค้ชได้เห็น

“ขอบคุณครับ” เซย์นั่งสังเกตปฏิกิริยาของคิมที่เอาแต่จ้องมารวยด้วยความไม่พอใจแต่ต้องเงียบไว้เพราะสิ่งที่เขาไม่พอใจคือเรื่องจริง

“กูให้มึงเล่นเป็นตัวจริงส่วนไอ้คิมมึงเป็นตัวสำรองไปก่อนส่วนเกมที่เราจะเล่น...” ยังไม่ทันที่โค้ชจะได้อธิบายรายละเอียด คิมพูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่พอใจผมการตัดสิน

“แต่โค้ชบอกไว้แล้วว่าครั้งนี้จะให้ผมเล่นตัวจริง”

“ก็ไอ้รวยมันกลับมาฟอร์มดีแล้วมึงก็เห็น”

“โค้ชจะไปเอาอะไรกับเด็กอย่างมัน หน้าไหว้หลังหลอกเอาแต่ประจบประแจงพอโค้ชมามันถึงซ้อมพอโค้ชไปมันก็หายเหมือนเดิม” ด้วยความโมโหจนขาดสติทำให้คิมปั้นเรื่องโกหกขึ้นมา

“โค้ชครับขออนุญาตนะครับ ถ้าพี่คิมเขาอยากเล่นเป็นตัวจริงผมก็เป็นตัวสำรองได้นะครับ ผมไม่ขัดผมเล่นตำแหน่งไหนก็ได้อยู่แล้ว” เซย์ยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทันเพราะเขารู้ว่ามารวยกำลังคิดอะไรอยู่

“ไม่ต้องๆ ถ้ามันเป็นอย่างที่ไอ้คิมพูด..กูก็อยากจะชื่นชมมึงเพราะขนาดมึงหายฟอร์มการเล่นของมึงก็ดีกว่าไอ้คิม กูพูดตามตรงนะไอ้คิม มึงจะโกรธกูก็ได้”

“ก็ตามนั้นครับโค้ช” ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากมองไปที่ตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องมีสภาพแบบนี้ หลังจากที่ไม่มีข้อสงสัยอะไรแล้วโค้ชอธิบายเกมการเล่นของแมตที่จะถึงต่อโดยที่ทุกคนมีหน้าที่คอยรับฟังและนำคำพูดของโค้ชมาปฏิบัติและฝึกซ้อมจนกว่าจะถึงการแข่งขัน

ในช่วงหลังต่างคนต่างแยกย้ายไปเปลี่ยนชุดเตรียมกลับแต่มารวยถูกคิ้วรั้งตัวเอาไว้ก่อนในจังหวะที่เซย์เผลอ

“มึงจะเอาไง?” คิมผลักจนมารวยหลังติดกำแพง

“ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพี่”

“อย่าทำไม่รู้ไอ้รวย”

“แต่ผมว่ามีแต่พี่ที่มีปัญหากับผมมากกว่า เอาชนะผมไม่ได้ถึงขนาดเล่นสกปรกอย่างนั้นเลยเหรอครับ? ทำไมพี่ไม่เอาเวลามาคิดเรื่องฝึกให้ตัวเองเก่งหรือพัฒนาไม่ดีกว่าเหรอ” มารวยมองหน้ารุ่นพี่ที่เขาเคยเคารพด้วยสายตานิ่งๆ ส่วนคิมเมื่อได้ยินดังนั้นยิ่งโมโหมารวยเข้าไปใหญ่

“ไอ้เหี้ยรวย!”

“ผมพูดความจริงแล้วรับไม่ได้? ผมจะบอกอะไรให้นะพี่คิมผมไม่โกรธกับเรื่องที่ผ่านมา แต่...เรื่องต่อไปผมเอาจริง ถ้าพี่แน่พอก็ล้มผมให้ได้ด้วยฝีมือแล้วผมจะเป็นฝ่ายถอยไปเอง แค่เรื่องตัวสำรองผมไม่ขัดอยู่แล้วถ้าต้องไปเล่นตำแหน่งนั้น”

“มึงจำคำพูดของมึงไว้นะไอ้รวย”

“ผมจำได้ทุกคำครับ”

“ไอ้เด็กอวดดี”

“ส่วนเรื่องของพี่บิ๊ก...ก็สู้ๆ นะครับเรื่องรักเพื่อนไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่จะผิดก็น่าจะเป็นเรื่องที่แอบกินกับเพื่อนทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีแฟนอยู่แล้ว” มารวยผลักคิมให้พ้นทางเดินของเขาแต่ก็ต้องชะงักเพราะคำพูดของคิม

“ถ้าไอ้บิ๊ก..มึงไม่เอาแล้วกูขอ”

“เรื่องนั้นผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว ถ้าพี่จะลุยก็ไปเลิกกับแฟนของพี่ก่อน” มารวยพยายามทำเหมือนเขาไม่สนหรือแคร์อะไร แต่..มันก็มีวูบไหวอยู่บ้างเมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ยอมรับว่ายังรักอยู่ลืมไม่ได้และไม่เคยคิดจะลืม

อีกด้านหนึ่งของความเสียใจแน่นอนว่าถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีเวลาว่างให้คิดถึงเรื่องนี้แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่คิดเพราะทุกครั้งที่หัวสมองว่างความรู้สึกเก่าๆ จะกลับมา มันยังคงยอมรับและทำใจไม่ได้เมื่อคิดถึงความเป็นจริงที่ไม่มีกันและกันอยู่อีกต่อไป เขาโทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุทั้งหมด

“ซูดดดด” เสียงซูดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหน้าเซเว่นเป็นอะไรที่ชินตาของคนที่ผ่านไปผ่านมาแถวๆ นี้เสมอ เพราะทุกวันจะมีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาซื้อบะหมี่ก่งสำเร็จรูปและกดน้ำร้อนออกมานั่งกินอยู่ด้านนอกโดยมีเจ้าหมาคอยอยู่เป็นเพื่อน เรียกได้ว่าทั้งคู่สนิทกันเป็นที่เรียบร้อย

“ไอ้น้องหมาวันนี้พี่คนหล่อซื้ออกไก่มาให้นะ นั่งเป็นเพื่อนพี่กินมาม่าก่อน” ถ้าถามว่าเขาทำแบบนี้ทำไม เพราะการที่เขาทำแบบนี้มันเหมือนว่ามารวยไม่ได้หายไปไหน ทำให้เขาสามารถเอาตัวเองมาใกล้ชิดกับมารวยได้แม้ว่านี่จะเป็นเหตุการณ์แรกที่ทำให้เขารู้จักเด็กคนนี้ บิ๊กมักจะจินตนาการอยู่เสมอว่าข้างๆ เขามีเด็กผู้ชายที่รักนั่งซูดบะหมี่เป็นเพื่อน แม้ว่าความเป็นจริงแล้วมันจะไม่มีก็ตาม

“น้องหมา น้องหมาว่าพี่บิ๊กจะหายเศร้าได้เมื่อไหร่นี่ก็ผ่านมาเดือนแล้วพี่บิ๊กยังทำใจไม่ได้เลย” เขาเองอยากจะเข้าไปหามารวยใจแทบขาด พยายามเดินผ่านตึกเรียนหรือแม้กระทั่งสนามฟุตบอลทั้งๆ ที่เป็นคนละทางกับทางที่เขาไปเรียน แต่บิ๊กก็เลือกที่จะมาเพราะ..มันเยียวยาจิตใจของเขาได้ในระดับหนึ่ง ความรู้สึกในครั้งนี้เจ็บกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาหรือไม่มันก็เทียบไม่ได้เลย บิ๊กอยากจะใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวทำให้ลืมอยากเมาอยากปล่อยตัวปล่อยใจกับทุกอย่าง แต่เขาไม่สามารถทำได้สิ่งที่เขาทำได้ก็คือก้มหน้ายอมรับความเจ็บปวด

“ไอ้เกมมึงมันแย่มากเลยนะเว้ยที่ทำกับแฟนมึงแบบนั้น” บิ๊กที่นั่งเหม่ออยู่หน้าเซเว่นเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่กอดคอพูดคุยมุ่งหน้ามาทางเขา “ถ้าแฟนมึงรู้ว่ามึงโกหกเขามึงจะทำอย่างไง”

“ไม่ทำไง เพราะมันจะไม่มีวันนั้น” ผมได้แต่ยิ้มเยาะให้กับบทสนทนาของเด็กสองคนนั้น เพราะ..ผมก็เคยคิดแบบพวกเขา คิดมาตลอดว่าความลับมันจะไม่ถูกเปิดเผย ผมเคยไม่เคยชื่อว่าคำว่าความลับไม่มีในโลกมีอยู่จริงจนได้มาพบกับตัวเอง

“น้องหมาพี่ไปก่อนนะ...” หลังจากที่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนหมดบิ๊กเดินไปทิ้งขยะก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงกลับห้องไปด้วยความรู้สึกไม่มีแรงจูงใจที่อยากจะทำให้เขารีบกลับห้องเหมือนอย่างทุกที เพราะตอนนี้ห้องก็มีไว้แค่นอนไม่ได้มีคนรอเหมือนอย่างทุกที...

“หมากินไหม อร่อยนะ” ถ้าถามว่ามีแค่บิ๊กเพียงคนเดียวหรือเปล่าที่ยังยึดติดกับอดีต บอกได้เลยว่าพวกคุณคิดผิดเพราะมีอีกคนที่ยังวนเวียนอยู่ที่เดิม นั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ที่เดิมไปในจุดเดิมๆ เพียงแค่..ต่างเวลากันเท่านั้น

“ซูดดดด อร่อยดีเนอะ อร่อยจนน้ำตาไหลเลย” แม้ภายนอกมารวยอาจจะดูเข้มแข็งและฟื้นตัวเร็วในสายตาของเพื่อนๆ แต่แท้จริงแล้วในใจของเขาไม่ต่างจาเกวันแรกสักเท่าไหร่ ความอ่อนแอที่พยายามปกปิดมันถูกเปิดเผยต่อหน้าเจ้าหมาที่นอนอยู่หน้าเซเว่น มารวยเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองทั้งหมดให้กับเจ้าหมาฟังเพราะเขารู้ดีว่าเจ้าหมาตัวนี้ไม่มีทางเอาเรื่องของเขาไปบอกใครได้

“หมา...รวยคิดถึงเขาว่ะ แต่รวยกลับไปไม่ได้จริงๆ” เจ้าหมาเงยหน้ามองมารวยด้วยสายตาเห็นใจแต่มันทำอะไรไม่ได้นอกจากรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ทั้งสองกลับมานั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในเวลาเดียวกัน

“ถ้ามันคู่กันแล้วมันก็ไม่แคล้วกันหรอกเนอะ รวยจะรอวันนั้นนะหมา”

หมาเองก็อยากตอบกลับไปว่า..หมาเองก็รอวันนั้นอยู่เหมือนกัน




เย้!!! วันนี้ก็มาถึงวันที่จบ....ไม่ใช่ จบซีซั่น 1 เท่านั้นเป็นแค่ครึ่งแรกของบทเรียนรักของเฮียบิ๊กและน้องมารวย ถ้าอยากรู้ว่าเฮียบิ๊กจะสามารถเอาชนะใจน้องมารวยได้ไหม ต้องรอซีซั่น 2 นะจ๊ะ รับรองว่าสนุกไม่แพ้ซีซั่นหนึ่งแน่ๆทั้งความฮา ความบ้า และความ..อะไรดี คิดไม่ออกแล้ว
และที่อยากจะบอกทุกคนว่า ขอบคุณมากนะคะที่ติดตามทั้งคอยอ่านหรือการคอมเม้นต์ให้กำลังใจเรารู้สึกดีใจมากๆเลย ตัวเองทำให้เรามีกำลังใจในการแต่งนิยายต่อไป เราไม่สัญญานะแต่เราจะพยายามพัฒนาฝีมือของตัวเองและเอาชนะความกลัวในหลายๆด้านของตัวเองให้ได้

ปล.เกือบสุดท้าย ถ้าไม่เป็นการรบกวนช่วยรีวิวให้หน่อยได้อะเป่า อยากให้เฮียบิ๊กเป็นที่รู้จักมากขึ้น หาแนวร่วมสาปแช่งเฮียกันค่าาา สุดท้าย เรารักทุกคนมากเลยนะ
ปล. สุดท้ายจริงๆ..... จะมาเปิดเรื่อง #เซย์บุ๊คเร็วๆนี้
ด้วยความรักถึงนักอ่านตัวน้อย
ไก่ทอดมาแล้วจ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

142 ความคิดเห็น

  1. #119 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 19:26
    ซีซั่น2กรุณาเปลี่ยนพระเอก55555555555
    #119
    0
  2. #115 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 18:31

    เฮียแม่ม....ผิดหวังว่ะ
    #115
    0
  3. #114 Pookky_panita (@Pookky_panita) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 15:23
    จบ ss1 แล้ว ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุกๆให้อ่านนะคะ รอ ss2 อย่างใจจดใจจ่อเลยฮ่ะ
    #114
    0
  4. #113 sapanphone (@sapanphone) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 14:28
    อย่าว่าแต่หมาเลยยยย เราก็รอเฮียบิ๊กกับรวยน้าาาา อยากยิ้ม อยากหัวเราะ ไปกับพวกเขา อยากเห็นเขามีฟามสุข และกรี๊ดดดดมากๆที่เปิดเรื่องเชย์ จะตามไปอ่านแน่นวลลล เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะก๊ะ
    #113
    0