คัดลอกลิงก์เเล้ว

Ancora [WinterIron - Bucky Barnes/Tony Stark | PantherIron - T'Challa/Tony Stark]

โดย kamaleen

โดยไม่ต้องคิด บัคกี้เลิกเสื้อของโทนี่ขึ้น ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกัดอารมณ์โกรธเมื่อเห็นว่ารอสสั่งให้ทำอะไรกับอีกฝ่าย

ยอดวิวรวม

1,028

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,028

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


68
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ก.พ. 60 / 21:03 น.
นิยาย Ancora [WinterIron - Bucky Barnes/Tony Stark | PantherIron - T'Challa/Tony Stark] Ancora [WinterIron - Bucky Barnes/Tony Stark | PantherIron - T'Challa/Tony Stark] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Ancora
[Ancora = 'Hope' in Latin]

Pairing
: Winter Soldier/Ironman | James Buchanan "Bucky" Barnes/Tony Stark
Black Panther/Ironman | T'Challa/Tony Stark

Warning: เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ 


----------


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากการอยากแต่งฟิคใน Bucky's POV สักหน่อยค่ะ อาจจะออกแนวเศร้าๆนิดหน่อย ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะเป็นเรื่องยาวดีไหม แต่ก็กลัวแต่งไม่จบ เลยตัดมาเป็นเรื่องสั้นค่ะ //แต่ถ้าใครอยากได้เรื่องยาวก็บอกได้นะคะ ถ้าคนสนใจและมีเวลาก็คิดว่าอาจจะแต่งค่ะ ^^


เพจของผู้แต่ง : Kamaleen

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ก.พ. 60 / 21:03


...นี่มันบ้าอะไรกัน...

เจมส์ บูคาร์นาน "บัคกี้" บาร์นส์ ตื่นมาจากการหลับไหลนานเป็นเดือนเพื่อมาพบว่าคนที่ตนเองอยากขอโทษที่สุดนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงตรงหน้า เขากลืนน้ำลาย อยากจะบอกตัวเองว่าเขาแค่จินตนาการทุกอย่างไปเอง แต่ทุกอย่างรอบตัวเขาช่าง...จริง จริงเหลือเกิน

“แกเป็นใคร?!

เสียงตวาดดังมาจากด้านหลังแต่เขาไม่สนใจ บัคกี้กระชับปืนในมือก่อนจะหันกลับไป ฝั่งนั้นถึงจะดูรู้จากท่าทางว่าบัคกี้กะเอาถึงตายแต่ก็ยังตอบสนองช้าไป ไม่ทันจะได้กดสัญญานเตือนภัย บัคกี้ก็จัดการระเบิดสมองพวกเขากระจุยเสียก่อน

หลังจากดูให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครมาเพิ่ม บัคกี้ถึงหันไปยังร่างซีดเซียวของคนที่เคยคิดจะฆ่าเขา โทนี่ สตาร์ก นอนอยู่บนเตียงเก่าๆ สวมเสื้อผ้าคนไข้ที่ดูสกปรกเกินจะผ่านมาตรฐานอนามัยไม่ว่าจะของโรงพยาบาลไหนก็ตาม แต่ที่จับสายตาบัคกี้ที่สุดคือรอยเลือดบนเสื้อผ้าของอีกฝ่าย

โดยไม่ต้องคิด บัคกี้เลิกเสื้อของโทนี่ขึ้น ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกัดอารมณ์โกรธเมื่อเห็นว่ารอสสั่งให้ทำอะไรกับอีกฝ่าย

บนหน้าอกของโทนี่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้อย่างลวกๆ แถมผ้าพันแผลเหล่านั้นยังดูสกปรกเกินจะเรียกว่าผ้าพันแผล รอยเลือดเกรอะกรังบนผ้าที่เคยเป็นสีขาวด่างเป็นดวง บัคกี้กัดฟันก่อนจะรีบแก้ผ้าพันแผลออก เขารู้ว่าตนเองควรจะรีบพาอีกฝ่ายออกจากที่นี่ แต่เห็นสภาพของโทนี่ที่เหมือนคนทำแผลจงใจฆ่าให้ตายมากกว่ารักษาให้หาย บัคกี้ก็อดทนไม่ไหวตัดสินใจเปลี่ยนผ้าพันแผลให้อีกฝ่ายเป็นอันดับแรก เรื่องพาโทนี่หนีออกจากที่นี่เป็นอันดับสอง และเรื่องฆ่าคนที่ทำแผลให้อีกฝ่ายเป็นอันดับสาม

“อ่ะ...” โทนี่สะลึมสะลือขึ้นมานิดหน่อย แม้แต่เสียงตอนละเมอยังฟังออกว่าเจ็บมาก บัคกี้ต้องกัดฟันไม่ให้ตัวเองสบถเมื่อแกะผ้าพันแผลออกหมดและเห็นแผลบนหน้าอกอีกฝ่ายชัดๆ

แผลโดนมีดกรีด และคนกรีดจงใจจะกรีดให้เป็นรูปเตาปฏิกรณ์อาร์คที่เคยฝังอยู่กับหน้าอกของอีกฝ่าย

บัคกี้ส่ายศีรษะ พยายามไล่ความรู้สึกเลือดขึ้นหน้าออกไปพลางเปิดกระเป๋าตนเอง เอาสำลีและอุปกรณ์ทำแผลออกมา เขาพยายามเอาสิ่งสกปรกออกไปและทำความสะอาดแผลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะพันผ้าพันแผลใหม่ให้ ร่างกายของโทนี่ร้อนเหมือนถูกไฟเผา บอกเขาว่าแผลนั้นติดเชื้อเรียบร้อยและตอนนี้โทนี่มีสิทธิ์ตายได้ทุกเมื่อหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

“ฉันเจอเขาแล้ว” บัคกี้บอกเพื่อนร่วมทีมผ่านทางวิทยุไร้สายที่ปรับคลื่นให้คุยกันได้เฉพาะคนในกลุ่มเท่านั้น “กำลังจะพาออกไป เขาบาดเจ็บและยังไม่ได้สติ”

“รับทราบ”

เสียงนิ่งๆตอบกลับมา บัคกี้เก็บอุปกรณ์ที่เหลือเข้ากระเป๋าแล้วค่อยๆช้อนตัวโทนี่ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง อีกฝ่ายผอมลงจากตอนที่เจอคราวที่แล้วอย่างมากจนบัคกี้รู้สึกเหมือนเขาจับโดนซี่โครงของอีกฝ่าย

ถ้าเป็นการช่วยเหลือตัวประกันที่หมดสติคนอื่นๆที่ไม่มีบาดแผลร้ายแรงหรือมีบาดแผลที่ศีรษะ บัคกี้มักจะจับผู้คนเหล่านั้นพาดบ่า แต่ถ้าเขาจับโทนี่พาดบ่าตอนนี้ย่อมเป็นการซ้ำเติมบาดแผลที่อาการหนักอยู่แล้ว ดังนั้นบัคกี้จึงค่อยๆอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างระมัดระวังโดยใช้แขนหนึ่งรองใต้ข้อพับขา อีกแขนประคองหลังเอาไว้ ส่วนศีรษะของโทนี่พักอยู่บนบ่าของเขา

บัคกี้ค่อยๆเดินออกจากห้องอย่างระมัดระวัง เท้าก้าวหลบแอ่งเลือดและซากศพตามทางเดิน ถึงจะไม่ถูกควบคุมแล้วและไม่มีใครมาสั่งให้ฆ่าคนอีกต่อไป แต่ฝีมือและประสบการณ์เหล่านั้นก็ไม่ได้หายไปไหน

บัคกี้ค่อยๆพาโทนี่ออกมาจากชั้นใต้ดินอย่างระมัดระวังแล้วพาอีกฝ่ายไปที่ชั้นบน ด้านบนก็มีซากศพนอนจมกองเลือดอยู่เช่นกัน

ทีมของเขารออยู่ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ การบุกฐานผู้ก่อการร้ายครั้งนี้พวกเขามากันสองทีม ทีมแรกนำโดยกษัตริย์แห่งวาก้านด้า ลงมาเพื่อเบียงเบนความสนใจและจับกุมผู้ก่อการร้าย และในระหว่างที่ความวุ่นวายและการต่อสู้กำลังปะทุ ทีมของบัคกี้ก็ตามมา แต่เป้าหมายของเขาคือการช่วยเหลือตัวประกัน ซึ่งตัวประกันที่ว่าก็คือชายที่สลบไสลไม่ได้สติอยู่ในอ้อมกอดของเขา

ลูกทีมส่งสัญญานให้เครื่องออกตัวในทันทีที่บัคกี้และโทนี่ขึ้นเครื่องแล้ว แพทย์ที่รออยู่เข้ามาดูอาการคนในอ้อมกอดเขาพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ในทันทีที่บัคกี้อุ้มโทนี่ออกมาจากอาคาร

“นกสองถึงนกหนึ่ง” นักบินเอ่ยเมื่อพวกเขาบินออกมาจากฐานลับของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ตอนนี้เหลือเพียงร่างไร้ชีวิต “ตัวประกันอยู่ในความดูแลของเราแล้ว ย้ำ ตัวประกันอยู่ในความดูแลของเราแล้ว”

หนึ่งนาทีผ่านไป มิซไซล์สามลูกก็พุ่งเข้าใส่ฐานที่พวกเขาพึ่งจากมา ระเบิดสถานที่นั้นเป็นจุณ บัคกี้หยักยิ้มที่มุมปาก ก่อนหน้านี้กษัตริย์ทิชาล่าเคยกล่าวว่าเขาจะระเบิดฐานลับของผู้ก่อการร้ายกลุ่มนั้นให้ราบเป็นหน้ากลองหลังจากที่พวกเขาช่วยโทนี่ออกมาได้แล้ว และอีกฝ่ายก็เป็นคนที่พูดจริงทำจริง

 

บัคกี้รู้ว่าเขาควรจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยกลับมาที่นี่ แต่ตอนนี้เขารู้สึกร้อนใจจนไม่สามารถไปไหนได้เลยยังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน

“คุณบาร์นส์”

เสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง บัคกี้หันขวับกลับไป ก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าเป็นกษัตริย์ของวากานด้า อีกฝ่ายเปลี่ยนชุดปฏิบัติงานออกแล้ว เป็นชุดลำลองสีดำเรียบๆแทน

“ฝ่าบาท”

บัคกี้ผงกศีรษะเป็นเชิงทักทาย ก่อนจะหันกลับไปที่ประตูห้องฉุกเฉินอีก หน่วยแพทย์เข้ามารุมล้อมโทนี่ สตาร์ค ในทันทีที่บัคกี้อุ้มอีกฝ่ายออกมาจากเฮลิคอปเตอร์ “พวกหัวหน้ากลุ่มปริปากพูดอะไรบ้างหรือยังพ่ะน่ะค่ะ?”

“ยัง” ทิชาล่าตอบ “แต่อีกไม่นานก็จะพูดเอง” กษัตริย์แห่งวากานด้าเอ่ยต่อ น้ำเสียงนุ่มนวลไม่แสดงอารมณ์ใดๆแม้เนื้อความที่แฝงอยู่จะเป็นตรงกันข้ามกับน้ำเสียงก็ตาม

เมื่อหลายเดือนที่แล้ว โทนี่ สตาร์ค ได้ประกาศยุติบทบาทตนเองจากการเป็นไอร่อนแมนชั่วคราวโดยไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาใช้ชื่อนี้อีกเมื่อไหร่ รวมทั้งอเวนเจอร์อีกสองคนที่ยังเหลืออยู่ในทีม วอร์แมชชีนและวิชชั่น ต่างประกาศถอนตัวทั้งคู่ ตอนนั้นบัคกี้พึ่งตื่นจากการถูกแช่แข็งที่วากานด้ามาหนึ่งปี เป็นโชคดีของเขาที่ทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ของวากานด้าสามารถหาวิธีเอาสิ่งที่อยู่ในสมองเขาออกได้สำเร็จ ไม่งั้นบัคกี้ก็น่าจะถูกแช่แข็งต่อไปอีกนาน

บัคกี้ใช้เวลาช่วงสัปดาห์แรกปรับตัวกับแขนเทียมอันใหม่ที่กษัตริย์ทิชาล่ามอบให้ ระหว่างนั้นเขาก็ติดตามข่าวทั้งในปัจจุบันและอ่านข่าวย้อนหลังไปด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากเรื่องที่ไซบีเรีย ดูเหมือนโทนี่ สตาร์ค จะเปลี่ยนไปอย่างมาก จากผู้ชายขี้เล่นเจ้าคารมกลายเป็นชายผู้เคร่งขรึม ยังมีความขี้เล่นอยู่ แต่แม้แต่ดูจากจอทีวีบัคกี้ก็ยังบอกได้ว่าโทนี่ สตาร์ค คนนี้เปลี่ยนไป

นอกจากโทนี่ที่เปลี่ยนไปแล้ว นายพลรอสเองก็ยังดูเปลี่ยนไปอย่างมากด้วย จากที่อีกฝ่ายค่อนข้างสงบถ้อยคำในก่อนหน้านี้ ตอนนี้อีกฝ่ายก้าวสู่การเป็นผู้คุมอำนาจเต็มที่ และบัคกี้เดาเอาว่าโทนี่น่าจะเหนื่อยหน่ายกับความบ้าอำนาจของรอสและเหนื่อยจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดจนตัดสินใจลาออก และวอร์แมชชีนกับวิชชั่นก็คงลาออกตามอีกฝ่ายไปด้วย

ส่วนคนที่เป็นสาเหตุทำให้รอสเหิมเกริมและโทนี่หมดกำลังใจก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน เป็นบัคกี้กับสตีฟนี่แหละ แต่ตอนนี้สตีฟไปตะลอนอยู่นอกวากานด้ากับนาตาชาและคนอื่นๆเพื่อตามหาร่องรอยของไฮดร้าที่เหลือ เลยเหลือแค่บัคกี้ที่ยังอยู่ที่วากานด้า

ช่วงเดือนแรกๆบัคกี้ใช้เวลาส่วนมากไปกับการเดินเตร็ดเตร่อยู่ในป่าเขาของวากานด้าเป็นเวลาหลายวันแล้วค่อยกลับเข้ามาในเมืองที ใช้เวลาส่วนมากไปกับการอยู่กับตัวเอง ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น ทบทวนสิ่งที่เขาจำได้ และพยายามนึกสิ่งที่เขาพยายามจะนึกได้

เขาจำโฮเวิร์ด สตาร์คและมาเรีย สตาร์ค ได้ ตอนนี้จำได้ทุกอย่างตั้งแต่พบพวกเขาทั้งแรกไปจนถึงครั้งสุดท้ายที่เขาพบทั้งสองคู่ ซึ่งความทรงจำเหล่านั้นก็ไม่ใช่ความทรงจำที่ดีเลยสักนิด อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความทรงจำหนึ่งที่บัคกี้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ตอนนั้นโฮเวิร์ด เขา เพ๊กกี้ และ สตีฟ รวมวงดื่มกันเงียบๆที่มุมอาคารหลังภารกิจสำเร็จลุล่วง

“มาเรียกับฉันคุยกันว่าเราอยากจะมีลูกสักคนหลังสงครามนี่จบ”

โฮเวิร์ดพูดหลังจากที่พวกเขาดื่มกันไปได้คนละแก้วสองแก้ว บัคกี้พยักหน้า

“เขาต้องเป็นอัจฉริยะกึ่งกวนประสาทนิดๆแบบคุณแน่” เขาพูดเสนอไป “ไม่ก็อาจจะกวนประสาทมากกว่าคุณ”

“ไม่เอาน่า” โฮเวิร์ดยกมือขึ้น “ลูกฉันอาจจะได้นิสัยของมาเรียมาก็ได้นะ”

“จะแน่เหรอ?” บัคกี้แหย่อีกฝ่าย ก่อนที่พวกเขาจะหัวเราะแล้วชนแก้วกันสนุกสนาน

“เอาจริงๆนะ” โฮเวิร์ดเอ่ยขึ้นหลังจากนั้น “ฉันก็รู้ว่าตัวเองมีศัตรูเยอะ บางครั้งฉันก็กลัวๆอยู่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับมาเรียและลูกหรือเปล่า” น้ำเสียงของอีกฝ่ายหม่นหมองลง

“ไม่มีใครกล้าทำอะไรคุณหรอก” บัคกี้เอ่ยทันทีแม้ใจจริงจะรู้ว่าโฮเวิร์ดจริงๆแล้วก็มีศัตรูเยอะ แค่ศัตรูทางธุรกิจก็เยอะพอแล้ว นี่มาเพิ่มศัตรูด้วยการช่วยพวกเขาอีก

“อย่าพยายามทำให้ฉันสบายใจเลยน่า” โฮเวิร์ดยักไหล่ก่อนจะหันมาพูดกับบัคกี้ด้วยเสียงจริงจัง “สัญญากับฉันได้ไหมว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น นายจะดูแลโทนี่แทนฉัน”

บัคกี้ตั้งท่าจะเถียงแล้วว่าโฮเวิร์ดยังไงก็ไม่น่าจะโดนลอบฆ่าเอาง่ายๆ แต่จากสายตาของอีกฝ่ายบอกเขาว่าโฮเวิร์ดไม่ต้องการกำลังใจว่าเขาจะมีคนมาตามฆ่า แต่เขาต้องการคำสัญญา

“ได้ ผมสัญญา”

บัคกี้ตอบไป แล้วโฮเวิร์ดก็ยิ้มอย่างโล่งใจในที่สุด

 

แพทย์และพยาบาลเข็นเตียงที่มีโทนี่นอนอยู่ออกมาจากห้องฉุกเฉินในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา บัคกี้ผุดลุกขึ้นยืนในทันทีที่เห็น แต่เขาไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้เพราะรู้ว่าคนที่มีอำนาจและมีสิทธิ์ถามไถ่อาการไม่ใช่เขา แต่เป็นกษัตริย์ของวากานด้า ส่วนเขาขยับไปยืนตรงมุมห้องแล้วรอให้ทิชาล่าคุยกับหน่วยแพทย์จนเสร็จก่อนแล้วค่อยก้าวออกาจากมุมนั้น

“การรักษาประสบความสำเร็จ” ทิชาล่าเอ่ยเมื่อบัคกี้เดินเข้าไปอยู่ในระยะที่ได้ยิน “พวกเขาคาดว่าคุณสตาร์คน่าจะได้สติในวันพรุ่งนี้ตอนประมาณบ่ายๆ ห้องพักของเขาคือห้องที่สิบสอง ชั้นสิบ ตึกเหนือ”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” บัคกี้เอ่ย โค้งศีรษะให้อีกฝ่าย ส่วนทิชาล่าพยักหน้าให้เขาเล็กน้อยแล้วออกเดินต่อไป บัคกี้เดาว่าอีกฝ่ายยังมีคนที่ต้องสอบสวนอีกมาก ไม่ก็คนไม่มากแต่ใช้เวลาสอบสวนนานเพราะผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นน่าจะไม่ยอมพูดอะไรง่ายๆ

 

บัคกี้กลับไปที่ห้องของตนเองแล้วถอดเสื้อผ้าปฏิบัติการออก เสื้อผ้าเหล่านั้นเลอะไปด้วยคราบเลือดและเขม่าดินปืนจากภารกิจในตอนกลางวันและถูกโยนลงตะกร้าผ้าซักในทันที

จากนั้นบัคกี้ก็พาตัวเองไปอาบน้ำอาบท่า ระหว่างนั้นก็พยายามทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นไปด้วย

เมื่อราวหกเดือนที่แล้วเขาเริ่มกลับมาฝึกซ้อมการต่อสู้และขอทิชาล่าทำงานให้วากานด้าโดยไม่เกี่ยงงาน ส่วนทิชาล่าก็ใจดียอมจัดให้ บัคกี้เลยได้อยู่ในหน่วยพิเศษที่มักจะออกไปเมื่อมีภารกิจสำคัญ ซึ่งส่วนมากจะเป็นภารกิจลับๆที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกชายของโทนี่ สตาร์ค เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีรายงานจากสายของทิชาล่าว่ารอสดูจะกำลังวางแผนบางอย่างอยู่ เป็นแผนเพื่อบีบให้โทนี่ยกวิทยาการชุดเกราะให้กองทัก ส่วนโทนี่ก็สู้สุดตัวว่าชุดเกราะเหล่านั้นเป็นสมบัติของเขา

แต่เมื่อราวเกือบสามสัปดาห์ที่แล้วโทนี่กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ ทิชาล่าที่ระแวงว่าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นเลยสั่งแกะรอย จนไปพบว่ารอสจ้างให้ผู้ก่อการร้ายกลุ่มหนึ่งลักพาตัวโทนี่ไปทรมานจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมบอกในสิ่งที่รอสต้องการ และพวกเขาก็มาช่วยอีกฝ่ายทันก่อนที่โทนี่จะตายจากการติดเชื้อและฤทธิ์บาดแผลเสียก่อน

กังวลไปก็ไม่ช่วยอะไร บัคกี้ตัดสินใจขณะเดินเข้าไปใต้ฝักบัวให้น้ำสาดใส่ ในใจเขามีเรื่องอยากจะพูดกับอีกฝ่ายมากมาย เรื่องของโฮเวิร์ด เรื่องเกี่ยวกับการก่อตั้งชีลด์ เรื่องที่เกิดขึ้น และเรื่องที่อยากขอโทษที่สุด

บัคกี้อยากขอโทษอีกฝ่ายที่เขาทำให้เจ็บปวด ที่เขาสร้างบาดแผลให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ และเขาอยากสัญญาว่าต่อไปจากนี้เขาจะไม่ทำอย่างนั้นอีก จะไม่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดอีกแล้ว

 

 

วันต่อมาบัคกี้ใช้เวลาตอนเช้าไปกับการเขียนรายงานภารกิจ เดินเล่นในสวนตอนเช้า พยายามทำจิตใจให้สงบแม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกกระสับกระส่ายไปที่ห้องพักของโทนี่เต็มแก่ก็ตาม อยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรบ้าง และกะจิตกะใจของเขาก็แทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนกระทั่งถึงตอนบ่าย

ระหว่างทางเดินไปยังห้องของโทนี่ บัคกี้ก็ครุ่นคิดไปต่างๆนานาว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร โกรธ อยากฆ่าเขา ไม่พูดด้วย หรือจะอะไรก็ตาม บางทีน่าจะยังโกรธและอยากฆ่าเขาด้วย แต่นั่นไม่เป็นไร เขาโอเคกับอารมณ์เหล่านั้น ขอแค่โทนี่ปลอดภัยก็พอ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ สิ่งที่เขาพบคือความกลัวและแววตาที่ไม่มีประกาย แววตาของคนที่หมดหวังและไม่มีกำลังใจจะไปต่อ

“นายเองเหรอ”

โทนี่พูด เสียงของอีกฝ่ายแหบแห้ง อ่อนระโหยโรยแรง ไม่มีอารมณ์ใดๆอยู่ในนั้น เป็นเสียงที่มีแต่ความว่างเปล่า

“ต้องการอะไรอีก?” โทนี่ถาม แววตาเหมือนคนไม่มีชีวิตเหมือนไม่ได้มองเขาทั้งๆที่พวกเขาสบตากัน “นายได้พ่อแม่แล้วก็คนที่เคยเป็นเพื่อนของฉันไปแล้ว นายต้องการอะไร?”

วูบแรกบัคกี้อยากจะถามว่าโทนี่นั่นแหละที่ต้องการอะไร แต่ก็ชะงักไปเมื่อนึกได้ว่าโทนี่เสียพ่อแม่ตั้งแต่วัยรุ่น ถูกทรยศโดยเพื่อนของพ่อที่ตัวเองเคยไว้ใจ ต่อมาก็มีคนเอาสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองที่โทนี่รักและใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่สุดไปใช้ในทางที่ไม่ดี จากนั้นก็เป็นความวิตกกังวลที่กัดกินจนอาการหนัก แล้วก็อัลตรอน สุดท้ายก็เป็นพวกเขาเอง

ต่างจากบัคกี้ที่ถูกสอนเรื่องการสูญเสีย โทนี่เรียนรู้เรื่องการสูญเสียจากประสบการณ์ตรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่ใช่ว่าทุกครั้งมันจะเจ็บน้อยลง มันยังคงเจ็บ บัคกี้เองก็เจ็บ แต่เขาได้รับการสอนให้เตรียมใจเอาไว้ก่อน แตกต่างกับโทนี่ที่ไม่เคยได้ทันตั้งตัว

“หมอได้เข้ามาคุยกับนายหรือยัง?” บัคกี้เลี่ยงไปถามเรื่องอื่นแทน “แล้วทิชาล่าล่ะ? เขาได้มาเยี่ยมหรือยัง?”

“อ้อ นี่ฉันอยู่วากานด้าเหรอ?” โทนี่กะพริบตา ความสนใจปรากฏขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ก็ยังดีกว่าแววตาว่างเปล่าตั้งแต่ต้น

“ใช่ วากานด้า” บัคกี้พยักหน้า “ที่พระราชวังของวากานด้า”

“แปลว่า...” คราวนี้โทนี่ผงกหัวนิดหน่อย แต่ขยับตัวได้ไม่มากก็กัดฟันกร่อดเพราะเจ็บแผล บัคกี้อดสงสารไม่ได้เพราะแผลนั้นอยู่กลางอกพอดี จะขยับตัวไม่ให้เจ็บนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เขาเลยคว้ารีโมทปรับองศาเตียงที่อยู่ข้างๆแล้วยื่นให้โทนี่แทน

โทนี่หรี่ตามองสิ่งที่เขายื่นให้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะกดรีโมทปรับเตียง แต่เจ้าตัวก็ยังคงส่งเสียงอย่างรำคาญทุกครั้งที่เจ็บ จนปรับเตียงจนได้องศาที่ต้องการ โทนี่ถึงหันมามองเขาอีกครั้ง

“แปลว่ากษัตริย์ทิชาล่าก็อยู่แถวนี้?” โทนี่ถาม น้ำเสียงเขาฟังดูเกร็งๆยังไงชอบกล บัคกี้ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างโทนี่กับอีกฝ่ายหรือเปล่า แต่ก็เลือกที่จะไม่ออกความเห็นอะไรในเรื่องนี้

“น่าจะ” เขาเลยเลือกที่จะตอบคำถามของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงปกติแทน “น่าจะงานยุ่งอยู่ ตอนที่ไปช่วยนายออกมา เขาสั่งให้จับผู้ก่อการร้ายระดับหัวหน้ามาด้วย การสอบสวนน่าจะใช้เวลานานพอสมควร” เขาเลือกจะละส่วนที่ตนเองเป็นคนเจอโทนี่และอุ้มอีกฝ่ายออกมาจากฐาน บัคกี้มีความรู้สึกว่าบอกไปมีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแย่ลงกว่าที่มันเป็นอยู่แล้ว อีกอย่าง เขาไม่อยากให้โทนี่รู้สึกว่าตัวเองติดหนี้บุญคุณคนที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเอง นั่นเป็นความรู้สึกที่ขมขื่นที่สุดความรู้สึกหนึ่ง บัคกี้ไม่อยากให้อีกฝ่ายทุกข์ไปกว่านี้อีกแล้ว

“อ่า...” โทนี่พยักหน้า แววตามีบางอย่างที่บัคกี้อ่านไม่ออก อารมณ์ที่ใกล้เคียงกับ...ความโหยหาย และ ความหวัง บัคกี้ไม่ค่อยอยากจะคิดหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเจ็บหน่วงๆเมื่อเห็นว่าตัวเองคือคนที่ทำให้แววตาของโทนี่ไร้ชีวิต ในขณะที่ทิชาล่ากลับเป็นคนที่ทำให้โทนี่ดูเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากน้อยลงแทน

ไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้น บัคกี้ยืนมองโทนี่และอีกฝ่ายก็ยืนมองเขาตอบ และหลังจากตัดสินใจว่าแบบนี้ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น บัคกี้ก็ตัดสินใจเดินออกมา โทนี่เองก็ไม่ได้รั้งเขาเอาไว้

 

บัคกี้ใช้เวลาสองสัปดาห์ต่อจากนั้นทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ มีงานอะไรที่เขาทำได้เขาทำหมด อะไรที่ช่วยได้เขาช่วยหมด ทำทุกอย่างเพื่อให้ลืมแววตาไร้ชีวิตและสีหน้าของคนที่พร้อมจะหลับตาและหลับไปตลอดกาลของโทนี่ และอีกฝ่ายไม่ได้พร้อมจะตายเพราะไม่แคร์เรื่องจะมีชีวิตอยู่ไม่มีชีวิตอยู่ แต่เพราะโทนี่เหนื่อยเกินกว่าจะไปต่อแล้ว

แต่ถึงจะไม่ได้ไปหา บัคกี้ก็คอยตามอาการของโทนี่มาตลอด เขาดีใจที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายฟื้นตัวขึ้นมากและตอนนี้เริ่มเดินเหินไปไหนมาไหนได้แล้ว ส่วนเรื่องผลการสอบสวนก็สรุปได้ว่ารอสเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ต้องการทรมานโทนี่จนกว่าอีกฝ่ายจะยอมยกชุดเกราะและวิทยาการทั้งหมดที่เขาคิดเอาไว้ให้

บัคกี้ปล่อยเรื่องการเมืองให้ไปงานของทิชาล่า ส่วนเขาก็ทำงานอะไรก็ตามที่ถูกหยิบยื่นให้เพื่อกำจัดเครือข่ายของรอสและช่วยปกป้องโทนี่จากอีกฝ่าย รวมทั้งจากภัยใดๆก็ตามที่อาจจะวนมาหาในอนาคต

เขาบอกตัวเองให้รอให้โทนี่หายก่อนค่อยไปหา ค่อยเข้าไปคุยและขอโทษ ตอนนี้เขาก็ทำงานไปก่อน ปกป้องอีกฝ่ายจากภัยที่มองไม่เห็น ภัยที่ยังไม่แสดงตนชัดเจน

บัคกี้หวังให้คำขอโทษของตนเองช่วยแบ่งเบาสิ่งที่อยู่ในใจของโทนี่ได้บ้าง อย่างน้อยๆก็ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาก็รู้สึกผิดเป็นและไม่ใช่เพียงแค่โทนี่คนเดียวที่เจ็บปวด และท้ายที่สุด เขาไม่อยากให้โทนี่เข้าใจว่าตัวเองเหลือตัวคนเดียวบนโลกใบนี้

 

หลังผ่านมาสามสัปดาห์นับตั้งแต่ช่วยโทนี่กลับมาที่วากานด้า บัคก็ก็รวบรวมความกล้าแล้วตัดสินใจไปหาอีกฝ่าย เขาถามจากบรรดาคนที่อยู่ในวังและได้ความว่าโทนี่อยู่ที่สวนหลังวัง บัคกี้รีบไปที่นั่นทันที

ในตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะเข้าไปทักทายอีกฝ่ายแล้วก็ตรงเข้าเรื่อง ขอโทษ อธิบาย แล้วก็ออกมา แต่ในใจอีกใจก็แอบหวังเอาไว้ว่าโทนี่จะไม่แสดงความเป็นปฏิปักษ์มากนัก และพวกเขาอาจจะนั่งคุยกันต่อได้ และแค่ความหวังเล็กๆนี้ก็มากพอทำให้บัคกี้รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังลอยนิดๆและริมฝีปากเกือบจะหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม

แต่เมื่อเขาไปถึงสวน โทนี่ไม่ได้อยู่คนเดียว อีกฝ่ายอยู่กับทิชาล่า

สีหน้า การวางมือ และท่าทางของทั้งสอง บัคกี้มีความรู้สึกว่าเขาไม่ควรเข้าไปขัด เลยได้แต่ยืนดูอยู่เงียบๆจนทิชาล่าพาโทนี่เดินไปที่ใจกลางสวน และอีกฝ่ายไม่ได้ผายมือเป็นเชิงบอกทิศทาง แต่วางมือที่แผ่นหลังของโทนี่ก่อนถึงกระเบนเหน็บเล็กน้อยและใช้การสัมผัสเป็นการบอกทิศทางแทน

บนใบหน้าของโทนี่มีรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย แม้ทิชาล่าจะไม่ได้แสดงอารมณ์ให้เห็นแต่บัคกี้ก็มองออกว่าทั้งคู่กำลังมีความสุข

ราวกับจิ๊กซอว์ที่หล่นลงเข้าคู่ บัคกี้เข้าใจแล้วว่าที่เขาเห็นคืออะไร

แต่ที่เขาไม่เข้าใจคืออาการเจ็บหน้าอกเหมือนใจหาย ก่อนจะเป็นความรู้สึกราวกับว่าหมดอาลัยตายอยากเสียเหลือเกิน

และตอนนั้นเองที่บัคกี้ตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปทักทายโทนี่ ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม แต่ก็ตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่เข้าไป

เขาเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง หยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่งและเขียนจดหมายสองฉบับด้วยลายมือที่สวยที่สุด จดหมายหนึ่งให้ทิชาล่า เป็นจดหมายขอบคุณความช่วยเหลือและบอกลา ส่วนอีกจดหมายเขาตั้งใจจะให้โทนี่ หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมเปิดจดหมายฉบับนี้อ่านก่อนฉีกทิ้ง

บัคกี้ใช้เวลาเขียนจดหมายที่ให้ทิชาล่าราวสิบนาที แต่จดหมายของโทนี่เขาเขียนเป็นชั่วโมง เนื้อความเล่าตั้งแต่วันที่เขาพบโฮเวิร์ดวันแรกไปจนถึงวันที่เขากลายเป็นอาวุธของไฮดร้า เขาให้เหตุผลไว้ท้ายเนื้อหาส่วนนั้นว่าอยากให้โทนี่ได้รับรู้เกี่ยวกับโฮเวิร์ดในด้านที่อีกฝ่ายไม่ได้แสดงให้โทนี่เห็น และอยากให้โทนี่รู้ว่าเขากับพ่อของตนเองเหมือนกันขนาดไหน

ย่อหน้าต่อมาบัคกี้เล่าถึงความรู้สึกของเขาเอง ตั้งแต่ความรู้สึกผิด ความเสียใจ และความรู้สึกทั้งหมดต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะเขียนคำขอโทษไว้ท้ายย่อหน้านั้น พร้อมกับสัญญาว่าเขาจะไม่มาให้โทนี่เห็นหน้าและจะไม่ทำความเดือดร้อนให้อีกฝ่ายอีก และถ้าโทนี่อยากให้เขาเข้ารับโทษทางกฏหมายที่เป็นคนฆ่าโฮเวิร์ดและมาเรีย สตาร์ค เขาก็ยินดีทำตาม

จากนั้นบัคกี้ก็ฝากจดหมายทั้งสองฉบับให้องครักษ์ของทิชาล่านำไปมอบให้ทั้งคู่ ส่วนเขาเก็บของใส่เป้แล้วออกเดินทางโยไม่หันหลังกลับมาอีก

ไม่สิ หยิบกระเป๋าและพยายามจะไม่หันกลับมาอีก

ส่วนอาการแน่นในอกและอึดอัดราวกับพยายามมีคนจะฆ่าเขาให้ได้ บัคกี้ตัดสินใจว่าเขาจะทน และหวังว่าสักวันหนึ่งจะชินไปเอง

มันสายไปแล้ว มันสายไปตั้งแต่ฉันเอาทุกอย่างไปจากเขาแล้ว

บัคกี้บอกตัวเอง ไม่อยากให้ตัวเองมีความหวังว่าโทนี่จะยังให้โอกาสเขาอยู่ แต่อย่างไรเขาจะไม่ผิดสัญญากับโฮเวิร์ด ต่อให้ต้องรักษาสัญญานั้นจากเงามืดก็ตาม

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ kamaleen จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. #9 _____ _ __ (@mamon160170) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 10:48
    โอ๋ๆบัคกี้ มั่ยเสียใจน้า
    #9
    0
  2. #8 D'em (@playzzz1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 08:00
    นว้องงงงงงงงงงง โอ๋เอ๋บัคกี้นะลูก เด็กดี เก่งมากแล้วน้าาาาาา
    #8
    0
  3. #7 @your (@benyatipbf) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 21:40
    เจ็บทากๆเลยค่ะ .... ;-;
    #7
    0
  4. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:12
    สงสารบัคแบบไม่ไหวแล้ว แง้ๆ
    #6
    0
  5. #5 furi02 (@furi02) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:10
    เจ็บ...ใจมากมาย โอ้ยยย ปวดดดด แงงงงงงง ม่ายน๊าาาา บัคกี้ T[]T แล้วฟังเพลงไปอ่านไปฟีลจะให้ไปแหละ
    #5
    0
  6. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 16:54
    คือเนื้อเรื่องดีมากกกกก อยากให้มีต่อ ร้องไห้แรงงง
    #4
    0
  7. #3 ิิิิิิbbbnm
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 22:29
    หน่วงมากเลย ฮือออ
    #3
    0
  8. #2 tpyn25 (@tpyn25) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:16
    หน่วงมากกก ตอนเเรกไม่ชอบบัคกี้เลยเเต่มาเรื่องนี้ สักหน่อยก็ดีว่ะ555
    #2
    0
  9. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:05
    คิดถึงพี่มากๆเลยดีใจที่กลับมาเเต่งอีก ชอบภาษาการเเต่งของพี่มากๆเเละฟินมากๆเลยค่ะะะ
    #1
    0