Pob-Rak Publishing | [END] B A B Y S I T T E R ★ รับ เลี้ยง รัก [YAOI]

ตอนที่ 30 : B A B Y S I T T E R 2 9 ★ เ พื่ อ ที่ จ ะ ไ ด้ รู้ จั ก กั น ม า ก ขึ้ น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    25 ส.ค. 59
















B A B Y S I T T E R 2 9 เ พื่ อ ที่ จ ะ ไ ด้ รู้ จั ก กั น ม า ก ขึ้ น

 

# PRAPINE

          “...” ผมนิ่งเงียบ มองพี่อัยย์ตาไม่กระพริบ ไม่รู้ทำไม แต่ประโยคเมื่อกี้กลับทำให้ผมรู้สึกร้อนไปทั่วซะอย่างนั้น แทบจะลืมความน่าอายที่เผลอหลุดปากพูดอะไรแปลก ๆ ไปทันที...เพราะมันมีอะไรให้อายกว่าไง !!

          พี่อย่ามาพูดแบบนั้นแล้วใช้หน้าหล่อ  ๆ ยิ้มแบบนั้นได้ป่ะ !!

          “ป๊ะป๋า หม่ำ !

          “อ่ะ--- ! ” แต่แล้ว เสียงเล็ก ๆ ของลูกชายที่นั่งอยู่บนตักผมก็ดังขึ้น ทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว ละสายตาออกจากใบหน้าหล่อข้าง ๆ เหมือนโดนฉุดออกจากมิติพิศวงอะไรแบบนั้น แล้วก็ก้มลงไปถามลูกชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามองผมจนหัวทุย ๆ พิงอยู่กับอก ดวงตากลมโตใสแจ๋วเงยขึ้นมาสบ “หิวแล้วเหรอครับ”

          “งื้อ ! หม่ำ ๆ ” พอถามแบบนั้น เจ้าตัวน้อยก็ยิ้มกว้าง ปรบมือแปะ ๆ ท่าทางบ่งบอกว่าอยากกินอะไรซักอย่างแล้วล่ะครับ

          “งั้นเดี๋ยวป๊ะป๋าทำให้กินเนอะ” ผมยิ้ม วางเจ้าตัวเล็กลงบนโซฟาข้าง ๆ แล้วลุกขึ้นยืน ขณะที่ลมเหนือมองตาปริบ ๆ แล้วก็พยักหน้าหงึกหงัก “รอแปปหนึ่งนะครับ ลมเหนือนั่งเล่นก่อนนะ”

          “งื้อ” ลูกชายผมตอบรับเสียงใส แล้วก็หันไปก้มหน้าก้มตาปั้นดินน้ำมันของเขาต่อ ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นรูปอะไรหรอกครับ แต่เอาเถอะ ปั้นดินน้ำมันมันช่วยพัฒนากล้ามเนื้อของเด็กนะ ลูกผมจะได้แข็งแรง อิ ๆ

          “เอ่อ...” หลังจากบอกให้ลูกชายนั่งเล่นรออาหารแล้ว คราวนี้ก็หันไปหาพี่อัยย์แทน บรรยากาศแปลก ๆ เมื่อกี้ยังทำให้ผมรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่หลุดพูดอะไรแบบนั้นออกมา

          โอ้ยยยยยยยย จะบ้าตาย ไอ้อยากจะรู้ทุกเรื่องของเขาเนี่ย ผมกล้าพูดไปได้ยังไง ฮืออออ ปี๊บอยู่ไหน เอามาครอบหัวพระพายที

          ฟุ่บ...

          “อ่ะ...” แต่ดูเหมือนพี่อัยย์จะเข้าใจผมดี...รึเปล่า ? เขาก็เลยไมได้พูดอะไร แค่ยิ้มอ่อนโยนตามปกติของเขา ลุกขึ้นแล้วก็วางมือลงบนหัวผมเบา ๆ ทำให้ผมนิ่งไป

          “ทำไปคุยไปก็ได้...ตัวเล็กท่าทางจะหิวแล้วนะ” เสียงทุ้มเอ่ย ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว ขณะที่ผมยืนกระพริบตาปริบ ๆ อยู่แบบนั้นซักพัก ก่อนจะตัดสินใจเดินตามพี่อัยย์เขาไปในครัว

          “เอ่อ...ถ้าพี่อัยย์ไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่าก็ได้นะครับ นี่พายพูดจริง ๆ นะ...ถ้ามันเป็นส่วนตัวพี่อัยย์อ่ะ...” ผมบอกเขาเสียงเบา มองร่างสูงที่เดินไปเปิดตู้เย็น

          “ไม่ได้มีความลับอะไรหรอก” พี่เขาว่า ก้มหน้าก้มตาอยู่กับตู้เย็นซักพักก่อนจะหยิบถุงที่ใส่กุ้งแช่แข็งเอาไว้กับทัปเปอร์แวร์ออกมา...อันนั้นเราใช้ใส่ข้าวที่หุงเสร็จแล้วเอาไว้ “พี่อยากเล่า...ถ้าพายอยากฟังนะ”

          “อ่า...” คำพูดตรง ๆ ของอีกฝ่ายทำให้ผมได้แต่ครางตอบรับในลำคอเบา ๆ ออกไป จะให้บอกว่าไม่อยากฟังก็ดูจะโกหกตัวเองเกินไป แถมเมื่อกี้ก็หลุดปากไปชัดถ้อยชัดคำ...แต่จะให้บอกว่าอยากก็ดูเหมือนจะวุ่นวายกับเขามากเกินไป เพราะงั้นวางตัวเป็นกลางเอาไว้ครับ

          “บ้านพี่อยู่กันสี่คน พ่อ แม่ พี่อาชว์ แล้วก็พี่...” พอพี่เขาวางทัปเปอร์แวร์ลงบนเคาน์เตอร์ แล้วก็เอนตัวพิงเคาน์เตอร์ ก่อนจะเริ่มเล่าออกมา ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อย ๆ ท่าทางคงกำลังคิดถึงคนที่ตัวเองกำลังพูดถึงอยู่ล่ะมั้งครับ พี่อัยย์ชอบยิ้มแบบนี้เวลาที่เขาพูดถึงครอบครัวตัวเองแฮะ...ตั้งแต่ตอนเล่าเรื่องพี่อาชว์แล้ว เป็นยิ้มแบบที่อบอุ่น คิดถึง แล้วก็เต็มไปด้วยความรัก...ถ้าให้เปรียบเทียบกับรอยยิ้มปกติของพี่เขาแล้ว ยิ้มแบบนี้ก็ประมาณว่าคุณออร่าอบอุ่นฟรุ้งฟริ้งไปประมาณสามเท่าอ่ะครับ ...เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมเผลอมอง จนกระทั่งเขาหันมาสบตาผมนั่นแหละครับ ผมถึงรู้สึกตัว สะดุ้งน้อย ๆ แล้วเดินไปเครื่องปรุงเพิ่มเติมในตู้เย็น หูก็ฟังพี่อัยย์เล่าไปด้วย “ตอนนี้พี่อาชว์ก็อยากที่บอก เปิดร้านขนมอยู่ต่างประเทศ ส่วนพี่ก็เป็นหมอพาร์ทไทม์ในโรงพยาบาลบ้าง แล้วก็ใช้ทุนเป็นอาจารย์ที่มหาลัย สอนปีสามน่ะ ส่วนใหญ่ก็สอนผ่าอาจารย์ใหญ่อะไรแบบนั้น ส่วนที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับการโรงแรม...พ่อพี่เป็นประธานบริษัท ส่วนพี่กับพี่อาชว์มีหุ้นกันอยู่คนละส่วน...”

          “ประธานบริษัท !? ” ผมหันควับไปมองอย่างตกใจ...แบบนี้หมายความว่ารวยมากเลยอ่ะดิ่ ผมชักเริ่มจะไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมพี่อัยย์ถึงได้ใช้เงินเป็นน้ำแบบนี้ คือเขาก็ไม่ได้ฟุ่มเฟือยอะไรนะครับ แต่ที่ผมหมายถึงคือ พี่อัยย์เขาซื้อของให้ลมเหนือบ่อยมากกกกกก ก.ไก้ล้านตัว

          “อืม...” พี่อัยย์ตอบรับในลำคอ ขณะที่ผมเดินเอาเครื่องปรุงไปวางไว้บนเคาน์เตอร์ข้าง ๆ พี่เขา

          “แบบนี้ จริง ๆ พี่ไม่เห็นต้องมาเป็นหมอเลยนี่น่า แค่ธุรกิจที่บ้านพี่ก็ใช้เงินไม่หมดแล้วมั้ง” ผมเลิกคิ้วขึ้น ถามเขาอย่างสงสัย...ไม่ได้มีเจตนาประชดอะไรนะครับ อันนี้สงสัยจริง ๆ พี่อัยย์ฟังแบบนั้นแล้วก็หัวเราะออกมาน้อย ๆ ไหวไหล่แล้วตอบ

          “ก็จริง...แต่นี่เป็นงานที่พี่ชอบ เหมือนพี่อาชว์ที่ไปเปิดร้านขนมนั่นแหละ พ่อพี่ให้โอกาสพวกเราสองคนได้ลองทำสิ่งที่ชอบ ก่อนที่จะรับช่วงต่อธุรกิจน่ะ เพราะแบบนั้นพี่อาชว์เลยเรียนบริหารไง ยังไงไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องใช้สิ่งที่เรียนมาอยู่ดี” ผมกระพริบตาปริบ ๆ พยายามทำความเข้าใจ

          “หมายความว่า...อีกหน่อยพี่อัยย์ก็ต้องเลิกเป็นหมอ แล้วก็ไปเป็นประธานบริษัทแทนอ่ะเหรอครับ” โหย...ประธานบริษัท ฟังดูหรูว่ะ ถ้าเป็นผม ผมคงไม่มาเรียนหมอก่อนหรอก เรียกบริหารแล้วจบมาไปทำงานในบริษัทของครอบครัวเลยน่าจะสบายกว่าเห็น ๆ

          “หึ ๆ ...” พี่อัยย์ขำออกมานิด ๆ ยกมือขึ้นลูบหัวผมเบา ๆ “ไม่หรอก คนที่จะรับช่วงต่อจริง ๆ คือพี่อาชว์ต่างหาก แต่พี่เองก็ต้องช่วยด้วยเหมือนกัน...แค่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้นเท่านั้นเอง”

          “ฮื่อ...พ่อพี่ใจดีจังนะครับ คิดว่าจะแบบว่า จบมาแล้วก็ต้องรับช่วงต่อธุรกิจทันทีอะไรแบบนั้น...ว่าไงดี มันดูเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่อ่ะ” ผมเกาแก้ม อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้หรอกครับ ก็อยู่กับแม่ ใช้ชีวิตธรรมดา ๆ มาโดยตลอด ไอ้เรื่องเจ้าของธุรกิจใหญ่โตอะไรแบบนี้ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาหรอก แต่เคยเห็นในละครอ่ะ ฮ่า ๆ

          “ก็จริงนะ” แต่พี่อัยย์ก็ไหวไหล่น้อย ๆ เอาเลิกเอาตัวพิงกับเคาน์เตอร์แล้วครับ ส่วนผมก็เริ่มแกะวัตถุดิบออกมาทีละอย่าง อาหารวันนี้ไม่ยากครับ แค่ข้าวผัดกุ้ง มั่นใจว่าพี่อัยย์ต้องทำได้แน่นอน หูก็ยังฟังเสียงทุ้มเล่าต่อ “แต่ที่พ่อยอมให้พี่กับพี่อาชว์ได้ทำสิ่งที่ชอบก่อน เพราะมันเป็นประสบการณ์ของเรา...อีกอย่าง ถ้าไม่ปล่อยให้ได้ลองทำ เราก็ไม่มีทางรู้ว่าพอได้มาลองทำสิ่งที่ชอบจริง ๆ แล้วมันรู้สึกยังไง ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็จะคิดแต่ว่า ถ้าได้ทำแบบนั้นแบบนี้มันจะเป็นยังไง...ถ้าพ่อพี่ไม่ปล่อยให้ได้ลองทำอะไรแบบนี้ ทั้งพี่แล้วก็พี่อาชว์ก็จะไม่ได้รู้จักกับความสุขในส่วนนี้...มันเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตน่ะ อาจจะเพราะพี่โชคดีด้วยล่ะมั้งที่มีพร้อมทั้งกำลังทรัพย์ทั้งเวลา จริง ๆ คนส่วนใหญ่เขาคงไม่คิดแบบพ่อพี่กันหรอก ฮ่ะ ๆ ”

          “อ่า...” ผมกลอกตาไปมา พยายามคิดตาม ขณะที่เทกุ้งแช่แข็งใส่ชามแล้วส่งให้พี่อัยย์ “พี่อัยย์ล้างให้หน่อยนะครับ”

          “อืม” เขาตอบรับ เดินไปที่ซิงค์ ส่วนผมก็พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่พี่เขาเล่าออกมาอยู่

          แบบว่า...อยากให้ลูก ๆ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำก่อนอะไรแบบนี้อ่ะเหรอ ? มันก็ดีนะครับ ใคร ๆ ก็มีความฝันแล้วก็อยากให้ฝันเป็นจริงกันทั้งนั้น

          แต่แบบนั้น...พอถึงเวลาที่พี่เขาต้องไปรับช่วงต่อธุรกิจแล้วจะไม่รู้สึกแบบว่า...ไม่มีความสุขเหรอ

          “ถ้างั้นอีกหน่อย พอพี่อัยย์ไม่ได้เป็นหมอแล้ว พี่อัยย์ก็ไม่มีความสุขแล้วสิครับ” ผมถามออกไป เดินไปเท้าแขนอยู่ข้าง ๆ ซิงค์ มองพี่เขาที่กำลังล้างกุ้งอยู่ พี่อัยย์หันมามองผมแล้วยิ้ม

          “ไม่หรอก ความสุขมันมีอยู่ในทุกช่วงของชีวิตนั่นแหละ มันขึ้นอยู่กับเราว่าจะใช้กว้างพอที่จะมองเห็นมันรึเปล่า” พี่เขาบอกแบบนั้น แล้วก็ส่งชามกุ้งที่ล้างเสร็จแล้วมาให้ผม “อย่างตอนนี้ พี่ก็มีความสุขนะ...ที่ได้ใช้เวลากับพายแล้วก็ตัวเล็ก”

          “... !

          ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่อัยย์แทบจะในทันที พอเห็นใบหน้าหล่อยิ้มอยู่ใกล้ ๆ ก็เป็นอันต้องรีบก้มหน้าหลบตาทันที หันไปสนใจกับกุ้งในชามแทน

          พี่อัยย์แม่ง...ชอบนอกเรื่องตลอดอ่ะ !

          ...แต่ผมก็ดันยิ้มกับถ้อยคำแบบนั้นของเขาซะด้วยสิ โอ้ยยยยยยยย ทำไมพี่ชอบพูดแบบนี้วะ

          ผมก้มหน้าก้มตาแกะเปลือกกุ้งอย่างใจจดใจจ่อแทน รู้สึกได้ว่าพี่อัยย์หัวเราะเบา ๆ อยู่ข้างหู...ฮึ่ม ไม่ต้องมาหัวเราะเลย !!

          “นี่พี่พูดจริง ๆ นะ” ไม่ต้องมาย้ำเลย ! แค่นี้ก็รู้แล้ว !!! ผมไม่ได้ตอบอะไรเขาออกไป แต่เสียงทุ้มก็พูดต่อ “ที่พี่จะบอกก็คือ การทำงานที่ฝันมาตั้งแต่เด็กมันก็เป็นความสุขส่วนหนึ่งที่พี่อยากจะสัมผัสมันซักครั้งก็เท่านั้น การที่หลังจากนี้พี่จะต้องไปรับช่วงต่อธุรกิจที่บ้าน ก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะลืมความสุขตรงนี้ซักหน่อยนี่ การที่พ่อให้พวกพี่ได้ทำแบบนี้ ก็เพื่อที่เวลาไปทำงานกับที่บ้านแล้วจะได้ไม่ต้องมัวแต่สงสัยอีกว่า ถ้าเราได้มาทำงานที่อยากทำมันจะเป็นยังไง”

          หมายถึงแบบ...ให้ลอง จะได้รู้ แล้วก็จะได้เต็มที่กับงานที่บ้านแทนอ่ะนะ เป็นความคิดที่แปลก ๆ ดีแฮะ บางทีผมก็บอกว่าการทำแบบนั้นมันดูจะเสียเวลาชีวิตไปตั้งหลายปีนะ

          “แล้วถ้าเกิดพี่ต้องไปทำงานกับที่บ้านแล้ว แต่พี่อัยย์ไม่ชอบมันอ่ะ แบบนั้นพี่อัยย์ก็ต้องอยากกลับมาทำงานแบบนี้มากกว่าสิครับ” ผมถาม เงยหน้าขึ้นมองเขา แต่มือก็ยังแกะเปลือกกุ้งอยู่

          “นั่นสิ...แต่ทั้งพี่แล้วก็พี่อาชว์เตรียมตัวมาตั้งแต่แรกแล้วว่าซักวันเราก็ต้องไปทำงานตรงนั้นนี่นะ ถ้าเรามัวแต่คิดว่าไม่อยากทำ อยากทำอย่างอื่นมากกว่าทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ มันก็เหมือนเรามีอคติกับมันตั้งแต่แรก แลวเราก็จะไม่มีความสุขไปตลอด พี่ว่างานแต่ละอย่างมันก็มีส่วนที่พี่ชอบแตกต่างกันนะ อาจจะเป็นโชคดีของพี่ด้วยล่ะมั้งที่ไม่ได้เกลียดงานบริหาร ฮ่ะ ๆ ” เขาหัวเราะออกมาน้อย ๆ “แต่ถ้าพี่รักการเป็นหมอจริง ๆ ไม่แน่ว่าในอนาคต หลังจากที่ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว พี่อาจจะเปิดคลินิกเล็ก ๆ ซักที่ก็ได้”

          “พี่อัยย์นี่เก่งจัง” ผมมองพี่เขาตาปริบ ๆ พี่อัยย์ดูเป็นคนที่คิดบวกมากเลยนะครับ เป็นผม ถ้ารู้ว่าจริง ๆ ตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือกแบบนี้ ผมคงรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ อ่ะ เหมือนเส้นทางชีวิตถูกคนอื่นขีดให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้วอ่ะ

          “ไม่หรอก พายเก่งกว่าอีกนะ” พี่อัยย์ปฏิเสธ แล้วก็ชมผมแบบนั้น ทำให้ผมที่กำลังเอื้อมมือไปเจ็บมีดมาผ่าขี้กุ้งออกจากตัวกุ้งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า

          “ฮื่อ ไม่เก่ง” ผมมันจะไปเก่งอะไรล่ะครับ ทำผู้หญิงท้องตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาลัยด้วยซ้ำ ทำให้เธอมีปัญหากับคนรัก แถมยังทำให้เด็กที่เกิดมาไม่แข็งแรง...แค่นี้ก็ไม่สามารถเรียกว่าเก่งได้แล้วมั้งครับ อย่าให้นับไปถึงความผิดพลาดอื่นในชีวิตเลย เหอ ๆ

          ...แค่เกิดมานี่ก็ผิดพลาดสุด ๆ แล้วล่ะครับ อย่าลืมนะครับว่าผมเป็นแค่ลูกนอกสมรสที่แม้แต่พ่อก็คงไม่ได้ตั้งใจให้เกิดมาหรอก

          “อย่าว่าตัวเองแบบนั้นสิ” พี่อัยย์บอก แถวยังเอานิ้วมาจิ้มหน้าผากผมอีกต่างหาก

          “ก็มันจริงนี่ครับ” ผมยู่หน้า ผ่ากุ้งต่อไปเรื่อย ๆ

          “ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ ฮึ ? อย่างน้อยก็ทำอาหารเก่งนะ” พี่อัยย์ว่าขำ ๆ ขณะที่ผมหันไปย่นคิ้วใส่พี่เขา

          “ไม่เกี่ยวซักหน่อย ถ้าพี่อัยย์รู้ว่าพายเคยทำอะไรไปบ้าง พี่อัยย์คงไม่พูดแบบนี้อ่ะ” ผมพูดออกไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มองหน้าพี่เขาแล้วครับ หันไปมองกุ้งแทน เดี๋ยวมีดบาดมือเอา ในหัวก็คิดไปถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเอง

          คิดไปคิดมา...ไป ๆ มา ๆ แทบไม่มีอะไรดีเลยนี่หว่า

          เหอ ๆ ...ชีวิตมีคุณค่ามากพระพาย นอกจากจะไม่มีอะไรดีแล้วยังสร้างภาระให้คนอื่นเขาไปทั่ว ทำลี่เดือดร้อน ทำให้แม่ต้องร้องไห้ ทำให้ลมเหนือเกิดมาไม่แข็งแรงแถมยังเคยคิดจะฆ่าลมเหนือด้วยการบอกให้ลี่ไปทำแท้งซะงั้น ทำเพื่อน ๆ กลุ้มใจกับเรื่องของผม แล้วตอนนี้ยังรบกวนพี่อัยย์ด้วย

          โอ้โห้...คิดไปคิดมา เริ่มเข้าใจคำว่าทำให้โลกหนักขึ้นแปลก ๆ ว่ะ...ร้องไห้ตอนนี้ทันมั้ย

          รู้สึกแย่โคตร ๆ ...เหมือนจู่ ๆ จิตก็ตกไปเลยอ่ะ ผมไม่น่าเผลอไปคิดถึงเรื่องพวกนั้นเลย...

          “แล้วพายเคยทำอะไรไปบ้างล่ะครับ”

          ฉึบ !

          “โอ้ย ! ” แล้วจู่ ๆ เสียงที่ดังอยู่ข้างหูก็เอ่ยถามคำถามที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุดขึ้นมา ขัดจังหวะความคิดของผม แล้วก็ทำให้ผมสะดุ้งจนเผลอทำมีดบาดมือเขาซะด้วย...ทั้ง ๆ ที่คิดว่าจดจ่ออยู่กับกุ้งแล้วแท้ ๆ

          ผมกัดริมฝีปากล่าง มองแผลที่มีเลือดไหลซิบ ๆ ออกมา เปื้อนกุ้งด้วยครับ เดี๋ยวคงต้องไปล้างกุ้งใหม่...ไม่งั้นลมเหนือคงได้กินกุ้งรสเลือดล่ะมั้งครับ...

          หมับ !

          “อย่านิ่งสิครับ ล้างน้ำแล้วห้ามเลือดก่อน” แล้วความคิดเกี่ยวกับกุ้งของผมก็ต้องสะดุดเมื่อมือหนาเอื้อมมาจับข้อมือผม เปิดน้ำแล้วก็ล้างแผลให้ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูมากดแผลให้ผมอย่างรวดเร็ว พี่อัยย์ขมวดคิ้ว มองผมที่ยังยืนนิ่งอยู่ “กดแผลไว้ก่อน เดี๋ยวพี่เอายากับพลาสเตอร์มาให้”

          “อ่า...ครับ” ผมกระพริบตาช้า ๆ ก่อนจะตอบรับไป ยกมือขึ้นมากดแผลตัวเองไว้ แล้วมองพี่อัยย์ที่เดินเร็ว ๆ ออกไปจากครัว ถอนหายใจยาวเหยียดออกมา...เป็นภาระให้คนอื่นอีกแล้วครับ

          ผมไม่ได้อยากจิตตกคิดแง่ลบอะไรแบบนี้เลยนะ...รู้ตัวว่ามันไม่ดี แต่ทำไงได้ ผมห้ามความคิดความรู้สึกไม่ได้นี่ครับ พอได้คิดแล้วมันก็ยาวเลยอ่ะ...ปกติมีลมเหนืออยู่ด้วย ก็เลยไม่ได้ฟุ้งซ่านอะไรแบบนี้เท่าไร ไม่งั้นลูกชายผมจะเป็นห่วงครับ แต่ตอนนี้ลมเหนือกำลังจดจ่อกับดินน้ำมันของเขาอยู่ที่โซฟานู่น...

          แปปเดียว พี่อัยย์ก็เดินกลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล ดึงมือผมไปแล้วก็ใส่ยาให้เรียบร้อย ก่อน ๆ ค่อย ๆ แปะพลาสเตอร์ที่นิ้วช้า ๆ ปากก็พูดไปด้วย “ขอโทษครับ ถ้าพายไม่อยากเล่า พี่จะไม่ถามแล้ว ไม่ต้องคิดมากนะ”

          ผมมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังจอจ่ออยู่กับแผลของผมนิ่ง ๆ ...จริง ๆ พี่อัยย์ไม่ผิดเลยด้วยซ้ำ พี่ไม่เห็นต้องขอโทษเลย ผมคิดมากเอง ผมทำตัวเองล้วน ๆ

          “ไม่เอา ไม่ทำหน้าแบบนั้นสิครับเด็กดี” พอทำแผลให้เสร็จ เขาก็เงยหน้าขึ้นมา ยิ้มให้ผมน้อย ๆ เป็นรอยยิ้มที่เหมือนกำลังปลอบใจ...ผมไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่มันคงไม่ใช่สีหน้าที่ดีนัก ผมกัดริมฝีปากตัวเอง สัมผัสได้ถึงมือหนาที่กำลังลูบหัวผมเบา ๆ อยู่

          พี่อย่าอ่อนโยนมากได้ป่ะ...

          เพราะถ้าพี่รู้ว่าว่าผมเคยทำอะไรพลาดไปบ้าง...ผมคงทนไม่ได้

          ถ้าเกิดว่าพี่เกลียดผมขึ้นมา

          แค่คิด...ก็รู้สึกแย่แล้วครับ

          “ไม่กัดปากนะครับ เดี๋ยวเป็นแผล” นิ้วเรียวของพี่อัยย์ค่อย ๆ เลื่อนลงมา ลูบผ่านริมฝีปากผมเบา ๆ “ไม่ถามแล้วเนอะ ไม่ต้องเล่า ไม่ต้องคิดมากนะครับ พี่ไม่ได้บังคับคาดคั้นอะไร...”

          เพราะพี่เป็นแบบนี้ไง...ผมถึงชนะพี่ไม่ได้ซักที

          ไหน ๆ พี่ก็เชื่อใจผมถึงขนาดยอมเล่าเรื่องครอบครัวของตัวเองให้ฟังขนาดนี้แล้ว ยิ่งพูดแบบนี้ ผมก็ยิ่งรู้สึกผิดสิครับ ในเมื่อการกระทำของผมมันก็คงทำให้พี่อัยย์รู้สึกไม่ต่างไปจากตัวเองก่อนหน้านี้เลย...ว่าผมยังเชื่อใจพี่เขาไม่มากพอที่จะเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังอีกเหรอ

          อยากเล่าให้ฟังนะ แต่ว่าถ้าเล่าไปแล้ว...

          “...เกลียดรึเปล่า” สุดท้ายผมก็บอกออกไปเสียงเบา ทำให้พี่อัยย์ชะงักไปเล็กน้อย ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เหมือนจะบอกว่าไม่ได้ยินสิ่งที่ผมพูดยังไงอย่างงั้นทำให้ผมเอ่ยออกไปอีกรอบ “ถ้ารู้...พี่อัยย์จะเกลียดรึเปล่า”

          “น่ารักแบบนี้พี่ไม่เกลียดหรอกนะครับ...อีกอย่างถ้าเกลียดคงไม่ได้กินอาหารอร่อย ๆ สิเนอะ” พี่อัยย์พูดออกมาแบบนั้น แล้วยิ้มออกมาน้อย ๆ สองมือแนบลงกับแก้มผมเบา ๆ ทำให้ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ หลับตาลงพยายามตั้งสติ คำพูดของพี่อัยย์ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย...ถึงไอ้เรื่องอาหารอร่อย ๆ นั่นมันจะไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ซักเท่าไรก็เถอะ

          “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวซักหน่อย” ผมบอกพี่เขาเบา ๆ ยกมือขึ้นวางทับมือของพี่อัยย์ที่แนบอยู่กับแก้มแล้วค่อย ๆ ดึงมันลง บีบมืออุ่นไว้เบา ๆ

          ถ้าตัดสินใจลองเสี่ยงแล้ว...ก็คงมีแต่ต้องเสี่ยงไปให้สุดใช่มั้ยล่ะครับ ในเมื่อพี่เขาเชื่อใจผมขนาดนี้แล้ว ผมก็ควรจะเลิกกลัว แล้วให้ความเชื่อใจเขาคืนไปบ้างเหมือนกัน ถ้ามัวแต่กลัวไปเรื่อย ๆ แล้วไม่ยอมพูดอะไร มันคงไม่แฟร์

          “พาย...จริง ๆ แล้ว พายไม่ควรเกิดมา...” พอผมเริ่มเล่า พี่อัยย์ก็พลิกมือมากุมมือผมไว้แทน ทำให้ผมเงยหน้ามองพี่เขาเล็กน้อย “ไม่มีใครอยากให้พายเกิดมา เพราพายเกิดมา ผู้ชายคนนั้นก็เลยไม่มาหาแม่อีกเลย...ถึงจะส่งค่าเลี้ยงดูมาให้ แต่ก็ไม่มาหา พายเป็นแค่ลูกนอกสมรส...มันเกิดมาจากความผิดพลาดล้วน ๆ ”

          “...” พี่อัยย์ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่บีบมือผมไว้เบา ๆ

          ผมรู้ว่าแม่ไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกครับ...แม่รักผมจะตายไป แต่ว่า ยังไงมันก็กลายเป็นปมในใจผมอยู่ดี ยิ่งวันงานศพแม่ ตอนที่เจอคนที่เพิ่งรู้ว่าคือพี่ชายพ่อเดียวกันคนนั้น ผมยิ่งเข้าใจ ว่าไม่มีใครอยากให้ผมเกิดมา เรียกว่ามันเป็นปมลึก ๆ ในใจผมมานานแล้วเท่านั้นเอง ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟัง...ไม่สิ ไม่มีใครที่จะรับฟังมากกว่า ผมคงเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่ฟังไม่ได้หรอกครับ

          ผมอยากระบายเรื่องนี้ให้แม่ฟังนะครับ...เพราะแม่คือคนที่เข้าใจผมมากที่สุด แต่มันทำไม่ได้ไงครับ ก็เลยได้แต่เก็บไว้ในใจ...จนถึงตอนนี้ ตรงหน้าพี่อัยย์ ถ้าไหน ๆ มันก็มีโอกาสที่เขาจะเกลียดผมอยู่แล้ว ถ้ารู้ว่าผมเคยทำอะไรลงไปบ้าง ผมก็ขอเห็นแก่ตัว ให้เขารับฟังสิ่งที่ผมอยากจะระบายมานานนี่หน่อยแล้วกัน

          “พวกเขาเกลียดพาย แม่เป็นคนเดียวที่ดูแลพาย...ทั้ง ๆ ที่แม่ยังมีโอกาสไปเจอผู้ชายดี ๆ มีชีวิตดี ๆ อีกตั้งเยอะ ถ้าเกิดว่าพายไปเกิดมาซะก่อน...พายเป็นภาระให้แม่” ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกรอบ เงยหน้ามองพี่อัยย์ “พอโตขึ้น ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะเป็นเด็กดี แต่ก็ทำไม่ได้ มีแต่จะเพิ่มภาระให้แม่มากกว่าเดิม”

          ผมละสายตาจากพี่เขา หันไปมองลมเหนือ ลูกชายตัวน้อยของผมก็ยังตั้งอกตั้งใจปั้นดินน้ำมันของเขาอยู่ตรงโซฟาท่าทางไม่ได้สนใจทางนี้ แล้วพูดต่อ “พี่อัยย์สงสัยใช่มั้ยครับว่าทำไมพายถึงมีลมเหนือ”

          “อืม...” เขายอมรับออกมาในลำคอ ยังไม่ปล่อยมือไปจากผม

          “พาย...” ผมกัดริมฝีปากแน่น นี่เป็นสิ่งที่ผิดพลาดมากที่สุดในชีวิตผม มันไม่ใช่แค่ทำลายชีวิตตัวเองอย่างเดียว แต่มันส่งผลกระทบถึงใครหลายคน ถ้าหลังจากที่ได้ฟังประโยคนี้ เขาจะเกลียดผมก็ไม่แปลก...จะปล่อยมือที่จับไว้อยู่นี่ก็ไม่แปลกเหมือนกัน “...ทำผู้หญิงท้อง แล้วก็...ยังบอกให้เธอไปทำแท้ง พายเกือบจะฆ่าลมเหนือไปแล้ว”

          ...แล้วมืออุ่นคู่นั้นก็ปล่อยมือผมจริง ๆ

          ผมมองเขา แล้วยิ้มออกมา มือทั้งสองข้างตกลงข้างตัว เข้าใจคำว่าหัวใจกำลังร้องไห้ก็ตอนนี้แหละครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาซักหยด แต่รู้สึกโหวง ๆ ในใจสุด ๆ ไปเลยครับ “พี่อัยย์...”

          “...” พี่อัยย์ไม่ได้พูดอะไร หน้าเขานิ่งมากจนไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่เลยครับ แต่ก็ยังมองผมอยู่...ผมก็เลยตัดสินใจพูดต่อ

          “ถ้าตอนนั้นแม่ไม่ห้ามไว้ พายคงฆ่าลมเหนือไปแล้ว...ถ้าตอนนั้นไม่มีแม่ พายคงทำสิ่งที่แย่กว่านั้นไปแล้ว...” ผมก้มหน้าลง กำมือแน่น “...แต่ตอนนี้ไม่มีแม่แล้ว”

          ฟุ่บ !

          แล้วร่างของผมก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมแขนของคนตรงหน้าแทบจะในทันที พี่อัยย์กอดผมไว้ ลูบหัวเบา ๆ ทำให้ผมค่อย ๆ หลับตาลง

          ...ทำแบบนี้ หมายความว่ายังไม่เกลียดกันใช่มั้ย

          “ถ้าไม่ไหว ก็ไม่ต้องเล่าแล้วครับ ไม่ต้องฝืนนะเด็กดี...” เสียงทุ้มเอ่ยปลอบประโลมอยู่ข้างหูทำให้ผมเม้มริมฝีปากแน่น ถึงจะรู้สึกไม่ดีเท่าไรที่ต้องนึกถึงเรื่องพวกนี้ แต่พอได้พูดออกไปแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหน่อย...แล้วก็รู้สึกดี ที่พี่อัยย์ยังอยู่ตรงนี้

          “ฮื่อ...จะเล่า” ผมปฏิเสธไปเบา ๆ ส่ายหน้ากับไหล่พี่เขา พอเล่าออกมาแล้ว ก็อยากจะเล่าออกไปให้หมดนะครับ “เพราะว่าพายบอกให้เธอไปทำแท้ง...พอลมเหนือเกิดมา เขาก็เลยไม่แข็งแรง พัฒนาก็ช้ากว่าเด็กคนอื่น...แต่ถึงอย่างนั้น พายก็อยากดูแลเขาให้ดีที่สุด พายรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้...พายเคยคิดว่าถ้าส่งเขาให้คนอื่นที่พร้อมกว่านี้ดูแลก็คงดีกว่านี้ แต่ว่าพายทำไม่ได้ พายรักเขา...พายอยากอยู่กับเขา พายคิดว่าจะทำได้ดีพอ ถึงจะต้องเลี้ยงเขาคนเดียวก็เถอะ...แต่ว่าจริง ๆ แล้วพายทำไม่ได้ สุดท้ายพายก็เลี้ยงเขาได้ไม่ดีพอ”

          “...” พี่อัยย์ยังไม่ได้พูดอะไร แต่ผมสัมผัสได้ว่าอ้อมแขนที่กอดอยู่รัดแน่นขึ้นเล็กน้อย...ไม่ได้อึดอัดอะไร

          “พายไม่ได้เก่งเลยใช่มั้ยพี่อัยย์” ผมถาม ไม่ได้มองหน้าเขา แต่ซุกอยู่กับไหล่กว้างแทน “รู้แบบนี้แล้ว เกลียดพายรึเปล่าครับ”

          พอผมถามแบบนั้น พี่อัยย์ก็ลูบหัวผมเบา ๆ แล้วพูด  “พายที่พี่รู้จัก เป็นเด็กร่าเริงที่หวงลูกชายสุด ๆ ทำอาหารเก่ง แถมยังตั้งใจเรียน...เขาเคยทำเสื้อกาวน์พี่เลอะ แถมยังทำไหม้ด้วยนะ แต่ก็ซื้อข้าวมาขอโทษ แล้วยังนั่งรออยู่ที่โรงพยาบาลจนเผลอหลับ เขาขี้เกรงใจ แต่เวลาป่วยแล้วดันเอาแต่ใจผิดคาด ไม่ยอมกินยากับน้ำเปล่าแล้วยังชอบฝืนตัวเองจนร่างกายทรุด...แต่ว่าทั้งหมดนั่นพี่ไม่ได้เกลียดหรอกนะ พี่ชอบพายที่มองลมเหนือด้วยความรัก ชอบเวลาพายสอนพี่ทำอาหาร ชอบเวลาที่พายเอาแต่ใจ แต่พอเตือนก็ยอมฟัง ชอบเวลาที่โดนแกล้งแล้วก็ทำปากยื่นใส่ แล้วก็ชอบพายที่เข้มแข็งพอที่จะเล่าเรื่องพวกนี้ออกมาด้วย”

          “...” พอได้ฟังแบบนั้น ผมก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา ดันตัวเองออกมา พี่อัยย์คลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย แต่มือทั้งของข้างก็ยังพาดอยู่ที่เอวของผมอยู่ดี แต่ผมไม่ได้สนใจหรอกครับ ว่าตอนนี้เราจะอยู่ในท่าทางแบบไหน ที่ผมสนใจคือ ทั้งหมดที่เขาต้องการจะสื่อคืออะไรต่างหาก

          พี่อัยย์มองหน้าผม แล้วก็พูดต่อ “พระพายคนนั้น กับพระพายคนนี้เป็นคนเดียวกันรึเปล่าครับ”

          “...มันไม่เหมือนกัน” ผมบอกเสียงเบา ทำให้พี่อัยย์เลิกคิ้วขึ้น เหมือนจะถามว่าไม่เหมือนกันยังไง “ตอนนั้นพี่อัยย์ยังไม่รู้ว่าพายเคยพลาดอะไรไปบ้าง...พายทำผู้หญิงท้อง พายบอกให้เธอทำแท้ง พายเกือบจะฆ่าลมเหนือ...พายเลวนะพี่อัยย์”

          “ไม่ว่าใครก็เคยทำผิดพลาดกันทั้งนั้น...แค่เรื่องของพายมันอาจจะดูหนักหนา แต่พายก็ผ่านมันมาได้แล้วนี่ครับ ใช่มั้ย ฮึ ? พี่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกเลยนะ” พี่เขาบอกแบบนั้น แล้วยิ้มน้อย ๆ ให้

          “จริงเหรอ...พี่อัยย์ไม่ได้เกลียดพายจริง ๆ ใช่มั้ย” ผมถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ บอกรอยยิ้มบางบนใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้จนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจนั้นอย่างต้องการคำตอบ

          “อืม...พี่ไม่เห็นว่ามันจะต่างจากก่อนหน้านี้ตรงไหน พายยังเป็นเด็กน่ารักอยู่เหมือนเดิมนะครับ” พี่อัยย์บอกแบบนั้น เลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบหัวผมเบา ๆ “ถ้าจะมีอะไรเพิ่มเติมก็คือ...พี่ได้รู้จักเรามากขึ้นแล้วไง”

          “พี่อัยย์...” ผมเรียกพี่เขาเสียงเบา ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมาในที่สุด “ขอบคุณครับ---อ่ะ !

          “ป๊ะป๋า กอดด้วย ! ” แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยขอบคุณพี่เขาให้เต็มเสียง เสียงกระแทกเบา ๆ ที่ขากับเสียงเล็ก ๆ สดใสของลมเหนือก็ดังขึ้นมาซะก่อน ทำให้ผมหันไปมอง ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนของพี่อัยย์เมื่อเห็นว่าลูกชายตัวน้อยกำลังเกาะขาผมอยู่ แถมยังยิ้มกว้างเชียวครับ

          “ลมเหนือ เล่นเสร็จแล้วเหรอครับ หิวรึยังเอ่ย ? ” พอเห็นลูกชายยิ้ม ผมก็ยิ้มตามออกมาอย่างไม่ยากเย็นนัก พอมีลมเหนืออยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าโลกสดใสขึ้นมาเลยล่ะครับ...เพราะแบบนี้ เวลามีเขาอยู่ด้วย ผมถึงไม่มีเวลาคิดมากเท่าไรไง...แต่คิดถึงเขาก็ไม่มีเวลาให้คิดเรื่องอื่นแล้วล่ะครับ ผมทรุดตัวลงนั่งให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา

          “ห้าย ! ” เจ้าตัวเล็กบอก แล้วยื่นอะไรบางอย่างที่กำไว้ในมือมาให้ ผมเลิกคิ้วขึ้น ยื่นมือไปรับก็เห็นว่ามันเป็นดินน้ำมันรูปร่างเบี้ยว ๆ นิดหน่อย คงเป็นของที่เขาตั้งใจปั้นอยู่เมื่อกี้ล่ะมั้งครับ แต่ดูไปดูมามันก็คล้าย ๆ หัวใจอยู่นะครับ ถึงจะเบี้ยวก็เถอะ

          “ให้ป๊ะป๋าเหรอครับ” พอผมถาม ลมเหนือก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วยิ้มกว้างจนตาปิด

          “งื้อ ! ยักป๊ะป๋า ! จุ้บ !” เขาบอกแบบนั้นแล้วก็ยื่นหน้ามาจุ้บแก้มผม...รักเหรอ ผมยิ้มกว้างออกมา รวบตัวลมเหนือเข้ามากอดแน่น ๆ

          “ป๊ะป๋าก็รักลมเหนือครับ รักมาก ๆ เลยนะ” ผมยิ้ม สัมผัสได้ว่าแขนเล็ก ๆ กำลังโอบกอดผมเอาไว้เหมือนกัน พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นพี่อัยย์ยิ้มให้อยู่

          “หกโมงกว่าแล้ว รีบทำอาหารกันต่อดีกว่าเนอะ ตัวเล็กจะได้กินข้าว”

          “ครับ”

          ผม...รู้สึกว่าเราสนิทกันมากขึ้น คราวนี้ ผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียวจริง ๆ ใช่มั้ย...ผมรู้เรื่องของพี่อัยย์ แล้วพี่อัยย์ก็รู้เรื่องของผม

          เรารู้จักกันมากขึ้นแล้ว...ใช่มั้ยครับ

 

จบไปอีกตอนค่า

ทำไมรู้สึกเหมือนพี่อัยย์แอบสารภาพรัก แต่เหมือนน้องพายของเราจะยังไม่รู้ตัวยังไงอย่างงั้น หรือพี่อัยย์เนียนเกิน อาศัยจังหวะน้องเสียศูนย์แล้วก็สารภาพซะเลย ! //ไม่ใช่ล่ะ 555555555

เขาเข้าใกล้กันอีกนิดแล้วค่ะ >w< ตอนนี้พระพายก็เล่าทุกอย่างให้พี่อัยย์ฟังไปหมดแล้วเนอะ ไม่มีอะไรต้องติดใจสงสัยกันแล้ว หลังจากนี้พี่อัยย์ก็เดินหน้าเต็มที่ได้แล้วนะคะ อิ ๆ น้องไว้ใจล๊าวววว

ขอฝากพระพาย ลมเหนือ และพี่อัยย์ไว้อีกตอนด้วยค่า

ปล.ติดแฮชแท็ก #ทาสน้องเหนือ สำหรับเรื่องนี้นะคะ จุ้บ ๆ
















(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

2,593 ความคิดเห็น

  1. #2571 Pangpp24 (@RatchaneewanPaNg) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:13
    โอ๋เอ๋นะพาย
    #2571
    0
  2. #2492 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 08:15
    สงสารพายเนอะ
    #2492
    0
  3. #2404 mook (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 10:44
    พระพายเป็นคนที่น่ารักที่สุดในโลกแล้วก็เข้มแข็งมากด้วยที่ก้าวผ่านเรื่องแย่ๆมาได้
    #2404
    0
  4. #2368 manabi kaminaga (@manabu_sensei) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 18:58
    พรี่คะพรี่เนียนไปเเร้วนะ!
    #2368
    0
  5. #2162 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 07:45
    น้ำตาซึมเลยย
    #2162
    0
  6. #2132 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 02:21
    เศร้าง่ะ สงสารพระพายจัง
    #2132
    0
  7. #1339 noomnim (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 14:09
    น้ำตาซึมกับพระพาย #หลงน้องเหนือหนักมาก
    #1339
    0
  8. #1338 noomnim (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 14:09
    น้ำตาซึมกับพระพาย #หลงน้องเหนือหนักมาก
    #1338
    0
  9. #892 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 22:47
    ดีงามค่ะ..เปิดใจกันแล้ว
    #892
    0
  10. #702 Look_So (@arisa0018) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 20:17
    ละมุน~~~
    #702
    0
  11. #687 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 04:14
    ใช่ ๆ พี่อัยย์พูดถูก ไม่มีใครไม่เคยทำผิดนะน้องพาย แต่เราเอาสิ่งที่ผิดมาเป็นบทเรียนและทำชีวิตให้ดีขึ้นนั่นมันดีแล้วค่ะ ตอนนี้ก็ได้รู้จักกันมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้วเน้อะ เปิดใจให้กันอีกนิด คิคิ น้องเหนือก็น่ารักเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของป๊ะป๋าเลยค่ะ^^ // ไรท์เตอร์คะ คือเวลาตอบรับอย่างเช่นเวลาที่พายคุยกับนานานี่ คำว่า "เอ่อ" มันน่าจะเป็น "เออ" หรือเปล่าอะคะ "เอ่อ" นี่นึกถึงเวลาคนกำลังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ นึกคำพูดไม่ออกอะไรทำนองนั้นอะค่ะ
    #687
    1
    • #687-1 Rabbit Tan (@keaw1542542) (จากตอนที่ 30)
      16 สิงหาคม 2559 / 05:44
      จริงด้วยค่ะ เดี๋ยวจะลองเช็คแล้วแก้ใหม่นะคะ ขอบคุณที่เตือนค่า
      #687-1
  12. #676 polypoly99 (@polypoly99) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 22:59
    พี่อัยย์ใจดีมาก พระพายก็เป็นคนดี แม้จะผิดพลาดมา. สมกันนะ อิอิ
    #676
    0
  13. #649 Rabbitmb (@rbbitmb) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 14:18
    คืออยากจะร้องไห้เลยอ่ะ ดีแล้วที่พี่อัยย์ไม่ว่าอะไร ขอให้ไม่มีม่าา
    #649
    0
  14. #645 arimasa12345 (@arimasa12345) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 20:47
    น้องลมเหนือน่ารักจริงวุ้ย 555
    #645
    0
  15. #644 เบ๊บ (@piida) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 20:39
    ร้องไห้เลยง่ะ
    #644
    0
  16. #642 siriwanja (@siriwanja) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 18:57
    >w< ฟินนนนน
    #642
    0
  17. #634 Yuixo (@Yuixo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 16:28
    รอออออออออ
    #634
    0
  18. #632 Lollipop _sweet (@jungkook_pim) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 16:10
    รอมาต่อค่าาาา
    #632
    0
  19. #629 So Lucky My Love (@toei-siripreeya) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 15:44
    พี่อัยย์นี่ก็เนียนไม่เบาเลยนะมีกอดเอวน้องด้วย 555555555
    #629
    0
  20. #623 หวังเจียเอ๋อ (@open2001) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 14:50
    พี่อัยย์มีเนียนกว่าบีบีอีก
    #623
    0
  21. #621 _นกน้ำดั่มได๋_ (@0863586488) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 14:39
    ยอมเล่าแล้ววววว เห้อพี่อัยย์นี่ก็เนียนเกิ๊นนน5555
    #621
    0
  22. #619 NaaELF (@wookie1987) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 14:17
    ลมเหนือ~ น่ารักจังเลยย ><
    #619
    0
  23. #617 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 14:15
    ซึ้งง น่ารัก รู้สึกอบอุ่น
    #617
    0
  24. #607 Puipeepo (@puimimoma) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 10:54
    หวานละ
    #607
    0
  25. #605 pupypop (@poppupy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 10:06
    เนียนกว่ารองพื้นก็พี่อัยย์นี่แหละค่ะ คู๊ณณณ
    #605
    0