Pob-Rak Publishing | [END] B A B Y S I T T E R ★ รับ เลี้ยง รัก [YAOI]

ตอนที่ 36 : B A B Y S I T T E R 3 5 ★ นิ ท า น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    27 ส.ค. 59












B A B Y S I T T E R 3 5 นิ ท า น

 

# PRAPINE

          “พี่อัยย์ พายพาน้องเหนือไปแปรงฟันนะครับ” ผมบอกพี่เขา หลังจากที่เรากินข้าวกันเสร็จไปได้พักหนึ่ง ทำให้พี่อัยย์ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการล้างจานในครัวหันมามองเล็กน้อยแล้วพยักหน้าให้ ผมก็เลยพาเจ้าตัวเล็กเข้าไปใช้ห้องน้ำในห้องนอนพี่อัยย์...แปรงสีฟันมันอยู่ในนั้นน่ะครับ จำได้ไหม แปรงสีฟันอันที่พี่อัยย์ซื้อมาตอนผมป่วยนั่นแหละ บางวันถ้าลมเหนือกินข้าวเย็นที่นี่ก็จะให้เขาแปรงฟันที่นี่เลย กลับหอไปจะได้นอนเลย หรือถ้าเผลอหลับไปก่อนจะได้ไม่ต้องปลุกขึ้นมาใหม่น่ะครับ

          จริง ๆ ห้องน้ำที่อยู่ข้างนอกห้องนอนก็มีนะครับ แต่พี่อัยย์บอกว่าไม่ต้องย้ายแปรงสีฟันออกมาหรอก ให้มันอยู่ในนั้นไปนั่นแหละ ผมก็เลยปล่อยเลยตามเลย จนตอนนี้ชินกับการเดินไปใช้ห้องน้ำในห้องนอนพี่เขาแล้วล่ะครับ ถ้าวันไหนต้องเปลี่ยนมาแปรงฟันข้างนอกคงจะรู้สึกแปลก ๆ ความเคยชินนี่มันร้ายกาจจริง ๆ

          ผมกวาดตามองรอบห้องนอนพี่อัยย์ ก็ยังเรียบร้อยเหมือนเดิม แถมเต็มไปด้วยหนังสือเพียบเลยครับ...จะว่าไป พี่อัยย์มีหนังสือเยอะนี่น่า เขาจะมีเล่มที่ผมซื้อมาด้วยรึเปล่านะ ? แต่ถ้าเขามีผมคงชอกช้ำมากอ่ะ อุตส่าห์ไปซื้อมาตั้งแพง...

          ผมกวาดสายตาผ่านชั้นหนังสือไป เดินจูงลมเหนือไปแปรงฟันในห้องน้ำให้เรียบร้อย พอมาถึงเจ้าตัวเล็กก็ปีนขึ้นเก้าอี้ต่อขาแล้วหยิบแปรงสีฟันมาเตรียมพร้อม พอผมบีบยาสีฟันให้เขาก็เริ่มแปรงฟันอย่างว่าง่าย ไม่ต้องรอให้สั่งอะไรเลยครับ ลูกใครเนี่ย เก่งจัง อิ ๆ

          ผมยืนมองเขาแปรงฟันแก้มตุ่ยแล้วก็ยิ้มออกมา ทำไมลมเหนือน่ารักขนาดนี้เนี่ย ลูกชายผมนี่แค่ยืนเฉย ๆ ก็ทำให้ผมยิ้มได้อ่ะครับ แบบว่าปล่อยออร่าความน่ารักออกมาเป็นคอมโบ

          ลมเหนือใช้เวลาแปรงฟันไปซักพัก จากนั้นก็บ้วนปากล้างหน้าให้เรียบร้อย เดี๋ยวนี้ทำเองได้หมดแล้วครับ ผมล่ะปลื้มปริ่มจริง ๆ

          “เส้ดแย้ว” พอล้างหน้าเรียบร้อยแล้วเก็บแปรงสีฟันเข้าที่เดิม เจ้าตัวเล็กก็เงยหน้าขึ้นมาบอกผม ยิ้มยิงฟันให้

          “เก่งจังเลยครับ ต้องแปรงฟันทุกวันแบบนี้ฟันจะได้ไม่ผุเนอะ” ผมบอกเขา หยิบผ้าจนหนูมาซับหยดน้ำที่เกาะพราวบนใบหน้าและแก้มนิ่มเบา ๆ ขณะที่ลมเหนือพนักหน้าหงึกหงักให้

          “งื้อ” เจ้าตัวเล็กตอบรับ รอจนผมเช็ดหน้าให้เสร็จแล้วก็กระโดดสองขาลงมาจากเก้าอี้ต่อขา เห็นเซไปนิดหน่อยจนผมใจหล่นวูบเลยครับ แต่โชคดีที่เจ้าตัวเล็กกางแขนออกแล้วก็สามารถทรงตัวได้ในที่สุด ไม่ได้ล้มหัวทิ่มหัวตำไป

          “ไม่กระโดดนะครับ เดี๋ยวล้มแล้วเจ็บนะ” ผมเตือนเขาเบา ๆ ทำให้ลมเหนือหันมากระพริบตาปริบ ๆ ให้ มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างจับมือผมไว้แล้วก็กระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ

          “หนุก ๆ ! มีป๊ะป๋า จาไม่ย้ม ! ” คิดว่าพอลูกชายพูดแบบนั้นแล้วผมจะได้ทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากยิ้มแก้มปริ แล้วปล่อยให้เขาจับมือผมแล้วกระโดดอยู่แบบนั้นอีกซักพัก โอ้ยยยยยย ปริ่ม ปริ่มแรง ปริ่มสุดอ่ะครับ ฮ่อลลลลลล

          “ครับ ป๊ะป๋าไม่ให้ลมเหนือล้มหรอกเนอะ” ผมรับคำเบา ๆ มองเขาที่กระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ จนเริ่มเหนื่อยแล้วนั่นแหละครับถึงจะยอมหยุด เจ้าตัวเล็กเปลี่ยนมาดึงมือผมออกไปข้างนอกห้องน้ำแทน ผมก็เดินตามอย่างว่าง่าย คิดว่าจะออกไปข้างนอกกัน...แต่ไม่ครับ เขาจับมือของผมแล้วจูงมาทีเตียง พอหยุดอยู่ข้างเตียงก็ปล่อยผมทิ้งไว้กลางทาง แล้วร่างเล็ก ๆ ก็พยายามตะกาย ๆ ปีนขึ้นเตียงนุ่มซะอย่างนั้น

          ผมมองเจ้าตัวน้อยที่กำลังใช้ความพยายามอย่างมากในการปีนขึ้นเตียงอยู่ซักพัก จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องช่วยดันตัวเขาขึ้นไป...เดี๋ยวนะ จริง ๆ แล้วผมควรพาเขาออกจากห้องมากกว่าช่วยเขาปีนขึ้นเตียงคนอื่นรึเปล่าครับ ?

          แต่เห็นความพยายามของลูกชายแล้วก็อยากช่วยให้สำเร็จอ่ะ สำหรับลมเหนือการปีนขึ้นเตียงพี่อัยย์ในครั้งนี้อาจเหมือนการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ก็ได้นะครับ !! ...โอเค จริง ๆ คือ ตอนเขาปีนมันน่ารักมาก เหมือนก้อนกลมนุ่มนิ่มน่าฟัดเกาะอยู่ที่เตียง แล้วพยายามกระโดดดึ๋ง ๆ เพื่อพาตัวเองขึ้นไปบนเตียง น่ารักซะจนผมไม่สามารถทำลายความพยายามของเขาได้นั่นแหละครับ

          “แปงฟันแย้ว นอน ๆ ” พอขึ้นเตียงได้แล้ว เจ้าตัวเล็กก็ยิ้มกว้างจนตาปิด กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงกว้างแล้วพูดแบบนั้น...เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ผมเพิ่งสังเกต ผมเตียงมีตุ๊กตาหมาตัวยาวที่ออกแบบเพื่อใช้เป็นหมอนข้างสำหรับเด็กอยู่ด้วยครับ

          เหอ ๆ พี่อัยย์ซื้อของให้ลูกผมอีกแล้วแหง ๆ วันนี้ก็พาออกไปตะลอนห้างด้วย...พี่เขาไลน์มาบอกผมเมื่อตอนกลางวันน่ะครับว่าจะพาลมเหนือออกไป

          “ป๊ะป๋า นอนเย้ววว” เสียงเล็ก ๆ ของลมเหนือทำให้ผมยิ้มให้เขาน้อย ๆ มองลูกชายที่กลิ้งไปซุกตุ๊กตาหมาตัวใหม่ของเขาแล้วกอดมันกลิ้งกลับมา...เตียงพี่อัยย์ที่กว้างดีจริง ๆ ครับ กว้างพอให้ลมเหนือกลิ้งได้ซัก 18 ตลบโดยไม่ต้องกลัวว่าเจ้าตัวเล็กของผมจะหล่นลงมาน่ะครับ เทียบไปเตียงที่หอที่แค่พลิกตัวทีเดียวยังเกือบตกแล้วก็...นะ

          “นอนไม่ได้นะครับ นี่ห้องพี่อัยย์เนอะ” ผมบอกเขา ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ข้างเตียง ให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับลูกชายที่กำลังนอนมองผมตาแป๋วอยู่

          “ด้ายจิ ! ลุงไอบอกมา ! ” เขาบอกตาใส ทำให้ผมได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ ...พี่อัยย์จะตามใจลูกผมมากไปรึเปล่าเนี่ย อะไรก็ได้หมด แต่ก็เข้าใจแหละครับ ใครเห็นลมเหนือก็ต้องยอมเจ้าตัวเล็กกันทั้งนั้น ก็ลูกชายผมมันน่ารักนี่ อิ ๆ นี่ไม่ได้อวยเลย พูดความจริงล้วน ๆ นะ

          ...แต่ถึงเขาจะบอกมาแบบนั้น แต่มากลิ้งบนเตียงพี่เขาโดยพลการแบบนี้มันไม่น่าจะดีเท่าไรมั้งครับ

          “ลุงอัยย์บอกลมเหนือนอนได้ แต่ไม่ได้บอกป๊ะป๋า ป๊ะป๋านอนไม่ได้นะ...ลมเหนือจะนอนคนเดียวเหรอครับ” ผมบอกเขาแบบนั้น จิ้มแก้มยุ้ยนุ่มนิ้มของลูกชายตัวเองเบา ๆ ขณะที่ลมเหนือนิ่งไปเหมือนกำลังประมวลผลสิ่งที่ผมพูดอยู่ แต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวเล็กจะได้ตอบอะไร เสียงจากทางประตูห้องก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

          “ป๊ะป๋าก็นอนได้นะ” ผมหันควับไปมองเจ้าของเสียง จะใครล่ะครับถ้าไม่ใช่เจ้าของห้องนี้ ร่างสูงยืนพิงประตูแล้วมองมาทางผมยิ้ม ๆ ท่าทางเหมือนจะยืนดูอยู่ซักพักแล้วนะครับ...ทำไมมาไม่ให้สุ้มให้เสียงวะ เดี๋ยวผมตกใจช็อคตายทำไง...ล้อเล่นครับ ไม่ได้ขวัญอ่อนขนาดนั้น

          “ลุงไอห้ายนอนแย้ว ! ” เป็นเจ้าตัวเล็กที่บอกออกมาเสียงสดใส ทำให้ผมละสายตาจากพี่อัยย์หันไปมองลูกชายตัวเองที่กอดตุ๊กตาหมอนข้างแล้วกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง ท่าทางมีความสุข

          “ครับ ลุงอัยย์ให้ทั้งตัวเล็กทั้งป๊ะป๋านอนเลยเนอะ” ไม่ใช่ผมที่ตอบลมเหนือหรอกครับ เป็นพี่อัยย์ต่างหาก เขาเดินยิ้ม ๆ เข้ามาในห้อง ทรุดตัวนั่งลงที่ขอบเตียง ข้าง ๆ ผมที่นั่งอยู่บนพื้นนั่นแหละครับ ผมเงยหน้ามองพี่เขานิดหน่อย สบกับดวงตาคู่คมหลังแว่นพอดี...อือหือ มุมนี่โพซิสชั่นเยี่ยงนางทาสอ่ะ เหอ ๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าพี่อัยย์เขายิ้มอบอุ่นอ่อนโยนปล่อยออร่าฟรุ้งฟริ้งออกมาอยู่นะครับ มันจะฟิลนางทาสมาก

          ...ผมว่า จินตนาการผมเริ่มหลุดลอยไปใกล้ล่ะ กลับมาพระพาย กลับมา

          ผมเรียกสติตัวเองกลับมาอยู่ตรงหน้า มองพี่อัยย์ตาปริบ ๆ จนกระทั่งพี่เขาเอาบางสิ่งบางอย่างที่แข็งแล้วก็ค่อนข้างหนักมาวางลงบนหัวผมเบา ๆ นั่นแหละครับ ผมถึงเลิกจ้องพี่เขา

          ผมหยิบของที่พี่อัยย์วางแปะไว้บนหัวผมมาดู เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ เมื่อเห็นว่ามันเป็นหนังสือที่ผมซื้อมาวันนี้เนี่ยแหละครับ...เป็นเท๊กซ์บุ๊คปกแข็งที่หนักพอสมควรและโคตรแพง รู้สึกเมื่อกี้จะวางทิ้งไว้บนโต๊ะหน้าทีวี

          “อ่า...นี่ของพายเอง” ผมมองหนังสือในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองพี่อัยย์ ขณะที่เจ้าตัวเล็กก็กลิ้งกลับมาชะโงกดูหนังสือของผมด้วย แต่พอได้ยินผมพูดแบบนั้นแล้วพี่อัยย์ก็ส่ายหน้า หัวเราะเบา ๆ ออกมาแล้วชี้ไปที่ชั้นหนังสือในห้องพี่เขา

          พี่อย่าบอกนะว่า...

          “จะบอกว่าไม่ต้องซื้อก็ได้ครับ ถ้าอยากได้เล่มไหนยืมพี่ก็ได้ ที่ต้องใช้ตอนเรียนพี่มีเกือบหมดนั่นแหละ” ...โอ้โห้ ช็อคแปป ทำไมพี่อัยย์ทำแบบเน้ ฮืออออ รู้มั้ยว่าผมต้องเสียเวลาหาหนังสือไปตั้งเท่าไร แล้วต้องเสียตังค์ค่าหนังสือเล่มนี้ไปอีกเท่าไร พระพายจะร้องไห้ ! รู้งี้ถามพี่เขาก่อนก็ดีหรอก ตอนนั้นก็ไม่ทันคิด เห็นหนังสือแล้วก็รีบซื้อไปเลยซะอย่างงั้น

          ผมก้มลงมองหนังสือในมือตาปริบ ๆ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองพี่อัยย์ “พายเอาไปคืนได้มั้ยอ่ะ...”

          “หึ...” แต่พอพูดแบบนั้น พี่เขาก็ดันหัวเราะออกมาซะอย่างงั้นอ่ะ อะไร นี่จริงจังนะเว้ย ผมขมวดคิ้วใส่พี่อัยย์ หยิกต้นขาพี่เขาที่อยู่ใกล้มือไปที ข้อหาหมั่นไส้...ไม่ได้หยิกแรงหรอกครับ พระพายไม่กล้าถึงขั้นนั้น เหอ ๆ “โอ้ย ๆ อย่าหยิกสิ”

          พี่อ่ะร้องเว่อร์ ! ไม่ได้หยิกแรงเลย มาอ้งมาโอ้ย ชิชะ !

          “ก็อย่าหัวเราะสิครับ นี่แพงนะ” ผมบอก ยู่หน้าใส่พี่อัยย์ ใช่ซี๊...บ้านพี่มันรวย ไม่เข้าใจคนกินแกลบอย่างผมหรอก ฮึก...จริง ๆ ก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ แต่เงินทุกบาททุกสตางค์อยากจะใช้เพื่อลูกชายมากกว่านี่น่า ผมน่ะยังไงก็ได้อยู่แล้ว เพราะงั้น การซื้อหนังสือซ้ำมาทั้ง ๆ ที่มีให้ยืมนี่มันฟุ่มเฟือยสุด ๆ !!!

          ถามว่าทำไมไม่ยืมหอสมุด...จากสถิติการหาหนังสือของผมแล้วนะครับ อัตราการหาหนังสือที่ต้องการในช่วงสอบเจอมันน้อยมากถึงมากที่สุดเพราะมักจะโดนคนอื่นยืมไปก่อนหน้านี้แล้ว ยิ่งเล่มไหนที่รุ่นพี่ว่าดีนะครับ อือหือ...แย่งกันยืมเร็วกว่าผู้หญิงเวลาวิ่งเข้าไปรุมซื้อของลดราคาอีก

          “ครับ ๆ ไม่หัวเราะแล้ว” พี่อัยย์บอกแบบนั้น แต่ก็ยังยิ้มขำ ๆ มาให้ผมอยู่ดี ผมส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ เลิกมองพี่เขาแล้วหันมามองหนังสือในมือแทน แต่มองไปได้ไม่เท่าไร มือเล็ก ๆ ของลูกชายสุดที่รักก็คว้าหนังสือเล่มนั้นไปจากมือผมซะอย่างนั้น

          ผมมองลมเหนือ เห็นเขาใช้สองมือจับหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา แล้ววางไว้บนเตียง เอียงคอมองหน้าปกแล้วหันมาหาผม ยิ้มกว้างจนตาปิด มือเล็ก ๆ ก็ตบหน้าปกหนังสือดังแปะ ๆ “ป๊ะป๋า เล่า !

          สงสัยจะเข้าใจว่าเป็นนิทานล่ะมั้งครับ

          ผมยิ้มน้อย ๆ ให้ลูกชายตัวเอง ยันตัวขึ้นมานั่งบนขอบเตียงแทน ข้าง ๆ พี่อัยย์นั่นแหละ ไม่ไหวครับ นั่งยอง ๆ เกาะขอบเตียงนาน ๆ ก็เมื่อยนะ พอเปลี่ยนท่านั่งเรียบร้อยแล้วก็หันไปอุ้มลมเหนือมานั่งตัก ให้เจ้าตัวเล็กพิงอกผม แล้วบอกเขา “เล่มนี้ไม่ใช่นิทานครับ เป็นหนังสือเรียนนะ”

          “เยียน... ? ” เขาแหงนหน้ามองผมจนคอแทบจะตั้งฉาก ดวงตาใสแป๋วเหมือนจะเต็มไปด้วยความสงสัยทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจุ้บแก้มเขาเบา ๆ แล้วพยักหน้าให้

          “ครับ”

          “คือใย” เขาถาม กระพริบตาปริบ ๆ ให้ผม ทำให้ผมค่อย ๆ ดันหัวเขาให้กลับไปตั้งตรงดี ๆ แหงนหน้ามาก ๆ เดี๋ยวปวดคอเอาครับ จากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบหนังสือมาถืออยู่ตรงหน้าเจ้าตัวเล็ก

          “ถ้าลมเหนือเข้าโรงเรียนแล้ว ลมเหนือจะต้องเรียนครับ แล้วก็ต้องใช้หนังสือเรียนด้วยนะ” ผมบอก มองมือเล็ก ๆ ที่กำลังเปิดหนังสือเล่มนั้นยิ้ม ๆ เขาคงอ่านไม่ออกหรอกครับ มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมด

          “ม่ายหนุก” เจ้าตัวน้อยล้มเลิกความตั้งใจที่จะพยายามอ่านมัน แล้วเงยหน้าขึ้นมา ทำหน้ามุ่ยใส่ผม ตะกาย ๆ ออกจากตักแล้วกลิ้งไปที่เตียงอีกฝั่ง ทำให้ผมหันมอง เห็นเจ้าตัวน้อยคว้าหนังสือเล่มบาง ๆ ที่วางอยู่ตรงนั้นมา แล้วกลิ้งกลับมาหาผม “อันนี้หนุก”

          ผมเลิกคิ้ว มองหนังสือนิทานภาพที่เจ้าตัวเล็กหยิบมาแล้วยิ้มน้อย ๆ ให้ รับหนังสือเล่มนั้นมา “ครับ ถ้างั้นอยากฟังมั้ยเอ่ย”

          “อื้อ” เขาพยักหน้าหงึกหงัก ยืนขึ้นบนเตียงนุ่มแล้วใช้สองมือดึงแขนผมให้ขึ้นไปบนเตียง...ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่ขอบเตียงน่ะครับ “เอาป๊ะป๋ามา จานอน”

          ผมหัวเราะเบา ๆ ลูกชายผมไม่ชอบนอนคนเดียวครับ เป็นไปได้ต้องมีหมอนข้าง แต่ถ้าจะให้ดีต้องมีคนให้เขากอด...แน่นอนว่า คนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอนจากผม อิ ๆ

          ผมหันไปมองพี่อัยย์เป็นเชิงขออนุญาต ยังไม่ลืมนะครับว่านี่ห้องพี่เขา พี่อัยย์ยิ้มให้ แล้วบอก “ตัวเล็กท่าทางจะอยากฟังนิทานของป๊ะป๋าแล้วนะ”

          พอพี่อัยย์พูดแบบนั้น ผมก็แยกเขี้ยวให้เขาไปที ผมไม่ใช่ป๊ะป๋าของพี่ซักหน่อย คำนี้ลมเหนือเรียกได้คนเดียวนะ หวง ๆ

          “ลุงไอด้วย ! ” เสียงเล็ก ๆ ของลมเหนือทำให้ผมหันไปมอง พร้อมกับคนข้าง ๆ คราวนี้ลมเหนือก็เลยเดินเซ ๆ ไปดึงพี่อัยย์แทน ปล่อยแขนผมแล้วครับ “ฟังด้วย !

          “ครับ ลุงอัยย์ก็อยากฟังเนอะ” คนนี้ก็ไม่เคยปฏิเสธอะไรกับเขาเลยซักอย่าง ตามใจลูกผมเกินไปแล้วพี่อัยย์...แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะครับ ดูสิ ลมเหนือยิ้มกว้างตาปิดเลย แถมยังปรบมือแปะ ๆ อย่างดีใจเมื่อพี่อัยย์ยอมขยับขึ้นไปบนเตียง มือหนาจับเจ้าตัวเล็กของผมไว้ กันไม่เข้าล้มหัวทิ่มหัวตำไปก่อน จากนั้นสายตาสองคู่ก็หันมามองผม แล้วอย่างนี้ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากพาตัวเองขึ้นไปนั่งบนเตียงด้วย ยังไงเจ้าของห้องก็อนุญาตแล้วนี่เนอะ

          ผมขยับตัวไปนั่งพิงหัวเตียง แล้วตบตักตัวเองเบา ๆ “มานี่เร็วครับลมเหนือ ป๊ะป๋าจะเล่าเรื่องคุณหมูให้ฟังเนอะ”

          “งื้อ ! ” เขาตอบรับเสียงใส สะบัดตัวออกจากมือพี่อัยย์แล้ววิ่งเตาะแตะมาหาผม แต่เพราะเตียงมันนุ่ม เขาก็เลยเซไปเซมา สุดท้ายก็เกือบจะหัวทิ่มอยู่ตรงหน้าผมแล้วครับ ดีที่ผมรับทัน แต่ลมเหนือเหมือนจะไม่ได้กลัวอะไรกับจากเซเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เท่าไรนะครับ เพราะเขาหัวเราะคิกคักท่าทางสนุกเชียว

          ผมมองร่างเล็กที่ล้มตัวลงนอนหนนตักผมแล้วจ้องผมตาแป๋วยิ้ม ๆ เปิดหนังสือนิทานขึ้นมา

          “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว---อ่ะ...พี่อัยย์ ! ” แต่พอเริ่มเล่าไปได้ไม่ถึงประโยค อะไรหนัก ๆ ก็ทับตักผมอีกข้าง ทำให้ผมก้มมอง...จะอะไรซะอีกซะครับ ถ้าไม่ใช่เจ้าของชื่อที่นอนหนุนตักผมอีกข้างเนี่ย !?

          “เล่าต่อสิครับ” พี่เขายิ้ม ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย อย่า...อย่ามากเนียนพี่อัยย์

          “พี่เล่นไรเนี่ย” ผมก้มหน้าลงไปถามพี่เขาเสียงเบา ขณะที่พี่อัยย์แค่เลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย ยิ้มสบาย ๆ ออกมา

          “ไม่ได้เล่นครับ ป๊ะป๋าเล่านิทานให้ฟังเร็ว” เขาบอกแบบนั้น ยกมือขึ้นหยิกแก้มผมเบา ๆ ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรหรอกครับ ผมกัดริมฝีปาก ขมวดคิ้วมองพี่อัยย์...พี่อย่ามาคิดว่าอ้อนเป็นเด็ก ๆ แบบนี้แล้วมันดูน่ารักนะ ไม่ ! ไม่เลยซักนิด

          “ฮื่อ...ไม่ใช่ป๊ะป๋าซักหน่อย...”

           ไม่น่ารักเลย...จริง ๆ นะ

           “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” แต่สุดท้าย ผมก็ยอมเขาอีกจนได้ ผมเริ่มต้นเล่านิทานอีกครั้ง แต่มันก็จบลงที่ท่อนเดิมประโยคเดิมเพราะเจ้าตัวน้อยที่นอนอยู่ดี ๆ ดันลุกขึ้นมา ปีนตักผมข้ามไปอีกฝั่งที่พี่อัยย์นอนอยู่นั่นแหละครับ

          ผมมองเจ้าตัวเล็กที่ย้ายตัวเองไปหาพี่อัยย์แล้วนอนข้าง ๆ ร่างสูงซะอย่างนั้น ทำให้พี่อัยย์ต้องเสียสละแขนข้างหนึ่งให้เจ้าตัวน้อยแทนเพราะแค่หัวเขาก็เต็มตักผมล่ะครับ ไม่เหลือที่ให้เจ้าตัวเล็กของผมแล้ว

          ฮึ่ม...พี่แย่งลูกผม แล้วนั่นอะไร อย่าคิดว่าไม่เห็นนะ มาเนียนกอดลูกผมอีก พี่อ่ะแม่ง...

          “ป๊ะป๋าเล่า ! ” แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เสียงเล็ก ๆ ของลูกชายสุดที่รักที่ดังเร่งขึ้นมาซะก่อน ทำให้ผมได้แต่ยิ้มให้ แล้วเริ่มเล่านิทานใหม่

          “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ...” เพราะลมเหนือหรอกนะ เลยยอมให้นอนไปก่อน...ถ้าพี่ไม่สละแขนให้ลูกชายผมหนุนล่ะก็ ผมไม่ยอมหรอกนะ บอกไว้ก่อนเลย !

          จริง ๆ นะ เชื่อผมสิ !!

          ผมเล่านิทานไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเกือบจบเรื่องแล้วนั่นแหละครับ แรงสะกิดที่แขนก็ทำให้ผมชะงักไป แล้วก้มลงไปมองคนที่นอนหนุนตักตัวเองอยู่ เห็นพี่อัยย์ยิ้มน้อย ๆ ให้แล้วชี้ให้มองเจ้าตัวเล็กที่นอนหนุนแขนพี่เขาอยู่

          หลับไปแล้วแฮะ...

          ผมมองแล้วยิ้มตาม ลูกชายผมขนาดตอนหลับยังน่ารักอ่ะ ดูแก้มยุ้ย ๆ นั่นสิ เหมือนขนมโมจิน่ากัดมากครับ...แต่ห้ามกัดนะ ใครกัดผมโกรธ ! ...อ่าว ยังไม่มีเหรอครับ ขู่ไว้ก่อนไง

          แต่วันนี้ฟังนิทานไม่จบก็หลับไปซะแล้ว คงเพราะพี่อัยย์พาออกไปข้างนอกมาด้วยมั้งก็เลยเหนื่อย ถึงอย่างนั้นผมก็ดีใจนะครับ ที่โลกของลูกขายผมค่อย ๆ กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าอยู่กับผมแค่คนเดียว โลกของเขาคงมีแต่ห้องพักนักศึกษาแหง ๆ

          พี่อัยย์ค่อย ๆ ขยับตัว อุ้มเจ้าตัวเล็กของผมขึ้นมาช้า ๆ แล้ววางเขาไว้บนหมอน จัดท่านอนให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบตุ๊กตาหมาตัวยาวของเขาไปวางไว้ข้าง ๆ กัน ขณะที่ผมมองท่าทางเอาใจใส่นั้นยิ้ม ๆ ตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วล่ะครับว่าทำไมลมเหนือถึงได้ชอบลุงอัยย์ของเขานัก

          “ลูกชายหลับไปแล้ว ป๊ะป๋าจะนอนพักซักหน่อยก็ได้นะ” พอจัดท่านอนให้ลมเหนือเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันมาบอกผมแบบนั้น ทำให้ผมย่นคิ้วใส่เขา

          พูดแบบนี้ ไอ้ที่ชม ๆ (ในใจ)ไปเมื่อกี้ ผมขอคืน !

          “ไม่ต้องมาเรียกป๊ะป๋าเลยครับ” ผมบอกพี่เขาเสียงเบา ให้ผู้ชายตัวโต ๆ มาเรียกผมว่าป๊ะป๋าแบบนี้มันรู้สึกแปลก ๆ อ่ะ ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคุณพ่อเลยครับ...รู้สึกเหมือนเป็นเด็กเล็ก ๆ ที่กำลังเล่นพ่อแม่ลูกมากกว่า

          พี่อัยย์หัวเราะออกมาเบา ๆ แต่ก็ยอมเปลี่ยนคำเรียกให้ “ครับ ๆ แล้วพายจะนอนพักหน่อยมั้ย เหนื่อยมาทั้งอาทิตย์แล้วนี่”

          “เดี๋ยวอีกซักพักจะกลับแล้วครับ” ผมส่ายหน้าน้อย ๆ ให้ มีความรู้สึกว่า ถ้าหลับไปตอนนี้จะตื่นมาอีกทีเช้าเลยครับ จริง ๆ ผมก็เหนื่อยทุกอาทิตย์แหละ เรียนหมอมันสบายซะที่ไหน แล้วยังต้องดูแลลมเหนือด้วย...เพียงแค่ว่าอาทิตย์นี้เหนื่อยเป็นพิเศษ เพราะต้องตามแก้ตามส่งงานทั้งหมดให้ทัน แอบเครียดนิดหน่อยเหมือนกันครับ แต่สุดท้ายก็เคลียร์ทุกอย่างเสร็จก่อนสอบได้ “เอ่อ...ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พายขอยืมหนังสือของพี่อัยย์ไปเลยได้มั้ยอ่ะ”

          “ได้สิ” เขายิ้มน้อย ๆ แล้วชี้ไปที่ชั้นหนังสือของเขา “ไปดูเอาเลย”

          “ขอบคุณครับ” ผมพยักหน้าหงึกหงักให้เขา แล้วเดินไปทรุดตัวนั่งยอง ๆ อยู่หน้าชั้นหนังสือ ขมวดคิ้วมุ่นขณะไล่ดูหนังสือไปทีละเล่ม...มันเยอะมากจนผมไม่รู้จะเลือกเล่มไหนไปดีเลยล่ะครับ

          ผมหันไปมองพี่อัยย์ก็หันพี่เขากำลังนั่งมองลูกชายผมอยู่...แหน่ะ ๆ หลงลมเหนือแล้วล่ะซี๊ ห้ามแอบหอมลูกผมนะพี่อัยย์ แต่เพื่อความชัวร์ เรียกเขามาดีกว่า...อันที่จริงคือจะให้เขาช่วยแนะนำหนังสือให้น่ะครับ เหอ ๆ

          “พี่อัยย์ครับ” ผมเรียกเสียงเบา แต่พี่อัยย์ก็หันมา เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ แล้วลุกขึ้นเดินมาหาผม

          “อยากได้เล่มไหนครับ” เขาก้มลงมาถาม ทำให้ผมได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ให้

          “ไม่รู้อ่ะ...”

          พอบอกออกไปแบบนั้น พี่อัยย์ก็หัวเราะเบา ๆ ออกมาเบา ๆ ผมย่นคิ้วมองพี่เขา ช่วยไม่ได้นี่น่า...ก็มันเยอะจนไม่รู้ว่าเล่มไหนดีจริง ๆ อ่ะ “ไหนดูซิ ปีหนึ่งเรียนอะไรบ้างนะ”

          ผมร่ายรายชื่อวิชาที่เรียนกับที่จะสอบให้ฟังอัยย์ฟัง ขณะที่พี่อัยย์ก็ไล่นิ้วไปตามสันหนังสือ หาเล่มที่เหมาะกับเนื้อหาให้ไปด้วย ผมก็เลยเปลี่ยนจากการนั่งยอง ๆ มาเป็นหนังขัดสมาธิรอพี่เขาซะเลย พี่อัยย์หยิบเล่มนั้นเล่มนี้ออกมาให้จนตอนนี้บนตักผมมีหนังสืออยู่หกเจ็ดเล่มแล้วครับ

          ฮัลโหลวววววว นี่สอบวันจันทร์ ถ้าต้องอ่านหมดนี่ผมตายนะครับ ตาก็มีอยู่คู่เดียวเนี่ย ถ้าผมมีตาซักสิบคู่จะไม่บ่นเลย ฮือออออ ผมมองหนังสือเล่มหนาหลายเล่มตรงหน้าอย่างอึ้ง ๆ

          “เอ่อ...พี่อัยย์ พายว่า...มันเยอะไป...” ผมบอกเขาเสียงอ่อย แค่มองหนังสือก็ท้อแท้แล้วครับ พี่อัยย์หันมามอง แล้วดึงหนังสือออกมาอีกเล่ม เดินมาหาผมแล้วทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า ส่งหนังสือเล่มนั้นให้ผม

          “นี่เล่มสุดท้ายแล้ว” เขาว่าแบบนั้น ทำให้ผมได้แต่ยิ้มแหย ๆ ให้ รู้สึกเหมือนกลายเป็นคนไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือรับหนังสือเล่มนั้นยังไงอย่างงั้นแหละครับ แต่พี่อัยยก็วางมันลงบนกองหนังสือบนตักผมซะอย่างนั้น

          “ต้องอ่านหมดนี่จริง ๆ เหรอ...” ผมถอนหายใจ เอาคางวางลงบนตั้งหนังสือ...คือมันสูงจนผมสามารถเอาคางวางได้อ่ะครับ คิดดู เหอ ๆ แต่ละเล่ม หนา ๆ ทั้งนั้น ไม่รู้รึไง คนไทยกับหนังสือมันไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน !!

          “แค่เรื่องที่เรียนก็พอแล้ว...” พี่อัยย์ปลอบผมแบบนั้น แต่พี่ครับ...ไอ้เรื่องที่เรียนนี่มันก็ไม่น้อยนะ

          “ครับ...”

          แต่ก็ได้แค่บ่นนั่นแหละ สุดท้ายผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าก้มตาอ่านอยู่ดี เกิดเป็นเด็กทุนแท้จริงนั้นแสนลำบาก ฮือออ ชีวิตมันเศร้า !

          “เก่งมากครับ” เขาบอกแบบนั้น แล้วก็ยกมือขึ้นลูบหัวผมเบา ๆ “ลองอ่านดูก่อนก็ได้ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามพี่”

          ผมพยักหน้าหงึกหงัก เอาหนังสือไปวางไว้ข้าง ๆ ตัวแทนแล้วเลือกเล่มที่บางที่สุดออกมา ขยับตัวไปพิงชั้นหนังสือของพี่อัยย์...ไม่ล้มหรอกครับ มันตั้งติดผนัง เสร็จแล้วก็เปิดหน้าแรก...ว่าจะลองอ่านคร่าว ๆ ดูเฉย ๆ นั่นแหละครับ เพื่อเล่มไหนรู้สึกว่าไม่โอเคจะได้คืนพี่เขาเลย คือมันเยอะมาก แบกกลับไปคงไม่หมด...ผมมีลมเหนือสุดที่รักที่ต้องอุ้มกลับด้วยนะครับ

          ผมอ่านไปเรื่อย ๆ ห้องพี่อัยย์เงียบมากทำให้ผมสามารถจดจ่อกับข้อความในหนังสือได้อย่างไม่ยากเย็น พอเริ่มมีสมาธิแล้วก็ดันไม่อยากหยุดอ่านซะงั้น ไม่ใช่อะไร คือถ้าสมาธิหลุดไปรอบหนึ่งนี่จะรู้สึกว่าไม่อยากอ่านอีกเลยน่ะครับ

          ผมหาวออกมาบ้างเป็นช่วง ๆ คือหนังสือเรียน ยังไงมันก็เป็นหนังสือเรียน ต่อให้เขียนดีขนาดไหน มันก็ยังง่วงอยู่ดี แต่ผมก็พยายามถ่างตาอ่านมันต่อไปนั่นแหละครับ...เรื่องส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่เรียนมาแล้ว แล้วผมก็ทบทวนอยู่เรื่อย ๆ ด้วย เพราะงั้นพอมาอ่านอีกรอบแล้วก็เลยทำความเข้าใจได้ไม่ยากเท่าไร ขอบคุณความขยันที่ผ่านมาของตัวเองล้วน ๆ

          การสอบในมหาลัย...มันก็คล้าย ๆ การสอบระดับมัธยมในความคิดผมนะครับ เพียงแต่มันคงไม่มีข้อสอบกามาให้ แล้วเรื่องที่ออกก็คงทั้งยากกว่า ทั้งลึกกว่า...เอาง่าย ๆ คือต้องรู้ไปถึงแก่นของมันเลยล่ะมั้งครับ เหอ ๆ

          “โอวัลตินมั้ย” เสียงทุ้มที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้นมาข้างหูทำให้ผมสะดุ้งน้อย ๆ ละสายตาจากตัวหนังสือแล้วหันไปมองเจ้าของเสียง เป็นพี่อัยย์นั่นแหละครับ เขายิ้มให้ผมน้อย ๆ แล้วยื่นแก้วโอวัลตินมาให้

          “ขอบคุณครับ” ผมกระพริบตาปริบ ๆ แล้วรับแก้วมา เป็นโอวัลตินร้อนครับ ควันยังลอยฉุยอยู่เลย...ผมเป่ามันซักพักแล้วจิบไปสองสามอึก ก่อนจะกลับไปสนใจหนังสืออีกรอบ

          พอมีสมาธิแล้ว...ก็แทบลืมไปเลยว่าไม่ได้อยู่ห้องตัวเอง

          แต่ช่างเถอะ เจ้าของห้องไม่ว่าก็ไม่เป็นไร รอให้อ่านเรื่องนี้จบก่อนแล้วค่อยไปก็ได้...

 

จบไปอีกตอนค่า หายไปหลายวันเลย 555555

ไข้หวัดยังรุมเร้า เมื่อวานหมดทิชชูไปม้วนหนึ่งเต็ม ๆ โอ้มายก๊อดมาก ฮ่อลลลลล

สำหรับตอนนี้ ถามว่า สกิลความเนียนของพี่อัยย์นี่ให้ระดับไหน บอกเลยว่าขั้นแม๊ก !! ตลอดอ่ะพี่อัยย์...ทำอะไรแกรงใจหัวใจน้อยพายบ้างนะคะ อิ ๆ พอน้องยอมละเอาใหญ่เลย พี่อัยย์นิสัยไม่ดี บู่วววววว 5555555555

แต่รักนะ จุ้บ ๆ

ยังไงก็ขอฝากพระพาย พี่อัยย์ และน้องเหนือไว้อีกตอนค่า

ปล.ติดแฮชแท็ก #ทาสน้องเหนือ สำหรับเรื่องนี้นะคะ จุ้บ ๆ











(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

2,593 ความคิดเห็น

  1. #2577 Pangpp24 (@RatchaneewanPaNg) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 10:04
    พี่อัยย์หลอกล่อเก่ง หลงพี่อัยย์ทั้งพ่อทั้งลูกเลย
    #2577
    0
  2. #2543 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 14:55
    เราคิดว่าพี่อัยย์เขากำลังเนียนนะ 55555555
    #2543
    0
  3. #2497 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 06:31
    คิดซะว่าอยู่ห้องตังเองค่ะ เราต้องทำตัวให้ชินเข้าไว้
    #2497
    0
  4. #2411 mook (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 09:47
    ถ้าจะขนาดนี้นอนห้องเค้าไปเลยเถอะจ้าน้องพายไม่ต้องเกรงใจ พี่เค้าหรอกจ้าเพราะเค้าคงอยากให้หนูรบกวนมากกว่านี้555555
    #2411
    0
  5. #2391 vivioak (@vivioak) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 09:43
    พี่เนียน ล่อน้องนอนห้องอีกแล่ะ
    #2391
    0
  6. #2195 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 15:16
    ฝันดีนะพาย..
    #2195
    0
  7. #1873 nun__nutty (@nun000nutty) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 10:58
    ว้ายยยย เดี๋ยวได้อ่านยันเช้าแล้วก็นอนห้องพี่อัยย์ 555
    #1873
    0
  8. #1570 evenrr22 (@evenrr22) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 18:22
    ไรท์น่ารักอ่าาาาา เขียนดีมากเลยยย โอ้ยยย ช่วงนี้สอบเหมือนกัน สงสัยต้องขยันให้เหมือนพระพายบ้างง
    #1570
    0
  9. #1294 holy59 (@holy59) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 19:36
    พี่หมอน่ารักอ่า
    #1294
    0
  10. #1026 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 03:02
    พี่อัยย์น่ารักน่าจุ๊บ
    #1026
    0
  11. #970 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 01:47
    พี่อัยย์ดูแลดีทั้งป๊ะป๋าทั้งลูกชายเลยค่าาาาาาา
    #970
    0
  12. #955 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 20:24
    หลับเถอะ จะได้นอนนี่เลย 555
    #955
    0
  13. #946 BlackKnigt (@inshoppp468) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 17:21
    พี่อัยย์ก็ละมุนขึ้นเรื่อยๆดีต่อใจจริงๆค่ะ -/////-
    #946
    0
  14. #945 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 13:23
    งุ้ยๆๆๆๆ พี่อัยย์ดูแลดีขนาดนี้ นู๋พายก็ยอมๆย้ายมาอยู่ถาวรเลยเถอะลู๊กกก
    #945
    0
  15. #944 pcyc (@open2001) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 11:32
    อยู่ไปเถอะเจ้าของห้องไม่ว่าหรอก
    #944
    0
  16. #941 ยุ่งเยิง (@bugsbunny_jb) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 07:36
    พี่อัยย์ติวให้ซิ มองเฉยๆได้ไง
    #941
    0
  17. #940 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:31
    โดนพี่อัยย์หลอกให้ต้องค้างแล้วมั้งพาย
    #940
    0
  18. #939 biggertmb (@biggertmb) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:40
    มีติวเตอร์ส่วนตัวแน่ๆ ห้องอ่านหนังสือส่วนตัวงี้ 5555555555 นี่ว่าคืนนี้น้องพายไม่ได้กลับหอหรอกเนอะะะะ อิอิ
    #939
    0
  19. #938 B_BlueSky (@nareerat-far) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 20:05
    อ่านไปอ่านมาเดาว่าพายคงไม่ได้กลับห้องหรอก 55555
    #938
    0
  20. #936 rinna (@kuruei) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 17:10
    น่ารัก เพิ่งได้เข้ามาอ่าน ติดตามจ้า

    ปลพายคงไม่ได้กลับหอยาวแล้วมั้งใช่ไหม
    #936
    0
  21. #935 poppyhigh (@poppyhigh) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 16:13
    อยากให่พ่อแม่พี่อัยย์เจอน้องลมเหนือจังเลยยย ท่าทางจะหลงน่าดู เอิ้กๆๆ
    #935
    0
  22. #933 1234_DuncAn (@1234_DuncAn) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 14:53
    มีที่ดูแลลูกหลังเลิกเรียน มีห้องครัวทำกับข้าว มีหนังสือไว้ให้อ่าน แถมที่สำคัญเจ้าของห้องใจดีมากกกก ลงตัวแบบนี้ควรย้ายมาอยู่ด้วยกันนะพาย เราว่าพี่อัยย์คงคิดเหมือนเรา พี่เค้าคงกำลังหาวิธีหลอกล่ออยู่หล่ะ อิอิอิ
    #933
    0
  23. #932 sakiritakara (@sakiritakara) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 14:49
    อิอิ น่ารักอะ
    #932
    0
  24. #931 >haruhi (@kirarijang) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 13:38
    แสนดีอย่างพี่อัยย์ไม่มีอีกแล้วนะพาย5555
    #931
    0
  25. #930 JuLi (@JL-BB) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 12:01
    คู่นี้น่ารักละมุนมาก รีบเปิดใจรับพี่อัยนะนู๋พาย จะได้ครอบครัวสุขสันต์ ซะที อิอิ
    #930
    0