Pob-Rak Publishing | [END] B A B Y S I T T E R ★ รับ เลี้ยง รัก [YAOI]

ตอนที่ 39 : B A B Y S I T T E R 3 8 ★ พั ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    30 ส.ค. 59















B A B Y S I T T E R 3 8 พั ง

 

# PRAPINE

          “ป๊ะป๋า ดูนี่ !! ” ผมยิ้มบาง ๆ ให้ลูกชายที่เงยหน้ามองผมตาใส แล้วชูกระดาษวาดรูปในมือให้ดู เป็นรูปสีเทียนที่ไม่แน่ใจว่าเขาจะวาดอะไรเหมือนกันครับ แต่จะอะไร ถ้าลมเหนือทำมันก็สวยหมดแหละ

          “ไหน ๆ ดูซิ ลมเหนือวาดสวยจังครับ” พอได้รับคำชชม เจ้าตัวเล็กของผมก็หัวเราะคิกคักดีใจใหญ่ แล้วก้มหน้าก้มตาลงไประบายสีลงบนกระดาษแผ่นใหม่ต่อ ขณะที่ผมนั่งเท้าคางมองเขายิ้ม ๆ

          แกร๊ก...

          เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นทำให้ผมละสายตาจากลูกชายตัวน้อยหันไปมองคนที่เดินเข้ามา โบกมือให้อีกฝ่ายน้อย ๆ ขณะที่มันกลับทำเพียงแค่ถอนหายใจแล้ววางถุงข้าวลงบนโต๊ะเขียนหนังสือของผม ลมเหนือเงยหน้าขึ้นมามองคนมาใหม่นิดหน่อย แต่พอเห็นว่าเป็นใครก็ก้มหน้าก้มตาลงไปวาดรูปเล่นต่อ

          เพราะนั่นคือเจ้าคุณไงครับ...มันชอบแกล้งลมเหนือ สมน้ำหน้า ลูกผมไม่มองเลย หึ !

          “เมื่อไรมึงจะไปเรียนวะ” นั่นคือคำแรกที่มันเอ่ยทักผม ใบหน้าติดหวานที่ค่อนไปทางน่ารักของมันดูเหวี่ยง ๆ พอ ๆ กับน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าไม่พอใจจนผมต้องรีบปิดหูลูกชายไว้แล้วหรี่ตามองมัน มึงอย่ามาพูดคำหยาบต่อหน้าลูกชายกูนะเว้ย

          “ถ้าเราไปแล้วใครจะอยู่กับลมเหนือล่ะครับเพื่อน” ผมบอกมัน ทำให้เจ้าคุณส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอออกมาอย่างไม่พอใจ แล้วกระแทกตัวลงนั่งที่เตียงอย่างอารมณ์เสีย

          “แล้วจะโดดเรียนไปตลอดชีวิตเลยรึไง แบบนี้ลาออกเลยดีมะ” ถึงจะหงุดหงิด แต่ก็ไม่มีหหลุดคำหยาบออกมาอีกครับ ไอ้คุณมันก็เอ็นดูลมเหนือเหมือนกัน เพราะงั้นอะไรไม่ดีกับลมเหนือมันก็พยายามไม่ทำนั่นแหละ...แหม เพื่อนผมนี่ดีจริง ๆ

          “ถ้าทำได้ก็อยากอยู่” ผมไหวไหล่น้อย ๆ อย่างไม่ใส่ใจ เท้าคางมองลมเหนือวาดรูปต่อ

          “ได้โดนนานาเชือดดิ่” มันว่า แล้วหยิบโทรศัพท์ของผมที่วางทิ้งไว้บนเตียงขึ้นมา “แล้วนี่อีก...กรุณาช่วยเปิดเครื่องให้เพื่อนติดต่อได้หน่อยได้มะ ถ้าจะปิดเครื่องตลอดสามวันขนาดนี้ก็โยนทิ้งไปเหอะ”

          “เอาไปขายดีกว่า” ผมตอบมันไปแบบนั้น ไม่ได้มองหน้คู่สนทนาเลยซักนิดครับ มองแต่ลูกชาย...ดูมือเล็ก ๆ ที่ขยับไปมาระบายสีลงบนกระดาษสิครับ เห็นตาโต ๆ ที่จ้องกระดาษอย่างมุ่งมั่นนั่นมั้ย โคตรน่ารักอ่ะ !

          “พาย...ทำไมเป็นแบบนี้วะ” สุดท้าย มันก็หลุดพูดวะออกมาอยู่ดี ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่มันข้อหาทำให้หูลูกผมแปดเปื้อนคำหยาบคาย แต่เจ้าคุณก็ไม่ได้สนใจ มันพูดต่อ “สายยังบอกว่าเหลวไหล”

          “...” ผมไม่ตอบอะไร แค่ไหวไหล่ให้มันน้อย ๆ ได้ยินเสียงเจ้าคุณพ่นลมหายใจแรง ๆ ออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วปาโทรศัพท์ผมลงบนเตียงดังตุบ...ดีนะไม่ปาลงพื้น ถ้ามึงปาลงพื้นกูจะให้มึงซื้อให้ใหม่ !

          แต่โดนไอ้สายบอกว่าเหลวไหลนี่เจ็บจุกดีวะ...ขนาดคนอย่างมันยังบอกว่าเหลวไหลเลยเรอะ แต่ก็ไม่แปลกหรอกครับถ้ามันจะบอกแบบนั้น เพราะสิ่งที่พวกมันรู้ก็แค่ ผมไม่ได้ไปมหาลัยมาสามวันติดแล้ว เอาแต่อุดอู้อยู่ในห้องกับลมเหนือ...

          ตั้งแต่วันนั้นที่ไปรับลมเหนือมาจากเนิร์สเซอร์รี่ ผมอยู่รอพี่อัยย์จนเกือบเที่ยงคืน...แต่เขาก็ไม่ได้กลับมา ผมก็เลยตัดสินใจกลับห้อง โทรบอกไอ้นาว่าพรุ่งนี้จะไม่ไปเรียน รู้สึกไม่สบายนิดหน่อย แล้วก็ปิดเครื่องโทรศัพท์ตั้งแต่ตอนนั้นเลยครับ แบบ...มันรู้สึกไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากพูดกับใครแล้วอ่ะ

          ผลก็คือ เที่ยงคืนกว่า ๆ ไอ้คุณกับไอ้สายมาเคาะประตูห้องผมพร้อมยาลดไข้และโจ๊กถุงซะงั้น...ไอ้คุณแทบบีบคอถามผมเมื่อเห็นสภาพตาบวม ๆ ของผม ขนาดผมส่องกระจกยังตกใจตัวเองเลยครับ ตาแดงจมูกแดงไปหมด สภาพโคตรแย่

          แต่ผมก็ไม่ได้บอกอะไรมันนอกจากรู้สึกไม่ดี อยากอยู่ที่ห้องเงียบ ๆ มันก็เลยขอกุญแจห้องผมตั้งแต่ตอนนั้นแหละครับ...

          เพราะผมเคยเป็นแบบนี้ครั้งหนึ่งตอนรู้ว่าทำลี่ท้องเหมือนกัน เก็บตัวอยู่ในห้องไม่ไปไหน ใครพูดด้วยก็ไม่ตอบจนแม่เป็นห่วง สุดท้ายเรื่องก็ถึงหูบรรดาเพื่อนผม ยังจำได้เลยครับว่าตอนนั้นไอ้คุณขู่ว่า ถ้าไม่เปิดประตูจะให้ลูกน้องพ่อมันพังเข้าไปก็เลยยอมเปิด เหอ ๆ

          คราวนี้ผมก็เลยยอมให้กุญแจมันไปง่าย ๆ ดีกว่าวันดีคืนดีจะโดนพังประตูห้องเข้ามาน่ะครับ...แล้วก็เป็นอย่างที่มันคิดนั่นแหละ ผมไม่ได้ออกไปไหน เป็นมันนั่นแหละที่ซื้อข้าวซื้ออะไรเข้ามาให้...อันที่จริง ถ้ามันไม่ซื้อมาให้ผมก็ต้องออกไปหาข้าวให้ลมเหนือกินอยู่ดีแหละครับ ถึงจะไม่อยากออกไปไหนก็เถอะ แต่มันซื้อมาให้ไงครับ เพราะงั้นผมเลยไม่ต้องออก

          แถม...ผลัดกันมาไม่ไอ้คุณก็ไอ้สาย เพราะไอ้นามันขึ้นหอพักชายไม่ได้น่ะครับ พวกมันมากันสามเวลา สามมื้ออาหาร ลมเหนือก็เลยยังอยู่ดีกินดี มีความสุขอยู่แบบนี้

          สำหรับสภาพจิตใจของเจ้าตัวน้อยของผม วันรุ่งขึ้นก็กลับมาสดใสเหมือนเดิมแล้วครับ เหมือนว่าพอนอนหลับก็ลืมเรื่องก่อนหน้าไปซะอย่างงั้น ก็ดีเหมือนกันครับ เพราะถ้าเห็นลมเหนือร้องไห้เพราะเรื่องนี้อีกผมต้องทนไม่ไหวแน่ ๆ

          แต่สำหรับสภาพจิตใจผม...ตอนนี้ไม่อยากทำอะไรนอกจากอยู่กับลูกชาย ไม่อยากให้เขาไปได้ห่างจากสายตาของผมอีกแล้วครับ

          ผมรู้ว่ามันไม่ถูกต้องที่ผมเลือกจะหนีปัญหาด้วยการขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ไปไหน ไม่ติดต่อใคร ไม่ยอมไปเรียน...แต่ผมไม่ไหวจริง ๆ

          ผมมีแค่ลมเหนือคนเดียว เขาเป็นสมบัติล้ำค่าของผม...ถ้าเขาเจ็บ ผมก็เจ็บยิ่งกว่า สิ่งที่ผมทำได้คือการดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ตอนนี้จะทำ ผมตั้งใจจะให้เวลาทั้งหมดกับเขา...จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้เขา

          มันไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ผมรู้ครับ...แต่ผมก็ยังเลือกมันอยู่ดี

          ผมรู้สึกแย่ถึงขั้นที่อยากให้โลกนี้มีแต่ผมกับลมเหนือสองคน...แต่มันเป็นไปไม่ได้

          “นี่ถามจริง จะอยู่แบบนี้ไปตลอดจริงอ่ะ...เดี๋ยวได้โดนไล่ออกจริง ๆ หรอก” ไอ้คุณขมวดคิ้ว ถามผม ทำให้ผมหลุดออกจากความคิดของตัวเอง มองหน้ามันแล้วยิ้มน้อย ๆ ให้กับความเป็นห่วงของมัน

          “ถ้าลมเหนือมีความสุขก็ไม่เป็นไร” ผมบอก มองลูกชายที่เงยหน้าขึ้นมามองผมตาแป๋วเมื่อได้ยินชื่อตัวเองแล้วลูบหัวเขาเบา ๆ

          “นี่คือไม่เป็นไร ? ใช้อะไรคิดว่าไม่เป็นไรวะ โคตรไม่โอเคอ่ะ” มันบอกแบบนั้น...ผมก็รู้ครับ แต่ทำไงได้ ถ้าให้เลือกระหว่างลูกชายกับการเรียน ถ้ามันจำเป็นต้องเลือก...ซึ่งตอนนี้มันก็จำเป็นต้องเลือกแล้ว ผมก็ต้องเลือกลูกชายอยู่ดี

          “นี่โอเคสุดแล้ว เราเหลือแค่เขาคนเดียวนะ” ผมตอบมัน ทำให้ไอ้คุณขมวดคิ้วมุ่น ชักสีหน้าไม่พอใจอีกแล้วครับ

          “ทำไมต้องทำเหมือนไม่มีใครด้วยวะ โคตรแย่อ่ะ นี่กูนั่งอยู่ตรงนี้ไปเพื่ออะไรวะ” มันคงอึดอัดเหมือนกันที่เห็นผมเป็นแบบนี้ สุดท้ายก็หลุดพูดกูออกมาอีก ผมปิดหูลูกชายตัวเองไว้ ไม่ได้ว่าอะไรมัน เมื่อเจ้าคุณมองผมเหมือนกำลังเสียใจ...คือมันเป็นคนทุ่มเรื่องเพื่อนมาก ใครที่มันไว้ใจมันเทให้หมดหน้าตักจริง ๆ ครับ เพื่อนนี่สำคัญกับมันเป็นอันดับต้น ๆ เลย...ผมก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอก แต่ผมก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

          “แกช่วยเราเยอะแล้ว...ถ้าไม่มีแก คงแย่อ่ะ จริง ๆ นะ” ผมยิ้มให้มันน้อย ๆ

          “ถ้ามึงบอกกูมาคำเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น กูจะให้ลูกน้องพ่อไปจัดการให้” ไอ้คุณพูดอย่างจริงจัง ดูท่าทางก็รู้ว่ามันเอาจริงแน่ แต่ผมก็ส่ายหน้า...จริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย อาจจะเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ ในสายตาคนนอกด้วยซ้ำ แต่สำหรับผม...มันเป็นแผลใจที่ใหญ่เหวอะแหวะเชียวล่ะครับ

          “ไม่มีอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ผมบอก...ไม่รู้บอกมันหรือบอกตัวเองกันแน่

          “ทุกคนห่วงมึงนะเว้ย” เจ้าคุณบอกแบบนั้น ทำให้ผมชะงักไป...ทุกคนที่ว่า หมายถึงใครบางล่ะครับ ?

          คงไม่นับรวมที่ถือถือวิสาสะรุกรานหัวใจคนอื่นตามใจชอบ...แล้วก็ดันหายไปในเวลาที่ต้องการที่สุดซะงั้นหรอกใช่มั้ยครับ

          ผมไม่ได้เจอพี่อัยย์เลย...ตั้งแต่วันนั้น

          ไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้เห็นหน้า...ผมไม่รู้หรอกว่าเขาโทรมาหาผมบ้างรึเปล่า หรือได้ไลน์มามั้ย เพราะผมไม่อยากรับรู้อีกแล้ว

          ทั้ง ๆ ที่คาดหวังว่าวันนั้นเขาจะกลับมา แต่ก็ไม่...มันเจ็บนะครับ

          ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดพี่เขาหรอก ถ้ามันก็ช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่ ผม...ห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้จริง ๆ พอเจอเรื่องแย่ ๆ มาเรื่องหนึ่งแล้ว เรื่องอะไรที่มันนิด ๆ หน่อย ๆ แบบนี้...ก็รู้สึกว่ามันกลายเป็นเรื่องที่แย่มาก ๆ ยิ่งกว่าเดิมเอาซะอย่างนั้นเลยล่ะครับ

          “ขอบคุณ...ไม่เป็นไรแล้ว ไปเรียนเถอะ มีเรียนต่อนี่” ผมพยายามฝืนยิ้มให้มัน ขณะที่เจ้าคุณขมวดคิ้วจนแทบจะผูกโบว์ ตบเตียงผมอย่างแรงจนได้ยินเสียงปึ้ก ! เลยครับ มันคงหงุดหงิด ไม่พอใจ หรือไม่ก็โกรธ...แต่ก็คงพยายามห้ามตัวเองเพราะเห็นว่ายังมีลมเหนืออยู่

          “โคตรเกลียดมึงอ่ะ ! ” มันบอกแบบนั้นแล้วก็เดินปึงปังออกจากห้องไป ทำให้ผมได้แต่ส่ายหน้าน้อย ๆ รู้ดีว่ามันไม่ได้หมายความว่าเกลียดผมจริง ๆ หรอก เชื่อสิ เดี๋ยวตอนเย็นมันก็เอาข้าวมาให้อีก

          พอตัวปล่อยคำหยาบ(?)ออกจากห้องไปแล้ว ผมก็เอามือออกจากหูลมเหนือ ลูกชายตัวน้อยกระพริบตามองปริบ ๆ แล้วยิ้มกว้างมาให้ ก่อนจะก้มลงไประบายสีต่อเหมือนเดิม ท่าทางเขามีความสุขดีครับ...รอยยิ้มของเขาอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นในตอนนี้

          “เดี๋ยวหม่ำ ๆ กันเนอะ” ผมบอกเขา ลมเหนือก็พยักหน้าหงึกหงักมาให้

          ไหนดูซิ...วันนี้เจ้าคุณซื้ออะไรมาให้

          .

          .

          .

          แกร๊ก...

          เสียงประตูเปิดขึ้นอีกครั้งในช่วงเย็น หลังจากที่ลมเหนือหลับไปได้ซักพัก ทำให้ผมหันไปมอง...คราวนี้ไม่ใช่เจ้าคุณแฮะ แต่เป็นแฟนมัน

          “นารอ” ไอ้สายไม่ได้ทักทายอะไรผมทั้งนั้น มันทำแค่ชี้นิ้วลงพื้นเป็นเชิงบอกว่าเพื่อนสาวของผมรออยู่ข้างล่าง...และเป็นเหมือนคำสั่งกลาย ๆ ว่าผมต้องลงไปด้วยครับ เหอ ๆ

          “ฝากดูลูกกูแปป...อย่าทำเขาตื่นล่ะ” ผมมองลมเหนือทีมองไอ้สายที่ยืนทำตาลอยอยู่หน้าห้องทีอย่างลังเล โอ้ยยยยย ทำไมแฟนมึงไม่มาด้วยวะ ฝากลูกไว้กับไอ้คุณ ยังไงก็รู้สึกปลอดภัยกว่าฝากไว้กับไอ้สายอ่ะ...แต่นาทีนี้คงต้องยอม ก่อนจะเกินเหตุนักศึกษาแพทย์หญิงบุกขึ้นหอชาย เอาเถอะ ลมเหนือหลับอยู่คงไม่เป็นไร...

          ผมว่าจะรีบลงไปแล้วรีบขึ้นมา คงไม่เกินห้านาทีหรอกมั้งครับ

          ผมจุ้บหน้าผากลมเหนือไปทีก่อนจะรีบออกไป พอเดินลงไปข้างล่างก็เห็นนานานั่งรออยู่...ไอ้คุณก็อยู่ด้วยแฮะ

          “ไอ้คุณ...มึงไปอยู่กันแฟนมึงบนห้องก็ได้นะ...กูฝากดูลูกหน่อย” ผมบอกมันก่อนที่มันจะได้พูดอะไร ทำให้ไอ้คุณกรอกตาไปมาแล้วก็ยอมเดินขึ้นไปดี ๆ ไม่พูดอะไร เชื่อสิ...ว่าที่มันไม่โวยวายเพราะแฟนมันอยู่บนนั้นด้วย ไม่งั้นมันจะต้องงอแงง้องแง้งประมาณว่าไม่ต้องมาสั่งกูแหง ๆ

          พอเห็นมันเดินขึ้นไปแล้วก็วางใจกว่าเดิมนิดหน่อยว่าลูกผมจะโอเค จากนั้นถึงได้หันไปหาเพื่อนสาว สะดุ้งน้อย ๆ เมื่อเห็นมันขมวดคิ้วหน้าถมึงทึงเหมือนโกรธใครมาชาติเศษ...วันนั้นของเดือนเปล่าวะ

          “ไง มาหาถึงนี่ คิดถึงกูเหรอ” ผมทำใจดีสู้เสือ ยิ้มทักมันออกไป แต่นานากลับขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมอีกครับ มันยืนขึ้นกอดอกมองผม

          “มึงเป็นไร” ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรทั้งนั้น แต่คำถามที่มันถามมาก็ทำให้ผมสะอึก

          “ก็เปล่า กูแค่อยากอยู่กับลูก” ผมเกาแก้ม บอกมันเสียงค่อย ๆ ...เวลาไอ้นาโกรธนี่น่ากลัวพอ ๆ กับตอนแม่ผมโกรธเลยครับ

          “ขอความจริง” มันบอกนิ่ง ๆ มองผมอย่างกดดัน ทำให้ผมต้องเบือนสายตาหลบไปทางอื่น

          “ก็จริง ๆ ” ผมไม่ได้โกหกนะครับ อยากอยู่กับลูกจริง ๆ นี่น่า...แต่เหมือนมันจะไม่ใช่คำตอบที่เพื่อนผมต้องการ เพราะมันก้าวเข้ามาหาผม จับต้นแขนผมทั้งสองข้างไว้แน่น...รู้สึกเหมือนโดนเล็บมันจิกเลยว่ะ

          “กูไม่เชื่อ บอกกูเดี๋ยวนี้ อะไรทำให้มึงโดดเรียน โทรศัพท์ก็เสือกปิดเครื่อง กูเป็นห่วงจะตายห่า ถ้าไอ้คุณไม่บอกว่ามันเอาข้าวไปให้มึงตลอด กูคงคิดว่ามึงตายห่าคาห้องไปแล้ว” ...สัมผัสได้ว่าไอ้นาโกรธแบบชิบหายวายวอดเลยครับ มันบีบแขนผมจนมือสั่นเลย เสียงก็สั่น

          มันเป็นแบบนี้ทำเอาผมไปไม่ถูกเลยครับ...

          “มึงใจเย็น...”

          “มึงจะให้กูใจเย็นได้ไงวะ !? เพื่อนกูเป็นบ้าอะไรไม่รู้ จู่ ๆ ก็เสือกโดดเรียน ไม่พูดไม่คุยกับใคร ขังตัวเองอยู่ในห้องกับลูกสองคนแบบนี้ !!! ” มันตวาดลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง แต่เหมือนนานาจะไม่ได้สนใจเลยซักนิดครับ มันยังถามต่อ “มึงคิดว่ากูจะรู้สึกยังไงวะ มึงกำลังไม่โอเค แต่กูเสือกทำเหี้ยไรไม่ได้เลยอ่ะ !! มึงไม่บอกเหี้ยไรกูเลย !! มึงเห็นกูเป็นเพื่อนป่ะวะ !!!!

          ถ้าไม่ติดว่าเสียงมันแหลม...ผมจะคิดว่ามันเป็นผู้ชายปลอมตัวมาแล้วครับ มึงตอนนี้แมนมากไอ้นา...แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ควรจะสนใจ คำพูดของมันทำให้ผมหน้าชาไปนิดหนึ่ง

          บางที ผมคงคิดถึงแต่ตัวเองมากไป...

          “กูขอโทษ” เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผมพูดได้ นานาปล่อยแขนผม

          “กูไม่ได้ต้องการคำขอโทษ กูแค่อยากรู้ ว่ามึงเป็นอะไร” พอระเบิดอารมณ์ออกไป นานาก็เหมือนจะสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น ผมมองมันอย่างรู้สึกผิด

          “กู...กูแค่รู้สึกไม่โอเค”

          “เรื่องอะไร ? ลูกมึง หรือว่าพี่หมอของมึง ? ” มันถามอย่างตรงไปตรงมา...ตรงซะจนเหมือนมานั่งอยู่กลางใจผม

          “...ทั้งคู่”

          “อยากเล่ามั้ย” คำถามของมันทำให้ผมส่ายหน้า...ไม่อยากพูดถึงอะไรทำให้รู้สึกไม่ดีอีก อยากจะรีบ ๆ ลืมมันไปซะให้หมด ทำให้เพื่อนสาวถอนหายใจออกมา ก่อนที่แขนเล็กจะดึงตัวผมเข้าไปแล้วตบหลังเบา ๆ เป็นเชิงปลอบ “ถ้าอยากเล่าเมื่อไรบอกกู...กูเข้าใจว่ามึงมันพวกอ่อนไหว แต่ขอเหอะ อย่าทำลายอนาคตตัวเองแบบนี้”

          ทำลายอนาคตตัวเอง...นั่นสิ ผมคงทำแบบนั้นอยู่จริง ๆ

          “นี่ชีท...กูหวังว่าพรุ่งนี้มึงคงมาเรียน” มันบอกแบบนั้น หยิบชีทปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้ผม ทำให้ผมยิ้มฝืด ๆ ออกมา

          “กูทิ้งลมเหนืออยู่คนเดียวไม่ได้”

          “...กูจะไม่ถามแล้วกันว่าทำไมมึงไม่พาลูกมึงไปเนิร์สเซอร์รี่ แต่เอาไปฝากบ้านไอ้คุณก่อน มึงต้องไปเรียนนะ...อนาคตมึงไม่ใช่ของมึงคนเดียว มันเป็นของลูกมึงด้วยนะเว้ย มึงอย่ามองแต่ปัจจุบัน ช่วยมองอนาคตนิดหนึ่ง” มันเตือนสติผมแบบนั้น ทำให้ผมนิ่งไป

          ให้มองอนาคต...ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันยังแทบไปไม่รอดมันยากนะครับ

          “กู...”

          “พรุ่งนี้กูจะมารับมึง พาลูกมึงไปส่งบ้านไอ้คุณ แล้วไปเรียนพร้อมมึง ตามนั้น” มันยื่นคำขาด ทำให้ผมได้แต่นิ่ง...บ้านไอ้คุณก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวหรอก ระบบรักษาความปลอดภัยดี อีกอย่างพ่อแม่ไอ้คุณก็ชอบเด็กเล็ก ๆ ด้วย คงเพราะไอ้คุณโตมาไม่น่ารักเท่าไรมั้ง หึ ๆ

          แต่ผมก็ยังไม่อยากปล่อยให้ลมเหนือไปไกลหูไกลตาอยู่ดี...

          “กูว่า...”

          “ไอ้พาย ขอเหอะ คราวนี้ฟังเพื่อนมึงหน่อย” ไอ้นาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ผมพูดไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันพูดต่อ “ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อมึงกับลูกนะ”

          สุดท้ายผมก็กัดริมฝีปากแล้วพยักหน้ารับอย่างจำยอม

          ไม่ใช่เพื่อใคร...แต่เพื่อลมเหนือ ผมต้องผ่านเรื่องราวพวกนี้ไปให้ได้

          ต่อให้ตัวคนเดียวก็ต้องผ่านไปให้ได้

          .

          .

          .

          ทั้ง ๆ ที่คิดแบบนั้น แต่เสียงเคาะประตูตอนราว ๆ เที่ยงคืนกว่าก็ทำให้ผมต้องละสายตาจากชีทที่นานาเพิ่งเอามาให้วันนี้แล้วมองบานประตูที่ปิดอยู่อย่าแปลกใจ

          ก๊อก ก๊อก...

          เสียงเคาะประตูยังคงดังอย่างต่อเนื่อง และคิดว่าอีกไม่นานมันคงปลุกลูกชายสุดที่รักที่นอนหลับปุ๋ยของผมให้ตื่นขึ้นมา ผมเลยสาวเท้าไปที่บานประตูแล้วค่อย ๆ เปิดแง้มออก...

          หมับ !

          แต่พอแง้มประตูออกแล้ว กลับมีมือข้างหนึ่งจับหมับเข้าที่มือของผมแทบจะในทันที ผมสะดุ้งโหยง ตกใจจนใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้วครับ...ชิบหาย ทำไมเมื่อกี้ก่อนเปิดไม่ส่องตาแมวก่อนวะ !!

          “พาย” แต่ก่อนที่ผมจะสติแตกไปมากกว่านี้ เสียงทุ้มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นเหนือหัวซะก่อน ทำให้ผมละสายตาจากมือข้างนั้น เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือแทน...แล้วก็เผลอกัดริมฝีปากเบา ๆ อย่างเคยชินเวลาไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง

          “พี่อัยย์...” เป็นคนที่ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้คุยกันมาสามวันเต็ม ๆ ...ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นเคยจ้องมองผมอยู่ตรงหน้า พี่เขายังเหมือนเดิม...แต่ใจผมไม่เหมือนเดิม พอเห็นพี่เขาแล้ว จู่ ๆ ก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “หายไปไหน...”

          “ขอโทษครับ ช่วงนี้พี่ติดธุระเลยไม่ค่อยว่าง” พี่เขาบอกแบบนั้น แล้วยิ้มบาง ๆ ออกมา...รอยยิ้มที่เหมือนเดิม แต่คำพูดของพี่เขาทำให้ผมรู้สึกแย่กว่าเดิมซะอีกครับ

          ธุระ...ธุระอีกแล้ว

          “เพิ่งออกเวรเหรอครับ” ผมฝืนยิ้ม ถามอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าเขายังใส่เสื้อกาวน์อยู่ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้มันเที่ยงคืนกว่าแล้ว

          “อืม” พี่เขาตอบกลับมาสั้น ๆ ขณะที่ผมค่อย ๆ ดึงมือตัวเองออกจากมืออีกฝ่ายช้า ๆ

          “ยามให้ขึ้นมาเวลานี้ได้ด้วยเหรอครับ...”

          “ก็...บอกว่ามีธุระสำคัญแล้วเอาบัตรบุคลากรให้ดูน่ะ” พี่อัยย์ไหวไหล่น้อย ๆ ตอบกลับมา แล้วลูบหัวผมเบา ๆ “ว่าแต่เราเถอะ...วันนี้เนิร์สเซอร์รี่โทรมาบอกพี่ว่าเราไม่ได้ไปที่นั่นสามวันแล้ว ติดต่อก็ไม่ได้ ไม่ได้โทรไปแจ้งเขาล่วงหน้าด้วย เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

          ทั้งสัมผัสนี้ แล้วก็คำถามนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากได้...เมื่อสามวันก่อน

          แต่ตอนนี้...คงไม่ทันแล้วมั้ง

          ความรู้สึกของผมมันเสียไปแล้ว ผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่ความผิดของพี่อัยย์...แต่ผมก็ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้

          “ถามตอนนี้...ไม่คิดว่าสายไปหน่อยเหรอครับ” สุดท้าย ผมก็ตัดสินใจบอกพี่อัยย์แบบนั้น เห็นพี่เขาชะงักไปนิดหน่อยด้วย

          “เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า บอกพี่ได้มั้ยครับ...”

          “ช่างมันเถอะ มันคงไม่สำคัญเท่าธุระของพี่หรอกครับ” พอหลุดปากพูดออกไปแบบนั้นแล้ว ผมก็ได้แต่กัดปากตัวเอง รู้นะครับว่าตัวเองกำลังทำตัวงี่เง่าขนาดไหน...แต่ถึงจะบอกว่ากับตัวเองว่าเพราะพี่อัยย์งานยุ่งซักกี่รอบก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลยซักนิด

          มันทำให้ผมอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ว่า จริง ๆ แล้วผมสำคัญกับพี่อัยย์แค่ไหนกันแน่

         ...และคำตอบคือมันน้อยกว่างานหรือธุระของเขา

          มันอาจจะเป็นความคิดเด็ก ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่ครับ ถ้าเป็นคนสำคัญ...ผมก็อยากจะเป็นที่หนึ่งเหมือนกัน

          “พาย...” พี่อัยย์เรียกเสียงอ่อนจนผมรู้สึกผิด แต่ทิฐิบ้า ๆ ก็ทำให้ตัวเองพูดต่อไป

          “ถ้าพี่อยากรู้ว่าทำไมพายไม่พาลมเหนือไปเนิร์สเซอร์รี่ งั้นจะบอกให้ก็ได้ครับ” ผมมองพี่เขานิ่ง ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบสติอารมร์เมื่อนึกถึงตอนที่รู้ว่าลมเหนือโดนว่าเมื่อสามวันก่อน “พายไม่พาเขาไป เพราะเนิร์สเซอร์รี่นั่นมันห่วย ! พายก็อยู่ที่นี่ ตลอดสามวัน อยู่กับลมเหนือที่นี่แหละ !!

          “...ได้ไปเรียนบ้างรึเปล่า” แต่สิ่งที่เขาถามกลับมาไม่ใช่ลมเหนือเจออะไรที่นั่น หรือผมรู้สึกยังไง ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ นั่นทำให้ผมรู้สึกปวดใจขึ้นมาแปลก ๆ

          เขาสนใจความรู้สึกของผมบ้างมั้ย ?

          “เรียน !? ถ้าลมเหนือโดนหาว่าเป็นเด็กไม่มีแม่ ถ้าเขาร้องไห้จะเป็นจะตาย พี่จะกล้าให้เขาไปไกลหูไกลตาอีกรึเปล่าล่ะ !? พี่คิดว่าผมจะกล้าปล่อยให้เขาไปที่นั่นอีก หรือว่าปล่อยเขาทิ้งไว้คนเดียวอีกแล้วไปเรียนเหรอครับ !? ” มันไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่เป็นการระบายอารมณ์ล้วน ๆ ...ต่อหน้าพวกไอ้นาไม่กล้าพูดออกไป แต่พอเห็นพี่อัยย์แล้วคำพูดมันก็หลั่งไหลออกมาเองโดยไม่ต้องพยายามอะไรเลย

          ที่จริงแล้วผมก็อยากให้เขารู้...อยากให้เขาเป็นคนที่เข้าใจผม

          “ทำไมไม่บอกพี่...” พี่อัยย์เหมือนจะอึ้งไปนิดหน่อย แล้วก็ถามออกมาแบบนั้น...ไม่รู้ทำไม แต่ตอนนี้ พี่อัยย์จะพูดอะไร ผมก็รู้สึกว่ามันทำให้ความรู้สึกของผมแย่ลงเรื่อย ๆ ซะอย่างงั้น

          “บอก !? ” ผมมองหน้าพี่เขา ความน้อยใจในอกแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแทนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ “แล้วพี่อยู่ให้บอกมั้ยล่ะครับ !? ทำไมเวลาที่พายต้องการพี่ที่สุดพี่ถึงหายไป...ถ้าพี่เบื่อแล้วก็บอกมาตรง ๆ ก็ได้นะ”

          “พาย ทำไมพูดแบบนี้...” พี่อัยย์บอกผมเหมือนไม่อยากเชื่อ...ผมก็ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะพูดอะไรแบบนั้นออกมาจริง ๆ

          ผมมองมือหนาที่ยกขึ้นมาจับมือผมไว้...แล้วตัดสินใจสะบัดมันออก

          “พอเหอะครับ พี่อัยย์” ...ผมไม่ไหวแล้ว ไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ทั้งรู้สึกแย่ ความรู้สึกด้านลบตีกันอยู่ในตัวจนทำให้ทุกอย่างมันแย่ไปหมดแล้ว...

          “...” พี่อัยย์นิ่งไป ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมา “ไว้ใจเย็น...แล้วค่อยคุยกันใหม่ก็ได้ครับ”

          แกร๊ก...

          แล้วบานประตูก็ปิดลง ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไร้เรี่ยวแรงไปซะอย่างงั้น สุดท้ายก็ได้แต่นั่งกอดเข่านิ่ง ๆ อยู่หน้าประตูแบบนั้น

          ทำไมถึงได้ปล่อยให้ตัวเองพูดอะไรแบบนั้นออกไป ผมแม่ง งี่เง่าว่ะ...

          ถ้าเกิดพี่อัยย์ไม่ยอมคุยกันอีกจะทำยังไง

          ถ้าเกิดว่าเขาเบื่อผมจริง ๆ จะทำยังไง

          พี่อัยย์...ผมขอโทษ

          ก็ทำได้แค่บอกมันในใจเท่านั้นแหละครับ...สิ่งที่พูดออกไปแล้ว ยังไงก็เอาคืนมาไม่ได้

          พี่อัยย์ไปแล้ว

 

โอ้...กินมาม่ากันจนท้องอืดเลย

ไม่รู้ใครเป็นบ้าง แต่เราเป็นนะคะ เวลาน้อยใจแล้วก็พาลโกรธไปทั่ว พอโกรธแล้วก็พูดอะไรไม่คิดจนต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

แบบว่า รู้สึกว่าถ้าคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่านี้ก็ดีสิ ประมาณนั้นค่ะ

สำหรับตอนนี้น้องพายพูดแบบนั้น พี่อัยย์คงแอบช็อค ฮืออออออออ แต่ต้องเข้าใจว่าน้องเป็นแค่เด็กอายุยังไม่ยี่สิบดี แต่ต้องเจอเรื่องอะไรเยอะแยะขนาดนี้มันค่อนข้างหนักหนาเลยทีเดียวค่ะ

เมื่อไรมาม่ามันจะหมดป๊ายยยยยยยยยย แล้วจริง ๆ พี่อัยย์หายไปไหน...จะเฉลยกันในเร็ว ๆ เน้

ยังไงก็ฝากพี่อัยย์ พระพาย และน้องเหนือไว้อีกตอนนะคะ

ปล.ติดแฮชแท็ก #ทาสน้องเหนือ ได้สำหรับเรื่องนี้ค่า จุ้บ ๆ


















(c)              Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

2,593 ความคิดเห็น

  1. #2580 Pangpp24 (@RatchaneewanPaNg) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 10:31
    TTT^TTT
    #2580
    0
  2. #2533 barious (@barious) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:29
    กับเพื่อนที่อยู่ด้วยคอยเป็นห่วงดันไม่บอก อมไรไว้ กับผชที่ไม่อยู่ด้วยดันถามหา แถมไปหาเรื่องเค้า โว๊ะ
    #2533
    0
  3. #2531 Nobodylove (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:56

    ไม่เอาม่า ไม่เอา จะร้องงงง

    #2531
    0
  4. #2528 redlotus (@redlotus) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 04:26
    เห็นคอมเม้นบอกให้พายใจเย็นแล้วเราอยากบอกว่า ถึงสิ่งที่พายทำมันจะงี่เง่าแต่อารมณ์แบบพายมันเย็นไม่ได้หรอก จะให้มันเย็นก็ต้องปล่อยให้เขาระบายออกมาในสิ่งที่เขาคิดที่เขารู้สึก คนเราเวลามันน้อยใจเสียใจมันก็พาลทุกอย่างแหละ โดยเฉพาะพายที่มีเรื่องฝังใจและกำลังลองเปิดใจให้กับพี่อัยย์ แต่เวลาที่เขาอ่อนแอและเสียศูนย์ เขาต้องการที่พึ่งแต่ที่พึ่งที่เขาคิดว่าจะพึ่งได้ดันไม่อยู่และติดต่อไม่ได้ ความรู้สึกของพระพายเนี่ยถ้าคนไม่เคยเป็นไม่เคยประสบพอเจอมันไม่เข้าใจจริงๆนะ แล้วไหนจะเป็นประเด็นอ่อนไหวเรื่องแม่ของลมเหนืออีก
    #2528
    0
  5. #2513 Jokerfacenan (@Jokerfacenan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 22:50
    เข้าใจนะว่าพายอ่อนไหว แต่พายต้องดึงสติลูก ไม่พอใจพี่อัยย์นี่เข้าใจได้ แต่เรื่องเรียนไม่ใช่อะพาย พายดึงสติพายไม่ได้อยู่คนเดียวนะ เห็นเพื่อนที่ห่วงพายมั้ย ทั้งนาแล้วก็คุณเขาพูดออกมาแล้วนะ
    #2513
    0
  6. #2504 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 15:36
    พายใจเย็นไหมคะ ดึงสติหน่อยค่ะ
    #2504
    0
  7. #2455 lakkee (@lakkee) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 16:19
    ขอบคุณ
    #2455
    0
  8. #2414 mook (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 17:52
    เราก็นิสัยแบบเดียวกับพายเลยโกรธแล้วชอบพาลพูดไม่คิดสำหรับเรื่องนี้เราเข้าใจพายนะ
    #2414
    0
  9. #2405 DomeTSP (@DomeTSP) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 02:12
    งงกับเรื่องราว(ไม่)นิดหน่อย เรื่องราวตั้งแต่ตอนที่๑ มาจนถึง ๓๖ มันเหมือนเส้นกราฟที่ทำสโลปขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่พอมาตอนที่ ๓๗ มันกลายเป็นเส้นกราฟดิ่งเหว ไม่ได้เป็นสโลปลงไปแต่ดิ่งแบบทำมัม 90 องศาจากพื้นอะ หักมุมเกินไปหน่อยหรือเปล่า
    #2405
    0
  10. #2369 Tatum Sensopis (@tatum0414) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:56
    งี่เง่าขั้นสุด ไม่เคยเอาความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียนเลย มีปัญหาก็เก็บเงียบ ไม่มีปัญญาจะแก้ไข แต่หยิ่งและเกรงใจแบบโง่ๆ ทั้งที่มีคนคอยห่วงอยากช่วยอยู่รอบตัว แต่ชอบคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียวในโลก
    #2369
    0
  11. #2239 Milestone_wj (@wunji1234569) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 01:22
    พายงี่เง่ามากว่ะ ไม่นึกนึงอนาคตห่าเหวอะไรเลย แล้วที่ผิดมาตั้งแต่ต้นเพราะตัวมึงเองนั่นแหละ ห่าใช้อะไรคิดไม่ใส่ถุงยาง มีคนมารักมึงก็ดีเท่าไหร่ละ งี่เง่า เป็นที่พึ่งห่าอะไรให้ลูกไม่ได้เลย เพราะตัวเองก็ไม่มีหัวคิด คิดตื้นๆโง่ อต่เรียนแพทย์ แถมเป็นนักเรียนทุนโอ้โห บันเทิง
    #2239
    1
    • #2239-1 redlotus (@redlotus) (จากตอนที่ 39)
      29 ธันวาคม 2561 / 04:27
      ไม่ได้อ่านหรืออ่านข้าม???? พายบอกตอนต้นเรื่องว่าพายป้องกันแล้วแต่มันพลาด
      #2239-1
  12. #2202 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 22:49
    สงสารพาย แต่พายงี่เง่ามากอะ5555
    #2202
    0
  13. #2168 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 16:23
    พาย ฟังพี่เขาหน่อยสิลูกก ????
    #2168
    0
  14. #2141 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 13:23
    ก็เข้าใจพายนะที่แบบ คนที่ไม่เหลือที่พึ่งพิงทางกายทางใจ จนวันนึงมีคนเดินเข้ามาให้ความอบอุ่นทั้งกายทั้งใจเหมือเป็นที่พึ่งให้เราได้ แต่วันที่เราทุกข์เค้ามาหายไปมันก็เลยเสี่ยใจเสียความรู้สึกมากๆ ก็พายได้หวังกับพี่อัยย์ไปแล้วนี่เนอะ แต่พายก็ใจเย็นหน่อยนะพี่เค้าต้องมีเหตุผลซิ ลองเชื่อใจพี่เค้าอีกสักคร้้ง ทำเพื่อตัวเองบ้าง
    #2141
    0
  15. #2094 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 23:44
    พาย แยกแยะหน่อยลูก แม่รู้ว่าเป็นห่วงลมแต่พายก็ต้องเป็นห่วงตัวเองบ้างนะ
    ลองให้คนอื่นช่วยเหลือบ้างอย่าเอาแต่ให้ตัวเองทำอยู่คนเดียวนะลูก
    #2094
    0
  16. #1939 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 09:42
    เข้าใจพายนะ แต่ไม่ชอบที่พายโดดเรียนเลย เข้าใจว่าเป็นห่วงลูก แต่ถ้าไม่เรียน ลาออก เรียนไม่จบ แล้วจะเลี้ยงลูกได้ยังไง จะใช้เงินที่ได้จากพ่อเหรอ มันพอเหรอ เฮ้ออออออ ส่วนเรื่องพี่อัยย์เนี่ย พายใจเย็นๆก่อนนะ แล้วก็ค่อยไปคุยละกันเนอะ
    #1939
    0
  17. #1876 nun__nutty (@nun000nutty) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 14:28
    ง่ะะะ น้ำตาคลอเลยตอนนี้
    #1876
    0
  18. #1297 holy59 (@holy59) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 21:33
    พายเสียศูนย์อย่างมาก ชักเป็นห่วง เรื่องคงไม่บานปลายนะ
    #1297
    0
  19. #1222 Look_So (@arisa0018) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 12:35
    เรียก พายๆๆๆ ตลอดเลยอม่งเหมือนพยายามเรียกให้ดึงสติพายเอาไว้แต่แบบ นะ ก็ดูเรียกใส่มือถือซะพายคงจะหันมา
    #1222
    0
  20. #1140 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 23:31
    เข้าใจอารมณ์พายนะ คือจริงๆน้องก็มีใจให้พี่อัยย์ไปเยอะแล้ว เหลือแค่ความกลัวที่ยังไม่ยอมให้สถานะออกไป แล้วแบบอย่างที่น้องบอกเวลาแย่ๆที่เราต้องการเขา แต่เขาไม่มา มันก็เกิดอาการ ว่า ทำไมล่ะ นู่น นี่ นั่น ต่อให้บอกตัวเองว่าเข้าใจมันก็ไม่เข้าใจหรอก พอมาเจอหน้าทุกอย่างมันก็ระเบิดออกมา เป็นเราก็แบบนี้แหละ พายไม่ต้องกลัวนะ พี่อัยย์ก็บอกอยู่ไว้ใจเย็นค่อยคุยกัน ไม่ได้บอกว่าจบซะหน่อย
    #1140
    0
  21. #1130 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 15:04
    โอ๊ยยยยยยยย น้ำตาไหลเลย ฮืออออออออ คือน้องพายก็ไม่ใช่ว่าโตอะไรมากมาย ในความคิดบางเรื่องมันยากมากที่น้องจะจัดการออกไป ฮืออออออออ
    #1130
    0
  22. #1129 giraffe long neck (@nuttareeyaporn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 14:38
    น้ำตาคลอเบาๆ แงๆๆๆๆๆๆๆ
    #1129
    0
  23. #1101 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 06:26
    จะร้องไห้ตามแล้ววว
    #1101
    0
  24. #1085 Pook (y) (@vainlyhope) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 01:25
    เรารู้นะว่าพายทำตัวไม่น่ารัก แต่เราก็ไม่อยากว่าอ่ะ พี่อัยย์ก็ผิดเหมือนกัน พายไม่ได้น้อยใจที่พี่อัยย์ไม่มีเวลาให้หรอก แต่พายน้อยใจเรื่องพี่อัยย์ไม่เล่าอะไรให้ฟังต่างหาก โอเค งาน แล้วงานอะไรล่ะ ยุ่งอะไรอยู่ อธิบายสิ ควรร้อนรนมาหาตั้งแต่ติดต่อไม่ได้วันแรกด้วยซ้ำ รู้ว่าพายใจแข็ง ไม่เปิดใจให้ แต่พี่ก็พยายามไม่มากพอเหมือนกัน ทำไมทุกคนต้องว่าว่าพายสมควรโตได้แล้ว ตั้งสามวันแล้วคิดตกได้แล้ว พายยังอายุไม่ยี่สิบด้วยซ้ำ โอเค พายอาจจะคิดตกแล้ว จะกลับไปเรียนแล้ว แต่พอพี่อัยย์มายืนอยู่ตรงหน้าเป็นเราก็ต้องโวยใส่ซักตั้ง คิดว่าสนใจตอนไหนก็ได้เหรอ ทิ้งไว้ตอนไหนก็ได้เหรอ นี่คนไม่ใช่หมา ที่ทิ้งไว้แล้วจะรอเจ้านายคนเดิมๆ ถ้าไม่ทำตัวงี่เง่าซักครั้งให้เขารู้ว่าไม่ควรทำอีก เดี๋ยวก็เป็นแบบนี้อีก ทนอีก ดังนั้นเราจะไม่ว่าพาย พี่อัยย์ต่างหาก เตรียมคำพูดดีๆ ไว้เลยนะ ฮึ้ยยยยยยยยยยย
    #1085
    1
    • #1085-1 redlotus (@redlotus) (จากตอนที่ 39)
      29 ธันวาคม 2561 / 04:28
      เห็นด้วยค่ะ มีแต่คนว่าพาย
      #1085-1
  25. #1084 Mabamcouple (@Mabamcouple) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 00:59
    เข้าใจความรู้สึกพายเลยว่าเป็นยังไง ในเวลาที่เราอ่อนแอ ความรู้สึกด้านลบจะถ่าโถมเข้ามาหมดเลย แต่ถึงจะรู้ว่าพายงี่เง่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็เถอะ แต่เรื่องที่เกี่ยวกับลมเหนือ ไหนเรื่องเรียนอีกเลยเข้าใจความรู้สึกพายดีนะ ส่วนพี่อัยย์เป็นผู้ใหญ่แล้ว คงเข้าใจว่าพายกำลังเสียใจ กำลังคิดมาก ยังไงก็เอาใจช่วยทั้งสองคนนะค่ะ สู้ๆๆ ไรท์ด้วยน้าาา
    #1084
    0