Pob-Rak Publishing | [END] B A B Y S I T T E R ★ รับ เลี้ยง รัก [YAOI]

ตอนที่ 48 : B A B Y S I T T E R 4 7 ★ พ บ เ จ อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    5 ต.ค. 59
















B A B Y S I T T E R 4 7 พ บ เ จ อ

 

# PRAPINE

          อะไรบางอย่างกำลังขยับยุกยิกอยู่บนตัวผมปลุกให้ผมรู้สึกตัวขึ้น มันรบกวนการนอนจนต้องขมวดคิ้ว ขยับตัวนิดหน่อยเป็นเชิงไล่ให้สัมผัสนั้นออกไปไกล ๆ โดยที่ยังไม่ลืมตา

          แปะ...

          คราวนี้ไม่ใช่แค่อะไรที่มันยุกยิกอยู่บนตัว แต่ลามมาถึงหน้า รู้สึกถึงอะไรมาบางอย่างที่วนเวียนอยู่แถว ๆ นั้น

          “ฮื่อ...” ผมส่งเสียงในลำคออย่างรำคาญ ซุกหน้าเข้าหาความอบอุ่นที่คุ้นเคยเพื่อหลบสัมผัสนั้นแล้วนิ่งไป เพราะว่าเมื่อคืนอ่านหนังสือดึกไปหน่อย กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีหนึ่ง แถมเมื่อคืน จู่ ๆ ลมเหนือก็ตื่นขึ้นมากลางดึกหลังจากที่ผมหลับไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมง เลยต้องตื่นมากล่อมเขา กว่าจะได้นอนอีกทีก็ปาเข้าไปเกือบเช้า ตอนนี้เลยไม่อยากตื่นเลยครับ ขี้เกียจกระทั่งลืมตาอ่ะ ดีที่วันนี้เป็นวันหยุดเลยไม่ต้องรีบตื่นเช้าไปเรียน...พอคิดว่าไม่ต้องรีบตื่นแล้วยิ่งอยากนอนต่อแฮะ

          “ป๊ะป๋า---

          “ชู่ว...เบา ๆ ครับตัวเล็ก มาหาลุงอัยย์ก่อนนะครับ ป๊ะป๋าหลับอยู่เนอะ” บทสนทนาที่ดังให้ได้ยินอยู่ข้างหูทำให้สมองผมเริ่มตื่นขึ้นมาทีละนิด แล้วค่อย ๆ ประมวลผลอย่างเชื่องช้า แต่ก็ยังคงนอนนิ่งและหลับตาอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละครับ

          รอแปป...ผมขอจัดการระบบความคิดตัวเองก่อน

          “เช้าแย้ว ต้องตื่นจิ ! ” เสียงใส ๆ ของลูกชายทำให้ผมผุดรอยยิ้มน้อย ๆ ขึ้นมาโดยอัตโนมัต...โดยที่ยังหลับตาอยู่นั่นแหละครับ

          “เดี๋ยวป๊ะป๋าก็ตื่นเนอะ ลมเหนือไปอาบน้ำกับลุงอัยย์ก่อนนะครับ” เสียงทุ้มของอีกคนบอกแบบนั้น แล้วจู่ ๆ ความอบอุ่นที่ผมซุกอยู่ก็หายไป ทำให้ผมขมวดคิ้วมุ่น คว้ามือตบแปะ ๆ ไปบนเตียงจนกระทั่งเจอเจ้าตัวของอบอุ่นนั้นแล้วพาร่างตัวเองไปซุกอยู่เหมือนเดิมแล้วนอนนิ่ง

          ขออีกแปป...แต่นาน ๆ หน่อยก็ดี ผมง่วง

          “หึ...” ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ อยู่ใกล้ ๆ ก่อนที่การนอนของผมจะโดนรบกวนอีกครั้งด้วยสัมผัสเบา ๆ ที่มาคลอเคียใบหน้า ก่อนจะเลยไปถึงต้นคอและท้ายทอยที่ทำให้ผมขมวดคิ้วมุ่น

          “ฮื้อ...” ส่งเสียงในลำคอออกมาอีกรอบอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก แต่สัมผัสเบา ๆ ที่ท้ายทอยกลับยังคลอเคลียไม่เลิก ทำให้รู้สึกแปลก ๆ จนผมต้องลืมตาโพล่งขึ้นมาในที่สุดแล้วย่นคอหลบ แสงสว่างจ้าที่ส่องผ่านม่านในห้องเข้ามาทำให้ผมต้องกระพริบตาถี่ ๆ อยู่ซักพัก ภาพตรงหน้าถึงชัดเจน

          สิ่งแรกที่ผมมองเห็นที่ลมเหนือที่จ้องผมตาแป๋วนั่งตักพี่อัยย์อยู่ตรงหน้า พอเงยหน้ามองขึ้นไปก็เห็นเจ้าของตักกำลังยิ้มน้อย ๆ มาให้ผมอยู่ มือหนาลูบหัวผมเบา ๆ ทำให้รู้สึกอยากหลับอีกรอบเลยครับ

          ผมขยับหัวถูไถกับสิ่งที่นอนหนุนอยู่เพื่อหาจุดที่นอนสบายที่สุด...แต่เดี๋ยวนะ ผมนอนหนุนอะไรอยู่ อุ่น ๆ แล้วก็ออกจะแข็ง ๆ มันไม่หมอนแต่ ๆ อ่ะครับ

          ผมมองลมเหนืออีกรอบ แล้วก็เงยหน้าขึ้นไปมองพี่อัยย์นิ่ง ๆ ปล่อยให้สมองอันเชื่องช้าค่อย ๆ ประมวลผล...เหมือนว่าเมื่อกี้ผมจะคว้าอะไรซักอย่างไว้แล้วเอาหัวตัวเองมานอนทับ...

          ...ซึ่งมันก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากตักของคนที่ผมนอนซุกอยู่ทั้งคืนเนี่ยแหละครับ !

          ผมรีบกระเด้งตัวขึ้นมา ขมวดคิ้ว หลับตาลงเมื่อลุกเร็วเกินแล้วรู้สึกมึนหัว นิ่งอยู่อย่างนั้นซักพักจนหายมึนนั่นแหละครับถึงค่อยลืมตาขึ้นมาอีกรอบ อ้าแขนรับร่างเล็ก ๆ ของลมเหนือที่คลานจากตักที่อัยย์มาหาผม มองเจ้าตัวน้อยที่จ้องผมตาแปะแล้วมือเล็ก ๆ ก็ตบแปะ ๆ เข้าที่แก้มผม...ไม่ได้เจ็บอะไรหรอกครับ แรงเขาเบาจะตาย

          “ตื่นแย้ว !

         ผมยิ้มออกมาน้อย ๆ ก้มลงหอมแก้มซ้ายแก้มขวาของลูกชายสุดที่รัก แล้วตอบเขาไปด้วยเสียงแหบ ๆ แบบคนเพิ่งตื่น “ครับ ตื่นแล้วเนอะ”

          “หม่ำ ! ” ผมหัวเราะเบา ๆ เมื่อลมเหนือพูดแบบนั้น...ให้ตายสิ พอตื่นมาก็หาของกินเลยเด็กคนนี้ แต่ก็ดีแล้วล่ะครับ ลูกผมกำลังโต กินเยอะ ๆ แหละดี อิ ๆ

          “อาบน้ำก่อนเนอะ แล้วค่อยไปหม่ำ ๆ ” ผมกระแอมเล็กน้อยให้เสียงหายแหบแล้วตอบเขาออกไป มีความสุขเป็นบ้าเลยครับ ตื่นมาเจอรอยยิ้มโลกสดใสของลมเหนือทุกวันแบบนี้มันดีต่อใจจริง ๆ

          “งื้อ ! ” เจ้าตัวเล็กตอบรับเสียงใส ก่อนจะหันไปหาร่างสูงของอีกคนที่นั่งมองอยู่ “ลุงไอย้วย ! อาบน้ามมมม”

          “ห้ะ...” พอได้ยินเขาชวนแบบนั้นผมก็หลุดอุทานออกมา เดี๋ยว...ไหงไปชวนพี่อัยย์อาบน้ำด้วยกันล่ะลมเหนือ ไม่ได้นะ !! ป๊ะป๋าไม่ยอมมมมมมม ลมเหนืออย่าชวนคนอื่นอาบน้ำด้วยง่าย ๆ แบบนี้สิลูก ให้ป๊ะป๋าอาบด้วยได้คนเดียว !!

          ผมจ้องพี่อัยย์เขม็ง สั่งห้ามทางสายตาไม่ให้เขาตกลงอะไรลูกชายผมไป เห็นอีกฝ่ายยิ้มขำออกมา...โอ้ย พี่อย่าเพิ่งยิ้มแบบนั้น ผมรู้สึกตาพร่า

          ทำไมเพิ่งตื่นแล้วหล่อจังวะ !? โลกนี้มันไม่ยุติธรรม !! ผมมองร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียง หัวยุ่ง ๆ ประกอบกับดวงตาคมที่หันได้อย่างชัดเจนเพราะไม่ได้ใส่แว่น ยิ่งทำให้เขาดูดีมากกว่าเดิม ประกอบกับรอยยิ้มบนริมฝีปากหยักแล้วผมรู้สึกเหมือนว่ามีออร่าเจิดจ้าออกมาจากตัวพี่เขายังไงอย่างงั้นแหละครับ เหอ ๆ

          ตัดภาพมาที่ผมนั่งหน้ามึน ๆ อยู่ตรงข้าม ไม่แน่ใจว่ามีคราบน้ำลายรึเปล่าด้วย ผมยาว ๆ ก็กระเซิงจนปิดตาไปข้างหนึ่ง...โอ้โห้ นี่คนรึเปล่าวะ น่าเกลียดว่ะพระพาย

          แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาบน้ำแล้วผมก็หล่อเอง อิ ๆ

          แต่พี่อ่ะ เลิกยิ้มแล้วปฏิเสธลูกชายผมที่ชวนพี่อาบน้ำได้ล่ะ ผมจ้องจนตาจะหลุดจากเบ้าแล้วเนี่ย

          “ครับ อาบน้ำเนอะ” แล้วก็เหมือนเขาจะรู้สึกตัวว่าผมส่งแรงอาฆาตไปให้ถึงได้ตอบออกมาแบบนั้น...เฮ้ย เดี๋ยวดิ่ พี่ต้องปฏิเสธดิ่ !!

          “พี่อัยย์ !! ” ผมกัดฟันเรียกชื่อพี่เขาทำให้อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองเหมือนจถามว่ามีอะไรผ่านทางสายตา ฮึ่ม...พี่ไม่ต้องมาทำเป็นมองแบบนั้นเลยนะ ผมกอดลมเหนือแน่นขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย แต่กะแรงไว้ไม่ให้แน่นเกินจนเขาอึดอัดหรอกครับ แล้วบอกพี่อัยย์เสียงเบา “พี่ต้องบอกว่าไม่สิครับ”

          “ก็ตัวเล็กชวนนี่” แต่เขาก็ตอบกลับมาแบบนั้น แถมยังก้มลงไปคุยกับลมเหนืออีกต่างหาก “เนอะ ตัวเล็กอยากให้ลุงอัยย์อาบน้ำด้วยเนอะ”

          “อื้อ ! อาบ ๆ ” โอ้...ผมช็อค ฮืออออออออ ทำไมลมเหนือตอบแบบนั้นล่ะลูก ไม่ได้ ไม่ได้นะ !!! ในฐานะป๊ะป๋าแล้ว ผมจะต้องรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใยของลูกชายไว้ ไม่ให้ชายอื่นเห็นเด็ดขาดเว้ย !!

          “ลมเหนือไม่อยากอาบน้ำกับป๊ะป๋าแล้วเหรอครับ” ผมก้มลงไปถามลูกชายตัวน้อย ทำหน้าตาน่าสงสารเข้าไว้ ทำให้ลมเหนือรีบส่ายหน้า

          “อาบจิ !! กับป๊ะป๋า กับลุงไอด้วยกัน !! ” ...แล้วบอกคำตอบที่ทำให้ผมช็อคกว่าเดิม แบบนั้นยิ่งไม่ได้ !! ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ผมก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะครับ โตขนาดนี้แล้ว ให้ไปอาบน้ำกับคนอื่นอ่ะนะ...แค่คิดก็รู้สึกกระดากแปลก ๆ แล้วครับ

          ถึงจะคบกับพี่อัยย์ก็ไม่ใช่ว่าผมจะยอมทุกอย่างนะ...ถึงส่วนมากจะต้องยอมก็เถอะ แต่เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องเว้นระยะกันบ้าง

          “ป๊ะป๋าอาบน้ำกับลุงอัยย์ไม่ได้นะครับ” ผมก้มลงไปบอกลมเหนือแบบนั้น ทำให้เจ้าตัวเล็กเอียงคอ กระพริบตาปริบ ๆ เหมือนไม่เข้าใจ

          “ทำไมล่ะ” แต่เสียงที่ถามกลับมา ไม่ใช่เสียงของลูกชายสุดที่รักซะอย่างนั้น ผมละสายตาจากลมเหนือ ขมวดคิ้วจ้องพี่อัยย์

          “นี่ไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งพายอีกแล้วครับ” ผมถามเขา แยกเขี้ยวใส่ไปที นี่ถ้าพี่ยังยืนยันจะอาบน้ำกับลูกชายผมนี่จะเคืองจริง ๆ ล่ะนะ นอกจากผมจะอายแล้ว เถียงกับพี่อัยย์จะยิ่งทำให้ลมเหนือได้กินข้าวเช้าช้าลงไปอีกครับ ไม่ได้ ๆ

          “คิ้วผูกเป็นโบว์แล้ว” เหมือนพี่อัยย์จะรับรู้ได้ว่าผมใกล้จะเคืองเขาเต็มทีแล้วยังไงอย่างงั้นแหละครับ เขาเลยไม่ได้ขอคำตอบจากคำถามก่อนหน้าอีก แต่เปลี่ยนเรื่องไปแทน ปลายนิ้วจิ้มระหว่างคิ้วผมเบา ๆ ทำให้ผมค่อย ๆ คลายคิ้วที่ขมวดอยู่ออก

          “เพราะพี่อัยย์นั่นแหละ” ผมโทษเขาอย่างไม่จริงจังเท่าไรนัก ทำให้พี่อัยย์ยิ้มบางออกมา แล้วยกมือขึ้นทั้งสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้

          “ครับ ๆ เพราะพี่ก็ได้ ป่ะ...พาตัวเล็กไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวจะยิ่งสาย” พอเห็นเขายอม ผมก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ พยักหน้าหงึกหงักแล้วก้มลงไปคุยกับเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนต่อ

          “ไปอาบน้ำกันเนอะ อาบกับป๊ะป๋านะครับ”

          “ลุงไออ่ะ” เสียงเล็ก ๆ ของลมเหนือถามออกมาแบบนั้น ตาใสแป๋วจ้องมองผมอย่างไม่เข้าใจ ทำให้ผมได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ จะให้ผมอธิบายยังไงดีล่ะครับ...พออธิบายไม่ได้ก็หันไปหาอีกคนอย่างขอความช่วยเหลือ ทำให้พี่อัยย์ยิ้มบางออกมา ยกมือขึ้นลูบหัวลูกชายผมเบา ๆ ทำให้เจ้าตัวเล็กหันไปมองพี่เขาแทน

          “เดี๋ยวลุงอัยย์ไปทำข้าวเช้าให้ตัวเล็กกินเนอะ ตัวเล็กไปอาบน้ำกับป๊ะป๋าก่อนนะครับ” ผมมองเขาตาโตเมื่อเขายกเหตุผลนั้นขึ้นมา ถึงเดี๋ยวนี้พี่เขาจะทำอาหารง่าย ๆ ได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่คล่องเท่าไร ปกติผมเลยเป็นคนทำอาหารให้ซะมากกว่าน่ะครับ...ก็เลยแปลกใจนิดหน่อย

          “งื้อ ! ” ส่วนลมเหนือ พอได้ยินว่าลุงอัยย์ของเขาจะทำข้าวให้กินก็ยิ้มกว้างแล้วพยักหน้หงึกหงักออกมาเลย ท่าทางจะตื่นเต้น เพราะนาน ๆ ที่พี่อัยย์จะเข้าครัว “ป๊ะป๋า อาบเย้ว ๆ จะหม่ำ !

          เจ้าตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาเร่งผมแบบนั้น ทำให้ผมหัวเราะออกมาแล้วอุ้มเขาขึ้น ลุกออกจากเตียงไปยืนบนพื้นดี ๆ แต่ยังไม่ทันทีจะได้เดินไปที่ห้องน้ำ คนที่ยังนั่งอยู่บนเตียงก็จับต้นแขนผมไว้ก่อนจนผมต้องหันไปมองอย่างสงสัย “ครับ ? ”

          “มอร์นิ่งคิสหน่อย” เสียงทุ้มเอ่ยขอออกมาง่าย ๆ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนปล่อยออร่าความฟรุ้งฟริ้งสไตล์พี่อัยย์ออกมา แถมยังเอียงคอน้อย ๆ อีกต่างหาก...พี่คิดว่าไอ้ท่าทางน่ารักแบบนั้นมันเข้ากับหน้าโหด ๆ หล่อ ๆ ของพี่มากใช่ป่ะ

          บอกเลยไม่ไม่เว้ย ไม่ซักนิด !!

          ผมยืนนิ่ง ทำหน้าไม่ค่อยถูกกับคำขอของเขา ก็เลยได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น รู้สึกหน้าร้อน ๆ ขึ้นมา จริง ๆ ผมควรจะชินกับพี่อัยย์เวอร์ชั่นขี้แกล้งคนนี้ได้แล้วนะครับ แต่ไม่...ชินไม่ลงจริง ๆ

          “ไม่จุ้บไม่ปล่อยนะ” ...นี่พี่คิดว่าผมอายุสามขวบรึไง ถึงขู่อะไรแบบนั้นออกมา

          ผมหัวเราะขำ ๆ กับท่าทางแบบนั้นของเขา...ยิ่งอยู่ด้วยยิ่งหาพี่อัยย์เวอร์ชั่นฆ่ามือด้วยมือเปล่าไม่เจอแล้วครับ เหลือแต่คนขี้แกล้งตรงหน้าที่ชอบทำให้ผมใจสั่นบ่อย ๆ เนี่ย

          จุ้บ !

          ผมก้มไปลงหอมแก้มเขาเร็ว ๆ ทีหนึ่ง โอ้ยยยย ถึงจะแค่แก้มแต่ก็เขินนะเว้ย ! ผมรีบพูดต่อ “จุ้บแล้ว ปล่อยเลยครับ”

          “ปากไม่ได้เหรอ” แต่อีกฝ่ายดันถามกลับมาแบบนั้น ทำให้อุณหภูมิบนใบหน้าของผมสูงขึ้นอีก ขณะที่ผมรีบส่ายหน้า

          “ไม่เอา ยังไม่แปรงฟัน”

          “งั้นรอแปรงฟันก่อนก็ได้” พอปฏิเสธปุ๊บ เขาก็ตอบกลับมาปั๊บ ทำให้ผมเม้มริมฝีปากตัวเองอย่างไม่รู้จะพูดยังไงต่อ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจตัดบทแล้วสะบัดตัวออกจากมือเขาแทน

          “พี่อัยย์ !! ไม่คุยด้วยแล้ว ไปอาบน้ำแล้ว ! ” แล้วผมก็อุ้มลูกชายสุดที่รักที่กำลังมองผมทีมองพี่อัยย์ทีตาแป๋วเข้าห้องน้ำไป ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ไล่หลังมาด้วยครับ ฮึ่ม !

          ผมพาลมเหนือเข้าไปอาบน้ำเหมือนทุกวัน เสร็จแล้วก็แปรงฟันในห้องน้ำของพี่อัยย์อย่างเคยชิน ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะจัดการทั้งตัวเองทั้งลูกชายให้เรียบร้อยแล้ว

          พอเช็ดตัวเรียบร้อยแล้วก็เอาผ้าขนหนูมาพันไว้รอบเอวให้เรียบร้อย ส่วนลมเหนือ ผมห่อตัวเล็ก ๆ ของเขาไว้เกือบทั้งตัวด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่เลยครับ งุ้ยยยยย ลมเหนือเหมือนก้อนกลมนุ่มนิ่มน่ารักน่าฟัดที่สุดอ่ะ !!

          พอเสร็จแล้วก็เดินออกมาหยิบเสื้อผ้าเปลี่ยนข้างนอก ตอนที่ออกมา พี่อัยย์ก็ไม่อยู่ในห้องแล้วล่ะครับ คงเข้าครัวไปทำข้าวเช้าอย่างที่บอกลมเหนือไว้ ผมเลยเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างสบายใจหน่อย...จริง ๆ ปกติแล้วจะหยิบเสื้อผ้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำด้วยไงครับ แต่เมื่อกี้มันแต่เขินพี่อัยย์เลยลืม

          ตอนนี้เสื้อผ้าผมมาอยู่ที่ห้องพี่อัยย์หมดแล้วครับ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่ของในหอทั้งหมดนั่นแหละครับ เพราะผมทำเรื่องย้ายออกจากหอโดยสมบูรณ์เรียบร้อย แล้วนี่ก็เข้าสู่อาทิตย์ที่สามแล้วหลังจากที่ผมย้ายมาอยู่กับพี่อัยย์อย่างเป็นทางการ

          ที่ย้ายออกนี่เพราะพี่อัยย์ให้เหตุผลว่าจะได้ไม่ต้องเปลืองเงินค่าหออีก เพราะยังไงก็ตกลงมาอยู่กับพี่เขาอยู่แล้ว ก็คงไม่ได้กลับไปนอนหอแล้วนั่นแหละครับ...นี่ถ้าพี่อัยย์เกิดไล่ผมขึ้นมาซักวันหนึ่ง ผมคงได้นอนใต้สะพานลอยจริง ๆ อ่ะ เหอ ๆ

          แต่พี่เขาไม่ทำหรอกครับ นี่ถ้ารู้ว่าผมมีความคิดทำนองว่าพี่เขาจะไล่ผมออกจากห้องอีก พี่อัยย์ต้องดุแหง ๆ

          แต่พอย้ายมานี่แล้ว ก็รู้สึกเหนื่อยน้อยลงเยอะเลยล่ะครับ เพราะได้พี่อัยย์คอยช่วยไปรับไปส่งลมเหนือเวลาที่พี่เขาว่าง แถมยังคอยดูแลเจ้าตัวเล็กให้อีกแรกด้วย ผมเลยมีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น แล้วก็สามรถมีสมาธิกับมันได้มากขึ้นด้วยครับ...ทั้งหมดก็ต้องขอบคุณพี่อัยย์จริง ๆ นั่นแหละ

          ผมแต่งตัวให้ลมเหนือกับตัวเอง เช็คสภาพความเรียบร้อยอีกรอบ แล้วเอื้อมมือไปหยิบยางมัดผมที่วางอยู่บนตู้เสื้อผ้ามามัดผมตัวเอง อันที่จริงเคยตัดไปรอบหนึ่งแล้วนะครับ แต่นี่ยาวอีกล่ะ...พี่อัยย์ถึงขั้นซื้อยางมัดผมมาให้อ่ะครับ

          ผมรวบผมขึ้นลวก ๆ ก้มลงไปยิ้มให้ลมเหนือที่เกาะขาผมแล้วมองตาแป๋วอยู่แล้วเดินจูงมือเขาออกไปจากห้อง “ไปดูกันดีกว่าว่าวันนี้ลุงอัยย์ทำอะไรให้กินเนอะ”

          “อื้อ ! ” เจ้าตัวเล็กพยักหน้า ตอบเสียงใสแล้วยิ้มกว้างออกมา วิ่งติกตักจนนำหน้าผมไปทั้ง ๆ ที่มือยังจับกับอยู่ ทำให้ผมต้องสาวเท้ายาว ๆ เพื่อให้ตามเขาทัน มองลมเหนือที่พอถึงหน้าประตูแล้วก็ปล่อยมือผม สองเท้าเล็ก ๆ เขย่งขึ้นเพื่อเอื้อมมือไปเปิดลูกบิดประตู

          งุ้ยยยย น่ารักมากอ่ะครับ อยากถ่ายรูปเก็บไว้จัง...พอคิดได้แบบนั้นก็ไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์มาเก็บภาพเจ้าตัวเล็กของผมเอาไว้ทันที

          แกร๊ก...

          แล้วพอเปิดประตูได้ปุ๊บ เขาก็หันมามองผมตาแป๋วเหมือนจะรออะไรอยู่

         “ลมเหนือเก่งจังครับ” จนกระทั่งผมยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วชมออกไปนั่นแหละครับ เจ้าตัวน้อยถึงยิ้มกว้างตาปิดแล้วใช้สองมือจับมือผมดึง ๆ ลาก ๆ ออกไปจากห้องนอน

          พอเดินออกมาจากห้อง กลิ่นหอมฉุยของไข่เจียวซึ่งกลายมาเป็นเมนูประจำตัวพี่อัยย์ไปเรียบร้อยแล้วก็ลอยมาแตะจมูก ส่วนไข่ดาว...เดี๋ยวนี้ตกกระป๋องไปแล้วครับ พี่อัยย์เขาบอกได้ปรุงไข่เจียวมันท้าทายกว่าตอกไข่ดาวให้ไม่แตก

          แต่จะอะไรก็เอาเถอะครับ ในฐานะอาจารย์แล้ว เห็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวของตัวเองพัฒนาจากการใช้ตะหลิวคนโจ๊กมาได้ถึงขนาดนี้ผมก็ภูมิใจสุด ๆ ล่ะครับ

          คิดแล้วก็เดินจูงลมเหนือไปที่ครัว เห็นที่อัยย์กำลังก้มหน้าก้มตาขยับตะหลิวอยู่ที่กระทะอย่างขะมักเขม้นเชียวครับ...ก็เลยเผลอยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพี่เขาไปอีกรูปสองรูปก่อนจะรีบเก็บลงกระเป๋าเมื่ออีกฝ่ายหันมามองแล้วยิ้มให้

          ไม่ได้ครับ เดี๋ยวรู้ว่าผมแอบถ่ายแล้วพี่เขาจะแซวอะไรให้ผมเขินเล่นอีก กลัวหัวใจตัวเองจะทำงานหนักเกินไป

          “เสร็จพอดี เดี๋ยวกินกันไปก่อนเลยนะ พี่ไปอาบน้ำก่อน” พี่อัยย์บอกแบบนั้น แล้วยื่นจากข้าวไข่เจียวมาให้

          “ครับ” พอผมตอบรับ เขาก็เดินหายเข้าไปในห้องนอน ส่วนผมก็ก้มลงไปหาเจ้าตัวเล็กที่มองตาแป๋วอยู่ “ป่ะ กินข้าวกันเนอะ”

          “ลุงไอย้วย ! ” แต่ลมเหนือก็ท้วงออกมาแบบนั้น ทำให้ผมยิ้มบางออกมา เดินนำเขาไปที่โซฟา ทำให้ร่างเล็ก ๆ ต้องเดินตามมา ดวงตาโต ๆ ของเขาก็ยังมองผมอย่างต้องการคำตอบว่าทำไมลุงอัยย์ของเขาไม่ยอมมากินข้าวด้วยกัน

          “เดี๋ยวลุงอัยย์มาเนอะ ลมเหนือหม่ำ ๆ ก่อนนะครับ พอลุงอัยย์มาจะได้บอกลุงอัยย์ได้ไงว่าอร่อยรึเปล่า” ผมบอก พยายามให้เขารีบกินข้าวก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้ เมื่อกี้มองนาฬิกาในโทรศัพท์ แปดโมงกว่าเกือบเก้าโมงแล้วครับ เลยเวลาข้าวเช้าของลมเหนือมาพอควรเลย

          เจ้าตัวเล็กของผมกระพริบตาปริบ ๆ เหมือนกำลังทำความเข้าใจอยู่แล้วก็พยักหน้าหงึกหงักออกมา ก่อนจะเริ่มจะจัดกับไข่เจียวตรงหน้า ผมมองแก้มยุ้ย ๆ ที่กำลังพองลมเพื่อเป่าข้าวของเขาแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เดี๋ยวนี้เขาจำได้แล้วนะครับว่าก่อนกินข้าวต้องเป่าก่อน ไงล๊า ลูกชายผมเก่งสุด ๆ เลยใช่มั้ย ผมรู้ครับ ฮ่า ๆ

          “เป็นไงครับ” ผมรอจนเขาเคี้ยวผมแล้วก็เอ่ยถาม

          “หย่อย ! ” แล้วเสียงเล็ก ๆ ก็ตอบออกมาชัดถ้อยชัดคำพร้อมรอยยิ้มกว้าง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกโลกสดใสขึ้นทันตาของเขา

          “ลุงอัยย์ได้ยินต้องดีใจแน่เลยครับ” ผมหัวเราะเบา ๆ แล้วเริ่มจัดการไข่เจียวของตัวเองบ้าง...อืม รสชาติแบบเดียวกับที่ผมทำเลยครับ แต่ก็แหงล่ะ...สูตรเดียวกันนี่

          พอกินไปได้ซักพัก พี่อัยย์ก็เดินยกจานไข่เจียวอีกจานมานั่งข้าง ๆ ผม ทำให้ทั้งผมทั้งลมเหนือหันไปมอง ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะทิ้งจานข้าวตัวเองแล้วปีนข้ามตักผมไปหาพี่อัยย์

          “ลุงไอ หย่อย ๆ ! ” เขาบอกแบบนั้น แล้วก็ชี้ไปที่ข้าวตัวเอง ปรบมือแปะ ๆ ให้จนพี่อัยย์หัวเราะออกมาเบา ๆ วางจานข้าวของตัวเองลงแล้วเปลี่ยนไปกอดร่างเล็กของลมเหนือแทน

          “ขอบคุณครับ ดีใจจัง” พี่อัยย์ยิ้มกว้างออกมา ท่าทางเขาจะดีใจจริง ๆ อย่างปากว่านั่นแหละครับ แล้วเขาก็ก้มลงไปหอมแก้มยุ้ยของลูกชายตัวน้อยของผมไปทีหนึ่ง ส่วนผมก็ได้แต่ทำใจยอมรับครับ...ฮือ มีลูกชายน่ารักต้องอดทน ใคร ๆ ก็อยากหอมอยากกอด ยิ่งมาอยู่กับพี่อัยย์ผมยิ่งต้องปลง เพราะไม่ว่าจะหวงลูกยังไง สุดท้ายพี่อัยย์ก็ทำให้ลมเหนือยอมจุ้บเขาได้อยู่ดี ร้ายกาจโคตร ๆ !!

          “ถ้าอร่อยก็กลับมานั่งกินดี ๆ ก่อนเร็วครับ” ผมเตือนเขาเบา ๆ ก่อนจะอุ้มลูกชายตัวเองกลับมานั่งกินข้าวดี ๆ ซึ่งลมเหนือก็ไม่ได้งอแงอะไร กลับไปนั่งกินข้าวแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ท่าทางมีความสุขของเขาเป็น เห็นลูกชายมีความสุขผมก็มีความสุขครับ

          พอกินข้าวเช้ากันเสร็จแล้ว พี่อัยย์ก็ไปหยิบเลโก้ที่ลมเหนือกำลังต่ออะไรซักอย่างค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวานมาให้เขานั่งเล่นไป ส่วนตัวเองก็ไปหยิบโน้ตบุ๊คจากในห้องนอนออกมา เช่นเดียวกับผมที่ไปหยิบหนังสือเรียนมานั่งอ่านเหมือนกัน วันนี้เราไม่มีแผนการจะออกไปไหนกัน เพราะพี่อัยย์บอกว่ามีงานต้องทำ ส่วนผมเองก็อยากอ่านหนังสือทบทวนเหมือนกัน

          เราใช้เวลาด้วยกันเงียบ ๆ แบบนั้น สลับกับหันไปคุยกับเจ้าตัวเล็กไม่ให้เขาเหงา แต่พอมีเลโก้แล้ว ลมเหนือก็ดูเหมือนจะไม่เหงาหรอกครับ สมาธิของเจ้าตัวเล็กจดจ่อกับตัวต่อพวกนั้นมาก

          ครืด...

          ผมเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสืออีกทีเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่น...ไม่ใช่ของผมแต่เป็นของพี่อัยย์ครับ เห็นแว้บ ๆ ว่าเหมือนจะเป็นพี่อาชว์ที่โทรมา

          “ครับ” พี่อัยย์รับสายแล้วกรอกเสียงลงไป หันมามองผมนิดหน่อย ทำให้ผมชี้ไปอีกทางเป็นเชิงถามว่าต้องการให้ผมออกไปก่อนมั้ย...เผื่อว่าเขาจะคุยเรื่องส่วนตัวกันน่ะครับ แต่อีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่ส่ายหน้าน้อย ๆ แล้วจับมือผมไว้ไม่ให้ลุกไปไหน ก่อนจะคุยโทรศัพท์ต่อ “ครับ...ได้ครับ...ครับ...แล้วอย่าดื่มเยอะนะครับ ถ้าไม่ไหวก็โทรมาเดี๋ยวผมไปรับ...ครับ แค่นี้นะครับ”

          ผมมองพี่อัยย์ที่คุยอะไรอยู่ซักพักแล้วค่อยวางสายไปอย่างสงสัย...อยากรู้อ่ะ ไหน ๆ ก็ให้ฟังมาถึงขนาดนี้แล้ว แต่ก็ไม่กล้าถามอยู่ดีอ่ะครับ แต่ดูเหมือนพี่อัยย์จะรู้ว่าผมอยากรู้ใจจะขาด เขาถึงได้หันมาบอก “พี่อาชว์โทรมาบอกว่าจะมานอนนี่น่ะ”

          ผมเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ เมื่อได้ยินดังนั้น ปกติพี่อาชว์กับพี่ศาจะค้างที่บ้านแม่พี่อัยย์น่ะครับ ไม่ค่อยมาที่คอนโดเท่าไร แล้วพอเห็นผมทำหน้าแบบนั้น พี่อัยย์ก็เลยขยายความให้ “เห็นว่ามันนี้นัดเลี้ยงรุ่นกัน คงไปเมานั่นแหละ”

          “แล้วพี่อัยย์ไม่ไปเมาบ้างเหรอครับ” จะว่าไป...ไม่เคยเห็นเขาแตะแอลกอฮอล์เลยแฮะ

          “เพื่อนพี่อาชว์เขาน่ะ ไม่เกี่ยวกับพี่นี่ครับ อีกอย่างพี่อยากอยู่กับเรามากกว่า” เขาว่าแบบนั้นแล้วก็ยิ้มน้อย ๆ ออกมาให้ กับคนนี้เปิดช่องให้ไม่ได้เลยอ่ะ หยอดตลอด !

          “ล-แล้วพี่ศาล่ะครับ” ผมตัดสินใจไม่ต่อปากต่อคำกับเขา เปลี่ยนเรื่องไปถามถึงแฟนพี่อาชว์แทน

          “ศาคงมาหาพรุ่งนี้แหละมั้ง” พี่อัยย์ตอบแบบนั้นะพลางไหวไหล่น้อย ๆ ขณะที่ผมพยักหน้าหงึกหงักแล้วหันไปมองลมเหนือเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าลูกชายตัวน้อยยังจดจ่ออยู่กับเลโก้ของเขาอยู่เหมือนเดิม ผมก็กลับไปก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ

          .

          .

          .

          แกร๊ก...

          ผมเปิดประตูออกมาจากห้องนอนในเวลาราว ๆ ตีหนึ่งกว่าหลังจากที่ลมเหนือหลับสนิทไปตั้งแต่สามสี่ชั่วโมงก่อน ไฟด้านนอกยังคงสว่างอยู่เพราะพี่อัยย์ยังนั่งทำงานอยู่ที่โซฟาอยู่เลยครับ เขาเคยบอกว่าเสียงแป้นพิมพ์มันจะรบกวนการนอนของลูกชายผมเลยออกมาทำงานข้างนอกแทน ผมเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นแล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งข้างเขาทำให้พี่อัยย์หันมามองแล้วยิ้มน้อย ๆ ให้

          “ยังไม่นอนอีกเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ดวงตายังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอโน้คบุ๊คที่มีตัวหนังสือติดกันเป็นพรืด

          “เพิ่งอ่านหนังสือเสร็จครับ กำลังจะนอนแล้ว แล้วนี่พี่อัยย์ยังทำงานไม่เสร็จอีกเหรอครับ นี่ดึกแล้วนะ” ผมตอบ แล้วถามเขาต่อ เห็นเมื่อกลางวันก็พับโน้ตบุ๊คเก็บไปแล้วนะครับ คิดว่างานเสร็จแล้วซะอีก

          “พอดีมีที่ต้องแก้นิดหน่อยน่ะ พี่เลยทำรอพี่อาชว์กลับ” พี่เขาบอกแบบนั้น แล้วขยายความต่อ “พี่อาชว์บอกว่าให้รอเปิดประตูให้ด้วยน่ะ เขาลืมกุญแจไว้ที่บ้าน นี่ก็น่าจะใกล้กลับมาแล้วล่ะ”

          “อ๋อ ครับ งั้นเดี๋ยวพายรอเป็นเพื่อน”

          “เราน่ะไปนอนได้แล้ว นอนน้อยเดี๋ยวไม่โตนะ” แต่พอเสนอว่าจะอยู่เป็นเพื่อน พี่เขาก็ดันไล่ไปนอนซะงั้น แถมยังพูดหยอกให้ผมได้แต่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมา

          “โตได้แค่นี้แหละครับ” พูดออกไปเองแล้วก็รู้สึกสงสารตัวเองเหมือนกันแฮะ แต่ช่วงนี้ส่วนสูงผมไม่กระเตื้องขึ้นซักเซนเดียวอ่ะ...มีความรู้สึกว่าจะหยุดโตแล้วจริง ๆ ฮือออออ

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก ๆ ๆ

          พี่อัยย์หัวเราะออกมาเบา ๆ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูรัว ๆ ก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งผมทั้งเขาหันไปมอง ก่อนที่ผมยืนขึ้นเมื่อเห็นว่าพี่อัยย์ยังยุ่งกับงานของเขาอยู่

          “พี่อาชว์กลับมาแล้วมั้งครับ เดี๋ยวพายไปเปิดเอง” ผมบอกแล้วเดินไปเปิดประตูห้องให้ทันที ก่อนจะต้องยู่หน้าออกมาน้อย ๆ เมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่ง แต่ก็เอ่ยทักพี่เขาออกไป เห็นพี่อาชว์พยุงเพื่อนมาคนหนึ่งด้วยครับ คอพับคออ่อนเชียว ท่าทางเมาหนัก “สวัสดีครับพี่อาชว์”

          “อ้าว น้องพาย ไงครับ ยังไม่นอนเหรอ” สมแล้วที่เป็นฝาแฝด ถามเหมือนกันทั้งน้องทั้งพี่ ไอ้ที่เห็นหน้าผมแล้วต้องถามว่ายังไม่นอนอีกเหรอเนี่ย...ผมไม่ใช่เด็กสามขวบที่ต้องเข้านอนตั้งแต่สองสามทุ่มนะครับ เหอ ๆ

          “หือ...ใครวะ เด็กมึง ? ” แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไรออกไป เสียงที่ฟังดูเหวี่ยง ๆ เมา ๆ ของเพื่อนที่พี่อาขว์พยุงอยู่ก็ดังขึ้นซะก่อน

          “เด็กพ่อง กูมีเมียแล้วครับ” พี่อาชว์บอกขำ ๆ ส่วนเพื่อนคนนั้นก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาแล้วหรี่ตามองผม ขณะที่ผมชะงักไปแล้วเผลอก้าวถอยหลังไปทันทีที่เห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน

          ใบหน้าแบบเดียวกับที่เคยมองผมอย่างเกลียดชังในงานศพแม่

          เขาคือพี่ชายพ่อเดียวของผม...คนที่เคยเห็นในรูปว่าเป็นเพื่อนพี่อาชว์ตอนที่พี่อัยย์เอาอัลบั้มเก่า ๆ มาให้ดูคนนั้น...ผมไม่ได้สนใจจนเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำครับ ไม่เคยคิดว่าจะต้องเจอกันอีก แต่จู่ ๆ กลับมาปรากฏตัวตรงหน้าแบบนี้...ผมเองก็ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดีเหมือนกัน

          “อ่า...” เขาส่งเสียงในลำคอออกมาแล้วเผยอยิ้มที่เหมือนเป็นการแสยะมากกว่า สะบัดตัวออกจากการช่วยพยุงของพี่อาชว์แล้วเดินเซ ๆ เข้ามาใกล้ผม ยื่นหน้าเข้ามาจนได้กลิ่นแอลกอฮอล์แรงจนแสบจมูก

          “พี่ภู...” ผมกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ แล้วเค้นเสียงเรียกเขาออกมา

          “ใช่ นี่เด็กพ่อ...พ่อกู”

          ไม่ขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจกับคำพูดแบบนั้น แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไรนอกจากเม้มริมฝีปากแน่น พยายามที่จะไม่โต้ตอบอะไร...

          แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่เปิดประตูเด็ดขาด

 

อุ้ย อะไรยังไง

เดี๊ยวววววววววว หยุดดดดดดดดด ขอบอกไว้ก่อนว่า ไม่ดราม่าหนักหน่วงอะไรล๊าวววว

เปิดตัวอีกหนึ่งตัวละครที่ปูทางไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องเพื่อหาโอกาสออกมา พี่ภูของเราค่า 555555555555

ไม่ต้องกลัวนะตัว ไม่ดราม่าจริ๊งจริงงงง เชื่อเรา จุ้บ ๆ

ฝากน้องเหนือ พี่อัยย์ และพระพายไว้อีกตอนด้วยค่า

ปล.ติดแฮชแท็ก #ทาสน้องเหนือ ได้สำหรับเรื่องนี้

ปลล.จะบอกว่า...อาจจะ ย้ำว่าอาจจะ(?) อีกไม่เกินสิบตอนน้องเหนือของเราอาจจะจบลงแล้วนะคะ อิ_อิ //แต่ถ้าไม่จบภายในสิบตอนก็คือ...คือไม่จบค่ะ ต่อไปเรื่อยจนกว่าจะจบนั่นแหละ ก๊ากกกกกกกก


















(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

2,593 ความคิดเห็น

  1. #2587 Pangpp24 (@RatchaneewanPaNg) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 12:48
    ต้มน้ำรอม่าอีกแล้ววววว
    #2587
    0
  2. #2525 WWCT_A (@WWCT_A) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 01:16
    หอมกลิ่นมาม่าตอนตี1
    #2525
    0
  3. #2521 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 22:47
    เอาล่ะ ชั้นไม่ชอบอิพี่ภู
    #2521
    0
  4. #2424 mook (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:45
    กลิ่นมาม่าโชยมาจนเริ่มจะหิวเลย
    #2424
    0
  5. #2212 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 17:41
    ไม่เชื่ออ มันต้องมาม่าแน่ๆ ;^;
    #2212
    0
  6. #2171 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 18:09
    กลิ่นม่าเริ่มมา....
    #2171
    0
  7. #2150 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 02:06
    นี่อีพี่ภู อย่ามาทำซ่าแถวนี้นะคะ พี่อัยย์ปกป้อง(ว่าที่เมีย)ด่วน!!! พี่อาชว์ด้วยปกป้องน้องสะใภ้ด้วย อย่าปล่อยให้คุณเพื่อนมาเพล่นพล่านใส่พระพายนะ
    #2150
    0
  8. #1904 nun__nutty (@nun000nutty) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 21:06
    ขอให้จริงอย่าม่านะ
    #1904
    0
  9. #1731 InLove (@yingjung55) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 18:05
    อย่าทำอะไรพายที
    #1731
    0
  10. วันที่ 26 กันยายน 2559 / 11:26
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #1636
    0
  11. #1556 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 18:03
    พี่อัยย์มาช่วยพายก่อน พายโดนต้อน(?)
    #1556
    0
  12. #1552 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 16:53
    พี่อัยย์ปกป้องน้องด้วยๆๆๆ
    #1552
    0
  13. #1509 holy59 (@holy59) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 23:10
    เจอกันจนได้เนอะ
    #1509
    0
  14. #1508 real____pbs (@babyll) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:41
    เอาแหล่วววว พี่อัยย์ต้องปกป้องพระพายนะ อิตาพี่ภูนี่แหม่งๆ ไงไม่รู้ เชอะ
    #1508
    0
  15. #1507 pasteley (@pasteley) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:22
    เฮ้ยย โลกจะกลมไปแล้ววว
    พี่ภูใจเย็นนะพี่
    เด็กพ่อกูนี่คือ ลูกของพ่อ แต่ไม่นับเป็นน้อง?
    #1507
    0
  16. #1506 PS-phanwarin (@PS-phanwarin) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:17
    สนุกแล้วหล่ะสิงานนี้555
    #1506
    0
  17. #1505 อภิญพร แซ่โค้ว (@mailinjaw) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 13:28
    พี่อัยย์มาช่วยพระพายเร็วววว~~~~
    #1505
    0
  18. #1504 ฟอแฟน นารูโตะ (@noomnim5683) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 13:10
    ลุ้นค่ะลุ้น พระพายไฟท์ติ้งคร่า
    #1504
    0
  19. #1503 Pop nomsod (@pop-_-) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 12:53
    เข้มแข็งเข้านะ
    #1503
    0
  20. #1502 Nat_show (@leonat) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 12:49
    ภูปากร้าย เกลียดน้องตั้งแต่เล็กจนโต เลวววว !! อัยย์อย่าให้เขารังแกพระพายนะ ????????????????????????????
    #1502
    0
  21. #1501 mindmd (@mindmdd) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 11:28
    รอๆๆๆ ลุ้นๆๆ
    #1501
    0
  22. #1500 PrinceJedi (@nanwalai) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 10:42
    เด๊ะๆ มาว่าน้องพายเค้าหรอ
    #1500
    0
  23. #1499 ยุ่งเยิง (@bugsbunny_jb) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 10:19
    อย่าดราม่าเยอะนะ สงสารพระพาย พี่อัยย์ต้องปกป้อง!!
    #1499
    0
  24. #1498 berry kiki (@jarjarjerry) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 08:04
    ง่าาาอยาาม่านะ
    #1498
    0
  25. #1497 nonichan (@baiyoja) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 07:53
    โอ้ยยยยยย มีความนิสัยแย่อ่ะ แงงงง
    #1497
    0