Pob-Rak Publishing | [END] B A B Y S I T T E R ★ รับ เลี้ยง รัก [YAOI]

ตอนที่ 51 : B A B Y S I T T E R 5 0 ★ พ ล า ด ไ ป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5563
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    28 ก.ย. 59














B A B Y S I T T E R 5 0 พ ล า ด ไ ป

 

# AI

          “โย่ว !

          “พี่อาชว์ เบา ๆ สิ เดี๋ยวน้องเหนือตื่น ! ” เสียงพูดคุยที่ดังมาจากหน้าประตูทำให้ผมหันไปมอง แล้วเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่เข็มสั้นกำลังจะชี้ที่เลขแปดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...จะสองทุ่มแล้ว พี่อาชว์กับริศาเพิ่งจะพาเจ้าตัวเล็กกลับมา

          ผมมองพี่อาชว์ที่หอบหิ้วถุงพะรุงพะรังเข้ามา กับริศาที่อุ้มน้องลมเหนือไว้ในอ้อมแขน อยากจะออกไปช่วยอุ้มหรอกครับ แต่ตอนนี้ติดว่าคนที่นอนหนุนตักอยู่ยังหลับปุ๋ยไม่ได้สติเพราะร้องไห้จนเหนื่อยอยู่นี่แหละครับ ผมก้มลงมองขอบตาที่ช้ำน้อย ๆ ของพระพายแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ ลูบหัวเขาไปเรื่อย รอให้พี่อาชว์กับริศาเดินเข้ามาเอง

          “อ่ะ ของฝาก” พอเดินเข้ามาหาที่โซฟาแล้ว พี่อาชว์ก็ยื่นถุงที่หอบหิ้วเข้ามาให้ ขณะที่ผมพยักหน้ารับน้อย ๆ รับมันไปวางไว้บนโต๊ะ

          “ขอบคุณครับ”

          “ขอบคุณลูกแกเถอะ เจออะไรก็เอาไปฝาก ๆ กระเป๋าพี่แทบฉีก” พี่อาชว์ว่าขำ ๆ ทำให้ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ มองน้องลมเหนือที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของริศาเอื้อมมือไปรับตัวเล็ก ๆ นั้นมาอุ้มไว้แทน พอไม่มีเจ้าตัวน้อยแล้ว ริศาก็ยืดแขนขับไล่ความเมื่อยขบอยู่สองสามที...ก็นะ น้องลมเหนือก็ไม่ใช่ว่าจะเบาอะไรนี่ครับ อุ้มนาน ๆ ก็ล้าเหมือนกันนะ

          “แล้วนี่กินอะไรกันมารึยังครับ” ผมถาม ทำให้ริศาพยักหน้ารับหงึกหงักออกมา ขณะที่พี่อาชว์ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาอีกตัวแล้วดึงแฟนสาวเขาไปนั่งด้วยกัน

          “กินแล้วค่ะ น้องเหนือก็กินแล้วเหมือนกัน”

          “แล้วทางนี้เป็นไง ไอ้ภูกลับไปแล้ว ? ” พี่อาชว์ถามขึ้นมาบ้าง ทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ

          “อ่า...ครับ”

          “เป็นไงบ้างวะ ? ” พอผมบอกแบบนั้น พี่อาชว์ก็เลิกคิ้วอย่างสนใจทันที ทำให้ผมได้แต่ยิ้มฝืน ๆ ไปให้พี่ชายของตัวเอง หันไปมองริศานิดหน่อยแล้วตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง

          “เดี๋ยวผมพาตัวเล็กกับพายเข้าไปนอนในห้องก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยคุยกัน” จริง ๆ ก็อยากจะตอบคำถามของพี่อาชว์อยู่หรอกครับ แต่ผมไม่อยากให้เรื่องนี้มาทำให้คนรักของพี่ชายไม่สบายใจไปด้วย ก็เลยตัดสินใจเลี่ยงคำถามไปก่อน พี่อาชว์เองก็ดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่ผมคิด เขาเลยไม่ว่าอะไรแล้วอุ้มน้องลมเหนือไปแทน

          “เออ ๆ ” พี่ชายผมพยักหน้าให้น้อย ๆ แล้วเดินนำไปที่ห้องนอนของผม โดยมีแฟนสาวของเขาวิ่งไปช่วยเปิดประตูให้ ส่วนผมก็ค่อย ๆ ขยับตัวแล้วช้อนร่างผอมของพระพายขึ้นมา มองคิ้วที่ขมวดมุ่นทั้ง ๆ ที่ยังหลับอยู่ของเขาแล้วก็ต้องถอนหายใจ ก่อนจะพาเขาเข้าไปนอนในห้องดี ๆ

          “ศาช่วยดูเจ้าตัวยุ่งก่อนได้มั้ยครับ เดี๋ยวพี่ขอคุยกับอัยย์แปปหนึ่ง” ผมหันไปมองพี่ชายที่กำลังบอกริศา ทำให้หญิงสาวหันมามองผมนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้าให้โดยไม่ได้ถามอะไร

          “โอเคค่ะ” พอเธอบอกแบบนั้น พี่อาชว์ก็โยกหัวริศาเบา ๆ แล้วหันมาหาผม พยักเพยิดไปทางประตูห้องเป็นเชิงว่าให้ออกไปคุยกันข้างนอก

          “ฝากหน่อยนะ” ผมหันไปไหว้วานริศาอีกรอบ ก่อนจะเดินตามพี่ชายออกจากห้องนอนไป

          “เกิดไรขึ้น ไม่โอเค ? ” พี่อาชว์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟ แล้วเลิกคิ้วถามผมทันที ทำให้ผมได้แต่ยิ้มฝืน ๆ ไปให้เขาก่อนจะตอบ

          “เรื่องมันใหญ่กว่าที่ผมคิดไว้...” ผมผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมา ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ อย่างเคร่งเครียด “ไอ้ภูสาดใส่พายเป็นชุดเลยครับ”

          “แล้วน้องเป็นไง ? ”

          “ร้องไห้จนหลับไปอย่างที่เห็นแหละครับ” ผมบอก ขมวดคิ้วมุ่นแล้วมองพี่อาชว์อย่างกลัดกลุ้ม “พายร้องไห้มาสองวันติดแล้ว...คราวนี้ผมคงพลาดจริง ๆ แหละพี่ ผมไม่น่าบังคับให้เขาคุยเลย”

          “เอ้า ๆ หงอยเลยไอ้น้องรัก” พี่อาชว์ว่าขำ ๆ เขาคงพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นแหละครับ แต่คราวนี้มันไม่ได้ผลเท่าไร...ใครจะรู้สึกดีอยู่ได้ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนรักต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ แบบนี้ได้ลงล่ะครับ

          “ผมแค่คิดว่าถ้าหันหน้าคุยกันแล้วอะไร ๆ มันคงดีขึ้น” ผมบอกต่อ ทำให้พี่อาชว์ผ่อนลมหายใจออกมา แล้วเขยิบมานั่งข้าง ๆ ผมแทน ขณะที่ผมพูดต่อ “ผมคิดง่ายไปเหรอพี่”

          “มันไม่เกี่ยวกับว่าคิดง่ายไปหรือเปล่าหรอกอัยย์ แกแค่โตมากับความคิดแบบนี้” พี่อาชว์ว่ายิ้ม ๆ วางมือลงบนไหล่ผมเบา ๆ “มันไม่แปลกที่แกจะคิดแบบนั้น แล้วแกก็แก้ปัญหาด้วยวิธีแบบนั้นมาตลอด”

          “...” ผมนิ่งเงียบ คิดตามที่พี่ชายพูด...ผมโตมากับการแก้ปัญหาด้วยวิธีแบบนั้นจริง ๆ แม่ผมสอนเสมอว่ามีเรื่องอะไรก็ให้เราหันหน้าเข้าหากัน อย่ามัวแต่หนี อย่ามัวแต่หลบหน้ากันแล้วปล่อยให้เรื่องราวมันค้างคาเป็นตะกอนอยู่ในใจเราให้อึดอัด เพราะงั้น ทุกครั้งที่มีปัญหาผมเลยเลือกที่คุย มากกว่าจะหลบ...ผมคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดจริง ๆ เพราะงั้นการหันหน้าคุยกันจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาวิธีแรกที่ผมคิดออก ผมถึงได้บอกให้พระพายคุย...ผมทำเหมือนเข้าใจเขา ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วไม่เลยซักนิด

          “การเผชิญหน้ากับปัญหามันไม่ผิด แต่เรื่องบางเรื่อง กับคนบางคน มันอาจจะละเอียดอ่อนเกินกว่าจะเผชิญหน้าตรง ๆ ได้นะ” คำพูดของพี่อาชว์ทำให้ผมหลับตาลง เอนหลังพิงพนักโซฟาแล้ววางแขนพาดลงบนหน้าผากตัวเองเบา ๆ ฟังเสียงของพี่ชายที่พูดต่อ “เพราะคนเรามันไมได้มีแค่เหตุผลอย่างเดียว แต่มันมีทั้งอารมณ์ ทั้งความรู้สึกด้วย...เพราะงั้นมันถึงได้ยุ่งยากแบบนี้ไง”

          “ผมพยายามจะเข้าใจเรื่องของสองคนนั้นนะพี่” ผมบอกเสียงเบา “แต่มันเหมือนกับว่าทำยังไงก็เข้าใจไม่ได้”

          “แกไม่ใช่สองคนนั้น แล้วจะเข้าใจได้ไง” พี่อาชว์เลิกคิ้ว ถามกลับมาง่าย ๆ ทำให้ผมลืมตาขึ้น เหลือบมองพี่เขานิดหน่อยแล้วก็ถอนหายใจ

          “แต่ผมอยากเข้าใจ...ผมไม่อยากให้พายรู้สึกแย่อยู่คนเดียว”

          “เข้าใจแล้วไง” พี่อาชว์ขมวดคิ้ว “แกจะรู้สึกแย่ไปกับน้องพายรึไง ? ”

          “...” ผมนิ่งเงียบ...ไม่รู้สิครับ ตอนนี้เหมือนความคิดผมมันสับสนไปหมด ตีกันยุ่งเพราะอะไร ๆ ก็ไม่เป็นไปตามที่คิด ผมเหมือนกลายเป็นแค่น้องชายตัวเล็ก ๆ ที่เดินตามหลังพี่อาชว์ต้อย ๆ เหมือนเมื่อตอนเด็กยังไงอย่างงั้นเลยล่ะครับ

          “พี่ว่าผิดประเด็นแล้วว่ะน้องรัก” พี่อาชว์บอก ดีดนิ้วจนเกิดเสียงดังเป๊าะตรงหน้าผมเบา ๆ เหมือนเรียกสติ ก่อนจะพูดต่อ “ถ้าแฟนแกรู้สึกแย่ ที่แกต้องทำมันไม่ใช่การรู้สึกแย่ไปกับเขา แต่เป็นการทำให้เขารู้สึกดีขึ้นรึเปล่าวะ ? ”

          “แล้วถ้ามันพลาดอีกล่ะครับ เหมือนคราวนี้...” ผมบอกอย่างกลัดกลุ้ม ที่อยากให้พระพายคุยก็เพราะคิดว่าเรื่องมันจะดีขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่เลย...ดันแย่กว่าเดิมซะอีก

          “โฮ่ย...ไอ้ขี้กลัวที่นั่งอยู่นี่ใครเนี่ย ช่วยเอาน้องอัยย์ผู้สุขุมเยือกเย็นของพี่กลับมาด้วยครับ” พี่อาชว์พูดติดตลก ผลักหัวผมเบา ๆ “พลาดครั้งเดียว คิดมากน่า”

          “เรื่องของคนที่รักก็ต้องคิดมากอยู่แล้วสิครับ” ถ้ามันไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องของพระพาย ผมคงไม่คิดมากขนาดนี้...เพราะว่าเป็นคนสำคัญ พอทำอะไรพลาดไป ก็เลยรู้สึกเสียความมั่นใจไปเยอะเลยล่ะครับ

          “เออ รู้ว่ารัก ถ้ารักก็เลิกคิดมากแล้วไปอยู่ข้าง ๆ น้องไป” พี่อาชว์ว่า แล้วลุกขึ้นยืน มองผมยิ้ม ๆ “คิดมากแบบนี้เดี๋ยวน้องพายยิ่งใจเสียหรอก ที่แกต้องทำก็แค่อยู่ข้าง ๆ น้องพายเหมือนที่ทำมาตลอดนั่นแหละ ยากอะไรวะ”

          “แล้วกับเรื่องนี้...เรื่องไอ้ภู ปล่อยให้มันจบแบบนี้ดีแล้วเหรอครับ” ผมยันตัวลุกขึ้นบ้าง แล้วเอ่ยถามพี่ชายอย่างต้องการคำปรึกษา

          “ไม่รู้สิ มันอาจจะจบแบบนี้ หรืออาจจะยังไม่จบก็ได้ แต่อย่างที่บอก เรื่องนี้มันเกินกว่าที่เราจะเข้าไปยุ่งได้นะอัยย์ พี่รู้ว่าแกหวังดี...แต่สิ่งที่แกทำได้ตอนนี้คือการอยู่ข้าง ๆ น้องพายของแกเว้ย ส่วนเรื่องไอ้ภู...ถ้าน้องพายพร้อมที่จะเคลียร์ น้องก็คงบอกแกเอง หรือถ้าน้องอยากให้มันจบแบบนี้ ก็ปล่อยให้จบเถอะว่ะ” พี่อาชว์ว่า เดินนำไปที่ห้องนอนผม “เรื่องแบบนี้มีแต่เจ้าตัวเองนั่นแหละที่จะบอกได้ว่าอย่างไหนดีที่สุด”

          “นั่นสินะครับ...” ผมตอบรับออกมาเสียงเบา ทำให้พี่อาชว์ที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูหันมามอง แล้วยิ้มเผล่

          “เอ้า ยังหงอยอยู่อีก ต้องการให้พี่ชายกอดปลอบมั้ยครับน้องอัยย์ พึ่งพิงพี่ได้นะครับ เดี๋ยวให้ยืมบ่าซับน้ำตา”

          “หึ เกิดก่อนไม่ถึงนาทีน่าพี่” แล้วผมก็อดหัวเราะเบา ๆ ออกมาไม่ได้เมื่อพี่อาชว์พูดทีเล่นทีจริงแบบนั้น ขณะที่พี่ชายผมไหวไหล่น้อย ๆ

          “เกิดก่อนไม่ถึงนาที แต่ก็เป็นพี่ที่ต้องดูแลไปทั้งชีวิตนะครับน้องรัก” เพราะแบบนี้แหละครับ เวลาอยู่ต่อหน้าพี่อาชว์ ผมถึงรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ไปอีกรอบ...เพราะโตมาในฐานะน้องชายที่มีพี่ชายที่เกิดห่างกันไม่ถึงนาทีเป็นคนดูแลมาตลอดแบบนี้นั่นแหละครับ

          “ขอบคุณนะครับพี่อาชว์” ผมบอกเขายิ้ม ๆ ขณะที่พี่อาชว์ไหวไหล่น้อย ๆ แล้วเดินเข้าไปหาริศาที่นั่งเปิดหนังสือนิทานภาพของน้องลมเหนือดูเล่นอยู่บนเตียง แล้วดึงนิทานภาพในมือของเธอออก ทำให้ริศาแยกเขี้ยวใส่แล้วตีแขนพี่อาชว์ไปเบา ๆ ทีหนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินกลับบ้านกัน

          “อย่าลืมที่บอกล่ะ อยู่ข้าง ๆ สุดที่รักแกไว้ แล้วก็เลิกคิดมากซะ” นั่นเป็นคำสุดท้ายที่พี่อาชว์บอกกับผม ก่อนที่ประตูห้องจะปิดลงเมื่อทั้งสองคนกลับไปแล้ว

          พอห้องกลับมาเงียบลงอีกครั้ง ผมก็ผ่อนลมหายใจยาว เดินเข้าไปหาน้ำดื่มในครัวให้หัวเย็นลงหน่อย แล้วเอนหลังพิงเคาน์เตอร์ที่กั้นห้องครัวไว้นิ่ง ๆ ตัดสินใจให้เวลากับตัวเองเพื่อเรียบเรียงความคิดที่เหมือนจะเสียสูญไปชั่วขณะหนึ่งในเข้าที่เข้าทางซะก่อน จนกระทั่งเวลาผ่านไป พอเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าสามทุ่มกว่า ๆ แล้ว เลยตัดสินใจเดินกลับเข้าไปหาคนรักที่น่าจะยังหลับสนิทอยู่ในห้องแทน

          อย่างที่พี่อาชว์บอก...ผมในตอนนี้คงทำอะไรมากไปกว่าการอยู่ข้าง ๆ พระพายไม่ได้แล้ว กับเรื่องละเอียดอ่อนที่ผมไม่สามารถทำความเข้าใจกับมันได้ทั้งหมดแบบนี้ คงเข้าไปยุ่งไม่ได้จริง ๆ ...ไม่งั้น อะไร ๆ มันอาจจะแย่ลงเหมือนอย่างวันนี้อีก ผมจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำสองเด็ดขาด

          ถึงจะเจ็บใจไปหน่อย...แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มันคงเป็นเรื่องที่เกินขอบเขตที่ผมจะช่วยอะไรได้จริง ๆ มันเป็นปัญหาของพระพายกับภูผาที่พวกเขาสองคนต้องผ่านไปให้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนผมตอนนี้...ก็แต่ทำให้ดีที่สุดในขอบเขตที่ผมสามารถทำได้เท่านั้นแหละครับ

          แกร๊ก...

          “พาย ? ” พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ผมก็เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ แล้วเอ่ยทักร่างผอมที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คิดว่าจะยังหลับอยู่ซะอีก

          “พี่อัยย์” พระพายขานรับด้วยชื่อของผม ดวงตาช้ำ ๆ จากการร้องไห้อย่างหนักเงยขึ้นมาสบตาผม แล้วยิ้มน้อย ๆ ออกมาให้...เป็นรอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาเศร้า ๆ คู่นั้นจนผมต้องรีบเดินไปนั่งข้าง ๆ เขาทันที

          “ตื่นแล้วเหรอ ปวดตามั้ย” ผมถาม ยกมือขึ้นลูบแก้มเนียนของอีกฝ่ายเบา ๆ ทำให้พระพายส่ายหน้าออกมาน้อย ๆ ขยับใบหน้าซุกลงกับมือผมนิดหน่อยแล้วก็นิ่งไป ททำให้ผมเลื่อนมือขึ้นลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วตบที่ตักตัวเอง “มานี่มา”

          “...” พระพายมองนิดหน่อย ไม่ตอบอะไร แต่ก็ขยับตัวขึ้นมานั่งบนตักผม ทำให้ผมสามารถกอดเขาไว้ได้ถนัดกว่าเดิม ร่างผอมนั่งนิ่ง เอนตัวพิงอกผมแล้วหลับตาลง

          ถึงพระพายจะไม่ได้พูดอะไร แต่ผมก็สัมผัสได้ว่าเขารู้สึกแย่มาก...มากพอที่น้ำตาจะไหลออกมาอีกรอบจากดวงตาที่ยังปิดอยู่โดยไมได้ส่งเสียงอะไรออกมา พระพายทำแค่ร้องไห้เงียบ ๆ ไม่มีอาการสะอื้นให้เห็นอีก เหมือนกับว่าเขาเหนื่อยที่จะร้องแล้ว แต่น้ำตาก็ยังคงไหลออกมาเฉย ๆ และนั่นทำให้ผมต้องค่อย ๆ ปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

          เห็นเขาร้องแบบนี้แล้ว...ผมยิ่งปวดใจ

          “เด็กดี...บอกพี่ได้มั้ย รู้สึกยังไงอยู่เหรอครับ...” ผมถามออกไปเบา ๆ ...ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไง แต่ที่ถามนี่เพราะอยากให้ระบายออกมามากกว่านั่งร้องไห้เงียบ ๆ แบบนี้ และนั่งทำให้พระพายขยับตัวเล็กน้อย ซุกใบหน้าลงที่คอผมโดยที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมา แล้วเอ่ย

          “อยากตาย” คำสั้น ๆ ที่เขาเอ่ยออกมาทำให้ผมชะงักไปครู่หนัก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามตั้งสติแล้วลูบหัวเขาเบา ๆ อย่างที่เจ้าตัวชอบ

          เก็บคำพูดแรง ๆ ของภูผามาคิดจริง ๆ ด้วย...

          ผมกดจมูกลงที่ขมับเข้าเบา ๆ ไม่ได้ตอบอะไรออกไปนอกจากเลื่อนมือลูบหัวเขาไปเรื่อย รอให้อีกฝ่ายค่อย ๆ ระบายความรู้สึกออกมาอย่างไปเร่งรีบ ผ่านไปซักพัก พระพายถึงยอมเปิดปากพูดขึ้นมาอีกรอบ

          “ยิ่งพี่กอดไว้แบบนี้ ลูบหัวพายแบบนี้...” เขาว่า ดึงมือผมที่กำลังลูบหัวเขาออก ทำให้ผมพลิกมือขึ้นมากุมมือเขาไว้แทน ขณะที่พระพายแค่ยิ้มน้อย ๆ ให้ ขยับใบหน้าลงจนชิดกับคอผม “...มีความสุขจนอยากตายเลยครับ”

          ถ้าเป็นเวลาอื่น ผมคงจะยิ้มออกมากับถ้อยคำตรงไปตรงมาแบบนี้ของเขา...ที่บอกว่าเขามีความสุขเวลาได้รับสัมผัสจากผม แต่เวลานี้ ผมยิ้มไม่ออกจริง ๆ ครับ เวลาที่เขาพูดเหมือนว่าถ้าวินาทีถัดมาเขาจะตายไปจริง ๆ เขาก็คงไม่สนใจอะไรแบบนี้

          “แล้วพี่ล่ะครับ ฮึ ? ” ผมถามเสียงอ่อน ไม่รอให้เขาถามอะไรก็พูดต่อ เกลี่ยนนิ้วไปบนหลังมือเขาเบา ๆ “ถ้าพายตาย ไม่มีใครดูแลหัวใจพี่แล้วนะ”

          “พี่พูดแบบนี้...พายยิ่งอยากตาย แต่ก็ไม่อยากตาย...” เขาบอกออกมาเสียงแผ่ว ท่าทางสับสน “มีความสุขจนอยากตาย...แต่พายห้ามไม่ให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้จริง ๆ ...ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่ควรมีความสุข แต่ว่าห้ามไม่ได้...”

          “...” ผมนิ่ง พอเขาระบายออกมามาก ๆ เข้าก็เริ่มที่จะสะอื้นฮึก

          “อึก...เพราะพี่อัยย์...ฮึก...เพราะพี่อัยย์อยู่ด้วยก็เลยห้ามไม่ให้ยิ้มไม่ได้...อึก...ทำยังไงดีครับ...”

          “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นครับ...ถ้าพายอยากยิ้มก็ยิ้มออกมา ถ้าพายอยากร้องไห้ก็ร้องได้เต็มที่ เพราะไม่ว่ายังไง พี่ก็ไม่มีทางไปไหนเด็ดขาด” ผมบอกเสียงหนักแน่น ทำให้พระพายค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา มองผมดวงด้วยตาฉ่ำน้ำ แล้วยิ้มออกมา...แต่เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่ชอบเอาซะเลย รอยยิ้มที่เหมือนกับว่ากำลังเจ็บเจียนตายแบบนั้น

          “พี่อัยย์...พายเจ็บ ยิ่งมีความสุขก็ยิ่งเกลียดตัวเอง อยากตาย...พายทำลายชีวิตพี่ภู...พาย อึก...พายไม่เคยรู้...ฮึก...” ตอนนี้พระพายเสียศูนย์ยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผมเคยเห็นมา อารมณ์ของเขาตีปนกันมั่วไปหมด ทั้งความสุขทั้งความเศร้าที่ปรากฏออกมาพร้อม ๆ กันทำให้เขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี...คงเป็นเพราะเรื่องของแม่ของเขาที่ไม่เคยรู้มาก่อนนั่นแหละครับ เลยทำให้มันกระทบกระเทือนจิตใจขนาดนี้ คนเรา ถ้าเป็นเรื่องของคนสำคัญแล้ว มันย่อมมีอิทธิพลเสมอแหละครับ “...ถ้าพายไม่เกิดมา อึก...แม่ก็คง...แม่ก็คงไม่ต้องไปที่นั่น...ฮึก...แล้ว...แล้วครอบครัวพี่ภูก็จะไม่เป็นแบบนี้...”

          ผมมองคนที่โทษว่าเรื่องราวทุกอย่างเป็นเพราะตัวเองอย่างปวดใจ ก่อนจะกระชับอ้อมแขน กอดเขาแน่นกว่าเดิมแล้วลูบหัวลูบหลังปลอบโยน “อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ...พายไม่ผิดหรอก มันก็แค่เรื่องที่พายรู้ กับเรื่องที่ภูรู้มันเป็นคนละมุมมองกันเท่านั้นเอง...”

           นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดได้หลังจากที่ยืนทำหัวให้โล่งอยู่เมื่อกี้...ในฐานะคนนอก ผมฟังทั้งเรื่องราวของพระพาย และเรื่องราวของภูผาที่บอกเล่าผ่านออกมาด้วยอารมณ์รุนแรง จนอาจจะทำให้เผลอมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป...มองข้ามความจริงที่เป็นกลาง

          เรื่องราวทุกอย่างมันมีสามด้านเสมอ...ด้านของเขา ด้านของเรา และด้านที่เป็นความจริง...ผมไม่ได้บอกว่าเรื่องที่ภูผาเล่าคือคำโกหก แต่มันเป็นเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยอารมณ์และอคติจนทำให้บางครั้งก็ทำให้มองเรื่องราวที่เป็นความจริงนั้นผิดพลาดไป

          บางที...คนที่รู้เรื่องราวทั้งหมดดีที่สุดคงเป็นตัวต้นเรื่องที่ทำให้ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างพ่อของพระพายและภูผา ถ้าจะหาด้านที่เป็นความจริง...ก็คงต้องหาเอาจากคนคนนั้นเท่านั้น

          แต่คงไม่ใช่ตอนนี้...ตอนที่พระพายอ่อนแอเหมือนจะแตกหักไปได้ง่าย ๆ แบบนี้

          “พายครับ” ผมเสียงเขาเสียงออก ทำให้อีกฝ่ายผละตัวออกจากอ้อมกอดของผม เงยหน้ามองนิดหน่อยด้วยดวงตาสั่น ๆ “สับสนใช่มั้ย”

          “อือ...พายเสียใจ...เสียใจที่มีความสุข...แต่ก็อยากมีความสุข...” นั่นเพราะคำพูดของภูผาล้วน ๆ ...ไม่รู้ว่าคนพูดจะรู้ตัวรึเปล่าว่าสิ่งที่เขาพูดทำร้ายคนฟังไปขนาดไหน หรือส่งผลอะไรบ้าง...บางครั้ง คำพูดมันก็รุนแรงยิ่งกว่าการใช้กำลังเสียอีกครับ ตอนนี้ถึงแม้ว่าพระพายจะมีความสุข แต่ความสุขของเขาก็จะมาพร้อมกับความรู้สึกผิดที่มีต่อภูผาเสมอ...นั่นเป็นผลกระทบที่เขาได้รับจากคำพูดรุนแรงของภูผา

          บอกได้คำเดียวว่าแย่...อาจเพราะครอบครัว สิ่งแวดล้อม หรืออะไรก็ตาม ทุกอย่างที่เลวร้ายรอบ ๆ ตัวภูผาหล่อหลอมให้เขากลายเป็นแบบนั้น เขาอาจจะไม่ใช่คนเลว...แต่ภูผาขาดวุฒิภาวะในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเองโดยสิ้นเชิง

          ถ้าให้พูดแล้ว สิ่งที่ภูผาเป็นมันก็เหมือนอาการป่วยเรื้อรัง เขาต้องการการเยียวยา...เยียวยาบาดแผลของเขาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา

          แต่ผมคงช่วยเขาไม่ได้...ก็ไม่แต่หวังว่าซักวันเขาจะรักษาบาดแผลของตัวเองให้หายซักที เพราะถ้าเป็นแบบนั้น คนในอ้อมกอดผมก็คงรู้สึกดีขึ้นเหมือนกัน

          ผมไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น หรือลบถ้อยคำของภูผาออกไปจากหัวพระพายได้ เพราะงั้น สิ่งที่ผมได้ตอนนี้ก็เลยมีแค่การพยายามทำความเข้าใจให้ได้มากที่สุด...ถึงจะไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกทั้งหมดของทั้งพระพายและภูผาได้ก็ตาม

          แต่อย่างน้อย ๆ ผมก็เข้าใจว่ามันเลวร้ายมาก

          “พี่อัยย์...พายเลว...” เสียงเบา ๆ ของคนในอ้อมกอดทำให้ผมก้มลงมอง รู้สึกได้ว่าเขากำลังคิดถึงความผิดพลาดในชีวิตตัวเองทั้งหมด แล้วปล่อยให้มันหล่นลงมาทับตัวเองพร้อม ๆ กันยังไงอย่างงั้นแหละครับ แล้วก็ไม่ผิดจากที่คิดจริง ๆ เมื่อเขาเอ่ยต่อ “...ไม่ได้เรื่องซักอย่าง ทำอะไรก็ไม่ดี...อึก แค่เกิดมาก็แย่แล้ว”

          “ชู่ว...ไม่เอา ไม่ว่าตัวเองแบบนั้นนะ” ผมบอกเสียงอ่อน ดันเขาออกห่างเล็กน้อย เพื่อให้มองเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของอีกฝ่ายได้ชัด ๆ แล้วยิ้มบางออกมาอย่างปลอบใจ ปัดเส้นผมที่ปรกตาปรกตาเขาออกให้ ก่อนจะกดริมฝีปากลงที่หน้าผากเขา ๆ “พี่ดีใจที่สุดที่พายเกิดมา...ตัวเล็กก็ได้ดีใจ...พายชอบรอยยิ้มของพี่มั้ย ชอบรอยยิ้มของตัวเล็กรึเปล่าครับ...”

          “...” พระพายไม่ได้ตอบอะไร เขาจ้องมองผม เม้มริมฝีปากเข้าหากันจนต้องเกลี่ยนิ้วไปมาให้ยอมคลายออก ก่อนที่เจ้าตัวจะพยักหน้าน้อย ๆ ให้ ทำให้ผมพูดต่อ

          “ที่ยิ้มได้เพราะพายนะ...เพราะมีพายเข้ามาในชีวิต พี่ถึงได้มีความสุขมากแบบนี้ไงครับ” พอผมบอกแบบนั้น พระพายก็นิ่ง ๆ ซักพัก ก่อนที่เขาจะยกแขนขึ้นคล้องคอผม ดันตัวเองเข้าหาจนแนบชิด  ทำให้ผมกอดเขาตอบไป ลูบหลังเขาเบา ๆ แล้วถาม “เป็นอะไรไปครับ”

          “...มีความสุขอีกแล้ว” คำตอบของร่างผอมทำให้ผมได้แต่ลูบหัวลูบหลังเขาอย่างปลอบประโลม ถึงเขาจะบอกว่ามีความสุขก็เถอะ...แต่คำว่ามีความสุขที่เขาบอก มันเหมือนแฝงความรู้สึกว่าไม่ต้องการที่จะมีความสุขเอาไว้ด้วย และนั่นทำให้ผมค่อย ๆ เอ่ยปากต่อ

          “พายครับ...ความสุขของพี่ คือการได้ให้พายมีความสุขด้วยนะครับ ตัวเล็กก็เหมือนกันนะ” ผมบอกเสียงอ่อน ทำให้พระพายกระชับอ้อมแขนที่กอดผมอยู่ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

          “แต่พี่ภูไม่อยากให้พายมีความสุข...”

          “ต่อให้พายเศร้า ให้พายทุกข์แบบนี้ไปตลอด...ภูผาก็มีความสุขขึ้นไม่ได้หรอกนะครับ” ผมบอกเขาอย่างใจเย็น ความคิดความรู้สึกของพระพายตอนนี้มันซับซ้อนมากเหมือนปมเชือกที่ผูกกันเป็นปมมั่วไปหมด...มันอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ในการค่อย ๆ คลายปมเหล่านั้น

          “พายไม่ได้อยากเศร้า...แต่พายไม่อยากมีความสุขแล้ว” พระพายบอกผมอย่างสับสน ขณะที่มือผมยังลูบหลังเขาไม่หยุด “แต่พอมีพี่อัยย์อยู่ข้าง ๆ แบบนี้...มันก็ห้ามไม่ได้ พายเห็นแก่ตัว...ทั้ง ๆ ที่พี่ภูเป็นแบบนั้น...แต่พายก็ยัง...”

          “พายครับ” ผมขัดถ้อยคำที่กำลังพรั่งพรูออกมาของเขา แล้วกดจมูกลงที่ไหล่มนหนัก ๆ ไปที “พายไม่ได้เห็นแก่ตัว...ไม่ใช่เลยนะครับ ถ้าพายไม่อยากมีความสุขเพื่อตัวเอง ช่วยมีความสุขเพื่อพี่ เพื่อตัวเล็กได้มั้ย...”

          “แต่พี่ภู...”

          “ภูผาไม่ได้อยู่ที่นี่...ตรงนี้มีแค่เรา...มีแค่เรานะครับ” ผมย้ำ แต่พระพายก็ยังคงนิ่งอยู่เหมือนเดิม ทำให้ผมตัดสินใจพูดต่อ “พี่ไม่ได้หมายความว่าให้เรามีแต่ความสุขหรือไม่ต้องสนใจภูผาหรอกนะครับ พายรู้สึกผิดได้ พายเศร้าเพื่อภูผาได้ เศร้าจนกว่าจะพอใจเลยครับ ร้องไห้จนเสียงแหบไปเลยก็ได้”

          “...” พอบอกแบบนั้น ร่างที่แนบชิดกับผมอยู่ก็เริ่มสั่น เสียงสะอื้นฮึกกลับมาดังอีกครั้ง

          “พอเศร้าจนพอแล้ว...หลังจากนั้น พี่ขอให้พายมีความสุขเพื่อพี่ เพื่อตัวเล็กได้มั้ยครับ...ไม่ต้องมีความสุขตลอดเวลา แค่เหมือนที่ผ่านมา สุขบ้าง เศร้าบ้าง...ให้พี่รู้ว่าพี่ยังมีเราอยู่ข้าง ๆ ให้พี่ได้ดูแลเรา...ให้พี่มีความสุขกับเรื่องพวกนั้นนะ” ...ถ้าพระพายรู้สึกผิดที่ตัวเองต้องมีความสุข บางทีการบอกให้เขามีความสุขเพื่อผมมันอาจจะดีกว่า อย่างน้อย ในเวลาที่คิดถึงคำพูดของภูผาขึ้นมา เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าเขาเห็นแก่ตัวอีก...ให้เขาคิดว่าเขาไม่ได้กำลังทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อผมกับน้องลมเหนือต่างหาก

          “...พายจะพยายาม” สุดท้าย เขาก็ตอบรับออกมาเสียงเบา ทำให้ผมส่ายหน้าน้อย ๆ ให้

          “ไม่ต้องพยายาม...แค่รู้สึก เหมือนที่เคยรู้สึก ไม่ต้องพยายามอะไรเลยครับ แค่มีความสุขก็ยิ้ม ถ้าเศร้าก็ร้องไห้ พี่ต้องการแค่นั้น” ...ใช่ เรื่องของความรู้สึกมันไม่จำเป็นต้องพยายามอะไรเลยครับ แค่รู้สึกอะไร ก็แสดงออกมา...เหมือนอย่างที่ภูผาทำนั่นแหละครับ มันอาจจะไม่ถูกต้อง แต่มันทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นได้

          ถึงอย่างภูผามันจะเรียกว่าเกินเลยไปเยอะก็เถอะ แต่สำหรับพระพายแล้ว...ถึงแม้อายุจะน้อยกว่า แต่บางทีเขาอาจจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าภูผาเสียด้วยซ้ำครับ พระพายเองก็ผ่านอะไรมาเยอะกว่าจะมาถึงจุดนี้เหมือนกัน...

          เขาเข้มแข็งพอ

          “ตอนนี้เรารู้สึกยังไง...บอกพี่นะเด็กดี” ผมบอกเขาอีกรอบ คราวนี้แรงกอดรัดจากอ้อมแขนของพระพายยิ่งแน่นขึ้นอีก ร่างผอมของเขาสั่น ก่อนที่เสียงสะอื้นฮึกจะกลายเป็นการปล่อยโฮเสียงดังลั่นแทน

          “ฮือออออออออออออ !!! พี่อัยย์...อึก ! พายเสียใจ เสียใจ...ฮืออออออออออออออออ !!!

          “งื้อ...ป๊ะป๋า...ป๊ะป๋า... !! อุ๊...ฮึก...แง๊ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ” แล้วพอเขาปล่อยโฮเสียงดังลั่นแบบนั้น น้องลมเหนือที่หลับปุ๋ยอยู่ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เสียงเล็ก ๆ เรียกพ่อเขา ก่อนจะกลายมาเป็นเสียงร้องไห้ที่ดังลั่นพอ ๆ กันเมื่อเห็นว่าพระพายกำลังร้องไห้

          ร่างเล็ก ๆ ของน้องลมเหนือคลานมาหา ทำให้พระพายผละตัวออกอย่างอ้อมกอดผม แต่ก็ยังนั่งอยู่บนตักไม่ไปไหน เขาคว้าร่างเล็ก ๆ ของน้องลมเหนือมาวางบนตักตัวเองอีกที แล้วกอดเจ้าตัวน้อยที่กำลังร้องไห้ไว้แบบนั้น ทั้ง ๆ ที่น้ำตายังร่วงเป็นสาย

          คราวนี้ก็เลยต้องกอดทั้งพ่อทั้งลูก แล้วนั่งปลอบสองคนนั้นอยู่นาน...

          ก็ได้แต่หวังว่าพระพายจะรู้สึกดีขึ้น หลังจากปล่อยโฮออกมาอย่างหนักแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...หวังว่าเรื่องที่กวนใจเขาอยู่จะถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับเสียงร้องไห้ที่ดังลั่นอยู่ตอนนี้

          แล้วหลังจากนั้น...จะได้กลับมาเป็นเด็กดีของผมคนเดิม

 

อืม...ว่าไงดีล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว มันย้อนกลับไม่แก้ไขอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับความผิดพลาดไว้เป็นบทเรียนเนอะ

เรื่องบางเรื่องมันก็ยากจะเข้าใจ อารมณ์ของพระพายมันซับซ้อนจนไม่รู้จะเขียนออกมายังไงเลยล่ะค่ะ 555555555

สำหรับเรื่องของพี่ภู ถามว่ามันจะจบแบบนี้มั้ย...ว่าไงดี บางทีทุกอย่างมันก็ไม่ได้มีตอนจบที่แฮปปี้เอนท์เสมอไปหรอกค่ะ แต่กับพี่ภู...อืม รอลุ้นในเรื่องของพี่ภูหลังจากที่จบเรื่องของพระพายดีกว่า---- //มีความเนียนโฆษณา ฮ่า ๆ ล้อเล่นค่ะ ขอพูดในมุมของพี่ภูนิดหนึ่ง...เราลองคิดสภาพของเด็กที่โตมาในครอบครัวที่มีแต่ปัญหาดู แล้วก็ลองคิดว่าเขาจะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน การเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันทุกวันมันหล่อหลอมให้เขาเป็นคนแบบไหน...แล้วก็กลายมาเป็นพี่ภูนี่แหละค่ะ ขาดวุฒิภาวะ และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ในเมื่อคนที่เลี้ยงเขามายังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แล้วพี่ภูจะไปรอดอะไร ประมาณนั้นแหละค่ะ ในส่วนของแม่พี่ภูนั้นก็เช่นกัน สำหรับคนที่เคยคิดจะฆ่าตัวตาย...มันก็ต้องรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจมากพอที่จะทำให้ตัดสินใจแบบนั้นค่ะ แล้วกับตัวเองยังคิดจะฆ่า...แล้วจะดูแลพี่ภูไหวได้ยังไง คิดแบบนั้นแหละค่ะ 555555555555

แต่ยังไง ตอนนี้เราคิดถึงบรรยากาศมุ้งมิ้งตะมุตะมิงุงิอิอิของพระพายกับน้องเหนือแล้วค่ะ เรื่องหนัก ๆ นี่ชวนปวดหัวจริง ๆ บู่วววววว

ความจริงแล้วอยากมาอัพเร็ว ๆ เหมือนกันนะคะ แต่อาทิตย์นี้ติดไฟนอลค่ะ แล้วเมื่อคืนจู่ ๆ ก็ไข้ขึ้นตื่นขึ้นมากลางดึกแบบงง ๆ ว่าฉันไปทำอะไรมาถึงได้ป่วยด้วยล่ะค่ะ ตอนนี้ก็ยังงงว่าป่วยได้ยังไง 55555555555555555 ก็เลยค่อนข้างฝืนสังขารเล็กน้อยในการมาอัพ ฟฟฟฟฟฟ

สำหรับในส่วนของพี่อัยย์ที่ความนิยมลดฮวบฮาบไปเมื่อตอนที่แล้วนั้น...ก็อย่างที่พี่อัยย์บอกในตอนนี้ค่ะ พี่เขาก็เสียศูนย์ไปเหมือนกัน กลายเป็นเด็กน้อยของพี่อาชว์ไปแล้ว 5555555555  ว่าไงดี...ตัวละครของเราทุกตัวไม่ได้เฟอร์เฟ็คค่ะ ต่อให้เป็นพี่อัยย์ ก็ตัดสินใจพลาดได้เหมือนกัน คนทุกคนก็เป็นแบบนี้เสมอ...บางทีสิ่งที่เราหวังดีกับคนรัก มันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป อารมณ์ประมาณนั้นแหละค่ะ

...แต่เนื่องจากกลับไม่อ่านแล้ว ขัดใจอิตาพี่อัยย์ที่เงียบไปเป่าสากจริง ๆ ก็เลยเพิ่มช่วงท้ายให้เล็กน้อยค่ะ สามรถย้อนกลับไปอ่านได้ แต่พี่อัยย์ก็ทำได้แค่นั้นแหละค่ะ 55555555555555555 เรื่องคราวนี้มันไม่ใช่แค่บทเรียนของพระพายกับพี่ภู แต่มันเป็นบทเรียนของพี่อัยย์ด้วยเหมือน อิ_อิ

พูดอะไรมาซะยืดยาว สุดท้ายนี้ ขอฝากน้องเหนือ พระพาย พี่อัยย์ไว้อีกตอนด้วยค่า แล้วตอนหน้ากลับมาหาความมุ้งมิ้งกันเหมือนเดิมเถอะ เหนื่อยกับบรรยากาศหนัก ๆ นี่แล้ววววว บู่ววววว

ปล.ติดแฮชแท็ก #ทาสน้องเหนือ ได้สำหรับเรื่องนี้ค่า รักทุกคนนะ จุ้บ ๆ





















(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

2,593 ความคิดเห็น

  1. #2524 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 23:28
    นี่ก็แอบคิดอยู่ว่าพี่อัยไม่น่าให้พายคุยกับภูอะค่ะ เราคิดเหมือนพี่อาชนะว่าปัญหาบางอย่างมันก็เกินกำลังอ่ะค่ะ บางครั้งคงต้องรอเวลาที่เหมาะสม
    #2524
    0
  2. #2457 fredfefe (@fredfefe_12) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 03:34
    เพิ่งจำได้ว่าเคยอ่านเรื่องภูเมื่อนานมาแล้วตอนนั้นเกลียดพระพายแบบสุดๆไปเลยแต่พอมาเห็นมุมพระพายแล้วมันก็เจ็บปวดเหมือนกัน มันเหมือนแต่ละคนก็มีแผลของตัวเองมันอยู่ที่ว่าเรามองจากมุมไหนมากกว่าจะน้อยจะมากก็อยู่ที่ความคิดคนเราอะ
    #2457
    0
  3. #2430 mook (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:16
    พายยังโชคดีที่มีพี่อัยย์ตอนทำผู้หญิงท้องตอนเกื่อบฆ่าลมเหนือก็ยังมีแม่ แต่ภูผาไม่มีใครที่เข้าใจเลยแม่ก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะดูแลลูกได้พ่อก็เอาแต่ด่าว่าไม่มีใครเข้าใจจริงๆ เราว่าถึงพายจะเคยพลาดหรือลำบากยังไงทุกเรื่องพายก็ยังมีทุกคนอยู่ข้างๆตอนแม่เสียพายก็ยังมีน้องเหนือ เราว่าภูผาก็เหมือนเด็กเล็กๆที่ต้องการความรักความเอาใจใส่ที่ดีจากคนในครอบครัวไม่ต้องจากทั้งพ่อและแม่ก็ได้ แค่มีคนเข้าใจเค้าสักคนก็พอแล้วเป็นที่พักใจให้ได้มอบความรักความอบอุ่นให้สักคนเค้าก็คงจะไม่มีอคติกับพายขนาดนี้แต่นี่เค้าคงมองย้อนหาตัวเองตลอดว่าทำไมพายมีความสุขได้ทุกครั้งมีรอยยิ้มได้บ่อยแต่เค้าทำไมกลับไม่เคยมีไ่เคยได้รับมันจากใครเลยนั่นแหละค่ะในความคิดเรา
    #2430
    0
  4. #2276 LBeau (@LBeau) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 21:24
    ทำไมไม่ตายๆไปเลย
    #2276
    2
    • #2276-1 batpunch (@batpunch) (จากตอนที่ 51)
      30 เมษายน 2560 / 23:13
      คนเราเลือกเกิดไม่ได้นะคะ ได้เเต่ยอมรับในสิ่งที่มันเกิดไปเเล้ว
      #2276-1
    • #2276-2 mybae_uuuu (@mybae_uuuu) (จากตอนที่ 51)
      1 กรกฎาคม 2561 / 11:21
      เธอนั่นแหละไม่ตายๆไปเลย อินเกิน
      #2276-2
  5. #2271 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 15:05
    บางทีก็อยากจะบอกพี่อัยย์นะว่าปัญหาทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขได้แฟคเตอร์หลายอย่างที่เราไม่สามารถควบคุม เราควรปล่อยให้มันเป็นปัญหาต่อไปแต่เดินไปข้างหน้า
    #2271
    0
  6. #2262 mayaangel (@kanyadevil) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 17:15
    จริงๆเคยอ่านเรื่องนี้นานมากๆแล้ว แล้วพึ่งอ่านพี่ภูจบไป(ตอนอ่านนี้ลืมจริงๆว่าเคยอ่านเรื่องพระพาย) อ่านในมุมภูตอนที่ยังไม่ได้เคลียหรือเจอกับพระพาย โครตเกลียดพระพายอะ แต่พอเจอก็เข้าใจว่าไม่ได้เป็นเหมือนที่ภูคิดก็เลยโอเคกับพระพายในเรื่องภู แต่พอมาเรื่องพระพายอ่านแล้วคุ้นๆแล้วก็จำได้ว่าเคยอ่านแล้ว ในเรื่องของพระพายคุณภูของเขินดูเลวร้ายมากๆดูไม่ดีเลยในเรื่องพาย จริงๆคุณภูเป็นคนน่ารักเป็นคนตรงๆใจดีด้วยน้าาา
    #2262
    0
  7. #2215 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 01:12
    สงสาร เรียกพี่อาชว์มาเอาลมเหนือไปได้มั้ยอะ คือคิดว่าพายไม่หยุดร้องไห้ง่ายๆแน่ๆ แล้วถ้าพายไม่หยุดลมเหนือก็คงไม่หยุดเช่นกัน เดี๋ยวน้องปวดหัววววว
    #2215
    0
  8. #2174 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 19:09
    ????????????????????????
    #2174
    0
  9. #2072 Mo On Junn (@0880984024) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 23:44
    พระเอกก็ยืนดูให้เขาด่านายเอง ทีแบบนี้จะทำตัวเป็นพระเอกทำไม ที่จริงต้องต่อย-ภูซักทีไม่ใช่เหรอ ยังจะไปถามหาเหตุผลกับมันอีก ????????
    #2072
    1
    • #2072-1 Rabbit Tan (@keaw1542542) (จากตอนที่ 51)
      9 ตุลาคม 2559 / 06:04
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่า
      ก่อนอื่น ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ถึงจะเป็นพระเอก แต่พี่อัยย์ก็ไม่ใช่เฟอร์เฟคแมนที่ไม่เคยทำอะไรพลาดไป การกระทำทุกอย่างเกิดจากการไตร่ตรองของพี่เขา ซึ่งการไตร่ตรองเหล่านึ้ก็มากจากประสบการณ์ ความคิด และลักษณะนิสัยส่วนบุคคลที่ไม่เหมือนกันค่ะ การที่พี่อัยย์ต้องการหาเหตุผลกับมันเองก็เป็นหนึ่งในการกระทำที่เกิดจากการไตร่ตรองตรงนี้ด้วยเช่นกัน แต่ถามว่าความคิดเหล่านั้นมันผิดพลาดได้มั้ย แน่นอนว่าได้ค่ะ เพราะพี่อัยย์ก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน
      ในตอนแรกที่เขียนฉากพี่ภูก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะ ว่าควรจะทำให้มันออกมาในรูปแบบนี้ดีมั้ย แต่เราคิดว่า สำหรับพี่อัยย์ การใช้กำลังไม่ใช่การแก้ปัญหาค่ะ พี่ภูเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าหากตอนนั้นพี่อัยย์เลือกที่จะต่อยพี่ภูไปจริงๆ มันจะจบที่การฟัดกันนัวต่อหน้าพระพาย ซึ่งผลจากการกระทำแบบนั้นจะไม่ช่วยให้พี่ภูได้คิดอะไรเลย นอกจากจะเกลียดพระพายมากกว่าเดิม เพราะเขาจะโทษว่าที่เขาต้องเจ็บตัว เป็นเพราะพี่อัยย์ปกป้องพระพาย และการต่อยกันต่อหน้าคนรัก ถึงแม้จะเป็นการปกป้องก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรในความคิดของพี่อัยย์ ลองมองในมุมกลับของพระพายดูบ้างค่ะ...ถ้าเขาเห็นคนรักตัวเองต่อยกับพี่ชายเพื่อตัวเอง เขาจะรู้สึกยังไง เราคิดว่าสำหรับพระพายที่มีปมเนื่องครอบครัวอยู่แล้ว มันเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนค่ะ เขาจะรู้สึกแย่กว่าเดิมที่ทำให้พี่อัยย์ต้องเจ็บตัว และรู้สึกผิดต่อพี่ภูมากกว่าเดิมเช่นกัน ดังนั้น ในฉากการคุยกันของพี่ภู เราจึงตัดสินใจเขียนออกมาในรูปแบบนี้ค่ะ แล้วการที่พี่อัยย์ยอมให้พี่ภูว่าพระพาย ก็ต้องยอรับว่า เรื่องที่พี่ภูพูดมันทำให้เขาอึ้งไปเหมือนกัน มันเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้ และละเอียดอ่อนกว่าที่เขาคิดไว้มันทำให้เขารู้สึกว่าเรื่องนี้เขาสมควรที่จะไปแทรกแซงๆจริงๆเหรอ และนั่นคือจุดที่พี่อัยย์'พลาด'ค่ะ แต่อย่างที่บอก เรื่องนี้มันไม่ใช่บทเรียนสำหรับพระพายคนเดียว แต่มันก็กลายเป็นบทเรียนของพี่อัยย์ด้วย
      การเป็นพระเอกไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องปกป้องนายเอกแบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ทำทุกอย่างได้เพื่อนายเอกโดยที่เรื่องจบลงอย่างแฮปปี้เอ็นท์ดิ้งจากการกระทำที่ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน ด้วยเหตุผลว่าการที่เรื่องจบแฮปปี้ได้ทั้งๆที่เขาทำแบบนั้น มันก็เพราะว่าเจาเป็นพระเอก การกระทำทุกอย่างมีผลที่ตามมาเสมอค่ะ มันส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก และการตัดสินใจในอนาคตของตัวผู้กระทำเอง และของผู้ที่ได้ยอน ได้ฟัง หรือได้เห็นด้วยเช่นกัน
      สิ่งที่เราอยากจะบอกคือ ถึงแม้ว่าพี่อัยย์จะเป็นพระเอก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากระทำของเขาจะดีที่สุดเสมอ เพราะพระเอกก็เป็นมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งที่ผิดได้ พลาดได้เหมือนกันค่ะ
      #2072-1
  10. #2064 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 17:02
    มีแต่ปมอย่างพายเนี่ยเราว่าน่าสงสาร เป็นลูกเมียน้อยก็เป็มปมอย่างแรกที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ควรมีชีวิตแล้ว ทำให้ครอบครัวพ่อแตกแต่เราว่าคนที่ทำแตกคือคนเป็นพ่อน่ะ ด้วยพายผ่านชีวิตมาเยอะ ทำสาวท้อง เกือบฆ่าลูกตัวเองแต่พายมีแม่อยู่ข้างๆเสมอ ต่างกับภูผาคนที่น่าสงสารยิ่งกว่าพายด้วยแม่ไม่เข้มแข็งพอจะควบคุมอารมณ์ตนเองได้ และมาลงกับลูกที่ไม่รู้เรื่องมันทำให้ภูเรียนรู้มาแบบผิดๆ แถมมีการฆ่าตัวตายแต่ไม่ตายมันฝังในใจของภูแล้วว่าเมียน้อยกับลูกเมียน้อยของพ่อคือคนทำให้บ้านแตกค่ะ ยัดเยียดความผิดให้คนนอกแต่ลืมนึกถึงคนใน ซึ่งเป็นคนเชิญพวกเขาให้มาร่วมวงด้วย ภูต้องหาบ้านของตัวเองแล้วมีชีวิตที่เครียดแค้นตลอดเวลา ต้องหาที่พักผิงก่อนจะเส้นเลือดในสมองจะแตกตายเสียก่อน ส่วนเฮียอัยย์เราให้อภัยเพราะด้วยเกิดมาในครอบครัวอบอุ่นทำให้ประสบการณ์ในการรับมือปัญหาโลกแตกเป็นไปได้ยาก แค่เฮียอยู่ข้างๆพายให้กำลังใจ ปลอบโยนก็พอแล้ว ส่วนปัญหาให้เจ้าของเรื่องจัดการไปค่ะ คนนอกก็คือคนนอกไม่ควรไปยุ่ง ไม่งั้นเรื่องจะลุกลามมากกว่านี้ บางปัญหาต้องใช้เวลา บางเรื่องต้องใช้ความเข้าใจ แต่บางเรื่องเป็นเรื่องจริงปนตีไข่มากเท่าไรก็ไม่รู้คนที่รู้ดีสุดพ่อของทั้งคู่ค่ะ หากไม่วางอคติและทิฐิลงเรื่องก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ

    ปล.อ่านแล้วอินมากเม้นยาวเหยียด มันเป็นเรื่องจริงในสังคมเราเลย ถ้าให้เกียรติกันมากกว่านี้เรื่องแบบนี้อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณไรท์ที่แต่งได้ดีมาก อ่านแล้วเข้าใจอารมณ์คนโดนกระทำเลยค่ะ ????????????
    #2064
    0
  11. #1930 nun__nutty (@nun000nutty) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 02:05
    งี้ออออออ สงสารรรรร
    #1930
    0
  12. #1734 InLove (@yingjung55) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 18:36
    ถามตัวเองดูภูว่าคนผิดคือใครถ้าไม่ใช่พ่อตัวเอง
    #1734
    0
  13. #1721 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 14:56
    สงสารพี่อัยย์แปป โอ๋เด็กสองคนไม่ใช่เรื่องง่าย พระพายกลับมาเข้มแข็งไวๆนะ อย่างน้อยก็มีพี่อัยย์อยู่ข้างๆตลอด
    #1721
    0
  14. #1712 TNK03 (@tanakarn03) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:20
    ตอนเเรกก็เข้าใจความรู้สึกพายอยู่หรอก แต่จะผิดมากมั้ยที่ขำตอนร้องไห้พร้อมกัน 555555555
    #1712
    0
  15. #1711 paredirectioner (@parery-malik) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 20:21
    ไรท์บรรยายดีอ่าาา ชอบๆๆๆๆๆ
    #1711
    0
  16. #1709 mindmd (@mindmdd) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 18:07
    แอบคิดว่าในตอนนี้พายงี่เง่าเกินอะ อ่อนแอเกินไป....ทั้งๆที่พายผ่านชีวิตมามากมายขนาดนี้แล้วแท้ๆ ผ่านเรื่องร้ายๆมาก็เยอะ แต่ความคิดแต่ละอย่างของพายมันเด็กเกินอะ...คือ คนเรามันอ่อนแอได้นะ แต่ไม่ใช่ขนาดนี้อะ นี่เหมือนคนที่ไม่มีความเข้มแข็งอยู่เลยอะ
    //เราอินเเรงมาก 555 รอลุ้นตอนต่อไป~
    #1709
    0
  17. #1706 angie-chan (@angie-chan) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 12:52
    ความจริงเราเม้นไปรอบนึงแล้วล่ะ แต่พอไปนอนแล้วมันเกิด
    รู้สึกติดใจตรงทอล์คของไรท์
    ตอนนี้นิดนึง ตรงเรื่องปมของพี่ภู
    น่ะค่ะเอาเป็นว่าเราจะช่วยไรท์ค่ะ
    เพราะเราเป็นแฟนนิยายเรื่องนี้
    หากถามว่าความรู้สึกของบ้านที่
    พ่อไปมีเมียน้อยเป็นยังไงบ้านเรา
    ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ก็ทะเลาะกัน
    บ้านแตกแบบนี้เหมือนกัน ก็โกรธพ่อค่ะเพราะพ่อเป็นคนผิด
    เมียน้อยก็แน่นอนว่าต้องไม่ชอบ
    อยู่แล้ว แต่กับน้องที่เกิดจากพ่อ
    กับเมียน้อยอันนี้เป็นความรู้สึก
    เวทนาค่ะ เพราะเขาเกิดจากความผิดของพ่อเราเอง และจะรู้สึกถึงสายใยความผูกพันเส้น
    บางๆในความเป็นพี่น้องพ่อเดียว
    กัน แต่บางคนด้วยฐิถิอาจจะไม่ยอมรับ หากพี่ภูเป็นคนดีจริงถึง
    ขนาดเอาไปเขียนเป็นตัวเอกอีก
    เรื่องได้เขาจะต้องความรู้สึกแบบ
    นี้อยู่ในใจลึกๆค่ะ ฉะนั้นเรื่องของ
    พระพายกับพี่ภูเป็นปมสำคัญที่ไรท์ต้องเคลียและสามารถจบด้วยดีได้ ไม่ยากค่ะเพราะเรื่องของไรท์มีตัวละครชูโรงอย่างน้อง
    เหนืออยู่แล้วนี่คะ ดูจากการปูเรื่องแล้วถึงจะเป็นเรื่องรักก็เถอะ
    แต่บทของน้องเหนือต้องเด่นกว่า
    พี่อัยค่ะ เปรียบคล้ายๆกับโปเกมอน หรือไม่ก็โดเรมอนที่เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของตัวเอก ดูจาก
    ที่อ่านมาแล้วน้องเหนือมีบทบาท
    สำคัญในการก้าวต่อไปข้างหน้า
    ของพระพาย น้องเหนืออาจจะเป็นคนที่สามารถลดฐิถิของพี่ภูก็ได้ใครจะไปรู้ ช่วงนี้ไรท์อาจจะ
    เครียดเพราะใกล้สอบยังไงก็สอบให้เสร็จก่อนและนอนหลับพักผ่อนให้มากๆค่อยกลับมาคิดอีกทีก็ได้ค่ะ ยังไงก็เอาใจช่วยนะคะทั้งเรื่องเรียนและเรื่องนิยาย
    #1706
    0
  18. #1705 nuttykanta (@nuttykanta) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 11:43
    ชอบอ่านทอล์คไรท์มากอ้ะ สู้ๆนะไรท์เราก็คิดถึงบรรยากาศมุ้งมิ้งก่อนหน้านี้แล้วเหมือนกัน
    #1705
    0
  19. #1704 ฟอร์รี่ (@zeerin) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 10:02
    พี่ภูน่าจะเปิดใจหน่อยนะ มีอคติเกินไป ทำไมไม่มองพายอีกด้านนึงล่ะ เห้ออ~ ก็เข้าใจนะคะว่าอารมณ์เป็นเหนือกว่าเหตุผล เพราะงั้น...สู้ๆนะคะไรท์!!!
    #1704
    0
  20. #1703 nudeend (@nudynd) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 08:34
    เราว่าโอเคนะคะ ที่เก็บเรื่องภูผาไว้เคลียร์ตอนเรื่องตัวเอง
    เพราะเป็นปมหนักมาก น่าจะใช้เวลาหลายตอน
    และตัวภูผาก็ต้องเคลียร์จากตัวเองด้วย ควรมีเรื่องเป็นของตัวเอง555555
    ว่าแต่จะเป็นเคะหรือเมะเนี่ย แอบรู้สึกว่าภูผาดูอ่อนแอภายใน น่าจะหาสามี #โบกธงภูผาเคะ
    #1703
    0
  21. #1702 berry kiki (@jarjarjerry) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 07:36
    สู้ๆนะ
    #1702
    0
  22. #1701 ++BooTan++ (@bootan2526) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 06:59
    เศร้าจจุง
    #1701
    0
  23. #1700 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 06:30
    น้องพายเสียใจได้ แต่อย่าเอาชีวิตไปจมกับมัน เรื่องในอดีตแก้ไขไม่ได้ และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่น้องพายเป็นคนทำ มันคือผลจากการกระทำของผู้ใหญ่ที่ส่งผลมายังเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไร ต่อให้พายไม่ได้เกิดมาก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าพ่อนอกใจแม่ของภูผาไม่ได้อยู่ดี แม่น้องพายอาจไม่ได้เป็นคนทำให้รู้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าแม่ของภูผาจะรู้จากเหตุการณ์อื่นไม่ได้สักหน่อย สามีมีคนอื่น คนเป็นภรรยามันต้องระแคะระคายเข้าสักวันนั่นล่ะค่ะ และต่อให้พี่อัยย์ไม่บอกให้น้องพายคุยกับภูผา มันก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีโอกาสอื่นที่อาจทำให้ต้องคุยอยู่ดี แค่พายรับรู้ความจริงเพิ่มมาอีกเรื่อง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะจริงแค่ไหน ภูผาเห็นแค่นั้น แต่ไม่ได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอีก คนที่รู้คือคนต้นเรื่อง เราเศร้าได้ แต่ชีวิตมันก็ต้องเดิน พายมีน้องลมเหนือให้ต้องดูแลและคอยให้ความรัก มีพี่อัยย์เป็นคนรัก หนูไม่ได้อยู่คนเดียว กอดกัน ๆ นะคนดี
    #1700
    0
  24. #1699 pcyc (@open2001) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 06:16
    อ่านแล้วปวดหัวเลยจริมๆ
    #1699
    0
  25. #1698 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 05:39
    เศร้าาา สงสารทั้งสองคนเลยย
    #1698
    0