Pob-Rak Publishing | [END] B A B Y S I T T E R ★ รับ เลี้ยง รัก [YAOI]

ตอนที่ 55 : B A B Y S I T T E R 5 4 ★ พ บ เ จ อ อี ก ค รั้ ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    6 ต.ค. 59















B A B Y S I T T E R 5 4 พ บ เ จ อ อี ก ค รั้ ง

 

# PRAPINE

          “พาย...ใจเย็น ๆ นะ” เสียงทุ้มของคนข้างกายบอกแบบนั้น พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมือกุมมือผมไว้ข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างยังจับพวงมาลัยอยู่ ผมมองพี่อัยย์ ก่อนจะบีบมืออีกฝ่ายไว้ ตอนนี้รู้สึกว่าทั้งมือทั้งเท้าตัวเองเย็นเฉียบไปหมดเลยครับ

          หลังจากได้รู้ข่าวอันน่าตกใจจากพ่อ ไม่รู้ว่าพี่ภูไปทำอะไรมา พอรู้ข่าวอีกทีถึงได้โดนรถชนไปซะแล้ว...ผมไม่ได้ถามรายละเอียดว่าอาการเป็นยังไงบ้าง แต่รถชนก็น่าจะสาหัสอยู่ พ่อบอกชื่อโรงพยาบาลแล้วก็ห้องที่พี่ภูพักมาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราสามคนเลยกำลังเดินทางไปโรงพยาบาลกัน

          “โอ๋ ๆ ป๊ะป๋า” อาจจะเพราะเสียงหัวใจของผมที่เต้นรัวเร็ว หรือเพราะสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไร เสียงเล็ก ๆ ของลูกชายสุดที่รักถึงได้เอ่ยออกมา พร้อมกับที่มือเล็ก ๆ ของเขาวางแปะลงบนมือของผมที่จับมือพี่อัยย์ไว้อยู่อีกที เจ้าตัวน้อยย่นคิ้ว กระพริบตามองผมด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ทำให้ผมต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติ แล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างลูบหัวเขาเบา ๆ

          “ป๊ะป๋าไม่เป็นไรครับ” ผมยิ้มน้อย ๆ ทำให้เจ้าตัวเล็กของผมพยักหน้าหงึกหงักให้ แล้วยิ้มตอบกลับมาในที่สุด “ลมเหนือง่วงมั้ยครับ อยากนอนมั้ย”

          “ม่ายง่วงแย้ว” เขาตอบ แล้วเอนหลังพิงอกผม ทำให้ผมเลื่อนมือไปโอบเอวเจ้าตัวน้อยไว้กันไม่ให้เขาหัวทิ่มหัวตำลงไป รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่เผลออุทานเสียงดังออกมาเพราะตกใจตอนรู้ว่าพี่ภูโดนรถชน เลยทำให้ลมเหนือที่นอนหลับอยู่ซะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วย ฮือ...ป๊ะป๋าขอโทษนะครับ

          ผมนั่งนิ่ง พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด ตัวเล็ก ๆ อุ่น ๆ ของลูกชาย กับมือของคนรักที่กุมอยู่ช่วยให้รู้สึกใจเย็นขึ้นได้ไม่น้อย แต่ก็ยังห่วงอยู่ดี ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ภูจะเป็นยังไงบ้าง

          พี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นะพี่ภู...เรายังไมได้คุยกันดี ๆ เลย

          .

          .

          .

          ตึก ตึก ตึก...

          เรามาถึงโรงพยาบาลกันราว ๆ เกือบสองทุ่ม ผมสาวเท้าเร็ว ๆ ไปตามทางเดิน กวาดสายตาไปทั่วเพื่อมองหาห้องพักที่พี่ภูอยู่ ขณะที่พี่อัยย์อุ้มลมเหนือเดินตามมา ส่วนเจ้าตัวเล็กตอนนี้ก็มองซ้ายมองขวาอย่างสนใจใหญ่เชียวครับ โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลรัฐที่ค่อนข้างหรูอยู่ ต่างจากโรงพยาบาลที่มหาลับลิบลับ เหอ ๆ จริง ๆ ก็อยากอุ้มลมเหนือเองนะ แต่ตอนนี้ผมกำลังร้อนรน ถ้าไปเอาเขามาอุ้ม มีหวังเจ้าตัวเล็กตกใจแหง ๆ

          “อ่ะ...เจอแล้ว!” ผมหยุดขาทันทีที่เห็นห้องที่ตามหาอยู่ แต่ยังไม่ทันที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตู คนที่เดินตามมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ก็จับต้นแขนผมเอาไว้ซะก่อน ทำให้ผมหันมองแล้วเลิกคิ้วอย่างงง ๆ “พี่อัยย์?”

          “...แน่ใจแล้วใช่มั้ย” จู่ ๆ อีกฝ่ายก็ตามออกมาแบบนั้น ทำให้ผมกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อคิดได้ว่าเขาคงเป็นห่วงผม ก็ครั้งสุดท้ายที่คุยกับพี่ภูเล่นเอาผมสภาพย่ำแย่สุด ๆ ไปเลยนี่นะ พี่อัยย์คงไม่อยากเห็นผมเป็นแบบนั้นอีก แต่ว่าคราวนี้...

          “พี่อัยย์จะไม่ทิ้งพายใช่มั้ยล่ะครับ” วุ้ย...พอถามออกไปแล้วก็เขินหน่อย ๆ ว่ะ แต่ช่างเถอะ  ผมต้องการคำตอบ

          “อืม ไม่ทิ้งหรอก” ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะพยักหน้าออกมา แล้วยิ้มน้อย ๆ ให้ “ก็รักจะตายนี่”

          “อือ...ถ้างั้นพายก็ไม่เป็นไรหรอกครับ” ผมยิ้ม ถ้าทุกอย่างยังจบแบบเดิมอีก อย่างน้อยผมก็จะได้บอกตัวเองได้ว่ายังมีคนที่รักผม และคนที่ผมควรแคร์จริง ๆ อยู่ ผมว่า ถ้าผมคิดได้แบบนี้ ผมคงไม่รู้สึกแย่แบบคราวที่แล้วอีก

          “ลมเหนือก็ยักป๊ะป๋านะ!” เสียงใส ๆ ของเจ้าตัวน้อยยิ่งทำให้ผมยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ก้มลงไปหอมแก้มเขาเบา ๆ แล้วบอก

          “ขอบคุณครับ ป๊ะป๋าก็รักลมเหนือม๊ากมากเลยเนอะ” พอบอกแบบนั้น ลมเหนือก็หัวเราะคิกคักอารมณ์ดีแล้วพยักหน้าหงึกหงักออกมา ผมก็เลยลูบหัวเขาไปอีกรอบ แล้วเงยหน้าไปมองพี่อัยย์ เห็นพี่เขายิ้มน้อย ๆ ให้

          “ถ้าตัดสินใจดีแล้วก็ไปเถอะ” พี่เขาบอกแบบนั้น ทำให้ผมยืดตัวขึ้น แล้วตัดสินใจเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องพักตรงหน้า

          ครืด...

          ผมค่อย ๆ เลื่อนมันออกช้า ๆ ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปในห้องเงียบ กวาดตามองไปรอบห้องแล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นคนไม่คุ้นหน้าที่นั่งอยู่ข้างเตียงคนป่วย อีกฝ่ายมองมา ยิ้มน้อย ๆ แล้วเลิกคิ้วขึ้น

          “เอ่อ...” ผมกระพริบตาปริบ ๆ ไม่กล้าเดินเข้าไปอีก ผมว่าผมมั่นใจนะว่าชื่อหน้าห้องมันเป็นชื่อพี่ภู ไม่น่าเข้าห้องผิดนี่หว่า...แต่ทำไมไม่เจอพ่อล่ะ ผมคิดว่าพ่อจะอยู่เฝ้าพี่ภูซะอีก ผมหันไปมองพี่อัยย์นิดหน่อยเหมือนต้องการความช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร เสียงนุ่มของคนในห้องก็ดังขึ้นมาซะก่อน

          “พระพาย...สินะ?” ชื่อของตัวเองทำให้ผมหันกลับไปมองอีกฝ่าย เห็นร่างสูงเพรียวลุกขึ้นยืนและหันมาหาทั้งตัว ทำให้ผมได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ มองคนที่มั่นใจว่าตัวเองไม่รู้จักแน่ ๆ อย่างงง ๆ ร่างสูงโปร่งที่สูงกว่าผมนิดหน่อยอยู่ในเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งยับ ๆ กับกางเกงขาสั้นที่ปิดแค่ต้นขากำลังเสยผมกระเซอะกระเซิงของตัวเองขึ้นนิดหน่อย แล้วยิ้มบาง “ผมเขิน”

          “ครับ?” ผมตอบรับออกไปด้วยสีหน้าหมางง เขิน? อืม ก็น่าเขินอยู่หรอก ผมว่าคงไม่มีใครกล้าแต่งตัวแบบนี้มาโรงพยาบาลอ่ะครับ ที่เขาใส่อยู่มันเหมือนชุดนอนมากกว่า เหอ ๆ

          “ชื่อเขินน่ะ” อ่าว...นั่นชื่อหรอกเหรอ ผมยิ้มแห้ง ๆ ไปให้แล้วผงกหัวให้เขาเป็นเชิงทักทายนิดหน่อย ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ในห้องพักพี่ภูก็เถอะ แต่ไหน ๆ ก็แนะนำตัวมาแล้ว ก็ต้องมีมารยาททักทายกลับไปบ้าง

          “เอ่อ...ครับ พระพายครับ”

          “อืม” อีกฝ่ายพยักหน้า กวักมือเรียกผม “มาจริง ๆ ด้วยสินะ”

          “ครับ...?” คุยไปคุยมา ผมชักไม่แน่ใจล่ะว่าผมจะคนตรงหน้านี่คุยภาษาเดียวกันอยู่รึเปล่า ทำไมผมรู้สึกเหมือนคุยกับเขาไม่รู้เรื่องเลยวะ แต่ก็ยังเดินเข้าไปหานะ...คิดไปเองรึเปล่าว่าอีกฝ่ายกวักมือเรียกเหมือนเรียกหมาไงไม่รู้

          “ผมเป็นคนส่งข้อความไปหาคุณเอง” เขาว่า ทำให้ผมกระพริบตาถี่ ๆ เหมือนพยายามทำความเข้าใจ นึกไปถึงข้อความแปลก ๆ ที่ไม่มีที่มาที่ไปนั้น แล้วก็ร้องอ๋อออกมาเบา ๆ

          “เอ่อ...แล้วที่บอกในข้อความ...พี่ภูบอกว่าอยากเจอผมเหรอครับ” ผมถาม ขณะที่อีกฝ่ายดึงตัวผมเข้าหาแล้วกดไหล่ลงให้ผมนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงคนไข้แทนเขา ส่วนผมที่ยังงง ๆ อยู่ก็นั่งลงไปตามแรงกดของอีกฝ่ายแบบตั้งตัวไม่ถูก หันไปมองพี่อัยย์ก็เห็นเขาอุ้มลมเหนือตามมาอยู่ข้าง ๆ แต่คนที่เพิ่งบอกว่าเป็นคนส่งข้อความนั้นก็ไม่ได้หันไปสนใจเลยแม้แต่น้อย เขายังยิ้มน้อย ๆ แล้วคุยกับผมเหมือนว่าทั้งห้องมีแค่เขากับผมเท่านั้นยังไงยังงั้น

          “เปล่า นั่นผมคิดเอาเอง” เสียงนุ่มที่ตอบกลับมาทำให้ผมอ้าปากค้าง

          “อ่าว?”

          “ก็ถ้าไม่บอกแบบนั้น คุณอาจจะไม่มาก็ได้นี่น่า” แต่อีกฝ่ายก็ทำแค่เอียงคอน้อย ๆ ยิ้มแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วลูบหัวผมเบา ๆ ...มันให้ความรู้สึกต่างจากที่พี่อัยย์ลูบหัวผมนะครับ อันนี้มันเหมือนเขาลูบหมาลูบแมวอยู่อ่ะ ผมขมวดคิ้วน้อย ๆ

          “แล้วทำไมคุณต้องอยากให้ผมมาด้วยล่ะครับ” ผมถาม หดคอหลบมือของอีกฝ่าย ทำให้เขาเปลี่ยนมากอดอกแทน เหมือนเห็นแว้บ ๆ ว่าที่ข้อมือเขามีรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ ด้วย...ไอ้นั่นมันเหมือนรอยจูบจังวะ “คุณเป็นอะไรกับพี่ภู...ทำไมถึงรู้เรื่องของผมด้วย...”

          “ที่ผมอยากให้คุณมา เพราะว่าผมจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อน่ะ” เขาว่ายิ้ม ๆ ดึงกางเกงขาสั้นของตัวเองให้เลิกขึ้นนิดหน่อยจนผมสังเกตเห็นรอยจ้ำแดง ๆ เหมือนกับที่ข้อมืออยู่หลายจุด ขณะที่ฟังเสียงนุ่มเอ่ยออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน “พอดีสัตว์เลี้ยงของผมค่อนข้างหวงเจ้าของนิดหน่อย เดี๋ยวตื่นมาเห็นแบบนี้แล้วจะกัดอีก”

          “อ่ะ...” ผมมองรอยช้ำพวกนั้นก็จะรีบชักสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว ให้ตายสิ...ผมไม่ได้อ่อนต่อโลกขนาดไม่รู้ว่ามันเป็นรอยอะไรหรอกนะ เล่นมีทั่วตัวขนาดนั้น พี่ช่วยเขินเหมือนชื่อเหมือนได้มั้ย ทำไมผมต้องมาหน้าร้อน ๆ แทน ทั้ง ๆ ที่เจ้าของมันยังยืนยิ้มเนือย ๆ อยู่ด้วยเนี่ย ผมกลอกตาไปมา รู้สึกรับมือกับคนตรงหน้าไม่ไหวยังไงก็ไม่รู้ สุดท้ายเลยหันไปมองคนเจ็บที่ยังหลับอยู่บนเตียงแทน แล้วเปลี่ยนเรื่อง “...แล้วพี่ภูเป็นไงบ้างครับ”

          “ก็หัวแตก แขนหัก แล้วก็ช้ำใน” เขาบอกด้วยเสียงนุ่ม ๆ เหมือนเดิม มือเรียวลูบไล้ไปตามโครงหน้าของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะละออกแล้วหันมามองผม “เป็นสัตว์เลี้ยงที่ชอบสร้างปัญหาเนอะ ว่ามั้ย”

          “เอ่อ...” ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ะ ว่าเขามองพี่ภูเป็นตัวอะไร เหอ ๆ แล้วถามแบบนั้นผมจะตอบไงอ่ะ

          “ฮึ้ ๆ ถ้างั้นช่วยเฝ้าเขาซักพักนะ ไม่ต้องห่วง เวลาสัตว์มันบาดเจ็บน่ะ ไม่ค่อยมีแรงกัดหรอก” สงสัยผมจะเผลอทำหน้าประหลาด ๆ ไปแหง ๆ อีกฝ่ายถึงได้หัวเราะออกมาแบบนั้น ก่อนที่เขาจะบอก แล้วเดินออกจากห้องไป “แต่ถ้าอาละวาดดก็กอดแน่น ๆ ซักทีหรือไม่ก็จูบไปเลย เดี๋ยวได้รับความรักแล้วก็สงบลงเอง ผมขอกลับไปเปลี่ยนเสื้อก่อนล่ะ”

          ครืด...ปึก!

          ทิ้งคำพูดไว้แบบนั้นแล้วผู้ชายแปลก ๆ คนนั้นก็เดินออกไปโดยที่ผมยังไม่ทันได้เอ่ยขัดอะไรขึ้นมา คือคิดว่ามาที่นี่แล้วจะรู้เรื่องข้อความแปลก ๆ ที่ส่งมามากขึ้นนะ แต่ไม่ว่ะ...แม่ง เจอคนส่งแล้วงงกว่าเดิมอีก!! แล้วเมื่อกี้ผมยังไม่ทันได้ถามเลยว่าพี่ภูไปทำอะไรมาถึงโดนรถชน แล้วพ่อไปไหน โอ้ยยยยยย งง!!

          “ตกลงเขาเป็นใครอ่ะ...” สุดท้ายผมก็ทำหน้าหมางงกันไปถามพี่อัยย์ที่ยืนเล่นกับลูกชายผมอยู่ซะอย่างนั้น ทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาน้อย ๆ แล้ววางลมเหนือลงบนตักผม

          “ไม่รู้สิ” พี่เขาไหวไหล่น้อย ๆ ยกเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ ผม “แต่คงไม่ใช่คนไม่ดีหรอก”

          “เขาแปลก ๆ อ่ะ...พายเหมือนคุยกับเขาไม่รู้เรื่องเลย” ผมขมวดคิ้ว แต่พี่อัยย์ก็ทำให้หัวเราะเบา ๆ ออกมาแล้วลูบหัวผมเหมือนอย่างที่ชอบทำเท่านั้น

          “แต่เขาก็รู้เรื่องพายกับภูนี่...คงเป็นคนที่ภูมันไว้ใจล่ะมั้ง” ก็คงจะเป็นแบบนั้น...ผมมองร่างของพี่ชายที่ยังไม่ได้สติอยู่บนเตียงแล้วถอนหายใจออกมาน้อย ๆ มือก็กระชับอ้อมแขนที่กอดเอวลมเหนือเอาไว้เมื่อลูกชายตัวน้อยชะเง้อมองพี่ภูเหมือนกำลังสนอกสนใจอยู่ พี่ชายผมผ้าพันแผลเต็มตัวเลยครับ แถมยังมีรอยช้ำซะทั่วเลย...สุดท้ายผมก็ยังไม่รู้ว่าพี่ภูไปทำอะไรมาถึงได้เจ็บแบบนี้

          จะว่าไป...ผมน่าจะถามพ่อ

          ผมตัดสินใจพับเรื่องคนแปลก ๆ เมื่อกี้เก็บไป แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพ่อแทน ไม่รู้ว่าหายไปไหน จริง ๆ เวลาแบบนี้เขาควรอยู่กับลูกชายเขาสิ

          ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...

          พายรอเสียงสัญญาณอยู่ซักพัก อีกฝ่ายก็รับสาย

          “ครับ พ่ออยู่ไหนครับ นี่ผมอยู่ในห้องพักพี่ภู” ผมเข้าเรื่องทันที ได้ยินเสียงถอนหายใจดังมาจากปลายสายก่อนที่พ่อจะเอ่ยตอบ

          พ่ออยู่กับแม่ภู...เธอรู้เรื่องภูแล้วก็ช็อคขึ้นมาน่ะ แต่ตอนนี้อาการโอเคแล้ว เดี๋ยวพ่อไปหาแล้วกัน ท่านว่าออกมาแบบนั้น ทำให้ผมนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเคยชิน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเห็น

          “อ่า...ครับ” บอกแค่นั้นแล้วก็กดตัดสายไป ก่อนจะก้มไปลงคุยกับลมเหนือเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวน้อยมองผมตาแป๋วอยู่ “มีอะไรรึเปล่าครับ ฮึ?”

          “งื้อ! นี่เจบ!” เสียงใสบอกแบบนั้น นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปที่รอยช้ำตามตัวพี่ภู ทำให้ผมยิ้มออกมาน้อย ๆ จับมือเขาไว้ก่อนที่จะจิ้มโดนแผลของคนที่ยังไม่ได้สติแล้วบอก

          “ครับ ลมเหนือต้องระวังอย่าให้เจ็บแบบนี้นะรู้มั้ย” พอบอกแบบนั้น เจ้าตัวเล็กก็พยักหน้าหงึกหงักออกมา แล้วหันกลับไปจ้องพี่ภูตาแป๋ว ท่าทางสนใจคนแปลกหน้าตรงหน้าใหญ่จนผมต้องพูดต่ออย่างช่วยไม่ได้ “นี่ลุงภูครับ”

          “ลุงพู...” เขากระพริบตาปริบ ๆ เอียงคอน้อย ๆ แล้วเอ่ยทวนอย่างไม่แน่ใจนัก ทำให้ผมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

          “ครับ ลุงภู” ไม่รู้แหละว่าพี่ภูจะยอมเป็นลุงให้ลมเหนือรึเปล่า แต่ตอนนี้ลูกชายผมสนใจพี่อยู่ เพราะงั้น...ผมแนะนำแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน

          “อื้อ! ลุงพู!” เขาพยักหน้าหงึกหงักแล้วยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะยืนขึ้นบนตักผม ทำให้ผมต้องรีบจับตัวเขาไว้ก่อนจะล้มหัวทิ่มหัวตำไป แต่ลมเหนือดูเหมือนจะไม่ได้สนใจว่าทำให้ผมใจหายใจคว่ำขนาดไหน เพราะเขาเอนตัวไปเกาะขอบเตียง แล้วตบแปะ ๆ ลงไปผ้าห่มเบา ๆ “โอ๋ ๆ หายเจบนะ!

          โอ้ยยยยยยยย ทำ ไม ลูก ชาย ผม น่า รัก ขนาด นี้!! เห็นท่าทางแบบนั้นของลมเหนือแล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองจะตายตาหลับแล้วครับ ฮ่อลลลล อย่างฟิน พี่ภู...พี่รู้ตัวมั้ยว่าตัวเองโชคดีขนาดนี้ที่ลูกชายผมอวยพรให้หายเจ็บไว ๆ เนี่ย อ้ากกกก อิจฉา ผมไปวิ่งให้รถชนบ้างดีมั้ย...แฮ่ม ล้อเล่นนะครับ

          “ลมเหนืออวยพรแบบนี้ ลุงภูต้องหายเจ็บเร็ว ๆ แน่เลยครับ” ผมบอกยิ้ม ๆ ดึงเขาให้กลับมานั่งดี ๆ ส่วนลูกชายผมก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดี เขานั่งอยู่แบบนั้นซักพักก็ดูเหมือนจะเริ่มเบื่อเลยตะกาย ๆ จะปีนไปหาพี่อัยย์แทน ซึ่งร่างสูงก็รู้หน้าที่ดี รีบรับตัวลูกชายผมไปทันที ผมก็เลยตัดสินใจนั่งเล่นกับลมเหนือแล้วก็คุยกกับพี่อัยย์ไปพลาง ๆ รอพ่อมา

          พอเห็นพี่ภูเป็นแบบนี้แล้วก็ไม่ค่อยกลัวเท่าไรแล้วครับ แล้วพี่ภูก็ดูไม่อาการสาหัสเท่าที่คิด ตอนนี้เลยสบายใจขึ้นนิดหน่อย

          ครืด...

          นั่งเล่นกันอยู่ไม่นาน เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ทำให้ผมหันไปมอง เห็นร่างท้วมของคนที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันซักเท่าไรเดินเข้ามา

          “พ่อ” ผมเอ่ยทัก ทำให้อีกฝ่ายยิ้มน้อย ๆ มาให้ พ่อผมยังดูเหมือนตอนที่เจอกันครั้งล่าสุด ก็ช่วงงานศพแม่นั่นแหละครับ

          “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” พ่อผมบอกแบบนั้น ทำให้ผมพยักหน้ารับนิดหน่อย เห็นอีกฝ่ายมองพี่อัยย์แล้วก็เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงาม ผมก็เลยต้องแนะนำร่างสูงที่อยู่ข้าง ๆ ไปด้วย

          “นี่พี่อัยย์ครับ” ผมบอก กลอกตาไปมเล็กน้อยก่อนจะขยายความเสียงแผ่ว “เอ่อ...เป็นแฟนพายเอง”

          “สวัสดีครับ” ร่างสูงข้างกายผมยิ้มน้อย ๆ วางลมเหนือลงยืนบนพื้นดี ๆ แล้วหันไปไหว้พ่อผม เห็นพ่อทำหน้าแปลกใจนิดหน่อย ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมาบาง ๆ บอกไม่ถูกว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่เสียติดแหบน้อย ๆ นั้นก็เอ่ยออกมา

          “พ่อคงไม่มีสิทธิ์ไปว่าอะไรกับการเลือกของลูก...” ท่านมองผม ก่อนจะหันไปมองพี่อัยย์ “ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยดูแลลูกชายพ่อนะ”

          “ครับ” พี่อัยย์พยักหน้า ขณะที่พ่อผมเดินไปทรุดตัวนั่งลงโซฟา ผมก็เลยผละจากที่นั่งข้างเตียงคนป่วย เดินจูงลมเหนือไปนั่งข้าง ๆ ท่าน พี่อัยย์เองก็ตามมาด้วยเหมือนกัน

          “ลูกเราก็โตขึ้นเยอะนะ” พ่อยิ้มน้อย ๆ เอื้อมมือไปลูบหัวลมเหนือที่กำลังมองตาแป๋วอยู่ ผมก็เลยก้มลงไปบอกให้เจ้าตัวเล็กสวัสดีพ่อผมให้เรียบร้อย พยักหน้ารับคำพูดของพ่อแล้วก็เริ่มเข้าเรื่องที่อยากรู้ทันที

          “แล้วนี่พี่ภูไปทำอะไรมาครับ ทำไมถึงโดนรถชนได้ เมื่อปลายปีผมเพิ่งเจอพี่ภู ตอนนั้นยังดี ๆ อยู่เลย” ผมถาม ว่าไงดี ระหว่างผมกับพ่อมันเหมือนมีกำแพงบาง ๆ กั้นระหว่างเราเอาไว้ รู้สึกเหมือนคุยกับญาติผู้ใหญ่ที่ไม่สนิทมากกว่าคุยกับพ่อตัวเองน่ะครับ ก็เลยไม่สะดวกใจที่จะคุยเรื่องสัพเพเหระเท่านั้น...จะบอกว่าอึดอัดหน่อย ๆ ก็คงใช่

          “อ่า...เห็นเขินบอกว่าขี่มอเตอร์ไซต์แล้วดูไม่ดี เลยโดยรถเกี่ยวไปน่ะ แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แต่คงต้องนอนพักรักษาตัวนานพอควร” พ่อบอก ถอนหายใจออกมาอีกรอบ

          “อ๋อ...ครับ”

          “แล้วลูกล่ะ เป็นยังไงบ้าง...เมื่อปลายปีที่เจอกันนั่นก็โดนภูมันไปอาละวาดใส่นี่?” คำถามของอีกฝ่ายทำให้ผมเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ

          “พ่อ...พ่อรู้?”

          “ทั้งสองคนเป็นลูกชายพ่อนะ...ถึงพ่ออาจจะไม่ใช่พ่อที่ดีเท่าไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทิ้งขว้างซักหน่อย” ท่านว่าแบบนั้นแล้วหัวเราะออกมาน้อย ๆ แต่ไม่รู้ทำไม ผมถึวรู้สึกว่าเสียงหัวเราะนั่นมันเหมือนจะร้องไห้ซะมากกว่า...

          “อ่า...” ผมครางตอบรับในลำคอเสียงเบา หันมองไปลมเหนือที่กำลังจ้องผมทีจ้องพ่อผมทีตาแป๋วแล้วก็มองพี่อัยย์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วกระซิบบอกเสียงเบา ผมมีเรื่องที่อยากจะคุยกับพ่อ...แล้วก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าฟังซักเท่าไรสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ ด้วย “พี่อัยย์ครับ ช่วยพาลมเหนือออกไปก่อนได้มั้ยครับ...”

          “อืม” อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะยอมพยักหน้ารับออกมาโดยไม่ถามอะไร เขาก้มลงไปอุ้มลมเหนือ บอกเจ้าตัวเล็กว่าจะพาไปหาขนมกินแล้วก็พากันออกจากห้องไป

          พอเห็นว่าประตูปิดลงแล้ว ผมก็หันกลับมาหาพ่อ “เอ่อ...พ่อครับ ผมถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

          “หืม?” อีกฝ่ายส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงถาม ทำให้ผมเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไป...เรื่องที่อยากรู้ เรื่องที่พี่ภูพูดคราวนั้น

          “แม่ผม...เพราะแม่ผมไปขอค่าเลี้ยงดูที่บ้าน ก็เลยทำให้แม่พี่ภูรับไม่ได้ใช่มั้ยครับ” ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามเรียบเรียงคำพูด ขณะที่พ่อผมนิ่งไป “เพราะแบบนั้น เลยทำให้พี่ภูทะเลาะกับที่บ้านบ่อย ๆ ใช่มั้ยครับ...ผมทำให้ครอบครัวพี่ภูพังใช่มั้ย”

          “...ภูบอกแบบนั้นเหรอ” ท่านถามออกมาเสียงเบา ทำให้ผมพยักหน้าออกมา ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักของพ่อ ก่อนที่ท่านจะเอนหลังพิงพนักโซฟา แล้วค่อย ๆ เอ่ยต่อ “มันไม่ใช่เพราะลูกหรอก ถ้าถามว่าใครผิด...ก็คงเป็นพ่อเอง คุณพิณ...แม่ของลูกน่ะ เธอไม่ยอมพบพ่ออีกหลังจากที่รู้ว่าพ่อแต่งงานแล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะมีลูกอยู่ในท้องก็ตาม แต่พ่อตอนนั้นรักเธอ...รักมากจนไม่สามารถปล่อยเธอไม่ได้ สุดท้ายก็เลยใช้เงินบีบบังคับให้เธอมาหา เพราะพ่อไม่ได้ส่งค่าเลี้ยงดูให้ตามที่ตกลงกันไว้ เธอถึงได้ยอมมาหา...พ่อไม่รู้ว่าภูเล่าอะไรให้ลูกฟัง หรือว่าลูกรู้อะไรมาบ้างหรอกนะ แต่พ่ออยากให้ลูกเข้าใจว่า แม่ของลูกเธอไม่ได้ทำอะไรไม่ดี...พ่อยังจำวันนั้นได้ วันที่เธอพาลูกมาที่บ้าน กราบขอโทษคุณทิพย์...แม่ของภูทั้งน้ำตา ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเธอไม่ผิดเลย แต่คุณทิพย์เองก็ไม่ผิด พ่อเพิ่งรู้สึกตัวในวันที่เห็นผู้หญิงที่รักสองคนทำร้ายกันเองนั่นแหละว่าพ่อทำพลาดไปขนาดไหน พ่อคิดถึงแต่ความสุขของตัวเองจนลืมคิดถึงคนอื่นไป...เพราะงั้น วันนั้นน่ะก็เลยเป็นวันสุดท้ายที่พ่อได้เจอแม่ของลูก พ่อปล่อยเธอไปแล้วก็ส่งค่าเลี้ยงดูให้ลูกตลอดแทน แต่ถึงจะทำแบบนั้น มันก็สายไปแล้ว...ทุกอย่างไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ คุณทิพย์เธอรับไม่ได้ที่พ่อแอบคบกับคนอื่นลับหลังเธอ หลังจากนั้นเธอก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ ทั้งทำร้ายตัวเอง ทำร้ายภู...มันเริ่มแย่ขึ้นเรื่อย ๆ จนพ่อไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายก็ทำได้แค่ทำงานหาเงิน...หวังว่ามันจะช่วยให้ครอบครัวดีขึ้นได้ ให้ซื้อของที่อยากได้ ให้ทุกอย่างที่ต้องการ...แต่มันก็ไม่ จนกระทั่งรู้ตัวเองที พ่อก็กลายเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องที่ปล่อยปละละเลยลูก ๆ แล้วก็มีปากเสียงกับภูบ่อย ๆ ไปซะแล้ว”

          “...” ผมนิ่งเงียบ กัดริมฝีปากแน่น เกร็งตัวขึ้นมานิดหน่อยเมื่อฝ่ามือหยาบกร้านของพ่อลูบหัวผมเบา ๆ

          “มันเป็นความผิดของพ่อเอง” ท่านบอก “อย่าโทษตัวเองนะพาย มันไม่ใช่ความผิดของลูก พ่อดีใจที่ลูกเกิดมา...ลูกเป็นตัวแทนของความรักจริง ๆ พ่อรักลูก รักภู...ถึงตอนนี้อาจจะไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้นแล้วก็เถอะ แต่พ่ออยากให้ลูกรู้ว่าพ่อดีใจที่ลูกเกิดมานะ”

          “...ขอบคุณครับ” ผมนิ่งไป ก่อนจะฝืนยิ้มออกมาน้อย ๆ จะบอกว่าดีใจที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่เชิง จะบอกว่าโกรธที่พ่อทำให้เรื่องทั้งหมดมันยุ่งยากขนาดนี้ก็ไม่ใช่ ความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้คงเป็นความโล่งใจที่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าแม่ของผมไม่ได้เลวร้ายล่ะมั้ง...ท่านยังเป็นแม่ที่ใจดีคนเดิมในความทรงจำของผม ไม่ใช่ผู้หญิงหน้าด้านอย่างที่พี่ภูบอกซักหน่อย

          “พ่อคงต้องกลับไปดูคุณทิพย์แล้ว...” พ่อผมยิ้มออกมาน้อย ๆ บอกแบบนั้นแล้วก็ตบไหล่ผมหนัก ๆ ทีหนึ่ง ทำให้ผมพยักหน้าน้อย ๆ มองร่างของอีกฝ่ายที่เดินหายไปจากห้อง

          ผมเข้าใจว่าพ่อเองก็คงพยายามแก้ไขเรื่องนี้ให้มันเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่สุด แต่แก้วที่แตกไปแล้ว มันไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้...จะทำได้มากที่สุดก็แค่พยายามรักษามันไม่ให้แตกละเอียดไปมากกว่านี้เท่านั้น

          “เฮ้อ...” ผมถอนหายใจยาวเหยียด ล้มตัวลงไปนอนกับโซฟาแล้วหลับตาลง หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ความรู้สึกที่ผมมีต่อพ่อก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ผมยังคงรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เกลียดพ่อ แต่ก็ไม่ได้ชอบ...ถ้าจะมีความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่มเข้ามาก็คงเป็นความสงสารล่ะมั้ง แต่อีกใจผมก็คิดว่ามันสมควรแล้วกับสิ่งที่ท่านทำลงไป...ท่านควรรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นจากตัวเองนั่นแหละถูกแล้ว อืม...พอคิดแบบนี้ฟังดูเป็นลูกอกตัญญูนิดหน่อยแฮะ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าผมคิดแบบนั้นจริง ๆ แล้วอีกอย่าง ถึงผมอยากจะช่วยอะไร ผมก็ช่วยไม่ได้อยู่ดี

          “ป๊ะป๋า! หม่ำ!” เสียงใสที่คุ้นเคยของลูกชายสุดที่รัก พร้อมกับอะไรเย็น ๆ ที่แนบลงข้างแก้มทำให้ผมลืมตาขึ้นทันที สิ่งแรกที่เห็นคือดวงตาใสแป๋วและรอยยิ้มกว้าง ๆ ของลมเหนือที่ทำให้ผมยิ้มตามขึ้นมาได้ไม่ยาก ยกมือขึ้นไปจับอะไรซักอย่างเย็น ๆ ที่ลมเหนือเอามาแนบแก้มแล้วยันตัวลุกขึ้นมา

          “ซื้อมาฝากป๊ะป๋าเหรอครับ” ผมยิ้มน้อย ๆ มองเต้าหู้นมสดในมือ ก่อนจะรับช้อนมาจากพี่อัยย์ พยักหน้าขอบคุณให้นิดหน่อย แล้วหันไปบอกลูกชาย “ขอบคุณนะครับ”

          “งื้อ!” เจ้าตัวน้อยยิ้มกว้าง ก่อนที่เขาจะโดนพี่อัยย์อุ้มขึ้นมา แล้ววางลงบนตักของอีกฝ่ายที่ทรุดตัวลงมานั่งข้าง ๆ ผม

          “โอเคมั้ยครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ทำให้ผมพยักหน้าหงึกหงัก แกะถ้วยขนมในมือแล้วเริ่มกิน รสชาติหวาน ๆ ทำให้รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย ก็เลยหันไปยิ้มให้พี่เขาแล้วบอก

          “โล่งใจขึ้นเยอะเลยล่ะครับ” พอผมพูดแบบนั้น พี่อัยย์ก็ยกมือขึ้นโยกหัวผมไปมาเบา ๆ ทำให้ผมพูดต่อ “เหลือก็แต่เรื่องพี่ภู...ถ้าเคลียร์ได้ซักทีก็ดีสิ”

          “ไม่เป็นไรหรอก” พี่อัยย์ว่ายิ้ม ๆ “คนเก่งของพี่ผ่านไปได้อยู่แล้ว”

          “ฮื่อ...ขอบคุณครับ” ผมครางตอบรับในลำคอเบา ๆ ก่อนจะตักเต้าหู้นมสดป้อนใส่ปากอีกฝ่ายไปคำหนึ่ง ซึ่งอีกฝ่ายก็อ้าปากรับอย่างว่าง่าย

          “กินย่วย!” พอเห็นแบบนั้น เสียงใสของลมเหนือก็ท้วงขึ้นมา แถมยังตะปบแขนผมไว้จนเกือบทำเต้าหู้นมสดในมือหกเลย แต่ไม่เป็นไร ลูกชายน่ารัก ทำอะไรก็ไม่ผิด อิ ๆ ผมหัวเราะเบา ๆ ก้มลงไปป้อนขนมให้ลมเหนือบ้าง งุ้ยยยยยย เห็นแก้มตุ่ย ๆ นั่นมั้ย น่ารักเป็นบ้า!

          .

          .

          .

          “อือ...” เสียงครางเบา ๆ ทำให้ผมละสายตาจากลูกชายตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนตัก แล้วมองไปทางเตียงผู้คนเจ็บ ค่อย ๆ อุ้มลมเหนือส่งให้พี่อัยย์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน มองพี่เขาอย่างขอกำลังใจนิดหน่อย ทำให้อีกฝ่ายพยักหน้าให้แล้วลูบหัวผมเบา ๆ ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่า ๆ แล้ว คนที่บอกว่าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อหายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็เพิ่งส่งก็ยังไม่กลับมาซักที ลมเหนือเองก็หลับไปแล้ว ส่วนพ่อ...วันนี้ท่านต้องนอนเฝ้าแม่พี่ภูที่อยู่อีกห้อง

          “ไม่เป็นไร” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาแบบนั้น ทำให้ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยักหน้ารับแล้วเดินไปหาคนที่นอนอยู่บนเตียง

          “ตื่นแล้วเหรอครับ” ผมส่งเสียงทัก ทำให้พี่ภูหรี่ตามองน้อย ๆ ก่อนจะครางตอบเสียงแผ่ว

          “อืม...” เขาไม่โวยวายอะไร แล้วก็ไม่มีท่าทางกรุ่นโกรธอะไรที่เห็นผม...หรือว่ายังไม่ได้สติดีวะ? แต่ท่าทางแบบนั้นก็ทำให้ผมใจชื้นขึ้นเล็กน้อย

          “เดี๋ยวผมเรียกพยาบาลให้” ผมบอก เอื้อมมือไปกดปุ่มเรียกพยาบาล แล้วหันกลับมามองพี่ภูที่ขมวดคิ้วมุ่นอยู่ “เป็นยังไงบ้างครับ”

          “ทำไมมึงมาอยู่ที่นี่...” พี่ภูถามเสียงแห้ง ไม่รู้ว่าไม่โกรธที่เห็นหน้าผม หรือไม่มีแรงจะโกรธกันแน่ ผมยิ้มออกมาน้อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้

          “มาเฝ้าน่ะครับ”

          “กูไม่ต้องการ...” แต่พอบอกแบบนั้น คำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยของอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาทันที ทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย “...ออกไป”

          ผมส่ายหน้า แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร พยาบาลก็เข้ามาซะก่อน เธอเช็คอาการของพี่ภูนิดหน่อยแล้วก็ให้กินยาให้เรียบร้อย ก่อนจะออกไปนั่นแหละ พี่ภูถึงได้เหลือบมองผมอีกรอบ แล้วเบือนสายตาไปทางอื่น “กูบอกให้ออกไป”

          “ถ้าผมออกไป ใครจะอยู่เฝ้าพี่ล่ะครับ” ผมยิ้มน้อย ๆ พอเห็นว่าพี่ชายไม่โกรธใส่ ไม่ตะคอกใส่แล้วเลยกล้าเถียงขนาดนี้นะเนี่ย ถึงมันอาจจะเป็นเพราะเขาตะคอกไม่ไหวก็เถอะ เหอ ๆ ผมเดินกลับเข้าไปนั่งใกล้ ๆ พี่ชายตัวเอง ทำให้พี่ภูส่งเสียงจิ๊ออกมาเบา ๆ อย่างขัดใจ

          “กูไม่ได้ขอ”

          “แต่ผมอยากช่วยพี่นะ” ผมบอกออกไปอย่างจริงจัง แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม

          “ไม่ต้อง---โอ้ย!

          “พี่ภู! อย่าขยับสิครับ พี่เจ็บอยู่นะ” เพราะจู่ ๆ อีกฝ่ายก็เสียงดังขึ้นมา แถมยังทำท่าจะลุกขึ้นมาอีกด้วย ทำให้ร่างกายที่ยังสะบักสะบอมอยู่ประท้วงออกมา อีกฝ่ายเลยต้องยอมให้ผมประคองกลับไปนอนดี ๆ หายใจเขาลึก ๆ เพื่อข่มความเจ็บปวด

          “เสือก” เขาว่าออกมาเสียงเบา พยายามขยับตัวหนีมือผม แต่แน่นอนว่ามันไม่สำเร็จ ผมเลยยิ้มออกมาน้อย ๆ ถึงจะบอกแบบนั้น แต่พอไม่ตะคอกแล้วก็ไม่ค่อยรู้สึกกลัวเท่าไร อาจจะเป็นเพราะทำใจมาแล้วว่าอาจจะต้องโดนพูดแบบนี้ใส่อยู่แล้วด้วยล่ะมั้งครับ

          “เป็นห่วงต่างหาก” ผมบอกไปยิ้ม ๆ ทำให้พี่ภูขมวดคิ้วมอง ผมไม่แน่ใจว่าสามสี่เดือนที่ผ่านมาพี่เขาไปเจออะไรมาบ้าง หรืออาจจะเป็นเพราะยังเจ็บอยู่เฉย ๆ แต่ผมรู้สึกเหมือนว่าพี่ภูไม่น่ากลัวเหมือนคราวก่อนแล้ว พี่เขาดูเหมือนจะควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้น อย่างตอนที่เสียงแหบ ๆ เอ่ยถามผมออกมานี่แหละ

          “มึงจะมาทำดีกับกูอีกทำไม”

          ผมยิ้มกว้างออกมายิ่งกว่าเดิม ดูเหมือนว่าพี่ภูจะยอมคุยกับผมดี ๆ แล้ว “ผมแค่อยากให้เราคุยกันดี ๆ บ้าง”

          “...” พอผมพูดแบบนั้นพี่ภูก็เงียบไป เขาเบือนสายตาหลบไปทางอื่นจนผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมขอเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังฟังผมอยู่แล้วกัน เพราะงั้นผมเลยพูดต่อ

          “พี่ภูอย่าเกลียดผมเลยได้มั้ยครับ” ผมขอออกไปแบบนั้น ยิ้มให้อีกฝ่าย แม้ว่าเขาจะไม่ได้มองมาอยู่ก็ตาม “ถ้าพี่ภูเกลียดผม พี่เองก็จะไม่มีความสุขเหมือนกันใช่มั้ยล่ะครับ พี่ไม่ต้องรักผม ไม่ต้องดูแลผมก็ได้ แค่ไม่เกลียดกันก็พอ...ผมขอโทษ ทุก ๆ เรื่องที่ทำให้พี่ไม่พอใจ ดีกันนะครับ”

          “ไม่...” แต่เขาก็ยังคงปฏิเสธ ไม่คิดจะหันมามองหน้าผมเลยแม้แต่น้อย

          “พี่ภู...”

          “อย่ามาพูดเหมือนเข้าใจกันหน่อยเลยว่ะ...” ผมเม้มปาก พยายามจะพูดกับพี่เขาอีกรอบ แต่เสียงนุ่มของคนที่หายไปตั้งนานก็ดังขัดขึ้นซะก่อน ทำให้ผมสะดุ้งน้อย ๆ หันขวับไปมองทางต้นเสียง

          “ถ้าอยากให้เข้าใจก็บอกสิ น้องคุณไม่ใช่ผมที่แค่เห็นสัตว์เลี้ยงของตัวเองแปลกไปก็รู้ว่าเป็นอะไรหรอกนะ” ร่างโปร่งของอีกฝ่ายนั่งเท้าคางมองอยู่ที่โซฟาข้าง ๆ พี่อัยย์ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะซักพักแล้ว เขาอยู่ในเสื้อคอเต่าแขนยาวกับกางเกงขายาวที่น่าจะร้อนสุด ๆ แต่ปกปิดรอยแดงทั่วตัวได้มิด

          “เขิน” พี่ภูเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา ทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ แล้วพยักหน้าให้

          “อือฮึ” เขาตอบรับ แล้วละความสนใจจากพี่ภูที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงไปหาลูกผมที่นอนหลับอยู่ ปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่ายจิ้มแก้มลมเหนือที่กำลังนอนหลับอยู่จนพี่อัยย์ต้องดึงมืออีกฝ่ายออก เดี๋ยว ๆ ถึงจะแปลกแค่ไหนก็ห้ามกวนเวลานอนลูกผมนะเว้ย! แล้วพอเขาโดนดึงมือออกแบบนั้น อีกฝ่ายก็ทำแค่หัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วไหวไหล่ หันกลับไปพูดกับพี่ภูต่อ “คิดซะว่าพูดกับเจ้าเหมียวที่ร้านก็ได้ กับพวกนั้นไม่เห็นจะท่ามากขนาดนี้เลยนี่”

          “...มันไม่เหมือนกัน” พี่ภูเถียงเสียงแผ่ว

          “เร็ว ๆ สิ ผมง่วงนะ”

          “แต่...” พอพี่ภูทำท่าจะเถียงอีก ร่างโปร่งที่นั่งอยู่บนโซฟาก็เริ่มขมวดคิ้ว ทำให้พี่ชายผมผ่อนลมหายใจยาวออกมา “...ก็ได้”

          เหยดดดดดดด ทำไมผมรู้สึกว่าพี่ภูดูอ่อนลงเวลาพูดกับอีกฝ่ายวะ? แม่งต้องมีอะไรแน่ ๆ พระพายสัมผัสได้!...แต่ตอนนี้เอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า เรื่องของคนอื่นไว้ว่ากันที่หลังนะครับ

          “มึงมีอะไรจะพูดกับกู” พี่ภูหันกลับมาถามผม แต่เมื่อกี้ผมก็พูดเรื่องที่อยากพูดให้ฟังไปหมดแล้วนะ ผมยิ้มน้อย ๆ ออกมา แล้วพูดซ้ำอีกรอบ

          “ยกโทษให้ผมได้มั้ยครับ อย่าเกลียดกันเลยนะ”

          “...” พี่ภูนิ่งไป ก่อนจะถอนหายใจหนัก ๆ ออกมา “กูไม่รู้ว่ามึงจะยุ่งอะไรกับกูนักหนา แต่ถ้ามึงอยากได้คำตอบนักก็ได้...กูไม่ได้เกลียดมึง”

          “ครับ?” ผมกระพริบตาปริบ ๆ ไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังอะไรผิดไปรึเปล่า แต่พี่ภูก็ไม่ได้สนใจ เขายังพูดต่อไปเรื่อย

          “กูเคยคิดว่ากูเกลียดมึง...แต่จริง ๆ แล้วกูก็แค่อิจฉามึง ทั้ง ๆ ที่มึงไม่ต้องทำอะไรเลยแท้ ๆ แต่พ่อก็รักมึง ทุกครั้งที่คุยกับกู พ่อก็พูดถึงมึงตลอด กูไม่เข้าใจว่าทำไม...กูไม่เข้าใจว่าอย่างมึงมันมีอะไรดี ไม่ใช่แค่พ่อ แต่ทั้งไอ้อาชว์ทั้งไอ้อัยย์ก็ปกป้องมึง...”

          “ผมก็เจออะไรมาเยอะเหมือนกันนะครับ ไม่ได้มีอะไรให้พี่อิจฉาหรอก...” ผมบอก แต่พี่ภูก็ทำแค่ขมวดคิ้ว แล้วพูดขัด

          “กูไม่ได้อยากรู้ มึงจะเจออะไรก็เรื่องของมึง แต่ถ้ามึงอยากให้กูยกโทษให้...กูคงทำไม่ได้” ผมชะงักไป ยิ้มฝืน ๆ ออกมา เอาเถอะ...อย่างน้อยแค่พี่ภูไม่เกลียดก็ดีแล้ว แต่เสียงเบา ๆ ของอีกฝ่ายก็ยังพูดต่อ “สิ่งเดียวที่มึงผิดคือการที่มึงเกิดมา ถ้าอยากให้กูยกโทษให้ก็ไปตาย...แต่อย่าเลยดีกว่า กูว่าตายมันง่ายไป ปล่อยให้มึงอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตนั่นแหละ”

          ถึงพี่ภูจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ไม่รู้ทำไมคราวนี้ผมถึงรู้สึกดีแปลก ๆ อาจจะเป็นเพราะเขาพูดออกมานิ่ง ๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไร...ไม่รู้สึกแบบไม่รู้สึกเลยน่ะครับ ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่เสียใจ เหมือนกับว่าเขาไม่สนใจแล้ว แต่แค่นี้มันก็ดีกว่าคราวก่อนที่คุยกันมากจนเทียบไม่ติดแล้ว “ขอบคุณนะครับ”

          “หมดเรื่องแล้วก็ไปให้พ้น ๆ ” พี่ภูไม่ได้ตอบรับคำขอบคุณของเขา แต่เอ่ยไล่แทน ทำให้ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ แค่นี้ผมก็สบายใจแล้ว ผมพยักหน้าให้เขาน้อย ๆ เดินกลับไปอุ้มลมเหนือ

          “ไว้จะมาเยี่ยมใหม่นะครับ”

          “ไม่ต้อง” แล้วอีกฝ่ายก็ปฏิเสธออกมาทันที ทำให้ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ ก้มหัวให้พี่เขินที่มองอยู่นิด ๆ เป็นเชิงบอกลา แล้วจะเดินออกไป ถ้าไม่ติดว่าเสียงแหบของพี่ภูเรียกขึ้นมาซะก่อน

          “พระพาย”

          ...เป็นครั้งแรก ที่เขาเรียกชื่อผม ทำให้ผมหันขวับกลับไปมอง เห็นพี่ภูมองผมอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปมองเจ้าตัวน้อยที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของผม แล้วเอ่ยต่อเบา ๆ

          “...ขอโทษ”

          ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่จะตีความว่าเขาขอโทษเรื่องที่เคยว่าลมเหนือก็แล้วกัน ผมยิ้มกว้าง พยักหน้ารับ แล้วบอกลาอีกฝ่ายอีกครั้ง

          “ฝันดีนะครับพี่ภู”

          “ไปให้พ้นได้แล้ว” แล้วก็ได้คำไล่ออกมาอีกคำ ก่อนที่พี่ชายผมจะหลับตาลง เขาอาจจะต้องการพักผ่อนก็ได้ ผมเลยตัดสินใจเดินออกจากห้องไปพร้อม ๆ กับพี่อัยย์ รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะเลยครับ เหมือนว่าปลดบ่วงที่รัดคอตัวเองได้หมดแล้วยังไงอย่างงั้น

          “พระพาย” เสียงนุ่ม ๆ เนือย ๆ ดังมาให้ได้ยิน หลังจากที่เราเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยแล้ว ทำให้ผมหันไปมอง เห็นร่างโปร่งของเจ้าของเสียงยืนพิงประตูอยู่ยิ้ม ๆ

          “ครับ?”

          “สัตว์เลี้ยงของผมค่อนข้างต้องการความรักมากเป็นพิเศษ ว่าง ๆ ก็แวะมาหาหน่อยแล้วกัน” ถ้อยคำของอีกฝ่ายทำให้ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ นี่เขามองพี่ภูป็นสัตว์เลี้ยงจริง ๆ เหรอเนี่ย แต่เอาเถอะ...อาจจะเป็นเพราะเขาก็ได้ พี่ภูถึงได้มีท่าทางอ่อนลงจนยอมคุยกับผมดี ๆ แบบนี้

          “ขอบคุณครับพี่เขิน...ฝากดูแลพี่ชายผมด้วยนะครับ”

          “นั่นเป็นหน้าที่ของเจ้าของอยู่แล้ว” พี่เขาว่า แล้วก็ไหวไหล่น้อย ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไป ขณะที่ผมเองก็เดินกลับไปที่รถกับพี่อัยย์เช่นกัน

          ดีจริง ๆ ที่คราวนี้ผมเลือกที่จะยอมเสี่ยง ดีที่ผมไม่ยอมแพ้เรื่องพี่ภูไปก่อน ดีที่ผมตัดสินใจจะคุยกับเขาในวันนี้ เพราะแบบนั้น...ตอนนี้ก็เลยรู้สึกว่าไม่มีอะไรค้างคาอีกแล้ว

          ต่อจากนี้ผมจะสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรแล้ว

 

ตอนของลี่มีคนบอกพี่อัยย์บทหาย? ม๊ายยย ไม่ ๆ ๆ ๆ ที่บทหายจริง ๆ มันตอนนี้ต่างหาก ก๊ากกกกกกก//พี่อัยย์ เราขอโทษนะ

แต่อย่างที่บอกค่ะ พี่อัยย์เองก็ได้รับบทเรียนมาจากคราวที่บังคับพระพายให้คุยกับพี่ภูไปแล้ว คราวนี้เขาเลยเลือกที่จะวางตัวเองอยู่วงนอกแทน คอยอยู่ข้าง ๆ แต่ไม่แทรกแซงทั้งสองคน//แกกกกก พี่อัยย์นี่สำคัญนะเว้ยยย คิดดูว่าถ้าไม่มีพี่อัยย์ตอนนี้ จะไม่มีใครขับรถมาส่งพระพาย แล้วพระพายก็จะไม่ได้เคลียร์กับพี่ภูนะเว้ยยยยยยยย 55555555555

เป็นไงคะ ชอบพี่ภูกันบ้างรึยัง เขาเปลี่ยนไปเยอะเลยน้า ส่วนหนึ่งเพราะบาดเจ็บเลยไม่มีแรงโกรธใส่ด้วยแหละ แต่อีกส่วน...เพราะหัวใจแข็งกระด้างของเขาได้รับความรักมาเติมเต็มแล้วไง วรั้ยยยยยยยย หลายคนเดาถูกครึ่งหนึ่ง แต่ทำไมพวกแกคิดว่าเป็นผัวพี่ภู 555555555555 จริง ๆ ก็แอบอยากให้พี่ภูโดนกดนะ แต่คิดสภาพแบบพี่ภูโดนกดแล้ว มันจะเป็นนิยายโหดเลือดสาดไปแทน ถถถถถถถถถถ แต่พี่เขินยังไม่ใช่เมียนะ เป็น เจ้าของต่างหาก อิ_อิ ไม่ต้องถามว่าในสายตาพี่เขินเห็นพี่ภูเป็นอะไรนะคะ...เขาบอกชัดเจนแล้วว่า สัตว์เลี้ยงถถถถถถถถถ

สำหรับใครอยากรู้จักพี่เขินมากกว่านี้ และอยากรู้ทำไมพี่ภูถึงมุ้งมิ้งขึ้น รอติดตามในเรื่องของพี่ภูน้า//มีความขายตรง 555555555555555555 ส่วนถามว่าทำไมชื่อเขิน อันนี้บอกไว้ก่อนว่าเพราะพี่เขินแกมีน้องสาวชื่ออาย ถถถถถ สองคนนี้คือพี่น้อเขินอายที่ไม่มีความเขินอายสมชื่อเอาซะเลย วุ้ย!!!

บอกเลยว่าพี่เขินเองก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้พี่ภูยอมคุยกับพระพายเหมือนกัน ถถถถถ เราชอบพี่เขินม๊ากกกกกกกกกมากกกกกกกกแหละ อิ ๆ แต่พี่คนอยากให้พี่อาชว์คู่กับพี่ภู เฮ้ยยยยยย ไม่ได้เว้ยแก 5555555555555 พี่อาชว์จะแต่งงานกับพี่ศาล๊าวววว ไม่เอา เดี๋ยวบ้านแตก แต่ถ้าใครอยากอ่านจริง ๆ ลองบอกมาก็ได้นะคะ อาจจะมีตอนพิเศษช่วงพี่อาชว์ยังเอ๊าะ ๆ สมัยเรียน ก๊ากกกก

สำหรับใครคิดถึงพี่อัยย์กับน้องเหนือ ตอนหน้าตอนสุดท้าย ยกให้ทั้งตอน ฮิ้ววววววววววว

ส่วนใครถามว่าพี่อัยย์จะได้กินพายมั้ย ได้เว้ยแก ได้เว้ยยยยยยยยย แต่ได้ในตอนพิเศษนะเธอววววว์

สำหรับตอนนี้ก็บ้ายบายยยย เปลี่ยนมาฝากพระพาย พี่ภู พี่เขินแทนแล้วกัน 5555555

ปล.ติดแฮชแท็ก #ทาสน้องเหนือ ได้สำหรับเรื่องนี้ค่า จุ้บ ๆ












(c)              Chess theme
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

2,593 ความคิดเห็น

  1. #2591 Pangpp24 (@RatchaneewanPaNg) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 14:50
    ดีแล้วเนอะ พ้นทุกพ้นโศกนะพายลูก
    #2591
    0
  2. #2440 mook (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:29
    เย้ๆๆๆๆพี่ภูยอมใจอ่อนให้น้องพายบ้างแล้วดีใจจัง
    #2440
    0
  3. #2277 LBeau (@LBeau) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 22:02
    อ่านแต่ตอนที่มีภูกับเขิน นอกนั้นข้าม
    #2277
    0
  4. #2256 nuiiny (@nuiiny) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 16:19
    ดีต่อใจมากเขินเลย#ทาสน้องเหนือ
    #2256
    0
  5. #2220 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 09:22
    ชอบเขินมากกหกกห
    #2220
    0
  6. #2180 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 20:18
    เออ เราว่าเขินนี่ท่าทางจะรั่วมากอ่ะ แต่อีตาพี่ภูเจอกับคนแบบนี้เป็นเจ้าของ ก็สมกันดีแล้ววว หึหึ
    #2180
    0
  7. #2178 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 20:07
    สัตส์เลี้ยง เจ้าของ ชักอยากอ่านคู่นี้ ><~
    #2178
    0
  8. #2103 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 02:54
    ในที่สุด....เยส!!!

    ภูแกรุกหรอว่ะ? แต่ชั้นอยากให้แกรับว่ะ โดนเสียบไปซะไอภู!!! เอิ้กๆๆ
    #ทีมเขิน
    #2103
    0
  9. #2083 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 15:03
    ภูกลัวเมียแน่ๆค่ะ
    #2083
    0
  10. #2074 Mo On Junn (@0880984024) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 00:13
    ตอนนี้ก็ดูเสแสร้ง เหอๆ
    #2074
    1
    • #2074-1 Rabbit Tan (@keaw1542542) (จากตอนที่ 55)
      9 ตุลาคม 2559 / 10:57
      อืม...ไม่ค่อยเข้าใจความหมายว่าเสแสร้งในมุมไหนเท่าไรนะคะ แต่จะว่ากันตามที่เข้าใจ สำหรับตอนนี้ เป็นเรื่องราวหลายเดือนให้หลังจากที่พี่ภูอาละวาดใส่พระพายค่ะ อารมณ์ของตอนนี้เลยค่อนข้างสงบ ไม่มีงร้ายแรงเหมือนตอนก่อนๆ หนึ่งเพราะพี่ภูเจ็บอยู่ และเขาเองก็เจออะไรหลายๆอย่างในช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย(รายละเอียดตรงนี้จะเป็นเรื่องของพี่ภู เลยตัดวอนใจไม่ใส่ในเรื่องของพระพายค่ะ) และสองคือ พระพายเองก็สงบลงได้มากแล้ว เหมือนว่าเรื่องมันผ่านมาแล้ว ประมาณนั่นค่ะ จึงทำให้อารมณ์ในตอนนี้ออกมาในรูปแบบนี้ แล้วถามว่า ทำไมพระพายถึงยังห่วงพีภู เราคิดว่า ถึงจะไม่ใช่คนรู้จัก แต่ถ้าเห็นคนเจ็บอยู่ตรงหน้าเราก็ต้องมีความรู้สึกห่วงขึ้นมาเป็นธรรมดาอยู่แล้วค่ะ แต่นี่นอกจากจะเป็นคนรู้จักแล้ว ยังเป็นพี่ชาย เป็นคนที่พระพายยังรู้สึกผิดด้วย เขาเลยยิ่งรู้สึกว่าเขาปล่อยไปไม่ได้ เพราะงั้น การพูดคุยถึงออกมาในรูปแบบนี้ค่ะ
      กว่าที่จะหล่อหลอมตัวละครแต่ละตัวให้กระทำ หรือมีความคิดเห็นแต่ละอย่าง มันขึ้นอยู่กับปัจจันหลายๆอย่างไม่ใช่แค่เพราะพี่ภูกับพระพายสองคน แต่ทั้งสถานการณ์ที่เจอ คนที่เจอ หรือสภาพอารมณ์ก็ส่งผลทั้งหมดค่ะ ดังนั้น บางการกระทำของตัวละครอาจจะมองดูแล้วรู้สึกขัดใจ แต่เราคิดว่า คนเราแต่ละคนมีการเลือกแสดงออกในสถานการณ์เดียวกันแตกต่างกันค่ะ นั่นเป็นเหตุผลที่เราเลือกให้การกระทำของพระพายและพี่ภูออกมาในรูปแบบนี้
      #2074-1
  11. #2067 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 20:31
    เฮ้อ... ในที่สุดก็เคลียร์ พี่ภูมีเจ้าของแล้ว แต่พี่แกเป็นรุกแอบเสียดายเบาๆ 555 เห็นปากดีอยากให้โดนเสียบ อยากอ่านเรื่องเขาขึ้นมาทันทีเลยอ่ะ จะจบแล้ว ร้องห้ายยยยยย
    #2067
    0
  12. #2066 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 17:59
    พี่เขินผู้ปราบเด็กเจ้าอารมณ์หรือหมาบ้าก็ไม่รู้ แต่เทพมากขอซูฮกค่ะ #ทีมพี่เขินค่ะ
    #2066
    0
  13. #2056 sptmw (@sptmw) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 13:26
    เห้ยยย อยากอ่านภูเขินอ่าาาาาาา
    #2056
    0
  14. #1943 Austin's Lady (@jackys-lady) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 14:00
    ออมอๆๆๆ พี่เขิลลลลลลล
    #1943
    0
  15. #1942 >haruhi (@kirarijang) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 11:34
    ชอบพี่เขิน ผู้ปราบพี่ภูได้ เก่งมากข่าาาา
    #1942
    0
  16. #1938 จี น า น นี่ ♡ (@immmz) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 07:00
    งืออออ พี่เขินน่ารักจังเลยยย
    จัดการสัตว์เลี้ยงซะอยู่หมัด ทีมพี่เขิน
    #1938
    0
  17. #1937 PangBK (@PangBK) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 06:21
    ภูเขินนนนยยยย
    #1937
    0
  18. #1936 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 05:42
    พี่เขินมีความน่าสนใจมากค่ะ อิอิ ตอนนี้อิพี่ภูก็เป็นแมวป่วยไปนะจ๊ะ ออกฤทธิ์ออกเดชอะไรแรงไม่ได้ แต่หายไปหลายเดือนก็ดูจะคิดอะไรได้เยอะ นี่ถ้าได้เห็นความน่ารักของลมเหนืออาจจะใจอ่อนเพราะหลานไปอีกก็ได้ อิอิ
    #1936
    0
  19. #1935 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 05:37
    สรุปได้เจ้าของเป็นสัตวแพทย์หรือนี่~~~ เอะ หรือคนขายสัตว์เลี้ยง น่ารักอ่ะพี่เขิน
    #1935
    0
  20. #1934 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 05:36
    พี่เขินมีความน่าสนใจมากค่ะ อิอิ ตอนนี้อิพี่ภูก็เป็นแมวป่วยไปนะจ๊ะ ออกฤทธิ์ออกเดชอะไรแรงไม่ได้ แต่หายไปหลายเดือนก็ดูจะคิดอะไรได้เยอะ นี่ถ้าได้เห็นความน่ารักของลมเหนืออาจจะใจอ่อนเพราะหลานไปอีกก็ได้ อิอิ
    #1934
    0
  21. #1932 holy59 (@holy59) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 03:19
    ชอบพี่เขิน.
    #1932
    0
  22. #1929 Bhoombimm (@bhoombimm) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 02:02
    หืออ จะจบแล้วเหรอเนี่ย. ฮือออ. คู่พี่ภูพี่เขินน่าจะฟัดกันหนักหน่วง รอค่าาาา
    #1929
    0
  23. #1928 Felinonajang (@Felinonajang) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 01:27
    จะจบแล้ววววว

    ยังไม่อยากให้จบเลย ใจหายจัง

    แต่ก็อยากอ่านพี่ภูพี่เขินแล้ว นี่ก็เข้าใจผิดคิดว่าพี่ภูมีความเป็นเมีย ฮ่าๆ



    ตอนแรกทั้งโกรธทั้งเกลียดพ่อและไม่ชอบแม่พระพายเลยนะ แต่พอมาอ่านตอนนี้แล้วความรู้สึกมันสงบลงยังไงไม่รู้ อาจจะเพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยรู้ว่าพ่อต้องจมทุกข์ยังไง พอเจอว่าทุกข์ยังไงก็คงคิดแบบพระพายว่าสมควรแล้วมั้ง หรืออาจจะไม่ใช่แบบนี้ แต่มันรู้สึกสงบขึ้นจริงๆ บอกไม่ถูก มันแบบไม่รู้สึกรุนแรงเท่าตอนที่พี่ภูมาดราม่าใส่พระพายแล้ว เหมือนมองว่าก็แค่เรื่องผิดพลาดที่ผ่านมาแล้ว หรืออาจจะเพราะพระพายมีความสุขแล้ว และพี่ภูก็กำลังจะมีความสุขเหมือนกัน ความรู้สึกที่เคยมีให้พ่อเลยหายไปละมั้ง เหลือแต่ความว่างเปล่า
    #1928
    0
  24. #1927 biggertmb (@biggertmb) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 00:59
    เจ้าของและสัตว์เลี้ยงของเขา นี่พี่ภูก็ยอมเป็นด้ยวยหรอคะ 55555555 รอเลยยย
    #1927
    0
  25. #1926 berry kiki (@jarjarjerry) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 00:36
    รอคู่พี่ภู >////<
    #1926
    0