[宁河] หนิงเหอ

ตอนที่ 2 : ปรับตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 535 ครั้ง
    10 ก.ค. 61

ปรับตัว


เฮือก!


หญิงสาวสะดุ้ง เธอลืมตาอย่างรวดเร็ว ร่างกายสัมผัสถึงความเจ็บปวด

'เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันยังไม่ตาย' เธอคิดในใจ

“หนิงเอ๋อร์ หนิงเอ๋อร์ฟื้นสิลูก แม่ใจจะขาดอยู่แล้ว ฮึกก อ๊ะ หนิงเอ๋อร์ หนิงเอ๋อร์ฟื้นแล้ว หนิงเอ๋อร์ฟื้นแล้ว! เสี่ยวชิง หนิงเอ๋อร์ฟื้นแล้ว ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์”

เธอมองผู้ที่แทนตัวเองว่าแม่ใส่เธออย่างงุนงง แม่เธอไม่ใช่หน้าแบบนี้นี่! แต่ความคุ้นเคยก็บอกเธอว่าคนตรงหน้านี่แหละคือแม่ของเธอ


ตุ้บ!

เสียงถังน้ำหล่นจากมือของคนที่น่าจะชื่อเสี่ยวชิง

“คะ คุณหนู คะ คุณหนูฟื้นจริงด้วย ฮึกก ฮูหยิน เสี่ยวชิงดีใจจริงๆ ฮึกก” เอาอีกคน! เธอเกลียดเสียงดัง นี่มันเรื่องอะไรกัน เธอฝันไปหรือ? เธอตายแล้วนี่นา

“โอ๊ยยยยย” จู่ๆเธอก็ปวดหัวอย่างรุนแรง ความทรงจำเจ้าของร่างเดิมถาโถมเข้าใส่ ได้ความว่าเจ้าของร่างนี้มีชื่อว่าหนิงเหอเหมือนกับเธอ ปัจจุบันอายุ15ปี เป็นลูกของฮูหยินสามแห่งจวนเสนาบดีขวา...

...ชีวิตโดยรวมเรียกได้ว่าเลวร้ายมาก ทั้งถูกทุบตี รังแก ถูกงดข้าวต่างๆนาๆ เธออาศัยอยู่กับแม่ของเธอที่เรือนท้ายจวนสภาพโทรมหลังเล็กๆ ร่วมกับสาวใช้ชื่อเสี่ยวชิง ผ่านแต่ละวันร่วมกันไปอย่างยากลำบาก ล่าสุดเด็กหนิงเหอนี่ก็โดนทุบตีจนสิ้นใจ วิญญาณเธอถึงมาเข้าร่างแทน...

เธอรู้สึกสลดใจกับสามชีวิตที่เหมือนนิยายนี้จริงๆ

เดี๋ยวก่อนนะ..ตอนนี้เธอก็เป็นหนึ่งในสามนั้นแล้วนี่..

หนิงเหอไม่รู้จะทำสีหน้าเช่นไร นี่มันเรื่องตลกอะไร หรือนรกก็ไม่ต้อนรับเธอ? 

“คุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน!” สาวใช้รีบเรียกฮูหยินสาม หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นอีกครั้ง

“หนิงเอ๋อร์ ลูกเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อครู่เจ้าฟื้นขึ้นมาจู่ๆก็ร้องเสียงดังแล้วสลบไป แม่เป็นห่วงเจ้าเหลือเกิน” ฮูหยินน้ำตาคลอ ลูกสาวของนางช่างโชคร้ายที่มีแม่ที่ไม่สามารถปกป้องลูกได้อย่างนาง

“ข้าไม่เป็นไรแล้ว ท่านแม่” เธอยิ้มให้ท่านแม่ในโลกนี้ของเธอ ยิ้มพลางคิดแผนการใช้ชีวิตในโลกใหม่นี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของมัน การให้เธอมาอยู่ในร่างที่มีชื่อเหมือนเธอนี้ แน่นอนว่ามิใช่ความบังเอิญ แต่เธอก็ไม่ทราบเหตุผลของมันจริงๆ ความทรงจำของร่างเดิมก็แทบเอามาใช้การไม่ได้ ในหัวมีแค่เรื่องภายในเรือนหลังโทรมเท่านั้น 

“เห้อออออ”
หนิงเหอถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ เธอเบื่อมาก เธออยู่ที่นี่มาสองวันแล้ว ข้าวที่นี่ไม่อร่อย ที่นอนก็ไม่นิ่ม ไปไหนก็ไม่ได้ เธอเริ่มนั่งไม่ติดที่

“คุณหนู คุณหนูถอนหายใจมายี่สิบสองครั้งแล้วนะเจ้าคะ มีเรื่องอันใดให้กลุ้มใจขนาดนั้นกันเจ้าคะ” เสี่ยวชิงถามด้วยความกังวลใจ ตั้งแต่คุณหนูของนางฟื้นขึ้นมาก็เปลี่ยนไป บางคราดูราวผู้ใหญ่ บางคราก็ทำตัวราวเป็นเด็กเล็ก สีหน้าปรับไปมา ในหนึ่งเค่อ* นับได้ประมาณสิบสีหน้ากระมัง ไหนจะถอนหายใจถี่เช่นนี้อีก หรือจะเป็นผลกระทบจากอาการบาดเจ็บกันนะ โถ..คุณหนูที่น่าสงสารของบ่าว

“ข้าเบื่อ” หนิงเหอกล่าวอย่างเซ็งๆ

“ปกติคุณหนูไม่เคยเบื่อนะเจ้าคะ” คุณหนูของนางก่อนบาดเจ็บครั้งล่าสุดนั้นพูดน้อยยิ่ง รู้สึกอันใดก็มิเคยพูดออกมาให้นางฟังสักครั้ง

“ก็ตอนนี้ข้าเบื่อ เกี่ยวอะไรกับปกติ!” หนิงเหอพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงดื้อรั้น คิดว่าถ้าพูดออกมาดังๆน่าจะช่วยเธอให้หายเบื่อได้บ้าง

“เสียงใครโหวกเหวกโวยวาย นี่มันกิริยาสถุลผู้ใด เอ้า! ออกมาส่งงานและรับงานกลับไปทำได้แล้ว อย่าให้ข้ารอนาน!” สาวรับใช้อาวุโสผู้หนึ่งกล่าวขึ้นอย่างวางอำนาจหน้าเรือนของเธอ ทุกคนในจวนเสนาบดีต่างทราบดีว่าคนในเรือนนี้ ไม่ว่าจะตำแหน่งสูงหรือต่ำก็สามารถเข้ามารังแกได้ หากแต่พวกเธอถือว่ายังมีตำแหน่งฮูหยินและลูกของท่านเสนาอยู่เป็นเกราะบางๆ คนในจวนจึงยังไว้หน้าพวกเธอบ้าง..เล็กน้อย..แค่เล็กน้อยเท่านั้น

“เสี่ยวชิง นางเป็นใครหรือ" หนิงเหอสอบถามเจ้าของเสียงแหลมจากสาวใช้

"เป็นสาวใช้ประจำตัวของฮูหยินเอกเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวออกไปสักครู่นะเจ้าคะ" เสี่ยวชิงพูดด้วยน้ำเสียงติดแค้นเคืองเมื่อพูดถึงบ่าวผู้นั้น "ไปเถอะ" หนิงเหอมองท่าทางคนตรงหน้าพลางคิดว่าดูท่าแล้วสาวใช้ผู้นั้นคงจะเล่นงานเจ้าของร่างเก่าไว้ไม่น้อย 


สาวใช้ตำแหน่งใหญ่เมื่อเห็นสาวใช้ที่นางรังแกเป็นประจำเดินออกมากก็เหยียดยิ้ม "นายหญิงเรือนนี้ไม่รู้จักสั่งสอนบ่าวไพร่หรืออย่างไร ปล่อยให้ข้าคอยนานเช่นนี้มิเท่ากับว่าไม่เห็นหัวฮูหยินใหญ่หรอกหรือ" นางตะเบ็งเสียงดังลั่นราวกับกลัวคนทั้งจวนจะไม่ได้ยิน หนิงเหอที่นั่งฟังอยู่ไม่ไกลได้ยินแล้วก็เหยียดยิ้ม ที่แท้สาวใช้ผู้นั้นก็อยากมาแสดงให้ดูว่า'กิริยาสถุล'ที่แท้จริงเป็นอย่างไร

"ขออภัยเจ้าค่ะ นี่งานที่ทำเสร็จแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวชิงข่มความโกรธไว้ในใจ พยายามพูดให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้มีช่องให้คนพวกนี้ไปรังแกคุณหนูและฮูหยินของนาง

สาวใช้อาวุโสเห็นท่าทางอดทนอดกลั้นของคนตรงหน้าก็ยิ่งสะใจ อยากที่จะกดคนตรงหน้าให้จมดินลงไปอีก "เฮอะ เจ้ากล่าวขออภัยข้าก็ให้อภัยเจ้าง่ายๆเช่นนั้นหรือ เอาเถอะ เห็นแก่ที่ฮูหยินใหญ่ยังพอมีเมตตาต่อพวกเจ้า วันนี้รับงานไปเพิ่มอีกสองตะกร้าก็แล้วกัน" บ่าวอาวุโสพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"ต..แต่ว่า ตะกร้าเดียวบ่าวก็ทำแทบไม่ทันแล้ว เช่นนี้.."

"เช่นนี้อะไรกันเล่า ไม่ต้องพูดแล้ว เรือนนี้มิได้มีเพียงเจ้าที่อาศัยอยู่เรือนนี้นี่" สาวใช้ใหญ่พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้

เสี่ยวชิงได้ฟังก็ทำหน้าตกใจ "ท่านฮุ่ยยา เรือนนี้มิได้มีบ่าวอาศัยอยู่ผู้เดียวก็จริงแต่มีเพียงบ่าวที่เป็นสาวใช้เท่านั้น คุณหนูก็พึ่งจะหายป่วย.." เสี่ยวชิงชะงัก รู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว

"คุณหนูสามป่วยด้วยหรือ ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลยเจ้าไม่ต้องกังวลไปเดี๋ยวข้าจะไปแจ้งให้เรือนใหญ่ทราบเอง" คนในจวนต่างก็รู้ว่าคุณหนูสามป่วยเป็นเรื่องปกติ ส่วนสาเหตุการป่วยก็..เป็นที่รู้กันดี ฮุ่ยยาเห็นสีหน้าที่ไม่ดีขึ้นเรื่อยๆของเสี่ยวชิงก็ยิ่งได้ใจ ความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่นนี่ช่างดีจริงๆ

"ไม่ต้องรบกวนท่านหรอกเจ้าค่ะ งานทั้งหมดสามตะกร้าบ่าวจะรับไปเดี๋ยวนี้" เสี่ยวชิงได้แต่โมโหตัวเองในใจ นางไม่น่าพูดเยอะเลยจริงๆ

"อืม เดี๋ยวก่อน ช่วงนี้สาวใช้ไม่ค่อยพอ เจ้าเอาไปอีกสักตะกร้าก็แล้วกัน"

"....ได้เจ้าค่ะ" เสี่ยวชิงกัดฟันพูด รับงานเสร็จก็หันหลังเข้าเรือนทันที คนที่ถูกหันหลังใส่ไม่ถือสากิริยาเช่นนี้ ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ทำให้ผู้อื่นโมโหได้


เมื่อสาวใช้เข้าเรือนก็เปลี่ยนสีหน้า "คุณหนู บ่าวออกไปเสียตั้งนานขอโทษด้วยนะเจ้าคะ" 

"อืม" เธอได้ยินบทสนทนาข้างนอกทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก "เอาตะกร้าพวกนั้นเข้ามาด้วยสิ"

สาวใช้นึกไม่ถึงว่าคุณหนูของตนจะได้ยินเสียงข้างนอก ได้แต่โมโหตัวเองอีกครั้งที่เสียงดังเกินไป "คุณหนู..บ่าวทำคนเดียวได้เจ้าค่ะ อีกอย่าง..งานเช่นนี้คุณหนู.." เสี่ยวชิงทำหน้าอึกอักอยากจะพูดออกไปว่าคุณหนูของนางทำงานไม่เป็นแต่ก็กลัวเสียมารยาท

"ทำไม่เป็นก็ฝึกได้นี่ ข้าบอกให้เอามาก็เอามาเถอะ" เธอย้ำความต้องการของเธออีกครั้ง เสี่ยวชิงต้านคำสั่งของนายตัวเองไม่ไหวจึงจำใจเดินไปหยิบตะกร้างานเหล่านั้น

"อืม ดูแล้วก็มีงานที่ข้าพอทำได้อยู่จริงด้วย งานเย็บง่ายๆพวกนี้เจ้าสอนข้าทำแล้วข้าจะทำส่วนนี้เอง ส่วนงานละเอียดงานปักพวกนั้นเกินความสามารถข้าจริงๆ ให้เจ้าเอาไปทำก็แล้วกัน" 


"ทำไมลูกไม่แบ่งงานให้แม่บ้าง" 

ระหว่างที่หนิงเหอกำลังแบ่งงานให้ตัวเองและสาวใช้ แม่ของเจ้าของร่างก็เดินเข้ามา

"ท่านแม่" เธอขานรับหนึ่งที "อย่าลำบากท่านเลย ข้ากับเสี่ยวชิงทำไหวเจ้าค่ะ" ซือหรูอี้หรือแม่ของเจ้าของร่างมองหนิงเหอด้วยสายตาที่เจ็บปวด 

"เรือนนี้ก็มีแค่พวกเจ้าสองแม่หนึ่งรวมเป็นสาม พวกเจ้าทำกันแค่สองคนได้อย่างไร อีกทั้งแม่เองก็ถนัดเย็บปักที่สุดในนี้ ถ้าแม่ไม่ทำก็คงเป็นที่น่าละอายแล้ว" ซือหรูอี้พูดพลางเดินมาหยิบตะกร้างานไปนั่งทำอีกมุมหนึ่งของห้อง เสี่ยวชิงน้ำตารื้นมองสองแม่ลูกที่น่าสงสาร ทั้งๆที่ด้วยตำแหน่งควรจะอยู่สบายแท้ๆทำไมถึงได้เป็นเช่นนี้ สวรรค์ท่านช่างไม่ยุติธรรม


แสงตะวันสาดส่องเข้ามาในเรือนซอมซ่อ สาดไปยังร่างทั้งสามที่กำลังหลับแต่มือถือผ้าและเข็มร้อยด้าย หนิงเหอผู้ที่ระมัดระวังตัวเองอยู่ตลอดตื่นขึ้นก่อน พลางมองไปรอบๆ นี่เธอหลับไปทั้งๆที่เย็บผ้าอยู่หรือนี่ สาวใช้และแม่ของเธอก็เช่นกัน จะไม่ให้พวกเธอทำงานหามรุ่งหามค่ำเช่นนี้ได้อย่างไร ตะกร้างานมีถึงสี่ งานในตะกร้าหนึ่งมิใช่น้อยๆ ถึงตอนนี้พวกเธอทำไปได้รวมครึ่งตะกร้าเท่านั้น บ่าวฮุ่ยยาผู้นั้นจะมารับงานทุกๆอาทิตย์ นี่ก็เหลืออีกห้าวัน ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเช่นนี้จึงจะทัน 

คนพวกนั้นทำไมชอบรังแกผู้อื่นเช่นนี้ หนิงเหอจดหนี้แค้นในใจ อย่าให้ถึงวันที่เธอได้เอาคืนบ้างก็แล้วกัน...

"คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ เดี๋ยวบ่าวเอาน้ำล้างหน้ามาให้นะเจ้าคะ" เมื่อเห็นคุณหนูของตนตื่นนอนแล้ว เสี่ยวชิงก็เด้งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อไปทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน หนิงเหอที่กำลังเหม่อลอยอดตกใจกับท่าทีกระตือรือร้นเช่นนี้ไม่ได้ ในโลกเก่าของนางใครบ้างที่ชอบรับใช้ผู้อื่นเช่นนี้ 

ผ่านไปครู่หนึ่งสาวใช้ก็ยกน้ำเข้ามา หนิงเหอเริ่มเปิดบทสนทนา "เสี่ยวชิง เจ้าอายุเท่าไรแล้ว"

"สิบสี่แล้วเจ้าค่ะ คุณหนูมีอะไรหรือเจ้าคะ"

"ข้าแค่อยากรู้เท่านั้น แล้วเจ้ามารับใช้ข้าได้อย่างไร"

"บ่าวเป็นเด็กกำพร้า ถูกขายเข้าจวนท่านเสนาเมื่ออายุได้ห้าขวบ ฮูหยินสามเห็นบ่าวไม่เป็นที่โดดเด่นและอายุใกล้เคียงกับคุณหนูจึงเอาบ่าวมารับใช้คุณหนูเจ้าค่ะ" 

หนิงเหอมองสีหน้าและแววตาของสาวใช้ระหว่างเล่า "เจ้าคงเสียใจที่ได้มารับใช้คุณหนูอย่างข้าสินะ ทั้งๆที่ข้าเป็นถึงลูกของท่านเสนาแท้ๆ แต่วิถีชีวิตกลับไม่ต่างจากบ่าวไพร่นัก"

"ไม่เสียใจเลยเจ้าค่ะ" เสี่ยวชิงได้ฟังก็รีบพูดทันที พร้อมสบตากับคนตรงหน้า สองนายบ่าวมองตากันครู่หนึ่ง เสี่ยวชิงรู้สึกว่าตนยังพูดไม่จริงใจจึงพูดขึ้นอีกครั้ง "อ่า จริงๆก็เสียใจในคราแรกอยู่เหมือนกัน แต่คุณหนูอย่าเข้าใจผิดนะเจ้าคะ ถึงแม้บ่าวจะไม่ได้มีหน้ามีตาเหมือนสาวใช้ประจำตัวคุณหนูอื่น.. แต่คุณหนูก็ดีกับบ่าวมาก แค่นี้บ่าวก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ" 
เสี่ยวชิงระบายยิ้มออกมา ชีวิตนางต้องการเพียงแค่นี้ มิเคยคิดหวังสิ่งอื่นใดมากมาย

"อืม ข้าซาบซึ้งในตัวเจ้ามาก" หนิงเหอเป็นฝ่ายพูดบ้าง "แต่ว่า เสี่ยวชิง ถึงแม้ว่าเจ้าจะพอใจที่มีคนที่ดีกับเจ้า แต่เจ้าก็ไม่พอใจที่มีคนมาทำร้ายเจ้าใช่หรือไม่" เสี่ยวชิงมองเธอแล้วพยักหน้าด้วยความแค้นใจ "เช่นนั้นก็มิอาจนับได้ว่าเจ้าพอใจแล้ว เพราะสิ่งที่พวกเราเจอกันทุกวันนี้มิอาจนับว่าเป็นที่น่าพอใจได้เลย.." 

เสี่ยวชิงขมวดคิ้วตั้งใจฟังคำพูดของเธอแล้วคิดตาม หนิงเหอเห็นท่าทางของคนตรงหน้าก็อดอมยิ้มไม่ได้ "เสี่ยวชิง ข้าดีใจที่มีสาวใช้ที่ดีเช่นเจ้า ในวันนี้ใจของเจ้ายังอยู่ที่ข้า แต่คนเราย่อมเข้าหาความสบายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ข้าอยากบอกเจ้าว่า แม้วันนี้ข้าอาจให้ความสบายใดๆแก่เจ้าไม่ได้ แต่เมื่อเจ้ามาติดตามข้าก็เท่ากับเจ้าเป็นคนของข้า ข้าจะตอบแทนเจ้าให้สมกับที่เจ้าคอยดูแลข้าและแม่อย่างดีแน่นอน" 

สาวใช้เมื่อได้ฟังคำพูดของผู้เป็นนายก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก "คุณหนู บ่าวจะไม่มีทางทรยศท่านกับฮูหยินสามแน่นอน เชื่อบ่าวนะเจ้าคะ" 

"ดี เจ้าพูดออกมาเช่นนี้ข้าก็เบาใจ" เธอไม่รู้ว่าใจคนเราจะเปลี่ยนกันวันไหน เธอจึงพูดกันไว้ก่อน อย่างน้อยก็อาจช่วยยืดเวลาหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

"เอาล่ะ ระหว่างเย็บผ้าพวกนี้เจ้าช่วยเล่าเรื่องของเมืองนี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่" หนิงเหอเริ่มเก็บข้อมูลของโลกนี้อย่างจริงจัง



* 1 เค่อ = 15 นาที


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 535 ครั้ง

200 ความคิดเห็น

  1. #94 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 16:06
    เรื่องเทพทรูปะ5555
    #94
    1
    • #94-1 kntllny (@kedyps) (จากตอนที่ 2)
      29 มิถุนายน 2561 / 16:09
      มันคืออะไรหรอคะ
      #94-1
  2. #3 Nusom-kw (@nusom-kw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 06:01
    จากความเก่งกาจในชาติก่อน
    การรวยทางลัดในชาตินี้
    น่าจะเริ่มที่...บ่อน
    #3
    1
    • #3-1 kedyps (@kedyps) (จากตอนที่ 2)
      3 กันยายน 2560 / 15:12
      อมก เดาเก่งมาค่ะ55555
      #3-1