[宁河] หนิงเหอ

ตอนที่ 4 : ขุมทรัพย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9874
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 374 ครั้ง
    10 ก.ค. 61

ขุมทรัพย์


“เด็กน้อย ไปทำงานกับพี่ชายผู้นี้ดีหรือไม่” ชายหนุ่มเอ่ยชวนด้วยถูกชะตา

“ทำงานอันใดหรือขอรับ” หนิงเหอถามด้วยความสนใจ นางคิดจะเรียนรู้โลกภายนอกนี่สักระยะแล้วจึงค่อยเริ่มทำการใหญ่ ตอนนี้เธอขอเกาะพี่ชายตรงหน้านี้ไปก่อนแล้วกัน

“ข้าก็ยังไม่รู้เช่นกัน แต่เจ้าได้งานแน่ ตามข้ามา”

ชายหนุ่มนำทางไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเธอเลียบๆเคียงๆถามชื่อแซ่และเรื่องอื่นๆของชายหนุ่ม เขาบอกว่าเขาชื่อจางหลิวมู่ เป็นบัณฑิตที่จะมาสอบจิ้นซื่อ*ในอีกสามวันข้างหน้า แต่ระหว่างทางถูกปล้นไปเสียก่อน จึงต้องออกหาเงินประทังชีวิตจนกว่าจะถึงวันสอบ

เนื้อเรื่องชีวิตของหลิวมู่ช่างดาษดื่นนัก เหตุการณ์ชีวิตก็เหมือนตัวละครในนิยายทั่วไปที่เธอเคยอ่านไม่ผิดเพี้ยน แต่เธอประทับใจในความจริงใจและความซื่อตรงของเขานัก หากแผ่นดินมีขุนนางเช่นนี้สักสิบคน บ้านเมืองคงสงบสุขนับสิบปี

“ถึงแล้ว”


โอ๊ะ!

เธอมัวประทับใจเพลินจนเดินไม่ระวังชนคนตรงหน้าที่หยุดเดินกะทันหันเข้าอย่างจัง

“ถึงแล้วหรือพี่ชาย” เธอลูบหน้าผากตนป้อยๆ นับวันเธอยิ่งเหมือนเด็กอายุ15เข้าไปทุกที!

“ที่นี่คือ..” เธอมองตรงหน้าอย่างงุนงง กำแพงเรียบๆเนี่ยนะ คือสถานที่หาเงินที่หลิวมู่เอ่ยถึง?

หลิวมู่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขายื่นมือแตะกำแพง จากนั้นประตูด้านข้างกำแพงก็เลื่อนออก

เธอเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เหตุใดสถานที่นี้ จึงมีของมหัศจรรย์เช่นนี้? นี่มันสถานที่ลึกลับซับซ้อนอะไรกัน ต้องเป็นสถานที่ที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่! หนิงเหอคิดพลางใจเต้นแรงด้วยความดีใจ หรือเธอจะพบขุมทรัพย์ใหม่?!

“ที่นี่คือ..โรงเตี๊ยม” หลิวมู่ตอบ เจ้าเด็กนี่ไม่รู้จักโรงเตี๊ยมชื่อดังของเมืองหลวงหรอกหรือ

“นี่..” นางจนคำพูด จากท่าทางของหลิวมู่ที่นี่คงเป็นที่รู้จักพอสมควร เธอก็หลงนึกว่าเป็นสถานที่พิศดาร ปัดโถ่!

“ข้าเคยช่วยชีวิตเจ้าของร้านนี้ไว้ เขาจึงให้ข้ามาพึ่งที่นี่ได้เมื่อเดือดร้อน” ชายหนุ่มกล่าวด้วยความภูมิใจ ทำดีได้ดีเป็นเช่นนี้นี่เอง

“อ้าว ท่านบัณฑิตผู้มีพระคุณผู้นั้นนี่ ท่านมีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือ” หลงจู๊ของร้านเผอิญออกมาหน้าร้านพอดี เมื่อเห็นหลิวมู่ ก็จำได้ว่าเหมือนกับรูปเหมือนที่เจ้านายของเขาได้วาดไว้ จึงเข้าไปต้อนรับอย่างนอบน้อม

“ท่านหลงจู๊” ชายหนุ่มโค้งทักทายอย่างมีมารยาท

“ข้ามีนามว่าหลิวมู่ ข้ามาที่นี่เพื่อสอบจิ้นซื่อ แต่ระหว่างทางถูกโจรดักปล้น จึงมาที่นี่เพื่อขอให้ท่านหางานและที่พักแก่ข้าชั่วคราว หลังจากสอบเสร็จข้าจะนำเงินส่วนที่เหลือมาคืน”

“โอ้ ข้ายินดียิ่งที่จะเป็นผู้จัดหาที่พักให้แก่ท่าน นายข้าเคยสั่งไว้ หากท่านมาก็ให้ต้อนรับอย่างดี ท่านมิต้องคืนเงินหรือทำงานแต่อย่างใด” หลงจู๊ตอบด้วยความสุภาพ ชายผู้นี้ลักษณะดี หากนายมีเป็นสหายย่อมส่งผลดีต่ออนาคตเป็นแน่ หลงจู๊คิดในใจ

“รบกวนท่านแล้ว แม้ข้าจะเคยช่วยเหลือเจ้านายท่าน แต่ข้ามิได้ทำเพื่อหวังผลตอบแทน เอาเป็นว่าข้าจะนำเงินมาคืนทีหลังก็แล้วกัน” หลิวมู่ตอบด้วยความสัจจริงพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณก่อนนึกได้ว่ามีเธออยู่ข้างๆ

“เอ่อ ท่านหลงจู๊ เด็กชายผู้นี้เป็นเด็กยากจน ข้าพบระหว่างทาง ท่าทางเฉลียวฉลาด จึงพามาสมัครงาน มิทราบว่าท่านจะให้งานเด็กน้อยผู้นี้อีกสักคนได้หรือไม่”


หลงจู๊เหลือบมองเธอคราหนึ่ง
“โอ้ หากท่านเป็นผู้แนะนำย่อมไม่มีปัญหา ท่านช่างมีเมตตายิ่งนัก เด็กน้อยเจ้าชื่ออะไรหรือ”

“ข้า เอ่อ ชื่อ..ชิงชิง” ด้วยเหตุการณ์กะทันหัน นางจึงลืมคิดชื่อมาด้วย 

อ่า..เสี่ยวชิง เธอขอยืมชื่อสักนิด “ข้าน้อยคลาดจากมารดาระหว่างอพยพ ข้าของานชั่วคราวให้ข้าพอมีค่าเดินทางตามหามารดาได้หรือไม่” เธอพูดพลางทำน้ำตาคลอ การแต่งเรื่องคืองานถนัดของนาง

หลงจู๊เห็นแล้วอดสงสารมิได้ ชีวิตเด็กตรงหน้าช่างน่าเห็นใจนัก “ชิงชิง เจ้าดูท่าทางคล่องแคล่ว ข้าจะให้งานครัวแก่เจ้าก็แล้วกัน” หลงจู๊ยิ้มเมตตา มีคำกล่าวว่าช่วยคนได้กุศลมาก..


งานครัว?! คล่องแคล่วกับผีหนะสิ! เธอไม่เคยเข้าครัว! ไมโครเวฟคือเพื่อนยากยามแม่ครัวของเธอลาป่วย หากเธอไปออกรายการแฟนพันธุ์แท้อาหารสำเร็จรูป เธอต้องชนะอย่างไม่ต้องสงสัย หนิงเหอเหงื่อตก

“ข้า.. เอ่อ.. ข้าไม่ถนัดงานครัวนัก”

“ไม่ถนัดก็ฝึกได้ ข้ารับเจ้าเป็นพิเศษเชียวนา ตำแหน่งอื่นข้าให้เจ้าไม่ได้ เจ้าไม่รับก็ไปหางานที่อื่นเถอะ” แม้จะสงสาร แต่เขาก็ช่วยได้แค่ตำแหน่งเล็กๆแค่นี้จริงๆ

“ข้าเอาๆๆๆ” ไม่เอาที่นี่ก็ไม่มีที่อื่นรับเธอแล้ว เอาก็เอา ลองดูสักตั้ง

“งั้นวันนี้เจ้าเข้าไปแนะนำตัวในครัวได้เลย พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน” พูดจบหลงจู๊ก็นำทางเธอ ส่วนหลิวมู่ผู้มีเส้น เฮอะ! ถูกเชิญขึ้นห้องพักไปแล้ว


หนิงเหอเดินอย่างเจียมตัวตามหลังหลงจู๊ เมื่อเข้าไปในครัว แม้จะไม่ใช่สถานที่ที่น่าเข้าเพราะอากาศข้างในค่อนข้างอบอ้าวจากความร้อนของการทำอาหาร แต่คนในนี้ก็ยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น


“ข้าน้อยชื่อชิงชิง จะมาทำงานที่นี่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ หากข้าทำสิ่งใดให้ท่านพี่ท่านน้าไม่พอใจ ข้าต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยขอรับ” เป็นเด็กก็ต้องพูดให้นอบน้อม เผื่อพวกเขาจะให้งานที่เบาหน่อย ด้วยเพราะเอ็นดูเด็กมารยาทงาม
คนงานในครัวเมื่อเห็นเด็กใหม่ท่าทางนอบน้อมประกอบกับหน้าตาเธอหมดจดเกลี้ยงเกลา ก็รู้สึกประทับใจ สาวล้างจานรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสองสามคนก็ส่งยิ้มหวานและบิดตัวไปมาเสียด้วย..เอ่อ..เรื่องนี้..เธอควรดีใจหรือไม่?

“เจ้าหนูช่างมีมารยาท เจ้ามาทำหน้าที่ทอดเต้าหู้แทนต้าซานที่พึ่งลาป่วยก็แล้วกัน”


ทอดเต้าหู้!


เธอกุมขมับในใจ คราแรกว่าจะเอ่ยขอไปล้างจาน เด็กสาวพวกนั้นต้องช่วยเธออย่างเต็มที่เป็นแน่ ดูจากท่าทางที่เขินอายนั่นสิ แล้วต้าซานผู้นั้นทำไมต้องลาป่วย พึ่งลาป่วยเสียด้วย! ชีวิตเธอนี่ต้องคลาดกับสิ่งที่เธอตั้งใจตลอดใช่หรือไม่?

ข้าจะตั้งใจทำงานขอรับ วันนี้ข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ” เธอเริ่มทรงตัวไม่อยู่ วันนี้ต้องก้าวขาออกจากโพรงนั่นผิดข้างเป็นแน่ถึงได้เจอเรื่องมากมายขนาดนี้ วันนี้ต้องรีบกลับไปตั้งหลักเพื่อวางแผนใหม่

“คุณหนู!!!!” เมื่อเธอย่างเท้าเข้าจวน เสี่ยวชิงก็เรียกเธอทันที เธอยกมือเป็นสัญญาณห้ามเข้าใกล้แล้วเดินตึงตังเข้าไปในห้องตัวเอง เวลานี้เธอไม่มีอารมณ์เสวนากับใคร

“โอ๊ยยยยยยยยยยย กูจะบ้าาาาาาาาาาาาาา” หนิงเหอตะโกนสรรพนามโลกเก่าออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ ชีวิตมันไม่ได้ดั่งใจ! เสี่ยวชิงที่ได้ยินเสียงตะโกนของเจ้านาย แม้อยากเข้าไปดูเพียงใดแต่นางก็มิกล้า คุณหนูของนางยามนี้ช่างน่ากลัวนัก ท่ายกมือห้ามมิให้นางเข้าใกล้ก็ทรงพลังยิ่ง หรือคุณหนูของนางจะยังไม่หายป่วยกันนะ



เช้าวันต่อมา เธอออกจากเรือนแต่เช้า เธอพึ่งรู้ข่าวว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ท่านเสนาและฮูหยินเอก ฮูหยินรองรวมถึงลูกๆของพวกนางจะออกไปท่องเที่ยวพักผ่อน เรียกได้ว่าไปยกจวนยกเว้นเธอกับแม่ หากเป็นเจ้าของร่างเก่า คงน้อยใจเป็นแน่แท้ เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าเคยได้ยินหรือไม่ 

สุขใดก็ไม่เท่าสุขจากความสงบอีกแล้ว 

สี่ยวชิงบอกว่าพวกเขาน่าจะไปประมาณสองสัปดาห์ ดียิ่ง! ไปกันให้นาน ไม่ต้องกลับมาเลยยิ่งดี!

ก่อนไปทำงานเธอเข้าไปหาแม่ของเธอก่อน 'ซือหรูอี้' แม่ของเธอนั้นเป็นผู้ที่มีดวงตาแข็งกร้าวผู้หนึ่ง หากไม่ใช่เพราะพิษรักคงมิใช้ชีวิตเช่นนี้เป็นแน่ 

“เสี่ยวชิง ตอนนี้ท่านแม่ข้าอยู่ที่ใด”

“เอ่อ วันนี้คุณหนูมิใช่ต้องไปทำงานหรือเจ้าคะ รีบไปเถอะเจ้าค่ะ อย่ากลับบ้านค่ำนะเจ้าคะ” ทำไมสาวรับใช้ของเธอต้องเปลี่ยนเรื่อง? อีกทั้งเมื่อวานยังห้ามปรามเธอเรื่องทำงานอยู่เลย จะเฉไฉช่วยเนียนกว่านี้ได้ไหม

“เสี่ยวชิง ข้าถามว่าท่านแม่ข้าอยู่ไหนทำไมไม่ตอบ”

“เอ๊ะ คุณหนูถามหรือเจ้าคะ เสี่ยวชิงน่าจะได้ยินไม่ถนัด คุณหนูรีบไปทำงานเถอะเจ้าค่ะ” คุณหนูไปซะทีเถอะ นางเริ่มจะบ่ายเบี่ยงไม่ไหวแล้วนะ!

“เสี่ยวชิง” หนิงเหอเปิดลูกเล่นเรียกชื่อและจ้องตากดดันสาวใช้ ความลับไม่มีในโลก ถึงมี เธอก็ต้องรู้ให้ได้

“บ่าว บ่าว บ่าวผิ ผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงทรุดตัวลงคุกเข่า สายตานี้ช่างน่ากลัวยิ่ง 

“หลังจากที่คุณหนูออกไปข้างนอกเมื่อวาน ฮูหยินก็ถามถึงท่านเจ้าค่ะ บ่าวก็ตอบไปตามจริง”

“ฮูหยินไม่ได้ว่าอะไรท่านเจ้าค่ะ เพียงแค่กล่าวเป็นห่วงเล็กๆน้อยๆ ทว่ายามซื่อ* ฮูหยินเอกมาที่เรือนเจ้าค่ะ เหมือนนางมาคุยเรื่องที่จะไปเที่ยวข้างนอก” เสี่ยวชิงเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงคับแค้นใจ

“สักครู่หนึ่งบ่าวของฮูหยินเอกก็มากันบ่าวออกไปเจ้าค่ะ จากนั้นบ่าวก็ไม่รู้ว่าเป็นเช่นไรต่อ พอฮูหยินเอกจากไปเสี่ยวชิงก็รีบเข้าไปดูฮูหยินสาม ตอนนั้นฮูหยินเงียบมากเจ้าค่ะ บ่าวพูดอะไรก็ไม่ตอบ ฮูหยินพูดเพียงแค่ว่าอย่าไปเล่าให้คุณหนูฟังเท่านั้นเจ้าค่ะ”

หนิงเหอฟังจบก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เธอตัดสินใจไปทำงานก่อน ตกเย็นค่อยมาพบแม่ของเจ้าของร่างอีกที


ของบางอย่างต้องการเวลา

“ชิงชิงเจ้ามาเช้าเสียจริง” เสี่ยวเอ้อร์ทักทายเธอที่พึ่งมาถึง ยามนี้เป็นยามเหม่า* ส่วนร้านเปิดยามเฉิน* การมาเร็วของเธอเพิ่มคะแนนความน่าเอ็นดูให้เธอไม่น้อย
“วันนี่เป็นการทำงานวันแรกข้าน้อย การมาเร็วย่อมสมควรขอรับ” เธอกล่าวอย่างถ่อมตัว

ระหว่างรอร้านเปิด เธอก็เดินสำรวจโรงเตี๊ยม สถานที่ที่ไม่มีอยู่บนโลกเก่าแม้แต่ในประวัติศาสตร์ นางต้องรีบทำความคุ้นเคยให้เร็วที่สุดเพื่อประโยชน์ในอนาคตของตัวเธอเอง

โรงเตี๊ยมแห่งนี้ช่างน่าสนใจ ประตูที่เปิดได้ด้วยการกดปุ่มที่กำแพงคล้ายกับโลกที่เธอจากมายิ่งนัก เมื่อเปิดประตูนั่นแล้วลูกค้าจะพบกับด่านเสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนต้อนรับอยู่ เสี่ยวเอ้อที่ตำแหน่งนี้จะคอยสอบถามความต้องการของลูกค้าและนำไปที่โต๊ะ จากนั้นเสี่ยวเอ้ออีกคนก็จะมารับรายการอาหาร

กลางโรงเตี๊ยมเป็นเวทีสำหรับการแสดงซึ่งจะทำให้คนดูดูได้ทั้งสามร้อยหกสิบองศา รอบข้างมุมต่างๆก็ประดับด้วยต้นไม้และภาพวาดอย่างลงตัว

ขึ้นไปชั้นสองก็จะเป็นห้องรับรองมีตั้งแต่ราคาถูกถึงแพง ด้านนอกมีระเบียงขนาดกว้าง มีโต๊ะสำหรับทานข้าวและเวทีเล็กๆอยู่ตรงมุม เธออยากพบกับคนออกแบบที่นี่เสียจริง 

คิดเพลินจนเดินไปถึงเรือนเล็กหลังโรงเตี๊ยมหลังหนึ่ง เรือนเล็กหลังนี้ดูไม่เหมือนเรือนอื่นที่เธอเดินผ่านมา มิใช่ภายนอกแตกต่างแต่เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอบางอย่าง.. ที่คุ้นเคย เธอค่อยๆเดินเข้าไปเพื่อสำรวจห้องๆนั้น

ขณะที่มือเรียวกำลังผลักประตูเข้าไปก็ต้องชะงักมือ

“นั่นเจ้าจะทำอะไร!” เสียงใครบางคนตะโกนหยุดเธอไว้



*การสอบจิ้นซื่อ = การสอบรับราชการ
*ยามซื่อ = 09.00 - 10.59 น. 
*ยามเหม่า = 05.00 - 06.59 น.
*ยามเฉิน = 07.00 - 08.59 น.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 374 ครั้ง

200 ความคิดเห็น