ซ่อนใจไว้ใต้ดาว

ตอนที่ 10 : บทที่ ๕.๑ ภาพลวงตา(๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ธ.ค. 60

บทที่ ๕.๑

ภาพลวงตา(๑)

 

        กว่าทีมคดีพิเศษจะแยกย้ายกันกลับก็เกือบห้าทุ่ม และเป็นครั้งแรกที่เจตต์เอ่ยปากขอไปส่งลูกน้องสาวถึงบ้าน ทำให้ทุกคนอดแปลกใจไม่ได้

        ก็เห็นว่ามันดึกแล้ว แต่ที่จริงผมก็ไม่ได้จริงจังนักหรอกเพราะคิดว่ายังไงก็ต้องปฏิเสธคนชวนบอกหน้าตาเฉย ทำเอาคนตอบรับหน้าม้าน กลายเป็นเธอผิดเสียอย่างนั้นที่ตอบรับ

        ก็คือสารวัตรพูดไปอย่างนั้นเองปริญญาสรุปให้ก่อนจะยิ้มแหย เจ้าของประโยคก็ไม่ได้ปฏิเสธเป็นอันว่ายอมรับ หากก็พยักเพยิดหน้าให้ไปขึ้นรถ

        ปริญญาจ้องคนขับรถจากด้านข้าง เขาเป็นหนุ่มหล่อคมคายแต่ถูกบดบังไว้ด้วยนิสัยและลักษณะการแต่งตัวที่ไม่ได้ปราณีตนัก ยิ่งปากร้ายก็ยิ่งแล้วใหญ่

        สารวัตรเคยมีเพื่อนผู้หญิงบ้างไหมคะ”

        ทำไมเหรอ มองหน้าแล้วถามหาเพื่อนผู้หญิงของผม

        ปริญญาทำหน้าแหย เขาจับท่าทีเขาได้จากตรงไหนกันนะ รู้ไปหมด “ก็เห็นสารวัตรไม่ค่อยไปไหน มาทำแต่งาน เพื่อนก็เห็นมีหมวดมนัสคนเดียว เพื่อนนักเรียนตำรวจรุ่นเดียวกันก็ไม่มีใครกล่าวถึงสักคน”

        ผมคงไม่เหมาะแกการพูดถึงมั้ง ผมมันตัวอันตรายมากกว่า ว่าแต่ที่บ้านมีกันกี่คนเหรอ

        “ปี่มีพี่ชายสองคนค่ะเธอบอกทั้งยิ้มเหลือบมองยุงที่บินว่อนไปมาสร้างความรำคาญให้เธอเป็นอย่างยิ่ง ดวงตากลมกลอกไปมาตามเส้นทางการบินของมันสองมือกำแน่นพยายามที่จะไม่ทำร้ายมันเหมือนความคิดส่วนลึกกำลังแย้งในใจ ริมฝีปากเม้มใจเริ่มจดจ่อกับยุงตัวนั้น ถ้าเป็นรถเธอ...เธอจะจัดการมันอย่างสาสมทีเดียวเชียว

        เป็นอะไรนั่งกำหมัดแน่นเชียว โกรธอะไรผมเหรอ เอางี้มีอะไรว่ามาเลยดีกว่า พูดมาตรงๆ เลยไม่พอใจอะไร อย่ามานั่งเก็บไว้ผู้หญิงชอบเก็บอะไรไว้ในใจไม่ยอมบอกคิดว่าคนอื่นจะรู้ไปหมดทุกอย่างเลยหรือไง” เขาหันมาถามพร้อมกับจอดรถข้างทาง หญิงสาวหันขวับทำหน้าเหลอ

        ปะ...เปล่าค่ะสารวัตร ปี่ไม่ได้โกรธอะไร

        แล้วกำหมัดทำไม ทำหน้าแบบนั้นทำไม

        ยะ...ยุงค่ะ ปี่กำลังพยายามบังคับไม่ให้ตบยุงในรถสารวัตรอยู่ค่ะเธออธิบาย ยิ้มจืดก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่

        คำชี้แจงนั้นเล่นเอาเจตต์หน้าแตก แต่กลบเกลื่อนด้วยการถอนหายใจก่อนจะกดเลื่อนกระจกรถลง ใช้มือปัดไล่เจ้าตัวปัญาหาออกจากรถแต่มันไม่ยอมออกไป ดันบินกลับเข้ามาเกาะที่แก้มของเขาแทน ปริญญาตาโตเงื้อฝ่ามือขึ้น

        ยะ...อย่า...” เจตต์ร้องห้ามไม่ทันการณ์ ฝ่ามือเล็กนั้นลงที่แก้มเขาเต็มเหนี่ยว หญิงสาวยกฝ่ามือขึ้นดูหลักฐานที่ทำสำเร็จจนได้ เธอหัวเราะออกมาเสียงดังหันไปชี้ให้หัวหน้าหนุ่มดูซากยุงตัวใหญ่ในฝ่ามือเล็กของตัวเองทันที

        สารวัตรดูสิคะ ตัวมันใหญ่มากเลย ไม่รู้มันเข้ามะ...มา...” ปลายเสียงแผ่วลงเมื่อได้เห็นสีหน้าเจตต์ที่บึ้งตึงอย่างชัดเจน

        ชายหนุ่มเม้มปากข่มอารมณ์โกรธเคืองไว้ในใจ ทั้งแสบทั้งโมโห เปลี่ยนเกียร์ออกรถไปโดยไม่พูดอะไรอีก ปริญญาทำหน้าเหมือนกินยาขม

        สารวัตรคะ ปี่ขอโทษ เธอว่าจบก็หันไปค้นเอากระปุกขี้ผึ้งออกมาแตะที่แก้มสากเบาๆ เจตต์สะดุ้งเหลือบมองท่าทางของหญิงสาว

        ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวมันก็หายแค่โดนตบเท่านั้นเองแม้จะพูดอย่างนั้นแต่มือเล็กก็ยังคงช่วยทายาให้จนเสร็จเรียบร้อย รอยสัมผัสเบาบางนั้นดูมันสร้างความรู้สึกประหลาดให้สารวัตรหนุ่ม รอยยิ้มเพียงเล็กน้อยที่มุมปากเท่านั้นเองที่พอจะบอกอาการได้เป็นอย่างดี

        ดื้อเงียบนะเราน่ะ บอกไม่ต้องทำก็ยังทำ”

        ก็ปี่ทำให้สารวัตรเจ็บตัวนี่คะ

        เจตต์ได้แต่ถอนใจ จะมีสักครั้งไหมที่เขาจะไม่เจ็บตัวเมื่ออยู่กับหญิงสาว  ไม่โดนฟาดก็โดนตบ อีกสักหน่อยคงโดนหนักกว่านี้ ถึงว่า ชะตาเขาไม่เหมาะกับการอยู่ร่วมกับผู้หญิง

        เจตต์มาส่งหญิงสาวถึงหน้าบ้านเสร็จเรียบร้อย เมื่อร่างบางเข้าไปด้านใน แววตาคมที่นิ่งสนิทมาตลอดก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา ภาพบ้านหลังใหญ่โตตรงหน้าทำให้เขาแค่นหัวเราะคล้ายจะเยาะตัวเอง เมื่อกลับขึ้นไปนั่งในรถอีกครั้ง กล่องพลาสติกรูปหมีกอดหัวใจก็ถูกมือใหญ่จับโยนไปเบาะหลังโดยไม่สนใจมันอีกเลย

 

 “ปี่กลับมาแล้วค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ปริญญายกมือไหว้บิดามารดาซึ่งนั่งดูข่าวห้องนั่งเล่น

        กลับดึกจังลูกน้ำเสียงของพ่อทุ้มนุ่มแต่สายตายังคงจับจ้องอยู่แต่หน้าจอทีวี

        พอดีที่ทำงานมีเลี้ยงกันนิดหน่อยค่ะอธิบายยังไม่จบประโยคดีด้วยซ้ำ เสียงห้วนก็แทรกขึ้น

        คราวหน้าอย่าให้มันดึกมากนัก ฉันไม่อยากเป็นขี้ปากชาวบ้านอีก มีเลี้ยงกันจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ถ้อยประชดประชันจากผู้เป็นแม่ส่งผลให้ปริญญาเงยหน้าขึ้นแล้วรีบก้มลงอย่างเดิม

        ขอโทษค่ะ

 แม้ในใจจะมีคำพูดมากมายหากสุดท้ายก็เอ่ยได้เพียงเท่านี้ พ่อที่แสนเย็นชาและแม่ที่เกลียดเธอ กับความไว้วางใจที่เธอไม่เคยได้รับ เพียงแค่คิด หางตาก็ร้อนผ่าว ก่อนที่เสียงทักทายของใครอีกคนจะทำให้ใจกระตุกวาบ

        อ้าว ปี่กลับมาแล้วหรือ กินข้าวหรือยังล่ะ ป้าดวงเก็บกับข้าวไว้ให้แน่ะ

        ปี่เรียบร้อยมาแล้วค่ะพี่ปอเธอตอบด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่แช่มชื่นขึ้น ปัณฑิตลูบผมน้องสาวเบาๆ อย่างเอ็นดู

        “งั้นรีบขึ้นไปอาบน้ำ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวพี่เอานมอุ่นๆ ขึ้นไปให้"

        ปริญญายิ้มรับแล้วรีบกลับห้อง เมื่อได้สัมผัสสายน้ำเย็นและอยู่ในชุดนอนตัวโปรดก็รู้สึกสดชื่นและอารมณ์ดีขึ้นมาก หญิงสาวนั่งลงตรงปลายเตียงแล้วใช้ผ้าขนหนูซับผมที่เปียกเบาๆ ระหว่างนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนร่างสูงจะเปิดเข้ามาวางแก้วนมไว้บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ แล้วเอ่ยเตือนเสียงนุ่ม

        สระผมตอนนี้ไม่ดีนะปี่ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา แถมถ้าผมไม่แห้งสนิทอาจทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะอีกต่างหาก

ปริญญาหัวเราะเสียงสดใส แหม พี่ชายเรา เรื่องแบบนี้ยังรู้อีก เจ๋งนะเนี่ย

        ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก มา พี่เช็ดให้ดีกว่าว่าแล้วก็เข้าไปดึงผ้ามาซับผมให้น้องอย่างเบามือ

ปริญญาอมยิ้ม ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าอยากมีพี่สาวเหมือนเพื่อนๆ แต่ปัณฑิตก็ทำให้ความคิดนั้นหายไป เขาอบอุ่นพึ่งพาได้ หากในบางมุมก็อ่อนโยนเกินกว่าผู้ชายทั่วไป จนทำให้รู้สึกเหมือนมีทั้งพี่สาวพี่ชายในคนเดียวกัน

        จริงสิ พี่เพิ่งเห็นข่าว เราทำคดีนางแบบที่โดนกรีดหน้าใช่ไหม

        ค่ะ ทำไมหรือคะ หรือว่าพี่รู้จักเธอหญิงสาวแหงนหน้าถาม

        ไม่รู้จัก แต่เคยเห็นเขาควงกับเปรมครั้งหนึ่งตอนอยู่อเมริกา พี่ค่อนข้างแปลกใจที่เปรมอยู่กับผู้หญิงคนนี้แทนที่จะเป็นเมียเขาที่ตามมาเที่ยวด้วย 

        ปัณฑิตยังจำวันนั้นได้ดี เปรมปรีดิ์โทรศัพท์หาเขาเพื่อนัดพบกัน เพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่แม้จะแยกย้ายกันไปเรียนที่อื่นแต่ก็ยังคบหากันอยู่ ด้วยฐานะทางสังคมและอะไรอีกหลายอย่าง

วันนั้นทายาทห้างดังมีสีหน้าระรื่นทั้งๆที่กำลังควงหญิงสาวซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนอยู่ก็ตาม กลายเป็นเขาเองที่ทำตัวไม่ถูก แปลกใจจนกลายเป็นอึ้ง

        “เฮ้ย ทำหน้าอย่างนั้นทำไมวะ แปลกใจอะไรนักเหรอ”

      “คนที่ควรอยู่ข้างแกไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้นี่ หน้าตาเมียแกตอนงานแต่งไม่ได้สวยโฉบขนาดนี้” ปัณฑิตกล่าวทักท้วง

      “พูดเหมือนแกไปงานแต่งฉันเลยนะ แกไม่ได้ไปทำเนียนนะ” เปรมปรีดิ์ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรอีกแต่วริชญาเดินเข้ามาเสียก่อน เปรมปรีดิ์จึงเปลี่ยนเรื่องคุย “แพรวเป็นนางแบบก็ต้องสวยโฉบเป็นธรรมดา ทำไมแกอิจฉาฉันหรือวะ ถ้าอิจฉาก็รีบหาแฟนเสียสิ แต่อย่าได้เอาแหม่มกลับไปล่ะ เดี๋ยวแม่แกอกแตกตาย แม่แกยิ่งเจ้าระเบียบอยู่ด้วย”

วันนั้นปัณฑิตได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไร มันไม่ใช่เรื่องของเขาที่ต้องสนใจ เขามีเรื่องอื่นที่ต้องให้คิดมากกว่าเรื่องผู้ชายมักมากอย่างเปรมปรีดิ์

        “พี่ปอพูดเหมือนรู้จักคุณเปรมปรีดิ์งั้นล่ะ” คำถามของน้องสาวทำให้ปัณฑิตตื่นจากภวังค์ความคิด

ปัณฑิตพยักหน้า “เคยเรียนห้องเดียวกันตอนมัธยม จบแล้วก็ยังเจอกันบ้าง”

คนฟังตาโตกับข้อมูลใหม่จากคนใกล้ตัว รีบถอยออกมาถามอย่างตั้งอกตั้งใจ แล้วที่เขาสองคนเป็นชู้กันนี่เรื่องจริงหรือเปล่าคะ”  

        พี่ไม่รู้ถึงขนาดนั้นหรอก แต่ถ้าการคบกันกับนางแบบนั่นจะทำให้เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัย พี่ก็รับประกันได้ว่าเปรมไม่ใช่คนที่จะฆ่าใครได้ เพราะเขาอ่อนโยนกับผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิต

        อ่อนโยนแต่ทำไมต้องใช้เงินซื้อพวกเธอละคะ

        เรียกว่าซื้อความพอใจดีกว่า คนเรามีความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะมากหรือน้อย เปรมรวย หน้าตาดี เขาใช้เงินเพราะอาจจะคิดว่าผู้หญิงทุกคนซื้อได้ด้วยเงิน และผู้หญิงพวกนั้นก็ชื่นชมในสิ่งที่เขาเป็น พอใจในสิ่งที่เขาให้ มันคลิกกันพอดี ปี่พอจะเข้าใจไหม”

        ปริญญาเม้มริมฝีปากแน่น แววตาหมกมุ่นครุ่นคิดในสิ่งที่ได้ฟัง

        แม้แต่กับภรรยาเขาด้วยหรือเปล่าคะ พี่ปอ

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ปี่คงต้องหาคำตอบเองนะ บนโลกนี้มีอีกหลายเรื่องที่เราไม่อาจจะเข้าใจได้ และบางเรื่องเรารู้แต่ก็ทำใจยอมรับมันไม่ได้ หรือถึงจะยอมรับได้แต่ก็ด้วยความจำยอม ปัณฑิตถอนใจก่อนเปลี่ยนเรื่อง ว่าแต่เรื่องโกสินทร์น่ะเป็นยังไงบ้าง เขาติดต่อมาบ้างไหม 

        ไม่ค่ะ ตั้งแต่เข้ามาคุยกับคุณพ่อคุณแม่เขาก็ไม่โทร.มาอีกเลย คงกลัวเป็นข่าวอีกมั้งคะ

        งั้นปี่ก็เลิกคิดเรื่องโกสินทร์ได้แล้วนะ ถ้าเขากล้าที่จะยอมรับว่ารักน้องพี่เมื่อไหร่ค่อยคุยกัน เราต้องเลือกผู้ชายที่เราสามารถอยู่เหนือเขาได้

สมัยนี้ จะหาผู้ชายที่ชี้แนะน้องสาวแบบนี้คงยากน่าดู เขาบอกว่ารักปี่เหมือนน้องสาว แต่พออยู่กันตามลำพังก็พูดอีกอย่าง ปี่รู้ว่าเขาชอบโกหกแต่อย่างน้อยเขาก็เคยดีกับปี่นะคะพี่ปอ

        คิดอย่างนั้นแล้วสบายใจก็คิดไปเถอะ แต่ระวังตัวระวังใจเอาไว้ให้มาก ในอนาคตยังมีผู้ชายดีๆ ที่พร้อมจะรักปี่เพียงคนเดียว และพี่เชื่อว่าน้องพี่เป็นเด็กดี จะไม่ทำให้ครอบครัวเราผิดหวังชายหนุ่มยกมือขึ้นจับบ่านุ่มแล้วบีบเบาๆ “พี่ไม่อยากกดดันปี่แบบนี้แต่ก็ต้องทำ เข้าใจพี่นะ”

        หญิงสาวพยักหน้า ปัณฑิตตั้งความหวังไว้กับเธอมากเช่นนี้เพราะได้รับแรงกดดันจากแม่มาตลอด ส่งไปเรียนต่อในสาขาที่ตนพอใจเพื่อให้กลับมาสืบทอดงานที่บ้าน เพราะพี่ชายคนโตของเธอดูจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากเที่ยวเตร่กระนั้นก็ยังเป็นหลานคนโปรดของย่าอยู่ดี

ที่สำคัญ ท่ามกลางความเงียบสงบในตระกูล มีการแย่งชิงแฝงอยู่ แน่นอนว่าเธอและพี่ๆ ต้องตกกระไดพลอยโจนลงสนามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ปฏิญญาชอบแหกกฎ ส่วนปัณฑิตอยู่ในกฎเสมอ ในขณะที่เธอทำทั้งสองอย่างแล้วแต่สถานการณ์ และมีหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ย่าจะเลือกเข้าไปดูแลกิจการทั้งหมดของโชคสรวีย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น