ซ่อนใจไว้ใต้ดาว

ตอนที่ 18 : บทที่ ๙.๑ ดาวบนฟ้าแม้จะเป็นดาวจำลอง ก็ยังเป็นดาวอยู่ดี(๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60

บทที่ ๙.๑
ดาวบนฟ้าแม้จะเป็นดาวจำลอง

ก็ยังเป็นดาวอยู่ดี(๑)

 

        ปริญญาในเสื้อผ้าชุดใหม่(ที่ไม่ใช่ของเธอ) มองห้องที่เป็นระเบียบกว่าเดิมมากอย่างค่อนข้างพอใจ เธอเก็บกวาดมันหลังเจ้าของห้องออกไปแล้ว ไม่ได้สะอาดนักอย่างที่เขาบอกไว้แต่โชคดีที่ไม่ถึงขั้นทุเรศจนเกินเก็บ อย่างน้อยก็ยังได้ทำอะไรตอบแทนเขาบ้าง มือบางยกขึ้นทาบอกอย่างเผลอไผล ใจเธอยังสั่นอยู่เลยเมื่อนึกถึงบทสนทนาก่อนจาก

        แน่ใจหรือ ผมยังไม่เชื่อใจตัวเองเลยนะสายตาคมกริบดูมีเสน่ห์อย่างประหลาดเมื่อได้มองสบมัน เสียงทุ้มก็เหมือนจะก้องในสมองจนจั๊กจี้ในใจแปลกๆ อย่าลืมว่าผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง อย่าไว้ใจง่ายๆ แบบนี้อีกนะ มันจะอันตรายกับตัวเธอเอง

      แต่คนที่ปี่ไว้ใจก็คือสารวัตรนี่คะ สารวัตรเคยบอกว่าอยากให้ลูกน้องเชื่อใจไม่ใช่หรือหมวดสาวยังพาซื่อจนคนฟังหน้ายุ่ง

      นั่นมันเรื่องงาน...แต่ที่พูดเนี่ยเรื่อง...เอ่อ...ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง โตแล้วนี่ เข้าใจใช่ไหมว่าผมหมายถึงเรื่องอะไร ผมก็คือมนุษย์ผู้ชาย มีอารมณ์ได้เหมือนคนอื่น ถึงจะบอกว่าเกลียดผู้หญิงแต่ผมก็ไม่ได้รักผู้ชายด้วยกัน ผมยังมีรสนิยมปกติอยู่

คราวนี้คนซื่อเลยเงียบกริบ ปล่อยให้สารวัตรหนุ่มไปตามความตั้งใจ

        “พอๆ เลิกคิด นอนดีกว่า” เธอสั่นศีรษะ เอื้อมมือไปปิดสวิชท์ไฟก่อนจะนอนราบลงกับเตียง นั่นทำให้ได้เห็นดวงดาวสีเขียวสดใสเต็มเพดานห้องไปหมด

        ว้าว สารวัตรเจตต์ชอบอะไรกุ๊กกิ๊กแบบนี้ด้วยหรือนี่?

รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนหน้าใส ใครจะไปคิดว่าผู้ชายหน้าโหดคนนี้จะมีมุมเด็กๆ น่ารักๆ แบบนี้ บางทีเขาอาจจะเป็นแค่...ผู้ชายเหงาๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง

        ดีละ...พรุ่งนี้เธอจะทำอะไรให้สารวัตรหน้าเถื่อนแต่โรแมนติกคนนี้สักหน่อย ปริญญาบอกกับตัวเองอย่างครึ้มอกครึ้มใจแล้วหลับตาลงเตรียมจ่อมจมกับฝันแสนหวาน

ไม่รู้สักนิดว่าเวลานั้น สารวัตรหัวใจเด็กของเธอกำลังนอนคว่ำหน้ากับโซฟา ให้เพื่อนยืนกอดอกมองด้วยสีหน้าสงสัยเต็มที่

        นอนคว่ำทำไมวะ แอบซ่อนอะไรไว้ใช่ไหม เงยหน้าขึ้นมาคุยกันซิ

        ฮือ...ไม่เอา ง่วงเจตต์ตอบเสียงอู้อี้

        อ้าว ไหนว่าแกคิดถึงฉันมากจนต้องมาหา แล้วทำไมถึงจะนอนโดยไม่คุยกันก่อนสักคำละมนัสพยายามคาดคั้นแต่เสียงหายใจลึกเป็นจังหวะทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายหลับสนิทไปแล้ว เลยได้แต่เท้าเอวมองอย่างหมั่นไส้

ถ้าเหนื่อยขนาดนี้จะมาทำไมวะ นอนที่ห้องตัวเองดีกว่าไหม นับวันมันจะแปลกขึ้นทุกทีละไอ้นี่

เขาส่ายหน้าแล้วเดินกลับห้อง ปล่อยเพื่อนไว้กับโซฟาอย่างนั้น เกิดหนาวตื่นมาคงหาผ้าห่มได้เองละ 

       

ปริญญารีบวางจานอาหารที่เตรียมไว้ลงบนโต๊ะตรงระเบียงเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น เปิดออกไปก็เห็นเจตต์ยืนอยู่

        นี่ยังไม่แต่งตัวอีกหรือเขาเลิกคิ้วเมื่อเห็นคนตรงหน้ายังใส่ชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มอยู่เลย

        อ๋อ ปี่เพิ่งเสร็จธุระค่ะ สารวัตรเข้ามาก่อนสิคะ ปี่มีอะไรให้ดูเธอบอกพร้อมกับพาเขาออกไปที่ระเบียงห้องเพื่อโชว์อาหารมื้อเช้า

        สารวัตรหนุ่มยืนนิ่ง ตอนเข้ามาก็เห็นแล้วว่าห้องสะอาดขึ้นเยอะ แล้วยังสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้านี่อีก มันพิเศษเกินไปไหม

        กินข้าวก่อนไปทำงานนะคะ กว่าปี่จะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จสารวัตรก็คงอิ่มพอดีปริญญาหยิบของใช้เตรียมเข้าห้องน้ำ

        คุณหนูอย่างเธอทำกับข้าวเป็นด้วยหรือเจตต์แค่แปลกใจไม่ได้คิดจะเย้ยหยัน แต่การสื่อสารมักผิดพลาดเพราะน้ำเสียงและใบหน้าเฉยชาของเขาเองเสมอ ปริญญาหันกลับมามองอย่างน้อยใจ

        ปี่ออกไปซื้อมาน่ะค่ะ ห้องสารวัตรมีอะไรให้ทำละคะ มีแต่ขยะ

        เจตต์เบ้ปาก ใช่สิ ก็กองขยะที่เธอนอนเมื่อคืนนั่นแหละ รีบไปแต่งตัวเลย เดี๋ยวก็สายกันทั้งคู่หรอก

ปริญญาหน้าง้ำเมื่อถูกไล่ มือบางกระชากประตูปิดดังปังให้เจ้าของห้องต้องส่ายหน้าระอา จังหวะที่เดินไปล้างมือในครัว สายตาเจตต์ก็เหลือบไปเห็นจานชามและหม้อเอนกประสงค์มีหยดน้ำเกาะพราวคล้ายเพิ่งถูกล้างทำความสะอาดไปไม่นาน มือหนาเอื้อมไปแตะที่เตาแก๊ส พื้นผิวยังอุ่นๆ อยู่เลย ถังขยะเล็กๆ ด้านล่างก็มีเศษผักและถุงใส่ของประทับชื่อห้างที่ซื้อมา ทั้งหมดเรียกรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม

        ปริญญาในชุดทำงานเดินออกมาที่ระเบียงห้อง เห็นเจตต์นั่งเฉยโดยที่อาหารตรงหน้าไม่พร่องเลยจึงถามเสียงกังขา

        ทำไมไม่ทานละคะ ไม่หิวหรือ

        รอเธอไง กินด้วยกันสิน้ำเสียงอบอุ่นนั้นออกมาจากปากคนที่เคยคิดว่าทั้งโหดและเถื่อน เล่นเอาปริญญาถึงกับอ้าปากค้างตาโต สารวัตรหนุ่มก้มหน้าลงยกส้อมเขี่ยข้าว กลัวตายเลยต้องให้ช่วยชิมเป็นเพื่อน

        ฮึ...ปี่บอกแล้วไงว่าซื้อมา แม่ค้าเขาทำสะอาดจะตายไปค่ะ

        ใครจะไปรู้ ระหว่างขั้นตอนการทำอาจจะเอาอะไรบูดๆ ใส่ลงไปก็ได้ กินกันเหอะ อย่างน้อยถ้าผมตายจะได้มีเพื่อนไปด้วยกัน

        ปริญญาหัวเราะเสียงใส มองจานข้าวที่เจตต์เตรียมไว้ให้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจแล้วตักผัดผักฝีมือตัวเองไปใส่ในจานเขา แทนคำขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากนะคะสารวัตรที่ช่วยปี่ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

        เจตต์ยิ้มบาง ในอกถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ว่ามันคืออะไร

 ไม่เป็นไรเขาบอกก่อนตักกับข้าวใส่ปาก มันเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว

        รอยยิ้มบนหน้าใสค่อยๆ เจื่อนเลือนลง ปริญญาซ่อนแววหมองด้วยการก้มหน้าลงมองข้าว

...จริงสินะ มันเป็นหน้าที่ มันไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้น ปริญญาเตือนตัวเอง แต่เพราะอะไรความรู้สึกวูบวาบหวั่นไหวที่เกิดขึ้น มันถึงไม่ยอมจางหายไปเสียที

เจตต์มองหญิงสาวที่ดูซึมไปเล็กน้อยเก็บจานไปล้างที่อ่างล้างจาน เธอทำงานนั้นเงียบๆ เขาก้าวเข้าไปใกล้หวังจะช่วยเก็บจานที่ล้างเรียบร้อยแล้ว เธอเอื้อมสุดมือที่จะเปิดตู้เก็บจานชั้นบนซึ่งสูงกว่าตัวมากจนต้องยื้อสุดปลายแขน เจตต์ยื่นมือเข้าไปช่วยทำให้หญิงสาวรับรู้ว่าเขายืนประชิดติดแผ่นหลังของเธอแล้ว เขาช่วยเก็บจานชามเหล่านั้นเข้าที่เรียบร้อยแล้วแต่ปริญญายังยืนอยู่ที่เดิมไม่กระดิกตัวไปไหน เธอรับรู้ถึงไออุ่นจากคนที่อยู่ด้านหลัง มันรู้สึกแปลกระคนร้อนวูบวาบที่ใบหน้า

“จะขวางทางอีกนานไหม ผมจะได้ล้างมือสักที” คำถามของเขาทำให้หญิงสาวที่มีอารมณ์หวานไหวเมื่อสักครู่นั้นหายไปในพริบตา เธอหันเหลือบมองเขาแววตาหมั่นไส้ก่อนจะหลีกทางให้เข้าไปล้างมือได้สะดวก

“ห้องน้ำก็มีทำไมต้องมาล้างตรงนี้ให้เบียดกันด้วยล่ะ” หญิงสาวบ่นในใจก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองนัก กลัวจะปวดใจมากกว่ามีความสุข ผู้ชายปากร้ายแบบนี้จะรู้ใจเขาได้อย่างไรนะ

        หลังช่วยกันเก็บล้างจานชามจนเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินเคียงกันไปที่รถ ปริญญากำลังจะเปิดประตูด้านข้างคนขับ ก็พอดีโทรศัพท์มือถือของสารวัตรหนุ่มดังขึ้น ชื่อบนหน้าจอทำให้เขาขมวดคิ้วเพราะเพิ่งแยกกันไม่ถึงสองชั่วโมง

        ว่าไงมนัส

        เกิดเรื่องแล้วว่ะ มีเหตุฆาตกรรมนางเอกคนหนึ่งน่ะเจตต์

        หมายความว่าไง เธอ...ชื่ออะไรเจตต์ใจสั่นเมื่อนึกถึงเอื้องระย้า

        เอมี่ ดาราสาวลูกครึ่ง ที่สำคัญกว่านั้น ฆาตกรทิ้งจดหมายถึงแกไว้ด้วยนะโว้ย แกรีบไปที่เกิดเหตุเลยนะมนัสบอกก่อนวางสายไป ปริญญาเห็นเจตต์ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาก็เดินอ้อมไปสะกิดที่แขนเบาๆ

        เกิดอะไรขึ้นคะ

        เขาหันมามองพลางถอนใจ มีคดีที่เราต้องไปสะสางเพิ่มน่ะสิ

 

สถานที่เกิดเหตุคือห้องสวีทบนชั้นสิบของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง บนเตียงพบร่างหญิงสาวที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบนอนหงายตาเบิกค้าง ลำคอเรียวมีรอยกรีดลึก เลือดไหลนองจนเปลี่ยนสีผ้าปูให้กลายเป็นทะเลเลือด ใบหน้าสวยซีดขาว ดวงตาไร้แววบ่งบอกว่าก่อนตายเธอหวาดกลัวและเจ็บปวดอย่างมาก แขนที่วางข้างลำตัวพลิกผิดรูป ลำตัวบิดเล็กน้อยรวมถึงข้อเท้าทั้งสองข้าง อาจเกิดจากการพยายามต่อสู้กับคนร้าย

ปริญญาหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปสำรวจหัวเตียง ถุงยางอนามัยวางไว้อย่างเรียบร้อยและไม่มีร่องรอยการใช้งานแต่อย่างใด ชายไทที่เพิ่งเสร็จจากการถ่ายรูปที่เกิดเหตุเข้ามาสมทบ

        หมวดปี่ไม่กลัวเลือดหรือครับ

        ไม่ค่ะ

        เมื่อครู่เห็นหลับตานี่ด็อกเตอร์หนุ่มล้อ

        แค่...สลดใจน่ะค่ะเธอตอบสั้นๆ ตามองสารวัตรหนุ่มซึ่งกำลังยืนคุยกับมนัสอย่างเคร่งเครียด

พนักงานโรงแรมให้การว่า เอมี่ลงจากแท็กซี่มาเช็คอินเข้าพักตอนสี่ทุ่ม  บอกว่าเหนื่อยอยากพักที่นี่ ไม่อยากขับรถกลับบ้านซึ่งอยู่ไกล ได้ห้องแล้วก็ขึ้นลิฟท์ไปเลย” มนัสบอกพลางส่งซองจดหมายให้ เจตต์สวมถุงมือก่อนรับมาพลิกไปดู หน้าซองระบุยศ ชื่อและนามสกุลเขาไว้อย่างชัดเจน ค่อยๆ คลี่ออกอ่านด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึก

        สารวัตรคนเก่ง มาเล่นเกมกันเถอะ หาสิว่าผมทิ้งอะไรไว้ให้ดูต่างหน้า ว่าแต่ว่า...ของขวัญชิ้นนี้สวยถูกใจสารวัตรไหมครับ หรือชอบแบบยัยนางแบบนั่นมากกว่าเอ่ย

        เจตต์สูดลมหายใจเข้าปอดแล้วค่อยๆ ระบายออกมาอย่างคนที่พยายามจะระงับโทสะไว้อย่างสุดความสามารถ

         “ในจดหมายแทนตัวว่าผม แสดงว่าสมมุติฐานที่เราเคยตั้งกันไว้ว่าฆาตกรเป็นผู้หญิงก็ผิดน่ะสิ

        เจตต์ส่ายหน้า ยังไงฉันก็คิดว่า...น่าจะเป็นผู้หญิง

        ผู้หญิงที่ไหนวะจะทำให้นางเอกสาวสวยคนนี้ขึ้นห้องด้วยได้

        หรืออาจจะเป็นผู้ชายที่มีจิตใจเหมือนผู้หญิงเจตต์กวาดสายตามองไปรอบๆ สายตาไปสะดุดที่หน้ากระจก เครื่องประดับที่คาดว่าจะเป็นของเหยื่อหลายชิ้นถูกวางไว้อย่างเป็นหมวดหมู่คล้ายกรณีของวริชญา แสดงให้เห็นว่าฆาตกรค่อนข้างเจ้าระเบียบ มีความเป็นตัวเองสูงในเรื่องของระเบียบวินัยคล้ายถูกสอนมาอย่างดี และนี่อาจเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งก็ได้

จดหมายถูกวางไว้ที่ไหนเจตต์หันกลับมาถามโดยไม่ได้เจาะจง ชายไทส่งกล้องให้ดูภาพซองจดหมายสีขาวซึ่งถูกวางทับดวงตาเบิกกว้างของนางเอกสาว

         ผมว่าฆาตกรคงไม่อยากเห็นตาของเหยื่อ เหมือนเขากลัวอะไรบางอย่าง ด็อกเตอร์หนุ่มสันนิษฐาน เจตต์ขมวดคิ้วครุ่นคิด แล้วจู่ๆ ก็เกิดเข้าใจเจตตาของคนร้ายขึ้นมา

        ไม่ใช่ เขาคว่ำตรงชื่อผมลงไปที่ตา เขาต้องการให้ผมดู... สารวัตรหนุ่มเดินเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณอีกครั้งแล้วแหงนหน้าขึ้นมองเพดาน พลอยให้คนอื่นๆ ทำตาม

 กระจก!

        หลังกลับมารวมตัวกันที่สำนักงาน ทุกคนก็ยุ่งกับการหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเข้าประชุมก่อนออกแถลงข่าว มีแต่เจตต์ที่เอาแต่นั่งมองภาพจากที่เกิดเหตุราวกับจมอยู่ในเรื่องนั้นตลอดเวลาจนไม่สนใจอย่างอื่น

        เอมี่ เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เพิ่งเข้าวงการไม่นานก็มีงานไม่ขาดสาย แต่หลังๆ ได้ยินข่าวว่าเป็นนางเอกเรื่องมาก อาจเป็นเพราะกำลังดังเลยเล่นตัวละมั้ง เธอมีเพื่อนสนิทเป็นดาราเหมือนกันแต่ไม่ดังเท่า ชื่อเอื้องระย้า เราอาจสอบถามเรื่องราวจากเธอได้บ้าง

มนัสบอกเกี่ยวกับผู้ตายคร่าวๆ ระหว่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะลอบชำเลืองมองเพื่อน เพราะจำได้ว่าเจตต์เคยมีความสัมพันธ์ทางใจกับดาราสาวคนนี้มาก่อน

        การตายของคุณวรัชญาและคุณเอมี่มีกระจกในที่เกิดเหตุเหมือนกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นกระทำของพวกฆาตกรต่อเนื่อง อย่างคดีดอกจันทน์กะพ้อก็เป็นได้นะครับชายไทเอ่ยถึงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ยังไม่มีความคืบหน้าในขณะนั้น “แต่ที่น่าสนใจคือจดหมายที่จ่าหน้าถึงสารวัตร ผมว่ามันเป็นการท้าทายจากฆาตกร เหมือนอยากให้ตามหาเขาให้พบ

        ฆาตกรจะทำแบบนั้นเพื่ออะไร มันผิดวิสัยนะคะ

        บางที... เขาอาจจะอยากให้เราหยุดเขาอยู่ก็ได้เจตต์เปรยขึ้น หลังจากนิ่งเงียบอยู่นาน สองคดีนี้จะเห็นว่าสิ่งที่เหมือนกันคือเรื่องกระจกและในที่เกิดเหตุไม่พบอาวุธที่ใช้ฆ่า แต่คดีคุณเอมี่ หากมองอีกมุม อาจเป็นเหตุการณ์ที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำก็ได้ เพราะกระดาษกับจดหมายมีรายนิ้วมือเหยื่อด้วย อาจเป็นของที่เธอพกไว้พอดีเจตต์พยายามไล่เรีองทีละขั้น แล้วสั่งด็อกเตอร์หนุ่มให้จัดการประสานงานเรื่องชันสูตรศพอย่างละเอียด

        “โดยเฉพาะที่คอ” เขาเน้นย้ำเป็นพิเศษ

        “ผมจะเร่งให้เสร็จภายในคืนนี้เลยครับ”

        “หมวดปริญญา คุณช่วยเทียบประวัติของเหยื่อทั้งสองคนอย่างละเอียดเลยนะ บางทีอาจมีบางอย่างเกี่ยวโยงกัน”

        “ค่ะ” ปริญญารับคำ

        พรุ่งนี้มีนัดสอบปากคำคุณนาถรดา งั้นผมจะนัดคุณเอื้องระย้ามาช่วงบ่ายนะครับ มนัสสรุปในส่วนของตัวเอง

        ตามนั้นละ อ้อ ส่วนเรื่องนักข่าว ยังไม่ต้องให้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคดีเอมี่มากนักนะ บอกแค่ว่าเธอถูกฆ่าและทางเรากำลังสืบหาความจริงอยู่ก็พอ

        ทำไมละครับ

        ฆาตกรจงใจชี้ฉพาะเจาะจงที่ผมมากกว่าใคร เหมือนอยากให้ร้อนรน เขาอาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับผม หรือไม่...ผมอาจจะรู้จักเขา การเผยข้อมูลในคดีก็ไม่ต่างจากเปิดเผยในสิ่งที่ผมคิดสันนิษฐานอยู่ออกไปด้วย ฆาตกรอาจไหวตัว และคิดว่ากำลังเป็นต่อ

        คำตอบของหัวหน้าทีมทำให้ทุกคนเงียบกริบ ปริญญามองเสี้ยวหน้าคมเข้มที่ตอนนี้ดูเคร่งเครียดอย่างเหลือเกิน อดไม่ได้ที่จะนึกสงสารและเห็นใจเขา เจตต์คงทรมานอยู่ลึกๆ ที่ฆาตกรทิ้งจดหมายให้คิดว่าทำการฆ่าเหยื่อเพียงเพื่อจะเล่นเกมบ้าๆ กับเขาเท่านั้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น