ซ่อนใจไว้ใต้ดาว

ตอนที่ 20 : บทที่ ๑๐.๑ รักเวลานิทรา(๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 ธ.ค. 60

บทที่ ๑๐.๑

รักเวลานิทรา(๑)

 

        เจตต์กดปิดทีวีพลางถอนใจเฮือก การรายงานข่าวตอกย้ำเรื่องความไม่คืบหน้าของคดี มันทำให้เขารู้สึกหน่วงในอก กังวลลึกๆ ว่าระหว่างที่ยังมัวงมอยู่นี่ ฆาตกรอาจกำลังมองหาเหยื่อเพื่อเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง

        ไปกันหรือยังคะสารวัตรปริญญาหันมาถาม วันนี้จะมีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสองจึงต้องออกเร็วกว่าปกติเพื่อเตรียมทุกอย่างให้พร้อม

        “อืม”

        เอ่อ...เรื่องปี่มาพักที่นี่เราต้องปิดทุกคนด้วยใช่ไหมคะ

        ไม่ต้อง แต่ถ้าเขาไม่ถามก็เฉยไว้ เดี๋ยวเรื่องมันจะยาว เจตต์คว้ากุญแจรถแล้วเดินผ่านร่างโปร่งบางออกไปหน้าประตู ความเฉยเมยนั้นเหมือนเกราะที่มองไม่เห็นทำให้คนมองรู้สึกอึดอัดจนต้องเอ่ยออกไปอย่างเกรงใจ

        พรุ่งนี้ปี่จะไปหาห้องพักแถวๆ สำนักงานดูค่ะ

ร่างสูงหันกลับมามองด้วยสายตาอันยากจะเดาความหมาย ปริญญาแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันหมายถึงไม่อยากให้เธอไปหรือเปล่า ก่อนที่อีกฝ่ายจะทำลายความหวามไหวลงจนสิ้นด้วยความเป็นจริงที่ยังไม่อยากจะยอมรับ

        จะหนีไปตลอดงั้นหรือ ถ้าจะทำแบบนั้นผมว่าคุณกลับไปคุยกับแม่ให้รู้เรื่องดีกว่าไหม

        แต่คืนนั้นสารวัตรพาปี่ออกมาเองนะคะเธอตัดพ้อ

        อ้าว ก็คืนนั้นแม่คุณยังร้อนอยู่ ตัวคุณก็เอาแต่ยืนเฉย ขืนปล่อยไว้ได้ช้ำในตายพอดี ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องทำกันขนาดนั้นด้วย

        ปี่ชินเสียแล้วค่ะ แม่ปี่ท่านอยากมีลูกชาย พอคลอดออกมาไม่ใช่ท่านก็เลยพาลไม่ชอบปี่ ตั้งแต่เด็กก็ถูกลูกพี่ลูกน้องแกล้งบ่อยๆ ตระกูลปี่ชอบให้ท้ายแต่เด็กผู้ชาย เด็กผู้หญิงเลยโดนรังแก พวกพี่สาวเขามีลุงคอยปกป้องแต่ปี่” ปริญญากล้ำกลืนความขมขื่นลงไป ไม่อาจพูดต่อไปได้ว่ามีพ่อแม่ก็เหมือนไม่มี

“แต่ก็ยังดีมีพี่ปออยู่ พี่คนนี้เหมือนเทวดาอุปถัมภ์ของปี่เลยค่ะ

        คนฟังเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เทวดาหรือนางฟ้า?”

        พี่ปอเป็นผู้ชายจะเป็นนางฟ้าได้ยังไง สารวัตรก็พูดแปลกๆ

        บางทีคนเราก็ใช้การคิดเอาเองมาบังตาปิดใจ ที่ว่ารู้จักเขาดี จริงๆ นั่นอาจเป็นเปลือกนอกที่เขาสร้างมาลวงตาเอาก็ได้

        “สารวัตรจะบอกอะไรปี่กันแน่”

        “ไม่มีอะไร แค่คิดว่าพี่ชายคุณดูสะอาดและช่างจับผิดตรวจตรา ต่างจากผู้ชายทั่วไป” เจตต์ยักไหล่ ยังไม่ลืมสายตาที่กวาดมองไปทั่วห้องเขาไม่ต่างจากการค้นหาเชื้อโรค ปริญญามุ่นคิ้วคิดตาม อึดใจเดียวเท่านั้นก็ร้องออกมา

        จะบอกว่าพี่ชายปี่เป็นเกย์หรือคะ!

        “นี่คุณพูดเองนะ” เจตต์กระตุกยิ้ม แต่ปริญญาไม่มีอารมณ์จะมาต่อคำยียวน

 “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่ปอแค่เป็นผู้ชายอ่อนโยน แล้วพี่เขาก็เป็นความหวังของแม่ด้วย ไม่มีทางกล้าคิดเบี่ยงเบนไปทางนั้นแน่ๆ ขืนเป็นแม่ได้อกแตกตายแน่”

        มันห้ามกันได้ด้วยหรือของแบบนี้ ทุกอย่างมันเป็นสัญชาตญาณ ทำไงก็หนีไม่พ้นหรอก ทำไมละ พวกเกย์กระเทยเขาก็ทำงานได้เหมือนคนอื่นๆ นี่ แล้วมีออกเยอะแยะที่พ่อแม่เป็นทหารแต่ลูกเป็นกระเทย ก็เห็นเขายังรับได้

        แต่ครอบครัวปี่ไม่เหมือนกันค่ะ เราแข่งขันกันสูง แม่เองก็ต้องการที่จะเป็นคนสำคัญของตระกูล ทุกอย่างสำหรับแม่ต้องสมบูรณ์แบบ ลูกๆ ต้องไม่มีอะไรด่างพร้อย การงานความประพฤติต้องดีเลิศ ข่าวลือทุกด้านไม่ว่าจะบวกหรือลบมีผลกระทบกับแม่ทั้งนั้น ปี่เป็นคนที่ทำความฝันแม่พังทลายถึงได้กลายเป็นเสนียดของบ้านอยู่นี่

        น่ากลัวจริงๆ เจตต์พึมพำ ที่จริงอยากบอกว่าน่าสมเพชด้วยแต่พูดไม่ได้เต็มปากนักเพราะแม่ของเขาก็ไม่ได้แตกต่าง...

        ปี่อิจฉาสารวัตรจังค่ะ มีครอบครัวอบอุ่นที่คอยยินดีกับความสำเร็จ คอยห่วงใยเฝ้ารอการกลับไป ไม่ต้องฝืนใจแข่งขันชิงดีชิงเด่น

        ทุกครอบครัวมีปัญหาภายในกันทั้งนั้นละคุณ ผมเองก็เคยจมปลักกับมันจนแทบไม่มีจิตใจจะทำอะไร จนเมื่อมาเป็นตำรวจเต็มตัว ผ่านเรื่องราวร้อยแปด ต้องเลือกที่จะยิงเพื่อนร่วมงานเพื่อความถูกต้อง ปัญหาที่ว่ามันก็กลายเป็นเรื่องขี้ฝุ่นที่ไร้สาระไป

        ปริญญานิ่งขึง และทั้งที่รู้ว่าไม่ควร ทว่าความปรารถนาอยากแบ่งปันเรื่องราวในอดีตกับเขาก็สั่งให้ถามออกไปทั้งที่ใจหวั่น

        ทำไม...ถึงต้องยิงเขาละคะ

        เจตต์หัวเราะหึ ทุกคนมีสิทธิ์เลือกชีวิตตัวเอง เขาเลือกเงินเพราะกลิ่นมันหอมยวนใจ การเสียสละมาหลายปีไม่ได้อะไรนอกจากความเสี่ยง มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ฝ่ายนั้นยื่นข้อเสนอมาให้ ส่วนผมก็เลือกชีวิตของผม เขาหันปืนมา จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เราก็ต้องลั่นไกกลับไป…”

        ยิ่งอีกฝ่ายเล่าด้วยน้ำเสียงเฉยชา ปริญญาก็ยิ่งรับรู้ถึงความตีบตันในลำคอ เพราะเหตุนี้หรือเปล่าสารวัตรเลยโดนย้ายมาที่นี่

        เจตต์เงียบแทนคำตอบ ความเป็นจริงของชีวิตตำรวจมันไม่ได้สวยงามนัก แต่เขาอยากให้ปริญญาเรียนรู้มันด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ฟังจากเขาแล้วเหมาไปเองทั้งหมด

 อยู่วงการนี้บางทีหน้าที่เราก็อาจไม่ได้ขาวสะอาดนัก มันขึ้นอยู่ผู้ที่กุมอำนาจอยู่ในมือ ถ้ามัวเมากับคำว่าอำนาจ หน้ามืดไปกับกลิ่นหอมของเงิน สีกากีก็กลายเป็นสีดำสนิท เขาเลี่ยงไปอีกทาง

        แหม พูดเหมือนปลงตกยังไงไม่รู้

        ก็ทำนองนั้น ถ้าไม่ปลงเสียบ้างผมอาจจะร้ายกว่านี้ก็ได้ แค่นี้คนในกรมเขาก็มองว่าผมเป็นแกะดำอยู่แล้ว ถ้าคดีนี้ปิดไม่ลงหาคนร้ายไม่ได้ ผมคงถูกย้ายอีกรอบ บางทีก็คิดเหมือนกันว่าเหยื่อสองคนนั่นเป็นแค่หมากที่จะทำให้ผมกระเด็นออกไปจากที่นี่มากกว่า

        สารวัตรคิดมากไปแล้ว อย่ากังวลเลยค่ะ เราต้องปิดคดีนี้ได้สำเร็จแน่ๆ ปริญญาปลอบพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ไว้แล้วถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างให้ ความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อกำเนิดขึ้นทีละนิดๆ เหมือนดอกไม้ที่ค่อยๆ ผลิบานออกมา จนวินาทีนี้เป็นสิ่งที่เธอพูดได้เต็มปากว่า ชอบ

ผู้ชายคนนี้อบอุ่น ใจดี แม้หน้าตาจะเถื่อน ท่าทีจะเย็นชา วาจาจะยียวน แต่ไม่สำคัญเท่าหัวใจของเขา เจตต์จะรับรู้หรือไม่หนอ กับสายตาห่วงใยของเธอที่คอยมีให้ ความรู้สึกในใจของเธอที่เอ่อล้นมากขึ้นทุกที

        สารวัตรคะ ปี่...

        ไปทำงานเถอะเจตต์ตัดบทก่อนบิดมือออกจากการเกาะกุม แล้วเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งปริญญาให้ยืนหน้าเจื่อนก่อนก้มหน้าลงอย่างหมดกำลังใจ

        เขาคงเกลียดเธอแล้วสินะ เกลียดผู้หญิงไร้ยางอายที่หน้าด้านไปจับมือเขาก่อนคนนี้

 

มนัสลอบมองสองหนุ่มสาวที่เดินเข้ามาในหน่วยก่อนแยกไปนั่งที่ประจำของตนอย่างสงสัย ใช่ว่าสองวันนี้เขาจะไม่เห็นว่าปริญญาและเจตต์มาทำงานพร้อมกัน แต่วันนี้ยังเห็นกับตาว่านั่งรถมาด้วยกันอีกต่างหาก มันแปลกเกินไปแล้ว อย่างเพื่อนเขาคนนี้ ถ้าไม่มีเหตุการณ์บังคับ ไม่มีทางพาผู้หญิงนั่งรถมาด้วยแน่ๆ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นลูกน้องก็เถอะ หรือว่า...เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ไปต่างจังหวัดครั้งที่ผ่านมา คิดแล้วก็เดินไปหาชายไท

        ด็อกเตอร์ ตอนไปโคราชมีอะไรแปลกๆ ไหมครับ

        อะไรละครับที่ว่าแปลกน่ะด็อกเตอร์หนุ่มถามกลับ

         ก็...อย่างเช่น สองคนนั้นเขามีอะไร...อะจึ๋ยๆ กันไหม

        อะไรละครับที่ว่าอะจึ๋ยๆ แปลเป็นภาษามนุษย์ให้ฟังหน่อยได้ไหมครับคนถูกถามแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ

        คือผมหมายถึง” มนัสเกาศีรษะ พยายามคิดหาคำที่เข้าใจง่ายๆ “เขาสองคนเคมีกระจายบ้างหรือเปล่า ผมว่ามันแปลกๆ สองวันมานี่เห็นส่งสายตากันเหมือนมีอะไรในใจ แถมเมื่อเช้าเห็นมาด้วยกันด้วยนะ

        อืม ผมรู้แค่ว่า ดูเหมือนพวกเขาจะเข้ากันได้ดีขึ้นน่ะครับ

มนัสทำท่าจะถามอีก พอดีได้รับรายงานว่ามีแขกมาขอพบ จึงรีบเดินออกไปรับหน้า

        สวัสดีครับ คุณ...

        นาถรดาค่ะ ที่หมวดมนัสโทร.ไปแจ้งให้มาให้ปากคำ

        ครับ ผมหมวดมนัส เอ่อ...เชิญด้านนี้เลยครับหมวดหนุ่มเดินนำหญิงสาวไปที่ห้องสอบปากคำ “นั่งรอในนี้สักครู่นะครับ ทำใจให้สบาย รับรองว่ารบกวนคุณไม่นานหรอก”

        เมื่อประตูปิดลง ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ นักเขียนบทสาวรู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นแรง มือเย็นเฉียบแต่กลับมีเหงื่อซึมออกมาจนรูสึกได้ แม้รู้ว่าควรพูดอย่างไร ทว่าปมในใจก็ทำให้เธอยังคงหวั่นไหวหวาดระแวงอยู่ดี และเกือบอุทานออกมาเมื่อประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง

        สวัสดีค่ะ คุณนาถรดา ฉันหมวดปริญญาและทางนี้คือหมวดมนัส เรามีหน้าที่สอบถามข้อมูลจากคุณในวันนี้ค่ะ

        ยินดีค่ะ เรียกระดาเฉยๆ ก็ได้

        เอ่อ...ได้ยินมาว่าคุณระดากับคุณแพรวเป็นเพื่อนกัน…” ปริญญาเริ่มคำถามแรกทันทีที่นั่งลง

        ค่ะใช่ คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม

        คุณสองคนดูแตกต่างกันคนละสไตล์เลยนะคะปริญญาตั้งข้อสังเกต

        เราสนิทกันเพราะแนวความคิดตรงกันหลายอย่างน่ะค่ะ” นาถระดาเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายรวมไปถึงหน้าตาและการแต่งตัวด้วย หากเธอก็ตั้งใจเลือกตอบแต่ในสิ่งที่คิดว่าสมควรเท่านั้น

“แล้วคืนเกิดเหตุ คุณทำอะไรอยู่ที่ไหนคะ

        ฉันไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ

        เพื่อนที่ว่าคือใครคะ ยืนยันตัวบุคคลได้ไหมหมวดสาวซักต่ออย่างรวดเร็ว

        เอ่อ...ฉันบอกไม่ได้

ทำไมละคะ หรือว่า...เขาเป็นคนต้องห้ามที่คุณพูดไม่ได้ระหว่างทางที่นั่งรถมาด้วยกัน เจตต์สอนเธอไว้หลายเรื่อง รวมทั้งคำพูดเหล่านี้ด้วย เมื่อเห็นนาถระดามีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ก็ใช้ประโยคเด็ดทันที

เป็นคนที่คุณเคยได้แต่มอง แต่บังเอิญพลาดไปแตะเข้าหรือเปล่าคะ

นาถรดาตกตะลึง มือกำเข้าหากันจนแน่น “คุณรู้อะไรมา หรือว่าพี่เปรม

“อย่างที่คุณคิดละค่ะ เราไปเจอคุณเปรมปรีดิ์มาก่อนหน้านี้แล้ว และเขาก็เล่าเรื่องในคืนนั้น” ปริญญาเว้นไว้ รอดูท่าทีหญิงสาวตรงหน้าซึ่งสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนปล่อยมันออกมาเฮือกใหญ่

        ...ก็ได้ ในเมื่อเขายอมพูด ฉันก็จะพูดบ้าง คืนเกิดเหตุ ฉันอยู่กับพี่เปรม

        ปริญญาลอบถอนใจ ลุ้นอยู่ว่านาถระดาจะยอมรับหรือไม่ ที่ไหนคะ

        คอนโดฯ พี่เปรม ช่วงนั้นเขามีปัญหากับพี่นรีก็เลยกลับไปอยู่ที่นั่น ฉันไปคุยกับเขาจนตีหนึ่งก็กลับบ้าน ไม่ได้แวะที่ไหนอีกเธอตอบ อดไม่ได้ที่จะนึกถึงมันอีกครั้ง

        คืนนั้น เขาโทรศัพท์มาบอกว่าเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่นงนรีทำเต็มที เธอรีบบึ่งรถไปหาที่คอนโดฯพร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มเย็นๆ ที่เขาชอบ เมื่อไปถึง นาถระดาพบว่าปรมปรีดิ์ดูเจ็บปวด และเธอเองก็พลอยรู้สึกไม่ต่างกัน

        ทำไมนรีถึงไม่เป็นอย่างระดาบ้างนะชายหนุ่มตัดพ้อ นาถรดาส่งแก้วไวน์ให้เขาก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธออยากถามเขาว่าทำไมไม่เลือกเธอแทนละ มากกว่าจะมัวมานั่งยิ้มอยู่อย่างนี้

พี่นรีเป็นคนแข็งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พี่เปรมควรจะใจเย็นๆ

      พี่ใจเย็นแล้ว ระดาก็เห็น แต่ทำไมนรียังทำเหมือนพี่เป็นอากาศ พี่เป็นคนนะ มีหัวใจเหมือนกัน

      ระดาเข้าใจพี่เปรมค่ะ เธอบอกเสียงอ่อนโยน

      ถ้านรีเป็นได้สักครึ่งของระดาก็ดีสิเปรมปรีดิ์กุมมือบาง สายตาหวานฉ่ำ นาถรดาไม่อาจรู้ว่าสายตาเช่นนี้เกิดจากเครื่องดื่มที่เขากรอกลงคอไปหรือมาจากใจจริงกันแน่ แต่เธอหวังให้เป็นอยางหลังและคิดว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะได้ใกล้ชิดกับชายที่เธอหลงรักมานาน

เขาเป็นสามีพี่นรี แต่คืนนี้เขาเป็นของเธอ...

        ปริญญาเม้มริมฝีปาก รู้สึกสงสารวูบขึ้นมา เปรมปรีดิ์พูดอย่างชัดเจนว่ามีอะไรด้วย แต่เธอคนนี้บอกเพียงแค่คุยกัน นาถระดาอาจจะประเมินชายคนรักผิดไป คิดว่าเขาไม่กล้าพูดสิ่งเหล่านั้นออกมา

        แล้วนิยายที่คุณเขียนขึ้นเว็บนี่ละคะปริญญาเลื่อนหลักฐานทั้งหมดไปให้ดู นาถระดากัดริมฝีปากด้วยความกดดัน

        ฉันยอมรับนะคะว่าแค้นแพรว เธอได้รู้จักพี่เปรมก็เพราะฉัน ได้ทุกอย่างมาก็เพราะฉัน แต่เธอไม่เคยคิดว่าฉันเป็นเพื่อน ทำเหมือนฉันเป็นคนใช้ไม่พอยังมาแย่งพี่เปรมไป...จากพี่สาวของฉัน แล้วมันผิดด้วยหรือคะที่ฉันจะระบายความโกรธลงไปในเรื่องที่เขียนนาถระดาไม่รู้เลยว่าคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมานั้น ได้เผยความรู้สึกแท้จริงของตนออกมาด้วย

        ไม่ผิดค่ะ ถ้าสิ่งที่คุณเขียนจะไม่ไปปรากฏในความเป็นจริง

        คุณตำรวจ ฉันสาบานได้ว่าไม่ได้ฆ่าแพรว ฉันใจไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้นหรอก แม้จะร้ายกาจยังไงแต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นเพื่อน แล้วแพรวก็ไม่ได้มีแค่พี่เปรม หล่อนมีคนอื่น ผู้ชายคนนั้นให้เธอได้เหมือนพี่เปรม แสดงว่าต้องรวยมาก

        แล้วคุณไม่รู้หรือคะว่าใคร

        แพรวไม่มีทางให้จับได้หรอกค่ะเพราะเธอรู้ว่าฉันรักพี่เปรม แต่ฉันเคยเห็นชื่อขึ้นในโทรศัพท์ เวลาผู้ชายคนนี้โทร.เข้าเธอก็จะเลี่ยงไปคุยที่อื่นทันที ฉันเคยเล่าเรื่องนี้ให้พี่เปรมฟังเหมือนกัน เขาเลยเริ่มจับสังเกตแพรว

        ชื่ออะไรคะปริญญาถามเสียงตื่นเต้น นักเขียนบทสาวนิ่วหน้าครุ่นคิด

        ชื่อ...ชื่อ...ภาษาอังกฤษพี...ตัวพีค่ะ แต่จำไม่ได้ว่ามีอะไรต่อ

        ปริญญาเผลอปล่อยปากกาหลุดมือโดยไม่ตั้งใจ ส่วนมนัส เขาอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นบ้าง ทั้งที่ตลอดมาหากต้องสอบปากคำผู้หญิง เขาจะแค่คอยนั่งสังเกตการณ์เงียบๆ มากกว่า

        คุณเคยให้ใครอ่านนิยายที่คุณเขียนบ้างไหมครับ อย่างคนที่รู้จักสนิทสนมกันมากๆ

        ปกติฉันลงออนไลน์ ใครจะเข้ามาอ่านก็ได้ค่ะ แต่คนที่สนิทกันฉันไม่กล้าให้อ่านหรอก กลัวเขาว่าไร้สาระ ความฝันของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง คนไม่เข้าใจเขาก็หาว่าเราเพ้อฝันและเธอก็เจอมันมาตลอดตั้งแต่เด็กเสียด้วย

        แล้วพี่สาวคุณละคะ

        ไม่ค่ะ พี่นรีไม่ชอบอ่านนิยาย เธอเอาแต่จมอยู่กับความเป็นจริง เรียกว่ามากเกินไปจนน่าเบื่อด้วยซ้ำนาถรดาแค่นยิ้ม ไม่รู้ตัวว่ากำลังแสดงสีหน้าเจ็บช้ำ เมื่อนึกถึงแววตาเปี่ยมด้วยตารักและห่วงใยจากชายที่เธอใฝ่ฝันมานาน ทำไมแววตานั้นถึงจับอยู่แต่ที่พี่สาวเธอ ทำไมเขาถึงเลือกพี่นรี ผู้หญิงเย็นชาน่าเบื่อ แทนที่จะเป็นเธอ ที่เข้าใจเขาทุกอย่าง ทำไม!

พลัน สัมผัสจากมือนุ่มที่แตะหลังมือเธอเบาๆ ก็ทำให้นาถระดาหลุดจากเสียงที่ก้องในใจ เงยหน้าขึ้นมองหมวดสาว

        บางครั้งเราก็ต้องหักใจนะคะหากว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันผิด ฉันรู้ค่ะว่าตอนนี้คุณระดารู้สึกยังไง คุณอาจจะคิดว่าทำไมต้องมาทำร้ายหัวใจตัวเองเพื่อคนอื่น ทำไมต้องเป็นคุณที่เสียสละ แต่เชื่อเถอะค่ะ สักวันหนึ่งเมื่อมองกลับไปคุณจะดีใจที่เป็นฝ่ายหลีกทางออกมา แล้วจะรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบของความรัก

        นาถระดากระตุกมือออกทันที ฉันรู้ว่ามันผิด แต่ในเมื่อเขาก็รักฉันเหมือนกันแล้วทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายหลีกทาง ทำไมฉันถึงต้องทำเพื่อคนอื่น ฉันซื่อสัตย์กับเขาคนเดียว ยอมทุกอย่างขอแค่เขาหันมามองฉันบ้าง ยอมแม้ว่าเขาจะมีพี่นรี แต่กับนังแพรว ฉันไม่มีวันยอมเพื่อมันหรอก ทั้งๆ ที่แย่งของคนอื่นก็ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ ดีแล้วที่มันตายๆ ไปเสียได้ ฉันเกลียดแพรว เกลียดมัน!สิ้นประโยค นาถรดาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ทำนบน้ำตาไหลพรูจนมนัสหน้าตื่น รีบส่งกระดาษเช็ดหน้าทั้งกล่องไปให้ ต่างจากปริญญาที่ยังคงมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสงบ

        แล้วเขามองมาบ้างไหมคะ คุณบอกว่าเขารักคุณ แล้วเขาได้ยืนอยู่ข้างคุณหรือเปล่า ตอนที่คุณเจ็บปวดเขาอยู่กับคุณไหม”

        นาถรดาสะอื้นจนตัวโยนเมื่อถูกตอกย้ำให้นึกถึงความเป็นจริงที่ว่าเปรมปรีดิ์ไม่เคยทำอะไรเพื่อเธอ และคงไม่มีวันยอมทิ้งทุกอย่างมายืนข้างเธอหรอกหรอก ดูได้จากสองวันมานี้ที่ไม่สามารถติดต่อเขาได้เลย เขาทิ้งเธอไปแบบไม่ใยดีสักนิด

        ความรู้ที่ยากจะแยกแยะทั้งสับสนและเจ็บปวด ทำให้คราวนี้เธอไม่ปัดมือหมวดสาวที่เอื้อมมาจับอีกต่อไป

        “คุณระดาคะ ที่ฉันพูดนี่ไม่ใช่ในฐานะของตำรวจ แต่พูดในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเจอเรื่องแบบคุณ และฉันอยากให้คุณออกมาจากวังวนนี้ให้ได้ แล้วก้าวต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น