ซ่อนใจไว้ใต้ดาว

ตอนที่ 3 : บทที่ ๑ ทีมคดีพิเศษ(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 ธ.ค. 60

เจตต์ชำเลืองมองหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า ผมซอยสั้นสีดำขลับปกคลุมหน้าใสไร้การแต่งแต้มเครื่องสำอาง  หากมองแค่ท่อนบนที่สวมเครื่องแบบ โดยรวมเหมือนจับเด็กหนุ่มวัยมัธยมมาใส่กระโปรงไม่มีผิด

        สารวัตรมองหน้าฉันแบบนี้ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะปริญญาถามทั้งๆ ที่ตายังคงจดจ่ออยู่กับข้อมูลกองใหญ่

        ก็แค่สงสัยว่าทำไมถึงมาเป็นตำรวจ

        แล้วมันเกี่ยวกับคดีนี้ไหมคะคราวนี้เธอหันกลับมาจ้องตาคนถามเขม็ง

        ก็แค่อยากรู้ ผู้หญิงน่ะเขาไม่ทำงานเสี่ยงๆ แบบนี้หรอก

        ก็...ชอบ อยากทำ ไม่มีเหตุผลอะไรซับซ้อนหรอก ฉันขอตัวไปดูศพก่อนนะคะ คุณเองก็รีบไปที่จุดพบศพก่อนฝนจะตกดีกว่าเธอตัดบทก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง  

        เจตต์มองตามพลางเบ้ปาก บิดขี้เกียจสองสามทีก็ลุกจากเก้าอี้ของตัวเองเดินออกไปเช่นกัน

        เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นที่รกร้างเต็มไปด้วยเศษขยะ  เจตต์เลิกเส้นกั้นขึ้นแล้วเข้าไปถ่ายรูปไว้ทุกมุม ฆาตกรฉลาดที่นำศพมาทิ้งไว้ที่นี่เพราะอุดมไปด้วยความเน่าเหม็นซึ่งผู้คนพากันหลีกเลี่ยงที่จะผ่านไปมา นายตำรวจหนุ่มก้มลงมองตลับสีขาวที่ฝาเปิดอ้าอยู่ข้างๆ รอยฉีดบอกตำแหน่งศพ เขาหยิบขึ้นมาเพ่ง ที่น่าสนใจไม่ใช่ยี่ห้อแต่เป็นรอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนกระจกในตลับต่างหาก

ระหว่างที่หันไปหยิบถุงพลาสติกในกล่องอุปกรณ์พิสูจน์หลักฐานมาเก็บตลับแป้ง  อยู่ดีๆ ฝนก็พรำลงมาแล้วตกหนักราวกับฟ้ารั่วทั้งที่เมื่อครู่ยังแดดจ้าอยู่เลย สารวัตรหนุ่มรีบวิ่งนำเข้าไปหลบในบ้านร้างซึ่งไม่ห่างจากที่เกิดเหตุนัก

        แย่จริง อยู่ดีๆ ก็ตก ทั้งที่ไม่มีเค้าสักนิดนายตำรวจท้องที่เอ่ยขึ้นแบบนี้ร่องรอยหลักฐานคงหายไปกับสายฝน ว่าไหมครับสารวัตร

เจตต์นิ่ง ไม่โต้ตอบ ดวงตาคมมองวิวที่พร่ามัวอย่างครุ่นคิด

 

ปริญญาเดินเข้าไปในห้องชันสูตรพร้อมกับด็อกเตอร์ชายไท เขาเป็นหนุ่มหน้าใสร่างสูงโปร่ง ไม่ได้สวมแว่นสายตาเหมือนผู้คงแก่เรียนทั่วไป ผมสีน้ำตาลประกายทองที่เซ็ตอย่างดีผนวกกับการแต่งตัวแนววัยรุ่นสมัยใหม่ทำให้ดูเท่ไปอีกแบบ

        เธอมองความสุภาพเรียบร้อยของด็อกเตอร์หนุ่มซึ่งช่างตรงข้ามกับการแต่งตัวอย่างสิ้นเชิง พลางเปรียบเทียบกับเจตต์ สารวัตรมาดเซอร์ออกแนวซกมกกวนประสาท

        มีอะไรหรือเปล่าครับชายไทถามเมื่อรู้สึกว่าถูกคนข้างกายลอบมองหลายครั้งแล้ว ปริญญารีบส่งยิ้มประจบให้

        ขอโทษค่ะ พอดีปี่คิดเพลินๆ ว่าคนที่เป็นด็อกเตอร์เนี่ยจะเป็นแบบคุณทุกคนไหม พอดีพี่ชายปี่ก็เพิ่งเรียนจบแต่ดูแก่กว่าคุณเสียอีก

        ฮ่าๆ ท่าทางแบบผมก็มีเยอะนะ แต่ที่ไม่ใช่ก็ไม่น้อยเหมือนกัน ผมแค่สามสิบเองนะครับ เรียกว่าอยู่ระหว่างวัยรุ่นตอนปลายก็ได้นะครับ ผมยังอยากเป็นวัยรุ่นนะครับหมวดเขาพูดติดตลกส่งผลให้บรรยากาศผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

        เรียกปี่ก็ได้ค่ะเธอเสนอแทนที่เขาจะเรียกตำแหน่งอยู่ตลอด แอบคิดในใจว่า มันวัยรุ่นตอนปลายแก่ๆ มากกว่า หญิงสาวยิ้มขัน

        อ๋อครับ คุณปี่

        แล้วปี่ควรเรียกคุณว่าด็อกเตอร์หรือชื่อเฉยๆ คะ

        เรียกผมว่าชายเฉยๆ ก็ได้ ตำแหน่งที่ผมเซ็นรับคือที่ปรึกษาครับ อีกอย่าง ผมเรียนด้านจิตวิทยามาก็จริง แต่สิ่งที่ผมชอบจริงๆ ไม่ใช่เรื่องเครียดๆ พวกนี้หรอก ผมชอบดูดวงให้คนอื่นน่ะ

        อะไรนะคะปริญญาชะงักไปกับงานอดิเรกของด็อกเตอร์หนุ่มซึ่งขัดกับงานประจำอย่างสุดกู่

        ผมเรียนเรื่องดูดวงด้วยครับ คุณปี่อาจจะเคยเห็นผมในรายการดูดวงช่องเคเบิลทีวี ออกอากาศตอนดึกๆ หน่อยเขายิ้มพลางเลิกผ้าคลุมศพขึ้นแล้วขมวดคิ้ว โอ้โห นี่กะจะไม่ให้ใครจำได้เลยหรือไงเนี่ย

        ปริญญามองตาม รอยกรีดมากมายบนใบหน้าสาวนิรนามมีเลือดเกรอะกรังไม่มากนักทั้งที่บาดแผลลึกจนเห็นกระดูก น่าจะถูกกรีดหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว

แต่ปี่ว่าอาจจะเป็นการระบายความรู้สึกบางอย่างของฆาตกรมากกว่า

        ก็อาจจะใช่ ชายไทพยักหน้ารับ จากผลตรวจ ในร่างกายเหยื่อไม่มีสารพิษ สาเหตุการตายเกิดจากการขาดอากาศหายใจ รอยเขียวช้ำที่คอน่าจะเกิดขึ้นเพราะถูกรัดด้วยเชือกเส้นเล็ก และอาจมีการต่อสู้เกิดขึ้นระหว่างที่เหยื่อถูกรัดคออยู่ เขาสรุปก่อนหันมาหาหมวดสาว

แล้วนี่คุณปี่จะกลับไปเก็บของที่สำนักงานเก่าไหมครับ

        ไม่ค่ะ ปี่ไม่มีอะไรต้องเก็บสีหน้าของปริญญาเรียบเฉย ระหว่างที่กำลังลาพัก เธอได้ยินข่าวการจัดตั้งหน่วยพิเศษจึงส่งเรื่องขอย้ายมาเข้าร่วมทันที ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าวิธีใดหนทางไหนเธอไม่เกี่ยง ขอเพียงให้หลุดพ้นจากที่นั่นเป็นพอ และเมื่อพ้นแล้วก็จะไม่กลับไปอีกเป็นอันขาด

 

หลังเข้าไปรับเอกสารระบุตัวบุคคลของศพ ปริญญาก็กลับเข้ามาในห้องประชุมอีกครั้ง เธอกวาดสายตามองหาเก้าอี้ว่างแล้วถอนหายใจเมื่อเห็นว่ามีที่เดียวอยู่ข้างๆ สารวัตรเจตต์

หญิงสาวไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้นักเพราะเขาชอบมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ แม้ไม่ใช่สายตาดูถูกเหมือนที่เคยได้รับมาตลอด หากก็ชวนให้อึดอัดใจไม่ต่างกัน คิดพลางเดินเข้าไปนั่ง ไม่ทันเห็นว่าเจตต์เหลือบมองมาแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือในมือต่อ

        สวัสดีตอนเย็นครับหมวดปริญญามนัสเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มให้

        หญิงสาวยิ้มตอบ สวัสดีค่ะ หมวดมนัสไปไหนกับท่านผู้บัญชาการมาคะ

        ไปติดต่อสื่อมวลชนครับ เพราะคดีนี้มีหลายอย่างที่ต้องรีบชี้แจงผ่านสื่อ เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป

ปริญญารู้สึกว่าผบช.ยศ คิดถูกแล้วที่พานายตำรวจหนุ่มผู้นี้ติดตามไปด้วย เพราะร...มนัสเป็นหนุ่มรูปงามแถมแต่งตัวเนี้ยบ วิธีการพูดจาก็ดูมีมารยาทนุ่มนวลจนน่าคล้อยตามอย่างประหลาด ก่อนที่เสียงลอยลมจากสารวัตรหนุ่มจะทำให้บรรยากาศดีๆ กร่อยลงไปในฉับพลัน 

        ทำไมหัวหน้าถึงได้ให้แกไปวะ น่าจะให้ผู้หญิงไปทำงานนี้แทนแล้วเอาแกมาช่วยฉันสืบยังจะดีเสียกว่า

        ผู้หญิงไม่ได้มีหน้าที่ยิ้มหวานออกสื่ออย่างเดียวนี่คะ บางอย่างอาจทำได้ดีกว่าผู้ชายบางคนด้วยซ้ำปริญญาเอ่ยโต้อย่างทนไม่ไหว ส่งผลให้เจตต์เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเคร่งขรึม ระหว่างนั้นผบช.ยศ ก็เดินเข้ามาในห้องพอดี ความขัดแย้งเล็กๆ จึงหยุดลงชั่วคราว

        ได้รายละเอียดเพิ่มเติมอะไรกันมาบ้างครับ

        ปริญญาลุกขึ้นรายงานก่อนใคร เป็นที่แน่นอนแล้วค่ะว่าผู้ตายคือนางแบบหน้าใหม่ ชื่อว่าวริชญา ประดับฟ้า ส่วนเรื่องสภาพศพให้ด็อกเตอร์อธิบายจะละเอียดกว่าหมวดสาวยื่นเอกสารให้ยศก่อนจะนั่งลง

        นอกจากร่องรอยการถูกรัดคอจนสิ้นใจ ไม่พบรอยนิ้วมือหรือเนื้อเยื่อที่จะช่วยชี้เบาะแสคนร้ายได้เลยครับด็อกเตอร์หนุ่มสรุป หลังรายงานผลการชันสูตร

        แสดงว่าคนร้ายต้องวางแผนไว้แล้วก่อนที่จะลงมือ ยศเม้มริมฝีปากก่อนหันไปทางเจตต์ ทางคุณได้อะไรมาบ้างสารวัตร

        น่าเสียดายที่เบาะแสหลายอย่างหายไปกับฝนครับ เราคงต้องสืบจากพยานแวดล้อมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ผมว่าฆาตกรน่าจะรู้จักกับเหยื่อเป็นอย่างดี แค่เฝ้ารอจังหวะเหมาะเท่านั้นเองเจตต์ยกถุงหลักฐานที่บรรจุตลับแป้งพัฟขึ้นมา ที่น่าสงสัยคือหลังจากที่จัดการฆ่าเหยื่อแล้วทำไมยังต้องกรีดหน้าเธอแถมยังทิ้งตลับแป้งที่เปิดกระจกไว้เหมือนจงใจให้เหยื่อดูหน้าตัวเองอีก

        ผมว่าฆาตกรอยากการสร้างความสะใจให้ตัวเอง คือให้เหยื่อเห็นว่าตอนนี้ไม่ได้สวยอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว อาจเป็นแรงผลักดันจากสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ เช่น เป็นคนไม่สวยหรืออยู่ในขั้นอัปลักษณ์แต่ต้องอยู่ใต้อาณัติคนหน้าตาดีกว่าจนเกิดเป็นความกดดัน หรือถ้าเป็นผู้ชายก็ต้องเป็นคนที่ถูกบังคับหรือไม่ก็ได้รับแรงกดดันจากเพศหญิงครับชายไทให้ความเห็น

        โรคจิตชัดๆมนัสนิ่วหน้า

        ยศมองการถกเถียงเรื่องคดีอย่างพอใจ ทุกคนทำหน้าที่ได้ไม่เลว ที่สำคัญ เขาคิดไม่ผิดที่เลือกเจตต์มาร่วมทีม  เป็นผู้นำที่ดีแต่ไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับใครโดยเฉพาะกับผู้หญิง เท่ากับตัดปัญหาหลายอย่างออกไปได้

        ส่วนหมวดปริญญา ไม่มีใครรู้ว่าเขาโดนผู้มีอำนาจคนหนึ่งกดดันไว้ว่าถ้าหากไม่รับเธอเข้าร่วมทีม เป็นโดนเตะโด่งออกจากกรมฯ แน่ แต่มันก็คุ้มเพราะทำให้เขาได้สร้างหน่วยพิเศษตามที่เคยตั้งใจไว้เสียที

        เอาละ อย่างไรเสียก็ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอจะสรุปลงไปได้ สารวัตรไปสอบปากคำเพื่อนร่วมงานของผู้ตายเพิ่มเติม พาหมวดปริญญาไปด้วย ส่วนหมวดมนัส รีบแจ้งไปทางครอบครัวเธอแล้วนัดสอบปากคำเบื้องต้นโดยเร็ว ต่อจากนั้นเชิญสื่อแถลงข่าวความคืบหน้าด้วย ด็อกเตอร์ชายไท รบกวนตรวจศพเพิ่มเติมเผื่อมีอะไรที่เราพลาดไปยศสั่งการก่อนจะลุกขึ้น

         เดี๋ยวไปเจอกันที่ร้านอาหารนะ ผมจองไว้แล้ว ทานข้าวกระชับความสัมพันธ์และฉลองการเริ่มต้นของทีมเรากันหน่อยเขาตบท้ายแล้วเดินออกไปพร้อมหมวดมนัส

ด็อกเตอร์ชายไปด้วยกันกับผมไหมครับเจตต์หันไปถามด็อกเตอร์หนุ่มซึ่งกำลังเก็บข้าวของเงียบ

เอ่อ...ผมเอารถไปเองดีกว่าครับ เดี๋ยวต้องไปรับหลานที่โรงเรียนอีก จะลำบากสารวัตรเปล่าๆ พาหมวดปริญญาไปด้วยนะ เธอไม่มีรถ

ปริญญาแอบกัดฟันกรอดพลางต่อว่าด็อกเตอร์หนุ่มในใจ ...ทำไมต้องบอกนายนี่ด้วย...

        เจตต์เหลือบมองก่อนแค่นยิ้ม ไปด้วยกันไหมหมวดปริญญา...หึ...ชื่อยาวเป็นบ้า มีชื่อเล่นให้เรียกไหม

        เรียกปี่ก็ได้ค่ะสารวัตรเจตต์ปริญญาเน้นชื่อเสียงเข้มส่งผลให้เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ รู้ว่าหญิงสาวแกล้งรวน

        โอเคครับ คุณก็เรียกผมเจตต์นั่นละ สั้นๆ ง่ายๆ เชิญครับ รถผมอาจจะรกหน่อยนะไม่ค่อยมีผู้หญิงมานั่งด้วยน่ะ

 

เมื่อไปเห็นรถปาเจโร่สีดำรุ่นใหม่ล่าสุดทว่าสภาพเหมือนไม่ได้ล้างมาเป็นแรมปี ปริญญาก็ชักสีหน้าระอาปนเสียดาย ธุรกิจครอบครัวทำให้เธอมีความสนใจเรื่องรถยนต์มานาน และพบว่าผู้ชายส่วนมากมักจะชื่นชอบรถและดูแลมันอย่างดี แต่ดูเหมือนเจตต์ไม่ได้เป็นหนึ่งในคนส่วนมากนั้น

และเมื่อเข้าไปนั่งข้างคนขับ หญิงสาวก็ต้องขยับตัวอีกครั้งเพื่อจะดึงเอาสิ่งที่เผอิญนั่งทับลงไปแล้วออกมา พลางเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจเมื่อพบว่ามันคือคูปองลดราคาอาหาร 

        โยนไปเบาะหลังเลยก็ได้ ใช้เมื่อไรผมจะไปควานหาเองเจตต์บอกง่ายๆ ก่อนสตาร์ตรถแล้วเหยียบคันเร่ง หญิงสาวทำตามเพราะไม่อยากมีปากเสียงกับหัวหน้าหน่วย แม้จะรู้สึกคันปากอยากพูดเต็มแก่ว่านี่มันรถหรือถังขยะเคลื่อนที่กันแน่

        ถึงแล้วครับ เฮ้อ...ไม่ถนัดปากเลยจริงๆเจตต์บ่นขณะก้าวลงจากรถ  ในขณะที่ปริญญาสะดุ้ง เพราะมัวแต่คิดเรื่องของตัวเองอยู่ ไม่ทันมองว่ามาถึงจุดหมายแล้ว

        ขอบคุณสารวัตรมากนะคะที่ให้ติดรถมา

        ก็ชวนไปอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวจะหาว่าใจร้าย

คำตอบแบบขวานผ่าซากทำให้ปริญญากรอกตาไปมา นึกหมั่นไส้คนพูดเอามากๆ  ขืนนั่งใกล้กันคงกร่อยตายเลย เมื่อเข้าไปในห้องวีไอพีที่ถูกจองไว้ล่วงหน้า เธอจึงรีบตรงเข้าไปนั่งข้างๆ มนัสซึ่งหันมาทักอย่างแปลกใจไม่น้อย

        มาด้วยกันหรือครับ

        ค่ะ สารวัตรใจดีให้ติดรถมาด้วยปริญญาตอบอย่างจำใจ

        คุณปี่เป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะครับที่ได้นั่งรถสารวัตรน่ะ

         หวังว่าจะไม่ใช่คนสุดท้ายละกันเธอต่อให้มนัสต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง เจตต์แย้งขึ้นทันที

        เพราะผมคิดว่าหมวดไม่ใช่ผู้หญิงหรอกถึงได้ยอมน่ะก็ทั้งชื่อทั้งผมเผ้าหน้าตาเหมือนผู้ชายเสียขนาดนั้น ปริญญาฟังแล้วก็อึ้งไปเลย ร้อนถึงมนัสที่ต้องรีบอธิบายเพื่อไม่ให้ฝ่ายหญิงคิดมากเกิน จนส่งผลต่อการทำงานร่วมกันในอนาคต

        คุณปี่ไม่ต้องคิดมากนะครับ สารวัตรเขาไม่ค่อยรู้วิธีพูดหรือการอยู่ร่วมกันกับผู้หญิงเท่าไหร่น่ะครับ

        ไม่เป็นไรค่ะ อยากคิดยังไงก็ตามใจท่านสารวัตรเขาเถอะหมวดสาวตัดบท ยอมๆ ไปจะได้ไม่เกิดปัญหา และมันก็เป็นสิ่งที่เธอหวังอยู่แล้วด้วย

        แน่นอน ผมจะทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองสบายใจที่สุดเจตต์บอกหน้าตาย คนที่คิดจะวางเฉยเลยอดพึมพำไม่ได้

        ผู้ชายอะไรเอาแต่ใจสุดๆ      

แม้ชายไทจะมาถึงและเริ่มพูดคุยกับมนัสอย่างออกรสแต่บรรยากาศก็ยังน่าอึดอัดไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งผบช. ยศมาพร้อมรอยยิ้มประจำตัว

         วันนี้ผมเลี้ยงเอง ตามสบายนะทุกคน แล้วพรุ่งนี้เรามาเริ่มงานเพื่อชาติและประชาชนกันให้เต็มที่ยศยกแก้วเป็นการเชื้อเชิญก่อนจะหันไปหาปริญญา หมวด เป็นยังไงบ้างครับ ทำงานกับผู้ชายเยอะๆ แบบนี้ลำบากใจไหม

        ไม่เป็นไรค่ะ ปี่ชินแล้ว

        เชื่อได้ว่าตราบใดที่ผมยังเป็นผู้บัญชาการหน่วยนี้ จะไม่มีปัญหาอะไรให้คุณต้องลำบากใจทั้งสิ้นคำมั่นอันหนักแน่นนั้นทำให้หญิงสาวยิ้มออก

 เจตต์ลอบสังเกตคำพูดและท่าทีของทั้งสองอย่างสงสัย แค่ตำรวจหญิงเข้าร่วมทีมสอบสวนทำไมต้องทำกางปีกปกป้องขนาดนั้น หากครู่เดียวสารวัตรหนุ่มก็ส่ายหน้าแล้วหันไปทานอาหารที่เพิ่งตักมา

ไม่อยากสนใจเรื่องของคนอื่น ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองไปนั่นละเป็นดีที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น