โซ่ตรวนสวาท

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ม.ค. 58

ตอนที่ 2

 

“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงทักนั้นทำให้เจ้าของร่างบางที่ก้มหน้าก้มตาเดินเข้าบ้านหยุดชะงัก กิ่งแก้วปรายตามองคนสูงวัยกว่าแล้วตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงด้วยความเบื่อหน่าย

 

  “ค่ะ”

 

  “ทำไมกลับซะค่ำเลย” กิ่งแก้วไม่ตอบแต่เลือกที่จะเดินเลี่ยงขึ้นห้อง ทว่าก็ต้องชะงักและถอยหลังแทบไม่ทันเมื่อร่างสูงภูมิฐานของน้าเขยเดินมาดักข้างหน้า

 

  “ทานอะไรมาหรือยัง”

 

  “เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอทางด้วยค่ะแก้วจะขึ้นห้อง” เธอบอกอย่างหวาดระแวง ระวังตัวเองมากที่สุด เมื่อร่างสูงยังคงยืนปักหลั่นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอขึ้นห้องง่ายๆ

 

  “จะรีบไปไหน คุยกันก่อนสิ วันหยุดแก้วไม่เคยอยู่บ้านเลยนะ” ไม่พูดเปล่ามือใหญ่ยังเอื้อมมาแตะต้นแขนกลมกลึง กิ่งแก้วถึงกับสะดุ้งและรีบเบี่ยงตัวหลบราวกับโดนของร้อน

 

  “ทำไมต้องทำท่าทางรังเกียจน้าอย่างนั้นด้วยละ” เสียงทุ้มถามกลั้วหัวเราะ แล้วส่งรอยยิ้มอบอุ่นอย่างผู้ใหญ่ใจดีมาให้เหมือนเป็นกำดักล่อ

 

เมื่อครั้งเธอมาอาศัยอยู่ที่นี่ใหม่ๆ มันอาจจะได้ผล แต่ทุกวันนี้บอกเลยว่าเปลือกนอกที่แสนจะดูดีและท่าทางพ่อพระอย่างนี้ใช้กับเธอไม่ได้ผลหรอก เมื่อราคะตัณหามันบดบังจนหน้ามืดตามัวธาตุแท้มันก็ค่อยๆ เผยออกมาทีละนิด แต่ถึงอย่างนั้นผู้ชายคนนี้ก็ฉลาดพอที่จะไม่ให้ภรรยาของตัวเองระแคะระคายว่ากำลังอยากจะจับหลานภรรยาทำเมียใจจะขาด

 

ก่อนหน้านายเพชรรัตน์ทำตัวเป็นหมาหยอกไก่ แต่เธอไม่เล่นด้วย ยอมรับว่าพอเป็นอย่างนี้เธอตกใจมาก ตอนแรกว่าจะเล่าให้น้าของเธอฟังแต่ เมื่อได้ยินได้เห็นว่าน้าทั้งรัก ยกย่อง นับถือ และภูมิใจกับสามีคนนี้มากทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก ยอมให้เรื่องมันผ่านเลยไปพร้อมกับคิดว่า เมื่อเธอไม่เล่นด้วยแล้วทางน้าเขยคงจะเลิกรา

 

ทว่าเธอคิดผิด ผ่านไปแค่เพียงอาทิตย์เดียวเธอก็ถูกเรียกไปพบที่ห้องทำงาน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดมากเพราะเธอเป็นเลขาฯ ของนายเพชรรัตน์ เธอไม่ได้ถูกเรียกไปคุยเรื่องงานแต่ถูกเรียกไปคุยเรื่องที่คาดไม่ถึง นายเพชรรัตเกลี่ยกล่อมต่อรองให้เธอยอมเป็นมีอะไรกับตน โดนเอาเงินและตำแหน่งหน้าที่การงานมาล่อ แต่เธอก็ปฏิเสธไปอย่างเด็ดขาดทุกข้อเสนอพร้อมกับขู่ว่าจะฟ้องน้าของเธอ

 

นอกจากจะไม่กลัวแล้วนายเพชรรัตยังท้าทายให้เธอไปฟ้องอย่างมั่นใจว่า ภรรยาของตนไม่มีทางเชื่อหลานสาวอย่างเธอแน่นอน ไม่ลองไม่รู้เธอคิดอย่างนั้น วันหนึ่งเมื่อสบโอกาสจึงได้เกริ่นๆ เรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่บอกว่าเป็นเรื่องของเธอ พอฟังจบน้าของเธอกลับหัวเราะชอบใจ พร้อมกับบอกว่าเธอเข้าใจผิด มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ คนธรรมมะธรรมโม วันหยุดก็เข้าวัดฟังเทศน์ แถมเป็นคนที่ขี้อายไม่กล้าจะมองผู้หญิงตรงๆ มีหรือจะทำเรื่องแบบนั้นได้ แถมน้าของเธอยังเล่าเรื่องราวความรักในอดีตด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า นางเป็นคนเริ่มตนจีบนายเพชรรัตก่อน และจนมาได้แต่งงานกันนั้นก็เป็นฝีมือนางล้วนๆ เมื่อออกมาอีหรอบนี้ก็ยากที่น้าจะเชื่อคำพูดของเธอและไม่เคยระแวงว่าสามีแสนดีของตัวเองจะเป็นคนในแบบที่นางไม่รู้จัก อยากให้น้ามาเห็นพฤติกรรมตอนนี้ของสามีเหลือเกิน

 

  “น้าก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ ว่าทำอะไรที่น่ารังเกียจไว้บ้าง” กิ่งแก้วบอกอย่างรังเกียจผู้ชายดีแค่เปลือกตรงหน้า

 

  “ปรักปรำกันหรือเปล่า น้าออกจะรักและเอ็นดูเรามากขนาดนี้ ดูสิให้ที่พักอาศัยแถมยังให้งานทำ รู้ไหมตำแหน่งเลขาของน้าน่ะใครๆ ก็อยากทำ แต่น้ายกให้แก้วเพราะว่ารักและหวังดี คนกันเอง คุยกันได้ อะไรๆ มันก็จะง่ายขึ้น แต่แก้วก็ทำเป็นเรื่องยากทุกที” นายเพชรรัตน์เอ่ยทวงบุญคุณ แล้วถอนหายใจราวกับเหนื่อยอ่อนกับหลานสาวภรรยา ขณะที่กิ่งแก้วเหยียดยิ้มทำเสียงหึขึ้นจมูกอย่างรู้สึกสมเพชและขยะแขยงพวกมือถือสากปากถือศีล

 

  “แก้วบอกตั้งนานแล้วนะคะว่าให้คุณน้าหาเลขาคนใหม่มาแทนแก้วได้ทุกเมื่อ แก้วอยากไปทำหน้าที่อื่นที่มันตรงกับที่แก้วเรียนมา”  เธอเรียนจบด้านการตลาด เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าทำไมนายเพชรรัตน์ถึงอยากให้เธอไปทำตำแหน่งเลขา ถึงกับย้ายเลขาคนเดิมไปให้กับผู้บริหารคนอื่นเรื่องนี้ได้ยินคนอื่นนินทามาอีกที แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไม

 

“ไม่เอาน่า เป็นเลขาของน้าสบายจะตาย และจะสบายยิ่งขึ้นถ้าแก้วไม่ชอบขัดคำสั่งของน้า”

 

“แก้วไม่เคยขัดคำสั่งเรื่องงานของน้าเพชร” กิ่งแก้วเน้นคำว่า เรื่องงาน หนักเป็นพิเศษ “แล้วนี่น้าเก๋กับคนในบ้านไปไหนหมดคะ” เธอถามอย่างเริ่มหวาดระแวงใจไม่ดีขึ้นมาอีกรอบ เมื่อรู้สึกว่าบ้านเงียบผิดปกติ

 

นายเพชรรัตน์กดยิ้มมุมปาก มองกิ่งแก้วด้วยสายตาแพรวพราวจนคนถูกมองขนลุกซู่ เย็นสันหลังวาบ ก่อนจะบอกอย่างอารมณ์ดีว่า

 

“น้าเธอต้องไปเฝ้าเพื่อนที่เข้าโรงพยาบาล เขาประสบอุบัติเหตุ มันกะทันหันไม่มีคนเฝ้า สามีของเธอเดินทางไปต่างประเทศกว่าจะกลับมาถึงก็พรุ่งนี้โน้น” นายเพชรรัตน์หัวเราะในลำคอเมื่อสังเกตเห็นร่างบางสะดุ้งและเกร็งขึ้นมาทันทีที่เขาเอ่ยจบ “ส่วนป้าอ๋อยขอลากลับบ้าน” ชายสูงวัยกว่าเอ่ยย้ำต่อ ก่อนจะสาวเท้าเข้าหาร่างบางที่ห่อตัวยกกระเป๋าขึ้นมากอดขณะที่เท้าก็ก้าวถอยหลัง ดวงตากลมโตไหวระริกอย่างหวาดกลัว

 

“มันใกล้มืดแล้วน้าของเธอเป็นห่วงที่จะให้หลานสาวอยู่บ้านเพียงลำพัง เลยไล่ให้ฉันกลับมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ”  น้ำเสียงและแววตาของนายเพชรรัตไหวระริกอย่างไม่เก็บอาการ ขอบคุณภรรยาและแม่บ้านเหลือเกินที่เปิดโอกาสงามๆ ให้เขา วันนี้มันจะต้องไม่พลาด

 

“ไม่มีใครอยู่สักคนอย่างนั้นหรือนี่” กิ่งแก้วคราง  แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้อีกฝ่ายได้ยิน

 

“ใช่ ตอนนี้มีแค่เราสองคน” เอ่ยจบมือใหญ่ก็หมายจะคว้าแขนเรียวเล็ก แต่กิ่งแก้วก็เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับถอยหลังโดยไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองถอยเกือบชิดโต๊ะรับแขกอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อถอยอีกเพียงก้าวเดียวขาเธอก็สะดุดและล้ม

 

“โอ๊ย!” หญิงสาวร้องเสียงหลง เจ็บแปลบที่ข้อเท้า ถึงอย่างนั้นเธอก็รีบลุกแต่ก็ยังช้ากว่านายเพชรรัตน์ที่เข้ามาพยุงประคองร่างบางให้ลุกขึ้น

 

“ซุ่มซ่ามจริง แต่สวยและหอมขนาดนี้น้าให้อภัย” ไม่พูดเปล่านายเพชรรัตน์ยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้บริเวณแก้มและซอกคอหอมกรุ่น แล้วสูดกลิ่นกายสาวเข้าเต็มปอด

 

“ปล่อยนะคะ! ถ้าน้ายังทำรุ่มร่ามกับแก้วอีก แก้วจะฟ้องน้าเก๋” หญิงสาวขัดขืนอย่างรังเกียจพร้อมกับเผลอขู่ในสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้นึกกลัว

 

“เชิญ...จะรอดูว่าน้าของเธอจะเชื่อใครระหว่างผัวที่ภาพลักษณ์ดีมาตลอดอย่างฉันกับหลานที่ไม่มีอะไรน่าเชื่อถืออย่างเธอ” นายเพชรรัตน์ท้าอย่างมั่นใจเหมือนทุกครั้ง

 

“ถ้าเธอยอมอะไรๆ มันก็ง่ายขึ้น” นายเพชรรัตน์เกลี่ยกล่อม ก่อนจะก้มลงไปหวังสัมผัสแก้มนวลอย่างย่ามใจเมื่อกิ่งแก้วหยุดขัดขืน

 

แต่สิ่งที่ชายสูงวัยกว่าไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

 

“โอ๊ย!” นิ้วเรียวยาวทิ่มเข้าไปที่เบ้าตาทั้งสองข้างแบบเต็มๆ สร้างความเจ็บปวดให้กับเจ้าตัวจนผลักร่างบางออกห่างแล้วยกมือกุมดวงตาของตัวเอง

 

“ตาแก่ตัณหากลับ” กิ่งแก้วตะคอกด่าก่อนจะเตะเข้าที่กล่องดวงใจซ้ำเข้าไปอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านอย่างไม่รีรอ แม้ตอนนี้จะคิดไม่ออกว่าจะไปที่ไหน

 

เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาตามทางเท้า ขณะเดียวกันก็เอี้ยวตัวมองกลับหลังตลอดเวลาอย่างหวาดระแวงว่าน้าเขยจะตามมา หญิงสาวเปิดกระเป๋าเชคดูเงินและบัตรเอทีเอ็มเพื่อความแน่ใจว่ามันยังคงมีอยู่ คืนนี้เธอคงต้องหาที่ซุกหัวนอนไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเอาอย่างไร บางทีคงได้เวลาที่เธอจะขอแยกออกมาอยู่คนเดียวเสียที หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยขออนุญาตคนเป็นน้าแล้วหลายครั้ง แต่ท่านไม่อนุญาตบอกว่าเป็นห่วง เป็นสาวเป็นนางพักคนเดียวอันตราย แต่ใยน้าเธอจะรู้ว่าพักอยู่บ้านของท่านนั้นอันตรายยิ่งกว่าเป็นไหนๆ กิ่งแก้วคิดพลางเดินชะเง้อคอหารถแท็กซี่ แต่ยังไร้วี่แววเธอจึงจำต้องเดินต่อไป ไม่คิดจะยืนรอ

 

และระหว่างที่เดินนั้นด้วยความเคยชินเธอจะต้องหันไปมองบ้านสีขาวเป็นประจำ และครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา คิ้วเรียวสวยขมวด เท้าเดินเข้าไปจนชิดประตูรั้ว

 

ไฟในบ้านเปิดอยู่!

 

นั่นหมายความว่ามีคนอยู่ในบ้านหลังนั้น ซึ่งแน่นอนเธอไม่ได้หมายถึงลุงพงษ์ เพราะลุงพงษ์แกอยู่ประจำอยู่แล้วเพียงแต่ถ้าแกอยู่เพียงแค่คนเดียวไฟข้างในตัวบ้านจะถูกปิดมีเพียง ไฟหน้าบ้านและบริเวณรอบบ้านเท่านั้นที่ถูกเปิดเอาไว้

 

ใครมากันนะหรือจะเป็นไออุ่น เธอนึกถึงเพื่อนรักที่ล่าสุดคุยกันผ่านโซเชียลเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และอีกฝ่ายก็ไม่ได้เอ่ยถึงเลยว่าจะมาเที่ยวเมืองไทย ที่ปกติก็มาเป็นประจำทุกปี และปีนี้ยังไม่ได้มา อาจจะเป็นไปได้

 

คิดได้อย่างนั้นไม่รอช้ากิ่งแก้วรีบเดินไปกดกริ่งหน้าบ้านทันที ถามลุงพงษ์ก็คงจะรู้ และไม่นานคนที่เธอรอก็วิ่งเหยาะแหยะๆ ออกมา

 

“อ้าว นึกว่าใครคุณแก้วนี่เอง” ลุงพงษ์ทักทายหญิงสาวพร้อมกับเปิดประตูต้อนรับอย่างคุ้นเคย

 

“สวัสดีค่ะลุง แก้วเห็นไฟในบ้านเปิด มีคนมาหรือคะ” เธอถามพลางชะเง้อคอมองเข้าไปข้างในด้วยรอยยิ้มเต็มวงหน้า

 

“ครับมาถึงวันนี้เองครับ”

 

“แก้วขอเข้าไปทักหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยปากขอเสียงแผ่ว  

 

“ได้สิครับ เชิญเลยครับ” ว่าแล้วผู้สูงวัยก็ผายมือเชื้อเชิญหญิงสาวโดยไม่ลังเล อย่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้าน และทุกครั้งที่มีคนมาพักหญิงสาวก็จะแวะมาที่นี่เป็นประจำ จึงไม่แปลกใจที่คราวนี้หญิงสาวจะแวะมา

 

“มาไม่บอกไม่กล่าวกันเลย” เธอบ่น นั่นทำให้ลุงพงษ์หัวเราะแล้วบอกอย่างเห็นด้วย

 

“ใช่ครับ บอกจะมามะรืนวันนี้โผล่มาซะแล้ว แถมยังมาแกล้งลุงอีก”

 

“หรือคะ เป็นคนช่างแกล้งตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” หญิงสาวบอกเสียงกลั้วหัวเราะกลับไปบ้าง พลางคิดไปว่าการมาที่เที่ยวเมืองไทยโดยที่ไม่บอกเธอล่วงหน้าคราวนี้ เพื่อนของเธอคงกะจะเซอร์ไพส์และแกล้งเธอเหมือนลุงพงษ์แน่ๆ แต่ไม่ทันซะหรอก “งั้นแก้วขอตัวไปพบทุกคนก่อนนะคะ”

 

“คะ...ครับ” ลุงพงษ์ตอบรับอย่างงงๆ ในบ้านมีคาร์ลอสอยู่คนเดียว ทำไมหญิงสาวพูดเหมือนมาหาคนหลายคน สงสัยเข้าใจผิดคิดว่ามีคนอื่นมาด้วยละมั้ง แต่ก็ช่างเถอะอย่างไรพวกเขาก็คนรู้จักกันจะพบใครก็คงดีใจหมดแหละ ลุงพงษ์คิดสรุปเอาเอง

 

 

 

ร่างบางเดินเข้ามาภายในห้องรับแขก ก่อนจะหันซ้ายหันขวา แล้วชะเง้อคอมองหาเจ้าของบ้าน หากแต่ไม่พบใครเธอจึงร้องเรียก

 

“มีใครอยู่ไหม ยัยอุ่น...ยัยอุ่น...” สิ้นเสียงเรียกเธอก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงวางจานดังมาจากห้องครัว กิ่งแก้วเปิดยิ้มกว้างก่อนจะรีบเดินตรงรี่ไปหาคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนรักทันที

 

“ทำอะไรอยู่จ๊ะ...มาเมื่อไหร่ไม่บอกกันเลยนะ” เธอทักทายพร้อมกับแสร้งตัดพ้อทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องครัว และต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนแทนที่จะเป็นร่างเล็กบอบบางของเพื่อนรัก

 

ใครกัน...ไมก้าห์หรือ เธอคาดเดาและก่อนที่เธอจะเรียกสามีของเพื่อนรักออกมา ร่างสูงนั้นก็เอี้ยวตัวมามองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

 

“ผมไม่คิดว่าคุณอยากรู้เลยไม่ได้บอก” เจ้าของร่างสูงบอกยิ้มๆ ขณะหยิบอาหารออกจากไมโครเวพ “ทานด้วยกันไหม”

 

“คาร์ล...” หญิงสาวครางชื่อคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ แต่ตอนนี้เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้า เขาไม่เปลี่ยนมากนักถึงผมจะยาวขึ้นไว้หนวดเครารกรุงรังก็ตาม

 

“นึกว่าลืมกันเสียแล้ว”

 

“ฉันมาหายัยอุ่นค่ะ ยัยอุ่นอยู่ไหมคะ” เธอเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเลี่ยงถามถึงคนที่ต้องการเจอ ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือหน้าตางงๆ ของอีกฝ่าย

 

“มาหาคุณอุ่น”

 

“ค่ะ” เพียงเท่านั้นคาร์ลอสก็หัวเราะในลำคอ เดินเอาอาหารที่เพิ่งจะเวฟเสร็จมาวางบนโต๊ะพร้อมทาน “ถ้าจะหาคุณอุ่นคงต้องไปไกลถึงอังกฤษแล้วละ เพราะที่บ้านหลังนี้มีแค่ผมกับลุงพงษ์...สองคนเท่านั้น” ชายหนุ่มชูนิ้วเรียวยาวขึ้นมาสองนิ้วแล้วส่ายมันไปมา อย่างยียวน

 

และตอนนี้เองทำให้กิ่งแก้วรู้ตัวว่าเธอเข้าใจผิดยกใหญ่ตอนเข้ามาก็ไม่ได้ถามลุงพงษ์ให้ชัดเจน เห็นแกคุยเอ่อออด้วยก็นึกว่าลุงแกพูดถึงไออุ่น แต่ที่ไหนได้ลุงแกหมายถึงคาร์ลอสนี่เอง

 

“งั้น...ฉันกลับดีกว่า” พูดจบหญิงสาวก็หมุนตัวรีบเดินออกมาทันที “เดี๋ยวสิคุณจะรีบไปไหน ทำไมทนมองหน้าผมสักนาทีสองนาทีมันจะขาดใจหรือไง” คาร์ลอสผละจากอาหารที่ยังไม่ได้เริ่มทานด้วยซ้ำแล้วรีบเดินตามร่างบางมาติดๆ

 

“เป็นคุณมากกว่ามั้ง เห็นหน้าฉันแล้วจะพานทานข้าวไม่ลง” หญิงสาวบอกอย่างประชดประชัน ขณะเดียวกันก็เร่งฝีเท้า ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู คืนนี้เธอคงต้องไปหาโรงแรมสักแห่งนอน จากที่ก่อนหน้านี้คิดว่าอาจจะขอเพื่อนพักทีนี่สักคืน แต่เมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดการเอาไว้ เธอก็คงต้องกลับไปใช้แผนเดิม

 

“ผมจำได้ว่าชวนคุณทานเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ”

 

“ก็แค่มารยาท...ส่งฉันแค่นี้ก็พอค่ะ” กิ่งแก้วหันมาบอกเมื่อเดินออกจากบ้านมาแล้วคาร์ลอสยังเดินตาม แทนที่จะปิดประตูบ้านแล้วกลับเข้าไปทานอาหารต่อ

 

“ใครบอกว่าผมมาส่ง ผมจะไปด้วยต่างหาก ว่าแต่คุณจะไปไหนนี่” คาร์ลอสถามอย่างสงสัยเมื่อกิ่งแก้วเดินไปคนละทิศกับบ้านของเธอ

 

“เปล่านี่คะ”

 

“เปล่าหมายความว่ายังไง จะบอกว่ากำลังกลับบ้านอย่างนั้นเหรอ แต่ผมจำได้ว่าบ้านคุณหลังนู้นไม่ใช่หรือไง” ว่าพลางเอี้ยวตัวพยักพเยิดไปที่บ้านถัดจากบ้านของตนไปอีกสองหลัง

 

“ฉันจะไปเที่ยวบ้างไม่ได้หรือไงคะ” กิ่งแก้วแก้ตัวไปเรื่อยคิดออกอย่างไหนก็พูดไปอย่างนั้น ขอให้คนที่เดินตามต้อยๆ ยอมกลับบ้านและเธอจะได้ไปหาโรงแรมนอนเสียที

 

“ผมไปด้วย”

 

“ไม่ได้!” หญิงสาวรู้ตัวว่าเผลอตะคอกออกไปอย่างไม่มีเหตุผลจึงรีบหาข้ออ้าง “คือ...ฉันนัดเพื่อนเอาไว้นะคะ”

 

“ไปถึงคุณก็แยกไปสนุกกับเพื่อนๆ ส่วนผมก็จะแยกไปหาอะไรดื่มคนเดียวก็ได้” ชายหนุ่มเสนอพลางยักไหล่ถึงอย่างไรเขาก็จะไป

 

“ไม่ได้ คือ...”

 

“เพื่อนที่ว่าคือแฟนของคุณใช่ไหมละ” เขาเอ่ยแทรกเมื่อเห็นหญิงสาวอ้ำๆ อึ้งๆ ท่าทางไม่อยากให้เขาตามไปด้วย เมื่อคิดอย่างนั้นสีหน้ายิ้มๆ ก็บึ้งตึงขึ้นมาอย่างไม่พอใจ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงออกมากนักอย่างรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์

 

“ค่ะ” กิ่งแก้วก็สมอ้างยอมรับหน้าตาเฉย เพราะคิดว่านั่นจะทำให้ชายหนุ่มกลับบ้านไปซะ และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่แท็กซี่ที่เข้าไปส่งผู้โดยสารภายในหมู่บ้านวิ่งกลับออกมา เธอจึงรีบโบกมือเรียก “ฉันไปนะคะ” พูดจบก็รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ โดยไม่ทันสังเกตว่าคนที่เธอเพิ่งบอกลาได้วิ่งอ้อมไปขึ้นรถอีกด้าน

 

“นี่คุณ” กิ่งแก้วอุทานอย่างตกใจเมื่อขึ้นมาบนรถแล้วเจอคนตัวโตนั่งกอดอกยิ้มแฉ่งรออยู่

 

“ออกรถเลยครับ” ชายหนุ่มรีบบอกก่อนจะหันมาถามกิ่งแก้วที่นั่งจ้องหน้าเขาตาเขียว “ไปที่ไหนดี” ถามอย่างไม่สนใจว่าคนที่เขาชวนนั้นอยากจะให้ไปด้วยหรือไม่ เขาอยากไปด้วยใครจะทำไม ไล่ให้ตายก็ไม่ไป

 

“คุณจะตามฉันมาทำไมเนี่ย” เธอถามอย่างหัวเสีย

 

“เดินทางมาเหนื่อยๆ ก็อยากหาที่พักผ่อนหย่อนใจบ้างสิคุณ”

 

“อยากพักก็นอนอยู่ที่บ้านสิ”

 

“ผมไม่ชอบพักแบบนั้น เอาน่าคุณไปถึงก็ตัวใครตัวมัน คุณก็ไปกับแฟนส่วนผมก็...” กิ่งแก้วถลึงตามองอย่างลืมตัว “ก็ดื่มคนเดียวก็ได้ สบายใจดี”

 

กิ่งแก้วถอนหายใจ จากที่จะหาที่ซุกหัวนอนคงต้องเปลี่ยนไปหาที่เที่ยวจริงๆ แล้วสินะ เมื่อทำอะไรไม่ได้กิ่งแก้วจึงบอกชื่อผับแห่งหนึ่งกับแท็กซี่

 

เที่ยวก็เที่ยว...ดีเหมือนกันนานๆ ปลดปล่อยเสียที

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

                มาลงให้อ่านกันตอนที่ 2 จ้า อัพช้าบางเร็วบ้างอย่าว่ากันนะคะ ส่วนใครขี้เกียจรออยากอ่านรวดเดียวจบ ตอนนี้ลง ebooks ให้ได้โหลดกันแล้วนะคะ ราคาเบา 99 บาทเท่านั้นเอง (ลิ้ง ebook ด้านล่างนะคะ) ส่วนใครอยากอ่านแบบเป็นเล่มขอรวบรวมรายชื่อนิดหนึ่งนะคะ (ส่งรายชื่อไปที่เมล kesmani1@hotmail.com นะคะ) ถ้ามีจำนวนพอสั่งพิมพ์ก็อาจจะพิมพ์เป็นเล่มจ้า 

0 ความคิดเห็น