โซ่ตรวนสวาท

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 + รายละเอียดการเปิดจอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.พ. 58

เปิดจองอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ สำหรับ โซ่ตรวนสวาท

ราคารูปเล่ม 139 บาท ฟรีค่าส่งจ้า

เปิดจองตั้งแต่วันที่ 1 กพ-28 กพ นะคะ

จัดส่งหนังสือวันที่ 9 มีนาคมจ้า

สนใจสั่งจองได้ที่ kesmani1@hotmail.com

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนที่ 3

 

 

บอกว่านัดมาเที่ยวกับเพื่อนกับแฟนแล้วตอนนี้มันอะไร ไหนล่ะเพื่อน ไหนล่ะแฟน ไม่เห็นสักคน นัดแล้วไม่มาหรืออย่างไรกัน ตอนนี้เลยกลับกลายเป็นเขาที่ต้องมานั่งเฝ้ากิ่งแก้วที่ดื่มเหล้าอย่างกับดื่มน้ำเปล่า ไม่รู้ไปตายอดตายมาจากไหน ห้ามก็ไม่ฟังแถมด่าให้อีกต่างหาก ถึงอย่างนั้นก็อดที่ปรามเป็นระยะๆ อย่างเป็นห่วงไม่ได้

 

“เบาๆ หน่อย เหล้านะคุณ ไม่ใช่น้ำ” คาร์ลอสที่จิบเพียงเล็กน้อยเอ่ยเตือน

 

“ก็เหล้านะสิ ถ้าอยากกินน้ำจะถ่อมาถึงนี่ทำไม” หญิงสาวถลึงตามองคนที่คอยเอ่ยห้ามเป็นระยะๆ อย่างไม่พอใจ ก่อนจะยกน้ำสีอำพันในแก้วลงคอจนหมดเหลือเพียงก้อนน้ำแข็ง

 

ดวงตากลมโตหรี่ปรือจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ตัวเริ่มโงนเงนนั่งไม่ค่อยจะตรงถึงอย่างนั้นก็ขยับศีรษะไปมาอย่างสนุกเมื่อเสียงเพลงภายในผับเร่งจังหวะเปลี่ยนเป็นเพลงเร็วให้นักท่องเที่ยวได้ขยับแข้งขยับขาออกไปวาดลวดลายหน้าฟลอร์ และหนึ่งในนั้นก็เป็นคนที่นั่งอยู่กับเขา

 

“ไปสนุกกันดีกว่า” เอ่ยชวนจบกิ่งแก้วก็ลุกขึ้นเดินไปหน้าฟลอร์ทันทีอย่างไม่สนใจว่าคนที่เธอชวนนั้นจะไปหรือไม่ไป

 

ตอนแรกคาร์ลอสว่าจะนั่งรออยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ให้หญิงสาวได้ไปสนุกเต็มที่ แต่ยังไม่ทันไรเขาก็ต้องโกรธจนควันออกหู เมื่อกิ่งแก้วที่เมาได้ที่ออกลีลายักย้ายส่ายสะโพกด้วยท่าทางยั่วยวน นั่นมันเป็นการเรียกแขกชัดๆ

 

ผู้ชายทั้งหนุ่มและแก่ต่างจ้องหญิงสาวตามเป็นมัน บางคนถึงกับลุกจากโต๊ะ เดินตรงไปหาหญิงสาวโดยเฉพาะจุดประสงค์ก็คือหวังจะล่วงเกิน ขยับเข้าไปเต้นคลอเคลีย เมื่อสบโอกาสก็ลูบตรงนั้นนิดจับตรงนี้หน่อย หนักๆ เข้าถึงกับโอบกอด สุดท้ายก็ก้มไปกระซิบอะไรบางอย่าง กิ่งแก้วพยักหน้าและทำท่าจะตามชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นไปดื้อๆ

 

  “ขอโทษนะครับ ผมต้องพาเธอกลับบ้าน” คาร์ลอสเดินเข้าไปดึงตัวของกิ่งแก้วออกจากชายหนุ่มที่กำลังโอบประคองหญิงสาวให้ไปที่โต๊ะหรือที่ไหนเขาก็มิทราบได้ และคนของเขาก็ทำท่าจะตามไปง่ายๆ เสียด้วย นั่นทำให้การเอาตัวของกิ่งแก้วออกมาจึงไม่ง่ายอย่างที่คิด

 

  “คงเข้าใจผิดแล้วมั้ง เธอเพิ่งตกลงจะไปกับผมเมื่อกี้นี่เอง” อีกฝ่ายบอกพลางยิ้มเยาะและยักคิ้วให้เขาอย่างยียวน นอกจากนั้นยังทำท่าจะดึงร่างบางไปกับตน แต่คาร์ลอสใช่จะยอมเขารีบดันหญิงสาวไปหลบอยู่ด้านหลัง

 

  “ผมคงให้แฟนตัวเองไปกับคุณไม่ได้หรอกครับ” อีกฝ่ายทำหน้าแปลกใจเมื่อคาร์ลอสแสดงสถานะว่าเป็นแฟนของผู้หญิงที่ตนสนใจ

 

“กลับบ้านกันเถอะ” คาร์ลอสเอี้ยวตัวมาชวนเจ้าของร่างบางที่ทรงตัวไม่ตรง หากแต่หญิงสาวกลับส่ายหน้าหวือปฏิเสธเสียงยานคาง

 

  “ม่าย...กลับ...”

 

  “เห็นไหม เธออยากไปกับผม คุณกลับไปดีกว่าน่า” คนที่รอจังหวะอยู่รีบเอ่ยแทรกขึ้นอย่างเป็นต่อ คิดว่าอย่างไรคืนนี้สาวสวยขี้เมาก็ต้องไปกับตน ไม่สนที่อีกฝ่ายประกาศก่อนหน้าว่าเป็นแฟนกับหญิงสาว เรื่องอย่างนี้ใครดีใครได้

 

แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดถนัดคาร์ลอสมองอีกฝ่ายแวบหนึ่งก่อนจะจัดการลากร่างบางกลับบ้าน พร้อมกันนั้นก็ไม่ลืมที่จะเอี้ยวตัวหันมาชี้หน้าปรามชายหนุ่มอีกคนที่จะตามมา

 

  “ปล่อย... ฉันม่าย...กลับ” กิ่งแก้วทั้งดิ้นทั้งทุบทั้งตีคนตัวโต รังแต่จะกลับเข้าข้างในท่าเดียว “เมาแล้วก็กลับบ้านไปนอน” คาร์ลอสบอกอย่างเป็นห่วงและหวังดี แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวต้องการในเวลานี้ ปฏิกิริยาที่สะท้อนกลับมาจึงทวีความรุนแรงขึ้น

 

  “ม่าย... หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ม่าย...กลับ” หญิงสาวดึงแขนของตัวเองออกจากการเกาะกุมแล้วออกแรงผลักชายหนุ่มเต็มแรงเท่าที่มี จากนั้นก็วิ่งสะเปะสะปะไปขึ้นแท็กซี่ที่จอดรอรับลูกค้าที่จะออกจากผับในเวลาปิดทำการ แต่นั่นก็ใช่ว่าเธอจะหนีพ้น คาร์ลอสรีบวิ่งตามไปก่อนประตูรถจะถูกปิด เขากระชากมันให้เปิดออกแล้วยัดตัวเองตามเข้าไปในรถ

 

  “ไปส่งที่ไหนดีครับ” คนขับแท็กซี่เอี้ยวตัวมาถาม อย่างไม่รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสถานการณ์แบบนี้มีให้เห็นบ่อยจนชิน

 

  “ปาย...เรื่อยๆ เลยค่ะ” กิ่งแก้วบอกคนขับแท็กซี่เสียงยานคาง ก่อนจะหันมามองคนที่เบียดตัวเองขึ้นมาบนรถโดยไม่ได้รับเชิญตาหรี่ปรือ “ตามมาทำม่าย...”

 

  คาร์ลอสส่ายหน้าก่อนจะบอกจุดมุ่งหมายกับคนขับแท็กซี่ เห็นดังนั้นกิ่งแก้วที่กลัวการกลับบ้านเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดเข้าไปกระชากคาร์ลอสมาถามเสียงเข้ม “ฉันบอกแล้วไงว่าม่าย..กลับบ้าน” ชายหนุ่มนิ่งไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับคนเมา แต่กิ่งแก้วไม่อาจจะนิ่งได้ เธอยอมทำทุกวิถีทาง “จอดๆๆๆ” กิ่งแก้วบอกคนขับแท็กซี่พร้อมกับตบเบาะ จากนั้นก็หันไปเขย่าประตูรถอย่างบ้าคลั่งจนเจ้าของรถรีบตีไฟเลี้ยวเข้าข้างทาง อย่างกลัวรถจะพัง

 

  “แก้ว! แก้ว! พอแล้ว” ชายหนุ่มรวบร่างบางมากอด แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นน้ำตาของหญิงสาวไหลอาบนองหน้า  นั่นทำให้เขาฉุกคิดว่าบางทีมันอาจจะมีอะไรที่ทำให้หญิงสาวคิดออกมาเที่ยวกลางคืนคนเดียว และที่สำคัญไม่คิดจะกลับบ้านด้วย

 

  “ไปบ้านผม...ไปบ้านผม ไม่ใช่บ้านคุณ” ชายหนุ่มปลอบพลางกดศีรษะได้รูปของคนที่ยังสะอื้นฮักๆ ลงที่อก

 

  “คุณห้ามโกหกนะ” กิ่งแก้วถามเสียงอู้อี้พลางสะอื้น “อื้อ” ชายหนุ่มครางตอบ แล้วเงยหน้าขึ้นบอกแท็กซี่ให้ไปต่อ        “ไม่เอา นิ่งซะ”

 

คาร์ลอสปลอบ เมื่อหญิงสาวเอาแต่คร่ำครวญว่า ไม่อยากกลับบ้าน...ไม่อยากกลับบ้าน ท่าเดียว

 

 

 

  กว่าจะถึงบ้านเจ้าของร่างบางที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นคร่ำครวญแต่ประโยคเดิมๆ ก็หลับคอพับคออ่อนไปกับอกเขาเรียบร้อยแล้ว

 

  เมื่อรถวิ่งมาจอดนิ่งสนิทหน้าบ้านคาร์ลอสวางร่างหญิงสาวพิงกับเบาะรถอย่างเบามือ แล้วรีบเปิดประตูรถลงไปกดกริ่งหน้าบ้านเรียกลุงพงษ์ จากนั้นเขาก็จ่ายค่าโดยสารแล้วเข้าไปอุ้มเอากิ่งแก้วที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องมายืนรอไม่นานลุงพงษ์ก็วิ่งมาเปิดประตูให้นายจ้างรูปหล่อ ที่ไม่รู้ว่าออกไปข้างนอกตอนไหน มารู้อีกทีก็ตอนที่ชายหนุ่มโทร.มาบอกว่าคืนนี้จะกลับดึก

 

  “คุณแก้วนี่ครับ เมาหรือครับ” ผู้สูงวัยถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย เมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์เหม็นคลุ้งโชยมาจากหญิงสาว  เพราะจากที่ภาพลักษณ์ที่เห็นเธอไม่น่าจะเป็นคนที่นิยมดื่มเหล้าหนักขนาดนี้  

 

  “ใช่ครับ ดื่มหนักไปหน่อย และที่บ้านเธอก็ไม่มีใครอยู่บ้านเลยสักคน สภาพแบบนี้จะปล่อยให้อยู่คนเดียวก็คงจะไม่ไหว ผมเลยว่าจะให้เธอค้างที่นี่นะครับ” คาร์ลอสแต่งเรื่องโกหกเสียยืดยาว ทั้งนี้เพราะไม่อยากให้หญิงสาวดูไม่มีในสายตาคนอื่น แม้คนอื่นที่ว่านั้นจะเป็นคนของเขาเองก็ตาม

 

“รบกวนลุงไปเปิดห้องหน่อยนะครับ”

 

“ห้องแรกฝั่งซ้ายนะครับ” เมื่อเห็นคาร์ลอสหันมาเลิกคิ้วมองคล้ายกับงงๆ ผู้สูงวัยจึงบอกต่อไปว่า “ตอนคุณอุ่นมาที่นี่เธอมักจะแวะมาที่บ้านนี้เกือบทุกวัน และบางวันเธอก็จะค้างด้วยนะครับ” คาร์ลอสพยักหน้าเข้าใจ

 

“งั้นก็เปิดห้องนั้นแหละครับ”

 

  “ครับ” ว่าแล้วลุงพงษ์ก็วิ่งไปเอากุญแจห้องแล้วรีบขึ้นไปเปิดก่อนที่นายจ้างหนุ่มจะอุ้มกิ่งแก้วไปถึง

 

 

 

  หลังจากวางร่างบางบนที่นอนแล้วจัดให้หญิงสาวได้นอนในท่าที่สบายตัว คาร์ลอสก็ถอยหลังออกห่างจากเตียงเล็กน้อยแล้วมายืนเท้าสะเอวมอง เขาควรจะปล่อยให้นอนอย่างนี้ไปจนเช้าสินะหรือว่า...จะเช็ดตัวให้ก่อนดี เขาชั่งใจ เพราะดูจากที่หญิงสาวใช้มือปัดป่ายไปตามใบหน้าและลำคอไปมาพร้อมกับครางอือๆ สุดท้ายด้วยความเป็นห่วงเขาจึงเดินออกจากห้องไปแล้วกลับมาพร้อมกะละมังใบเล็กกับผ้าขนหนูผืนเล็กๆ อีกหนึ่งผืน

 

ชายหนุ่มเดินเข้าไปรองน้ำในห้องน้ำแล้วกลับออกมาใช้ผ้าชุบน้ำค่อยๆ เช็ดไปตามใบหน้าเนื้อตัวแขนขาไปตลอดจนทุกส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้าก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนบริเวณในร่มผ้าเขาเช็ดแค่แผ่นหลังและหน้าท้องของหญิงสาวเพียงเท่านั้น มากกว่านั้นเขาคงได้ตบะแตก จากนั้นเขาก็ตั้งใจจะเอากะละมังไปเก็บ แต่ไม่รู้เพราะความซุ่มซ่ามหรือฟ้ากลั่นแกล้ง ขณะที่กำลังยกกะละมัง ผ้าที่ถือไว้ในมือกำลังจะหล่นทำให้เขาลนลานคว้าจนเป็นเหตุให้น้ำในกะละมังกระฉอกไปโดนคนที่นอนอยู่บนเตียงจนเปียกชุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“เฮ้ย! เวรเอ้ย” คาร์ลอสสบถออกมาอย่างหัวเสีย มองผลงานของตัวเอง แล้วถอนหายใจ รีบเดินเอากะละมังไปไว้ในห้องน้ำก่อนจะเดินกลับออกมาเปิดตู้เสื้อผ้า โชคดีที่มีเสื้อผ้าเก่าๆ ของเจ้าของห้องเดิมทิ้งเอาไว้อยู่สองสามชุด

 

“จะเปลี่ยนไงวะเนี่ย” ชายหนุ่มยืนเกาศีรษะแกร๊กๆ มองเสื้อในมือสลับกับร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงอย่างหนักใจ ไม่มีตัวช่วยเสียด้วย ในบ้านก็มีเขาและลุงพงษ์ซึ่งก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ หรือว่าจะปล่อยให้นอนทั้งที่เปียกอย่างนี้ ไม่เข้าท่าๆ ได้เป็นปอดบวมตาย

 

“เอาวะลองดูสักตั้ง” ว่าแล้วก็วางเสื้อที่รอเปลี่ยนไว้ก่อน จากนั้นตัวเองก็เดินมานั่งที่ขอบตียงแล้วค่อยถลกปลายเสื้อของกิ่งแก้วขึ้นทีละน้อยด้วยมือที่สั่นเทา ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองอย่างกับพวกโรคจิตอย่างไรก็ไม่รู้ ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างนั้นข่มให้ปิดสนิท ไม่โกหกตัวเองหรอกว่าใจมันนะอยากดูอยากรู้อยากเห็นตามวิสัยของผู้ชายทั่วไป แต่ตอนนี้เขาพยายามเรียกเทวดาตัวน้อยๆ ที่อยู่ใต้จิตสำนึกให้คอยมาเตือนสติและเหยียบหัวจอมมารตัวใหญ่ที่อยากจะออกโรงเต็มแก่

 

 

 

NC NC NC

 

 

 

 “อะไรวะเนี่ย โคตรซวยมารความสุขแท้ๆ” คาร์ลอสนั่งบนยกมือขยี้ผมตัวเองแรงๆ แล้วก้มมองความปวดร้าวกลางตัวที่แม้จะทุเลาลงแต่มันก็ไม่ได้หาย ก่อนจะมองไปที่กิ่งแก้วและกองอาเจียน แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงพลางถอนหายใจ เหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ แม้ตอนนี้อารมณ์อย่างว่าจะยังไม่ได้หมดไป แต่สิ่งที่กลับมาคือสติ

 

สติที่รู้ว่าต่อจากนี้จะต้องทำอย่างไร แน่นอนสิ่งแรกที่ต้องทำก่อนสิ่งอื่นใดคือการเข้าห้องน้ำไปปลดปล่อยตัวเองก่อนความมืดดำจะเข้าครอบงำอีกครั้ง จากนั้นค่อยมาจัดการกับสิ่งไม่พึงประสงค์ที่พื้น แล้วหาเสื้อผ้าให้คนบนเตียงใส่ และท้ายที่สุดเขาต้องรีบกลับห้องไปนอนซะ ก่อนสติจะดับอีกครั้ง

 

 

 

กิ่งแก้วที่นอนหลับสนิทตลอดคืนตื่นขึ้นพร้อมกับความมึนงงและปวดตุ๊บๆ บริเวณขมับ บรรยายกาศภายในห้องที่ไม่คุ้นตา ทำให้เธอรีบขยับตัวลุกขึ้น แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเมื่ออาการปวดทวีมากขึ้น อีกทั้งยังมีอาการวิงเวียนเข้ามาร่วมด้วย เธอขยับไปนั่งพิงหัวเตียงพลางก้มหน้านวดขมับเบาๆ ให้ความปวดทุเลาลง

 

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทักจากคนที่เพิ่งเปิดประตูห้องเข้ามาทำให้กิ่งแก้วที่นั่งก้มหน้านิ่วคิ้วขมวดรีบเงยหน้าขึ้นมอง แล้วเบิกตากว้างทำหน้าเหลอหลารีบก้มสำรวจตัวเองโดยอัตโนมัติ

 

“เสื้อ!” กิ่งแก้วอุทานพลางดึงเสื้อที่ตัวเองสวมอยู่มามองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบประตู

 

“ก็เสื้อนะสิ คุณคิดว่าเป็นกางเกงหรือไง”

 

“แต่มันไม่ใช่เสื้อฉัน” กิ่งแก้วสบถตอบเสียงเข้มจ้องชายหนุ่มเขม็ง หากแต่ใบหน้าเริ่มแดงก่ำทั้งโมโหทั้งอาย เมื่อตัวเองคิดเตลิดไปไกล แต่ก็คงไม่ไกลกว่าความเป็นจริง เมื่อคนมีชนักติดหลังถึงกับสะดุ้ง ยืดตัวขึ้นยืนตัวตรงแด่ว กลอกตาไปมา

 

“คือ...คุณอ้วกเปื้อนเสื้อ ผมเลยเปลี่ยนให้” คาร์ลอสตอบแบบรวบรัดลัดขั้นตอนไปอย่างเยอะและลงรายละเอียดให้น้อยที่สุด

 

“คุณเป็นคนเปลี่ยน” คนบนเตียงเค้นเสียงถาม คาร์ลอสกะพริบตาปริบๆ แล้วยิ้มแหยๆ “ครับ...โอ้ย!” เพียงแค่ยอมรับ หมอนใบใหญ่ก็ลอยละลิ่วปลิวมาปะทะเข้าเต็มหน้า และไม่ใช่แค่ใบเดียว ใบที่สองตามมาแบบติดๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งหมอนข้าง

 

“เดี๋ยวๆๆ สิคุณ” คาร์ลอสปรามเอนตัวหลบหมอนที่ตามกันมาแบบติดๆ

 

“ไอ้ผู้ชายลามก โรคจิต”

 

“ด่าผมเรื่องอะไรเนี่ย”

 

“ก็คุณเปลี่ยนเสื้อให้ฉัน” กิ่งแก้วตะคอกกลับเสียงดังทั้งอายทั้งโมโห ตั้งแต่โตเป็นสาวมาเธอยังไม่เคยให้ผู้ชายมาเห็นอะไรมากมายขนาดนี้ แต่นี่เขาที่เพิ่งกลับมาก็เห็นเธอไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

“ถ้าผมปล่อยให้คุณนอนจมกองอ้วกสาบานไหมว่าตื่นมาจะไม่ด่าผมอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้” ชายหนุ่มถามกลับทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันมีอะไรมากกว่าแค่การเปลี่ยนเสื้อ แต่นั่นก็ทำให้คนที่กำลังโมโหอย่างกิ่งแก้วนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะถามพลางกอดตัวเองมองชายหนุ่มด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ “คุณไม่ได้ล่วงเกินฉันใช่ไหม”

 

กลับเป็นคนถูกถามที่นิ่งงันอีกครั้ง ก่อนชายหนุ่มจะปรับสีหน้าให้ปกติแล้วยิ้มทะเล้นกลบเกลื่อน “ไม่มั้ง” มันเป็นคำตอบที่ไม่ชัดเจนมากสำหรับคนฟัง

 

“คุณหมายความว่ายังไง” กิ่งแก้วรอฟังอยู่ถึงกับลงจากเตียงมาแวดเสียงดัง

 

“ใจเย็นๆ สิคุณ แค่จะบอกว่าตอนถอดเสื้อคุณมันก็เห็นเท่าที่เห็นได้นั่นแหละ และตอนถอดตอนใส่เสื้อมันก็มีโดนเนื้อหนังมังสาคุณบ้างละจะไม่ให้โดนเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ผมไม่ทราบว่าแค่นี้สำหรับคุณมันคือการลวงเกินหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง” พอพูดมาถึงตรงนี้ภาพความงามและเหตุการณ์ชวนวาบหวามเมื่อคืนก็ปรากฏเด่นชัด ปฏิกิริยาช่วงล่างก็ตอบสนองความคิดไวซะจนเขาต้องรีบมาทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนเพื่อปิดบังก่อนที่กิ่งแก้วจะเห็นมัน

 

“คุณเห็น”

 

“ตาไม่ได้บอดนี่คุณ” คาร์ลอสตอบเชิงล้อเล่นกลบเกลื่อน

 

“คุณมัน...” กิ่งแก้วอยากจะด่าจะต่อว่าให้สมกับความอายที่มีแต่พอคิดถึงความเป็นจริงแล้ว แค่เขาเห็นแล้วไม่ได้ทำอะไรเกินเลยมันก็น่าให้อภัย เพราะเธอเป็นคนอาเจียนใส่เสื้อเองนี่ หยวนๆ ให้ละกัน “ช่างเถอะ และขอบคุณที่ช่วยดูแล ว่าแต่เมื่อคืนฉันไม่ได้ทำอะไรให้คุณเดือดร้อน...จนเกินไปใช่ไหมคะ” เธอถามเสียงแผ่ว อย่างคนจำอะไรไม่ได้เลย

 

“ไม่หรอก” มีแต่ตัวเขาเองแหละที่ทำความเดือดร้อนให้ตัวเอง เขาต่อในใจ “ในตู้มีเสื้อผ้าอยู่สองสามชุดคุณจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปทานข้าวเช้าด้วยกันนะ ผมให้ลุงพงษ์ไปซื้อโจ้กร้อนๆ มาให้แล้ว”

 

“แล้วเสื้อฉันล่ะคะ”

 

“ผมเอาไปให้แม่บ้านซักแล้ว อีกไม่นานคงแห้ง คุณก็ใส่เสื้อในตู้ไปก่อนละกันหรือจะใส่กลับบ้านเลยก็ได้วันหลังค่อยเอามาคืน”

 

เมื่อได้ยินคำว่า กลับบ้าน กิ่งแก้วยกมือปิดปากกรอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด แล้วถามชายหนุ่มไปอีกเรื่องว่า

 

“คุณจะอยู่เมืองไทยนานแค่ไหนคะ”

 

“เป็นเดือนสองเดือนแล้วแต่ยังไม่มีกำหนดที่แน่นอน แต่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดหรอกนะ วางแพลนว่าจะไปเที่ยวที่โน้นที่นี่บ้าง เล็งไว้หลายที่อยู่เหมือนกัน” คาร์ลอสบอกแผนการคร่าวๆ ของตัวเอง แต่มันเป็นแผนก่อนที่จะมาเจอกิ่งแก้ว ดังนั้นตอนนี้เขายังไม่บอกหญิงสาวหรอกว่าแผนน่ะมันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

“ฉันไปด้วยสิคะ” คาร์ลอสหันไปเลิกคิ้วมองร่างบอบบางที่นั่งจ้องเขานิ่งอย่างประหลาดใจ มันเหนือความคาดหมาย เขาควรดีใจ แต่ก็อยากลองเชิง

 

“ผม...ไม่ชอบไปเที่ยวกับคนมีแฟนแล้วสักเท่าไหร่” คาร์ลอสยกเอาแฟนหนุ่มของกิ่งแก้วขึ้นมาอ้าง ทั้งที่ถ้าเขาจะเอาหญิงสาวมาเป็นของตนแล้วคนคนนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาเขาอยู่แล้ว

 

“ทำไมคะ” คาร์ลอสกดยิ้มมุมปากพร้อมกับยักไหล่แทนคำตอบ “เป็นคนดีขนาดนั้นเลยหรือ” กิ่งแก้วถามต่อ

 

“ไม่รู้สิแต่เท่าที่ผ่านมาไม่เคยลากผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้วขึ้นเตียงเลยสักครั้ง” ว่าไปนั่น จริงๆ แล้วเขาไม่มีทางรู้หรอกว่าผู้หญิงที่เคยนอนด้วยนั้นโสดจริงหรือกลิ้งกลอก รู้แค่ถูกตา ต้องใจ และสมยอม

 

“แล้วถ้าผู้หญิงขึ้นเตียงรอโดยไม่ต้องลากอย่างนี้ละคะ”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนนี้มีฉาก NC ร้อนๆ ด้วยนะคะ แต่ขออนุญาตตัดออกทั้งหมดนะคะ อยากอ่านแบบเต็มติดตามได้ที่เวบที่แจ้งเอาไว้นะคะ

 

 

ด้านบนแจ้งการเปิดจองส่วนด้านล่างสำหรับคนที่ชอบ ebook นะคะ สามรถดาวโหลดได้ 3 เวบคือ MEB , hytexs (epub), ebooks สะดวกเวบไหนโหลดเวบนั้นเลยจ้า ^^

0 ความคิดเห็น