โซ่ตรวนสวาท

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 >>> 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ก.ย. 58

ตอนที่ 5 (ต่อ)


มันจบแล้ว...

 

และจบแบบไม่สวยเท่าไหร่ นั้นเป็นสาเหตุให้กิ่งแก้วที่ออกจากบ้านเมื่อตอนสายๆ ด้วยรถหรูแต่ขาตอนพลบค่ำกลับกลายเป็นแท๊กซี่มิเตอร์ ดีที่ดูหนังรอบบ่ายถ้าดูรอบค่ำไม่รู้ว่าชเนศจะทิ้งให้เธอกลับบ้านเองหลังจากถูกบอกเลิกหรือไม่ แต่ถึงจะทิ้งเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปต่อว่าชายหนุ่มหรอก เพราะเป็นใครก็ต้องเสียใจ เสียความรู้สึก ที่จู่ๆ แฟนที่คบครึ่งปีมาบอกเลิกด้วยเหตุผลที่ว่าตลอดเวลา ฉันไม่เคยรักคุณเลย 

 

กิ่งแก้ววางแผนและนึกคำพูดไปตลอดตั้งแต่ออกจากบ้านจนกระทั่งหนังจบ เธอเลือกที่จะคุยกับชเนศตรงๆ ว่าตลอดเวลาเธอรักคนอื่นและไม่เคยรักเขาเลย ที่คบกันก็เพราะอยากลืมใครคนนั้นสุดท้ายเธอก็ทำมันไม่ได้ เธอไม่อยากทำร้ายเขาไปมากกว่านี้จึงอยากขอจบความสัมพันธ์ฉันคนรักกับชายหนุ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พอได้ฟังแล้วชเนศถึงกับอึ้งใบหน้าที่ขาวจัดค่อยๆ แดงก่ำอย่างโกรธจัด เขาต่อว่าเธอหลายคำ เธอนิ่งรับไม่ตอบโต้แม้บางคำบางประโยคแทบอยากจะชกหน้าขาวๆ นั้นให้คว่ำ แต่ด้วยงานนี้เธอเป็นฝ่ายผิดเลยยอมข่มความโมโหนั้นเอาไว้ จนกระทั่งชายหนุ่มเดินจากไปพร้อมกับคำทิ้งท้ายว่า แล้วแก้วจะเสียใจที่ทิ้งผู้ชายที่หล่อและเพอร์เฟคอย่างพี่ไป

 

แม้จะโดนว่ามาอย่างนั้นแต่เธอไม่คิดจะเสียใจที่บอกเลิกกับผู้ชายที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบคนหนึ่งล่ะ หันมาหาคาร์ลอสที่มองไม่เห็นแม้แต่อนาคต ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่มองเห็นอย่างชัดเจนแน่นอนมันคือความสุข ความสุขที่ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้มอบมันให้กับเธอได้นอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น แล้วเรื่องอะไรเธอจะไม่คว้ามันเอาไว้ แม้ช่วงเวลานั้นมันจะแสนสั้นไม่นิจนิรันดร์

 

หญิงสาวลงจากรถแท็กซี่แล้วไปเปิดประตูเล็กด้านข้างเดินเข้าไปภายในบ้านอย่างโล่งใจระคนรู้สึกผิดนิดหน่อย เธอเดินไปหาคนเป็นน้าซึ่งเวลานี้คงอยู่ในห้องครัว เพื่อบอกว่าเธอไม่ทานอาหารค่ำอยากจะนอนยาว คนเป็นน้าถามถึงชเนศ เธอตอบนิดหน่อย แต่ไม่ได้บอกว่าเลิกกันแล้ว คงสักพักน้าเก๋คงสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้เทียวมาบ้านเหมือนแต่ก่อน เอาไว้เมื่อถึงตอนนั้นค่อยบอกแล้วกัน จากนั้นก็เดินขึ้นห้องแต่ในระหว่างนั้นแขนเรียวเล็กของเธอก็ถูกกระชาก

 

“เช้าคนกลางวันคน เหนื่อยอ่อนมาเลยละสิ” นายเพชรรัตน์ที่อาศัยจังหวะภรรยากำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัวเข้ามากระชากถามกิ่งแก้วอย่างหึงหวง

 

“น้าพูดอะไรปล่อยนะ” กิ่งแก้วบอกเสียงเข้มพร้อมกับสะบัดแขนให้หลุด แล้วรีบเดินหนีขึ้นห้องพยายามไม่ใส่ใจเสียงขู่ที่ดังตามหลังมาติดๆ

 

“เราจะได้เห็นดีกัน”

 

 

 

ในยามวิกาลภายในบ้านที่มืดสนิททุกคนต่างเข้านอน หากแต่มีเงาตะคุ่มๆ สูงใหญ่กำลังค่อยๆ เดินอย่างเบาเท้าออกจากห้องหนึ่งตรงไปยังอีกห้องหนึ่ง ร่างนั้นลองบิดลูกบิดประตูที่โดนล็อคเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบดอกกุญแจมาเปิดโดยพลการ แล้วหายเข้าไปภายในห้องปิดประตูและกดล็อคเหมือนเดิม โดยที่เจ้าของห้องไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีคนบุกรุก

 

ร่างสูงเดินไปหยุดนิ่งข้างเตียงครู่หนึ่งแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเบาๆ จับมือบางของเจ้าของห้องขึ้นมาจุมพิตและสูดกลิ่นกายสาวอย่างที่หวังมานานเข้าเต็มปอด จากนั้นก็ก้มลงไปหอมพวงแก้วขาวและไล้มาที่ซอกคออย่างหื่นกระหาย จนเจ้าของห้องรู้สึกตัวแต่ก็เหมือนกับกึ่งหลับกึ่งตื่นและกำลังฝันถึงใครบางคน

 

“คาร์ล...อย่าซนสิคะ” หญิงสาวครางพลางเบี่ยงหน้าหนีและผลักคนที่เธอคิดว่าเป็นคาร์ลอสออกแล้วเหมือนจะหลับต่อ ทว่าความรำคาญนั้นก็มาเยือนอีกครั้ง คราวนี้มันเลื่อนต่ำลงไปบริเวณหน้าอก เธอปัดออกพร้อมกับงัวเงียตื่นสมองที่เบลอๆ เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ รู้ว่าตัวเองนอนอยู่ที่บ้านเพียงลำพังไม่ได้มีคาร์ลอสอย่างในฝัน แล้วไอ้ที่คลอเคลียเธออยู่นี่ละใคร แค่นั้นกิ่งแก้วก็ลุกขึ้นทั้งผลักทั้งถีบผู้ชายนิรนามออกจากตัวสุดแรงเกิด เอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง และคนที่นั่งอยู่บนพ้นห้องนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน นายเพชรรัตน์  

 

“น้าเพชร!” กิ่งแก้วลุกพรวดพราดถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง “น้าเข้ามาได้ยังไง” ถามพรางจ้องร่างสูงที่สืบเท้าเข้ามาหาช้าๆ อย่างหวาดกลัว ขณะเดียวกันเธอก็พยายามมองหาสิ่งที่พอจะป้องกันตัวได้

 

“น้าเป็นเจ้าของบ้านจะเข้าห้องไหนก็ย่อมทำได้” นายเพชรรัตน์แสยะยิ้ม

 

“น้ากล้ามากที่ทำอย่างนี้ทั้งที่น้าเก๋ยังอยู่ที่บ้าน” เธอไม่อยากจะเชื่อว่านายเพชรรัตน์จะแอบบุกเข้าห้องมาหาในยามวิกาลเช่นนี้ ที่สำคัญน้าของเธอก็ยังอยู่ มาถึงขั้นนี้เป็นไงเป็นกันน้าเก๋จะได้ตาสว่างเสียทีว่าที่แท้สามีพ่อพระของท่านที่แท้มันก็แค่เปลือก

 

“ก็เธอมันอยากร่านทำไม กับฉันทำเป็นเล่นตัวแตะนิดแตะหน่อยไม่ได้ แต่กับคนอื่นระริกระรี้ เช้าคนกลางวันคน ถ้ากลางคืนจะมีเพิ่มอีกคนมันจะเป็นไรไป” พูดจบนายเพชรรัตน์ก็พุ่งเข้าใส่หวังจะรวบร่างบาง แต่กิ่งแก้วที่ระวังตัวอยู่แล้วรีบกระโดดหลบพร้อมกับตะโกนสุดเสียง

 

“น้าเก๋ช่วยแก้วด้วย น้าเก๋ช่วยด้วยคะน้าเก๋ กรี๊ดดด!” เธอกรีดร้องเมื่อพลาดท่าโดนนายเพชรรัตน์คว้าแขนเอาไว้จนได้ “น้าเก๋! น้าเก๋!

 

“ร้องให้ตายก็ไม่มีใครมาช่วยเธอหรอก” นายเพชรรัตน์ที่ปลุกปล้ำรวบร่างบางเข้ามากอดกระซิบเสียงหยันแล้วหัวเราะอย่างเป็นต่อ ทำให้กิ่งแก้วที่ดิ้นขัดขืนอยู่ถึงกับหยุดนิ่งรู้สึกเป็นห่วงคนเป็นน้าขึ้นมาจับใจ

 

“หมายความว่าไง นี่น้าทำอะไรน้าเก๋”

 

“จุ๊ๆๆ อย่าห่วงไปเลย ก็แค่ทำให้น้าของเธอหลับสนิทระหว่างที่เราสองคนมีความสุขกันยังไงละ” ว่าแล้วนายเพชรรัตน์ก็เหวี่ยงร่างบางลงบนที่นอนแล้วตามลงไปประกบจากนั้นก็ปลุกปล้ำอย่างหืนกระหายราวกับผู้ชายกลัดมันที่ขาดเรื่องอย่างว่ามาเป็นแรมปี

 

ด้านกิ่งแก้วก็ดิ้นขัดขืนทั้งผลักทั้งถีบทุบตีสารพัดเพื่อป้องกันตัวเองจากสัมผัสที่น่าขยะแขยง แต่แรงเท่ามดหรือจะสู้ผู้ชายตัวโตที่แรงเท่าช้างสาร ถ้าไม่หาตัวช่วย ถ้ารู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เธอคงเตรียมตัวรับมือได้ดีกว่านี้ แต่เมื่อมันเกิดแบบไม่ทันคาดคิดก็หาเอาจากสิ่งรอบตัวนี่แหละ มีสติ...มีสติ... กิ่งแก้วบอกตัวเองทั้งที่ทำอยากเหลือเกิน เพราะเธอทั้งกลัวทั้งขยะแขยง แต่ก็ดิ้นน้อยลง มองรอบตัวและหนังสือนวนิยายปกแข็งขนาดความหนาไม่ต่ำกว่าพันหน้าวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงข้างๆ โคมไฟ สองสิ่งนี้แหละที่จะทำให้เธอรอด

 

และไม่ให้เสียเวลามือบางเอื้อมไปหยิบหนังสือเป็นสิ่งแรกจากนั้นก็ยกมันทั้งสองมือทุ่มใส่ศีรษะของนายเพชรรัตน์ที่กำลังเมามันกับการซุกไซร้ซอกคอของเธอสุดแรงเกิด

 

ปึก!

 

“โอ๊ย!” ด้วยน้ำหนักบวกกับแรงทุ่มทำให้นายเพชรรัตน์ถึงกับร้องออกมาอย่างเจ็บปวด และไม่ให้เสียเวลากิ่งแก้วผลักร่างสูงออกแล้วใช้เท้าถีบจนอีกฝ่ายกระเด็นตกเตียง ร่างบางกระวีกระวาดลุกขึ้นคว้าโคมไฟหัวเตียงไปทุ่มใส่หัวซ้ำอีกครั้งอาศัยช่วงนี้วิ่งหนีออกจากห้อง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


 

แบบรูปเล่มมีพร้อมส่งนะคะ
ราคา 139 บาท ค่าจัดส่ง 20 บาท = 159 บาท
สนใจสั่งซื้อได้ที่แฟนเพจ
มายา หรือ kesmani1@hotmail.com

E-book

 

 

0 ความคิดเห็น