หัวใจบ่มรัก (ทำมือ)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4 พนักงานใหม่กับตำแหน่งที่คาดไม่ถึง 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ค. 60

ตอนที่ 4

 

พนักงานใหม่กับตำแหน่งที่คาดไม่ถึง

 

มานี่เลย เป็นเด็กเป็นเล็กใครสั่งใครสอนให้แต่งตัวแบบนี้ฮ้า!”

 

พศวัตถามห้วนกระด้างอย่างไม่พอใจ หลังจากลากร่างบางของวรรณวลีที่ออกอาการขัดขืนเล็กน้อยออกมาคุยกันตามลำพังนอกผับได้สำเร็จ

 

ฉันจะแต่งตัวยังไงมันก็เรื่องของฉัน คุณเกี่ยวอะไรด้วย

 

ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าไม่พอใจพร้อมสะบัดแขนให้หลุดออกจากการเกาะกุม และมันก็หลุดอย่างง่ายดายเมื่อเจ้าของมือใหญ่กำลังนิ่งอึ้งกับคำถาม

 

วรรณวลีมองปฏิกิริยาคนตรงหน้าแล้วทำเสียงหึขึ้นจมูกพร้อมเบ้ปาก อย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านี้ จากนั้นก็หมุนตัวจะเดินกลับเข้าไปข้างใน แต่ก็ถูกมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้เสียก่อน

 

เกี่ยวสิพี่เป็นเป็น…”

 

วรรณวลีเอียงศีรษะเลิกคิ้วจ้องมองใบหน้าคมสันที่ตอนนี้มีความลังเลปรากฏเด่นชัดกับสิ่งที่กำลังจะพูดออกมาอย่างลุ้นระทึก แต่สุดท้ายเธอก็ต้องถอนหายใจกระชากแขนกลับอย่างผิดหวังกับคำตอบที่ได้ยิน

 

เป็นพี่ชายเราไง พี่ชายห่วงน้องสาวที่แต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้มันผิดตรงไหน

 

บอกออกไปท่ามกลางความโล่งใจของตัวเอง เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแค่คำว่า พี่ชาย ทำไมเขาถึงได้เอ่ยมันออกมายากเย็นหนักหนานักก็ไม่รู้

 

ฮึ! ก็แค่พี่ชายข้างบ้าน ฉันไม่สนหรอกนะคะ ขนาดพ่อกับแม่ของฉันท่านยังไม่ว่าสักคำ ถ้าคุณจะลากฉันมาคุยเรื่องแค่นี้ฉันขอตัว

 

พี่ไม่ให้เปรี้ยวกลับเข้าไปร่างสูงกระโดดเข้ามาขวางทางเอาไว้

 

เอ๊ะ! คุณมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน ถอย!”

 

หญิงสาวทั้งผลักทั้งทุบแต่ร่างสูงตรงหน้าก็ไม่มีท่าทีว่าจะขยับเขยื้อน วรรณวลีเงยหน้าถลึงตามองเขาอย่างมีโมโหก่อนจะผลักอกกว้างแรงๆ เป็นการส่งท้าย จากนั้นก็เดินเลี่ยงแต่ไม่ว่าเธอจะเลี่ยงไปทางซ้ายหรือขวาร่างสูงที่ก่อนหน้านั้นเคยนิ่งปักเป็นหลักกิโลก็กระโดดขวางทุกครั้งไป

 

นี่คุณ!”

 

กลับบ้านพร้อมกับพี่เดี๋ยวนี้

 

อยากกลับก็กลับไปคนเดียวสิ

 

โอ๊ย!”

 

ชายหนุ่มร้องลั่นพร้อมกับยกแขนที่จู่ๆ วรรณวลีก็เข้ามาคว้ามันไปกัดจนจมเขี้ยวปล่อยเรียวแขนเล็กมาลูบปอยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่ตอนนี้ถอยหลังเดินห่างอออกไปด้วยรอยยิ้มเยาะอย่างคาดโทษ

 

สมน้ำหน้า ต่อไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก

 

ไม่ยุ่งหรอกถ้าเราไม่ใส่ชุดที่บ้าๆ นี้มาเที่ยว ไม่มีแล้วยังอยากจะโชว์

 

เมื่อทำอะไรไม่ได้พศวัตจึงเลือกใช้คำพูดเหน็บแนมหวังจะให้ได้ผลตามที่ตัวเองหวัง แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้ามเมื่อวรรณวลีที่กำลังเดินฉับๆ จะเข้าไปข้างในหยุดชะงักหันขวับมาจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วตวาดแว้ดอย่างมีโมโห

 

 “ไอ้ตาแก่บ้า! ไม่น่าดูฉันก็ไม่ได้ขอร้องให้คุณดูสักนิดจะไปตายที่ไหนก็ไปเลยไม่ต้องมายุ่งกับฉัน

 

ด่าจบร่างบางก็หมุนตัวเดินเข้าผับด้วยสีหน้าที่บูดบึ้ง กัดเม้มริมฝีปากอย่างเจ็บใจและรู้สึกแย่กับคำพูดแทงใจดำนั้น ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมาพูดให้เสียความรู้สึกแบบนี้ด้วย ถึงเธอจะไม่อึ๋มจนล้นทะลัก แต่ก็ใช่จะไม่มีเลยเสียหน่อย

 

เปรี้ยว เดี๋ยวสิเปรี้ยว พี่โธ่เว้ย!”

 

พศวัตออกอาการหงุดหงิดเมื่อตัวเองไม่สามารถเอ่ยคำว่า ขอโทษ ออกมาได้ดั่งใจ จนกระทั่งหญิงสาวเดินลับสายตาไป และคนที่เดินสวนออกมาก็คือธนภูมิ

 

มีไรกันวะ ทำไมน้องเปรี้ยวถึงทำหน้าอย่างกับกำลังอยากจะฆ่าคนอย่างนั้น ถามอะไรก็ไม่ตอบถามขณะที่ตาก็หันมองประตูที่ร่างบางเพิ่งเดินผ่านเข้าไป แล้วหันกลับมามองเพื่อนรักที่ทำหน้าตาหงุดหงิด

 

ไม่มีอะไรหรอก แค่ฉันไปพูดผิดหูเขาเท่านั้นแล้วนี่แกออกมาทำไม ฉันว่าจะกลับแล้วแกจะกลับพร้อมกันเลยไหม

 

แกจะกลับแล้วเหรอวะ นี่มันยังไม่ดึกเลยนะ จะรีบไปไหนไม่อยู่คุมน้องเปรี้ยวต่อหรือไง

 

ไม่ล่ะ ตอบปัดเสียงห้วน

 

งั้นไปกับฉันไหมล่ะ นัดหญิงเอาไว้

 

ไม่ล่ะจะกลับไปนอน ขอให้สนุกละกัน

 

พูดเพียงเท่านั้นพศวัตก็ยุติการสนทนาด้วยการเดินแยกตัวหนีไปที่รถของตัวเองเอาดื้อๆ ธนภูมิมองตามแล้วยักไหล่ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถตัวเองบ้าง

 

ไม่นานรถหรูราคาแพงของสองเพื่อนซี้ก็ขับไล่กันออกไป แต่ผ่านไปครู่ใหญ่รถเมอร์เซเดสเบนซ์ของพศวัตก็วิ่งกลับเข้ามาจอดที่เดิม ไม่ใช่ว่าลืมอะไรหรอกนะ แต่ใจของเขามันนึกห่วงแต่คนที่กำลังเที่ยวสนุกอยู่ที่นี่ กลับบ้านไปนอนก็คงนอนไม่หลับ เลยวกกลับมาอีกครั้ง

 

แล้วเราจะเอาไงดีวะเนี่ย

 

พศวัตที่ยังคงนั่งอยู่หลังพวงมาลัยบ่นกับตัวเองอย่างชั่งใจว่าจะเข้าไปข้างในหรือจะรอวรรณวลีอยู่ที่นี่ดี และระหว่างนั้นเองสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินมา สภาพผู้หญิงเรียกได้ว่าเมาหยำเปขณะที่ผู้ชายเป็นคนประคองหากแต่ก็หาเศษหาเลยและล่วงเกินคนเมาอยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้หรอกว่าคนคู่นี้เป็นคู่รักกันหรือว่าแค่เพิ่งจะมาพบกันที่นี่ มันทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงวรรณวลีขึ้นมาอีกเท่าตัว เพราะการล่วงเกินแบบนี้ ข้างในผับใช่จะเกิดขึ้นไม่ได้ คิดได้อย่างนั้นร่างสูงของพศวัตก็ก้าวลงจากรถตรงดิ่งเข้าไปในผับอีกครั้ง คราวนี้เขาเลือกนั่งมุมที่พลางตาคนแต่สามารถมองเห็นโต๊ะที่วรรณวลีและกลุ่มเพื่อนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังกำชับให้เด็กในร้านที่รู้จักคุ้นเคยกันดีคอยดูแลเป็นหูเป็นตาให้อีกแรง

 

โต๊ะคุณผู้หญิงท่านนั้นเช็กบิลแล้วนะครับ บริกรคนที่เขากำชับให้ดูแลวรรณวลีและกลุ่มเพื่อนเป็นพิเศษเดินเข้ามากระซิบบอก

 

พศวัตพยักหน้ารับรู้ก่อนจะดึงแบงค์สีเทาสามใบจากกระเป๋ามายื่นให้บริกรหนุ่มที่รีบรับและโค้งคำนับอย่างไว แล้วเดินออกจากผับไปนั่งรอวรรณวลีอยู่ที่รถของตนเอง

 

และไม่นานเขาก็เห็นกลุ่มหญิงสาวกลุ่มหนึ่งเดินออกมาและในกลุ่มนั้นก็มีหญิงสาวร่างบอบบางโดดเด่นในชุดสีน้ำเงินของวรรณวลีอยู่ด้วย เธอกับเพื่อนยืนคุยและร่ำลากันพักหนึ่ง ก่อนต่างคนต่างจะแยกย้ายกันไปขึ้นรถ

 

ด้านวรรณวลีที่เดินมาถึงรถซุปเปอร์มินิของตัวเองก็ต้องสะบัดศีรษะแรงๆ ไล่ความมึนเล็กน้อย ก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเมื่อนึกถึงคนที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องดื่มเยอะกว่าที่ตั้งใจเอาไว้พลางค้อนลมค้อนแล้งไปตามเรื่อง จากนั้นจึงก้าวขึ้นรถแล้วค่อยๆ พารถซุปเปอร์มินิสีเขียววิ่งออกไปอย่างระมัดระวัง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนต้นเหตุนั้นค่อยๆ ขับตามไปห่างๆ อย่างห่วงๆ จนกระทั่งเธอขับรถเข้าบ้านอย่างปลอดภัย นั่นแหละเขาจึงเลี้ยวรถเข้าบ้านตัวเอง

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มีรูปเล่มพร้อมส่งนะคะ
ราคา 299 (จากราคาปก 320 บาท)
ค่าส่ง 20 บาท
(แถมสมุดโน๊ตภาพหน้าปกนิยาย จนกว่าของจะหมด)
สนใจสั่งซื้อได้ที่ แฟนเพจ 
รดามณี ไหมขวัญ หรือที่ kesmani1@hotmail.com

E-book
 

83 ความคิดเห็น