Lyra Lila
ดู Blog ทั้งหมด

เพอร์ซี่ แจ็คสัน กับสายฟ้าที่หายไป Percy Jackson & the Olympians ...

เขียนโดย Lyra Lila

แอ็คชั่น/ผจญภัย แฟนตาซี ที่มีดี ไม่แพ้ Harry Potter

          ประเดิมหนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกของปีด้วย Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief ที่ทีมผู้สร้างหมายมั่นปั้นมือว่า นี่จะเป็นหนังแฟรนไชส์ที่ขายดีไม่แพ้ Harry Potter เลยทีเดียว แต่ Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief จะสนุกแค่ไหน? จะตื่นเต้น น่าติดตาม กว่า Harry Potter จริงมั้ย? อยากรู้ไปดูกันเลย...

7 เรื่องควรรู้ก่อนไปดู Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief

1. Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief หรือ เพอร์ซี่ แจ็คสันกับสายฟ้าที่หายไป ดัดแปลงมาจากหนังสือที่มีชื่อเดียวกันของ ริค ริออร์แดน ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2005 และเคยติดอันดับหนึ่งหนังสือขายดีของ New York Times มาแล้ว นอกจากนี้ ยังคว้ารางวัลมาครองมากมายทั้ง รางวัลหนังสือดีเด่นของ New York Times ปี 2005, รางวัลหนังสือยอดเยี่ยมแห่งปี 2005 ของทั้ง School Library Journal และ Child Magazine และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Bluebonnet Award จาก Texas Library Association ในปี 2006 ด้วย

2. หลังจากหนังสือเล่มแรก Percy Jackson & the Olympians ประสบความสำเร็จ ริค ริออร์แดน ก็เขียนหนังสือในซี่รีส์เดียวกันตามออกมาอีก 4 เล่มคือ The Sea of Monsters (2006), The Titan's Curse (2007), The Battle of the Labyrinth (2008), The Last Olympian (2009)

3. Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief เวอร์ชั่นจอใหญ่ได้ คริส โคลัมบัส ผู้ปลุกปั้น Harry Potter สองภาคแรกจนโด่งดัง มารับหน้าที่ผู้กำกับ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า หนังเรื่องนี้จะประสบความสำเร็จไม่แพ้ Harry Potter อย่างแน่นอน!

4. หนังได้ โลแกน เลอร์แมน มารับบทเป็นเพอร์ซี่ ลูกครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ที่มีภารกิจต้องตามหาสายฟ้าที่หายไปมาคืน เซอุส  ซึ่งหากจำกันได้ โลแกน เคยผ่านงานแสดงมาแล้วหลายเรื่องทั้ง Gamer, 3:10 to Yuma, The Number 23 หรือถ้าเก่ากว่านั้น ก็โน่นเลย What Women Want ซึ่งเขารับบทเป็นเมล กิ๊บสัน ในวัยเด็ก

5. ในเรื่องเพอร์ซี่  มีโรคประจำตัวอยู่สองโรคคือ Dyslexia (อ่านว่า ดิสเลคเชีย) ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการอ่าน โดยในกรณีของเพอร์ซี นั้น ปัญหาในการอ่านของเขาเกิดจากการที่สมองถูกสั่งให้รับรู้ภาษากรีกมากกว่าจะเป็นภาษายุคปัจจุบัน โรคที่สองก็คือ ADHD หรืออาการสมาธิสั้น แต่โรคนี้กลับส่งผลดีต่อเพอร์ซี่ เพราะทำให้เขาว่องไวและปราดเปรียวผิดมนุษย์มนา

6. ลูกชายของ ริค ริออร์แดน ผู้เขียนหนังสือ ก็ป่วยเป็นทั้งโรค Dyslexia และ ADHD เช่นกัน ซึ่งเขาก็เอาการป่วยของลูกชายอันนี้มาเป็นแรงบันดาลใจจนเกิดตัวละครอย่างเพอร์ซี่ แจ็คสัน ขึ้นมา 

7. ในขณะที่ คริส โคลัมบัส ตัดสินใจมากำกับหนังเรื่องนี้ก็เพราะว่า ส่วนหนึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากลูกสาวของเขาที่ป่วยเป็นโรค Dyslexia เช่นกัน

 
 

 
เกร็ดภาพยนตร์

ศึกตำนานนักสู้พลังเหนือมนุษย์
Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief

          ในขณะที่เรื่องราวของพ่อมดน้อย Harry Potter เดินทางมาสู่บทสรุป และเหลือหนังฉายอีกเรื่องเดียว (แต่แบ่งเป็นสองภาค) ก็จะจบบริบูรณ์ ว่ากันว่า เมื่อดูจากองค์ประกอบหลายๆ อย่าง Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief นี่แหละ ที่ดูจะพอสมน้ำสมเนื้อที่สุดสำหรับการก้าวมาขึ้นมาเป็นหนังแฟนตาซี/ผจญภัยสุดฮิตต่อจาก Harry Potter จะเป็นจริงอย่างที่มีคนคาดการณ์ไว้อย่างนั้นหรือเปล่า? นั่นเป็นเรื่องอนาคต แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่า หนังเรื่องนี้สนุกแค่ไหน? มีจุดดี จุดเด่นยังไง? เรามีคำตอบให้คุณตรงนี้...

เรื่องของเด็กเทพๆ 


          จริงๆ แล้ว มองเผินๆ เพอร์ซี่ แจ็คสัน (รับบทโดย โลแกน เลอร์แมน) ตัวเอกของเรื่องก็เหมือนกับเด็กวัยรุ่นทั่วไป ถึงแม้ว่าเขาจะขยันหาเรื่องสร้างปัญหาไม่เว้นวัน แต่นั่นก็เป็นเพราะเขากำลังอยู่ในวัยคะนอง แต่แล้วชีวิตของ เพอร์ซี่  ก็เดินมาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อได้รู้ว่า เทพโพไซดอน เจ้าแห่งคาบสมุทร คือพ่อของเขา ซึ่งเท่ากับว่า เพอร์ซี่ มีสถานะเป็น ครึ่งคน ครึ่งเทพ (หรือ เดมิก็อด) พร้อมกันนั้นยังถูกกล่าวหาจากเทพเซอุส บิดาแห่งทวยเทพทั้งมวล ว่าเขาเป็นคนขโมยสายฟ้าซึ่งเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาลไป ร้อนถึง เพอร์ซี่  ที่ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วยการออกตามหาสายฟ้าที่หายไปมาคืน การผจญภัยอันสนุกสนาน ลุ้นระทึก สุดมหัศจรรย์ จึงเริ่มต้นขึ้น...

อะไรคือ เดมิก็อด?


          เดมิก็อด หมายถึง ครึ่งคน ครึ่งเทพ ซึ่งในเรื่องไม่ได้มีเพียงแค่ เพอร์ซี่ เท่านั้น แต่เขายังมี เพื่อนเดมิก็อด อีกสองคนคือ แอนนาเบ็ธ นักรบสาวที่กำลังตามหาแม่ของเธอที่เป็นเทพีเอธีน่า กับโกรฟเวอร์ เพื่อนที่ซี้กันมาตั้งแต่เด็กและยังคอยช่วยปกป้องเขาด้วย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นซาไทร์ เทพารักษ์ครึ่งคนครึ่งแพะที่กล้าหาญแต่ยังไม่มีสมรภูมิให้พิสูจน์ความสามารถ 

แล้ว แคมป์เลือดผสม ล่ะ คืออะไร?


          แคมป์เลือดผสม (Camp Half Blood) คือ ชุมชนคนพิเศษสำหรับเหล่า เดมิก็อด ณ แคมป์นี้เองที่ เพอร์ซี่ได้รับการฝึกฝนพละกำลังของตัวเองที่เพิ่งค้นพบ และอำนาจพิเศษที่ว่านี้อาจนำไปช่วยยับยั้งสงครามระหว่างทวยเทพได้อีกด้วย

ใครจะเหมาะสมกับตำแหน่งผู้กำกับไปกว่า คริส โคลัมบัส 


          หลายๆ คนคงทราบอยู่แล้วว่า คริส โคลัมบัส เป็นคนกำกับหนัง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ สองภาคแรก นั่นคือ Harry Potter and the Philosopher's Stone (ทำเงินทั่วโลกไปถึง $974 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และ Harry Potter and the Chamber of Secrets (กวาดได้ทั่วโลกไปอีกกว่า 878 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพราะฉะนั้น ในเมื่อเขาเป็นคนปลุกปั้น หนังแนวคล้ายๆ กันให้ประสบความสำเร็จระเบิดเถิดเทิงขนาดนั้น คงไม่ใครเหมาะที่จะมานั่งแท่นผู้กำกับเท่ากับ คริส โคลัมบัส อีกแล้ว เพราะเขาน่าจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่า การทำหนัง แอ็คชั่น/แฟนตาซี ผจญภัย ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังสือ ให้เป็นที่ชื่นชอบของคนดูในวงกว้างนั้น ต้องทำยังไง?

ร่วมด้วยนักแสดงฮอลลีวู้ดแถวหน้ามากมาย


          Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief ยังคว้านักแสดงชั้นนำมาร่วมสร้างสีสันมากมาย ไล่ไปตั้งแต่ ฌอน บีน รับบทเทพเซอุส, เพียร์ซ บรอสแนน รับบทเทพไครอน เทพหนุ่มใหญ่สุดหล่อครึ่งม้าครึ่งคน ที่เข้ามาช่วยฝึกฝนเหล่าเดมิก็อด, สตีฟ คูแกน รับบทเทพเฮเดส เทพจอมละโมบแห่งดินแดนใต้พิภพ, โรซาริโอ้ ดอว์สัน รับบทเพอร์เซโฟน เทพหญิงบุตรีของเทพเซอุส, แค็ทเธอรีน คีนเนอร์ รับบทแซลลี่  แม่ของเพอร์ซี ที่ถูกเทพเฮเดส จับไปเป็นตัวประกันอยู่ ณ โลกใต้พิภพ, อูม่า เธอร์แมน รับบทเมดูซ่า หญิงสาวที่มีเส้นผมเป็นงู, เจค เอเบล รับบทลู้ค เดมิก็อดที่เป็นลูกชายของเทพเฮอร์มีส และเป็นเพื่อนกับเพอร์ซี ที่แคมป์เลือดผสม

ทำไมถึงต้องดู


          ด้วยความแรงของหนังสือที่ขายดีระดับ เบสท์เซลเลอร์ บวกกับ ฝีมือของผู้กำกับที่เชื่อถือได้อย่าง คริส โคลัมบัส ซึ่งพิสูจน์กันจะๆ มาแล้วจากความสำเร็จของ Harry Potter สองภาคแรก น่าจะเพียงพอสำหรับการการันตีว่า Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief จะต้องทำให้คนดู สนุก ตื่นเต้น ลุ้นระทึก ไปกับฉากแอ็คชั่น มันส์ๆ เอฟเฟ็กต์ ตระการตาๆ ยิ่งถ้าใครชอบหนังแบบ Harry Potter, Narnia หรือหนังสไตล์เทพนิยาย แฟนตาซี ผจญภัย ด้วยล่ะก็ จะต้องชอบเรื่องนี้อย่างแน่นอน...
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
หล่อจัง
++++++++++++