Disapproval ความชิงชังแห่งหายนะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 47 Views

  • 1 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    47

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

คุณคิดว่าความรักมันจำกัดแค่เพศหญิงกับชายเท่านั้นรึเปล่า ? ผมคิดว่าผมรักผู้หญิงนะแต่ทำไมเพื่อนสนิทของผมมันทำให้ผมหวั่นไหวตลอดเลย แต่ก็อย่างที่พูดแฟนสาวของผมก็ดูเหมือนจะเปิดศึกอะไรสักอย่างกับเพื่อนสนิทข


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Disapproval ความชิงชังแห่งหายนะ

          คุณคิดว่าความรักมันจำกัดแค่เพศหญิงกับชายเท่านั้นรึเปล่า ? ผมคิดว่าผมรักผู้หญิงนะแต่ทำไมเพื่อนสนิทของผมมันทำให้ผมหวั่นไหวตลอดเลย แต่ก็อย่างที่พูดแฟนสาวของผมก็ดูเหมือนจะเปิดศึกอะไรสักอย่างกับเพื่อนสนิทของผม แต่แล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรนั้นผมเองก็ยังไม่รู้เลย









คือเป็นนิยายที่แต่งแบบอารมณ์ชั่ววูบมากอ้ะ ยังไงก็ฝากนิยายสั้นไร้สาระของไรต์ด้วยนะคะ ><//

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 3 ก.ย. 59 / 21:11

บันทึกเป็น Favorite


----------------------------------------------------------------------------------------

          แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามายังห้องนอนของผมทำให้ผมต้องขยับเปลือกตาและลืมตาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผมเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างแสงอันอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ ผมรีบลุกจากเตียงนอนอันนุ่มนิ่มไปล้างหน้า อาบน้ำในยามเช้า เพื่อที่จะไปโรงเรียน    โรงเรียน ม.ปลาย ที่ผมเรียนอยู่นั้นก็เป็นโรงเรียนธรรมดาไม่มีอะไรมากมายแค่กว้างกว่าโรงเรียน ม.ปลาย ทั่วไปอยู่สักหน่อยแต่ก็ไม่สำคัญมาก โดยปกติแล้วผมเดินมาโรงเรียนแทนรถจักรยาน หรือ พาหนะอย่างอื่น จะว่าไปผมมีแฟนสาวสุดน่ารักอยู่คนหนึ่งด้วยสิ

“ไอซ์!!!” เสียงใสเรียกหาผม ผมหันไปมองตามเสียงเหมือนคนทั่วไปเขาทำกันนั้นแหละแล้วก็พบเธอ คุณแฟนสาวสุดน่ารัก (ในมุมของผม) กำลังวิ่งมาหาตัวผม “ทำไมไม่รอกันเลยล่ะ โธ่!” แล้วภีมก็ทำหน้าอมลมไว้ในปาก ทำให้ผมอดหัวเราะเบาๆไม่ได้

“ฮะๆ เอาน่าอย่างอนกันเลยนะภีม^^” ผมเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบาๆ “เดี๋ยวหลังเลิกเรียนจะพาไปเลี้ยงไอศกรีมนะ^^

“ว้าว! ดีใจจัง ยังไงไอซ์ก็ใจดีที่สุดในสามโลกแล้วล่ะ” สุดท้ายเธอก็ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่สดใสมากสำหรับผม

“ว่าไง วันนี้มาเช้านะไอซ์” คราวน์ งั้นหรอ ?

“ช่วยไม่ได้นี่ ก็เมื่อคืนไม่ได้นอนดึกซะหน่อย” พวกเราสามคนเดินไปด้วยคุยไปด้วยจนถึงโรงเรียนแล้วต่างแยกย้ายเข้าห้องเรียนของตัวเอง ผมและคราวน์อยู่ห้อง 2 ส่วนภีมหน่ะอยู่ห้อง 1 ซึ่งเป็นห้องเด็กเก่งหรือเรียกอีกชื่อว่าห้องKingนั้นแหละ

“นี่ไอซ์นายไม่คิดว่าภีมไม่ดีเกินไปหน่อยหรอ ?” คราวน์ถามผมก่อนเข้าคาบเล็กน้อย ผมแค่ยักไหล่ตอบไปก็แค่นั้น   คาบแรกวันนี้เรียนชีวะงั้นหรอ น่าเบื่อเป็นบ้า

“นี่คราวน์เสร็จยังต้องรีบไปห้องชีวะแล้วนะ” ผมหยิบของที่จำเป็นและถามเพื่อนสนิทที่นั่งโต๊ะข้างๆไปด้วย

“โอเค เสร็จแล้ว ^[+++]^ มันหันมายิ้มให้ผมบอกตามตรงว่า

“เลิกยิ้มแบบนั้นได้แล้ว ขยะแขยงว่ะ - -” ผมเอาสมุด+ตลับดินสอฟาดหัวคราวน์ไปทีหนึ่งแล้วเดินตามเพื่อนไปห้องเรียนชีวะอย่างว่องไว

     “เอาล่ะนักเรียนทั้งหลายวันนี้จะเรียนเรื่องกระดูกกัน” ครูผู้ชายวัยกลางคนกำลังจะเริ่มสอนวิชาที่น่าเบื่อและเป็นวิชาที่หลายๆคนจบไปคงไม่ได้ใช้ “เราจะเริ่มจากต้นแขนและปลายแขนกันก่อนแล้วค่อยไปที่มือ ในต้นแขนจะมีกระดูกอยู่ชิ้นหนึ่งเรียกว่า กระดูกต้นแขน” หลังจากครูกล่าวเกริ่นเปิดเรื่องกระดูก นักเรียนบางคนเริ่มหาวและทำหน้าเบื่อหน่ายไปแล้ว “ปลายแขนประกอบขึ้นด้วยกระดูก 2 ชิ้น กระดูกฝ่ามือถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน –กระดูกข้อมือ –กระดูกฝ่ามือ –กระดูกนิ้วมือ จากตรงนี้ไม่มีข้อสงสัยใดๆใช่มั๊ย ?” ครูเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมามองพวกนักเรียนอย่างพวกผม

“.......” และก็เงียบทั้งห้อง ผมว่าใจในคงคิดว่า อยากให้ชั่วโมงนี้จบไวๆ สินะก็น่าจะโดยส่วนมากถ้ามองจากหน้าของแต่ละคน

“งั้นต่อแล้วกันนะ กระดูกข้อมือมีอยู่ 8 ชิ้นด้วยกัน –กระดูกสแคฟฟอยด์ –กระดูกลูเนท –กระดูกไตรกีตรัล –กระดูกพิสิฟอร์ม –กระดูกทราพีเซียม –กระดูกทราพีซอยด์ –กระดูกแคปปิเตต –กระดูกฮาเมต กระดูกทั้งหมดนี้รวมเป็นหนึ่งกลุ่ม” ผมเองก็เริ่มเบื่อวิชาแบบนี้ซะแล้วซิ ชักอย่างหาอย่างอื่นทำแก้ง่วงจัง ผมใช้มือปิดปากหาวหนึ่งครั้งก่อนค่อยกระพริบตา2-3ครั้ง และหันไปมองคราวน์ผลปรากฏว่า หมอนี่หลับไปแล้วสิ ตอนหมอนี่หลับหน้านิ่งก็ดูดีอยู่หรอก แต่ทำไมตอนตื่นหน้าเหมือนเด็กขี้เล่นยังไงก็ไม่รู้สิ ผมแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนค่อยใช้ก้นปากกาจิ้มให้หมอนี่ตื่นจากการนอน “อรุณสวัสดิ์คราวน์”

“นายปลุกฉันทำไมเนี่ย ?” เสียงคราวน์ติดงัวเงียนิดหน่อยผมแค่ยิ้มน้อยๆแล้วหันไปสนใจกับการเรียนต่อ

กระดูกฝ่ามือมีกระดูกห้าชิ้นมีจำนวนหนึ่งไปถึงห้า กระดูกนิ้วมือประกอบไปด้วยสามส่วน –กระดูกนิ้วมือท่อนต้น –ท่อนกลาง –ท่อนปลาย นิ้วโป่งเป็นนิ้วเดียวที่ไม่มีกระดูกท่อนปลาย เพราะงั้นกระดูกนิ้วมือจึงสร้างมาจากระดูกทั้งหมด 14 ชิ้น รวมทั้งแขนก็ 30 ชิ้น---”

กริ๊งงงงงงง!!! ทั้งครูทั้งนักเรียนเงยหน้ามองกันสักพักก่อนผู้เป็นครูจะพูดขึ้นว่า “งั้นวันนี้พอแค่นี้นะ คาบหน้าเรียนอีกหนึ่งคาบ คาบต่อไปจะสอบไปอ่านมาดีๆล่ะ” ครูและนักเรียนต่างเก็บของตัวเองเพื่อไปเรียนวิชาต่อไป “เอาล่ะ ไปเรียนวิชาอื่นได้”

“นักเรียนยืน!” ผมยืนเป็นคนเกือบสุดท้าย

“เคารพ!!” นักเรียนทุกคนโค้งคำนับหนึ่งทีแล้วค่อยพากันทยอยออกจากห้องชีวะ ผมและคราวน์ออกเป็นคู่สุดท้าย วิชาต่อไปคือคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 วิชาคณิตศาสตร์มี 2 พื้นฐาน 1 เพิ่มเติม พวกผมเรียนไปเรื่อยๆจนกระทั่งเลิกเรียน วันๆหนึ่งก็ไม่ได้มีอะไรมากมายแล้วก็เป็นวันที่น่าเบื่ออยู่เหมือนเดิม ผมและครีดมารอภีมที่หน้าประตูโรงเรียนแล้วผมก็เห็นร่างเล็กของภีมวิ่งมาทางนี้

“ขอโทษที่มาช้านะไอซ์ คราวน์ พอดีครูใช้งานเพลินไปหน่อย แฮะๆ” ภีมพูดพร้อมเอามือโขกหัวตัวเองเบาๆ “งั้นไปกันเลยเถอะ” เราสามคนเดินไปร้านไอศกรีมที่อยู่ใกล้สุดเพื่อเลี้ยงคนที่บอกว่าอยากกินมากที่สุด พวกเราอยู่กันเพลินจนลืมเวลา ตอนนี้ก็ใกล้มืดแล้วด้วยผมเหม่อมองไปข้างนอก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม ท้องฟ้ามีเมฆครึ้มดำที่กำลังแปรปรวน

“ภีม คราวน์ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำแปปหนึ่งนะ” ผมบอกก็ที่จะลุกจากเก้าอี้ ทั้งสองมองผมสักพักก่อนที่คราวน์จะพยักหน้าให้ ผมเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ข้างหลังร้าน ทำไมผมมีความรู้สึกว่าสองคนนั้นกำลังคบหากันอยู่ ผมทำธุระที่ห้องน้ำเสร็จก็ออกมาล้างมือพร้อมมองกระจก จริงอยู่ที่หน้าผมจะนิ่งแต่ว่าในตาผมกำลังกังวลเหมือนมีความรู้สึกว่า ภีม กำลังไปจากผมต่อให้เป็นจริงผมจะทำอย่างไงดี ผมสะบัดหน้าเพื่อไล่ความคิดออกไปแล้วเดินกลับเข้าไปในร้าน ผมแอบมองทั้งอยู่อยู่ห่างๆ ผมไม่รู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกันแต่ดูเหมือภีมไม่ค่อยพอใจ ผมค่อยๆเดินไปที่โต๊ะอย่างเบาๆ แล้วได้ยินประโยคหนึ่งเข้าให้

“จะแย่งไปงั้นหรอ ? นี่นายคิดว่าไอซ์เค้าจะยอมงั้นหรอ ? บ้ารึเปล่าหรือโง่ ? เหอะ!” เธอดูเหมือนอารมณ์เสียมาก

“หึ! เป็นว่าฉันมีน้ำยาแล้วกัน ภีมเธอต่างหากที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับไอซ์เลย เธอคิดว่าทุกวันนี้ที่เค้าอยู่กับเธอมีความสุขมากนักรึไง ? อย่าสำคัญตัวไปหน่อยเลย...” ในสุดผมก็โผล่งออกไป “ทั้งคู่คุยไรกันอยู่หรอ ? ดูน่าจะสนุกนะ:)” แน่นอนว่าผมโกหก ผมได้ยินแต่ก็แกล้งไม่ได้ยินดูจากปฏิกิริยาแล้วภีมจะตกใจมากที่สุด ส่วนคราวน์ น่ะปรับตัวเร็วที่สุดแล้ว

“อ้าว.. กลับมาแล้วหรอไอซ์ไวจังน้า:)

“อืม กลับมาแล้วคราวน์ ภีมเป็นไรงั้นหรอครับ ? สีหน้าดูไม่ดีเลย” ผมมองภีมด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“อ่า..อื้ม ไม่เป็นไร งั้น..ฉ..ฉันกลับก่อนนะพอดีการบ้านเยอะมากเลยล่ะ” เธอรีบเก็บของแล้วเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ “แล้วเจอกันใหม่นะทั้งสองคน บาย” เธอรีบเดินออกจากร้านไปอย่างว่องไวและไม่หันหน้ากลับมาอีกเลย ผมมองตามจนสุดสายตา

“นายพูดแบบนั้นก็แรงไปนะครีด” ผมเหลือบมองครีดที่นั่งเขี่ยไอศกรีมที่ละลายไปแล้วเล่นและเท้าคางมองไอศกรีมที่ละลายนั้น

“ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่น่ะเทรน เธอนั่นน่ะไม่รูอะไรเลยจริงๆ” ครีดมันยิ้มให้ผมแบบเจ้าเล่ห์ดูเหมือนผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้วสิ

“จะว่าไปนะเทรน ฉันไม่นึกไม่ฝันว่านายจะเรียกฉันแบบเดิมอีก ไหนบอกว่าจะเลิกเรียกแล้วล่ะ ? :)” เจ้าครีดมันยิ้มเจ้าเล่ห์มาอีกละ

“เฮ้อ... นั้นสินะบางทีฉันคิดว่าเรียกแบบเดิมมันน่าจะง่ายกว่ามั้งนะ คราวน์ครีด สุริยะตระกูลวงค์ศิลป์” ผมยิ้มให้กลับก่อนที่จะเริ่มเก็บของลงกระเป๋า

“จริงสิ คราวนี้นายเลี้ยงแล้วกันนะครีด”

“อ่าว ไหงงั้นอ่ะนายบอกว่าจะเลี้ยงไม่ใช่หรอ ?” ครีดทำสีหน้าอวดครวญ

“งั้น.... นายก็อย่าหวังจะได้แตะผมอีกก็แล้วกันนะ :)” ผมเก็บของเสร็จก็สะพายกระเป๋าแล้วรอคำตอบโดยการจ้องหน้าครีด

“....”

“ว่าไงครับ ?” บางทีผมก็สนุกกับการแกล้งครีดเหมือนกัน

“โอเค ยอม เลี้ยงก็เลี้ยง” จากนั้นครีดก็หยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาพร้อมเรียกเจ้าของร้านมาคิดเงินทั้งหมด แล้วมันก็สะพายกระเป๋า “งั้นกลับกันเทรน”

“ครับๆ เย็นนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ ?” ผมถามครีดหลังจากเดินออกจากร้าน

“อืม... ข้าวเย็นหรอ ? ไม่มี นายอยากทำอะไรก็ทำมาเหอะ” ครีดเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็จับมือผม เราเดินแบบนี้ไปเรื่อยๆจนถึงบ้านของผม วันนี้พ่อแม่ก็ไม่อยู่ตามเคย ผมปล่อยมือจากครีดแล้วเริ่มเปิดประตูบ้าน

“จะว่าไป.. ผมว่าเราเลิกทำแบบนี้กันเถอะครีด” ผมก้มหน้านิ่งทั้งๆมือยังกำลูกบิดประตูบ้านค้างไว้

“เอ๋?.. ทำไมล่ะ ? นายเป็นไรไปเทรน” ตอนนี้ผมไม่เห็นหน้าครีดหรอกไม่รู้เหมือนกันว่าครีดจะทำหน้ายังไงแต่ว่าตอนนี้ผมมีแฟนสาวนะทำไมผมต้องใจอ่อนให้มันด้วยผมต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะสายไป

“ไม่....เป็นไร...” ผมเว้นว่างไว้เพื่อให้ครีดตอบหรือถามผม

“......” แต่เขากลับเงียบเหมือนรอฟังสิ่งที่ผมจะพูดออกไป

“ผมอยากได้เวลา....มากกว่านี้.......ขอโทษนะครับครีด” ผมก้มหน้าตลอดจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่กอดผมจากข้างหลัง

“ไม่เป็นไรฉันให้เวลานาย  ให้ได้มาก  มากเท่าที่นายต้องการดังนั้นนายคิดเถอะฉันไม่รีบหรอกเทรนนะ” เสียงกระซิบเบาที่ข้างหูของผมและไอร้อนจากปากทำให้ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาเลยได้แต่นิ่งอยู่ในท่าเดิม ผมรู้ตัวอีกทีครีดก็เดินกลับบ้านของตัวเองไปแล้ว ผมได้แต่ถอนหายใจ

“ถ้าไม่เลือกบางทีเราสามคนอาจมีทางออกอื่นก็เป็นได้” ผมพูดออกมาเบาๆเพียงแค่ผมเท่านั้นที่จะได้ยิน แล้วใครมันจะไปรู้ล่ะว่าครีดก็แอบฟังเขาอยู่เช่นกัน แต่ครีดก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ

เช้าวันใหม่มาถึงผมและครีดเดินไปโรงเรียนเหมือนเดิมเหมือนเรื่องเมื่อวานเป็นแค่ฝัน ครีดเองก็ไม่พูดอะไร แต่ว่าทั้งเช้าผมก็ยังไม่เห็นภีมเลยดูเหมือนเธอพยายามหลบหน้าผม แต่ผมคิดว่าลองให้สองคนนี้คบกันดูก็น่าสนใจดีนะ เมื่อเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วผมส่งเมลบอกภีมและครีดว่าให้มาหาผมที่ห้องสมุดของโรงเรียน แน่นอนว่าผมมาถึงก่อนแล้วค่อยส่งเมลไปและแอบอยู่ในมุมมืดๆลับๆเพื่อซ่อนตัวเองไม่ให้สองคนนั้นหาผมเจอ แล้วทั้งสองก็มาถึงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ในห้องสมุดที่เงียบๆและเราสามคนที่ต่างก็เงียบ

“ไอซ์เป็นคนเรียกเองแท้ๆแต่ตัวเองกลับไปอยู่ไหนเนี่ย ?” ภีมเปิดประเด็นขึ้นมาคนแรกเพื่อขับไล่ความเงียบและความกดดันจากครีด

“หึ นั้นสินะ บางทีหมอนั้นอาจมีความคิดอย่าง....” ครีดเว้นว่างไว้ให้ภีมถามเหมือนเป็นการแกล้งอย่างหนึ่ง

“อย่าง ? อย่างอะไรอะไรคราวน์ ? มีไรจะพูดก็พูดมาสิอย่าชักช้าฉันยิ่งรีบอยู่” เธอพูดเร็วๆแต่น้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ออกมา

“อย่างให้เรา.. สองคนลองคบกันดูไง:)” ครีดยิ้มแบบนั้นอีกแล้วบางทีผมอาจทำถูกก็เป็นได้

“เหอะ นายจะบ้าหรอเราเนี่ยนะคบกัน!! บอกได้เลยว่า ไม่-มี-ทาง!!!” ภีมพูดจบก็สะบัดหน้าไปอีกทาง “ขอบอกไว้ก่อนฉันชอบไอซ์มากกว่านายเป็นหลายร้อยล้านเท่าและไม่มีทางยกให้นายเด็ดขาด ต่อให้พวกนายเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กก็ตาม!!” เธอพูดจบก็เดินสะบัดออกไป และปิดประตูแรงๆจนเสียงดังก้องทั่วห้องสมุด

“หึ ร้ายจริงๆ เพราะแบบนี้ไงฉันจะไม่มีทางปล่อยเด็ดขาดเธอเป็นคนเริ่มศึกเองนะ เตรียมตัวได้เลยยัยตัวแสบ...” ครีดพูดด้วยน้ำแอบโหดๆซึ่งนานทีปีหนจะมีน้ำเสียงแบบนี้ออกมาจากปากของครีด จากนั้นครีดก็เดินออกจากห้องสมุดไปอีกคน ดังนั้นผมก็อยู่คนเดียวแล้ว ณ ตอนนี้

“เฮ้อ..........” ผมเดินออกมาจากมุมอับแล้วเดินออกจากห้องสมุดเป็นคนสุดท้าย

“นายคิดจะทำอะไร ?”

“เฮ้ย!!!” ครีดหรอ ไม่ใช่ว่ากลับไปแล้วหรอกหรอ? ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ มันไม่น่าจะมีคนนี่น่า “เอ่อออ.. ทำอะไรที่ว่าเนี่ย ? ทำอะไรงั้นหรอ ?” ตีหน้าซื่อไปงั้นๆแหละแถได้ก็แถไปเพื่อเอาตัวรอดไม่รอดค่อยว่ากันใหม่

“หึ! นายคิดว่าฉันโง่ถึงขนาดจะไม่รู้นิสัยเพื่อนสมัยเด็กหรอกนะ นายคิดว่าถ้านายเจ็บแค่คนเดียวแล้วให้คนอื่นมีความสุขงั้นหรอ ?”

“.....”

“รู้มั๊ย มันเป็นวิธีของคนอ่อนแอเท่านั้นแหละ!” ผมมองหน้าครีดตรงๆและเหยียดยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาหนีไปทางอื่น

“ถ้าครีดคิดแบบนั้นได้ก็ดีน่ะสิ บางทีผมอาจ.....” คำพูดประโยคสุดท้ายผมพูดเบาๆไม่สิผมแค่ทำปากให้ดูเหมือนพูดก็แค่นั้นเอง แล้วผมก็เดินหนีครีดออกมา โดยไม่สนใจครีดอีกเลย

“เดี๋ยวสิ เทรนกลับมาก่อนเมื่อกี้นายหมายความว่ายังไง!!!” นี้คือประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินพอรู้สึกตัวอีกที ผมก็ยืนอยู่หน้าบ้านของตัวเองซะแล้ว

“เฮ้อ... แล้วพรุ่งนี้จะกล้าเจอหน้าทั้งคู่มั๊ยนะ ?” ผมรีบเปิดประตูบ้านเพื่อทำให้วันนี้มันจบลงไปอีก 1 วัน

วันนี้ผมมีความรู้สึกว่า ผมเพลียอย่างมากกับการคิดเรื่องของสองคนนั้น ตั้งแต่เช้ามาโรงเรียนผมยังไม่เห็นครีดเลยแม้แต่ภีมเองก็หลบหน้าผมตลอด บางทีผมก็คิดว่าถ้าง้อสองคนนั้นพร้อมๆกันได้ละก็ พวกเราสามคนอาจกลับมาเป็นเหมือนอย่างเดิม พอตกดึกผมก็ยังนอนไม่หลับผมมัวแต่คิดเรื่องของสองคนนั้นจนนอนไม่หลับตอนนี้ก็ 23.48 น. ถ้าไม่รีบนอนเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเผลอไปหลับในคาบแน่ๆ ผมพยายามข่มตาให้หลับแต่ก็ทำไม่ได้ ผมได้แค่ถอนหายใจไปเรื่อยๆ แต่ทำให้ผมหลับไปตอนไหนไม่รู้... วันนี้เป็นวันที่ผมตื่นสายมากและอย่างมากที่สุด!!

“แย่ล่ะจะแปดโมงแล้ว!” วิ่งสิครับวิ่งจะรออะไรวันนี้มีเข้าแถวหน้าเสาธงด้วยถ้าช้ากว่าแปดโมงครึ่งละก็มีประจารหน้าเสาธงแน่ๆ เมื่อเวลาผ่านไปไวเหมือนตัดแปะ ผมก็รอดจากการโดนประจารอย่างหวุดหวิด แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่สบายวันหนึ่งคือ ไม่มีการสอนทั้งเช้า!!

“เฮ้อ.. เหนื่อยจัง” ผมพูดกับตัวเองเบาๆ “จริงสิเรื่องของสองคนนั้นจะไหวมั๊ยน๊า ?”  แล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกรอบก่อนจะฟุบกับโต๊ะ แล้วมีมือหนาวางลงบนหัวของผมก่อนจะลูบไปมาเบาๆ แล้วเผลอหลับไป เวลาผ่านไปนานแค่ไหนผมไม่รู้แต่ว่ามีเสียงหนึ่งมาปลุกผมเป็นเสียงที่ผมคุ้นเคยอย่างมากที่สุด เป็นเสียงตั้งแต่ๆเด็กที่ได้ฟังทุกวัน

“อรุณสวัสดิ์เทรน ฉันพึ่งรู้นะเนี่ยว่านายเป็นคนขี้เซา:) ทำไมเป็นรอยยิ้มที่รู้สึกว่าน่าถีบเหลือเกิน หืม ? อย่าบอกว่าเป็นครีด ผมรีบลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองหน้าคนปลุกดีๆ

= =

:)

“กี่โมงแล้ว ?”

“เกือบเที่ยง:)

“นายอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”

“ก็นานแล้ว”

“เพื่อนคนอื่นล่ะ ?”

“อ่อ กลับบ้านหมดแล้วก็เหลือแค่เราสองคน:)” แย่ล่ะ ต้องหนีให้ไว

“ภาคบ่ายไม่มีเรียนงั้นหรอ ?” ผมพูดพร้อมรีบเก็บของและชิ่งให้ไว

“อืม ไม่มีหรอก ครูพึ่งประกาศประมาณ 10 โมงกว่าๆ” ครีดเดินไปโต๊ะข้างหน้าแล้วหมุนเก้าอี้มานั่งหน้าผม “เมื่อวานฉันไม่มารู้สึกเหงารึเปล่า ?” ครีดมองผมด้วยสายตาอ่อนโยนจนน่าขนลุก

“ไม่”

“ไม่อยากรู้หรอว่าฉันไปไหนมา ?”

“เฮ้อ.. แล้วผมจะรู้ไปทำไมหรอครับ ?”

“โอเค แล้วคืนดีกับภีมยัง”

“ยัง เพราะภีมหลบหน้าผมตลอด เลยไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี” ผมก้มหน้าแล้วสารภาพไปตามตรง เวลาของมนุษย์นั้นไหลไปเรื่อยๆจนกระทั่งผ่านไป 2 อาทิตย์ผมและครีดเดินไปโรงเรียนตามปกติกระทั่งได้ยินเรื่องหนึ่งเข้ามาในหู

“นี่ๆ ได้ข่าวรึเปล่า ว่าภีมอัตตา รัตติกันรัตติกาล ถูกรถชนตอนนี้อยู่โรงพยาบาลยังไม่ฟื้นเลย” คนที่ 1

“เอ๋..? เป็นไปได้หรอกเธอโกหกรึเปล่า” คนที่ 2

“จริงๆนะ ไม่รู้เรื่องเลยหรอ ?” คนที่ 3

“ไอซ์จะรู้เรื่องนี้รึเปล่าอ่ะ” คนที่ 2

“ไม่แน่ อาจไม่รู้ก็ได้ ช่างเถอะ” คนที่ 1 ภีมถูกรถชน เพราะผมรึเปล่านะ หรือว่าเธอคิดสั้น ไม่น่าเป็นไปได้ทั้งสองอย่างหรือเป็นเพราะอย่างแรก  ผมถูกครีดมองอย่างไม่รู้ตัว

“บางที ยัยนั้นอาจเรียกร้องความสนใจจากนายก็ได้นะเทรน”

“ครีดลาโรงเรียนวันนี้แล้วเราจะไปหาภีมด้วยกัน”

“ชิ” ครีดจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาครูประจำห้องเรียน โกหกทุกอย่างแล้วก็วางสายไป “แล้วจะไปโรงพยาบาลที่ภีมอยู่ว่างั้น ?”

“ใช่ เป็นไปได้ก็ไปตอนนี้เลย”

“ครับๆ รับทราบครับ” ครีดเดินนำแล้วผมเดินตามหลัง เมื่อถึงโรงพยาบาลที่ภีมรักษาตัวอยู่เราสองคนก็เดินไปที่เคาท์เตอร์

“ขอโทษครับ” ผมทักพยาบาลที่นั่งเขียนข้อมูลอยู่ เธอเงยหน้าขึ้นมาพร้อมถามผมกลับอย่างรู้หน้าที่

“คะ.. มาเยี่ยมใครหรอคะ ? ^^

“ภีมอัตตา รัตติกันรัตติกาลครับ”

“ค่ะ ห้อง 231 ชั้น 4 ค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ผมหันหน้าไปมองครีด เราพยักหน้าพร้อมกันก่อนเดินไปหาภีม ระหว่างทางเราไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก พอเดินมาหยุดที่หน้าห้องของภีม ผมเคาะประตูก่อนที่จะเปิดเข้าไป ภีมอยู่ในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน เธอหันมายิ้มให้ผมและมองครีดก่อนสะบัดหน้าหนี

“พวกเรามาเยี่ยมน่ะภีม เจ็บมากรึเปล่า” ผมเดินมานั่งข้างๆเตียงภีม

“อืม.. ฉันดีใจที่ไอซ์มานะแต่ว่าถ้าไอซ์มาคนเดียวก็ดี” เธอยิ้มเศร้าๆให้ผม

“โห.. แปลว่าฉันเป็น กขค. หรอครับ คุณภีมอัตตา รัตติกันรัตติกาล”

“หืม.. รู้ตัวก็ดีแล้วนี่ ถ้ารู้ตัวแล้วก็ไปจากห้องนี้ซะ!” แลดูเธอหงุดหงิดดีจังเวลาอยู่กับครีด

“ขอโทษทีพอดีฉันหน้าด้านพอ:)” เอ่อ... ผมเพลีย

“เอ่อ... ทั้งสองคน ผมมีเรื่องอยากจะบอก”

“อะไรหรอไอซ์” << ภีม

“คือว่า ภีมเราเลิกกันเถอะ แล้วเราสามคนกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเมื่อก่อน” << ไอซ์

“...” << ภีม

“นายคิดดีแล้วใช่มั๊ยเทรน” << คราน์ครีด

“อืม ดีแล้ว” << ไอซ์เทรน

“ถ้าอย่างนั้น เรามาแข่งกันใหม่แล้วกันภีม” << คราวน์ครีด

“ก็ดีนี่ ยุติธรรมดี” << ภีม

“เทรนเตรียมตัวและหัวใจไว้ดีๆแล้วกันนะครับคนดี:)=__= ทำไมผมรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกินขึ้นจากคนๆนี้กันนะ

“ไอซ์จำไว้นะถ้าฉันหายเมื่อไหร่ฉันจะแย่งไอซ์มาจากคราวน์ให้ได้เลยดังนั้นก็เตรียมตัวและหัวใจเผื่อฉันด้วยนะ^^” เธอคนนี้ก็ไม่แพ้กันอันตรายจริงๆแล้วผมจะรอดมั๊ยเนี่ย

“หมายความว่า ?” <<ไอซ์เทรน

“ก็หมายความว่าฉันกับภีมจะเปิดศงครามชิงนายไงล่ะ:)<< คราวน์ครีด

“ไม่ต้องห่วงนะไอซ์ฉันจะแย่งนายมาจากคราวน์ให้ได้เลย” << ภีม

“ด.. เดี๋ยวๆไม่ต้องก็ได้มั้ง ?” << ไอซ์เทรน

“เรื่องนี้น่ะนะ...” << คราวน์ครีด

“ไอซ์ไม่มีสิทธิ์” << ภีม

“ไม่มีสิทธิ์ ?” ผมเอียงคอนิดๆพร้อมทำหน้าสงสัย ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์อะไรคำเดียวครับผมงงมาก

“ไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามยังไงล่ะ:)” แย่แล้ว แย่แน่ๆ ผมหนีตอนนี้ได้มั๊ย ? ยิ่งครีดทำหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์นั้นแล้วผมคงได้แค่มองดูการทะเลาะกันของพวกเขาสองคนแน่ๆ

“เฮ้อ... ชักเพลียแล้วสิ”

ทุกคนครับผมคิดว่าเรื่องวุ่นๆคงเกิดได้เรื่อยๆตราบใดที่ผมยังไม่เลือกใครคนหนึ่งแต่ผมเองก็ไม่อยากเสียทั้งสองคนไปเหมือนกัน   ดังนั้นผมควรปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจะดีกว่าสินะครับ ? ผมคิดดีแล้วใช่ไหมครับ ?

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สนุกมั๊ยอ่าาาา สนุกมั๊ยเอ่ยยยย T^T อันนี้คือ ไรต์แต่งให้เพื่อนเป็นนิยายสั้นอ่ะ คือ ไหนๆก็แต่งแล้ว เลยเอาลงเด็กดีเลยงี้ (เลวมากกก)

ยังไงก็เม้นๆหน่อยนะ ถ้าไรต์ใจดี จะแต่งเรื่องสั้น หรือ เรื่องยาว ตามใจรีดเดอร์เลยยย ><////

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ wizCitysecret จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. ไอซ์ ภีม ชื่อเพื่อนห้องเราเลยกำลังจิ้นด้วย5555
    #1
    0