(Yaoi:Atem x Yugi) The mission กาลเวลาคือเครื่องพิสูจน์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,335 Views

  • 186 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    309

    Overall
    11,335

ตอนที่ 18 : พิษไข้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 770
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    31 พ.ค. 60

...

...

ในคาบเรียนปกติของวันปกติที่ไม่วุ่นวายแต่สำหรับยูกิคงไม่ใช่ เมื่อเช้าตอนตื่นนอนก็ต้องพบกับอารมณ์แปรปรวนของอาเทมไม่พอ ยังจะมีปวดหัวกับโจวโนะอุจิตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนอีก ยูกิถอนหายใจไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันไม่สิของเช้านี้

จนถึงตอนนี้ยูกิเองก็ไม่เข้าใจอะไรในหลายๆความหมายแล้วยังฝันถึงเรื่องเดิมๆที่เกิดขึนกับตัวเขาแต่ดันจำมันไม่ได้ ถึงทุกคนจะพยายามไม่พูดถึงมันแต่เขาก็รู้ได้ว่าอาเทมต้องรู้อะไรสักอย่างแน่ๆ แต่กลับไม่บอกซะอย่างนั้น พูดถึงความฝันเมื่อคืนตอนจบของฝันมันได้เปลี่ยนไป จากปกติที่เขาต้องจมอยู่กับความมืดแต่ครั้งนี้กลับมีแสงอ่อนๆสาดส่องเข้ามา มันเป็นแสงทีอบอุ่นมากๆ

/ปวดหัวจัง.../

กริ๊ง!!!

ออดสัญญาณเลิกคาบเรียนดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ยูกิหลุดออกจากภวังค์แห่งความคิด

“เที่ยงแล้วๆ ทุกคนไปด่านฟ้ากันเถอะ”   เสียงอันร่าเริงของโจวโนะอุจิดังขึ้นหลังออดออกได้ไม่นาน

“นั่นสินะ หือ ยูกิเป็นอะไรหรือเปล่าหน้าดูซีดๆนะ”   อันซุที่นั่งข้างหน้าของยูกิที่หันมาหาก็เอ่ยทักด้วยความเป็นห่วง

“ผม.. ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ”   ยูกิเลือกที่จะบ่างเบี่ยงประเด็นออกไปแล้วชวนทุกคนไปทานอาหารกลางวันกันที่ด่านฟ้าของอาคาร และที่แปลกอย่างต่อมาคือ ไคบะผู้ที่ปกติต้องไปซื้อที่โรงอาหารกลับมานั่งทานด้วยนับเป็นภาพอันแปลกตาของบันดาเพื่อนๆเป็นอย่างมาก

ด่านฟ้าของอาคารของวันนี้กลับไม่มีคนขึ้นมาใช้บริการซึ่งแตกต่างจากวันปกติโดยสิ้นเชิง

“แปลกจังเลยนะวันนี้ คนน้อยจัง”   บาคุระเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยพลางสอดส่องสายตามองไปรอบๆ

“เหอะ คนจะเยอะจะน้อยก็ไม่เห็นเกี่ยวกันตรงไหน”   ไคบะผู้ที่เงียบมาตลอดการเดินทางมาด่านฟ้าพึ่งจะมาเอ่ยปากพูดไม่สิเอ่ยปากแขวะมากกว่า

“ถ้านายไม่รู้เรื่องก็ควรเงียบไปนะไคบะ”   โจวโนะอุจิพูดแทรกลอยๆให้ไปกระแทกไคบะเต็มๆอย่างตั้งใจ(?)

“มันก็เป็นอย่างที่ไคบะพูดนะ เอาล่ะมาทานข้าวกันเถอะ”   อันซุตัดบทให้จบลงถ้าหากยังยืนสงสัยอย่างนี้ต่อไปคงไม่ได้ทานข้าวกันพอดี

มื้อเที่ยงก็จบลงไปอย่างยากลำบากสำหรับยูกิ ไม่ใช่ว่าสงสัยเรื่องคนหรอกแต่พอเห็นข้าวที่คุณแม่ทำให้ก็รู้สึกไม่อยากจะทานเอาดื้อๆ แต่ก็จำเป็นที่ต้องทานลงไปถึงจะไม่กี่คำก็ตาม

อาเทมมองยูกิมาตลอดตั้งแต่ออกบ้าน เขายอมรับว่าเมื่อเช้ามันมีอะไรๆตีกันไปหมดอารมณ์ก็เลยไม่คงที่เท่าไหร่ พอเริ่มคาบเรียนในยามเช้ายูกิก็เริ่มเหม่อลอยแถมยังหน้าซีดๆดูไม่น่าไว้ใจให้ไปนั่งเรียนต่อในภาคบ่ายแน่ๆ อาเทมตัดสินใจหยุดเดินและ

“พวกนายไปก่อนเลยฉันขอพายูกิไปห้องพยาบาลก่อน”  แล้วจับมือของยูกิและเดินไปห้องพยาบาลทันทีโดยไม่ตอบคำถามของเพื่อนๆเลย เรียกว่าไม่ได้เข้าหูเลยจะดีกว่า อาเทมเดินมาเรื่อยๆจนถึงหน้าห้องพยาบาลและก็ยังไม่ปล่อยมือที่จับด้วย

ครืน..!

“ขออนุญาตครับ”   อาเทมเปิดประตูห้องพยาบาลเข้าไปพร้อมขออนุญาตแล้วก็พาร่างที่กำลังจับมือไปที่เตียง ต่อให้ครูประจำห้องจะอยู่หรือไม่อยู่เขาก็ไม่ได้สนใจ

“จะ-จะดีหรอเรายังไม่ได้เซ็นชื่อขอใช้เตียงนะ”   ยูกิใช้แรงที่มีอันน้อยนิดขื่นอาเทมไม่ให้ลากตัวเองไปที่เตียงนอน

“นายต้องนอน ดูสิไข้ขึ้นอีกแล้ว”   อาเทมพูดพลางเอาหลังมือขึ้นทาบที่หน้าผาก แก้ม คอ สีหน้าของอาเทมแสดงออกมาว่าเป็นห่วงและยังบังคับกลายๆว่าต้องนอนที่นี่เท่านั้น อาเทมพาร่างเล็กๆของยูกิขึ้นเตียงเนียนๆ

“ม- ไม่เป็นไรหรอก”   ยูกิพยายามลุกออกจากเตียงหลังโดนอาเทมดันตัวให้นอนลงกับเตียงขาว

“หรือนายจะกลับไปนอนที่บ้าน?”   อาเทมจ้องยูกิด้วยสายตาแกมบังคับว่าให้เลือกมาหนึ่งที่ ยูกิหน่ะแพ้สายตาจริงจังของอาเทมที่สุด เพราะเวลาโดนจ้องด้วยสายตาแบบนั้นทีไรต้องทำตามที่อาเทมบอกทุกที

“นอน... ที่นี่”   ยูกิตอบเบาๆก่อนจะค่อยๆเอนกายนอนลง ดวงตาค่อยๆปรือตาปิดลงเพราะพิษไข้

“ฉันจะอยู่ข้างๆนายเอง จนกว่านายจะหลับ”   อาเทมกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ  ในไม่ช้าไม่นานลมหายใจเข้าออกสั้นยามสม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่ก็ทำให้อาเทมรู้ว่าคู่หูของเขาได้จมดิ่งลงไปในห้วงนิทราไปแล้ว

อาเทมลอบมองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงก่อนจะพรูลสมหายใจออกมาช้าๆ แล้วตั้งสมาธิไปยังตัวต่อพันปีที่ห้อยอยู่บนคอ แสงสีทองปรากฏออกมารอบๆตัวผู้ใช้

//ไอซิส ได้ยินไหม?//

...

ยูกิฟื้นขึ้นมาอีกทีก็ตอนหลังเลิกเรียนแล้ว ร่างบางพยายามพยุงตัวเองขึ้นมานั่งแล้วค่อยๆลุกขึ้นหมายที่จะยืน

“หวา!”   ยูกิที่จู่ๆก็หน้ามืดขึ้นมากะทันหันก็ล้มตัวลงไปข้างหน้าแต่ก็มีคนมารับไว้ได้ก่อนที่หน้าจะโขกสับเข้ากับขอบเตียงข้างๆ

“ระวังหน่อยสิคู่หู ถ้าฉันมาไม่ทันมันนายคงไปนอนต่อที่โรงพยาบาลนะ”   อาเทมที่พยุงยูกิด้วยแขนข้างเดียวเพราะอีกข้างกำลังถือกระเป๋าให้คนป่วยอยู่

“ขอบใจนะตัวฉันอีกคนหนึ่ง”   อาเทมค่อยๆดันยูกิให้ไปนั่งกับเตียงเดิมที่เคยนอน จากนั้นอาเทมก็ใช้หลังมือทาบตามหน้าผาก คอ แก้ม

“อืม ลดลงเยอะเลย”   อาเทมพูดแล้วยิ้มอ่อนโยนออกมา พลางเช็คร่างกายของคนตรงหน้าอีกรอบ

“กลับกัน- เลยไหม?”   ยูกิถามขึ้น

“อา”   อาเทมตอบแล้วส่งกระเป๋าให้ พอยูกิจะรับก็ดึงกลับไป   “คนป่วยถือของหนักๆไม่ได้หรอก”   แล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ยูกิที่นั่งงงๆอยู่บนเตียงก่อนจะโวยวายยกใหญ่

“แค่เป็นไข้ไม่ได้แขนหักซะหน่อย!



To be continue...

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ไรท์กลับมาแล้วค่ะะะะ หลังจากหายไปนานเลย ต่อไปนี้ไรท์จะลงวันละตอนดีไหมคะ? 555555 หรือสองวันต่อหนึ่่งตอนดี? เอาละค่ะ มาค่ะ มาโหวตกันนนน

กด 1 ลงวันละหนึ่งตอน

กด 2 สองวันต่อหนึ่งตอน

กด 3 อื่นๆ เสนอได้ค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #126 miyao0123 (@miyao0123) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:22
    มุขรึป่าวไม่รู้แต่ขำดี เป็นไข้ไม่ใช่แขนหัก 55555
    #126
    0
  2. #35 miko (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 22:53
    แบบที่2 ค่ะ ไรท์จะได้พักผ่อนบ้าง ไม่จำเป็นต้องรีบแต่งหรอกค่ะ รออยู่เสมอด้วยรัก//อาเทมกับยูกิน่ารักที่สุด^o^
    #35
    0
  3. #34 pasation (@pasation) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 20:11
    แบบไหนก็ได้ ขอแค่ลงจนจบก็พอ อือิ
    #34
    0
  4. #33 Narukin (@Tonarii) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 07:04
    2 เดี่ยวสมองตันเร็ว
    #33
    0