(Yaoi:Atem x Yugi) The mission กาลเวลาคือเครื่องพิสูจน์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,337 Views

  • 186 Comments

  • 402 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    311

    Overall
    11,337

ตอนที่ 22 : เวลาอันน้อยนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    7 มิ.ย. 60

...

...

กาลเวลาได้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืนและกลางคืนเป็นกลางวัน เปลี่ยนจากแสงของสุริยะเทพราให้เป็นของแสงของจันทราเทพ สายลมของเทพีเตฟนุตได้พัดพาสิ่งมีชิวิตให้ก้าวเดินต่อไปไม่ได้หยุดหย่อน แต่แล้วมันก็กลับตาลปัดเพียงเพราะเทพเพียงพระองค์เดียว

...

การสนทนาของเพื่อนในห้องที่ส่งเสียงดังและการคุยโวที่ออกรสนั้นมันไม่ได้ทำให้ใครบางคนออกจากความคิดเลย แม้แต่เสียงของครูผู้สอนที่เข้าห้องมาแล้วทำให้นักเรียนต้องกลับที่ด้วยความจำยอมและเริ่มเรียนกันอย่างเงียบๆ

เสียงขีดเขียนช็อกกับกระดานดำบวกกับเสียงของครูที่กำลังอธิบายกลายเป็นเพียงเสียงแว่วจากที่ไกลๆเท่านั้น อาเทมที่ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเรียนเท่าไหร่นักกำลังเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าที่ครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดพลางคิดในใจ

/เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ตัวเรารู้ดีต้องใช้เวลาที่เหลือนี้ให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้/

อาเทมหันกลับมามองแผ่นหลังบางของคนตรงหน้าที่กำลังก้มๆเงยๆแล้วก็จดที่ครูเขียนบนกระกระดานดำแทบจะทั้งหมด อาเทมก็ยังคิดต่อไปว่าจะบอกกับคนตรงหน้านี้ยังไงดีเพราะครั้งนี้มันแตกต่างจากคราวที่ผ่านมาไม่มากก็น้อย หรือบางทีอาจจะไม่ได้แตกต่างกันเลย

กริ๊ง!!!

เพราะตัวเองเหม่อตลอดการเรียนจึงทำให้รู้สึกว่าเวลานั้นช่างผ่านไปไวยิ่งนัก พอรู้สึกตัวอีกทีก็จบการเรียนการสอนในภาคบ่ายแล้วเนี่ยสิ

“กลับบ้านกัน”

“ป่ะ กลับกันเถอะเนอะ”

“ไปไหนดีวันนี้?”

“ไปเล่นเกมกันพวกเรา!”   และอีกมากมายหลายคำถามที่เพื่อนในห้องต่างเอ่ยถามกันทันทีหลังจากที่ครูได้ออกจากห้องไป เสียงดังเจื้อยแจ้วและดังลากเก้าอี้เก็บเข้าที่บ้างเสียงเปิดปิดประตูบ้างดังคละกันจนหนวกหูไปหมดและที่แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้เข้าโสตประสาทของอาเทมเลยแม้แต่น้อย

“ในที่สุดก็เลิกเรียนสักที!”   โจวโนะอุจิที่พึ่งตื่นจากการหลับยาวมาร่วมสองคาบก็ได้ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจแบบสุดตัวเพื่อคลายเส้นจากการนอนทับร่วมสองชั่วโมง

“เหอะ อย่าลืมล่ะวันนี้ว่าต้องไปไหน”   ไคบะพูดขึ้นหลังโจวโนะอุจิได้ยืดเส้นยืดสายเสร็จแล้ว

“เออๆ ไม่ลืมหรอกน่า พูดย้ำเป็นคนแก่ไปได้”   ถึงประโยคข้างหลังคนผมทองจะพูดเบาๆก็ตามที แต่คนตาฟ้าก็ได้ยินชัดทุกถ้อยคำไม่มีตกหล่น

“เหอะ เป็นคนหมาขี้แพ้ยังจะกล้าด่าคนอื่นว่าแก่อีกเรอะ”

“หนอย..! คอยดูเถอะฉันจะชนะแกให้ได้!   โจวโนะอุจิตะโกนขึ้นอย่างหมดความอดทน

“อย่ามัวแต่โอ้เอ้ รีบเก็บของแล้วตามมา”   และไคบะผู้ที่ไม่เคยฟังอะไรใครเลยก็พูดต่อทันที

“สั่งนู่นสั่งนี่อยู่ได้ เป็นเจ้าของชีวิตฉันหรือไง”   โจวโนะอุจิบ่นอุบอิบแล้วเก็บของเข้ากระเป๋าของตัวเองช้าๆเหมือนยื้อเวลาให้ตัวเองไม่ไปเจอกับนรกอะไรสักอย่างที่ไคบะคอปเปอร์เรชั่น

“หุบปากแล้วตามมา”   และเจ้าของนัยน์ตาฟ้าก็เดินผินตัวออกจากห้องไปด้วยความว่องไวและขาที่ยาวเพียงไม่กี่ก้าวก็สามารถเดินพ้นอณาเขตห้องเรียนได้แล้ว ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของบรรดาเพื่อนสนิททั้งหลายที่จ้องโจวโนะอุจิอย่างขาดคั้นคำตอบ

“เอ่อ.. ฉันไม่รู้เรื่องนะ ไปล่ะ!”   และก็วิ่งตัวปลิวออกห้องไปเหลือไว้เพียงความเงียบของเพื่อนๆ

“...”

“สองคนนั้นสนิทกันจังเลยนะ”   อาเทมที่มองดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบก็เอ่ยเปิดประโยคสนทนบ้าง

“ก็เหมือนนายสองคนนั้นแหละ”   ฮอนดะตอบพลางยัดของลงกระเป๋า   “งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะมีงานน่ะ”   และฮอนดะก็จากไปพร้อมข้ออ้างเหมือนอย่างทุกที

“งั้นฉันเองก็จะกลับเหมือนกันต้องไปซื้อของด้วย”   บาคุระสวนขึ้นหลังฮอนดะออกห้องไปไม่นาน

“อ๊ะ ถ้าอย่างนั้นฉันไปกับบาคุระคุงด้วยนะมีของที่จะต้องซื้อเหมือนกัน”   และอันซุก็กับบาคุระก็โบกมือลาทั้งสองที่ประตูหน้าห้อง และก็พูดคุยเรื่องสถานที่ที่จะไปหาของที่ต้องซื้อกัน

“...”

“...”

“เราเองก็กลับกันเถอะ”   ยูกิชวนกลับบ้านบ้าง

“นั่นสินะ”   อาเทมก็ตอบกลับอย่างเคยชินแต่ยูกิกลับถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงเพราะสีหน้าของอีกคนมันบ่งบอกว่ามีเรื่องอะไรแน่ๆ

“ตัวฉันอีกคนหนึ่งนายเป็นอะไรรึเปล่า?”   ริมฝีปากบางขยับเอ่ยถามขึ้นลงช้าๆ

“อา ไม่เชิงว่าเป็นอะไรหรอกนะ”

“...”

“ฉันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วคู่หู”

“เอ๊ะ?”

“ฉันต้องกลับไปยังทีที่ฉันจากมา”   สองดวงตาอเมทิสจ้องมองกันท่ามกลางแสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่บ่งบอกเวลาว่าจะเปลี่ยนไปยังแสงจันทร์ สายลมอ่อนๆพัดลอดผ่านหน้าต่างมาเส้นผมของทั้งสองปลิวไสวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มนวลลงมาจนคางเล็กและหยดลงพื้นไป และสองแขนแกร่งที่เอื้อมมากอดเพื่อปลอบโยนคนที่กำลังร้องไห้โดยมีเพียงโต๊ะเรียนที่ขว้างกั้น

“...”

“กลับบ้านกันเถอะคู่หู”   เสียงทุ้มอ่อนโยนกระซิบที่ข้างหูและกดจูบที่ขมับหนึ่งทีแล้วพาร่างบางค่อยๆออกจากห้องเรียนไป




To be continue...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ไรต์กลับมาแล้วค่าาาา เมื่อวานไรต์อภัยที่ไม่ได้ลงไว้ให้นะคะ เนื่องจากปัญหาทางร่างกายของไรต์นิดหน่อย(ส์) แต่ตอนนี้อาการไม่มีอะไรที่น่าห่วงแล้วค่ะ แม่ไรต์บอกว่าพักผ่อนไม่เพียงพอเลยทำให้ร่างกายอ่อนแรง หลังจากพักมา1วันเต็มๆไรต์รู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะ

ปล.หากว่าใครสนใจจะรีเควสอะไร สามารถเม้นต์ไว้ได้เลยนะคะแล้วไรต์จะเก็บไปคิด

สำหรับคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่าาาา ฝันดีนะคะทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

0 ความคิดเห็น