[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,299 Views

  • 359 Comments

  • 1,106 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    82

    Overall
    19,299

ตอนที่ 13 : [Re-Write] "ไง... เลสธีราห์"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

เรือใหญ่แห่งเธสซาลีย์นำพาทูตชาวเอลฟ์เดินทางกลับมายังแผ่นดินตะวันตกอีกครั้ง ความใหญ่โตโอ่อ่าของมันยังคงทำให้เซนทอร์แห่งแอสทารอธตกตะลึงได้แม้ว่าจะเป็นเรือลำเดียวกันกับเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เลสธีราห์ในวัยเก้าขวบรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าขนาดของลำเรือ นั่นคือบุคคลซึ่งเป็นผู้นำของคณะเดินทางนี้

ธีโอเดร บลังค์... เอกอัครราชทูตแห่งเธสซาลีย์ บิดาของเขานั่นเอง

เด็กชายเกิดมาในร่างที่แตกต่างจากเซนทอร์ อีกทั้งสีผิว ผมและดวงตาก็แตกต่างจากมารดาโดยสิ้นเชิง ดังนั้นนี่จึงอาจเป็นวันที่เลสธราห์รอคอย เพื่อจะได้พบกับบุคคลที่มีความคล้ายคลึงเขาบ้าง และอย่างน้อยท่านทูตธีโอเดรก็คงจะไม่มีสี่ขาหรือมีเท้าเป็นกีบ

แต่ความคิดแรกเมื่อได้เห็นหน้าบิดา เลสธีราห์ก็เกิดความรู้สึกกลัว

ด้วยร่างกายสูงใหญ่และใบหน้าที่ดุดัน อีกทั้งยังไร้ซึ่งรอยยิ้มใดๆปรากฎแม้ว่าฝ่ายนั้นจะย่อตัวลงนั่งบนเข่าตรงหน้าเขาเพื่อมองหน้าลูกให้ชัดๆเป็นครั้งแรกในชีวิตก็ตาม "ดวงตาของเขาเหมือนเจ้า... ลีอาห์" น้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่าทุ้มต่ำยิ่งทำให้เด็กชายรู้สึกเกร็ง และมือที่ใหญ่จนสามารถยกตัวเขาขึ้นได้ด้วยแขนข้างเดียวก็วางลงลูบบนผมสีอ่อนช้าๆด้วยความเอ็นดู "แม้ว่านัยน์ตาจะเหมือนข้า..." ทูตแห่งใหญ่แอสทารอธยืนอยู่เคียงข้างบุตรชาย นางทอดยิ้มละมุนและพยายามขยับออกห่างคนทั้งคู่เพื่อให้พวกเขาสามารถใกล้ชิดกันได้มากขึ้น

แต่เลสธีราห์ก็ขยับตัวไปกอดมารดาเอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว

เมื่ออยู่ต่อหน้าสามี ท่านหญิงลีอาห์จะละทิ้งร่างของเซนทอร์ ดังนั้นในตอนนี้พวกเขาจึงดูไม่ต่างจากครอบครัวธรรมดา เว้นเสียแต่ว่าผู้เป็นชาวเอลฟ์จะดูสูงมากไปเสียหน่อย "ระวังชนขอบประตูนะ" ท่านหญิงกล่าวเตือนเสียงเรียบ เมื่อเห็นว่าสามีของตนกำลังจะผละออกไปเพื่อหยิบของขวัญที่เตรียมมาจากแดนไกลให้บุตรชาย

"โอ้ย...!"

เซนทอร์ขำพรืดออกมาแล้วจึงยิ้ม "ท่านก็ไม่ได้สูงไปกว่าข้าในร่างเซนทอร์มากมาย เหตุใดจึงมีปัญหากับขอบประตูนักหนอ" หากเทียบในหมู่เซนทอร์แล้ว ท่านหญิงลีอาห์นับได้ว่าเป็นสตรีร่างเล็ก ดังนั้นท่านทูตธีโอเดรที่สูงกว่านางไม่มากจึงไม่น่ามีปัญหากับการเดินชนประตูเลย

"เช่นนั้นแล้ว เหตุใดเหนือหัวดาเรียสที่สูงกว่าข้าจึงไม่มีปัญหาเล่า"

ลีอาห์นิ่งไปครู่หนึ่ง และธีโอเดรก็ให้เวลานางคิดคำตอบในขณะที่ตนออกไปหยิบกล่องไม้สีเข้มขนาดใหญ่กลับมา "คงเป็นเพราะที่พักของเหนือหัวดาเรียสไม่ใช่ห้องหับแบบนี้กระมัง แต่เป็นห้องกว้างที่มีเพดานสูง อีกทั้งยังไม่มีประตูอีกด้วย" ทูตเอลฟ์หัวเราะร่วนก่อนจะนั่งลงข้างบุตรชายที่ยังเกาะอยู่ข้างมารดา

"อย่างนั้นคงเป็นปัญหาที่ห้องเจ้า หาใช่ความสูงของข้า..."

"เช่นนั้นท่านก็ทุบสร้างให้ข้าใหม่เสียสิ" เซนทอร์หญิงยิ้มเย้า

บิดาที่ดูจะเห่อลูกชายดูจะไม่มีเวลาคุยเล่นกับภรรยาสักเท่าไหร่ ชายหนุ่มเปิดกล่องไม้ และผายมือให้เด็กน้อยชื่นชมสิ่งที่เขานำมามอบให้ "แอควาเรียร์... ธนูแหวกสมุทร" คนที่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงไม่ใช่เด็กน้อย แต่กลับเป็นท่านหญิงลีอาห์ ด้วยรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายนำมามอบให้นั้นมีมูลค่าสูงเกินกว่าจะเป็นของขวัญให้เด็กที่ตัวเล็กเพียงเท่านี้ "ข้าคงไม่ได้กลับมาหาเจ้าที่มหาทวีปบ่อยนัก... ดังนั้น มูลค่าของสิ่งนี้อาจชดเชยให้เจ้าได้บ้าง เลสธีราห์" เด็กชายลูบมือไปบนคันธนูไม้ที่แกะสลักอย่างปราณีตงดงาม แล้วจึงแหงนหน้าขึ้นมองมารดาราวกับกำลังถามว่า เขาสามารถรับของชิ้นนี้เอาไว้ได้หรือไม่

เซนทอร์หญิงสังเกตเห็นคำว่า 'เลสธีราห์ บลังค์' อยู่บนคันศร...

อังนั้นมันคงเปล่าประโยชน์ที่จะเอ่ยห้าม ในเมื่อของชิ้นนี้ตกเป็นของบุตรชายแล้ว

"แต่ตอนนี้เจ้ายังเด็กเกินไปที่จะใช้พลังของแอควาเรียร์ แต่หากเจ้ามีความหมั่นเพียร ฝึกฝนตนเองทั้งร่างกายและจิตใจอยู่เสมอ พลังของแอควาเรียร์จะทำให้เจ้าเติบโตเป็นนักรบที่มีความสามารถเหนือผู้ใด" ธีโอเดรยิ้ม "และจงใช้ความสามารถนั้นเพื่อทำประโยชน์ให้กับบ้านเกิดของเจ้า อาณาจักรแอสทารอธแห่งนี้" เมื่อมารดาพยักหน้า เด็กชายก็หันกลับไปมองบิดาด้วยดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่สดใสก่อนจะยิ้มด้วยความยินดี

"ขอบคุณครับ"

 



ความสามารถที่เกิดจากการฝึกฝนพลังเพื่อให้สามารถควบคุมธนูแอควาเรียร์ได้ คือศาสตร์ของการฟังเสียง ซึ่งมันไม่ได้ทำให้เลสธีราห์มีความสามารถในการใต้ยินเสียงต่างๆใต้ทะเลเพียงอย่างเดียว แต่มันส่งผลถึงชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นคนหูไว และนอนหลับไม่ค่อยสนิทสักเท่าไหร่ อันเนื่องมาจากเสียงรบกวนของสิ่งแวดล้อมรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ...เสียงหัวใจของคนข้างๆ

"...!.." เซนทอร์หนุ่มสะดุ้งเมื่อรู้สึกตัว และได้ยินเสียงเต้นอย่างเป็นจังหวะของหัวใจใครบางคนที่ไม่ใช่ตัวเอง และเมื่อลืมตาขึ้น เขาก็พบว่าทั้งตนและแม่ทัพแห่งอาเดรียผล็อยหลับไปในท่าเดิมหลังจากนั่งสนทนากันจนดึกดื่นเมื่อคืนที่ผ่านมา

ไม่รู้จักเข็ดหนอ... เลสธีราห์

เซนทอร์หนุ่มมุ่นคิ้วใส่ตัวเองแล้วค่อยๆลุกขึ้นจากเบาะนุ่มเพื่อไม่ให้คนข้างตัวสะดุ้งตกใจ เพราะในตอนนี้ยังเช้าเกินกว่าจะตื่น และเอเดรียนเองก็คงเหนื่อยจากภารกิจที่ผ่านมามากพอตัว เลสธีราห์จึงคิดว่าเขาควรจะลงไปร่วมโต๊ะอาหารเช้าอย่างเงียบๆและทำเสมือนตนไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์นี้จะดีกว่า

เว้นเสียแต่...

"เอเดรียน! เช้าแล้ว!!" นั่นเป็นเสียงของโจฮาล ที่ดังขึ้นพร้อมกับกำปั้นหนักๆทุบลงบนบานประตูไม้ และเดาได้ว่าเป็นมือข้างซ้ายของชายร่างยักษ์เนื่องจากมีเสียงแหวนกระแทกปะปนอยู่ด้วย "อูย..." และมันคงจะทำให้เจ้าตัวเจ็บอยู่ไม่น้อย จึงได้สบถออกมาเบาๆราวพูดกับหนวดเคราของตัวเอง

และแน่นอนว่าเสียงเอ็ดตะโรนั้นดังพอจะทำให้เอเดรียนสะดุ้งตื่น "อืม ข้าตื่นแล้ว..."

เลสธีราห์มองออกไปนอกหน้าต่างเล็กน้อย และพบว่าดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ มีเพียงแสงสลัวยามเช้าทำส่องเข้ามาในห้อง "มีอะไร... เหตุใจต้องรีบตื่น" เซนทอร์หนุ่มมุ่นคิ้ว และด้วยความที่กลัวโจฮาลจะทุบประตูอีกครั้งซึ่งอาจปลุกคนทั้งคฤหาสน์ได้ เขาจึงเดินไปเปิดห้องต้อนรับอีกฝ่ายด้วยตนเอง

"อ้าว เจ้าเองก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ" ร่างสูงเลิกคิ้วดกหนาขึ้น "ดีแล้ว เจ้าควรรีบไปเตรียมตัว..."

"เตรียมตัวอะไรรึ"

"อา... ข้าลืมบอกเจ้าไป" เอเดรียนเดินมาที่ประตูขณะที่กำลังปลดกระดุมเสื้อของตน "มีคำสั่งให้คณะพรานออกล่าสัตว์เพื่อนำกลับมาแจกจ่ายให้ประชาชนที่เริ่มขาดแคลนเสบียงอาหารจากคำสั่งปิดท่าเรือ ดังนั้นเมื่อพวกเราไม่ค้าขายกับธีสธรัล ไอย์ชวลที่เป็นพันธมิตรของธีสธรัลซึ่งเคยขายเนื้อให้เราก็พลอยไม่ส่งของไปด้วย" แม่ทัพใหญ่ถอนใจ "กระทบกันไปหมด"

นี่ล่ะผลของการทำอะไรไม่คิกนัก...

เลสธีราห์บ่นด่าอยู่ในใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการกระทำนี้เป็นผลดีต่อแอสทารอธไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงควรเดินตามเกมการเมืองนี้ต่อไป "ยังไม่รีบไปเตรียมตัวอีกล่ะ! เราต้องไปถึงชายแดนในตอนสายนะ นี่พระอาทิตย์จะขึ้นแล้วยังไม่ออกเดินทางอีก!"

"เราจะไปที่ไหนนะ!" เซนทอรืหนุ่มอ้าปากค้าง

"ทุ่งอีแลนด์... ดินแดนรอยต่อของเมืองเลาน์เรนกับเมืองมารินาของแอสทารอธ"




ท่านชายซินญอร์เดินทางมายังท่าเรือทิศใต้ที่ค่อนข้างเงียบเหงา เพียงเพื่อมาตามหาบุคคลหนึ่งที่ได้ชื่อว่าไม่ค่อยปรากฎตัวให้ใครได้พบเจอโดยง่าย ผู้นำอาณาจักรปิดบังใบหน้าด้วยผ้าปิดปาก และผ้าคลุมหลัง เขาเดินผ่านตลาดค้าอาวุธที่เงียบสงัด และมุ่งตรงไปยังเขตที่พักอาศัยซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคฤหาสน์หลังมหึมา

"พี่ชาย... ที่ทางแถวนี้ไม่เหมาะให้ใครมาเดินเล่น" ชายฉกรรจ์ร่างสูงตวัดคมดาบของตนแตะที่คอของผู้มาเยือนซึ่งทำให้เขาหยุดชะงักและถอยเท้าออกมาด้วยความระมัดระวัง "ข้ามีหน้าที่ต้องเฝ้าระวังคนแปลกหน้าแถวนี้ เห็นว่าหมู่นี้มีขโมยชุกชุมเหลือเกิน" คนตรงหน้ามีผมสีดำยาวประบ่า ดวงตาข้างหนึ่งถูกปิดเอาไว้ผ้าดำชิ้นเล็ก และโพกศรีษะด้วยผ้าสีแดงที่มีลวดลาย แม้ว่าจะมองผ่านผิวเผิน ท่านชายกรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นโจรสลัด

"ข้ามาเพื่อพบผู้นำตระกูลฟลินทรัสต์"

ท่านชายซินญอร์ดึงเหรียญทองอันมีตราสัญลักษณ์ของอาเดรียออกมาและชูขึ้นให้คู่สนทนาเห็นชัดถนัดตาอีกฝ่ายหรี่ตาเล็กพิจารณาเหรียญตรงหน้าแล้วจึงลดดาบลง "ผู้นำตระกูลฟลินทรัสต์ไม่เคยพบใคร" เขาเก็บดาบลงฝักแล้วจึงถอยห่างออกจากผู้มาเยือน "พี่ชายควรกลับไปเสียจะดีกว่า"

"ข้ามีข้อเสนอที่เขาจะต้องสนใจ..."

อีกฝ่ายเลิกคิ้วเล็กย้อยก่อนจะเหยียดยิ้ม "หากไม่ใช่เงินทอง เขาก็คงจะไม่สน"

"ข้าไม่ได้เสนอเงินทอง" เจ้าเมืองไม่ย้อท้อ และพยายามข่มตัวเองไม่ให้ใจฝ่อเมื่อเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเย้ยหยันของอีกฝ่าย "ข้าจะให้เขาได้พบบุคคลที่เขาต้องการตัวที่สุดในมหาทวีปกอนด์วานาแห่งนี้ แลกกับกองเรือโจรสลัด" เขาเหลือบตาขึ้นมองสบกับอีกฝ่าย "พาข้าไปพบเขาเดี๋ยวนี้"

"พี่ชายคิดว่าวางอำนาจกับโจรสลัดได้หรือ" อีกฝ่ายยังคงยิ้มหยัน "...ใครกันที่มีค่าเท่านั้น"

"เอเดรียน..."

คู่สนทนาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงยอมถอยเท้า และเดินนำอีกฝ่ายไปยังเขตแดนของคฤหาสน์ฟลินทรัสต์ ตระกูลค้าอาวุธที่เก่าแก่ที่สุดแห่งอาเดรีย "ขุนนางระดับไหนกันที่โง่จะแลกชีวิตแม่ทัพกับกองเรือโจรสลัด" อีกฝ่ายหัวเราะร่วนในลำคอ "เกือบสามสิบปี... เอเดรียน"

เมื่อเข้ามาในเขตคฤหาสน์คนตรงหน้าก็ดึงผ้าโพกหัวออกก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ผู้มาเยือน

"เอเรส ฟลินทรัสต์ ผู้นำโจรสลัดแห่งทะเลเทเทส... ยินดีต้อนรับท่านชายซินญอร์"




โจฮาลยังคงเป็นผู้นำทางของคณะ แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้พวกเขาจะมากับกลุ่มพรานที่มีความชำนาญพิเศษในการเดินป่าก็ตาม ทั้งคณะเดินทางขึ้นเหนืออีกครั้ง ข้ามแม่น้ำไอเรนาและล่วงเข้าไปในชายแดนของอาณาจักรแอสทารอธ เพื่อจะเดินทางไปยังทุ่งอีแลนด์ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และเต็มไปด้วยฝูงสัตว์

"ทุ่งอีแลนด์เรียกได้ว่าอยู่ระหว่างเส้นทางที่เซนทอร์ใช้ข้ามจากเมืองเลาน์เรนไปยังเมืองมารินา จึงนับได้ว่ามันเป็นอาณาเขตของแอสทารอธ ทางที่ดีก็ควรจะยุติการล่าสัตว์ก่อนพระอาทิตย์ตกดินดีกว่า"

เอเดรียนวางแผน เขาถือแผนที่แสดงอาณาเขตคร่าวๆไว้ในมือ และแนะนำให้พวกพรานดูด้วยเพื่อทำความเข้าใจ "ข้าไม่รู้ว่าฝูงสัตว์ใด อาศัยอยู่ที่ใดบ้าง นั่นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเจ้า เราอาจจะต้องออกล่าสัตว์อย่างนี้ไปอีกหลายวัน ถ้าสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่ดีขึ้น ไอย์ชวลก็คงจะไม่ขายเนื้อสัตว์ให้เราอยู่ดี"

เหล่านายพรานพยักหน้ารับรู้และเริ่มคิดว่าควรจะวางแผนการล่าสัตว์อย่างไร เพราะทุ่งอีแลนด์ที่กว้างใหญ่นี้มีสัตว์อยู่มากมายหลายชนิดเหลือเกิน แต่ละพวกก็ออกหากินไม่พร้อมกันเสียด้วย "ตอนเช้าพวกกวางเอลก์จะมาดื่มน้ำที่แม่น้ำธีนา เราสามารถข้ามแม่น้ำไปล่าสักหกเจ็ดตัว" พรานหนึ่งเสนอ "ส่วนพวกอีแลนด์จะเลาะเล็มหญ้าที่ชายป่า หากต้องการจะจับพวกมัน เราจะต้องต้อนพวกมันให้ห่างป่า สัตว์พวกนี้หากกระโจนเข้าพงไม้แล้วก็คงจะหากันไม่เจอ"

เอเเรียนพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปหาจาเร็ตต์ "เจ้าว่าอย่างไร"

"ข้าได้สังเกตพฤติกรรมของพวกครึ่งม้าแล้ว พวกเขานิยมล่าสัตว์ในตอนบ่ายที่พวกสัตว์เริ่มพักผ่อนตามชายป่า และออกล่าอย่างเป็นทางการเดือนละสองครั้ง ซึ่งเมื่อวานนี้ก็เป็นครั้งสุดท้ายของเดือนนี้ ดังนั้นจึงมีความเป็นได้สูงว่าพวกเขาจะไม่เข้ามาในทุ่งอีแลนด์วันนี้"

คนสนิทมุ่นคิ้วเล็กน้อย "แต่การไปต้อนพวกอีแลนด์ถึงชายป่าเกรงว่าใกล้เมืองมารินามากไปหน่อย"

"เช่นนั้นเราก็ควรจะล่าอีแลนด์ในตอนที่พวกมันมาดื่มน้ำ น่าจะปลอดภัยกว่า"

เมื่อพวกพรานป่าตกลงกันได้แล้ว พวกเขาจึงเริ่มแบ่งกลุ่มกันตามอาวุธที่ถนัด และแลกเปลี่ยนพูดคุยเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์แต่ละชนิดซึ่งจะทำให้การล่าง่ายขึ้น โจฮาลดึงม้าเข้ามาใกล้เอเดรียนในจังหวะที่เลสธีราห์ชะโงกหน้าไปฟังการสนทนาของกลุ่มพรานด้วยความอยากรู้ "ทำไมเลสธีราห์ถึงไปอยู่ในห้องเจ้าได้" เอเดรียนที่โจฮาลรู้จักไม่ค่อยให้ความสนิทสนมกับใครมากนัก เขาดูจะปิดตัวเอง และเข้าหายากแม้ว่าจะมีท่าทางอ่อนโยนยิ้มง่ายใจดีกับทุกคนก็ตาม จริงแล้วเลสธีราห์อาจเป็นคนแรกที่ได้เข้ามานอนในห้องของแม่ทัพใหญ่

"ก็คุยเพลินน่ะ ทีแรกเจ้านั่นมีเรื่องจะปรึกษาข้า"

โจฮาลไหวไหล่ทีหนึ่ง "น่าแปลกที่เจ้ายอมให้เข้าห้องด้วย ปกติเห็นระวังระแวงจะเป็นจะตาย" ถึงลักษณะการแสดงออกของเลสธีราห์จะไม่น่าสงสัยเลยก็ตาม แต่ประวัติและภูมิหลังของอีกฝ่ายก็ยังดูไม่น่าไว้ใจสำหรับคนระดับเอเดรียนอยู่ดี "เจ้าไม่ระแวงเด็กนี่จริงรึ" ชายหนุ่มกระซิบถามแม่ทัพ

"จะมีสักกี่คนกัน... ที่ข้าสบายใจจะอยู่ด้วยแบบนี้" เอเดรียนยิ้มตอบ

โจฮาลถอนใจยาวแล้วจึงตบบ่าสหายสองสามครั้ง "เจ้าขี้ระแวงอย่างเดิมก็ดีแล้ว เอเดรียน ระวังตัวให้มาก อย่าบอกนะว่าเจ้าลืมเรื่องของเวห์เซียไปแล้วน่ะ" คำเตือนของคนสนิททำให้แม่ทัพใหญ่ขมวดคิ้วเข้าหากันและมองคนพูดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

"เลสธีราห์เป็นผู้ชาย..."

"จะผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเจ้ายังใจดีให้เข้าหาง่ายๆอยู่อย่างนี้มันน่ากลัวเหมือนกันนั่นล่ะ"

เอเดรียนพ่นลมหายใจไม่สบอารมณ์ "เจ้าก็น่าจะรู้จากบุคลิกของเขา เลสไม่มีอะไรเหมือนเวห์เซีย"

"เอเดรียน..." โจฮาลเรียกเหนื่อยใจ "ข้าไม่ได้ห้ามปรามอะไรเจ้า แต่ข้าแค่อยากจะเตือน เวห์เซียก็เข้าหาเจ้าในเวลาอันรวดเร็วไม่ใช่หรือ แล้วก็ได้รับความไว้ใจจากเจ้าในเวลาสั้นๆไม่ใช่หรือ เพราะเจ้าเป็นคนอ่อนโยนอย่างนี้ถึงได้ถูกหักหลังเอาไม่ใช่หรือไง"

เอเดรียนยอมรับว่าสิ่งที่โจฮาลพูดนั้นเป็นความจริง "หากข้าไม่ใช่แม่ทัพ... คงจะดีกว่านี้"

ก่อนที่โจฮาลจะพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าของฝูงสัตว์ก็ทำให้ทั้งหมดเงียบฟังด้วยความตื่นเต้นระคนระวังตัว ดูเหมือนว่าฝูงกวางเอลก์ขนาดใหญ่จะมาถึงแม่น้ำธีนาแล้ว พวกมันกรูกันเข้ามาแย่งที่ดื่มน้ำ บ้างก็ลงไปแหวกว่ายในกระแสน้ำที่ค่อนข้างแรง "เราเล็งตัวที่ลงเล่นน้ำดีกว่า ขว้างหอกจากฝั่งนี้อย่างไรก็ไปถึงตัวพวกที่อยู่ริมน้ำยาก ขอแค่ทำให้พวกมันเสียการทรงตัวได้ เอลก์ก็จะไหลไปตามกระแสน้ำ ขอแค่ดักร่างของมันให้ทัน" หัวหน้าพรานให้คำแนะนำ "ไปตามกระแสน้ำนี้มีต้นไม้ล้มขวางอยู่ เราควรไปดักที่ตรงนั้น"

"เลสธีราห์... เจ้าเป็นคนเลือกเหยื่อ" เอเดรียนออกคำสั่ง "ข้าจะให้โจฮาลล์กับจาเร็ตต์แล้วก็พรานอีกสี่คนไปดักเหยื่อที่ไม้ล้มขวางแม่น้ำนั่น เจ้ายิงตัวที่ล้มยากที่สุดสามตัวให้มันไหลไปตามน้ำ แล้วที่เหลือก็แค่ให้มันบาดเจ็บ ข้ากับพรานที่เหลือจะข้ามไปจัดการพวกมัน"

"เจ้าเห็นข้าขึ้นสายเร็วกว่ากวางวิ่งหรือไร!"

ถึงจะประท้วง แต่เอเดรียนก็ตบบ่าร่างโปร่งและดึงให้อัลธอร์วิ่งไปที่ไม้ล้มขนาดยักษ์ที่กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ แม้ว่าสุดทางจะมีช่องว่างอยู่บ้างก็ตามที เลสธีราห์ส่ายหัวกับตัวเองและลงจากอานเพื่อขยับเข้าไปใกล้ฝูงสัตว์มากยิ่งขึ้น ลูเซียที่รู้งานยืนอยู่เฉยๆเพื้อไม่ให้เกิดเสียงเคลื่อนไหว

นัยน์ตาสีฟ้าครามเเหลือบมองเอเดรียนที่ปีนขึ้นไปบนซากไม้อย่างทุลักทุเลและไม่แน่ใจว่าอัลธอร์จะสามารถกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างยอดไม้กับอีกฝั่งแม่น้ำได้หรือไม่ ร่างโปร่งจับสายธนูของตนดึงเล็กน้อยขณะมอง และทันใดนั้นน้ำที่อยู่เบื้องใต้ก็เคลื่อนไหลลดอย่างรวดเร็วจนซากไม้เอนลงใกล้ฝั่ง เอเดรียนรีบพาอัลธอร์กระโจนลงไปอย่างคล่องแคล่ว แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

"หึ... มนุษย์เอย" เลสธีราห์ลอบยิ้ม แล้วลูบคันธนูแอควาเรียร์ของตนเบาๆ

เมื่อพวกบนหลังม้าทยอยข้ามฝั่งไปแล้ว เซนทอร์ก็เริ่มมองหาเหยื่อขนาดพอเหมาะที่ไม่ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป พวกเอลก์ยังลงเล่นน้ำสนุกสนานขณะที่เอเดรียนเริ่มสั่งกระจายกำลังล้อมรอบฝูงสัตว์ ขนาดตัวของพวกมันเทียบเท่าหรือใหญ่กว่าม้าศึกขอพวกเขาด้วยซ้ำ และเขายาวใหญ่ก็เป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการออกล่าครั้งนี้จึงต้องอาศัยความแม่นยำและความชำนาญอย่างยิ่งทีเดียว

เลสธีราห์ได้สัญญาณจากแม่ทัพใหญ่ เขาหยิบลูกดอกมาขึ้นสายและค่อยๆง้างมันออก

นัยน์ตาสีฟ้าครามเพ่งไปที่ตัวผู้หนึ่งที่เดินลงมาถึงกลางแม่น้ำโดยไม่กลัวเกรง

การจะยิงสัตว์พวกนี้ให้ถึงตายในครั้งเดียว เลสธีราห์จะต้องเล็งที่ลำคอหนาที่เต็มไปดัวยเส้นเลือด เส้นประสาท และมัดกล้าม เซนทอร์หนุ่มง้างธนูขึ้นสุดแขนและเพ่งที่จุดหมายอย่างแน่วแน่

...ผึง!!

อาวุธพุ่งออกจากสายอย่างรวดเร็วและแหวกอากาศไปถึงตัวเหยื่อในอึดใจ และเสียงร้องสั้นๆด้วยความเจ็บปวดก็ทำให้ฝูงสัตว์ตื่นตระหนก กวางที่เหลือวิ่งขึ้นจากน้ำ จังหวะเดียวกันที่เลสธีราห์ขึ้นสายเพื่อยิงให้ได้อีกสักตัว

"ไป!" แม่ทัพใหญ่ออกคำสั่งกับกลุ่มพราน พวกเขากระจายกำลังออก และเริ่มพุ่งคมอาวุธใส่เป้าหมาย เอเดรียนชักดาบคู่ใจของตนออกมาบ้าง เขามุ่งฟันท่อนขาที่วิ่งห้อสุดแรงเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงร้องของฝูงสัตว์ดังระงมไปทั่วบริเวณ

"อ้าก!!!"

ฝูงสัตว์ตื่นตกใจวิ่งชนทุกสิ่งที่กีดขวางและเหยียบกระทืบซ้ำไม่สนใจ พรานหนุ่มเคราะห์ร้ายล้มลงพร้อมกับม้าของตนและหายไปใต้ฝีเท้าระรัว อัลธอร์วิ่งตีคู่ไปกับเอลก์เพศเมียขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ม้าศึกเร่งฝีเท้าเพื่อให้เจ้านายของตนฟาดฟันดาบไปที่ช่วงขาทรงพลังนั้น แต่จังหวะที่เอเดรียนเงื้อดาบขึ้นสุดแขนนั่นเอง... ลมกราดเกรี้ยวก็พุ่งเข้าปะทะร่างจนอัลธอร์ยังเซถลา

"เอเดรียน!!" จาเร็ตต์ตะโกนเรียก "พวกไอย์ชวล!"

...

สิ่งที่พัดผ่านแม่ทัพใหญ่ไปคือปีกมหึมาของม้าศึกขนาดยักษ์ที่มาพร้อมกับคนขี่บนหลังของมัน

"ถอย! ถอยออกมา!!!"

อัลธอร์เบี่ยงวิ่งออกจากฝูงสัตว์และกลับไปที่แม่น้ำใหญ่ แต่แล้วอาชาร่างยักษ์ก็ร่อนลงตัดหน้าพร้อมกับสะบัดปีกใส่จนขนนกร่วงหล่นออกมาหลายเส้น "ขยันกันแต่เข้าเลยเชียว พวกมนุษย์นี่" นัยน์ตาสีดำของผู้ควบขี่หันมองแม่ทัพใหญ่ ร่างกายกำยำแน่นไปด้วยมัดกล้ามหันมาเผชิญหน้าพร้อมกับธนูคันโตในมือ

"วันนี้ก็เป็นวันที่ข้าขยันผิดปกติเหมือนกัน"

พวกภูตบนหลังม้าพุ่งออกมาจากชายป่าและเผชิญหน้ากับคณะพรานจากอาเดรีย เอเดรียนรู้จักผู้นำทัพปราการของไอย์ชวลดี เขาเป็นหัวหน้าคณะนักล่าที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูต และขึ้นชื่อว่ามีความชำนาญการในการล่าสัตว์มากที่สุด "...คูแรนน์"

การที่เอเดรียนมีชีวิตรอดอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะคูแรนน์ไว้ชีวิตเขา

"เอเดรียน... แม่ทัพแห่งอาเดรีย" คูแรนน์ดึงม้าของตนมาประจันหน้าตรงๆ อัลธอร์เหยาะย่างเท้าอยู่กับที่ขณะประสานสายตากับม้าศึกร่างยักษ์ตรงหน้า การเคลื่อนไหวของทุกคนหยุดชะงักทั้งภูตจากไอย์ชวลและมนุษย์จากอาเดรีย พวกเขามองผู้นำของตนด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น "เจ้าล่วงเข้ามาในเขตแดนของแอสทารอธ นี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่..."

"เจ้าเองก็ล่วงเข้ามาในเขตแดนของแอสทารอธ" เอเดรียนยอกย้อน

คูแรนน์แค่นหัวเราะสั้นกับประโยคนั้น และตบคอม้าคู่ใจของตนทีหนึ่ง "ฟังซิ ไคลเดสเดล พวกมนุษย์ที่ทำผิดแต่กลับไม่ยอมรับ ซ้ำยังพยายามหาคนร่วมกระทำผิดอีกด้วย" นัยน์ตาสีดำมองคู่สนทนานิ่ง "ข้าเป็นตัวแทนจากไอย์ชวล มุ่งหน้าไปยังมารินาหลังจากได้รับคำอนุญาตจากเหนือหัวให้สามารถติดต่อค้าขายกับพวกเอลฟ์ได้"

เอเดรียนพยายามจะดึงให้อัลธอร์ก้าวถอย แต่ไคลเดสเดลก็รุกเข้าหาอย่างรู้ทัน แม่ทัพใหญ่รู้ดีกว่าเพียงแค่พละกำลังของม้าสองตัว เขาก็ไม่อาจเอาชนะได้แล้ว และเขาก็ไม่ต้องการเสี่ยงชีวิตของม้าคู่ใจด้วย ไคลเดสเดลของคูแรนน์มีขนาดใหญ่เกินไป ทั้งโครงสร้าง และพละกำลัง เพียงกระแทกแค่ครั้วเดียว อัลธอร์อาจจะซี่โครงหักและถึงชีวิตได้

ผู้นำกลุ่มพรานของไอย์ชวลมองความสงบนิ่งของคนตรงหน้าดัวยความสนุกลึกๆ

"สุขุมอย่างที่เขาว่า... แต่โทษทีที่ข้าไม่ชอบความเงียบนานๆ"

อึดใจที่ไคลเดสเดลขยับปีกใหญ่ เอเดรียนก็ชิงชักม้าวิ่งเบี่ยงออกมาให้พ้นช่วงแขนของคูแรนน์ "ถอย!!!" พวกเขาไม่มีสิทธิ์จะต่อสู้กับเจ้าของอาณาเขตหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอย่างถูกต้อง ดังนั้นการถอยกลับจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด คณะพรานของอาเดรียรับคำสั่งนั้นด้วยการบังคับม้าให้หันกลับไปยังแม่น้ำ แต่ในระยะทางที่ต้องล่าถอยนั้นก็จำต้องมีการปะทะอย่างช่วยไม่ได้

...เคร้ง!

เสียงดาบสองเล่มประสานกันรุนแรงจนฝูงนกแตกฮือจากพุ่มไม้ อัลธอร์พยายามก้มตัวลงขณะผู้ควบขี่บ่ายเบี่ยงวิถีดาบของศัตรูออกสุดแรง "นี่รึ แม่ทัพแห่งอาเดรีย!!" ไคลเดสเดลยกสองขาหน้าขึ้นตะกายอากาศและกระทืบลงดินด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะออกวิ่งไล่ผู้รุกรานที่พยายามจะถอยหนีกลับไปในเขตตน

เอเดรียนไม่ตอบคำปรามาส เพราะเขารู้ดีว่าตนอยู่ในสถานะอะไร

ในวันนี้เขารุกรานแอสทารอธ และไม่มีเหตุผลใดจะกล่าวอ้างให้เห็นใจ อีกทั้งการปะทะกับคนอย่างคูแรนน์ก็ไม่ใช่หนทางที่ฉลาด พวกเขาอาจต้องต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด แต่เอเดรียนก็พยายามภาวนาไม่ให้มีภูตถูกฆ่า เพราะไม่อย่างนั้นอาเดรียอาจจะต้องรับศึกหนักจากไอย์ชวลด้วย

ด้วยความที่มีขนาดใหญ่กว่าและน้ำหนักมากกว่า ฝีเท้าของไคลเดสเดลจึงเทียบอัลธอร์ไม่ได้ แต่นายของมันก็เปลี่ยนมือจากดาบเป็นหอกเล่มยาวแทน

...ฉึก!

ภูตหนุ่มไม่เจตนาจะเอาชีวิต ดังนั้นหอกเล่มยาวจึงพุ่งลงปักพื้นข้างตัวอัลธอร์แทน และนั่นก็ทำให้ม้าศึกตื่นตระหนกและเสียความเร็วในการวิ่ง

...พลั่ก!!

จังหวะนั้นเองที่ไคลเดสเดลไล่ถึง มันทุ่มน้ำหนักกระแทกม้าศึกข้างเคียง และนั่นก็ทำให้ม้าตัวเล็กกว่าเสียหลักล้มพร้อมกับเหวี่ยงคนขี่ตกจากหลังด้วย "เอเเรียน!!" เลสธีราห์ตะโดนเรียก ร่างของแม่ทัพหนุ่มร่วงลงกระแทกพื้นและไถลออกไปอีกตามแรง ชายหนุ่มรีบวิ่งขึ้นไปที่ซากไม้เพื่อไปช่วยสหายของตน ขณะที่ม้าตัวอื่นของอาเดรียกำลังกรูกันกลับมา

โจฮาลหันกลับเมื่อได้ยินเสียงอัลธอร์ร้อง เขาพุ่งเข้าไปขวางระหว่างคูแรนน์กับเอเดรีย และยกขวานในมือขึ้นข่มขู่ ผู้นำทางของอาเดรียอาจมีขนาดตัวไม่ต่างจากผู้นำคณะพรานของไอย์ชวลมากนัก แต่ด้วยขนาดของม้า ทำให้โจฮาลคิดว่าตนดูตัวเล็กไปถนัดตา ไคลเดสเดลยังคงกางปีกออกกว้าและย่างเดินเข้าหาศัตรูเชื่องช้าเอาเรื่อง

"ถอยรึ... ช่างเป็นแม่ทัพที่ไม่มีศักดิ์ศรี"

โจฮาลตั้งท่าพร้อม และภาวนาให้เอเดรียนลุกขึ้น "ศักดิ์ศรีของแม่ทัพข้า ยิ่งใหญ่กว่าอะไรทั้งสิ้น"

...โครม!!

ไคลเดสเดลกระะทืบเท้าอีกครั้งและพุ่งเข้าโถมใส่คู่ต่อสู้ คูแรนน์เหวี่ยงดาบลงฟาดประสานกับขวานใหญ่และกันศัตรูออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมด จังหวะเดียวกับที่ภูตอีกตนพุ่งเข้ามาใช้ดาบจ่อโจฮาลเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหนอีก

เอเดรียนยังเจ็บจนลุกไม่ขึ้นถึงตอนนี้... ขณะที่คูแรนน์ก้าวเข้าไปใกล้ทุกที

"เอเดรียน ลุกสิ..." เลสธีราห์อยู่อีกฝั่งฟากแม่น้ำ และกำหมัดโดยไม่สนใจสายตาของภูตตนอื่นที่มองตนอยู่ด้วยความสนใจ เพราะทั้งรูปร่างและการแต่งตัวของเลสธีราห์นั้นดูไม่เหมือนมนุษย์เอาเสียเลย

คูแรนน์ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตเอเดรียน... แต่เขาก็คงปล่อยฝ่ายนั้นกลับไปไม่ได้เช่นกัน

แต่ภูตหนุ่มแค่ไม่พอใจการกระทำที่ไม่มีศักดิ์ศรีของมนุษย์ตรงหน้า

"ความเป็นผู้นำของเจ้าไปไหนเสียหมด แม่ทัพใหญ่" เสียงทุ้มถามเรียบ "แม่ทัพไม่ใช่สักแต่รับคำสั่งผู้นำที่ไม่ได้เรื่อง แต่แม่ทัพมีหน้าที่ต้องประคองบ้านเมืองให้อยู่รอด" แต่ก่อนที่ปลายดาบยาวจะแตะกับคอของคู่สนทนา เอเดรียนก็หยัดตัวขึ้นยืนและเงื้อดาบขึ้นพร้อม "แม่ทัพไม่จำเป็นต้องกู้หน้าให้ผู้นำที่นำพาความเดือดร้อนมาให้ประชาชนของตัวเอง"

"เจ้าจะไปเข้าใจอะไร คูแรนน์"

นัยน์ตาสีเข้มมองประสานกันดุดัน คูแรนน์กระชับดาบในมือมั่น และตั้งใจว่าจะลองประมือด้วยสักครั้ง "ความสุขุมของเจ้ามันน่าโมโหชะมัด" เอเดรียนกลั้นใจเล็กน้อย หัวใจของเขาบีบเกร็งด้วยความรู้สึกกลัวขึ้นมาชั่วขณะ คูแรนน์เป็นนักรบแถวหน้าของไอย์ชวล และขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นที่สุดในบรรดาผู้นำสี่เหล่าทัพ... และการกระทำของอีกฝ่ายในตอนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

การถูกเหวี่ยงตกจากหลังม้าครั้งนี้ทำให้เอเดรียนรู้สึกมึนชาไปครึ่งซีก และเขาไม่มั่นใจว่าจะสามารถสู้กับคนที่อยู่บนม้าตัวโตขนาดนั้นได้หรือไม่ "เจ้าไม่ใช่ชาวอาเดรีย... เจ้าไม่มีวันเข้าใจ" คูแรนน์กระตุกบังเหียน และพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้ เออเดรียนได้ยินเสียงหวีดลม เขายกอาวุธในมือตนขึ้นรับแม้จะรู้ว่าอาจไม่สามารถทัดทานได้

...เคร้ง!!!

เสียงปะทะนั้นดังใกล้หู แต่กลับไม่มีแรงกระแทกใดๆส่งผ่านมาถึงตัวเขา กลับเป็นคูแรนน์เองที่เสียหลัก "เลสธีราห์!!" ทั้งที่เตรียมใจไว้อย่างนั้น แต่เมื่อเอเดรียนดึงตัวเองกลับมาเขาก็พบว่าร่างโปร่งของตนใช้คันธนูรับคมดาบเอาไว้ และเหวี่ยงกลับอย่างกราดเกรี้ยว

"ย้าก!!"

ฝ่ายนั้นผงาดร่างขึ้นเหนือไคลเดสเดลและฟาดคันธนูเข้าใส่ม้าศึกจนอาชาร่างยักษ์ต้องวิ่งถอย... ชายชุดหนังสีดำพลิ้วไหวสะบัดตามแรงปะทะ และร่างกายช่วงล่างที่กลับคืนเป็นอาชาก็ยกขาสองข้างขึ้นตะกุยอากาศอย่างดุร้าย

ไคลเดสเดลยขาขึ้นสู้... แต่กลับไม่อาจทานแรงของเซนทอร์ได้

เช่นเดียวกับคูแรนน์ที่เหวี่ยงดาบเข้าใส่ แต่ก็ถูกกันออกไป

เซนทอร์สีขาวทองปราดร่างผ่านผู้นำพรานไอย์ชวลไป และยกขาหลังขึ้นกระแทกกีบเท้าใส่สีข้างม้าศึกจนเสียหลัก ไคลเดสเดลกางปีกพยุงตัว แต่ก็ล้มคว่ำลงกับพื้นไม่เป็นท่า คูแรนน์ถูกเหวี่ยงตกจากหลังม้าตาม แต่เขาก็แข็งแรงพอที่จะหยัดตัวขึ้นทันทีเพื่อตั้งรับการโจมตีของเซนทอร์

มือใหญ่คว้าคันธนูคู่ใจมาขึ้นสายโดยปราศจากลูกดอก ทันใดนั้นสายลมรอบตัวก็แปรเปลี่ยนทิศทางมารวมกันเป็นอาวุธในมือของผู้นำพรานแห่งไอย์ชวล เช่นเดียวกับเลสธีราห์ที่ง้างธนูของตนด้วยความเร็วไม่แพ้กัน และนั่นก็ทำให้น้ำในแม่น้ำต้องกลับทิศ ผงาดขึ้นสูงในอากาศและพร้อมที่จะโถมเข้าใส่คู่ต่อสู้

"ธนูลมอัลซาโตเกียร์..." เซนทอร์หนุ่มมุ่นคิ้ว "คูแรนน์!"

คนที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยกันดีจรดยิ้มเหยียดที่มุมปากตอบ "ไง... เลสธีราห์ ผู้บัญชาการกองเรือเซเลสต์แห่งแอสทารอธ..."




*เกร็ดความรู้*

กวางเอลก์ (Elk) คือสัตว์จำพวกกวาง (สัตว์ที่มีเขาเป็นกิ่ง และตัน) ที่มีขนาดใหญ่ มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 1.5 เมตร และหนักประมาณ 450 กิโลกรัม มีเขาเฉพาะตัวผู้


อีแลนด์ (Eland) คือสัตว์จำพวกแอนติโลป (สัตว์ที่มีเขาเป็นเกลียว และกลวง) ที่ใหญ่ที่สุดที่พบได้ในทวีปแอฟริกา มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 2 เมตร และหนักได้ถึง 900 กิโลกรัม มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #340 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:34
    เจอลูกพี่ลูกน้องไปอีก /คูแรนน์ดูจะแสบพอตัวนะ ปากร้ายด้วย 555
    #340
    0
  2. #310 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 08:32
    ความแตกสุดๆ โว้ยยยย
    #310
    0
  3. #268 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 20:11
    ป๊าาาาาาา  ป๊าาาาาาาาาา  ป๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาา  มาแล้วววววววววววววววว  แม้จะมาแค่อดีตก็ตาม ... ติ่งป๊า เลิฟฟฟฟ <3
    ความเอ๋อชนประตูนั่นมันอะไร  อาการเห่อลูกหน้าตายนั่นมันอะไร โอร้ยยยยยยย ปู้ชายคนเนนนนนนนนน้
     
    และ ...  ท่านชายก็ดูจะทำอะไรเป็นผู้เป็นคนขึ้นบ้าง
    และ ...  เอเรสก็มาาาาาาาาาาาาาาาาาา  ...  ชอบตอนก้าวเข้าบ้านแล้วทักกลับมาแนะนำตัว  ดูเท่... และกวนติงดี 555555555555
     
    โจฮาลยังสงสัยเรื่องเอเดรียนกะเลสอ่ะ 555555  เอเดรียน แกติดเค้าออกหน้าออกตามากนะ ... คนแรกที่ได้เข้ามานอนป่าวไม่รู้  แต่นอนมาสองครั้งแล้--------------------
    เลสมีแอบดึงสายช่วยให้ข้ามฟาก คนดีละเกิน  55555
    คูแรนน์ ... หมั่นไส้อ่ะ 5555555555 ... ทำไมดูรังแกเค้าจัง นิสัยไม่ดีจริงๆ กร๊ากกกกกกกกก
    ................................... จริงๆชอบเลสยกขาตะกุยนะ ... รู้สึกเท่ ... แต่จะมีฉากนี้ที มันก็ต้องสถานการณ์แบบนี้อ่ะนะ ... อันนี้ไม่ดีไม่ชอบ 5555555

    ------------------------------------------------
     
    ตอนหน้าแล้วสิงี้ ...... ดองได้มั้ย-------
    ทำใจเรื่องด่าเอเดรียนได้เลย ....
    เราจะไปทำใจเรื่องเลสก่อนด้วย ;w;
     
    #268
    0
  4. #248 BREAKDOWN (@breakdown) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 21:40
    ขุ่นพระ !! เึ้าลางความดราม่ากระหุ่มเลยคุณ
    #248
    0
  5. #247 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 20:37
    ว่ากันถึงช่วงต้นตอนกันก่อนนะคะ
    ในที่สุดเอเรสก็มา! ท่ากระตุกผ้าโพกหัวมันเท่กระชากใจเหลือเกินค่ะ! วิธีการพูดนั่นอีก โอ๊ย สุภาพแบบเถื่อนๆ ดีจังเลยค่ะ
    ท่านชายก็ดูมีมาดดีค่ะ คนอ่านจะแอบชอบเขาอยู่ในใจต่อไปนะคะ (?)

    ส่วนช่วงท้ายตอน...
    อยากจะดีใจที่คูแรนน์มามีบทแต่ก็รู้สึกว่าทำได้ไม่เต็มที่ค่ะแงงงงง
    ถึงคูแรนน์โผล่มาแล้วจะทำให้เลสธีราห์เท่มากๆ แต่มาพร้อมลางดราม่าแบบนี้คนอ่านก็ดีใจไม่ลงนะคะ ฮือออออออออ
    /จะบอกให้เรียฟมาลากกลับไปก็...นะคะ ลืมไปว่าคูแรนน์ไม่ใช่ไทป์ตามเมีย U_U/
    ความหน่วงก็ยังไม่หายไปแท้ๆ ตอนนี้จะดราม่าเต็มรูปแบบแล้วสินะคะ โอ๊ยฮือออออออ ไม่น่าเลยยยยยยยย

    แต่ที่จริงเรื่องจะไม่มีจุดเปลี่ยนก็ไม่ได้เนอะ
    แต่ก็อยากให้คู่หลักเขาละมุนกันต่ออีกสักนิดจังเลยค่ะ (ถึงจะหน่วงก็เถอะ แง)
    รอวันที่ดราม่าจะผ่านพ้นไปนะคะ!
    รออ่านตอนต่อไปด้วยค่ะ <3
    #247
    0
  6. #118 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 17:31
    ไม่ทันแล้วค่ะ เพื่อนรอบข้างมองด้วยสายตาเหยียดหยามเพราะดิฉันกีดร้องงงงง แง้ๆๆๆ
    #118
    0
  7. วันที่ 27 สิงหาคม 2557 / 18:46
    เอเดรียน!!!! คิดได้ให้เร็วๆเลยนะ!! เดี๋ยวยุให้เลสดีดหงายเลยเดี๋ยวก่อน สงสารเลสมากอะอุจส่าห์ช่วย
    #72
    0
  8. #70 VpupinaV (@meeepanda) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2557 / 09:50
    อ๊ากกกกกกกกก อยากจะโยนระเบิดลงบ้านเอเดรียนจังเลยค้าาาาาาาา ขอที่อยู่มันหน่อยเร๊วววว

    ตอนนี้แอบคิดว่า เลสจะฆ่าตัวตายเพื่อนไม่ให้ใครใช้ประโยชน์จากตัวเอง

    พอย้อนไปดู อืม.. เรานี่ชอยจิ้นให้ตัวเอกตายจริงๆ ถ้าเขียนนิยายคงได้ตายกันทั้งเรื่อง กร๊ากกกกกก 😸

    มาต่อเร็วๆนะ 🙏
    #70
    0
  9. #69 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2557 / 22:25
    เอเดรียนช็อคหรือตายคะ?? นานเจ๊งงงงงงงงง // นี่ไม่ได้แช่งเลยนะ =.=
    มีคำถามค่ะ ธนูเอลฟ์ธาตุไหนเจ๋งสุดคะ ขอแบบเรียงลำดับเลย
    #69
    0
  10. #68 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2557 / 21:23
    ยิ่งอ่านยิ่งเริ่มรู้สึกว่าไม่น่าหลวมตัวรีบอ่านเรื่องนี้เลย ค้างขึ้นๆทุกตอน ฮ่าาาาาาา 😂😂😂😂😂
    เพราะตอนเงือกนี่ก็อ่านตอนจบแล้ว ส่วนเซนเรสนี่อ่านตอนใกล้ๆจบ เลยไม่ค้างอะไรมากมาย  เรื่องนี้นี่เพราะต่อจากปลายศรเลยมาอ่าน สรุป ติดจ้าาาาาาาา 😆😆😆😆
     
    ชอบคู่นี้จริงๆนิสัยสมกะอายุกันจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ
     
    หนูเลสก็ออกแนว ใจเร็วไม่ค่อยรอบคอบ เห็นเอเดรียนจนมุมก็พุ่งไปแบบไม่(ทัน)คิด ตอนนี้ออกแนวมานั่งน้อยใจ ไมเอ็งทิ้งข้าไปล่ะ ไม่มาดูดำดูดี ฮุฮุ//อิโรคจิต
     
    ส่วนเอเดรียนนี่ก็ผู้ใหญ่จ๋า ช็อคนานไปและเธอ คงไม่ใช่ว่าพอหายช็อคแล้วมานั่งคิดนั่งชั่งใจอยู่ว่าจะเอาไงดีอีกนานสองนานหรอกนะ อย่านานจนเลสที่(แอบ)รออยู่เกลียดเข้าให้แล้วถึงเพิ่งคิดได้ล่ะ คุณผู้ใหญ่คิดเยอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
     
    ไรท์เตอร์อัพตรงเวลาย่อมเป็นสิ่งดีค่า แต่ถ้าอัพก่อนเวลานั่นถือเป็นสิ่งประเสริฐ ฮ่าาาาาาาาาาาาาา สู้ๆฮ้าบบบบบบบบ
     
    #68
    0
  11. #67 VpupinaV (@meeepanda) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 13:41
    ถ้าเอเดรียนไม่ทำอะไรเลยเค้าจะเกลียดจริงๆนะ 😢
    ถ้สยังมองอยู่เฉยๆจะเกลียดจริงๆนะ โฮฮฮฮ~ บ่อน้ำตาแตกเลย 😭 
    #67
    0
  12. #66 Janinozuka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2557 / 23:03
    บักหอยเอเดรียน เดี๋ยวแม่เค้ามาตามเอาลูกพวกยกทัพมาตีแล้วจะรู้สึก ถึงเลสจะสำคัญจริงแต่ถ้าคนต่อรองด้วยคือท่านเลขาอะไรก็เกิดขึ้นได้ หึหึ ศพไม่สวยแน่งานนี้
    #66
    0
  13. วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 19:49
    อ๊ากกกกกกกกกก เอเดรียน!!!!!!!! ไปตายไป๊ บ้าเอ้ย!! ทำไมทำงี้กับเลสวะ!! สงสารเลสอะอุตส่าห์เข้าไปช่วย โอ้ยเจ็บปวดเฟ่อร์ !!!
    #64
    0
  14. #63 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 23:26
    ก็เข้าใจเอเดรียนนะว่าช็อค แต่เอเดรียนเอ็งก็ช่วยทำความเข้าใจเลสด้วยสิ สักนิด นางยอมขนาดนี้เลยนะ ความลับทั้งหมดแลกกับให้เอ็งรอดเนี่ย
     
    ฮึก ฮึก (T . T)(T . T)(T . T)
     
    //เรามีงานอดิเรกคือการเอาจุดค้างไปจิ้นต่อในฝันระหว่างรออัพแหละ มันส์ และ ได้หลายทางเลย(แทบทุกวัน) ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    รอนะค้าบบบบ ไรท์เตอร์สู้ๆ เอ้า ฮุยเล่ฮุย
    #63
    0
  15. #62 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 22:46
    จะสงสารใครดีหว่า อยากจิครายยยยย T..T
    คูแรนน์กลับไปหาเรียฟชิมิ?? // ผิดเรื่องๆ
    #62
    0
  16. #61 18 / เจ้าหญิง (@bunthitap504) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 22:44
    ถ้าไม่ช่วยเลส ข้าจะเกลียดเจ้าเอเดรียน
    #61
    0