[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,295 Views

  • 359 Comments

  • 1,107 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    78

    Overall
    19,295

ตอนที่ 14 : [Re-Write] "จะต้องทำยังไง"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    5 พ.ย. 59

สายน้ำเอื่อยรินในแม่น้ำปั่นป่วนและเปลี่ยนวิถี มันบิดมวนเป็นเกลียวขึ้นเหนือฟ้า ยิ่งมือเรียวตึงสายธนูมากยิ่งเท่าไหร่ มวลน้ำก็ยิ่งผงาดง้ำขึ้นจนบังเกือบแสงอาทิตย์ เอเดรียนมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น เขามองเห็นฝูงปลาที่หมุนวนเวียนว่ายอยู่ในคลื่นน้ำตรงหน้า และมองกลับไปยังร่างโปร่งสูงตระหง่านที่ยืนขวางอยู่ระหว่างเขากับภูตจากไอย์ชวล คูแรนน์เองก็มีสายลมอยู่เบื้องหลัง แต่ไหนเลยจะน่าเกรงขามเท่ากับผู้ที่สามารถยกแม่น้ำขึ้นได้

...นี่คือพลังของแอควาเรียร์ ธนูแหวกสมุทรในตำนาน

และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็คือ... ผู้บัญชาการกองเรือเซเลสต์แห่งแอสทารอธ

แม่ทัพหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกตนฟ้าผ่า ความรู้สึกมึนงงตื้อชาแล่นไปทั่วร่าง ความสับสน และความตกตะลึงทำให้ร่างสูงขยับตัวไม่ได้ ยิ่งมองเห็นร่างปราดเปรียวของเซนทอร์หนุ่มตรงหน้า เอเดรียนก็ยิ่งคิดอะไรไม่ออก เลสธีราห์ที่เขาชักชวนมาเป็นคนสนิท... คือเซนทอร์ที่แฝงตัวเข้ามาอย่างนั้นหรือ เจ้าเด็กหนีออกจากบ้านที่เขาเรียกนี้ คือผู้บัญชาการกองเรือรบเซเลสต์เสียเองด้วย

ที่ผ่านมา คนที่อยู่ข้างกายเขาคือคนที่อาจจะเป็นศัตรูของเขาหรือไร...

"เลส..." ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของแม่ทัพหนุ่ม สิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุดในตอนนี้คือการตื่นจากความฝันนี่เสียที เขาจะต้องมองภาพนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ กว่าใครสักคนจะเข้ามาเขย่าตัวเขาและปลุกให้ตื่นนอน

บอกเขาทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง...

...

ดวงตาสีฟ้ายังคงมองสบกับนัยน์ตาสีเข้มของลูกพี่ลูกน้องตัวเอง โดยปราศจากความคิดที่จะลดมือลง เลสธีราห์ยิ่งง้างสายธนูจนตึงทำให้เหล่าภูตบนหลังม้าเริ่มล่าถอยอย่างไม่แน่ใจ และท่ามกลางความเงียบงันสักครู่ใหญ่นั่นเองคูแรนน์ก็เป็นฝ่ายออกปากก่อน

"คิดว่าน้ำจะไวกว่าลมหรือ เลสธีราห์"

ดวงตาสีฟ้าสดฉายแววดุดันตอบ "เราไม่ยิงกันเองหรอก คูแรนน์" โดยไม่ลดมือลง เลสธีราห์กล่าวออกมาเช่นนั้น และนั่นก็เป็นสิ่งที่คูแรนน์ยอมรับ พวกเขามีสายเลือดตระกูลบลังค์ อันเป็นตระกูลนักเวทศักดิ์สิทธิ์ของชาวเอลฟ์ โลหิตทุกหยดล้วนแล้วแต่มีเวทมนตร์ ดังนั้นพวกเขาจะไม่มีวันเข่นฆ่ากันเอง ไม่ว่าจะเกลียดชังกันมากแค่ไหนก็ตาม

...คนตระกูลบลังค์จะไม่มีวันลบหลู่คนสายเลือดเดียวกัน

"เด็กเมื่อวานซืน" ภูตหนุ่มสบถสั้น และเป็นฝ่ายลดคันศรในมือลงก่อน ปล่อยให้สายลมที่วนเวียนอยู่รอบตัวค่อยๆจางหายไป คืนสภาพอากาศยามเช้าให้ทุ่งหญ้ากว้างดังเดิม ไคลเดสเดลที่ลุกขึ้นตั้งหลักได้รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับค้อมหัวลงต่ำ ดวงตากลมโตของมันช้อนมองเซนทอร์หนุ่มที่ยังไม่วางมือเป็นเชิงอ้อนวอน

หากม้ามีปีกเป็นม้าชั้นสูงแล้ว... เซนทอร์ก็คือผู้ที่อยู่ในฐานันดรเกือบสูงสุดของเผ่าอาชา

ดังนั้นจึงไม่มีม้าตัวหน้าหาญกล้าต่อกรกับอมนุษย์เผ่านี้

เลสธีราห์รู้สึกตนใจเย็นลงบ้างแล้วหลังจากเห็นญาติผู้พี่เป็นฝ่ายเลิกราก่อน ซึ่งนั่นไม่ใช่นิสัยปกติของคูแรนน์ บลังค์... "เพิ่งกลับเข้าตระกูลได้อย่างนั้นรึ จึงได้ลบล้างเวทมนตร์ของอัลซาโตเกียร์ได้" ร่างโปร่งคลายมือออกช้าๆ ปล่อยให้คลื่นน้ำที่ม้วนเกลียวอยู่ด้านหลังไหลกลับลงไปตามทิศทางที่มันเป็นอยู่ "อัลซาโตเกียร์ที่เคยเป็นของท่านหญิงโซเฟียแห่งทัพเวหาไอย์ชวล"

"ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า..."

"เจ้าแอบอ้างสิทธิ์อีกทั้งรุกล้ำเข้ามาในเขตของแอสทารอธ!" เซนทอร์หนุ่มแยกเขี้ยว "แอสทารอธไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดเดินทางมาเจรจาค้าขายกับชาวเอลฟ์โดยตรง หากได้รับอนุญาต... เจ้าควรจะมากับพวกขุนนางจากเลาน์เรนไม่ใช่ผู้ติดตามของตนเองแบบนี้!!" เมื่อม่านน้ำตรงหน้าหายไป พรานอาเดรียที่อยู่อีกฝั่งแม่น้ำจึงได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และแน่นอนว่าทุกคนย่อมตกใจกับร่างกายสูงโปร่งของเซนทอร์สีขาวทอง

ดวงตาเรียวยาวของคูแรนน์หรี่ลงมองคู่สนทนา "แล้วคนที่อยู่ข้างหลังเจ้านี่ มันมีค่าพอที่เจ้าจะต้องกระโดดออกมาปกป้องมันหรือไร" หากเป็นเรื่องแทงใจดำใครแล้ว เลสธีราห์เชื่อว่าคูแรนน์คงไม่เป็นรอง เพราะเมื่อได้ยินคำนั้น มือเรียวก็กำคันธนูแน่นอย่างหาคำตอบไม่ได้ "มันมีค่าพอที่เจ้าจะขึ้นศรแอควาเรียร์ใส่ข้ารึ เลสธีราห์!"

คูแรนน์เป็นญาติฝ่ายพี่... และมีอายุมากกว่าเลสธีราห์นับร้อยปี การทำเช่นนี้นับว่าเหิมเกริมนัก

แต่คำว่า 'ใช่' ก็ไม่อาจหลุดออกมาจากปากของเซนทอร์หนุ่มได้อยู่ดี

เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าใช่เอเดรียนหรือเปล่าที่ทำให้เขายอมสละความลับที่สำคัญที่สุดของตนและพุ่งออกมาเอาตัวขวางไว้เช่นนี้ แต่ก็เพราะเขารู้ว่าคูแรนน์จะไม่ทำอะไรตนแน่จึงได้ออกมาต่อกรด้วยตนเอง ไม่อย่างนั้น ความชำนาญของอีกฝ่ายก็อาจฆ่าเอเดรียนได้ในการลงดาบเพียงครั้งเดียว

เพียงแค่คิดว่าเอเดรียนอาจจะตาย...

เลสธีราห์ก็อยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป เขาแทบไม่หยุดคิดเลยว่าความลับที่ตนรักษาอยู่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเซนทอร์มากแค่ไหน ไม่มีมนุษย์คนใดรู้ว่าพวกครึ่งม้าสามารถแปลงเป็นคนได้ และนั่นก็อำนวยความสะดวกให้สายลับของแอสทารอธหลายคนแฝงตัวเข้าไปอยู่ในอาณาจักรอื่นได้ง่ายยิ่งขึ้น

เลสธีราห์ไม่ได้หยุดคิดเลยว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำคือการสร้างกำแพงอุปสรรคให้กับแอสทารอธ

เพราะในใจของเขา มีเพียงความคิดที่จะปกป้องเอเดรียน... เท่านั้น

คูแรนน์ยอมล่าถอดด้วยเห็นว่าเซนทอร์ตรงหน้าก็คงไม่ลดราวาศอก ร่างสูงปีนขึ้นหลังของไคลเดสเดล และดึงม้าถอยห่างออกไปด้วยอับจนคำพูด พวกไอย์ชวลบุกรุกทุ่งหญ้าแห่งนี้จริง แต่ก็ไม่นึกฝันเลยว่าเจ้าถิ่นตัวจริงจะมาพบเข้าแบบนี้ "ถ้าเจ้าเลือกข้างแล้ว ก็ยืนหยัดให้มั่นเสียล่ะ" เสียงทุ้มบอก ก่อนที่ผู้ควบขี่จะดึงม้าหันกลับ

"เพราะพวกมนุษย์... มันเปลี่ยนข้างได้ตลอดเวลา"

พวกภูตล่าถอยออกไป... แต่ยังไม่ทันที่เลสธีราห์จะถอนใจให้โล่งอก เขาก็ได้ยินเสียงเอเดรียนขยับตัว ร่างโปร่งหันกลับไปมองฝ่ายนั้น และพบว่าแม่ทัพใหญ่พยายามจะถอยห่างจากตนด้วยแววตาที่อ่านความรู้สึกไม่ได้

...อย่ามองข้าแบบนั้นได้ไหม เอเดรียน

เซนทอร์หนุ่มรีบคืนร่างกลับเป็นมนุษย์ดังเดิม เพื่อที่จะได้เงยมองคู่สนทนาอย่างที่ตนเคยทำ ไม่ใช่ก้มลงพิจารณาด้วยส่วนสูงของเซนทอร์ แต่เอเดรียนกลับยิ่งขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ และโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ "เอเดรียน..." เสียงที่เปล่งออกมานั้นแผ่วเบาจนแทบจะมีเพียงลมหายใจ ความหวั่นเกรงที่ปรากฎอยู่ในแววตาสีเข้มตรงหน้าเขาคืออะไรอย่างนั้นหรือ "ข้า..." เลสธีราห์ไม่มีอะไรจะพูด เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เขาควรจะแก้ตัว ควรจะอธิบาย หรือควรจะถามถึงอาการบาดเจ็บของอีกฝ่าย

เขายังมีสิทธิ์เป็นห่วงเอเดรียนอยู่อีกไหม...ในเมื่อทั้งหมดที่ผ่านมาก็คือการหลอกลวงอีกฝ่ายทั้งนั้น

...เขามีสิทธิ์ไถ่ถามอยู่หรือเปล่าว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง

"เจ้าเป็นเซนทอร์จริงหรือ" แม่ทัพใหญ่เป็นฝ่ายพูดก่อนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และเมื่อคู่สนทนาพยักหน้ารับ แม่ทัพหนุ่มก็กลั้นใจถามต่อ "และเป็นผู้บัญชาการเซเลสต์จริงใช่ไหม" เลสธีราห์หลับตาลงและพยักหน้าอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นเข้ามาในอก

เอเดรียนมีท่าทางผิดหวัง... ผิดหวังที่มอบหมายความไว้ใจให้เขา และเชื่อในสิ่งที่เขาพูด

เจ้าบอกข้าได้ทุกเรื่องจริงๆนะ... เลสธีราห์

คำพูดของแม่ทัพใหญ่ยังดังก้องอยู่ในหัว เช่นเดียวกับความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนหลังจากอีกฝ่ายแนบริมฝีปากจูบหน้าผากมน ความหวังดีของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านมายังตัวเขายิ่งทำให้รู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก ราวกับว่าตนเป็นผู้บดขยี้ความรู้สึกดีๆเหล่านั้นให้แหลกคามือตัวเอง

ยังมีอะไรที่ข้าให้เจ้าไม่ได้อีกหรือ...

"เอเดรียน..." นัยน์ตาสีฟ้าช้อนขึ้นมองคนตรงหน้า เขาพยายามจะจับท่อนแขนกำยำของอีกฝ่ายเป็นการเหนี่ยวรั้ง แต่เอเดรียนก็เบี่ยงตัวหลบอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน "ข้า..." เขาแก้ตัวไม่ออก เขาพูดไม่ได้ เลสธีราห์ทำได้เพียงอ้าปากอยู่อย่างนั้นแต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมา เขาอยากให้เอเดรียนเข้าใจ และไม่ต้องการให้อีกฝ่ายออกปากไล่ให้เขาไปไหน แม้ว่าจะไม่สามารถทำภารกิจนี้ได้อีกแล้ว แต่เลสธีราห์ก็ยังอยากอธิบายเพื่อไม่ให้คู่สนทนาผลักไสไล่ส่งเขากลับไปแอสทารอธ

แต่คงไม่มีคำใดที่น่าฟังหลุดออกจากปากของเขาเลย

...จุดประสงค์ของเลสธีราห์คือการสืบหาความลับของอาเดรีย โดยใช้ความเชื่อใจที่เอเดรียนมีให้

ที่เขาเฝ้าถามหาความไว้ใจจากฝ่ายนั้น ก็เพื่อจะได้ถามความลับของอาเดรีย

นี่คือสิ่งที่เขาควรจะพูดอย่างนั้นหรือ เขาควรจะขอให้เอเดรียนอภัยให้กับเหตุผลที่แสนจะเห็นแก่ตัวนั่นหรือไร ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เข้าหาอีกฝ่ายเพื่อหาประโยชน์อยู่ดี ดังนั้นการอธิบายสิ่งใดก็ไม่อาจช่วยทำให้ความรู้สึกของอีกฝ่ายดีขึ้นได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาก็หลอกลวงเอเดรียนอยู่ดี

หัวใจของเลสธีราห์บัดนี้รู้สึกเจ็บแปลบราวกับถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น สายตาของเอเดรียนที่เคยมองเขาด้วยความเอ็นดู และอ่อนโยน บัดนี้มันกลับกลายเป็นความคลางแคลง พรั่งพรึง และไม่ไว้วางใจ ระยะห่างระหว่างกายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยเมื่อแม่ทัพใหญ่เลือกจะถอยเท้าหนีจากคนตรงหน้า ...มันกลับไม่กว้างเท่าระยะห่างทางใจที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถเปิดปากพูดอะไรกันได้อีก

"เอเดรียน..."

ร่างโปร่งเรียกซ้ำ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้พูดเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อย่างแน่วแน่ ในใจของเขาตอนนี้สับสน ระส่ำระส่าย ไม่สามารถจับต้นชนปลายอะไรได้อีก ทั้งที่อยากจะถามเหลือเกินว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บบ้างหรือไม่ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญสักเท่าไหร่เทียบกับเรื่องที่เขาจะต้องอธิบายว่าเหตุใดจึงปกปิดตัวตนเอาไว้ "ข้า..." คิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนที่เปลือกตาบางจะปิดลงอย่างอับจน

"ข้าขอโทษ..."

...การหันหลังให้กับใครสักคนมันเจ็บปวดขนาดนี้เชียวหรือ

...ควับ!

ความรู้สึกอึดอัดมลายหายไปในทันทีเมื่อตาข่ายเชือกขนาดใหญ่ถูกโยนมาครอบร่างที่ยืนนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหว เลสธีราห์ยกมือขึ้นจับสิ่งแปลกปลอมตรงหน้าเพื่อสลัดมันออก กลุ่มพรานที่เมื่อครู่ยังอยู่อีกฟากแม่น้ำบัดนี้ข้ามกลับมาเกือบทั้งหมด และโยนตาข่ายดักสัตว์ใส่เซนทอร์ในร่างมนุษย์หมายจะจับครึ่งม้าที่ยังมีชีวิตอยู่นี้กลับไป

"ดึงตาข่ายไว้! หยิบเชือกมา! อ้อมไปอีกข้าง!!"

ร่างโปร่งเบิกตาความตระหนก เมื่อสถานการ์ดูจะเลวร้าย เขาจึงคืนร่างกลับเป็นครึ่งอาชา เรี่ยวแรงมหาศาลสะบัดตาข่ายหลุดออก และเริ่มออกวิ่งตรงไปยังป่า แต่ไหนเลยจะทันบ่วงเชือกที่ถูกโยนเข้ามาคล้องร่างของไว้ "อั่ก!" เอวคอดถูกพันธนาการไว้ด้วยเรี่ยวแรงของคนสองคนและเชือกสองเส้น จนร่างโปร่งเสียหลักเซลงล้มไม่เป็นท่า

พลั่ก...!

ในความคิดของเลสธีราห์แล้ว... ร่างเซนทอร์ล้มเจ็บยิ่งกว่าการตกม้า และนอกจากสีข้างจะกระแทกกับพื้นอย่างแรงแล้ว ข้อเท้าทั้งสี่ข้างก็ถูกพันธนาการด้วยเชือกอย่างรวดเร็ว "โอ้ย!" ท่อนขากำยำขยับดิ้นอยู่สักพักอย่างหมดหนทาง แต่ก็ถูกเชือกตรึงเอาไว้จนแทบขยับไม่ได้ การจับม้าป่าต้องทำให้ม้ายอมสยบอย่างไร พวกพรานก็ทำเช่นนั้นกับเซนทอร์ด้วย และการดึงให้ขาพันกันจนลุกไม่ขึ้นก็ทำให้เลสธีราห์รู้สึกเจ็บจนไม่อาจลุกขึ้นสู้

...และนั่นก็ทำให้คำพูดของคูแรนน์เมื่อครู่กลับเข้ามาในหัว

ถ้าเจ้าเลือกข้างแล้ว ก็ยืนหยัดให้มั่นเสียล่ะ เพราะพวกมนุษย์... มันเปลี่ยนข้างได้ตลอดเวลา




ผู้นำตระกูลฟลินทรัสต์นิ่งไปพักใหญ่หลังจากฟังข้อเสนอของผู้นำแห่งอาเดรีย เพราะข้อเสนอนั้นดูจะเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบเสียมากกว่า แม้ว่าสิ่งตอบแทนมันจะเป็นสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดก็ตาม "ในที่สุด... แม้แต่ผู้นำสูงสุดของอาณาจักรก็ต้องมาพึ่งโจรสลัดชั้นต่ำ" เอเรสแค่นหัวเราะ "แต่แม้ว่าสิ่งตอบแทนจะน่าสนใจสักเพียงใด แต่ท่านไม่คิดว่านั่นเป็นการโยนภาระให้ผู้อื่นหรือ"

"ท่านเป็นบุตรของผู้นำคนก่อนก็จริงแต่ท่านก็ไม่ได้มีความเป็นผู้นำเอาเสียเลยนะ"

เมื่อถูกแทงใจดำ ท่านชายซินญอร์ก็ได้แต่มุ่นคิ้ว แต่เพราะรู้ตัวว่าเป็นรองอีกฝ่ายจึงได้ยอมสงบนิ่ง "แม้ว่าจะเป็นการผลักภาระอย่างขลาดเขลาเบาปัญญา แต่อย่างน้อยก็ยังฉลาดพอที่จะรู้ว่าอำนาจการปกครองควรตกอยู่ในมือใครสินะ" ผู้นำโจรสลัดยิ้มเยาะอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งในห้องรับแขกของในคฤหาสน์ฟลินทรัสต์ และเดินไปยังหน้าต่างที่สามารถมองเห็นท่าเรือทิศใต้ได้ทั้งหมด และมันคือย่านที่เต็มไปด้วยอิทธิพลของตระกูลฟลินทรัสต์ซึ่งในตอนนี้ปกครองโดยชายที่ชื่อเอเรส

"แม่ทัพของท่านปกป้องความผิดพลาดของท่านด้วยการเสี่ยงต่อรองในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้มากที่สุด แล้วก็มีชัยเสียด้วย" เอเรสหันกลับมามองผู้นำอาณาจักรอีกครั้งก่อนจะถามซ้ำ "แล้วท่านแน่ใจหรือว่าต้องการทำร้ายเขาแบบนี้น่ะ"

"จิตใจของเอเดรียนเป็นอย่างไร เจ้าเองก็น่าจะรู้ดี แม้ว่าเขาจะมีความภักดีและเสียสละแค่ไหน แต่ความอ่อนแอนั้นก็เป็นอุปสรรค" ซินญอร์เหลือบตาขึ้นมองคู่สนทนา "และเจ้าเป็นคนเดียวที่ช่วยเหลือข้าได้ ทั้งความสามารถของเจ้า ฐานะของเจ้า และความสัมพันธ์ของเจ้ากับเขา"

"จึงเสนอให้ข้าเป็นแม่ทัพแทนเขา..." เอเรสกลอกตา "ถ้าเอเดรียนโมโหฆ่าข้าทิ้งขึ้นมาล่ะก็นะ"

"เอเดรียนไม่ฆ่าเจ้าหรอก"

เอเรสหันมามองคู่สนทนาและยกมือที่สั่นเทาด้วยโทสะขึ้นชี้หน้าอย่างไม่รักษากิริยา "อย่า... ทำเป็นรู้ดีเรื่องของข้า... เกือบสามสิบปีมานี้... ข้ารู้ดีว่าจิตใจของเอเดรียนทำด้วยอะไร..." ร่างสูงสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง "จะว่าท่านขลาดเขลาก็คงจะไม่เหมาะ เช่นนั้นข้าขอถอนคำพูดนั้น... ท่านมันช่างแยบยลและร้ายกาจ"

"เอเรส ฟลินทรัสต์... นี่เป็นสิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะขอจากเจ้า"

"..."

ผู้นำอาณาจักรลุกขึ้นยื่น แล้วจึงก้มหัวให้กับคนตรงหน้าอย่างที่ผู้นำอาณาจักรไม่เคยปฏิบัติกับใครมาก่อน "รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรอาเดรีย" ซินญอร์หลับตาลง "แลกกับการลบล้างความผิดและโทษทัณฑ์ทั้งหมดของกองเรือโจรสลัดแห่งทะเลเทเทส"




ความกดดันทั้งหมดของธีสธรัลพุ่งเป้าไปที่ราชินีองค์ใหม่

เนื่องจากพวกเขาค้าขายกับอาเดรียมาเป็นเวลานาน และอาจเรียกได้ว่าอาเดรียเป็นประตูเพียงบานเดียวที่เคยเปิดรับพวกเขาให้เดินทางกลับแผ่นดินใหญ่ การปิดท่าเรือจึงส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั้งหมดในระยะยาว และต่อให้ทางการจะหันไปพึ่งพาแผ่นดินตะวันออกด้วยการส่งเรือออกไปยังติดต่อค้าขายกับชาวเอลฟ์เป็นการชั่วคราว แต่นั่นก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

แผ่นดินตะวันออกของชาวเอลฟ์ถูกเรียกว่าเป็นดินแดนที่มีแต่ความเจริญ แต่ชาวเอลฟ์ส่วนใหญ่ก็ยังประสบปัญหาเกี่ยวกับเสบียงอาหาร แผ่นดินตะวันออกมีความอุดมสมบูรณ์ไม่ได้สักครึ่งหนึ่งของมหาทวีปตะวันตก ดังนั้นชาวเอลฟ์ต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องเดินทางกลับมาพึ่งพายังแผ่นดินใหญ่

อาเดรียยังผูกมิตรอยู่กับชาวเอลฟ์ แต่กับมนุษย์จากธีสธรัล ขอเพียงมีเรือสักลำแล่นเข้าใกล้ ปืนใหญ่ที่อยู่บนปราการทั้งสามชั้นก็เตรียมพร้อมที่จะจมเรือลำนั้นลงทะเล ไม่ว่านั่นจะเป็นเรือพาณิชย์หรือเรือรบก็ตาม แต่อย่างน้อยก็มีเรือของธีสธรัลลำหนึ่งที่อาเดรียยอมให้แล่นผ่านเข้ามาในน่านน้ำของตนได้

...เรือรบหลวงคาร์เธียร์

เพราะนั่นหมายความว่าราชินีแห่งธีสธรัลเดินทางมายังอาเดรียเพื่อขอเจรจาด้วยตนเองแล้ว

"พวกเอลฟ์อัสคาห์เองก็ไม่ได้มีเสบียงอาหารเหลือมากมายพอที่จะขายให้เรา" ราชินีสาวถอนใจเมื่อมองสารตอบกลับจากแผ่นดินตะวันออกในมือของตน "ก็คงจะเหลือทางเดียวที่พอจะเยียวยาความเดือดร้อนให้กับชาวเมืองได้" เลขาคนสนิทของพระนางยืนอยู่ใกล้ๆ ราชินีแห่งธีสธรัลกำลังหารืออยู่กับกัปตันเรือรบหลวงคาร์เธียร์ และแม่ทัพเรือแห่งธีสธรัล

"อาเดรียปิดการเจรจาทุกช่องทาง และไม่ตอบสารยอมความใดๆทั้งสิ้นของธีสธรัล อย่างกับว่าต้องการให้พระนางเดินทางไปเจรจาด้วยตนเอง นี่เป็นการดูหมิ่นเกียรติของราชินีแห่งธีสธรัลอย่างที่สุด" บาร์เวน แม่ทัพใหญ่ของกองเรือรบเวเรนเซียสบถบ่นและพยายามไม่แสดงความหงุดหงิดของตนออกมาต่อหน้าผู้นำอาณาจักร "พระนางเองก็ไม่น่ายอมพวกมันโดยเร็วเพียงนี้"

"เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ บาร์เวน... ยิ่งรั้งรอ ประชาชนของเราเองที่จะเป็นฝ่ายเดือดร้อน"

ราชินีไวลด์ตอบอย่างใจเย็นและมองออกไปทางหน้าต่างนอกลำเรือซึ่งเห็นเงารางๆของแผ่นดินมหาทวีป "และการรักษาเกียรติแห่งตนเอาไว้จะเป็นการดีได้อย่างไร หากชาวเมืองยังเดือดร้อนอยู่เช่นนี้" ธีสธรัลเป็นเมืองบนเกาะ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถเพาะปลูกพืชพันธุ์และทำการปศุสัตว์ได้บ้าง แต่นั่นก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนที่มากขึ้นทุกวัน อีกทั้งพวกเขายังต้องคอยหวาดระแวงสัตว์ป่าโบราณหลายชนิดที่ชอบแวะเวียนเข้ามาในตัวเมืองอีกด้วย การเลี้ยงสัตว์ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ดึงดูดนักล่าเข้ามา และแม้แต่การเพาะปลูกก็ไม่ปลอดภัยเนื่องจากฝูงสัตว์จะเข้ามาย่ำยี ดังนั้นธีสธรัลจึงมีผลผลิตทางการเกษตรต่อปีน้อยมาก พวกเขาจำต้องพึ่งพาเมืองอื่น และเมืองอื่นที่ว่านั่นก็คืออาเดรีย

น่าแปลกใจที่อาเดรียคิดทำการใหญ่เช่นนี้โดยไม่มีแผนการที่รัดกุมพอ จริงอยู่ว่าเมื่อปิดท่าเรือแล้ว ธีสธรัลจะตกเป็นรองโดยสมบูรณ์ แต่แทนที่อาเดรียจะเตรียมข้อเสนอมาใช้เจรจาเพื่อหาประโยชน์ให้ตนเองอย่างที่ควรจะทำ พวกเขากลับระแวงว่าธีสธรัลจะไปติดต่อกับแอสทารอธแทนและพุ่งเป้าไปที่การผูกสัมพันธ์กับเมืองเซนทอร์

...ไม่รู้ว่าท่านชายซินญอร์คิดการใดอยู่

จริงอยู่ว่าแอสทารอธมีกองเรือรบที่ถูกขนานนามว่าเป็นจ้าวมหาสมุทร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องเปิดศึกสงครามกัน ที่ผ่านมาพวกเขายังรบกันไม่พออีกหรือ "บาร์เวน... ท่านมีความเห็นอย่างไรเรื่องที่สองพี่น้องผู้นำคัสนาห์-อาเดรียไม่ยอมติดต่อเราก่อน" ด้วยความที่เป็นราชินีที่ยังด้อยประสบการณ์ ผู้นำแห่งธีสธรัลจึงเห็นควรว่าจะต้องขอคำแนะนำผู้มีความเชี่ยวชาญมากกว่า

"โดยมากผู้คนในเมืองท่านั่นก็เป็นพ่อค้ากันทั้งนั้น ข้าได้ยินมาว่าพวกเอลฟ์อัสคาห์ยังติดต่อกับอาเดรียอยู่ การตัดการซื้อขายจากเราก็เสมือนหักเสาเรือออกไปสักต้นจากสามต้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เรืออาเดรียต้องจมเสียทีเดียว"

การเปรียบเทียบในแบบนักเดินเรือทำให้คนฟังต้องมุ่นคิ้วเล็กน้อยหลังจากพยายามนึกภาพตาม

เรือเดินสมุทรลำหนึ่งมักมีเสาเรือใหญ่สักสามหรือสี่ต้น ซึ่งหากล้มไปสักต้นก็ไม่ได้ทำให้เรือลำนั้นต้องจมทะเล เพียงแต่ชะลอความเร็วเท่านั้น "พวกเขาอาจต้องการแสดงอำนาจให้เราได้รู้ว่า... การตัดขาดจากเราไม่ทำให้พวกเขาเดือดร้อน แต่พวกเราต่างหากที่ตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ไม่ได้เลย"

"นี่เป็นความคิดที่จะเอาชนะของเด็กนัก" ผู้นำหญิงมุ่นคิ้วบ่น "และซินญอร่าคิดจะเอาชนะธีสธรัลด้วยการปิดท่าเรือน่ะรึ พวกเขาดูถูกกองทัพของเรามากไปหรือเปล่า"

เลขาคนสนิทค้อมหัวลงน้อยๆเพื่อขออนุญาตออกความเห็น "ข้าได้ยินมาว่าอาเดรียมีกองทัพ"

"ใต้คำสั่งห้ามจัดตั้งกองทัพของธีสธรัลน่ะหรือ อาเดรียจะมีกองทัพได้!"

"แม่ทัพเอเดรียน... หากข้าจำไม่ผิด" บาร์เวนนึกขึ้นได้บ้าง "เขาเคยถูกจับได้ในข้อหาซ่องสุมกำลังพลเพื่อคิดการกบฎต่อธีสธรัล ถูกนำมาถึงลานประหารของเราเพื่อให้สู้กับพวกสัตว์ป่า แต่วันนั้นกลับมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นจนเขาหายตัวไป บ้างก็ว่าตายในลานประหารนั่นไปแล้ว บ้างก็ว่าหนีกลับอาเดรียไปแล้ว"

เลขาคนสนิทพยักหน้าเห็นด้วยกับแม่ทัพเรือ "แต่ตอนนี้เขาว่าผู้ชายคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ขอรับ และยังคงเป็นผู้นำทางการทหารของอาเดรียอยู่ เรียกได้ว่าเป็นคนสนิทของผู้นำอาณาจักรอาเดรียเลยก็ว่าได้" ฟลินกอร์นกล่าวเสริม "เอเดรียนมีชื่อเสียงในเรื่องของความซื่อสัตย์และรักบ้านเมือง เขาจึงอาจเป็น... เขี้ยวเล็บที่มีพลังมากของอาเดรีย"

ผู้นำหญิงมุ่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น "เช่นนั้นก็ซื้อตัวเขามาให้ได้!"




แม่ทัพใหญ่ยังเหม่อมองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหตุการณ์รอบตัวจะสงบลงแล้ว นักล่าจากไอย์ชวลล่าถอยกลับไปเช่นเดียวกับกลุ่มพรานจากอาเดรียที่ถอยร่นกลับไปยังเมืองหลวงพร้อมกับเซนทอร์ที่จับได้ แต่เอเดรียนดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลย

สายตาของเขาว่างเปล่า และจ้องมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่าด้วยความรู้สึกเคว้างคว้าง

"...เอเดรียน" จาเร็ตต์ร้องเรียก ค่อยๆแตะมือที่ต้นแขนของผู้นำทัพ "พวกพรานจับเลสธีราห์ไป" แม้จาเร็ตต์เองจะตกใจและตกตะลึงไม่แพ้กัน แต่เขาก็ไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้เลยว่าตอนนี้แม่ทัพใหญ่คิดอะไรอยู่ หรือเจ็บปวดแค่ไหนกับความจริงที่เพิ่งรับรู้ สำหรับจาเร็ตต์แล้ว... เลสธีราห์เป็นเพื่อนร่วมงานคนใหม่ที่ดูจะมีความลับไปเสียทุกเรื่อง แต่ถึงอย่างนั้น ฝ่ายนั้นก็ดูจะเป็นห่วงเป็นใยและถูกคอกับเอเดรียน ดังนั้นเขาจึงพอจะวางใจไปได้บ้าง

แต่สำหรับเอเดรียนแล้ว... เลสธีราห์เป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงาน

"..." ร่างสูงถอนใจออกมาในที่สุดหลังจากเงียบไปพักใหญ่ "ข้ารู้ จาเร็ตต์"

โจฮาลล์เดินมาหยุดข้างน้องชายและมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่ทัพใหญ่จึงยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ต่อหน้าต่อตา "เช่นนั้น ทำไมเจ้าถึงไม่ห้ามปราม" เอเดรียนหลับตาลงกับคำถามพร้อมกับมุ่นคิ้วเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองอยู่ในใจ "เลสธีราห์... ช่วยเจ้าจากพวกไอย์ชวล"

เอเดรียนเม้มปากครู่หนึ่งของก่อนให้คำตอบ "หากข้าปล่อยเขาไป เขาก็จะไม่กลับมาอีก"

สิ้นคำตอบนั้นเองที่จาเร็ตต์เข้าใจทุกอย่าง "นี่เจ้า..." ร่างโปร่งบีบแขนพี่ชายของตัวเองเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เขาถามอะไรให้มากความ และขยิบตาให้ครั้งหนึ่งเป็นสัญญาณว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังในภายหลัง แต่แล้ว แม่ทัพใหญ่ก็ทรุดเข่าลงกับพื้นและกำมือแน่นราวกับก่นด่าตัวเอง

"แต่ข้ายอม.... ให้พรานพวกนั้นทำกับเลสเหมือนสัตว์ได้ยังไง"

"เอเดรียน" จาเร็ตต์ย่อตัวลงพร้อมกับวางมือลงบนบ่า "มันไม่ใช่ความผิดเจ้าที่เกิดเรื่องแบบนี้"

มือของเอเดรียนกำแน่นสั่นเทิ้ม เช่นเดียวกับฟันที่ขบกันแน่นด้วยความรู้สึกอัดอั้นที่ไม่มีทางอธิบายได้ ความคิดหลากหลายแล่นประดังประเดอยู่ในหัวจนเจ้าตัวไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างมันมากมายเกินกว่าเขาจะรับมือได้ และเขาต้องการหยุดพักเหลือเกิน "เอเดรียน" เลขาคนสนิทลูบบ่ากว้างเบาๆเป็นเชิงปลอบ "ข้าเองก็ตกใจเหมือนเจ้า แต่เราต้องลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะ..."

"เจ้าจะไปเข้าใจอะไร!" แม่ทัพใหญ่ตวาดออกมาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน "...เจ้าจะรู้อะไร"

ใช่... เขาจะไปเข้าใจอะไร

จาเร็ตต์รู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง แม้มันจะยังไม่เด่นชัดแต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงไม่เข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายว่ามันจะเจ็บปวดทรมานสักแค่ไหน เลสธีราห์จะรู้สึกอย่างไรที่สุดท้ายแล้วคนที่เขาเอาตัวเข้าปกป้องกลับไม่ลงมือทำอะไรเพื่อช่วยเหลือตนเลย และความรู้สึกของเอเดรียนจะพังทลายสักแค่ไหนที่ได้รับรู้ว่าคนที่เคยคิดจะเชื่อใจกลับกลายเป็นคนนอกเช่นนี้

จู่ๆคนที่รักกลับกลายเป็นคนที่ไม่สามารถรักได้... ความทรมานนี้ใครจะเข้าใจ

แม้เอเดรียนจะเคยถูกคนรักหักหลัง แต่มันไม่เหมือนกันกับกรณีของเลสธีราห์ ฝ่ายนั้นปกป้องเขา... ต่อสู้แทนเขา... และกล่าวขอโทษที่ทำลายเยื่อใยและความรู้สึกดีๆที่เคยมีต่อกันมา เพียงเพราะต้องการจะรักษาชีวิตของเอเดรียนเอาไว้

"ข้า... จะต้องทำยังไง..." แม่ทัพใหญ่โอดครวญ "จะต้องทำยังไงเพื่อรักษาไว้ทั้งเลสทั้งอาเดรีย!"




ท่านชายซินญอร์กลับมาที่คฤหาสน์และพบว่าหัวหน้าพรานป่ากลับมารายงานเรื่องสำคัญ อย่างไรก็น่าแปลกที่พวกเจ้าไปล่าสัตว์ ทว่าจับเซนทอร์กลับมาได้ ซ้ำยังเป็นเซนทอร์ที่สามารถแปลงเป็นมนุษย์ได้อีกด้วยที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าครึ่งม้าเปลี่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์ได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นการค้นพบครั้งสำคัญ และท่านชายซินญอร์ก็คิดว่าเซนทอร์ที่พวกเขาจับได้ในวันนี้ก็มีความสำคัญต่อแอสทารอธเช่นกัน

ไปตามเอเดรียนมาพบข้า...

ท่านแม่ทัพยังไม่กลับมาจากการล่าสัตว์ขอรับ" หัวหน้าพรานกล่าวตามตรง เขาเองก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงพอจะรู้สึกเอเดรียนอยู่ในอาการตกตะลึงอย่างไร แต่หากเขารอให้อีกฝ่ายตัดสินใจ อาเดรียอาจต้องเสียโอกาสนี้ไป ...โอกาสในการถือไพ่เหนือกว่าแอสทารอธ

 “ส่งคนไปตามเขามา" ซินญอร์หันไปสั่งผู้ติดตามอีกคนหนึ่ง "ส่วนเซนทอร์ตนนั้น นำไปขังไว้ที่ข้างพักด้านบนก่อน แต่อย่างไรก็ต้องใส่โซ่ตรวนเอาไว้ พละกำลังของเซนทอร์มีมากกว่าม้าและคนรวมกัน พวกเจ้าต้องระวังเขาให้ดี

ข่าวการจับเซนทอร์ได้แพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักรอาเดรียในเวลาอันรวดเร็ว และไม่นานหลังจากที่คณะพรานเดินทางไปถึงมหาคฤหาสน์ ผู้คนจำนวนมาก็เดินทางเข้ามาในปราการชั้นในและพยายามจะมองผ่านประตูรั้วเหล็กแหลมเข้าไปเพื่อให้เห็นอมนุษย์ครึ่งม้าอันเป็นตำนานซึ่งยังนั่งอยู่บนเกวียนลากและถูกพันธนาการด้วยเชือกหลายเส้น

เสียงพูดคุยระงมของฝูงชนทำให้เลสธีราห์ที่เอียงหัวพิงขอบไม้ของรถเกวียนอยู่ด้วยความอ่อนล้าต้องลืมตาขึ้นมองผู้คนจำนวนมากที่เข้ามามองดูเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเพียงแค่นัยน์ตาสีฟ้าครามลืมขึ้นเท่านั้น เสียงพูดคุยเซ็งเซ่ก็แปรเปลี่ยนเป็นคำอุทานด้วยความตื่นตะลึง

นั่นเซนทอร์จริงๆหรือ

เซนทอร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย...

สวยจัง ข้าไม่เคยเห็นใกล้ขนาดนี้มาก่อนเลย

ร่างโปร่งถอนใจและข่มตาลงขับไล่ความรู้สึกอับอายออกไป แต่ตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นมาต่อกรกับใคร เพราะจิตใจของเซนทอร์หนุ่มกำลังบอบช้ำเหลือเกิน ร่างกายท่อนล่างตอนนี้ไม่สามารถแปลงกลับเป็นมนุษย์ได้เนื่องจากเชือกหลายเส้นที่พันธนาการข้อเท้าไว้แน่นหนาเกินกว่าจะดิ้นให้หลุด

การถูกมนุษย์จับได้ไม่ใช่เรื่องน่าอายสำหรับเลสธีราห์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บใจที่สุดในตอนนี้กลับเป็นมนุษย์ที่เขาเคยคิดว่าไว้ใจได้กลับไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาเลยสักนิดเดียว เอเดรียนไม่สบตาร่างโปร่งอีกเลยหลังจากนั้น และตอนนี้ชายหนุ่มก็ไม่ปรากฎตัว อีกทั้งปล่อยให้หัวหน้าพรานยื่นอกรับความดีความชอบที่จับเซนทอร์ได้

มนุษย์ช่างแปรเปลี่ยนง่ายเหลือเกิน

ร่างโปร่งรำพึงกับตัวเอง เขาอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวด้านมืดของเผ่าพันธุ์นี้อยู่บ้าง มนุษย์เป็นเผ่าที่ไม่มีสัจจะ ไม่มีความน่าไว้ใจ ไม่มีความน่าเชื่อถือ ทุกคนล้วนแล้วแต่กลับกลอก ปลิ้นปล้อนและล้วนแล้วแต่หาประโยชน์เข้าตัว แต่ไม่คิดเลยว่าคำเตือนของคูแรนน์จะเป็นความจริงขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้

แต่เลสธีราห์ก็โกรธเอเดรียนไม่ลงเลย...

เพราะฝ่ายนั้นถูกเขาหลอกก่อนไม่ใช่หรือไร จึงได้ทอดทิ้งเขาในตอนนี้

แต่ที่เรื่องทุกอย่างกลายเป็นอย่างนี้ ก็เพราะต้องการจะช่วยชีวิตอีกฝ่ายไม่ใช่หรือไร หากเลสธีราห์ไม่กระโดดออกไปตอนนั้น เอเดรียนอาจถูกคูแรนน์ทำร้ายจนปางตายไปแล้ว และร่างโปร่งก็รู้ดีว่าลูกพี่ลูกน้องของตนมีพละกำลังมากแค่ไหน อีกทั้งม้าที่อีกฝ่ายควบขี่ก็ได้ชื่อว่าเป็นม้าที่มีแรงมากกว่าปกติ หากไม่ใช่ร่างเซนทอร์แล้วเขาจะทัดทานกำลังของผู้นำคณะพรานแห่งไอย์ชวลได้อย่างไร

...ถ้าไม่ใช่ธนูแอควาเรียร์ จะสามารถข่มขู่อัลซาโตเกียร์ได้อย่างไร

มือสองข้างที่ถูกรวบมัดเอาไว้ด้วยกันยกขึ้นปาดหยาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามกรอบหน้า ความหยาบกร้านของเส้นเชือกเริ่มบาดข้อมือเรียวจนเป็นรอยแดง แสงแดดเจิดจ้ายามกลางวันอาบทับผิวเนื้อเปลือยอยู่เนิ่นนานทำให้รู้สึกแสบจนแทบไหม้ และท่อนขาของอาชาที่งอขดอยู่นานเกินไปก็เริ่มร้องอุทรณ์

หากคาดเดาในเบื้องต้นแล้ว อาเดรียอาจจะใช้เขาเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองกับแอสทารอธ ฝ่ายนั้นต้องการความร่วมมือจากเมืองเซนทอร์ ทว่าตัวเองกลับไม่มีสิ่งใดไปแลกเปลี่ยนตอบแทน อีกทั้งเอเดรียนยังเสนอเรื่องของเรือจักรไอน้ำซึ่งเป็นงานที่ท้าทายเกินตัวอีกด้วย ดังนั้นการจับเซนทอร์ได้สักตัวหนึ่งก็นับเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่พอจะมีมูลค่าอยู่บ้าง

เลสธีราห์นับถือหัวหน้าพรานที่คิดการณ์ไกลถึงเพียงนี้

...แล้วเอเดรียนเองก็คิดเช่นนี้หรือเปล่า จึงได้ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

หัวใจของร่างโปร่งเกร็งรัดจนเจ็บในอก เพราะเมื่อคิดว่าหากเอเดรียนสนับสนุนการกระทำครั้งนี้ของอาเดรีย นั่นก็หมายความว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของพวกเขาไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับอีกฝ่ายอย่างนั้นหรือ

เขาไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับเอเดรียนเลยจริงหรือเปล่า...

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฝ่ายนั้นจะเห็นบ้านเมืองของตนมาก่อนเรื่องอื่น แต่เลสธีราห์ก็ยังแอบหวังว่าเขาจะมีคุณค่าอะไรในสายตาของอีกฝ่ายบ้าง แม่ทัพแห่งอาเดรียตีค่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเป็นศูนย์จริงๆหรือ แม้ว่ามันจะผ่านมาไม่นานก็ตาม แต่พวกเขาทั้งสองก็สนิทสนมกันมากขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว... เอเดรียนไม่คิดอย่างนั้นบ้างหรือไร

และคำพูดในคืนนั้นหมายความว่าอย่างไร หากอีกฝ่ายเป็นคนเลือดเย็นเช่นนี้

แต่ข้า... ก็ยังอยากครอบครองเจ้าไว้เพียงคนเดียว... อยู่ดี

เป็นของข้าไม่ได้เหรอ เลสธีราห์...

...

ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายละทิ้งข้าไปก่อน เอเดรียน !



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #341 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:54
    เลสสสสสส ฮือออออ
    #341
    0
  2. #287 0872278337 (@0872278337) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 21:13
    น้ำตาจะไหลเป็นน้ำตกอยุ่แล้ว
    #287
    0
  3. #269 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 01:47
    .....................................................................  ;w;
    เขียนไม่ออกอ่ะ
     
    แค่ท่าทีไม่เหมือนเดิมก็เจ็บแล้ว  นึกสภาพจิตใจตอนโดนจับแล้วเอเดรียนยืนเฉยไม่ยอมทำอะไรเลยดิ ........
    ทั้งที่ตอนที่แล้วแกยังไม่พอใจที่โจฮาลว่าเลสเทียบกับเวห์เชียอยู่เลย ...  ทั้งที่ก็รู้ว่ามันไม่เหมือนกัน  แล้วแกลังเลอะไร
    จาเร็ตต์ที่ขี้ระแวงขนาดนั้นยังแยกแยะได้ ... แกจะให้เหตุผลว่ามันเป็นวิธีที่จะรั้งเค้าไว้ได้ แน่ใจนะ ด้วยวิธีอย่างงี้เหรอ  แกอยากจะรั้งแต่ร่างกายไว้น่ะเหรอ  คิดถึงจิตใจเค้ามั้ยอ่ะ ... ว่ามันเป็นยังไงไปแล้ว  โดนจับ โดนขัง ตีตรวน แล้วคนที่ตัวเองห่วงขนาดลืมเหตุผลทุกอย่างโดดออกไปช่วย ยังทำเมินเฉยใส่อย่างงี้ ... แกลองถามตัวเองดู ว่าถ้าเป็นแก  แกเจ็บมั้ย
    .............................................................. จะจับมันถ่วงอ่าวมารินาให้ได้
     
    สับฉากตัดอารมณ์กันมาก .............
    ฉากหนึ่งนั่งร้องไห้  พอเข้าฉากสองฉากสามมา .......................... นั่งบื้อ
    ต้องตบๆตัวเอง ทิ้งความดราม่าเมื่อกี้ไปก่อน ไม่งั้นมีอ่านไม่รู้เรื่องแน่ๆ ฮาๆ
     
    ------------------------------------------------------------------------------ 
     
    อย่างงว่าทำไมเม้นฉากมันปนกัน ... เราอ่านยาวแล้วมาพิมพ์อ่ะ ...
    ทุกทีจะเปิดหน้าคู่ อ่านไปพิมพ์ไป มันได้ทุกชอตดี(<<หรือจริงๆอย่างงี้งงกว่า 555)
    แต่ฟิลตอนนี้มันพิมพ์ไม่ออกงัย....................... 
     
    #269
    0
  4. #251 BREAKDOWN (@breakdown) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 10:07
    โอยยยยดราม่าไปอีกกกก เอเดรียนเอ็งจะไม่ทำอะไนหน่อยรึ เลสของข้าช่างน่าสงสาร เอ็งได้เลสเป็นเมียแล้วนะเว้ย!! ทำไมถึงต้องจำไม่ได้ด้วยเนี่ย !! เห้อมมมมมม ซู่วซู่วทั้งเลสทั้งคนเขียนนาจาาาา อยากอ่านต่อล้าวววกำลังเจ้มจ้นเลยยยย ชอบดราม่า 5555
    #251
    0
  5. #250 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 07:51
    สารภาพค่ะว่าไม่ว่าจะอ่านเรื่องนี้กี่เวอร์ชัน ก็ไม่ชอบตอนที่เลสธีราห์ถูกจับเลยอยู่ดีค่ะ โฮ U_U
    มันคือสารพันความดราม่าทุกสิ่งอย่างจริงๆ ค่ะ แงงงง ความรู้สึกของแต่ละฝ่ายนี่มันกินกันไม่ลงเลยนะคะ อยากจะด่าเอเดรียนแต่ก็รู้สึกว่าจากที่ผ่านๆ มาก็ถือว่ามีเหตุผล (ยกเว้นตอนที่บอกว่าถ้าปล่อยไปเลสจะไม่กลับมาอีกนี่ในใจหลุดว่าฟัxไปแล้ว ขอโทษค่ะ มันอดไม่ได้--) แต่ทำไม้ทำไมถึงไม่รีบตามหัวหน้าพรานไปคะะะะะะะะะ
    โอ๊ย คำพูดของคูแรนน์จำเป็นต้องเป็นจริงเร็วขนาดนี้มั้ยคะะะะะ
    เอาใจช่วยให้เอเดรียนตัดสินใจได้เร็วๆ และเป็นการตัดสินใจที่ถูก(สำหรับคนอ่าน #เดี๋ยว) ด้วยนะคะ!!

    แต่รู้สึกชอบตอนที่ท่านชายคุยกับเอเรสจังเลยค่ะ ดูลึกลับดี (?)
    และฉากฝ่ายธีสธรัลนี่...คิดว่ายังไงคงซื้อเอเดรียนไม่ได้ค่ะ ขนาดเลสใช้ใจซื้อยังได้ไม่คุ้มเสียเลยค่ะ 55555555555 #ในเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่
    แต่ถ้าจะซื้อจริงๆ ก็รอดูนะคะว่าจะใช้อะไร
    ลุ้นค่ะว่าหลังจากธีสธรัลท็อปฟอร์มไปเมื่อคราวเสนอเรือจักรไอน้ำตัดอาเดรีย จะมีอะไรเด็ดกว่านั้นมั้ย 555555555

    สุดท้ายนี้...
    รอวันที่ความละมุนจะกลับมาเสมอค่ะ ด้วยรัก <3
    #250
    0
  6. #249 IMilk Errorist (@Bambam_tuan_9397) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 02:36
    เอเดรียนนนนนนน ทำไมไม่ช่วยเลสของช้านนนน ห๊า!!? ฮืออออ ขุ่นแม่ใจจิขาด ตอนเลสโดนจับนี่คือนั่งสาปแช่งพวกนายพราน-*- //ขอสารภาพตามตรงนะคะ...จำเมืองไม่ได้และแทบไม่ได้สนใจเลยเอาจริง55555555 ชื่อจำยากและงงมาก สนแค่เรื่องเลสกับเอเดรียนแค่นี่จริมๆ ( _ _)
    #249
    0
  7. #152 MadCat (@rambo-nat) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 10:56
    เรื่องนี้เรางงกับชื่อเมืองมากกกก ตอนอ่านๆ ก็จำๆ โอเค มันมีเมืองที่นำหน้าด้วยธ.ธงอยู่เมืองนึงนะ พออ่านๆไป เฮ้ย! มาจากไหนอีกเมืองอะ! งงๆ แต่พออ่านไปสิบกว่าตอนก็พอจับจุดได้ ว่า มันมีเมืองนึงเป็นเมืองมนุษย์(ธีๆ ซักอย่าง) ส่วนอีกเมือง(เธๆ) ไม่รู้จัก แต่ไม่ออกบ่อย เลยช่างมันละกัน //เกรียน

    เราไปสนแค่เมืองของคู่ฟินในเรื่องก็พอ เน๊อะ!

    รู้สึกเหมือนมาบ่นให้ฟังมากกว่าแสดงตนว่าอ่านจังเลย...
    ขอ nc งับ //สาระมันอยู่ตรงนี่ <3
    natty.poko@hotmail.com

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 ตุลาคม 2557 / 19:56
    #152
    0
  8. #129 AnchanZz (@AnchanZz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 09:58
    ได้ฤกษ์เข้ามาอ่าน แล้วคอมเมนต์ขอฉากที่คุณก็รู้ว่าอะไร(ไม่หื่นเลยจริงๆนะ)
    เรื่องนี้อ่านตอนแรกก็มึนๆตามสไตล์(ฮาา) อ่านไปสักพักเริ่มเข้าใจเรื่องและพบว่า
    เลสนายช่าง...จะอะไรดี ไร้เดียงสาก็ไม่เชิง เด็กก็ไม่ใช่ ดูอ่อนต่อโลกละกัน
    เทอดูเป็นคุณหนูที่ถูกประคบประหงม คิดว่าตัวเองเก่ง(ก็เก่งนะยังไม่เคยเห็นแสดงฝีมือจริงจัง)จัดการเรื่องต่างๆเองได้
    น่าปราบพยศเป็นที่สุด (ชูป้ายเชียร์พระรองดีไหม ดูเท่กว่าพระเอกอีกนะ Orzz)
    ส่วนพระเอกเรื่องนี้ก็อนาถาเหลือเกิน ดูเหมือนมีอำนาจ แต่ก็ไม่มี(ฮาาา)
    เทียบกับวาเรนหรือวิกวิกแล้ว เอเดรียน นายดูเป็นพระเอกอาภัพม๊ากกกกก 
    ดูมีความสามารถแต่ต้องอยู่ใต้อำนาจของ....
    อ่านมาแล้วดูไม่เห็นทางที่อาเดรียจะรอดเลย ฝั่งธีสธรัสก็มีภูติหนุนหลัง 
    ภูติแต่ละคนความสามารถอลังการจนไม่รู้อาเดรียจะเอาอะไรไปสู้
    แอสทารอทเองคงจะยอมช่วยอยู่หรอก หักหน้ากันขนาดนี้ 
    ใจจริงไม่อยากให้เลสใจอ่อนเลย อย่าไปช่วยอาเดรียนะ 5555 (สายเอสสินะ)
    ว่าแต่เลสถูกจับมาแบบนี้ ฝั่งเอลฟ์จะเคลื่อนไหวรือไม่ คุณป๊ะป๋าจออกโรงรึเปล่าา 

    minnie_sweet_dream@live.com

    #129
    0
  9. #123 snow >_< (@at1026) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 21:06
    ขอ nc จ้า
    saphonrachet@hotmail.com
    #123
    0
  10. #120 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 17:48
    ทิ้งเมล์ๆ Palantir22@gmail.com
    #120
    0
  11. #119 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 17:47
    เฮ้ยยยเรื่องนี้แต่งมาเพื่อทำร้ายเราโดยเฉพาะโว่ยยยยย อร๊ายยยยยยยย
    #119
    0
  12. #95 beautjang (@beautjang) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 12:14
    งั้นเอาความรู้สึกแทนนะ เค้าไม่รู้สึกว่าเป็นเมะชนเมะนะ เรื่องนี้ รู้สึกว่าเลสจะออกเเนวเคะน้อยน่ารักมากกว่า น่าเอ็นดูผุดๆ ละยังไม่ค่อยประทับใจพระเอกเท่าไหร่นะ อยากให้ซาฮาล เป็นมากกว่าอ่ะ เราว่าคงมันส์กว่าเยอะ แต่เนื้อเรื่องสนุกและเป็นธรรมชาติดี เอะ นี่เราเขียนตรงประเด็นรึเปล่า5555 แต่ก็ทิ้งเมล์ๆๆๆ55 beautjang@gmail.com
    #95
    0
  13. #93 meiarchan (@meiar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 21:34
    อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก/กรีดร้อง

    ถึงนายมาทำดีด้วยตอนนี้ชั้นก็ยังเคืองย่ะ!

    ฮือๆๆๆๆๆๆ สงสารเลสง่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    ส่วนเรื่องความเหมือน......ชีวิตแอบอาภัพเล็กๆเหมือนกัน-*- ไม่ถึงขึ้นบ้านแตกสาแหระขาดแต่ก็เป็นชีวิตที่ดูโดดเดี่ยว เลสต่างจากคนอื่นจึงพยายามให้ได้รับการยอมรับ ส่วนเอเดรียนต้องการคนที่เชื่อใจสักคนแต่ก็ฝากใจไว้ที่ใครไม่ได้เพราะปมในอดีต ทั้งสองต่างตามหาสิ่งที่ตนขาดหายไปทั้งคู่

    เรื่องความต่าง......เอเดรียนดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเลสหลายเท่า 555

    อาจเพราะด้วยอายุที่มากกว่าและสถานการณ์ที่ต่างกัน เลสอาจแตกต่างจากเซนทอร์ทั่วไปแต่ก็ไม่ได้โดนรังเกียจขนาดไม่มีใครคบหรือโดนมองเป็นตัวประหลาด แต่เอเดรียนกลับโดนทรยศหักหลังและถูกบีบคั้นต่างๆนาๆทำให้เอเดรียนมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเพราะได้ผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายมามากมาย(โถพ่อพระเอกสุดรันทด)

    นอกนั้น......ไม่รุ้จะเขียนอะไรแล้วอ่ะ-3-

    ขอด้วยน้า meiar.darian@gmail.com

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 กันยายน 2557 / 21:39
    #93
    0
  14. #86 ✖ Nm'mi ✖ (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 12:40
    ครั้งแรกแห่งการอ่านเรื่องนี้น่าเบื่อมากมันช้าๆดำเนินข้างข้างติดขัดด้วย แต่พอดำเนินมาเรื่อยๆแล้วเรื่องมันก็เข้มข้น สนุก เลสชอบทำแผนการพังตลอด เด็กน้อยมาก เอเดรียนก็น่ะสมเป็นแม่ทัพระแวงตลอดเวลา แต่ล่าสุดเลสกล้ามากกล้าสู้ก็คูแรนน์อ่ะ ทั้งโหดทั้งเถื่อน แต่อยากกระทืบเอเดรียนทิ้งไม่ช่วยเลสเลย เลสเสี่ยงตายเลยน่ะนั้นน่ะ โคตรไม่ได้เรื่องไม่ปลื้มเลย แถมยังพูดทำร้ายจิตใจเลสอีก ยังงี้มันตบหัวแล้วลูบหลังหนิ ดังนั้นเลสห้ามใจอ่อนน่ะ เอาให้เอเดรียนตายทั้งเป็นไปเลย E-mail : nametaji_miho@hotmail.com
    #86
    0
  15. #84 แอปเปิ้ลแดง (@apfelwein) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 23:18
    เขียนน้อย ๆ ได้ไหมง่ะ
    -ความเหมือน
         เราคิดว่าสองคนนี้มึน ๆ เล็กน้อย ทั้งเลสและเอเดรียนจะออกแนวซื่อ ๆ ไม่ฉลาดแกมโกงเหมือนตัวเอกอื่น ๆ เช่น บรรดาเจ้าชายเงือกที่ฉลาดแกมโกงเจ้าแผนการกันเหลือเกิน ถึงเอเดรียนจะมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าเลส แต่ก็ยังน้อยอยู่ดี
         ชอบทำตัวโดดเดี่ยว ไม่มีคนที่ไว้ใจได้จริง ๆ เพื่อนน้อย เลสโดดเดี่ยวเพราะตัวเองต่างจากคนอื่นในอาณาจักร ทั้งเป็นลูกครึ่ง เป็นลูกของท่านแม่คนเก่ง มีตำเเหน่งใหญ่ทั้ง ๆ ที่อายุยังน้อย เลสก็เลยรู้สึกแปลกแยก ส่วนเอเดรียนเป็นแม่ทัพตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่ไม่เคยออกรบเลย มีฝีมือแต่แสดงออกไม่ได้ และไว้ใจคนอื่นไม่ได้เพราะเป็นแม่ทัพลับ ๆ และเคยโดนคนรักทรยศมาก่อน
    -ความต่าง
         เอเดรียนจะคิดมากกว่าเลสเยอะ ไม่แน่ใจว่าสองคนนี้อายุต่างกันเท่าไหร่ เราอ่านตอนแรก ๆ นานแล้ว จำไม่ได้ แต่เลสจะมีความเป็นเด็กอยู่มาก คิดแบบเด็ก ๆ ว่าถ้าเราแสดงความจริงใจให้คนอื่นเห็นคนอื่นจะเชื่อใจ อันนี้คงมาจากการเลี้ยงดูด้วยล่ะ พวกเซนทอร์นั้นซื่อตรง  ส่วนเอเดรียนจะคิดมากกว่า คงเป็นเพราะถูกทรยศมาก่อนไง มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกันและส่งผลต่อวิถีการดำรง ชีวิต

    อีเมลค่ะ mana_nara@hotmail.com
    #84
    0
  16. #83 Janinozuka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 20:57
    โอย..ความเห็นแต่ละอันทำเราท้อ แต่ล่ะท่านเม้นได้เยอะเฟ้อ นั่นคอมเม้นรึเรียงความT^T เอาเกรียนเข้าสู้แล้วกัน



    ว่าด้วยเรื่องความเหมือน --จริงจัง สัจจะ --

    เราว่าอาเดรียนอ่อนโยนแต่เด็ดขาดนะ คิดถึงตอนแฟนเก่าที่ถึงขนาดลงมือเองได้ก็คงใจเด็ดไม่เบา

    เลสด้วยถึงจะอ่อนไหวแต่ไม่โลเล ถ้าเลสคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่มันควรจะทำก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น(โดดเอาธนูชี้หน้าคูแรนน์)

    ถ้าพูดถึงความซื่อสัตย์กับสัญญาคงพอกันทั้งคู่ล่ะนะ ถึงจะมีวิธีการรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเองต่างกัน แต่ยังไงก็เรียกว่ามีสัจจะนั่นแหละ

    ส่วนความต่าง ทั้งสองคนถ้ามองผ่านๆ จะเหมือนต่างกันสุดขั่ว แต่ความจริงมันเป็นความต่างท่านด้านนิสัยและความชอบเล็กๆน้อยๆมากกว่า



    คิดไม่ออกแล้วง่า า เม้นดีกว่า ชอบตอนนี้นะ เพิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีดราม่าก็ตรงนี้แหละ ถูกจับขัง จิตใจสับสน แล้วพระเอกก็เข้ามาช่วย(อาเดรียนจำคำพูดนั้นได้แสดงว่ารู้แล้วหรอว่าคนที่ตัวเองนอนด้วยคืนนั้นเป็นเลส?) หนีตามกันไปเลยค่ะป้าแนะนำ ทิ้งภาระหน้าที่ทุกอย่างแล้วหายไปซะ

    เหอๆ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ก็ดีสิเนอะ แอบคิดถ้าเป็นเลสจะฆ่าตัวตายไม่ให้บ้านเมืองเดือดร้อน =__= ปล่อยให้อาเดรียนรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต(โหด!) ไม่อยากเดาเลยว่าเรื่องจะเป็นยังไงต่อ คาดหวังกับตอนต่อไปมากค่ะ



    ปล.คิดถึงวิก หนูเซน เรียฟ และน้องม้าทั้งหลายมากกก! ป้าคิดถึงหนูจังอ่าาา โผล่มาหน่อยน้า >.<

    เม้นนางไร้แก่นสารมากยังไงก็สงเคราะห์ncด้วยนะคะ

    jutamat_jane@hotmail.com
    #83
    0
  17. #82 คิดไม่ออก... (@lucifer-knight) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 23:47
    //โผล่มาจากเงามืดค่ะ แฮะๆ เราว่า2คนนี้เหมือนกันตรงที่ความสับสนกับระบบความคิดแหล่ะค่ะ ทั้งคู่ดูเหมือนมีความสับสนในตัวเองไม่น้อยเลย ทั้งเรื่องหน้าที่ ความรู้สึกแล้วก็หลายๆอย่าง หรืออาจจะไม่ได้สับสนแต่ไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง? ส่วนความแตกต่างก็... เลสดูจะแข็งๆตรงๆมากกว่าเอเดรียนนะคะ เพราะเป็นเซนทอร์รึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เลสดูหลุดแสดงออกมาง่ายๆกว่า ในขณะที่เอเดรียนจะแบบ ค่อยๆตอด //ฮา แล้วก็เลสดูมีจุดเป้าหมายความตั้งใจที่แลดูชัดเจนกว่าเอเดรียน เอเดรียนเหมือนกับแค่ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ทำหน้าที่ตามคำสั่ง แต่แรงจูงใจส่วนบุคคลดูแรงน้อยกว่าเลสน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้คิดไปเองรึเปล่านะคะ แฮะๆ the-key_yaoi@hotmail.com
    #82
    0
  18. #81 Blue magic (@bloody-war) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 00:50
    ก่อนจะเหมือนหรือต่าง  ขอโวยประเด็นคูเเรนน์ก่อนค่ะ  เป็นพี่ชายทำไมไม่ช่วยน้องงง  เอเดรียนไม่ช่วยเพราะมัวเเต่อึ้งไม่ประหลาดใจ  เเต่คูเเรนน์ที่เพิ่งควบม้าห่างไปเเป๊บๆ  เเถมยังมีญาณหยั่งรู้ว่าน้องจะถูกจับ(นายรู้อยู่ใช่ไหม?!!)  ทำไมไม่หันกลับไปช่วยห๊ะ!!!  อะไรกันคนตระกูลนี้  ทำไมไม่ช่วย(เหลือเกื้อกูล)กันบ้างเลย  ตามอ่านนิยายของผู้เขียนมาตั้งเเต่สมัยเงือกกับเเวมไพร์เเล้วค่ะ  ทางนั้นไม่ว่าจะราชวงศ์ไหนพี่น้องก็ดูจะรักกันดี  เเล้วเรื่องนี้ล่ะ?!!  ทำไมเลสกับคูเเรนน์ไม่สมานฉันท์กัน!!!(ต่อให้พวกนายจะไม่ได้โตมาด้วยกันก็เถอะ  เเต่ในฐานะที่เป็นญาติ  ช่วยปฏิบัติต่อกันให้เหมือนญาติหน่อยได้ไหมมม!!! T.,T)

    เข้าประเด็นค่ะ  ความเหมือนระหว่างเลสธีราห์กับเอเดรียน
    - เป็นเเม่ทัพที่ไม่เคยออกรบเหมือนกัน (ชักห่วงอนาคตสองเมืองนี้จริงๆ =_=;;)
    - เป็นเเม่ทัพที่ไม่(ค่อย)เหมือนเเม่ทัพเหมือนกัน  เอเดรียนดูเนี๊ยบ  ดูใจอ่อน  ดูไม่เข้มเเข็งในเเนวเเบบ  เออ...  นี่ล่ะเเม่ทัพนะ  ส่วนเลสยังเด็กไปมาก  ลองทำตามใจเเบบนี้ทุกครั้ง  เก่งเเค่ไหนสักวันมีหวังตกหลุมพรางกับดักของฝ่ายตรงข้ามไปเเน่ๆ
    - เป็นพวกไม่ไว้ใจอีกฝ่ายเต็มร้อย  เเต่กลับหวังให้ฝ่ายตรงข้ามเทใจให้ตัวเองเต็มร้อยเหมือนกันทั้งคู่  อาจเพราะต่างฝ่ายต่างมีความลับต่อกันเเละกัน  เเละทำให้ความสัมพันธ์ออกไปในเเนวก้ำๆกึ่งๆ

    ความต่างระหว่างเลสธีราห์กับเอเดรียน
    - โมเมนต์เวลาโกรธ  เอเดรียนนี่ถ้าโกรธฮีจะนิ่ง(หรืออาจเพราะยังไม่ถึงขั้นเดือดก็ไม่รู้)  โกรธเเล้วเงียบ  พูดน้อยลง  มีการกระทำที่ดูเฉียบขาดมากขึ้น  ในขณะที่เลสโกรธเเล้วตีตัวออกห่างจากทุกอย่าง  โกรธเเล้วโมโหร้าย  ดูเหมือนไฟมากกว่าเอเดรียนที่มองเเล้วคล้ายน้ำมากกว่า
    - ทัศนคติต่อผู้ปกครอง  เลสเห็นว่าถ้าผู้ปกครองไร้ความสามารถก็ให้ผู้ที่มีความสามารถมากกว่าขึ้นปกครองเเทน  ในขณะที่เอเดรียนศรัทธา(หรือเปล่า  ไม่งั้นอาจเเค่สำนึกบุญคุณเรื่องช่วยชีวิตก็ได้)ในราชวงศ์เดิมมาก  ถึงขั้นออกรับเเทนทุกอย่าง  ยอมกระทั่งถูกคูเเรนน์ด่าว่าอย่างไร้ศักดิ์ศรี
    - การเเสดงออกของตัวละคร  เอเดรียนนี่เป็นพวกคิดเเล้วคิดอีก  ต้องไตร่ตรองนั่นพิจารณานี่กว่าจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างได้  ในขณะที่เลสธีราห์ทำตามหัวใจ  ใช้อารมณ์เป็นตัวตั้งมากกว่าเอเดรียน

    ตามนี้เลยค่ะ  จริงๆเเอบนิยมเอเดรียนอยู่เล็กน้อย  เรื่องก่อนๆของผู้เขียนพระเอกกลัวศรีภรรยาค่ะ  มองจากเรื่องเงือกเเล้วก็ยอมให้จิกให้ตีเเทบทุกคู่(ฮา)  เรื่องนี้พระเอกทั้งตบทั้งเหยียบเท้านายเอกเเถมยังต่อปากต่อคำได้ชนะอีก!  ปริ่มค่ะ  จากตอนเเรกที่นิยมเวลคีนอยู่  ตอนนี้เทใจให้เอเดรียนอย่างสูสีกันเลย(ก็เวลคีนเถียงไม่ค่อยชนะ  โต้คารมกันทีไรเเพ้รูห์ยเเทบทุกที)

    ปล. อยากให้คูเเรนน์มีบทเยอะๆ  ที่มากกว่านั้นคืออยากให้พี่น้องสมานฉันท์กันดีๆสักที  สมมติว่าคูเเรนน์พาเลสไปเเนะนำกับเพื่อนผู้นำทัพด้วยกันโดยเฉพาะเจอกับเรียฟคงน่าสนุกน่าดู  ประมาณว่านี่น้องข้า  รู้จักกันไว้นะ >W<  มโนว่าวิกเตอร์ต้องท้วงว่าเลสผมสีอ่อน  ดูขาวๆจางๆไปทั้งตัวตรงข้ามกับคูเเรนน์ที่ดูไม่ได้รับเชื้อสีผมสีผิวมาจากทางพ่อเล๊ยยย!!! (ฮา)

    ปล.2 นี่อีเมลล์น๊า  เเนบมาพร้อมเเล้วค่ะ (ฮา) son_of_nyx@ymail.com 
    #81
    0
  19. #79 อิงอิง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 23:36
    หลังจากที่ไม่ได้เม้นมานานตั้งแต่เรื่องปลายธนูศรเพลิงโอ้วววววว

    *O*NC มาแร้วววว เอดรียนกับเลสเหรอ-..-คือที่เห็นชัดๆในตอนนี้เลยต่างกันตรงที่เป็นมนุษย์กับอมนุษย์ค่ะ#โดนตรบ

    -คือแอบโลเลเหมือนกันเลย(แต่ตัวเอเดรียนจะแสดงออกมาเด่นชัดกว่าอะนะ)

    -รักจริงแค้นไรจริง(แค้นที่ว่าก็ตอนเดเดรียนฆ่าคนรักเก่า ส่วนเลสก็ตอนนี้แหละถึงจะเจอลูกง้อเข้าไปแล้วใจอ่อนก็ตาม)

    -อารมณ์ขี้เหงาเปล่าเปลี่ยวเหมือนกันเลย(หรือตูคิดไปเอง??)



    ปล.ข้อต่างกันสองคนนี้ทำให้ฟินสุดๆคือเอเดรียนช่างง้อ+เอาแต่ใจ ส่วนเลสก็ช่างงอน+ตามใจเธอว์>_<

    ปล.2ไรท์จะอัพปลายธนูศรเพลิงเมื่อไหร่อะคะอยากเห็นพลังหื่นคูแรนน์#ไม่หื่นเลยค่ะ-..-
    #79
    0
  20. #78 เจนกิ้นส์ (@hohojojo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 21:16
    บทนี้ถูกใจบรรดาแม่ยกทั้งหลายแน่นอน (เอเดรียน...ถ้าไม่ง้อเลสมีโดนเฉาะหัวแน่ หุๆ)



    ความเหมือนหรือค่ะ  

    เอิ่ม... ทั้งคู่เป็นคนในตำแหน่งสำคัญม๊ากกก ของอาณาจักรตัวเอง (บอกแบบนี้ได้ไหมน้อ) นิสัยก็ใจอ่อนกับคนที่คิดว่าไว้วางใจได้ (ถึงได้ปิ๊งๆกันไง) 



    ความต่างกัน

    จิตใจเอเดรียนเปราะบางในการเชื่อใจคน แบบว่า ไม่ยอมเชื่อใครซักคนเลยเพราะกลัวโดนหักหลัง (ก่อนเจอเลส)

    ส่วนเลสถ้าได้แน่ใจแล้วว่าเชื่อใจได้ก็ยึดมั่นหนักแน่นในการตัดสินใจของตัวเองค่ะ 



    อีเมล์ค่ะ jinniyacha@hotmail.com



    รอลุ้นค่ะว่าเอเดรียนจะช่วยเลสออกไปได้ไหมน้ออออ ><

     
    #78
    0
  21. วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 17:08
    อร๊ายยยยยยยยยยย ประโยคสุดท้ายเด็ดเว่อร์ "ก็เอาแต่ใจ
    #77
    0
  22. #76 >Loki< (@Yayoy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 14:57
    อืม...ตอนนี้เรียกว่าปรับความเข้าใจกันได้หรือเปล่านะ 555จากตอนที่แล้วแทบจะงับหัวเอเดรียน ในที่สุดก็คิดได้สักที ว่าแต่เลสใจอ่อนง่ายจริงๆ แล้วจะช่วขเลสออกไปยังไงอ่ะ รอลุ้นๆๆๆๆๆ ถ้าพูดถึงความเหมือนกันคงเป็นพวกขี้เหงาล่ะนะ อยากจะมีใครสักคนที่เข้าใจและยอมรับ ถ้าเป็นเรื่องความแตกต่าง เลสจะเป็นพวกทำอะไรตามอารมณ์ รู้สึกยังไงก็แสดงออกมา ออกแนวซื่อๆ แต่เอเดรียนเป็นพวกขี้ระแวงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ทั้งๆที่อยากจะมีคนที่เชื่อใจได้แต่ก็กลัวโดนหักหลัง
    lovely-moo@hotmail.com


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 สิงหาคม 2557 / 14:58
    #76
    0
  23. #75 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 11:23
    ชอบตอนนี้จัง อ่านแล้วอยากจิคราย TT // บ่องตง แอบเชียร์ให้เลสถีบเอเดรียนอีกสักป้าบ โทษฐานมาช้า 555

    เหมือน
    - ความซื่อ เวลาอ่านเรื่องก่อนหน้านี้ไม่ว่าเรื่องไหน ต้องมีสักคนที่ฉลาดแนวแกมโกง แบบวางแผนเก่งไม่ก็ทั้งคู่ แต่เรื่องนี้เรารู้สึกว่าต่างคนต่างไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรสักเท่าไหร่ ซึ่งมันก็แปลกไปอีกแบบนึง
    - ความรักในบ้านเกิด พยายามทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมืองของตัวเอง
    - อันนี้ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่เราว่าทั้งเลสทั้งเอเดรียนยังอ่อนประสบการณ์อยู่ในหลายๆเรื่อง บางครั้งอ่านไปก็รู้สึกว่าเขายังไม่มีความพร้อมสักเท่าไหร่แต่กลับได้อยู่ในตำแหน่งสูงๆซะแล้ว

    ต่าง
    - เอเดรียนเป็นคนที่รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวทั้งที่จริงเขาก็มีเพื่อนอยู่ถึงจะไม่มาก ถึงอย่างนั้นก็พยายามจะหาใครสักคนที่ตัวเองพอจะไว้ใจเชื่อใจได้ สิ่งที่เราพยายามจะบอกคือเราว่าเอเดรียนพยายามหาแค่'ใครสักคนที่ทำให้เขาเชื่อใจ'ได้ ในขณะที่เลสพยายามทำให้'คนอื่นเชื่อใจเขา' วางใจว่าเขาจะเป็นผู้นำที่ดีได้

    เราคิดออกแค่นี้อ่ะ(นอกจากที่ไปตอบกวนๆในเพจนะ555) ขอแถมท้าย ตอนแรกไรท์เคยบอกว่าเลสคือเลอาฟร์กับรูห์ยมารวมร่างกัน(ใช่ป่าวหว่า?-0-) แต่ตอนนี้เรากลับคิดว่า
    เลส = รูห์ย+พอเรีย 
    เอเดรียน = เวลคีน+เวเรเซียโน (ทาสยกกำลัง2!)

    อีเมลค่ะ gift_panista@hotmail.com

    ปล. ให้เรียฟโผล่มาบ้างสิคะ พูดประโยคเดียวก็ยังดี คิดถึงนาง (แล้วเซนเรสล่ะยะ =..=)
    #75
    0
  24. #74 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 10:58

    อรั๊ยยย เข้าใจกันสักที(ใช่มั้ย?)  เอาเป็นว่ารู้ใจตัวเองก็ถือว่าก้าวหน้าแล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
    คิดว่าจริงๆว่าจะต้องมีฉากเลสเหวี่ยงเรื่องเรียกชื่อ แต่ในหัวเราเหวี่ยงแรงกว่านี้(หน่อย) ฮ่าาาาาา ฟินนนนนนนนนนนนน

    เขียนซัมติง . . . เขียนอะไรดี  ความเหมือนความต่างก็ร่ายยาวไปแล้วในเพจ 😂😂😂😂😂😂😂😂😂
    ขอข้ามละกันเน้อ ฮ่าๆๆๆๆ

    ไว้จะรอดูรูปคอสนะค้าบบบบบบบบ 😆😆😆😆😆😆😆

    ขอเนียนแปะเลยได้มั้ย ฮ่าๆๆๆ  chunyanuch_ a@hotmail.com
    เลสจ๋าาาาา เรทจ๋าาาาาาา #ผิด ฮ่าาาาาาา
    #74
    0
  25. วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 09:06
    มาต่อไวๆนะ
    #73
    0