[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,281 Views

  • 359 Comments

  • 1,106 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    64

    Overall
    19,281

ตอนที่ 15 : [Re-Write] “ข้ารู้...”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 พ.ย. 59

"ท่านเอเดรียน ท่านชายซินญอร์เรียกพบขอรับ..."

เอเดรียนยังอยู่ในดรงเก็บม้าของคฤหาสน์ราห์โมนา เมื่อม้าเร็วจากมหาคฤหาสน์เดินทางมาพบ ร่างสูงยังคงแปรงขนให้อัลธอร์อย่างช้าๆ และรู้สึกมึนตึงอ่อนล้าจนแทบจะคิดอะไรไม่ออก และกระทั่งม้าเองก็สลดใจไม่แพ้คน อาชาก้มหน้าคอตกด้วยความรู้สึกหนักอกหนักใจอย่างประหลาดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

"ท่านเอเดรียน..."

"ข้ารู้แล้ว" แม่ทัพใหญ่ตอบเสียงเรียบ และโดยไม่หันไปมองอีกฝ่าย พรานป่าคงนำเลสธีราห์ไปพบท่านชายซินญอร์แล้ว และอีกฝ่ายก็คงจะเรียกหาเขาเพื่อดำเนินการต่อไป "นี่... อัลธอร์" เอเดรียนจับกรามของม้าคู่ใจแล้วดันให้มันเงยหน้าขึ้นมองตน "เจ้ารู้มาตลอดใช่ไหม... ว่าเลสธีราห์เป็นแบบนั้น" เขาไม่ถือโทษโกรธม้า และรู้เหตุผลดีว่าทำไมมันจึงรู้สึกสลดที่เห็นเซนทอร์ถูกจับแบบนั้น

"เจ้าคุยกับเลสธีราห์ได้ใช่ไหม"

เมื่อคิดถึงครั้งแรกที่พบกัน เลสธีราห์ก็ช่างเอาอกเอาใจอัลธอร์เหลือเกิน และเจ้าม้าจอมดื้อนี่ก็ยอมให้จับแต่โดยดีไม่มีงอแงเหมือนที่เป็นกับคนอื่น อีกทั้งยังยอมให้แปรงขน ลูบหลัง กระทั่งขึ้นขี่ได้ง่ายๆอีกด้วย "ลูเซียเองก็รู้ใช่ไหม" ไม่แปลกเลยที่เซนทอร์จะสื่อสารกับม้าได้ แต่อย่างไรเอเดรียนก็รู้สึกว่าตนเองโง่เง่าอยู่ดี ทั้งที่สัตว์เลี้ยงของเขารู้เกือบทุกตัวว่าเลสธีราห์เป็นใคร แต่ตัวเขาที่เป็นเจ้านายกลับไม่เคยรู้เลย

เขาไม่เคยเอะใจเลยว่าทำไมเลสธีราห์ถึงชอบกินแต่ผักและไม่แตะเนื้อ

ไม่เคยสงสัยเลยว่าทำไมอีกฝ่ายจึงดูขัดใจนักหนาเมื่อเห็นม้าถูกพันธนาการ

...

...เขาไม่เคยสงสัยอะไรเลยทั้งเลสธีราห์เองก็ปกปิดไม่เก่ง

อัลธอร์เหลือบมองเจ้านายที่แนบหน้าผากกับสันหน้าของมัน "จะให้ข้าทำยังไง..." อุ้งมือใหญ่ออกแรงดึงขนคอของม้าศึกด้วยควมรู้สึกอดกลั้น เอเดรียนไม่รู้ว่าตนควรจะทำอะไร หรือทำอย่างไร การจับเซนทอร์ได้จะทำให้อาเดรียได้เปรียบในการเจรจาก็จริงอยู่ แต่เซนทอร์ที่ว่านั่นก็คือเลสธีราห์ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนของเขา ...ต่อให้แท้จริงแล้วอีกฝ่ายจะเป็นถึงผู้บัญชาการกองเรือเซเลสต์เองก็ตาม

"ทำไม... จะต้องให้ข้าเสียสละ... สิ่งสุดท้ายที่ข้าอยากเก็บเอาไว้เป็นของตัวเองด้วย"

บุคคลเดียวที่ทำให้เขาสบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้ บุคคลที่แทบจะรู้ใจเขาและรู้ทันเขาทุกอย่าง บุคคลที่แตกต่างจากใครอื่นที่เอเดรียนเคยพบเจอมา เหตุใดเรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้นกับตัวเขาอีกเป็นครั้งที่สอง และเป็นเรื่องที่เจ็บปวดหนักหนามากกว่าครั้งแรกอีกด้วย แม่ทัพอาเดรียสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง ตามปกติแล้วชายหนุ่มไม่ใช่คนหวั่นไหวอะไรง่ายนักเนื่องจากอายุอานามและประสบการณ์ทำให้เขาเป็นคนแบบนี้ แต่ตอนนี้เอเดรียนรู้สึกได้ว่ามือของเขาทั้งสองข้างกำลังสั่น และความรู้สึกที่ถ่าโถมก็ทำให้ชายหนุ่มเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้

เขาอธิบายไม่ได้ความสั่นคลอนนี้คืออะไร... มันไม่ใช่ทั้งความกลัวและความตื่นเต้น

อัลธอร์เองก็รู้ดีจากความร้อนที่ส่งผ่านมาจากมือของผู้เป็นนาย มันจึงได้ยืนนิ่งเป็นหลักพยุงอยู่อย่างนั้นโดยไม่หันหนีทั้งที่ในใจของม้าศึกนึกขุ่นเคืองที่เจ้านายไม่ช่วยเหลือเซนทอร์... พวกม้าอ่านใจกันเองได้ และมันรู้ว่าสิ่งที่เลสธีราห์ทำไปคือความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง ไม่ว่าเจตนาแต่แรกเริ่มของเซนทอร์หนุ่มคืออะไร แต่อึดใจที่เขากระโจนออกไปโรมรันกับศัตรู สิ่งเดียวที่เลสธีราห์คิดในตอนนั้นก็คือการปกป้องชีวิตของเอเดรียน

เอเดรียนเองก็รู้ถึงความจริงนั้น แต่ด้วยสถานะและภาระที่เขาต้องแบกรับทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถตัดสินใจทำอะไรได้ในช่วงเวลาคับขัน หากเขาปกป้องเลสธีราห์ ชายหนุ่มก็ไม่มั่นใจว่าเลสธีราห์จะยันยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาหรือไม่ จะยังคงยืนยันทำตามคำสัญญาที่เคยให้กับเขาไว้หรือเปล่า หากเซนทอร์หนุ่มตัดสินใจหนีกลับไปยังแอสทารอธและไม่หันกลับมาอีก เอเดรียนก็ไม่สามารถตอบได้ว่าตัวเขาเองจะรู้สึกอย่างไร แต่หากเขาไม่ช่วยเหลือเลสธีราห์ ท่านชายซินญอร์จะต้องใช้เซนทอร์หนุ่มเป็นตัวประกันในการต่อรองกับแอสทารอธ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอเดรียนยอมไม่ได้อยู่ดี

เขาจะไม่ยอมให้เลสธีราห์เป็นเครื่องมือของใครทั้งสิ้น

...แต่ในความสับสนลังเลนั้นเองที่ทำให้เอเดรียนเลือกหนทางที่เขาไม่เคยคิดจะเลือก

.

นั่นคือการทอดทิ้งเลสธีราห์

เขาปล่อยให้พวกพรานปฏิบัติกับเซนทอร์ตนนั้นประหนึ่งสัตว์ได้อย่างไรกัน เขาได้แต่ยืนเฉยๆและปล่อยให้พวกมันพาร่างโปร่งไปจากสายตาของเขาได้ลงคอเชียวหรือ และมาจนถึงตอนนี้ เอเดรียนก็ยังไม่มีความกล้าพอที่จะไปยังมหาคฤหาสน์เพื่อยืนคำขาดในการนำตัว 'คนของเขา' กลับมา

...แม่ทัพแห่งอาณาจักรใดจะขลาดเขลาได้เท่านี้อีก

ทั้งที่รักมากขนาดนี้ แต่เขากลับไม่มีความกล้าที่จะทำอะไรเลยอย่างนั้นหรือ

"เอเดรียน" เสียงของจาเร็ตต์เรียกผู้นำของตน "ท่านชายซินญอร์ส่งคนมารายงานข้าว่าเขาไม่อนุญาตให้เจ้านำเรือออกเพื่อลอบเดินทางไปธีสธรัล" ตามกำหนดการณ์เดิม เอเดรียนร้องขอเรือเร็วเพื่อเดินทางไปยังธีสธรัลและขโมยศสตร์การต่อเรือจักรไอน้ำกลับมาให้แอสทารอธ และการขออนุญาตินำเรืออกในช่วงเวลานี้จะต้องปรึกษากับผู้นำอาณาจักร นั่นคือท่านชายซินญอร์เท่านั้น

"นั่นก็แปลว่าอาเดรียจะผิดคำพูด" แม่ทัพใหญ่ว่า "และหันไปใช้ตัวประกันในการต่อรองแทน"

เลขาของเขาพยักหน้าครั้งหนึ่ง และไม่พูดอะไรต่อ ด้วยตัวจาเร็ตต์เองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าเอเดรียนเห็นตรงกับผู้นำอาณาจักรหรือไม่ และหากไม่เห็นตรงกันแล้วพวกเขาจะต้องทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้อาณาจักรมีหนทางรอดจากความขัดแย้งนี้ "หากเราขัดกับแอสทารอธ ...อาเดรียจะไม่เหลือใครนอกจากคัสนาห์" เอเดรียนสูดลมหายใจเขา และค่อยๆปล่อยมือจากอัลธอร์ "และข้าจะไม่ยอมให้ใครก็ตามใช้เลสธีราห์เป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์" แววตาของผู้นำทัพมุ่งมั่นไม่สั่นคลอน

"แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นราชาของข้าก็ตาม"



  

ข้าแปลกใจว่าทำไมเจ้าถึงไม่ช่วยเขา

คูแรนน์ที่กลับมายังเมืองหลวงแล้วเหลือบมองคนพูดที่นั่งอยู่ข้างกันก่อนจะไหวไหล่อย่างไม่สนใจในคำถากถางที่กำลังจะออกจากปากอีกฝ่าย "เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้า... เซนทอร์ผู้นั้น" หัวหน้าพรานแห่งไอย์ชวลเอนเหยียดกายสบายๆกึ่งนั่งกึ่งนอนและพูดคุยกับคนที่เขายอมพูดคุยด้วยทุกเรื่อง... เรียฟ หนึ่งในผู้นำสี่เหล่าทัพของไอย์ชวล

“…ช่างมันเถอะ

เรียฟถอนใจ เขารู้ดีว่าตนคงพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะดุด่าอย่างไร คนอย่างคูแรนน์คิดจะทำอะไรแล้วก็คงไม่มีทางเปลี่ยนใจ อีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตัวเขาเองรู้ดีที่สุด

น่าแปลกที่เจ้าด่าข้าน้อยกว่าปกตินะร่างสูงว่า เอือมระอาแล้วหรือไง

อย่างกับว่าข้าพูดมากแล้วเจ้าจะฟังอย่างนั้นคิ้วเรียวเลิกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มจางจรดที่มุมปาก พูดไม่เข้าหูขึ้นมาเจ้าจะหันมาบีบคอข้าเสียอีกเรียฟว่าอย่างนั้นก่อนจะหัวเราะแห้งๆ แล้วข้าก็เอือมเจ้ามานานแล้ว... เป็นร้อยปีแล้วด้วย

หัวหน้าพรานยันกายลุกขึ้นนั่งดีๆและหันไปหาคู่สนทนาที่ดูเกร็งขึ้นมาทันทีที่เขาขยับกาย

เช่นนั้นข้าก็คงมีเสน่ห์พอตัวที่ทำให้เจ้าซึ่งเบื่อข้ามานับร้อยปีหันกลับมารักข้าได้

“…”

เมื่อถูกพูดด้วยเช่นนั้น เรียฟก็ถึงกับเงียบอย่างอับจนด้วยคำพูด และเขาก็ค่อนข้างตกใจกับความหน้าด้านของคู่สนทนามากกว่า ไอย์ชวลไม่ควรยื่นมือเข้ายุ่งในตอนนี้คูแรนน์พูดต่ออย่างเป็นการเป็นงานเพื่อไม่ให้เรียฟรู้สึกตื้อตันในหัวมากเกินไปจนทำอะไรไม่ถูก เราไม่ได้ติดต่อกับตะวันออกมานานแล้ว ดังนั้นการปิดท่าเรือจึงกระทบกับเราน้อยมาก อีกทั้งเราก็แค่เสียการค้ากับคัสนาห์และอาเดรีย แต่เมืองอื่นๆก็ยังเป็นพันธมิตรอยู่นี่จึงเป็นสงครามประสาทของคัสนาห์-อาเดรียและธีสธรัล

ร่างสูงจรดยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก และการที่อาเดรียเล่นไม้นั้นกับแอสทารอธ... ข้าไม่คิดว่าท่านหญิงลีอาห์จะยอมอยู่เฉย ไอย์ชวลควรอยู่เฉยๆ ดูพวกเขากัดกันจะดีกว่าเรียฟเหลือบมองคู่สนทนาเล็กน้อยด้วยความเลื่อมใสในการอ่านสถานการณ์ของอีกฝ่าย เพราะตามปกติแล้วคูแรนน์ไม่มีความสนใจในด้านนี้ ฝ่ายนั้นนิยมแค่การฆ่าเพื่อความอยู่รอด แต่ไม่ค่อยจะสนใจการวางแผนสักเท่าไหร่ นี่จึงอาจเรียกว่าเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่น่าชื่นชม

เจ้ารอบคอบมากขึ้นแล้ว...

ข้าจำมาจากวิกเตอร์น่ะ

คนฟังชะงักไปพักใหญ่ก่อนจะกลอกตาขึ้นอย่างเอือมระอา และนั่นก็เรียกเสียงหัวเราะจากหัวหน้าพรานได้ ข้าคิดได้น่ะ เรียฟแค่ไม่พูดออกมาดังๆแบบวิกเตอร์เท่านั้นล่ะและด้วยความขี้เกียจผสมกับความงัวเงียง่วงงุนที่ต้องออกไปล่าแต่เช้า และกลับมาพร้อมกับเรื่องราวน่าปวดหัว คูแรนน์จึงล้มตัวลงนอนบนตักของคนข้างๆดื้อๆ

คูแรนน์...!เรียฟพยายามจะยันอีกฝ่ายออก แต่ก็ไม่กล้าใช้กำลังมากเพราะเกรงจะถูกโกรธเข้าจริงๆ นี่มันไม่ใช่ที่นอน หรือเวลานอน และข้าไม่ใช่หมอนของเจ้านะ!นัยน์ตาสีดำดุดันของฝ่ายนั้นเหลือบขึ้นมองคนพูดนิ่งๆทำให้เรียฟต้องชะงักไป และหลังจากนั้นคูแรนน์ก็ยิ้มเล่นหัวออกมา

แต่เจ้าก็ชอบนอนหนุนแขนข้านักไม่ใช่รึ หนุนคืนบ้างไม่ได้รึไง

“…”

ลมหายใจแรงๆของม้าศึกพ่นใส่คนทั้งคู่ที่กำลังพูดคุยกับราวกับพวกเขากำลังพักผ่อนอยู่ในสวนสีเขียวที่มีแต่ความสงบและมีน้ำพุสวยอยู่ใกล้ๆช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้ แต่เปล่าเลย... แม่ทัพใหญ่ของไอย์ชวลจูงม้าร่างยักษ์ของตนมายืนตรงหน้าพร้อมกับยกแขนขึ้นกอดอกราวกับบิดาที่เจอบุตรชายหนีเรียน ห้องพวกเจ้าก็มี นี่มันลานฝึกนะ

เสียงดาบไม้และโล่ห์ปะทะกันดังเอ็ดตะโรไปทั่ว และเสียงพูดคุยเซ็งเซ่รอบตัวดังระงมจนหนวกหู เรียฟเองก็แปลกใจที่เขากับคูแรนน์หาที่นั่งคุยที่ดีกว่าข้างลานฝึกไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าทหารใต้บัญชาของตนต้องมองเป็นตาเดียวด้วยความรู้สึกประหลาดใจแต่ไม่กล้าออกปากพูดถึง

แต่คูแรนน์กลับตอบสบายๆโดยไม่ยอมลุกขึ้น ถ้าสนใจการฝึกกันจริงๆ ใครจะมาทันเห็นเล่า



  

ห้องพักที่กว้างขวางไม่ใช่สิ่งที่เลสธีราห์ต้องการ... ต่อให้เตียงกว้างใหญ่จะนุ่มและน่านอนสักแค่ไหนก็ไม่ได้ดึงดูดให้เลสธีราห์ล้มตัวลงนอนเลยสักนิด ตรงกันข้ามเสียอีก ร่างโปร่งกลับยืนนิ่งๆอยู่กลางห้องพักใหญ่โดยไม่รู้สึกเมื่อยเลยแม้แต่น้อยและมองทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า

สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้ไม่ใช่ความสะดวกสบาย ไม่ใช่การต้อนรับอย่างเป็นมิตร

...อาจจะไม่ใช่อิสรภาพด้วยซ้ำ

ข้อมือทั้งสองข้างถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนเส้นหนัก ผู้นำของอาเดรียไม่ลงมาพบเขาด้วยซ้ำ ฝ่ายนั้นเพียงแค่ออกคำสั่งให้ใส่ตรวนพวกนี้ไว้ และให้เขาพักในห้องพักรับรองขนาดใหญ่ที่มีไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

อาเดรียก็ยังพอไว้หน้าเขาบ้างด้วยการทำแบบนี้ แต่ก็ไม่ไว้ใจที่จะปล่อยให้เขาเคลื่อนไหวอิสระอยู่ดี เลสธีราห์เองก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป หากเขาเป็นอิสระได้ เขาจะกลับบ้านเมืองของตนและไม่หันกลับมาที่นี่อีกเลยด้วยซ้ำ

มนุษย์... น่ารังเกียจเกินไปสำหรับเขา

โจฮาลล์กับจาเร็ตต์ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกขยาด สองพี่น้องคู่นั้นติดจะดีกับเขาด้วยซ้ำไป เลสธีราห์ถอนใจยาวและหลับตาลงด้วยหัวใจหดหู่ ที่เขาพูดอย่างนั้นได้เพราะยังไม่รู้จักสองพี่น้องดีพอกระมัง เพราะคนที่ดีที่สุดกับเขาอย่างเอเดรียนก็ยังกลายเป็นคนเช่นนั้นได้

นัยน์ตาสีฟ้าเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าผลัดเปลี่ยนเวลาจากกลางวันเป็นกลางคืนแล้ว และเลสธีราห์ก็จำไม่ได้ว่าเขาได้กินอะไรรองท้องไปบ้างหรือยัง ตอนนี้เซนทอร์หนุ่มรู้สึกด้านชาไปทุกส่วน และไม่รู้ว่าเขาจะยืนอยู่ที่เดิมไปอีกนานแค่ไหน ภายนอกห้องพักนี้เต็มไปด้วยเวรยามแน่หนา อีกทั้งเบื้องล่างของมหาคฤหาสน์ก็เพิ่มกำลังพลเป็นสองเท่า และคงเป็นเช่นนี้อีกต่อไปสักพักจนกว่าอาเดรียจะได้เจรจากับแอสทารอธอีกครั้ง และครั้งนี้คงจะเป็นการเจรจาแลกเปลี่ยนตัวเขากับสิ่งที่มีมูลค่าสมกัน

พวกมนุษย์ไม่รู้เลยว่าโทษทัณฑ์ของอัศวินที่นำความเดือดร้อนมาให้เผ่าพันธุ์ของตัวเองคือความตาย

ตัวเขาในตอนนี้ไม่มีค่าใดกับแอสทารอธอีกแล้ว...

หากอาเดรียยื่นข้อเสนอ ก็เท่ากับเป็นการยื่นคำตัดสินประหารชีวิตให้กับเลสธีราห์ แต่ถ้าเขาสามารถหนีออกไปได้ก่อนถึงเวลานั้น เขาก็จะเป็นอิสระ และจะไม่ขอเกี่ยวข้องอะไรกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อีก แม้ว่านั่นจะเปรียบได้กับการคว้านมีดลงไปในหัวใจของตัวเองก็ตามที เลสธีราห์ไม่รู้ว่าเขาเสียใจหรือรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เขารู้ดีถึงเหตุผลในการกระทำของทุกคน แต่มันก็ยากที่จะยอมรับเหตุผลเหล่านั้น

"เลสธีราห์"

เสียงที่คุ้นหูจนเกินไปดึงให้ร่างโปร่งสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าที่อิดโรยอยู่แล้วยิ่งเผือดซีดไร้สีเลือดยิ่งกว่าเดิม ร่างโปร่งหันกลับไปมองประตูบานใหญ่ที่ปิดกั้นระหว่างเขาและเจ้าของน้ำเสียงด้วยความไม่แน่ใจว่าตนควรจะกล่าวอะไรตอบไปหรือวางตัวอย่างไร แม้ว่าเมื่อครู่นี้จะคิดได้ว่าตนอยากทำอะไรก็ตาม

แต่เพียงแค่ได้ยินเสียง หัวใจของเขาก็อุ่นวาบขึ้นมา...

เอเดรียนไม่มีความกล้าพอจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนั้น แม้ว่าเขาจะมีอำนาจมากพอที่จะไล่เวรยามด้านหน้าออกไปก็ตาม แต่ชายหนุ่มไม่สามารถสู้หน้าคู่สนทนาได้ แม้จะอยากเอ่ยปากถามสักเท่าไหร่ว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ทว่าเอเดรียนกลับพูดไม่ออก ด้วยรู้ดีว่าตัวเขาเองเป็นคนปล่อยให้อีกฝ่ายได้รับอันตรายนี้

...สาเหตุของเรื่องทั้งหมดในวันนี้มันมาจากตัวเขาทั้งนั้น

เลสธีราห์ไม่มีสิทธิ์ลงกลอนประตู แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงไม่เข้ามาเผชิญหน้ากับเขาสักที เซนทอร์หนุ่มจึงค่อยๆก้าวออกไปและหยุดอยู่ตรงหน้าประตูราวกับต้องการฟังว่าเอเดรียนยังยืนอยู่ที่เดิมหรือไม่ และอีกฝ่ายมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ใด

ร่างโปร่งวางมือลงบนบานประตูไม้ก่อนจะหลับตา เขารู้สึกได้ว่าเอเดรียนหยุดมือไว้ที่บานจับประตู

และเสียงหัวใจของอีกฝ่ายก็ระสับระส่ายไม่สุขเอาเสียเลย "เลสธีราห์" ร่างสูงเอ่ยเรียกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ก่อนจะเอนตัวอิงหน้าผากเข้ากับประตูอย่างหมดหนทางจะเอ่ยคำพูด "ข้าขอโทษ..." เพียงแค่คำนั้น เซนทอร์หนุ่มก็ดึงมือออกจากบานประตูราวกับไม่ต้องการได้ยิน แต่มันก็ยากเกินกว่าจะถอยเท้าหนีและเดินจากไปอย่างที่ตั้งใจจะทำ

เขาได้ยินเอเดรียนสูดหายใจเข้าอีกครั้งและพยายามเปล่งเสียงให้ดังกว่าเดิม "ข้าขอโทษ เลสธีราห์"

"พอแล้ว..." เซนทอร์หนุ่มเบือนหน้าหนี เขาไม่อยากจะอยู่ใกล้อีกฝ่ายอีกต่อไป แม้ว่าเอเดรียนจะเป็นคนที่อ่อนโยนสักเพียงใด และบรรยากาศรอบตัวฝ่ายนั้นจะอบอุ่นสักแค่ไหน ตอนนี้เลสธีราห์ไม่ต้องการสัมผัสมันเลยสักอย่างเดียว ร่างโปร่งกำหมัดแน่นและตวาดออกมาอย่างอดกลั้น "กลับไปซะ!"

ความอบอุ่นนั้นไม่ได้มีไว้ให้เขา... ความอ่อนโยนเองก็มีไว้สำหรับผู้อื่น

มันไม่ใช่สิ่งที่มีไว้สำหรับเซนทอร์!

เอเดรียนรับรู้ในอึดใจนั้นว่าคู่สนทนาได้ยินสิ่งที่เขาพูด ร่างสูงจับบานประตูแน่นและรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่จะเปิดเข้าไปในห้องนั้น แต่มันก็ช่างยากราวกับประตูบานเดียวมีน้ำหนักมากยิ่งกว่าภูเขาทั้งลูก "เลสธีราห์" ร่างสูงเรียกชื่อนั้นอย่างอับจน แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถพูดออกมาได้ในตอนนี้ เป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถสื่อออกมาได้ว่าเขายังมีเยื่อใยต่ออีกฝ่าย

"กลับไป..." เซนทอร์หนุ่มดันตัวเองพิงกับประตูไม้ แม้ว่าเขาจะอยากไปให้พ้นจากตรงนี้ อยากจะลงกลอนเอาไว้และไม่พบใครอีกเลยจนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลง แต่เพียงแค่ได้ยินเสียงของเอเดรียน ใจที่เคยเด็ดขาดก็หวั่นไหว ความคิดที่เคยแน่วแน่ก็สั่นคลอน

"เป็นคนเลวอีกสักครั้งได้ไหม ข้าจะได้ตัดใจจากเจ้าได้ง่ายขึ้น"

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ และน้ำตาก็เอ่อขึ้นมาจนภาพตรงหน้าพร่าเบลอ "ปล่อยข้าไปจากเจ้าได้ไหม เอเดรียน" เขารู้สึกถึงแรงที่พยายามจะดันประตูเข้ามา แต่เลสธีราห์ก็ใช้กำลังของตนปิดกั้นเอาไว้แบบนั้น "บอกว่าไปให้พ้นยังไงเล่า!!" สุดท้ายแล้ว ร่างโปร่งก็อดทนต่อไม่ได้ เขายืนพิงประตูอยู่อย่างนั้นและปล่อยให้น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง

เจ้าคนโง่เลสธีราห์...

เอเดรียนไม่ดื้อดึงที่จะเข้ามา แต่ก็ไม่ถอดใจกลับไปอยู่ดี เขาได้ยินเสียงสะอื้นของอีกฝ่าย และมันบาดลึกเข้าไปจนทั้งอกเจ็บแปลบ เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างเลสธีราห์จะร้องไห้ และไม่เคยคิดเลยว่าสาเหตุความเสียใจเจ็บปวดที่ทำให้ร่างโปร่งอดกลั้นต่อไปไม่ได้นั้นมันคือการกระทำของตัวเขาเอง

...ทั้งที่อยากจะปกป้องเอาไว้แท้ๆ

"อย่างน้อยให้ข้า..." แม่ทัพใหญ่พยายามอีกครั้ง "เป็นที่พักพิงของเจ้าอีกสักครั้ง"

เลสธีราห์ไม่ตอบคำ อีกทั้งยังไม่ละไปจากจุดที่ยืน ซึ่งนั่นหมายความว่าอีกฝ่ายไม่อนุญาตให้เขาเข้าไปพบหน้า ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตาม เขาทำได้แค่ยืนอยู่ตรงนั้น ฟังเสียงลมหายใจขาดห้วง และฟังความพยายามในการกลั้นเสียงสะอื้นของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและบอบช้ำไม่แพ้กัน

"ข้าไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้" เอเดรียนพยายามพูด "ข้าขอโทษ..."

"ข้าบอกให้หุบปาก!"

เซนทอร์หนุ่มไม่ต้องการฟัง แม้น้ำเสียงของเอเดรียนจะเป็นสิ่งที่เขาอยากได้ยิน เขาไม่ต้องการพบหน้า แม้ว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายจะเป็นสิ่งที่เขาอยากเห็น แต่สิ่งที่เขาพบเจอมันทำให้เขาหลาบจำและหวาดกลัวที่จะลุ่มหลงไปกับมัน "ข้า..." ร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึก "ข้าไม่อภัยให้"

พอกันที...

เขาจะไม่ใจอ่อนกับพวกมนุษย์อีกแล้ว และไม่ว่าเขาจะมีชีวิตรอดออกไปหรือไม่ เลสธีราห์ก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือมนุษย์อีก "พอที... ไม่ว่าเจ้าจะเอาข้ออ้างอะไรมาพูด ข้าก็ไม่ให้อภัย" ร่างโปร่งพยายามเสียงแข็ง เขาไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วในตอนนี้ แต่นี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุด

...ไม่ว่าเขาจะรักอีกฝ่ายมากแค่ไหนก็ตาม

เอเดรียนเองก็ใช่จะแข็งแกร่งอย่างที่ตนเองเข้าใจ เพราะเพียงแค่ได้ยินคำนั้น แม่ทัพหนุ่มก็หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง และได้ก่นด่าตนเองในอดีตที่ไม่กล้าตัดสินใจหรือลงมือทำสิ่งที่ตนควรจะทำ ซึ่งมันเป็นการปิดประตูโอกาสที่เหลืออยู่น้อยนิดของตนเอง ...เพียงแค่อึดใจเดียว เอเดรียนก็สูญเสียสิ่งที่เขาต้องการจะปกป้องไปตลอดกาล

แต่ในเมื่อนี่คือวิธีที่ดีที่สุด... เขาก็ควรจะตัดใจ

เมื่อรู้ตัวอีกที เอเดรียนก็รู้สึกได้ว่าน้ำตาอุ่นร้อนไหลผ่านแก้มของตน แม่ทัพหนุ่มไม่พูดต่อ ด้วยไม่รู้ว่าจะหาคำพูดใดมาเอ่ยอ้าง เลสธีราห์ไม่ให้อภัยเขา และเอเดรียนรู้ดีว่าอีกฝ่ายเด็ดขาดที่จะทำ สิ่งที่เขาควรจะทำตอนนี้คือการหันหลังกลับไปที่พักของตนเงียบๆเท่านั้น แต่นั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่เอเดรียนต้องการเลยแม้แต่น้อย

"หากข้ากลับไป..." แม่ทัพใหญ่พยายามอีกครั้ง "เจ้าจะตัดใจจากข้าได้ใช่ไหม"

"ใช่..."

คำตอบที่สวนกลับมารวบเร็วและแน่วแน่ทำให้เขาต้องชะงักไปพักหนึ่ง "เช่นนั้นแล้ว... ข้าจะต้องทำอย่างไร เพื่อจะตัดใจจากเจ้าบ้าง เลสธีราห์" เซนทอร์หนุ่มหักห้ามใจไม่ให้ตนเองกระชากบานประตูเปิดออก แต่เพียงแค่คำนั้น ความคิดที่เคยเด็ดขาด และใจที่เข้มแข็งกลับแปรเปลี่ยนในอึดใจ เลสธีราห์หันกลับไปหาประตูไม้อีกครั้ง และค่อยๆเอียงหน้าผากแตะกับแผ่นไม้ ฟังเสียงลมหายใจของคู่สนทนาที่อยู่อีกฝั่งฟาก แม้ว่าอีกใจหนึ่งจะอยากให้เอเดรียนเข้ามาและกอดเขาเอาไว้ให้แน่นก็ตามที

"ถ้าความรู้สึกของข้ามันหักหาญได้อย่างเจ้าก็คงดี"

ในตอนนี้เลสธีราห์เกลียดวิธีการพูดแบบนี้ของเอเดรียนเหลือเกิน เพราะมันยิ่งทำให้เขาใจอ่อน และลืมไปว่าเมื่อครู่นี้โกรธเคืองอีกฝ่ายมากแค่ไหน "แต่ก่อนที่จะทำแบบนั้น... ให้ข้าพบเจ้าอีกสักครั้งได้ไหม เลสธีราห์" อีกฝ่ายอ้อนวอน และกระซิบผ่านประตูไม้ราวกับรู้ว่าเซนทอร์หนุ่มยังอยู่ตรงนั้นและรับฟังทุกคำพูดอย่างใจจดใจจ่อ

มือเรียวที่กอบกำบานจับประตูจนขาวซีดค่อยๆคลายออก และร่างโปร่งก็ถอยเท้าออกห่างช้าๆ เสียงก้าวเท้าถอยหลังของเลสธีราห์เป็นสัญญาณแทนคำอนุญาตให้เอเดรียนเข้ามาในห้องได้ ดังนั้นแม่ทัพใหญ่จึงค่อยๆดันประตูเข้าไป และกลั้นใจนิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้าของคู่สนทาอีกครั้งหนึ่ง

ดวงตาสีฟ้าครามสดสวยแดงก่ำเช่นเดียวกับจมูกรื้นน้ำ ทว่ากลับไม่มีน้ำตาสักหยดปรากฎให้เห็น

เอเดรียนปิดประตูห้องลงไร้เสียง ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้กับเซนทอร์ แม้จะรู้ตัวดีว่าไม่มีสิทธิ์ไถ่ถาม แต่มือใหญ่ก็ค่อยๆยกขึ้นแตะรอยช้ำบนโหนกแก้มของคนตรงหน้า ดวงตาสีน้ำตาลเคลื่อนลงมองข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนหนักอึ้งและผิวกายที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน

ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเขาคนเดียวแท้ๆ

"ข้าขอโทษ..." คนฟังหลับตาลงราวกับปฏิเสธ แต่ก็ยินยอมให้เอเดรียนประคองใบหน้าเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ความอบอุ่นและอ่อนโยนที่เขาคุ้นเคยทำให้เซนทอร์ต้องใจอ่อน แม้ว่าใจหนึ่งจะยังคงย้ำเตือนว่าอีกฝ่ายทำอะไรเอาไว้บ้าง "ข้าขอโทษ" เอเดรียนอิงหน้าผากของตนกับอีกฝ่ายอย่างที่เคยทำมาตลอด สัมผัสอบอุ่นจนแทบละลายทำให้เลสธีราห์ขมเม้มริมฝีปากของตนอย่างอดกลั้น อีกฝ่ายยังคงกล่าวเช่นเดิมซ้ำๆด้วยไม่รู้ว่าควรจะพูดสิ่งใดต่อไป

"พอใจหรือยัง" ร่างโปร่งใจแข็งเอ่ยถาม "ออกไปจากห้องข้าได้หรือยัง"

เซนทอร์หนุ่มออกปากไล่ แต่ตัวเขาเองต่างหากที่ทนอยู่ในบรรยากาศแบบนี้ไม่ไหวอีกต่อไป เลสธีราห์อยากนั่งพัก อยากทรุดตัวลงกับพื้นและนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้นเพื่อให้จิตใจสงบกว่านี้ และเขาคงจะทำไม่ได้หากเอเดรียนยังอยู่

"...เลสธีราห์"

"ออกไป..." เจ้าของชื่อย้ำอีกครั้งพร้อมกับหลับตาลง อุ้งมือเรียวขยับกำหมัดแน่นเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ แต่ไม่นาน มือที่ใหญ่กว่าของเอเดรียนก็แตะสัมผัสมือของเขาแผ่วเบา จนเลสธีราห์ยอมคลายหมัดออกในที่สุด และมือของเอเดรียนก็กอบกุมมือของเขาข้างนั้นไว้ ส่งผ่านความอ่อนโยนทั้งหมดไปช่วยปลอบโยนจิตใจที่บอบช้ำ เลสธีราห์หลับตาลงแน่น แต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายทำตามใจ เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศผ่อนคลายรอบตัว ความรู้สึกดีๆที่อีกฝ่ายเคยมองให้กลับมาในความทรงจำ ความรู้สึกที่แสนมีค่าที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนไหลเวียนกลับมาเด่นชัดในความทรงจำราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ความกลัว ความกังวล และความสิ้นหวังทั้งหมดทั้งปวงถูกขับไล่ออกไป และแทนที่ด้วยความอบอุ่นของเอเดรียน

"หันหลังไปจากข้าสักที"

เซนทอร์หนุ่มพยายามจะหนักแน่น แต่ปลายจมูกโด่งก็เอียงแนบสันจมูกของเขาช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะค่อยๆแตะสัมผัสกันเป็นครั้งแรก "..." เลสธีราห์เผลอกลั้นหายใจและเผยอกลีบปากออกรับจุมพิตจากอีกฝ่ายอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้ ปลายลิ้นของเอเดรียนอุ่นร้อนยิ่งกว่าอุณหภูมิจากฝ่ามือใหญ่ ทว่าแผ่วเบานุ่มนวลยิ่งกว่าลมหายใจที่รดรินอยู่

คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันขณะที่เปลือกตาบางปิดแน่นเพื่อกดกลั้นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เอเดรียนรุกริมฝีปากจูบเนิบช้าเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่นตระหนกจนเกินไป เขาไม่เอื้อมแขนออกไปพันธนาการฝ่ายนั้น แต่รอให้เลสธีราห์วางมือลงบนบ่ากว้างด้วยตนเอง เสียงโซ่ตรวนแว่วมาเข้าหู และร่างสูงก็รับรู้ถึงน้ำหนักของมันเมื่อมือทั้งสองเหนี่ยวรั้งเขาไว้พร้อมกับตอบรับอย่างไม่แน่ใจ

เพียงเท่านี้ก็คงไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้วกระมัง...

 “อือ…!” แขนแกร่งรวบเอวคอดเข้ามากอดแนบกาย ทั้งคู่ถอยออกจากกันเล็กน้อยเพื่อสูดอากาศเข้าปอด ลมหายใจของเลสธีราห์สั่นพร่าบ่งบอกถึงความสับสน  ร่างโปร่งขบริมฝีปากตัวเองและก้มลงมองต่ำอย่างขัดใจ “…” แต่เขาก็ไม่สามารถกล่าวคำใดออกมา เขาไม่สามารถยืนกรานเสียงแข็งได้ดังเดิม ไม่ว่าจะอยากสบถออกมาให้ดังสักแค่ไหน หรืออยากตวาดคนตรงหน้าให้สาแก่ใจอย่างไรก็พูดไม่ออก นี่ช่างเป็นความอ่อนแอที่น่าอัปยศเหลือเกิน

มนุษย์ช่างโลเล เขารู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือไร

โดยเฉพาะเอเดรียนผู้นี้

แต่แค่อีกฝ่ายสัมผัสเขาแบบนี้ เลสธีราห์ก็ไม่อยากจะคิดอะไรอีกต่อไป ปล่อย…” จิตใจของชายหนุ่มก็ยังต่อต้านความรู้สึก เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลรวมตัวกันอยู่ในหัวและพยายามออกคำสั่งให้ร่างกายขืนออกจากวงแขนคนตรงหน้า เพราะเอเดรียนไม่ใช่หรือไรที่ทำให้เขาต้องอยู่ในสภาพนี้ เพราะเอเดรียนไม่ใช่หรือไรที่ทำให้เซนทอร์ที่ควรจะแข็งแกร่งถูกกำหราบพยศได้ง่ายดายเช่นนี้

แต่ก็เพราะเอเดรียนไม่ใช่หรือไรที่ทำให้เขาสละทุกอย่างเพียงเพื่อปกป้องชีวิตฝ่ายนั้นเอาไว้

คู่สนทนาไม่ตอบคำ เขาเพียงแค่ชะโงกมาอิงหน้าผากด้วยอีกครั้ง และสักพักหนึ่งกว่าเอเดรียนจะพูดอะไรออกมาด้วยเสียงต่ำเบาจนแทบไม่ได้ยิน คิดว่าข้าจำไม่ได้หรือ... ว่าเคยทำอะไรเอาไว้คำนั้นทำให้เลสธีราห์ต้องมุ่นคิ้ว การเคลื่อนไหวดิ้นรนทั้งหมดชะงักงันรอฟังคำต่อไป

เป็นของข้าไม่ได้เหรอ เลสธีราห์

“…”

เอเดรียนจำได้หรือ... แม้จะมึนเมาในรสสุรามากขนาดนั้น อีกฝ่ายก็พูดย้ำคำเดิมได้ไม่ผิดเพี้ยน อีกฝ่ายจำได้มาตลอดอย่างนั้นหรือว่าเขาทำอะไรบ้าง แต่ข้า…” ร่างโปร่งอึกอัก ข้าคือ เลสธีราห์ ผู้บัญชาการกองเรือเซเลสต์แห่งแอสทารอธ

ข้ารู้...ร่างสูงซบหน้ากับลาดไหล่อีกฝ่าย จากอ้อมกอดที่แสดงความเป็นเจ้าของในตอนแรก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นการอ้อนวอนเหนี่ยวรั้ง และยิ่งออกแรงกอดรัดมากขึ้นเมื่อมือเรียวแตะเส้นผมสีเข้มแทนการปลอบโยน ถึงตอนนี้ ข้าจะรู้แล้วว่าเจ้าเป็นใครน้ำเสียงของร่างสูงอ้อนวอน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลำคอขาว "แต่ข้าก็ยังอยากครอบครองเจ้าไว้เพียงคนเดียวอยู่ดี"

เล็บคมจิกบ่ากว้างต่อต้าน แต่ก็ยอมผ่อนแรงลงในที่สุด

เขาคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว



 

ปล. เขามีอะไรในกอไผ่แหละ แต่ไว้เรางอกเป็นตอน .5 ตอนหน้านะ ตอนนี้มันตัดอารมณ์ตรงนี้กำลังซึ้งพอดีอ่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #342 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:13
    ไปสร้างประเทศใหม่อยู่กันสองคนดีมั้ยคะ ไม่ไหวแล้ว ถาโถมเหลือเกิน สงสารร
    #342
    0
  2. #311 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 09:10
    หน่วงโคตร ล้องไห้ล้าว แง้ วงวารเลส ถ้าหนีได้ เลสก็หนีไปเถอะ โลเลหลายครั้ง รำคาญแล้วนะ ฮึ่ม
    #311
    0
  3. #270 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 21:39
    อัลธอร์ก็คิดถึงเลสใช่มั้ยลูก ... งั้นโขกเลย แรงๆนะ 555555555
    โถ เอเดรียน ... ปลอบไม่ถูกเลย ... มัวแต่ลังเลไง แล้วก็มานั่งโอดครวญอย่างเงี้ย //มองว์
    เอ้าาาาา ลุกกกก จะทำอะไรก็ทำ สักอย่างงงงง

    ความลัลล้าของคูแรนน์ที่มันช่างน่า ....... 5555555555
    เป็นร้อยหัวรอบลานฝึกนี่แกกะจะไม่เห็นสักหัวเลยจริงดิ กร๊ากกกกกกกกกก

    เลสแอบสงบนะ กะว่าจะตายแน่ๆ ยังไงก็ไม่ เดือดร้อนอาณาจักร ... เหมือนแบบ เลือกเอง ก็จะรับกรรมเอง แงงงงงง
    โคตรตัดพ้ออ่ะ โอ๋ววววว //กอดดดดดด

    ในที่สุด!!!!! มันก็ตกลงปลงใจกันสักเททททท
    เอเดรียนจำได้ด้วย!!!!! รักษาดีดีนะแก ไม่ใช่เลสนี่ไม่มีใครเอาแกแล้ว ใครจะใจอ่อนกะแกได้ขนาดนี้ 555555555
    #270
    0
  4. #253 BREAKDOWN (@breakdown) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 20:28
    เจ้าหญิงเจ้าชายซินญงซินญอนี่มันน่านักกกก ฮึ่ยยยยย หนีไปเลยเอเดรียนพาเลสหรือไปให้ไกลลล
    #253
    0
  5. #252 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 19:55
    อัลธอร์ก็เคืองเจ้านายเหมือนกันใช่มั้ยคะ งั้นดีดเลยค่ะ! ดีดไปสักที! ดีดเลยค่ะจะได้หายกัน ดีดเล---
    พูดเล่นนะคะ (แต่คิดจริง #ถูก) ยังไงคนอ่านก็เกลียดเอเดรียนไม่ลงหรอกค่ะ แค่หมั่นไส้
    ว้อยยยยย คือตัวเองก็เป็นฝ่ายทำให้เลสธีราห์คิดจะหักใจเอง แล้วยังมาทำตัดพ้อ คิดว่าทำดราม่าจะพอเหรอคะ คิดว่าน่าสงสารเหรอคะ
    ...ใช่ค่ะ น่าสงสารมาก แงงงงงงงงงง /คนอ่านนี่ก็ใจอ่อนยิ่งกว่าเลสธีราห์มากๆ ค่ะ.../
    น่าสงสารทั้งคู่เลยค่ะ ความหน่วงอะไรเบอร์นี้คะ โฮ
    แต่ชอบฉากแถวๆ ประตูนั่นจังเลยค่ะ การเคลื่อนไหวมันเห็นภาพแล้วก็สื่ออารมณ์ได้ดีมากๆ เลย U_U แบบ ลีลากันอยู่ตรงประตูนั่นแหละ แต่ดันเป็นฉากที่กินใจเหลือเกินค่ะ

    ที่ชอบอีกอย่างนึงก็แน่นอนว่าเป็นคูแรนน์เรียฟค่ะ! ดราม่าอยู่แล้วมีคู่นี้มาดามใจนี่ก็ดีนะคะ #แต่อย่าดราม่าบ่อยนะคะไม่ดีๆ (?)
    ชอบความหน้าด้านของคูแรนน์ค่ะ ชอบการนอนหนุนตักด้วย เกาหลีอะไรอย่างนั้นคะว้ายยยยยยย
    แล้วอะไรคือต้องไปสวีทกันข้างลานฝึกคะ 5555555555 ลูกทัพคงจะลำบากใจ แต่อีกทางหนึ่งก็อาจจะอยากเห็นก็ได้นะคะ (?)
    รักคู่นี้จังค่ะ <3

    ป.ล.รักซาฮาลกับรีดาห์ด้วยนะคะ
    ป.ล.2 เอเดรียนกับเลสธีราห์ก็เหมือนกันค่ะ
    อะไรนะคะ ทำไมเอาคู่หลักมาท้ายสุด มันเป็นความลำเอียงของคนอ่านเองค่---
    #252
    0
  6. #121 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 18:38
    กว๊ากกกกกก55555555 ย้าฮ้าฮ้าาาาเล่นกับใครไม่เล่นเล่นกันเลสน้อยยยย(?)
    #121
    0
  7. #94 meiarchan (@meiar) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 22:02
    งานนี้ต้องเรียกว่าอาเดรียหาเรื่องเข้าตัวสุดๆ ไปจัวตัวเค้ามาแบบนี้ประเทศจะล่มจมเพราะโดนถล่มเอานา-*-

    อาเดรียสร้างมิตรไม่เป็นจริงๆน่ะแหละ โถๆเอเดรียนนายก็ขึ้นเป็นกษัตรย์ไปเลยเซ่แล้วให้แอสทารอทส่งเลสมาเป็นราชินีคู่กันไปเลย หึๆๆ

    ปล.ลำเอี๊ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง เอาเซนเรสของเรามาด้วยเซร่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    #94
    0
  8. วันที่ 9 กันยายน 2557 / 18:00
    เอาแล้วๆ เล่นกับใครไม่เล่นนะ เจองี้มีเงิบ ปล.จริงๆคิดว่าหลายตอนแล้วว่าชายซินหญิงซินนี่แย่มาก คิดอะไรไม่เข้าท่า ตั้งแต่ปิดท่าเรือแล้ว ควรเปลี่ยนนะจริงๆ
    #92
    0
  9. #91 VpupinaV (@meeepanda) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 07:41
    เล่นกันใครไม่เล่น มาเล่นกับเลส เดี๊ยะ! มันต้องโดน
    #91
    0
  10. #90 Janinozuka (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 07:08
    วิวแกก็เกินไปป่ะคูแรนน์ ลานฝึกเนี่ยนะ เชื่อเลยว่านี่ตัวจริง =__=

    คิดถึงเรียฟมากกกก ดูจะย๊อมยอมอิป่ามันอ่ะ ทำไมเรียฟทำตัวเมือนซ้อปลงกับสามีเลย O.o

    แอบฮาตรงอิป๋าบอกจำมาจากวิก คิดได้ไงไง ไม่คิดว่าอิป๋าจะกล้าเล่นเนอะ



    ถ้าซาฮาลได้บัลลังค์แล้วเลสจะเป็นไงอ่า น้องจะไม่โดนสั่งเก็บหรอ

    เอเดรียนต้องช่วยเลสให้ถึงที่สุดนะ

    จำไว้ในยามที่เจ้าถูกทำร้ายใครคอยอยู่เคียงข้าง!
    #90
    0
  11. #89 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 00:17
    อรั๊ยยยยย เรียฟโผล่วววววว โผล่มาหวานใส่กันด้วย ฮ่าาาาาาาาาาาา

    นี่เที่ยงคืนละ เหมือนเพิ่งได้ฤกษ์อ่าน //ป่าวหรอกจริงๆคือเพิ่งกลับถึงบ้าน
    เหนื่อย + ง่วง ชนิดที่แบบ คือแอบหลับช่วงเลสคุยกะเอเดรียน //รู้สึกผิด โฮฮฮฮฮฮฮ นี่คือไอแพดพลิกตกมากระแทกจมูก(ที่ดั้งไม่ค่อยจะมี)ถึงตื่นมาอ่านต่อได้ ฮ่าๆๆๆๆ

    ว่าแต่ เปลือกไม้นี่ นางกินได้จริงๆ หรือนางประชดว่า ถ้าให้กินไอซุปนั่นยอมกินเปลือกไม้ดีกว่าหว่า? 😂😂😂😂😂😂😂

    สุดท้ายแล้ว ไรท์จ๋าาาาาาาาา ได้โปรดส่งเรทให้เราใหม่ได้มั้ยยยยย //พับเพียบกราบงามๆพร้อมเงยหน้าส่งสายตาปิ๊งๆ
    เมลเดิมคือ   chunyanuch_a@hotmail.com    กลัวส่งแล้วมันไม่ติดอีกอ้ะ 😭😭😭
    ขออีเมลนะ    8018forever@hotmail.co.th    เผื่อไว้ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
    #89
    0
  12. #88 เจนกิ้นส์ (@hohojojo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 21:41
    แหมๆๆๆ  เลส กะ เอเดรียน หยอกกาน มุ้งมิ้งๆ หุหุๆๆๆ  =v= 
    #88
    0
  13. #87 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 21:25
    เอลฟ์นี่น่ากลัวมากเลยเหรอคะ จากที่อ่านมาเหมือนจะไม่มีใครกล้าหือด้วยเลยอ่ะ
    (อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเอลฟ์หน่อยค่ะ จินตนาการไม่ถูก^^)
    ปล. ในที่สุดก็มา เรียฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ><
    #87
    0