[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,452 Views

  • 359 Comments

  • 1,121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    148

    Overall
    19,452

ตอนที่ 16 : [Re-Write] "นั่นเป็นคำสั่ง"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    9 พ.ย. 59

หญิงรับใช้ผู้มีหน้าที่ล้างจานทราบเรื่องทั้งหมดจากคนงานเลี้ยงม้า แต่เธอยังต้องล้างจานกองโตตรงหน้าให้เสร็จเสียก่อนจึงจะสามารถปลีกตัวออกไปจากคฤหาสน์ราห์โมนาได้ แต่แน่นอนว่าจิตใจของเฟรดาในตอนนี้ไม่ได้อยู่กับจานตรงหน้าเลย

เพล้ง...!

"ว้าย!" แต่แทนที่คนทำจานแตกจะตกใจ กลับเป็นหญิงรับใช้คนอื่นที่เสียขวัญและหันมาตำหนิเพื่อนร่วมงานคนใหม่ "ใบที่สามของสัปดาห์นี้แล้วนะเฟรดา!!" เซนทอร์หญิงในร่างมนุษย์ก้มหน้ารับคำตำหนิและเริ่มเก็บเศษจานกระเบื้องที่กระจัดกระจาย "เป็นอะไรของหล่อน เหม่อมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว"

"ข้าเหม่อหรือ" เฟรดาทวนคำเบาๆ "ขอโทษด้วย"

"นางอาจจะมีความรักอยู่ก็ได้ เจ้าก็อย่าไปถือสาเลย นี่ดีนะยังเป็นแค่จานเปล่า วันก่อนโน้นจินนาทำโถเครื่องปรุงแตก ถูกเอ็ดเอายกใหญ่แล้วก็ถูกตัดเบี้ยด้วยนะ" พวกหญิงรับใช้หันไปซุบซิบพูดคุยกันต่อโดยไม่ได้สนใจเฟรดา เซนทอร์สาวเองก็รู้สึกดีที่ไม่ถูกเซ้าซี้ให้มากความ เธอรีบนำเศษจานไปทิ้งและเดินกลับมายังกะละมังตรงหน้าต่อ

"นี่... พวกเจ้าเห็นท่านเอเดรียนกลับมาหรือยัง"

"เห็นว่าไปพบท่านชายซินญอร์ ตั้งแต่มีเรื่องเมื่อวานมานี้ มหาคฤหาสน์ก็คงจะวุ่นวายน่าดู"

เฟรดาเหลือบตาขึ้นมองและแอบฟังบทสนทนาเล็กน้อยเพื่อเป็นการเก็บข้อมูล ถึงแม้ว่าหัวข้อพูดคุยของหญิงรัลใช้เหล่านี้ส่วนมากจะไร้สาระและจินตนาการเป็นตุเป็นตะก็ตาม "ก็จับเซนทอร์ได้ทั้งทีนี่นะ แถมเป็นคนที่ปลอมตัวเข้ามาตีสนิทท่านเอเดรียนอีกต่างหาก"

"อย่างนั้นก็คงดีแล้วที่จับได้ ไม่อยากนั้นท่าเอเดรียนก็ต้องมีอันตรายอีก แบบคราวที่แล้วน่ะ"

"ก็ท่านเอเดรียนชอบพอใครง่ายจะตายไป ไม่กี่เดือน ไม่กี่วันก็หลงหัวปักหัวปำ"

"เฮอะ! ข้าทำงานที่นี่มาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่เห็นท่านเอเดรียนจะชายตามองเลย!"

เฟรดากระพริบตาถี่ๆกับบทสนทนานั้น ด้วยประหลาดว่าไม่ใช่นางคนเดียวที่มีความเห็นว่าแม่ทัพเอเดรียนกับเลสธีราห์มีความสัมพันธ์แปลกประหลาดต่อกัน "เจ้าหมายความว่า..." เซนทอร์หญิงพูดบ้าง "ท่านเอเดรียนกับ... กับ... เซนทอร์ตนนั้น" เฟรดารู้ดีว่านางควรจะทำเป็นไม่รู้จักเลสธีราห์ ดีกว่าเรียกชื่ออย่างสนิทสนม

"ท่านเอเดรียนเห่อเขาจะตายไป..." หญิงรับใช้ว่า "นี่ขนาดเป็นเซนทอร์ และเป็นผู้ชายด้วยเนี่ยนะ!"

"เจ้าไม่รู้สึกประหลาดหรือไง" เฟรดาสงสัย "ข้าหมายถึง..."

หญิงรับใช้ทั้งสี่คนที่นั่งล้างจานอยู่หันมามองเฟรดาเป็นตาเดียวกันจะตอบพร้อมกัน "ประหลาด!" และแน่นอนกว่ากระพูดพร้อมกันทำให้เสียงของพวกดังไปทั่วบริเวณราวกับตะโกน ดังนั้นพวกนางจึงพยายามลดเสียงลงและแย่งกันพูดความคิดเห็นของตัวเอง "จริงอยู่ว่าคนผมทองแบบนั้นหายากมากในอาเดรีย และผู้ชายคนนั้นก็สง่างามราวกับรูปปั้น แต่..."

"ท่านเอเดรียนอาจจะเห่อคนสวย แต่ข้าก็คิดว่าอย่างไรก็หลงแค่รูป ผู้ชายกับผู้ชายมันจะทำอะไรได้!"

"ยิ่งมารู้เอาตอนนี้ว่าเขาคนนั้นเป็นเซนทอร์ ข้าคิดว่าท่านเอเดรียนคงเลิกชอบได้ไม่ยากนักหรอก" เฟรดามุ่นคิ้วกับสิ่งที่ได้ยิน นางพอจะรู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง และนางก็พอจะรับรู้ถึงความรู้สึกของเลสธีราห์ ดังนั้นการคาดเดาของเหล่าหญิงรับใช้จึงเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะพวกนางรับใช้แม่ทัพเอเดรียนมาเป็นเวลนาน มีหรือจะไม่เข้าใจนิสัยใจคอของอีกฝ่าย

และหากเลสธีราห์เป็นฝ่ายเปิดเผยตัวตนก่อนเช่นนี้ ข้อสันนิฐานของเฟรดาจึงไม่น่าคลาดเคลื่อน

แต่การกระทำของแม่ทัพเอเดรียนต่างหากที่น่าห่วง เพราะหากฝ่ายนั้นเพียงแค่ 'หลงใหล' เลสธีราห์เพียงชั่วครู่ แน่นอนว่าจะสามารถหักหาญความรู้สึกนั้นได้ในเวลาไม่นาน และจะใช้ประโยชน์จากความรู้สึกของเลสธีราห์ในภายหลังเป็นแน่ ซึ่งนั่นอาจหมายถึงพลังของธนูแอควาเรียร์

"ข้าทำในส่วนของข้าเสร็จแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน" เฟรดาล้างมือก่อนจะลุกขึ้น "นึกได้ว่าพี่สาวข้าจะมาเยี่ยมจากคัสนาห์ในวันนี้และข้ายังไม่ได้เตรียมอาหารไว้ให้นางเลย พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาทำชดเชยให้ก็แล้วกันนะ!" และโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากเพื่อนร่วมงาน เฟรดาก็หันหลังกลับและรีบเดินออกไปจากเขตแดนของคฤหาสน์ราห์โมนา มุ่งหน้าออกไปจากปราการชั้นสอง สู่เขตตลาดกลางและย่านที่พักอาศัยของประชาชนธรรมดา

เซนทอร์มีเรี่ยวแรงมากกว่ามนุษย์ ดังนั้นหญิงสาวจึงสามารถวิ่งเหยาะๆมาได้ตลอดทางโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะตรงไปที่ชายป่าทางเหนือและคืนร่างกลับเป็นเซนทอร์เพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองเลาน์เรนแห่งแอสทารอธ

...นางจะต้องแจ้งเรื่องนี้แก่พี่สาว แม่ทัพหญิงโมนา!

 


 

เมื่อเลสธีราห์ลืมตาขึ้นมา แสงอาทิตย์ก็ส่องจ้าเข้ามาถึงเตียงที่พักในห้องแล้ว

ความรู้สึกหนักที่ข้อมือเตือนให้เซนทอร์หนุ่มจำได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน และอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ร่างโปร่งขยับมือขึ้นมาขยี้ตาอย่างที่เคยทำทุกครั้งหลังตื่นนอน ก่อนจะถอนใจและหลับตาลงอีกครั้งเนื่องจากเขาไม่เห็นแม่ทัพอาเดรียอยู่ในสายตา

...ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรจะตัดสินอีกฝ่ายว่าอย่างไรกันแน่

แล้วตัวเขาเองเล่าควรจะตัดสินใจอย่างไร ชายหนุ่มคิดว่าเขาควรจะเข้าใจโลกความเป็นจริงนี้นานแล้ว เลสธีราห์นึกโทษตัวเองอยู่ลึกๆที่ยอมให้ความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลจนการกระทำทุกอย่างแสดงออกมาผิดเพี้ยนไปหมด ต่อให้เขาตัดสินเอเดรียนไม่ได้ เขาก็ควรจะตัดสินใจของตัวเองได้ ตัวเขาที่เป็นแม่ทัพเรือของแอสทารอธกับเอเดรียนที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของอาเดรียอยู่ห่างกันเกินไป

ห่างกันเกินกว่าทุกอย่างที่เขาคาดหวังจะเป็นไปได้...

แต่เขาก็ยังปรารถนาความอบอุ่นเหล่านั้น ความอ่อนโยนพวกนั้น และความรู้สึกแสนหวานที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน ทุกสิ่งนี้... เลสธีราห์รู้ดีว่าเขาครอบครองมันไม่ได้ หากเขายังได้ชื่อว่าเป็นเซนทอร์อยู่ และเอเดรียนก็คงไม่สามารถเลือกเขาได้เช่นกัน เพราะคำว่าหน้าที่ที่ค้ำคออยู่แบบนี้

นิ้วมือหยาบของเอเดรียนค่อยๆปัดปอยผมที่ปรกหน้าออกช้าๆ ทำให้คนที่นอนอยู่สะดุ้งสุดตัวและหันไปมองด้วยความตกใจ "...!" แม่ทัพหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้า ในขณะที่เลสธีราห์ยันตัวลุกขึ้นนั่งและพยายามขยับหนีด้วยความที่ไม่รู้จะวางตัวอย่างไร

"ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นนี่" เอเดรียนเอ่ยเสียงเรียบ "หรือไม่อยากให้ข้าเข้าใกล้แล้ว"

เลสธีราห์ถอนใจยาวแล้วส่ายหัว "ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะยังอยู่" ร่างโปร่งชอบนอนตะแคง และไม่ทันคิดว่าการที่เอเดรียนไม่อยู่ในสายตาไม่ได้จะแปลว่าเขาไม่อยู่ แม่ทัพหนุ่มหัวเราะสั้นๆกับตัวเองแล้วลูบผมยาวสีอ่อนของคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

"คิดว่าข้าจะไปจากเจ้าได้ลงคอเชียว"

"ใครจะรู้ใจเจ้า..." เซนทอร์หนุ่มสวน และความเงียบก็ปกคลุมห้องด้วยความที่ทั้งคู่ไม่รู้จะพูดอะไร เอเดรียนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทางสงบนิ่งราวกับกำลังครุ่นคิดหาวิธีสื่อสารสิ่งที่อยู่ในจิตใจ เมื่อเลสธีราห์เห็นดังนั้นจึงรีบพูดขึ้นมาก่อน

"เจ้าไม่ต้องทำอะไรหรอก..." เขาว่า "ข้าอาจจะถูกเนรเทศจากแอสทารอธแล้วก็ได้"

"..." เอเดรียนมุ่นคิ้วตอบประโยคนั้น "ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น" แม่ทัพใหญ่ว่า "ข้ารู้ว่าท่านชายคิดอะไร และทุกคนคิดอะไร แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะทำกับเจ้า" เอเดรียนได้ชื่อว่ามีความสามารถในการวางแผน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะรู้ว่าแต่ละคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะคิดอะไรอยู่ในใจบ้าง ผู้นำอาณาจักรต้องการใช้เลสธีราห์เป็นเครื่องมือต่อรองกับแอสทารอธแทนเรือจักรไอน้ำ เนื่องจากเลสธีราห์เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของแอสทารอธ และมีความเป็นไปได้สูงว่าเซนทอร์เองก็อาจต้องยอมตาม แต่นี่ก็เป็นวิธีที่สร้างศัตรูที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่ง อาเดรียต้องการแอสทารอธมาเป็นพันธมิตร หาใช่ศัตรู ดังนั้นเอเดรียนจึงต้องคิดหาวิธีไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

"ข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าอับอายขายหน้า"

เลสธีราห์ไม่ออกความเห็นในทันทีแต่กลับมองถาดอาหารเช้าที่วางอยู่ที่โต๊ะหัวเตียงสักพัก

"แล้วทำไม... เจ้าถึงไม่ช่วยข้าในตอนนั้น"

คนถูกถามเผลอกลั้นใจเมื่อได้ยินประโยคแทงใจนั้น ซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ใจในเหตุผล เขาคิดได้แต่แรกแล้วว่าสิ่งที่หัวหน้าพรานทำเป็นเรื่องผิด คิดได้แต่แรกว่าตนควรยื่นมือเข้าปกป้องเลสธีราห์ที่เป็นคนของตน แต่เขากลับนิ่งเฉย ตกตะลึง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์เก่าๆในอดีต ความรู้สึกเจ็บเหมือนหัวใจถูกบีบอย่างรุนแรงเหมือนกันกับตอนที่เขารู้ว่าตนถูกคนรักหักหลัง

...ตอนที่เขารู้ว่าถูกผู้หญิงคนนั้นหลอกมาตลอด เอเดรียนก็ยอมถูกจับโดยดีเพราะไม่อาจขยับตัวได้

"ข้าโลเล เลสธีราห์..." แม่ทัพหนุ่มตอบ

"นั่นไม่ใช่คำตอบที่หนักแน่นพอจะพูดกับเซนทอร์ เอเดรียน"

นัยน์ตาสีเข้มหลือบขึ้นมองประสานกับคนพูด เลสธีราห์ไม่ได้โกรธ ไม่มีโทสะอยู่ในสายตาและน้ำเสียงของฝ่ายนั้น แต่สิ่งที่คนครึ่งม้าต้องการที่สุดในตอนนี้คือความชัดเจน เซนทอร์ชอบความตรงไปตรงมา พวกเขาซื่อสัตย์และยึดมั่นในคำพูดเสมอ ดังนั้นการสนทนากับเผ่าพันธุ์นี้จะมีความโลเลไม่ได้

"เจ้าทำให้ข้านึกถึงอดีต..." เอเดรียนตอบอีกครั้ง "นึกถึงหญิงที่ข้าเคยรัก และสัญญาจะปกป้องนาง แต่ท้ายที่สุดแล้ว นางก็เป็นเพียงนกต่อจากธีสธรัลที่เขามาสืบเรื่องกองกำลังลับของอาเดรีย" คิ้วของคนพูดขมวดมุ่น "ข้าเกือบตายเพราะเหตุการณ์นั้น เลสธีราห์... และข้าไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับข้าอีกหลังจากผ่านเหตุการณ์นั่นมาไม่ถึงปี"

"..." ถึงคราที่เลสธีราห์เป็นฝ่ายเงียบบ้าง ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเขาควรจะตอบอะไร เขาควรจะขอโทษอีกฝ่ายหรือไม่ที่ทำให้นึกถึงอดีตที่ไม่ดีขึ้นมา เพราะการกระทำของเขาเองก็แทบไม่ได้ต่างจากผู้หญิงคนนั้นเลย แต่อาจจะดีกว่าอยู่บ้างที่เขามีเจตนาปกป้อง หาใช่เข่นฆ่า

แต่ทำให้เอเดรียนเสียความรู้สึกแบบนี้จะเรียกว่าดีกว่าได้อย่างไร

"และถ้าข้าปล่อยเจ้าไป... เจ้าจะกลับมาหาข้าอีกไหม เลสธีราห์" มือใหญ่เอื้อมไปลูบผมยาวสีอ่อน และร่างสูงก็ก้มลงอิงหน้าผากแนบอีกครา "ข้าต้องทำอย่างไร เพื่อให้เจ้ายังอยู่ตรงนี้" อีกฝ่ายพึมพำซ้ำไปมาอย่างไม่เข้าใจ และคนถูกถามได้แต่หลับตารับฟังเพราะเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายทุกอย่างได้

เอเดรียนผละตัวออกเล็กน้อย และแนบริมฝีปากอุ่นจูบที่ผากหน้ามน ถ่ายทอดความรู้สึกที่ไม่อาจพูดออกมาได้ให้เซนทอร์หนุ่มรับรู้ ก่อนจะกอดเอาไว้อย่างนั้น อิงแอบไออุ่นของอีกฝ่าย และปรารถนาให้ช่วงเวลานี้คงอยู่ต่อไปเป็นนิรันดร์ แม้จะรู้ว่าไม่อาจทำได้ก็ตาม

แต่หากหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้มันจะดีแค่ไหน...

หากพวกเขามีเพียงกันและกันมันจะดีแค่ไหน...

เอเดรียนขบริมฝีปากของตนและกลืนคำว่า 'หนี' ลงคอไปด้วยรู้ว่าตนอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถทำได้ เขามีภาระหน้าที่สำคัญจะต้องรับผิดชอบ หากหนีไปก็คงเป็นได้แค่คนเห็นแก่ตัว และคงไม่มีศักดิ์ศรีอะไรที่น่าภูมิใจ มีแต่สร้างความอับอายไปทั่วเท่านั้น สำหรับเซนทอร์แล้ว พวกเขายึดถือในความเป็นอัศวิน และเกียรติอันสูงสุดของอัศวินคือการได้ปกป้องบ้านเมือง

หากเขาปรารถนาเซนทอร์... เอเดรียนจะต้องมีเกียรติมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายภูมิใจ

แม้ว่าการได้มาซึ่งเกียรตินั้นอาจจะทำให้เขาไม่สามารถมีความสัมพันธ์แบบนี้กับเลสธีราห์ได้

ร่างสูงประคองมือเรียวของคนที่นอนอยู่ขึ้นจรดริมฝีปากลงไปบนฝ่ามือช้าๆ ...มันช่างเป็นความมุ่งมั่นที่เจ็บปวดเหลือเกิน การที่รู้ว่าตนเองต้องต่อสู้อย่างไร และต่อสู้ไปเพื่ออะไร แต่สุดท้ายก็อาจไม่ได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนา เอเดรียนหลับตาลงช้าๆ ในขณะที่เลสธีราห์ค่อยๆเคลื่อนมือขึ้นไปแตะสัมผัสเสี้ยวหน้าเย็นเฉียบ และประคองตัวเองลุกขึ้นนั่งช้าๆเพื่อจะมองคู่สนทนาให้ชัดขึ้น

"เราไม่ควรทำแบบนี้เลยจริงๆ" เซนทอร์หนุ่มว่า แล้วแนบหน้าผากตัวเองกับอีกฝ่ายอย่างที่ชอบทำ

...เราไม่คู่ควรกันเลยจริงๆ

 


 

ผู้นำอาณาจักรทอดมองคู่สนทนานิ่งๆเมื่อพบว่าแม่ทัพคนสนิทของตนปฏิเสธจะเข้าพบและส่งเลขาส่วนตัวมาแทนซึ่งนั่นก็คือจาเร็ตต์ "เมื่อไหร่กันที่แม่ทัพสามารถปฏิเสธคำสั่งของข้าได้" ซินญอร์เสียงแข็งอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่เขาก็รู้ดีว่าจาเร็ตต์เป็นคนสนิทของเอเดรียนและมีความจงรักภักดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังนั้นจึงนับว่าเป็นผู้ที่ไว้ใจได้คนหนึ่ง

"ทั้งที่รู้ว่านี่เป็นเรื่องสำคัญ..."

จาเร็ตต์ค้อมหัวลงรับคำตำหนิของผู้นำอาณาจักร "ท่านแม่ทัพเองก็กำลังสะสางเรื่องสำคัญอยู่ ดังนั้นจึงส่งข้ามาพบท่านชายแทนขอรับ" คำตอบที่ติดจะตรงไปตรงมาอยู่สักหน่อยทำให้ซินญอร์หัวเราะลงคอแม้ว่าจะรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่ก็คิดได้ว่ามีเรื่องที่สำคัญกว่าการต่อล้อต่อเถียงกับคนใต้บัญชาจึงหันมาสนใจสิ่งที่อยู่บนโต๊ะตรงหน้าแทน ...ซึ่งนั่นก็คือธนูแอควาเรียร์

"ได้ยินว่าเซนทอร์ที่ถูกจับได้เป็นคนสนิทของเอเดรียน" ผู้นำอาณาจักรมองคู่สนทนา "เหตุใดข้าจึงไม่รู้จัก"

"เลสธีราห์เพิ่งเข้ามาร่วมกับคณะของเราได้ไม่นาน แต่ข้าได้ยินว่าท่านแม่ทัพรู้จักสนิทสนมกับชายผู้นั้นมาสักพักใหญ่แล้ว" จาเร็ตต์ตอบตรง "พวกเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเซนทอร์สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ ดังนั้นจึงไม่ได้เอะใจว่าเขาจะเป็นชาวแอสทารอธ แต่ข้าเป็นผู้ที่จับตาดูพฤติกรรมของเขาอยู่โดยตลอด พบว่าชายผู้นั้นไม่มีเจตนาร้ายใดๆ" ท่านชายซินญอร์ไม่ตอบคำ เพียงแต่พิจารณาคันธนูตรงหน้าอันเป็นศิลปะการแกะสลักของชาวเอลฟ์ที่หาดูได้ยาก

"แม้จะบอกว่าเขาไม่มีพิษภัย... แต่อย่างไรก็ไม่ใช่ชาวเมืองเรา"

"แต่หากมองหาสหายที่เติบโตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันจนไว้เนื้อเชื่อใจ... เราล้มตายกันไปมากเท่าไหร่แล้ว ท่านชาย" จาเร็ตต์มุ่นคิ้ว "เหลือเพียงข้า ท่านพี่โจฮาล และท่านแม่ทัพเท่านั้น ที่เรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกันจนไม่มีความลับต่อกัน เราจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆเข้ามา" แต่เดิมพวกเขาคือกลุ่มองครักษ์คนสนิทของท่านชายซินญอร์ แม้จะอายุอานามห่างกันไปบ้าง แต่ก็เข้ามาทำหน้าที่ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน และใช้เวลานับสิบปีในการหล่อหลอมความสัมพันธ์ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีการสูญเสียไปกับสงครามและความไม่สงบ ดังนั้นกลุ่มองครักษ์คนสนิทในปัจจุบันจึงเหลือเพียงเท่านี้ โดยไม่มีผู้ร่วมงานใหม่ๆเข้ามา

"แล้วเอเดรียนไม่เข็ดหลาบหรืออย่างไร ด้วยการเอาคนนอกมาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้!"

"เพราะเลสธีราห์ไม่เหมือนเวห์เซีย!" จาเร็ตต์ขึ้นเสียงตอบแทนผู้เป็นนาย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกและอธิบายต่อ "เลสธีราห์มีความลับอยู่มาก ข้าเองก็ระวังระแวงไม่ต่าง... ในฐานะเพื่อนร่วมงาน แต่ในเมื่อเขาไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้อาเดรีย ข้าก็ไม่จำเป็นจะต้องหักหาญ" เลขาหนุ่มกำหมัดแน่น "และเหตุผลที่เขาถูกจับได้ในร่างเซนทอร์ ...ก็เพราะเขาพยายามจะช่วยเอเดรียนจากพวกไอย์ชวล" พรานป่าไม่ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการ 'จับ' เซนทอร์ให้ผู้นำอาณาจักรฟัง ฝ่ายนั้นมองเพียงแค่ผลประโยชน์ของอาณาจักร เพราะพวกเขาจับ 'คนสำคัญของแอสทรอธ' มาได้

นี่ไม่ใช่วิธีการที่ซินญอร์ชอบใจนัก แต่เขาก็พอจะเห็นประโยชน์จากมันบ้างเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากจาเร็ตต์

"ท่านชาย... ปล่อยเซนทอร์ตนนั้นเถอะ แล้วดำเนินแผนการตามเดิม"

"ส่งพวกเจ้าไปขโมยศาสตร์การต่อเรือมาจากธีสธรัลน่ะหรือ" ผู้นำอาณาจักรว่า "นั่นเป็นการฆ่าตัวตาย แม้แต่เด็กเล็กฟังเรื่องนี้ก็ยังรู้" เขามองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งสามารถเห็นท่าเรือออโรราที่เงียบเหงาได้จากห้องทำงานในมหาคฤหาสน์นี้ "เสี่ยงตายถึงเพียงนั้น เพื่อจะนำสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลมามอบให้คนอื่น" ซินญอร์มุ่นคิ้ว "ข้ามองคนผิดไปหรืออย่างไร จาเร็ตต์ เหตุใดแม่ทัพของเจ้าจึงได้ยื่นข้อเสนอที่โง่เง่าเช่นนั้นไปได้"

"แต่หากเราไม่ยื่นสิ่งที่มีมูลค่า แอสทารอธอาจจะเข้าข้างธีสธรัล และนั่นคงจะทำให้เราตกที่นั่งลำบากกว่า"

ซินญอร์หลับตาลง "อาเดรียเราอาจจะไม่มีสิ่งที่มีมูลค่านั่นจริงๆก็ได้" เขาหันกลับมาหาคู่สนทนาอีกครั้ง "แต่ในเมื่อตอนนี้เราได้ตัวบุคคลสำคัญของแอสทารอธมาแล้ว ข้าคิดว่าเราคงไม่ต้องลงแรงมากขนาดนั้น ต่อให้แอสทารอธจะเคร่งครัดในกฎระเบียบมากแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยความหยิ่งทระนงในเผ่าพันธุ์ของตนเอง ข้าคิดว่าพวกเซนทอร์คงไม่ยอมอยู่เฉยและปล่อยให้.... เลสธีราห์... คนนั้นถูกจับอยู่ในอาเดรียหรอก"

"ท่านชาย...!" จาเร็ตต์เสียงแข็ง

"ถ้าไม่เห็นแก่ท่านแม่ทัพ ก็ขอให้เห็นแก่ความปลอดภัยของอาเดรียที่อาจจะมีศัตรูเพิ่มเป็นแอสทารอธ"

"ตอนนี้เจ้าแค่ทำตามวิธีการของข้า เราไม่ได้มีเวลามากนัก" ซินญอร์หรี่ตาลง "และหากจะพูดเรื่องของความสัมพันธ์ของแม่ทัพใหญ่กับเซนทอร์ตนนั้น เจ้าเองก็น่าจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงแม่ทัพกองเรือเซเลสต์ ซึ่งไม่มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะกลับมามีความสัมพันธ์แบบเดิมต่อกันอย่างที่วาดฝัน การดิ้นรนดื้อรั้นไปก็เป็นได้เพียงแค่การถ่วงเวลา" คำพูดของเขาทำให้จาเร็ตต์หมดหนทางจะตอบโต้ เพราะสิ่งที่ซินญอร์กล่าวนั้นคือความจริง เพียงแต่เป็นความจริงที่พอจะมีข้อดีอยู่บ้าง ต่างจากความจริงในปัจจุบันที่ดูจะเลวร้ายไปเสียหมด

"มันไม่มีประโยชน์ที่จะต่อสู้ จาเร็ตต์... ทำได้เพียงแค่ตัดใจ"

"เช่นนั้น..." คนสนิทกัดฟันและค้อมหัวลงน้อยๆเป็นการรับคำสั่ง "ท่านชายมีสิ่งใดจะบัญชา"

"เรือรบหลวงคาร์เธียร์จะเทียบท่าในช่วงบ่ายนี้ ข้าต้องการให้เอเดรียนออกไปรับหน้า" หากพูดถึงชื่อเรือรบหลวงคาร์เธียร์ ไม่ว่าใครก็รู้ดีว่านั่นหมายถึงการมาเยือนของผู้นำแห่งอาณาจักรธีสธรัล และนั่นก็ทำให้จาเร็ตต์เงยหน้าขึ้นมองผู้นำของตนอย่างไม่เชื่อหู "เราอาจจะไม่ต้องยื้อเซนทอร์ตนนั้นไว้นาน เพียงแต่ให้นานพอก็เท่านั้น"

"เช่นนั้น ข้าจะรีบแจ้งท่านแม่ทัพ" จาเร็ตต์ลุกขึ้นยืนและค้อมหัวให้กับผู้นำก่อนออกไปจากห้อง

ซินญอร์ยังคงมองตามอีกฝ่ายแม้ว่าจาเร็ตต์จะออกไปจากห้องสักพักแล้วก่อนจะถอนใจออกน้อยๆ ในขณะที่บุคคลอีกคนหนึ่งที่อยู่ในห้องเดียวกันก้าวออกมาจากอีกมุมห้องและนั่งลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่ค่อยจะรักษามารยาทเท่าไหร่ "นั่นจะเป็นเลขาของข้าด้วยหรือเปล่า หากข้าตอบรับคำเชิญให้นั่งตำแหน่งแม่ทัพแทนเอเดรียน" เจ้าของห้องลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปที่หน้าต่างเนื่องจากไม่ต้องการให้คู่สนทนานั่งค้ำหัวตน

"อย่าทำเป็นเล่นไป เอเรส..."

"เมื่อวานนี้ยังแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนข้าอยู่เลย ตอนนี้ออกคำสั่งเสียแล้วรึ ท่านชาย" เอเรสแค่นหัวเราะ "หรือมั่นใจแล้วว่าข้าจะเข้าร่วมแน่ถึงได้กล้าเสียงแข็งแบบนั้น" นัยน์ตาสีเข้มมองจ้องแผ่นหลังคู่สนทนา ก่อนจะยกเท้าขึ้นวางบนเก้าอี้ที่ว่าง "ข้ามาที่นี่ด้วยผลประโยชน์ อย่าเพิ่งได้ใจไปเสียล่ะ"

"เจ้าเห็นหรือยังว่าเอเดรียนอ่อนแอขนาดไหน" ซินญอร์เบื่อหน่ายจะฟังคำขู่ของโจรสลัด จึงได้พูดแทรกขึ้นมา เขารู้ว่าเอเรสไม่เคยปฏิเสธการสนทนาเรื่องเกี่ยวกับเอเดรียน "จะให้ข้าวางใจได้อย่างไรว่าเขาจะสามารถประคับประคองอาณาจักรต่อไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้ กับแค่เรื่องเล็กๆแค่นี้ยังหวั่นไหว"

"ถ้าท่านชายยังยืนยันข้อเสนอเดิม ข้าก็คงจะรับ..." เอเรสเหยียดยิ้ม "แต่ข้าต้องการเขาตอนมีชีวิตเท่านั้นนะ ตายแล้วไม่เอา"

 


 

เฟรดาหาพี่สาวของนางไม่พบเมื่อกลับมาถึงแอสทารอธ และได้คำตอบว่าแม่ทัพหญิงเดินทางกลับไปยังบ้านที่เมืองมารินาเพื่อดูแลอาการป่วยของบุตรชายซึ่งยังอยู่ในวัยทารก แม้ว่าโมนาจะเป็นบุคคลขี้โมโห อารมณ์เสียได้ง่ายกว่าใคร อีกทั้งยังเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเลือดเย็นที่สุด แต่ใครจะรู้ว่านางมีครอบครัวแบบคนทั่วไปเหมือนกัน แต่เหตุผลที่นางต้องกลับไปยังมารินาในตอนนี้นั่นก็น่าจะเป้นเพราะสามีของนางนั้นดูแลเด็กเล็กไม่ถูกวิธีนั่นเอง

"เมื่อเช้ารึ!!" เฟรดาทอดถอนใจอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อเห็นตัวเองคลาดกับแม่ทัพหญิงไปนิดเดียว

"อะไรกัน เฟรดา..." รีดาห์ตรงเข้ามาหาเซนทอร์หญิงที่หยุดพูดคุยกับทหารยาม ก่อนจะมองชุดกระโปรงที่นางสวมใส่ซึ่งเป็นชุดของหญิงรับใช้ในคฤหาสน์ราห์โมนา "เหตุใดจึงแต่งตัวประหลาดเช่นนี้" ตามปกติแล้วเซนทอร์จะสวมกระโปรงเพื่อใช้ปิดบังร่างกายท่อนล่าง ในส่วนของสตรีอาจมีเสื้อหนังบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ชุดของมนุษย์เต็มยศแบบนี้

"ข้าเพิ่งกลับมาจากอาเดรีย..."

เฟรดาเริ่มเล่า แต่เมื่อเห็นบุคคลที่เดินเข้ามาด้านหลังรีดาห์ หญิงสาวก็ชะงักไป

"ได้ยินว่าเหนือหัวส่งเจ้าไปอาเดรีย..." เสียงเข้มของคนคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันคุ้นหูของซาฮาลที่ตรงเข้ามาร่วมบทสนทนา "ได้ความว่าอย่างไรล่ะ" ซาฮาลเดินเข้ามาหาคนที่ยืนนิ่งๆอย่างผิดปกติและกอดอกมองคาดคั้น หน้าเจ้าบอกอย่างนั้น เฟรดา

อา…” เซนทอร์หญิงลังเล จริงอยู่ว่าซาฮาลเองก็เป็นคนที่พึ่งพาได้ และเป็นคนที่เก็บความลับเก่ง แต่สำหรับเลสธีราห์แล้ว เซนทอร์ร่างสูงผู้นี้เป็นคนน่ารำคาญมากคนหนึ่ง และหากเป็นไปได้ เฟรดาเชื่อว่าเลสธีราห์ไม่อยากบอกเรื่องอะไรกับซาฮาลเลยสักเรื่องเดียว

เจอเลสธีราห์หรือไม่อีกฝ่ายถามย้ำ และยิ่งเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของคนตรงหน้า ซาฮาลก็ยิ่งมั่นใจว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแล้ว หรือจะให้ข้าไปอาเดรียด้วยตัวเอง

เลสธีราห์ถูกพวกอาเดรียจับได้...

เมื่อถูกไล่ต้อนอย่างนั้นแล้ว เฟรดาจะมีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้อนยอมบอก เพราะหากปล่อยให้ซาฮาลไปถึงอาเดรียด้วยตัวเอง เรื่องคงจะบานปลายกว่านี้เป็นแน่ นางรู้ดีว่าซาฮาลเป็นคนอย่างไร ฝ่ายนั้นเด็ดขาดและดุดันแค่ไหน ความเป็นเซนทอร์ของอีกฝ่ายอาจจะทำให้ปัญหานี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนมีผลกระทบต่อการประลองวาร์ดาได้

การประลองวาร์ดาคือการคัดเลือกเหนือหัวคนใหม่เข้ามาปกครองแอสทารอธ

ดังนั้นมันจึงสำคัญกว่าเรื่องของเลสธีราห์

เลสธีราห์ทำงานพลาดซาฮาลเอ่ยเสียงเรียบ ข้าน่าจะรู้ตั้งแต่กลุ่มดาวแห่งความเปลี่ยนแปลงดับแสงร่างสูงว่า และโดยนิสัยของเจ้านั่นแล้วก็ไม่หนักแน่นพอที่จะทำภารกิจนี้ได้ตั้งแต่แรกรองผู้บัญชาการเซเลสต์เหลือบตามองคนพูดด้วยความไม่พอใจ

เพราะซาฮาลชอบพูดแบบนี้ ถึงถูกเลสธีราห์เกลียดเอาไม่ใช่หรือ

ถ้าเจ้าพูดอะไรออกมาแล้วไม่มันไม่ช่วยให้เรื่องดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดกระมัง ซาฮาล

คนถูกตำหนิจ้องมองคนพูดกลับด้วยดวงตาสีดำดุดัน แม้คำพูดนั้นจะแทงใจจนทำให้ซาฮาลมีโทสะขึ้นมาบ้าง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ตอบโต้เนื่องด้วยในความคิดของเขาแล้ว รีดาห์ก็มีนิสัยคล้ายเลสธีราห์ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ทั้งสองคนจะเข้าข้างกันเองบ่อยครั้งให้สมเป็นผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการ

แต่เซเลสต์จะมีผู้นำที่ไม่หนักแน่นแบบนี้จริงหรือ

กองเรือรบเซเลสต์ที่มีชื่อเสียงของแอสทารอธ

โทษทัณฑ์สำหรับความผิดพลาดครั้งนี้อาจเป็นความตายก็ได้ร่างสูงพูดต่อ อาเดรียก็จ้องจะบีบบังคับให้เราเป็นพันธมิตรอยู่แล้ว หากรู้ว่าเลสธีราห์คือลูกของราชเลขา พวกมันจะต้องใช้ข้อนี้มาเล่นงานท่านหญิง และต่อให้นางเป็นคนหนักแน่นเท่าไร หากนำเรื่องบุตรชายขึ้นมาพูดแล้ว คนเป็นแม่ก็คือคนเป็นแม่อยู่ดีนัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงอย่างครุ่นคิด หากแอสทารอธยอมตามอาเดรียเพียงเพื่อช่วยชีวิตเซนทอร์ตนเดียว... เราอาจจะต้องสูญเสียมากกว่าได้ประโยชน์

เลสธีราห์เป็นผู้บัญชาการเซเลสต์ เขามีความสามารถในการคาดเดาท้องทะเลที่แม่นยำที่สุดในหมู่เซนทอร์ เราจะไม่เสียดายคนเช่นนี้หน่อยเลยหรือไร หรือเจ้าต้องการตำแหน่งเสียเองลาะ ซาฮาล!รีดาห์ตวาดถามอกมาอย่างทนฟังไม่ได้อีกต่อไป แต่นั่นก็ทำให้ผู้บัญชาการแห่งกราเทียร์มองกลับด้วยสายตาสงบนิ่งเท่านั้น

ซาฮาลเป็นคนเช่นนี้... เงียบขรึมทว่าเด็ดขาด

ข้าต้องการยิ่งกว่าตำแหน่งผู้บัญชาการเซเลสต์

“…”

ข้าจะต้องชนะประลองวาร์ดา...ร่างสูงกล่าวเสียงเรียบ ทว่าเป็นคำประกาศหนักแน่น และคำพูดของข้าก็จะมีน้ำหนักมากกว่าเซนทอร์ตนใดในแอสทารอธกีบเท้าใหญ่ออกก้าวเดินผ่านร่างของรีดาห์ไป และมุ่งกลับไปที่คลังอาวุธของอาณาจักร ทางเดียวเท่านั้นที่จะปรามไม่ให้เหนือหัวดาเรียสตัดสินประหารใคร

เหนือหัวดาเรียสเด็ดขาดที่สุดในตอนนี้... และเห็นผลประโยชน์ของแอสทารอธเป็นที่ตั้งเสมอ

ตามมา... เลือกเอาว่าจะช่วยผู้บัญชาการของเจ้าด้วยการยอมให้ข้าเป็นเหนือหัวคนต่อไปรึเปล่า

รีดาห์หันมองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างเลือกไม่ได้ แม้ซาฮาลจะไม่ใช่คนเลวร้าย และอาจจะเหมาะสมกับตำแหน่งยิ่งกว่าใครในตอนนี้ แต่เลสธีราห์อาจจะตกที่นั่งลำบากได้หากอีกฝ่ายได้เป็นเหนือหัวแห่งแอสทารอธขึ้นมาจริงๆ จะให้ข้าช่วยอะไร

แต่เขามีทางเลือกอื่นที่จะช่วยเพื่อนหรือไร...

เป็นลูกมือข้าร่าสูงเดินห่างออกไปแล้ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงของรีดาห์ชัดเจน และได้ยินเสียงกีบเท้าที่บางกว่าของอีกฝ่ายวิ่งเหยาะๆตามมาอีกด้วย แล้วก็เป็นคู่ซ้อมให้ข้าด้วยรีดาห์มุ่นคิ้วไม่พอใจเล็กๆที่คำขอของอีกฝ่ายมีมากเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้ อีกทั้งยังประท้วงอยู่ในใจลึกๆด้วยว่า จะให้เขาเป็นคู่ซ้อมของอีกฝ่ายได้อย่างไร ในเมื่อขนาดตัวก็ต่างกันเพียงนี้แล้ว รีดาห์สูงเกินไหล่ซาฮาลมาเพียงเล็กน้อยด้วยซ้ำ

จะขออะไรก็ให้มันน้อยๆหน่อย...

ซาฮาลหันมองคนข้างกายนิ่งๆก่อนจะกล่าวตอบ นั่นเป็นคำสั่ง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #343 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:33
    ซาฮาลไม่ได้คิดอะไกับเลสใช่มั้ยคะ แต่ละอย่างคือส่อมาก เหมือนพวกแอบรักแบบซึนๆอ่ะ555 แต่ตอนนี้คงชอบรีดาห์ไปแล้วล่ะ ทำตัวเหมือนจีบเค้าอย่างนั้นแหละ555
    #343
    0
  2. #277 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 17:30
    รู้สึกชอบการจับกลุ่มเม้าของสาวใช้พวกนี้ 5555555555
    “ท่านเอเดรียนเห่อเขาจะตายไป...” โอ้ยยยยยย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ  มันเทคแคร์ออกนอกหน้าซะขนาดนั้นหนิ
     
    เอ้าาา  เอเดรียน  ได้เวลาสารภาพบาป  มาคุกเข่า!! … ให้คุกเข่า อย่ามาเนียนอ้อนนะ!!
    ... อภัยให้ก็ด้าย ... อย่างน้อยก็ทำตัวดีขึ้------------ 555555
     
    จาเร็ตต์ดูแก้ต่างแทนกันมาก ... แต่จริงๆที่พูดก็เรื่องจริงอ่ะนะ 5555555555
    ที่ท่านชายว่าจาเร็ตต์มีความจงรักภักดี  ต่อบ้านเมืองนั้นย่อมแน่นอน  แต่ต่อบุคคล ... ถ้านางคิดคำนวณแล้วว่านั่นไม่เป็นผลเสียต่อบ้านเมือง  เห็นได้ชัดว่านางเลือกภักดีต่อเอเดรียนมากกว่าท่านชายน่ะนะ .........
    จริงๆก็อยากรู้ว่าพวกพราน พวกขุนนาง (จะต้องรวมท่านชายไปด้วยมั้-------) คิดกันยังไงจะเอาผบ.กองเรือไปเป็นข้อต่อรองแลกกะกองเรือของเขาเอง ... คือถ้าแอสทารอธโอเค ส่งเรือเซเลสต์มา แกจะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจตอนร่วมงานกันเลยเรอะ ฝั่งแกอ่ะไม่รู้  แต่ในใจเลสคงไม่โอเค  ... กับอีกอย่าง ถ้าแอสทารอธเซย์โน ตัดเลสทิ้งเลย อาเดรียจะทำไง  ฆ่าเลสทิ้ง?  ก็ไม่ได้เซเลสต์อยู่ดีอ่ะ 55555555555
    เอเรส ... คำถามนี้บ่งบอกมากเธอ ... เก็บอาการหน่อย ... รู้สึกเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ที่แอบมองจาเร็ตต์ ฮาาาาาาาาาา
     
    #277
    0
  3. #256 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 21:34
    อ่านไล่ๆ มาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าอารมณ์ขมขื่นยังคงที่อยู่ค่ะ (?) โถ่เอเดรียนกับเลสธีราห์ ชอบโมเม้นต์พวกจูบหน้าผาก จับปอยผม อะไรแบบนี้จังเลยค่ะ มันดูแบบ...แสนรัก ยิ่งกว่าฉากอีกค่ะ งือ...

    แล้วก็มาวี้ดว้ายตรงที่เอเรสบอกว่า "ตายแล้วไม่เอา" ค่ะ ดูเถื่อนแบบเด็กเอาแต่ใจ อธิบายไม่ถูก แง แต่ชอบเอเรสนะคะ ตอนนี้รู้สึกเซ็งกับท่านชายนิดหน่อย แต่ก็คิดว่าด้วยความเป็นผู้นำก็คงต้องทำแบบนั้น ยังแอบชอบเขาอยู่ในใจลึกๆ เหมือนเดิมนะคะ U_U

    มาที่ท้ายตอน จุดที่พีคที่สุ--- /โดนตี
    ซาฮาลเท้เท่ค่ะ! เซนทอร์อะไรเท่ขนาดนี้คะ โฮ มาเหนือยังกับไอคิวสักสองร้อย คิดวิธีช่วยเลสธีราห์ไปแล้วด้วย เท่ขนาดนี้คนอ่านก็พร้อมจะปาใจให้สักหลายๆ ดวงเลยค่ะ (?)
    รีดาห์กับเลสธีราห์ก็คล้ายกันจริงๆ ค่ะ ซาฮาลนี่สเป็คแบบนี้เหรอคะ 55555555555
    ชอบตรงที่บอกว่านี่เป็นคำสั่งด้วยค่ะ โถ่ ดูขนาดตัวนั่นสิคะ สู้ต่อไปนะรีดาห์!

    คนเขียนก็สู้ต่อไปเหมือนกันนะคะ!
    #256
    0
  4. #153 MadCat (@rambo-nat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 14:29
    รู้สึกไม่ชอบผู้นำอาเดรีย (หรือเอเดรีย? //สับสน) เหมือนอคติมากเกินไป แล้วก็ทำอะไรเกินกำลังตัวเอง หยิ่งคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นถูกต้อง โดยไม่มองภาพรวมหรือสิ่งที่ควรจะทำ



    //บ่นๆ
    #153
    0
  5. #124 Janinozuka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 20:34
    ลูกพ่อค้าน่าจะได้เป็นเจ้าเมืองเนอะ คิดเหมือนเลสนะว่าควรจะเปลี่ยนผู้นำ ด้วยหลายๆอย่างอ่ะ ซินยังเด็กไม่มีประสบการณ์แล้วคนที่อยู่ข้างๆก็ไม่ได้เทพแบบเอเดรียดนิ จริงมั้ยแล้วคงรอดเนอะ แถมขี่ม้ามาโม้ว่าระวังกองทัพเลสอีก สงสารประชาชนจริงๆ
    #124
    0
  6. #122 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 20:10
    หืมมมมม เลสตกลงกันแกแล้วหรอมมมม555555
    #122
    0
  7. #115 beautjang (@beautjang) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 17:08
    จบตอนนีเล่นเอามึนไปเลยทีเดียว
    #115
    0
  8. วันที่ 14 กันยายน 2557 / 17:39
    ราชินีก็เอากำไรเยอะไป เข้าใจมั้ยว่าคนตกเป็นเมืองขึ้นมันลำบากมานานสิบปีอะ เฮ้ออออออ ชีวิต ปล.ซาฮาลกับรีดาห์น่ารักมาก กัดกันงุ้งงิ้งดี ><
    #109
    0
  9. #104 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 00:02
    แหมะ แอบหมั่นไส้ผู้นำของทั้งสองเมืองเลยค่ะ แย่งซีนเลสกะเอเดรียน//เดี๋ยวนะ = =+
    แต่ที่เด่นสุดตอนนี้...คู่รอง!!! อร้ายยยยยยยย ><
    ได้อารมณ์บับคูแรนน์กะเรียฟแบ่งภาคมาเป็นเซนทอร์อ่ะ!
    หยิ่งไปเหอะซาฮาล เดี๊ยะสักวันจะได้คุกเข่าขอเค้าเป็นเมีย กร๊ากกกกกก//งานมโนต้องมาค่ะ ฮริ้งงงง
    #104
    0
  10. #103 Blue magic (@bloody-war) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 21:32
    เปลี่ยนผู้นำเหอะ  ถ้าจะขนาดนี้  เอาความมั่นใจจากไหนมาประกาศว่าแอททารอทจะช่วยห๊ะ  เซนทอร์ก็มีศักดิ์ศรีนะ  ยังไม่ตบปากรับคำยังเอาชื่อเขาไปพูดก่อน  คดีจับลูกเขามายังไม่เคลียร  ทำงี้มีหวังรับศึกเพิ่มสองบ้านทั้งจากเอลฟ์เเเละเซนทอร์แน่ๆ  ให้เอเดรียนขึ้นเเทนน่าจะดีกว่าเหอะ  เจรจาการค้า  ไม่ใช่เอะอะก็จะเปิดสงครามทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีอำนาจอะไรในมือเลย
    #103
    0
  11. #102 Blue magic (@bloody-war) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 21:31
    เปลี่ยนผู้นำเหอะ  ถ้าจะขนาดนี้  เอาความมั่นใจจากไหนมาประกาศว่าแอททารอทจะช่วยห๊ะ  เซนทอร์ก็มีศักดิ์ศรีนะ  ยังไม่ตบปากรับคำยังเอาชื่อเขาไปพูดก่อน  คดีจับลูกเขามายังไม่เคลียร  ทำงี้มีหวังรับศึกเพิ่มสองบ้านทั้งจากเอลฟ์เเเละเซนทอร์แน่ๆ  ให้เอเดรียนขึ้นเเทนน่าจะดีกว่าเหอะ  เจรจาการค้า  ไม่ใช่เอะอะก็จะเปิดสงครามทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีอำนาจอะไรในมือเลย
    #102
    0
  12. #101 Blue magic (@bloody-war) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 21:31
    เปลี่ยนผู้นำเหอะ  ถ้าจะขนาดนี้  เอาความมั่นใจจากไหนมาประกาศว่าแอททารอทจะช่วยห๊ะ  เซนทอร์ก็มีศักดิ์ศรีนะ  ยังไม่ตบปากรับคำยังเอาชื่อเขาไปพูดก่อน  คดีจับลูกเขามายังไม่เคลียร  ทำงี้มีหวังรับศึกเพิ่มสองบ้านทั้งจากเอลฟ์เเเละเซนทอร์แน่ๆ  ให้เอเดรียนขึ้นเเทนน่าจะดีกว่าเหอะ  เจรจาการค้า  ไม่ใช่เอะอะก็จะเปิดสงครามทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีอำนาจอะไรในมือเลย
    #101
    0
  13. #100 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 20:43
    . . . เลสหายยยยยยยย แงงงงงงงงงงงงง อย่างน้อยให้นางโผล่มาให้ชื่นใจนิดนุงจิ คิดถึงนางงงงงงงงงง 😂😂😂😂😂

    คู่รองเริ่มมีกลิ่นอายลอยมาไกลๆละ . .  . ชั้นจะรอดูแกย่อเข่าให้รีดาห์!!!!//ชี้หน้าซาฮาล  ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ขำเอเดรียน ต่อรองน้ำไหลไฟดับเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ นี่เพราะตอนไปคุยกะแอสทารอทไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวใช่มั้ย แกเลยตพกุกตะกัก ไม่รู้จะเสนออะไร ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาา

    ตอนหน้า ที่ว่ากันวันจันทร์นี่คือ จันทร์นู่นนนนนนใช่มั้ย จันทร์นี้คงเร็วไป แต่จันทร์นี้ก็ดีนะ ฮ่าๆๆๆๆ//โดนโบก
    #100
    0
  14. #99 meiarchan (@meiar) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 20:41
    อ่านจบแล้วก๋นึกอยากให้ผู้นำสองพี่น้องนี่โดนลูกน้องตัวเองเจี๋ยนทิ้งจริงๆ

    ฝ่ายเซนทอร์คงยอมเป็นหวกด้วยหรอก เล่นจับลูกชายสุดรักสุดหวงของท่านราชเลขามาแบบนี้ แถมฝ่ายพ่อเค้าก็ใช่ธรรมดา เค้ามีแต่จะยกพวกมาตีเอ็งให้ตามมากกว่า เอเดรียนนี่มันน่าสงสารจริงๆเหมือนเป็นทนายให้กับจำเลยที่ทำผิดแต่ไม่ยอมรับเลยแฮะ

    แอบฮาที่เอเดรียนโดนไล่กลับไปหาเซนทอร์คนงาม กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก
    #99
    0