[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,286 Views

  • 359 Comments

  • 1,106 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    69

    Overall
    19,286

ตอนที่ 17 : [Re-Write] "ราชินีแห่งธีสธรัล.."

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 พ.ย. 59

'เจ้าไม่ต้องทำอะไรหรอก'

เหตุผลที่เลสธีราห์พูดแบบนั้นออกไป ด้วยรู้อยู่แล้วว่าหากเรื่องนี้ดังไปถึงหูแอสทารอธเมื่อไหร่ บทลงโทษที่แสนจะชัดเจนของพวกเขาก็มีผลทันที มันจึงเปล่าประโยชน์ที่จะดิ้นรนต่อสู้ เว้นเสียแต่อาเดรียจะปล่อยตัวเขากลับไปและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่มีหรือทางอาเดรียจะยอม...

เอเดรียนอาจจะเห็นด้วยกับเขาด้วยความสิเน่หา แต่หากกระทั่งหัวพรานยังคิดใช้ประโยชน์จากเขาได้ มีหรือระดับผู้นำอาณาจักรจะคิดไม่ออก แม้ว่าพวกเขาจะคิดเข้าข้างตัวเองโดยไม่รู้ถึงกฎระเบียบของเซนทอร์เลยก็ตาม แต่หากไปพูดเอาตอนนี้ พวกมนุษย์ก็คงจะไม่เชื่ออยู่ดี มีทางเดียวก็คือการรอให้เอเดรียนจัดการเรื่องราวทุกอย่างตามที่อีกฝ่ายสัญญาไว้

แต่อย่างไรเอเดรียนก็เป็นมนุษย์ เผ่าที่ขึ้นชื่อได้ว่าผิดสัญญาบ่อยที่สุด

...จะเชื่อถือได้แค่ไหนเชียว

"เช่นนั้นเจ้าคงรู้แล้วว่าอาเดรียไม่มีสิ่งมีค่าอื่นใดที่สมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่เราร้องขอ" เอเดรียนยังอยู่ในห้องพักรับรองซึ่งมีไว้เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง อันเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะต้อนรับผู้มาเยือนจากแอสทารอธ แม้ว่าผู้มาเยือนผู้นั้นจะถูกใส่โซ่ตรวนเอาไว้ที่มือก็ตาม "ข้าจึงต้องไปธีสธรัลให้ได้เพื่อหาสิ่งนั้นมาให้เจ้า"

"แล้วสิ่งที่เจ้าเคยพูดถึงก่อนหน้านี้เล่า... ทั้งเรื่องแรงงานฝีมือ เรื่องที่เราอยู่แผ่นดินเดียวกัน..."

"การส่งคนไปทำงานที่ต่างเมืองจะต้องถามความเห็นชอบจากขุนนางอีกฝ่าย และข้าไม่มีอำนาจที่จะถาม มันคงเป็นแค่การก้าวก่ายหน้าที่ของผู้อื่น ข้ามีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเท่านั้น" เอเดรียนกลืนน้ำลายเมื่อคิดถึงอะไรบางอย่าง "ผู้ที่สามารถออกคำสั่งได้คือท่านชายซินญอร์ ต่อให้ข้าเป็นคนสนิทของเขา แต่ก็ใช่ว่าจะโน้มน้าวได้ทุกเรื่องเสมอไป อีกทั้งยังมีท่านหญิงซินญอร่าอีกคนที่คอยควบคุมท่านชายอยู่ หากต้องการทำเช่นนั้นจริงๆ อาเดรียต้องเป็นอิสระจากการควบคุมของคัสนาห์ก่อน" เมื่อคิดต่อไปถึงจุดนั้น แม่ทัพหนุ่มก็เบือนหน้าหนีราวกับไม่ต้องการจินตนาการต่อ

"นั่นคือการทำลายความสัมพันธ์ของผู้นำแฝด" แม่ทัพใหญ่ถอนใจ "ซึ่งข้าทำไม่ได้ เลสธีราห์"

ในสายตาของเซนทอร์หนุ่มแล้ว เขาคิดว่าเอเดรียนมีความคิดแปลกใหม่ก้าวหน้าพอที่จะเป็นผู้นำ เพียงแต่ติดขัดในบางเรื่องเท่านั้น ซึ่งบางเรื่องที่ว่านั่นก็คือความรักเคารพและความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณอย่างท่านชายซินญอร์ "เมื่อครั้งที่เขาส่งข้าไปเจรจากับแอสทารอธ ท่านชายบอกให้ข้าเสนอเรื่องป่าเวทมนตร์ให้เซนทอร์ แต่ในความคิดของข้า มันคือการยกส่วนหนึ่งของคัสนาห์ให้แอสทารอธซึ่งเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าเรื่องของเรือจักรไอน้ำ"

เลสธีราห์เบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องของป่าเวทมนตร์ ด้วยเซนทอร์ทุกตนรู้ดีว่ามีสิ่งใดอยู่ในป่านั้น และเป็นสิ่งที่เผ่าอาชาปรารถนามาโดยตลอด "ถึงอย่างนั้น ข้าก็ไม่เห็นเหนือหัวกล่าวถึงเรื่องป่าเวทมนตร์สักเท่าไหร่" ร่างโปร่งพึมพำ "อาจเป็นเพราะว่า... พวกเรา 'พลัดหลง' กับพวกยูนิคอร์นมานานแล้วจนแทบจะจดจำกันไม่ได้อีกต่อไป หากได้กลับมาพบกันอีกมันคงเป็นเพียงความยินดีทว่าหาประโยชน์อันใดไม่ได้" ที่ผ่านมาเอเดรียนขบคิดเรื่องนี้เพียงคนเดียวมาตลอด และคาดเดาไปต่างๆนานาด้วยไม่รู้ว่าควรจะปรึกษาใคร และที่ผ่านมา เลสธีราห์เป็นเพียงที่พักใจสำหรับเขาทว่าไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องงานการสักเท่าไหร่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างปละหลาดที่ในที่สุดเขาก็สามารถปรึกษาเรื่องเหล่านี้กับเซนทอร์จริงๆได้สักที

...แม้ว่าจะไม่ได้ยินดีกับสถานะปัจจุบันของเลสธีราห์ก็ตาม

"เอเดรียน!!" เสียงของจาเร็ตต์ที่ดังขึ้นหน้าประตูทำให้คนในห้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจพร้อมกับขยับออกห่างกันตามสัญชาติญาณ เอเดรียนลุกขึ้นไปที่ประตูก่อนจะเปิดออกเพื่อจะพบว่าจาเร็ตต์มีสีหน้าตื่นตกใจราวกับเห็นผีอยู่ก็ไม่ปาน "เจ้า..." อีกฝ่ายหอบฮัก และยังไม่สามารถพูดเรื่องที่ทำให้เขาต้องวิ่งมาถึงที่นี่ออกมาได้

"มีอะไรกัน เหตุใดจึงต้องรีบร้อนขนาดนี้"

เอเดรียนเหลือบตามมองออกไปด้านนอกมหาคฤหาสน์ทางหน้าต่าง ซึ่งเบื้องล่างนั้นดูเหมือนจะมีความวุ่นวายมากกว่าปกติ พวกทหารยามเดินกันขวักไขว่ และเสียงเซ็งเซ่ของผู้คนที่ดังขึ้นมาจากท่าเรือที่อยู่ในส่วนของปราการชั้นนอกทำให้แม่ทัพหนุ่มเริ่มคาดเดาว่าจะต้องมีเรือมาเทียบท่าอย่างแน่นอน จะเป็นเรือของพ่อค้าชาวเอลฟ์หรืออย่างไร เพราะเขาออกคำสั่งให้ยิงเรือของธีสธรัลหากก้าวล่วงเข้ามาในน่านน้ำของอาเดรีย

"ท่านชายซินญอร์ว่าอย่างไรบ้าง เรื่องเรือเร็วที่ข้าขอ..."

"นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราต้องตกใจในตอนนี้" จาเร็ตต์สูดหายใจลึกๆครั้งหนึ่งแล้วถือวิสาสะเข้ามาในห้องเพื่อจะลากแม่ทัพหนุ่มไปที่หน้าต่างทิศตะวันออก "ท่านชายปฏิเสธการนำเรือเร็วออกจากท่า เพราะมีภารกิจที่สำคัญกว่ารอเจ้าอยู่" เมื่อเอเดรียนไปถึงหน้าต่างและมองออกไปยังอ่าวออโรราแห่งอาเดรีย แม่ทัพหนุ่มก็ทำได้เพียงเบิกตาขึ้น

"ราชินีไวลด์... จากธีสธรัล มาถึงอาเดรียด้วยตัวเองแล้ว!"

  


 

อาวุธที่ซาฮาลถนัดที่สุดคือหอกสองคม แต่อาวุธที่รีดาห์ถนัดที่สุดกลับเป็นดาบอัศวิน ดังนั้นการฝึกซ้อมของพวกเขาจึงค่อนข้างลำบาก เนื่องจากรีดาห์ไม่คุ้นเคยกับหอกที่ทำจากไม้เลย สนับเหล็กจะทำให้เจ้าย่อเข่าได้ยาก การต่อสู้ด้วยหอกจะต้องอาศัยความเร็วและความยืดหยุ่นในการขยับร่างกายผู้นำกราเทียร์เปรยสอนเมื่อเห็นคู่ซ้อมของตนใส่สนับเหล็กไว้ที่ขาซึ่งต่างจากเขาที่ใช้สนับที่ทำจากหนัง

อย่างกับว่าในสนามรบเจ้าสามารถเลือกได้ว่าจะประมือกับหอกหรือดาบ

รีดาห์ที่ไม่เคยย้อมแพ้ในการถกเถียงสวนกลับเป็นการยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนเครื่องป้องกันที่ตนสวนใส่อยู่ แต่ซาฮาลก็มุ่นคิ้วดุกลับทำให้เซนทอร์หนุ่มต้องเงียบปากและจำใจฟังต่อไป เพราะนี่เป็นการประลองตัวต่อตัว เจ้ามีสิทธิ์เลือกเครื่องป้องกันและอาวุธที่จะส่งเสริมความสามารถของเจ้าได้ดีที่สุด ไม่จำเป็นจะต้องคำนึงถึงสนามรบ ในตอนนี้คู่ต่อสู้ของเจ้ามีคนเดียว

อย่างกับว่าเจ้าให้โอกาสข้าเลือก ข้าถนัดดาบ เจ้าก็ยัดหอกใส่มือข้าแบบนี้

ซาฮาลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วถ่นลมหายใยาวๆเหนื่อยหน่าย เพราะข้าถนัดหอก และคนที่จะลงประลองวาร์ดาคือข้า ไม่ใช่เจ้าร่างสูงหมุนตัวเดินกลับไปยังที่ของตนเพื่อตั้งต้นการประลอง โดยมีรีดาห์แอบแยกเขี้ยวตามหลังไปและเบ้หน้าล้อเลียน อย่าดื้อนัก รีดาห์... นับวันเจ้าจะยิ่งเหมือนเลสธีราห์มากขึ้น กองเรือเซเลสต์มีเจ้านั่นคนเดียวก็เกินพอแล้ว

ทำไมเจ้าจะต้องคอยเหน็บแนม... เขาก็เป็นผู้นำทัพคนหนึ่ง เจ้าจะให้เกียรติเขาบ้างไม่ได้รึไง

ซาฮาลหันกลับมาเผชิญหน้ากับรีดาห์และยกหอกไม้ขึ้นเตรียมพร้อม เขาให้เกียรติคนที่มีเกียรติทัดเทียมกับข้าเสียงเข้มบอกแน่วแน่ ถ้าเลสธีราห์ยังดันตัวเองขึ้นมาเทียบเคียงข้าไม่ได้ เขาก็ไม่สมควรได้รับความเกรงใจจากข้า

เจ้านี่มัน...!

ดวงตาสีดำดุดันของซาฮาลเพ่งมองคู่สนทนาเป็นเชิงปรามให้เงียบ เจ้าก็เช่นกัน รีดาห์

เซนทอร์สองนกระโจนเข้าโรมรันกันหลังจากนั้น เสียงอาวุธไม้กระทบกันดังไปทั่วบริเวณ และด้วยพละกำลังที่มากกว่า อีกทั้งความชำนาญที่เหนือกว่า ซาฮาลจึงสามารถทำให้คู่ซ้อมของตนเพลี่ยงพล้ำได้ง่ายๆ อ่อนซ้อมหรือไร รองผู้บัญชาการ!

พลั่ก…!

ร่างโปร่งยกอาวุธขึ้นตั้งรับ แต่แรงกระแทกที่เหวี่ยงเข้าใส่ก็มากเกินกว่าเขาจะต้านไหว ขาทั้งสี่ของเซนทอร์จึงเอนย่อลงเพื่อถ่ายเทน้ำหนัก และจังหวะนั้นเองที่สนับขากดลงกับข้อเท้าอย่างผิดรูป อั่ก!รีดาห์กัดฟันด้วยความเจ็บปวด ขาข้างที่บาดเจ็บยกขึ้นพัก และมือที่ถือหอกก็เหวี่ยงอาวุธเข้าใส่คู่ต่อสู้เพื่อกันซาฮาลออกไปให้พ้นทาง

โครม…!

โล่หนักยกขึ้นรับการจู่โจม ก่อนจะเหวี่ยงกลับกระแทกกับร่างโปร่งจนเสียหลักล้มลงกับพื้นที่สุด โอ้ย! เบาหน่อยไม่ได้รึไง...เซนทอร์ล้มมักเจ็บกว่าร่างมนุษย์ รีดาห์ที่ลงไปนอนกับพื้นยันตัวขึ้นและแยกเขี้ยวใส่ซาฮาลที่ยังถืออาวุธวนเวียนอยู่ใกล้ๆ นี่เจ้าจะผึกซ้อม รึแค่อยากอัดข้ากันแน่!

ซาฮาลเหวี่ยงหอกของตนลงปักกับพื้นทราย และเดินตรงเข้ามาหาร่างโปร่งที่ยังลุกไม่ขึ้น เหนือหัวดาเรียสก็ถนัดดาบอัศวินเหมือนเจ้า แต่เขาคงจะมีทักษะมากกว่าคนพูดโน้มตัวลงมาส่งมือให้คนเจ็บโดยไม่ย่อเข่าลงมา ทำให้รีดาห์ต้องเอื้อมสุดแขนเพื่อจับมือนั้น

อุก…!!”

แต่ข้อเท้าข้างที่เจ็บก็ทำให้เซนทอร์หนุ่มต้องเสียลักล้มไม่เป็นท่าลงไปอีก ข้าบอกเจ้าว่าอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องสนับเหล็กน้ำเสียงของซาฮาลเย็นชา และสายตาที่มองมายังคนเจ็บก็ดูสมเพชมากกว่าจะสงสาร แต่แล้วเซนทอร์ที่ไม่ใคร่จะแปลงกายก็กลับร่างเป็นมนุษย์ และทิ้งโล่ของตนลงวางกับพื้นสนาม เปลี่ยนร่างซะ จะได้เห็นชัดๆว่าบาดเจ็บตรงไหน

ซาฮาลเดินอ้อมไปและก้มตัวลงถอดเครื่องป้องกันออกให้รีดาห์อย่างช่วยไม่ได้ สนับขาหลังทำให้เจ้าเคลื่อนไหวไม่สะดวก ไม่จำเป็นต้องสวมใส่ในตอนนี้ร่างสูงโยนสิ่งที่อยู่ในมือไปกองรวมกับโล่ของตน และหันกลับมาหารีดาห์ที่คืนร่างเป็นมนุษย์แล้ว เจ้าตัวค่อยๆถอดเกราะออกเพื่อตรวจดูอาการช้ำที่เกิดขึ้น

ข้อเท้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับม้า... บวมขนาดนี้แล้วเจ้าจะวิ่งได้อย่างไร

เพราะใครเล่าที่ฝึกซ้อมแบบไม่ประเมินกำลังข้าแบบนี้คนเจ็บโวยกลับ แต่แม้จะอยากปาเกราะใส่หน้าซาฮาลอย่างไรก็ต้องข่มใจไว้ เพราะเขาเชื่อว่าอีกฝ่ายคงมีวิธีเอาคืนอย่างแน่นอน ไม่ต้องอ้างเลยว่าเหนือหัวดาเรียสจะพละกำลังมากกว่าข้าแน่นอน ข้าก็บอกเจ้าแต่แรกแล้วว่าข้าไม่มีปัญญาไปต่อสู้กับเจ้าหรอก

คนถูกตำหนิทำหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สา และโดยไม่ย่อเข่าลงกับพื้น เขาคว้าแขนของรีดาห์แล้วดึงให้เจ้าตัวลงลุกขึ้นยืนบนขาข้างที่ไม่บาดเจ็บ กลับไปพัก...

เหวอ!!

แขนเรียวคล้องกับบ่ากว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม และน้ำหนักตัวของรีดาห์ก็ถ่ายเทไปยังร่างกายสูงใหญ่ ซาฮาลพาอีกฝ่ายเดินกะเพลกมุ่งกลับไปยังที่พักโดยไม่สนใจเสียงโวยวาย แค่ย่อเข่าลงมามันเสียเกียรติเจ้ามากเลยหรือไง กระชากแบบนี้แขนข้าหักขึ้นมาอีกข้างจะเป็นอย่างไรกัน

ถ้าหักก็ให้มันรู้ไป...เซนทอร์หนุ่มตอบย็นชา ข้าไม่ย่อเข่าให้ใครนอกจากเหนือหัวดาเรียส

รีดาห์กลอกตากับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเซนทอร์ส่วนมากเป็นเช่นนี้ พวกเขามักไม่ย่อเข่าให้ใครนอกจากผู้นำ เพราะการกระทำเช่นนั้นหมายถึงการให้เกียรติอย่างนอบน้อมที่สุด เดินช้าๆหน่อยได้ไหม

ถ้าปัญหามากนัก ข้าควรปล่อยให้เจ้ากลับเองจะดีกว่า

ซาฮาลหันมองร่างโปร่งที่ยังบ่นกระปอดกระแปดตลอดการเดินกลับที่พักซึ่งก็คือที่พักของผู้นำกองเรือของแอสทารอธ ขอโทษนะ ที่ข้าไม่เอาอ่าว วันๆข้าก็เอาแต่ซ่อมเรือ เบิกจ่ายเบี้ยซื้อไม้ ซื้ออุปกรณ์ ตรวจสภาพเรือ ไม่ได้ถือหอกถือดาบฝึกซ้อมแบบเจ้าร่างโปร่งอดประชดไม่ได้ เจ้าเลือกคู่ซ้อมผิดเองต่างหาก

จะมีใครอีกที่ยอมเป็นคู่ซ้อมให้คนที่ลงประลองวาร์ดาซาฮาลตอบกลับเสียงเรียบ ผู้ร่วมการประลองไม่มีทางฝึกซ้อมด้วยกันอยู่แล้ว เพราะเกรงว่าคู่ต่อสู้จะทำให้สภาพร่างกายของพวกเขาไม่พร้อมในการประลองจริง และนักรบแนวหน้าส่วนใหญ่ก็ร่วมการประลองวาร์ดาทั้งนั้น

ข้าจึงบอกว่าเจ้าเลือกคู่ซ้อมผิดไปไงเล่า

เจ้าก็เองก็เป็นนักรบ รีดาห์ซาฮาลว่า เพียงแค่อ่อนซ้อม และไม่ได้ให้ความสำคัญกับสภาพร่างกาย แต่ก็ยังหยิบจับอาวุธได้ดีกว่าเซนทอร์ทั่วไปนั่นจะเรียกว่าคำชมก็ไม่เชิง เพราะการพูดของซาฮาลนับเป็นการวิเคราะห์เสียมากกว่าจะชื่นชม

พูดอะไรดีๆก็เป็นนี่ เจ้าน่ะ...

นัยน์ตาสีเข้มหรี่มองร่างโปร่งก่อนจะสนใจเส้นทางตรงหน้าตามเดิม คำเยินยอทำให้คนลืมตัว

แต่คำปรามาสของเจ้าทำให้คนเกลียดชัง ซาฮาล

เจ้าเกลียดชัง หรือแค่หมั่นไส้ข้ารีดาห์

เออ หมั่นไส้

 


 

ราชินีแห่งธีสธรัลไม่เคยเดินทางเข้ามาในอาเดรียอย่างเป็นทางการมาก่อน เพราะนางเองก็เพิ่งแย่งชิงราชบัลลังก์มาจากพี่ชาย และก่อนหน้านี้ก็เคยลักลอบเข้ามาเท่านั้น แต่จะเรียกครั้งนี้ว่าเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการก็คงจะไม่ถูกนัก เนื่องจากว่าในตอนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอาเดรียกับธีสธรัลก็ไม่ได้เป็นไปในทางที่ดีสักเท่าไหร่ การเดินทางมาเยือนของพระนางก็มาโดยมิได้รับเชิญ แต่อย่างน้อยพวกอาเดรียก็ยังแสดงความเคารพธงประจำราชวงศ์แห่งธีสธรัลบนเสาเรือหลวงบ้างด้วยการยินยอมให้พระนางเทียบท่า

โจฮาลพยายามต้อนรับผู้มาเยือนเพื่อสร้างความผ่อนคลาย แต่ราชินีก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใสเลย "ข้าต้องการพบทั้งซินญอร์ และซินญอร่า" แม้น้ำเสียงแท้จริงของพระนางจะหวานใส แต่ด้วยความที่เปล่งออกมาราบเรียบไร้อารมณ์ทำให้มันกลายเป็นประโยคที่เย็นชาที่สุดประโยคหนึ่ง แต่คนสนิทแม่ทัพก็ยิ้มประนีประนอมตอบ

"พระนางเดินทางมาไกลนัก ข้าให้คนจัดห้องรับรองเตรียมไว้แล้ว"

เหตุผลหนึ่งที่โจฮาลไม่รีบรุดไปตามผู้นำของอาเดรีย เนื่องจากท่านชายซินญอร์กล่าวชัดว่าไม่ประสงค์พบราชินีแห่งธีสธรัล แต่กลับให้แม่ทัพของตนออกหน้าแทน และเจรจาแทนทุกอย่าง ซึ่งแน่นนอนว่าทั้งเขาและจาเร็ตต์ต่างรู้ดีว่าเอเดรียนผู้เป็นตัวแทนของท่านชายเองก็สะสางปัญหาส่วนตัวอยู่กับเซนทอร์ที่ถูกกักบริเวณอยู่ภายในห้องพัก

ข้านามว่าโจฮาล... อยู่ฝ่ายผังเมืองขอรับชายผมแดงยิ้มการค้าและแนะนำตำแหน่งที่ถูกต้องของตนเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เขาเริ่มก้าวนำพาอาคันตุกะจากต่างแดนเดินตรงไปยังเส้นทางที่จะพาพวกเขาไปถึงมหาคฤหาสน์อันถือเป็นพระราชวังแห่งอาเดรีย

แต่ด้วยความที่พวกเขาไม่มีราชวงศ์ และไม่มีกษัตริย์ ทำให้ที่พักของผู้นำถูกเรียกได้แค่มหาคฤหาสน์

น่าแปลกที่ขุนนางฝ่ายบริหารต้องออกมาต้องรับข้าแบบนี้ราชินีกล่าวเสียงเรียบทว่าประชดประชัน น่าแปลกที่ไม่ใช่ผู้นำอาณาจักรเองนัยน์ตาสีฟ้าครามสดใสของนางช้อนขึ้นมองคู่สนทนา น่าแปลก... ที่อาเดรียต้องการแยกตัวออกจากธีสธรัลทั้งที่ยังไม่มีความพร้อมใดๆ

“…” โจฮาลไม่ถนัดการพูดคุยแบบนี้ แต่เขาก็ต้องถ่วงเวลาเอาไว้เพื่อรอให้เอเดรียนมาถึง

ข้าเองก็อยากจะให้อิสระกับเมืองในอาณานิคมอยู่แล้ว แต่ในเมื่ออาเดรียคิดตีตนออกห่างก่อนก็คงต้องว่ากันตามความสัมพันธ์ เพราะนี่นับเป็น 'วีรกรรม' อย่างหนึ่งที่จะต้องมีการพูดคุยกันให้ดีโจฮาลพยายามคิดหาคำตอบ เสียงม้าที่ดังใกล้เข้ามาทำให้ทุกคนหันไปสนใจ อัลธอร์วิ่งเหยาะๆออกมาจากเขตปราการชั้นสอง และมุ่งตรงมาหากลุ่มอาคันตุกะ ก่อนที่คนขี่จะกระโดดลงจากหลังม้าและยืนตรงหน้าราชินีแห่งธีสธรัลพอดิบพอดี

พระนางไม่ขยับหลบอย่างผู้ติดตามของตน และมันก็ไม่ได้เข้าไปใกล้หญิงสาว

"ราชินีแห่งธีสธรัล.." นัยน์ตาสีดำขลับที่สุขุมเยือกเย็นรับกับผมสีเข้มที่ยาวประบ่าบ่งบอกราชินีได้ว่าบุคคลตรงหน้านี้คือคนใหญ่คนโตคนหนึ่งของอาเดรีย "เอเดรียน ผู้นำฝ่ายผังเมือง... ขออภัยแทนท่านผู้นำที่เสียมารยาทโดยการไม่ลงมาต้อนรับด้วยตนเองแต่แรก แต่ท่านชายซินญอร์ติดภารกิจ..."

ราชินีมองคู่สนทนาเยือกเย็น "หากจะพูดถึงเรื่องเสียมารยาท... ก็คงจะเสียมาตั้งนานแล้วกระมัง"

"ท่านชายซินญอร์ออกไปยังคัสนาห์ ต้องขออภัยอีกครั้งเนื่องด้วยทางเราไม่ทราบมาก่อนว่าพระนางจะเดินทางมา" เอเดรียนปล่อยให้อัลธอร์เป็นอิสระ และม้าศึกก็รู้งานดีจึงได้ถอยออกจากกลุ่มคน ราชินีธีสธรัลเห็นดังนั้นจึงจรดยิ้มจางที่มุมปากด้วยความเอ็นดู "นี่คงเป็นม้าศึกชั้นเลิศ... ของแม่ทัพเอเดรียนใช่หรือไม่" เพียงแค่เห็นบุคลิกที่น่าเกรงขาม อีกทั้งการแต่งกายกึ่งลำลองกึ่งทางการ หญิงสาวก็พอจะคาดเดาได้ว่าบุคคลตรงหน้าเป็นขุนนางที่มีความเกี่ยวข้องกับงานภาคสนาม

และขุนนางที่ต้องทำงานภาคสนามจะเป็นฝ่ายใดได้อีกหากไม่ใช่ฝ่ายทหาร

"ไม่ต้องปิดบังข้าหรอก ธีสธรัลผลัดบัลลังก์แล้ว ข้าเองไม่ได้ติดใจเรื่องที่อาเดรียจะจัดตั้งกองทัพของตนเองบ้าง" หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ "แต่หากมันเป็นกองทัพที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสั่นคลอนบัลลังก์ของข้า เห็นทีว่าจะยอมไม่ได้เช่นกัน"

เอเดรียนไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกเช่นกัน เพราะตอนนี้อาเดรียก็ได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการเป็นอิสระจากมหาอำนาจ "เราไม่มีความต้องการจะทำศึกสงครามกับผู้ใดหากไม่มีความจำเป็น ไม่ว่าใครก็ไม่ต้องการส่งผู้คนของตนเองออกไปตายกลางสนามรบทั้งนั้น"

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะคิดต่างจากผู้นำของเจ้านะ" 

ราชินีตอบพร้อมเหยียดยิ้ม นางเป็นฝ่ายก้าวเดินก่อนและมุ่งไปยังเส้นทางที่น่าจะพาพวกเขาไปถึงมหาคฤหาสน์ เอเดรียนตัดสินใจเดินอยู่เคียงข้างผู้นำแห่งธีสธรัลโดยเว้นระยะตามหลังสักสองก้าวเพื่อแสดงความเคารพและให้เกียรติ "ตอบข้าสิเอเดรียน... ท่านแม่ทัพใหญ่ คิดว่าการปิดท่าเรือแบบนี้มันต่างอะไรจากการปิดประตูใส่ข้า แต่ก็ยังพูดออกมาได้ว่าไม่ต้องการจะเปิดศึก"

เอเดรียนไม่มีวันกล่าวโทษผู้นำของตนเอง แต่เขาก็ยอมรับว่านี่เป็นการกระทำที่บุ่มบ่ามจนเกินไปของท่านหญิงซินญอร่า 

"เราเพียงต้องการจะแสดงเจตจำนง เราต้องการการเจรจา... เหตุผลที่อาเดรียเดือดร้อนจากการเป็นเมืองขึ้นของธีสธรัลไม่ใช่เพราะธีสธรัลกดขี่เราเรื่องเบี้ยเงินค่าผ่านทางหรอกหรือ เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในมหาทวีปตะวันตกกลับไร้ซึ่งความเจริญรุ่งเรืองเพราะต้องงดเว้นค่าผ่านทางให้กับเรือทุกลำของธีสธรัลที่เข้าออกวันละหลายร้อยครั้ง"

"ข้าเห็นด้วยเรื่องนั้น ท่านแม่ทัพ... แต่ท่านไม่คิดว่ามันตลกหรอกหรือ ที่แทนที่ท่านจะส่งคนมาเจรจากับข้า ท่านกลับส่งคนไปผูกมิตรกับแอสทารอธ" ผู้นำแห่งธีสธรัลหยุดเดินอีกครั้งและหันมาเผชิญหน้ากับแม่ทัพหนุ่ม "ผู้นำของท่านเอง... ที่นำพาความเดือดร้อนมาให้ท่าน ตัวข้านับว่ามีเมตตามากแล้วที่ยังใจเย็นพูดกับท่านได้แบบนี้"

จริงของพระนาง... พวกเขาเดินทางไปเจรจากับแอสทารอธ ก่อนจะคิดยื่นข้อเสนอให้ธีสธรัล

นั่นก็เพราะพวกเขาไม่คิดว่าธีสธรัลจะใจเย็นถึงเพียงนี้ และคาดเอาไว้ว่าอาจจะมีสงครามเกิดขึ้น อาเดรียจึงต้องการกองเรือรบของแอสทารอธมาสนับสนุนก่อน "อย่ามัวแต่ขอโทษขอโพยเลย อย่างไรก็คงช่วยปากท้องที่เดือดร้อนของประชาชนไม่ได้" ผู้นำหญิงตัดบท "ถ้าอาเดรียมีข้อเสนออะไรจะยื่นแก่ข้า... นี่คือโอกาสที่ข้าให้พวกเจ้า"

พวกเขาเดินไปถึงห้องพักรับรอง และเชิญให้ผู้นำแห่งธีสธรัลนั่งลงก่อนที่หญิงรับใช้จะนำน้ำชาและอาหารว่างมาเสิร์ฟ

เอเดรียนไม่รีรอที่จะตอบโต้เมื่อได้ยินเช่นนั้น "เราต้องการอิสรภาพ... การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม เราต้องการจะ 'เลิก' การยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือให้กับธีสธรัล ไม่ว่าจะเป็นเรือลำไหน มีจุดประสงค์ใด แต่หากเทียบท่าแล้วจะต้องถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมเหมือนกัน"

ที่ผ่านมาอาเดรียถูกบังคับให้ยกเว้นค่าจอดเรือให้กับธีสธรัล และเรือของอาณาจักรบนเกาะนี้ก็มีมากมายและใช้บริการท่าเรือของอาเดรียไม่ต่ำกว่าวันละร้อยลำ ซึ่งทำให้ท่าเรือที่ทรุดโทรมลงทุกวันไม่สามารถบูรณะซ่อมแซมได้เนื่องจากขาดเม็ดเงินหมุนเวียน ในขณะเดียวกันที่ธีสธรัลก็มีนโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือให้กับชาวเอลฟ์ ส่งผลให้พวกเอลฟ์ที่ไม่ได้ต้องการความรวดเร็วสนใจเทียบเรือที่ท่าของธีสธรัลมากกว่า และเงินสะพัดจากกิจการท่าเรือที่ควรจะเป็นของอาเดรียก็ตกเป็นของธีสธรัลแทน

ชาวเอลฟ์ที่เป็นนักเดินเรือได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูง และมีรายจ่ายสูง พวกเขาเที่ยวเต็มที่และจ่ายไม่อั้นให้กับทั้งสินค้า สุรา และสตรี เมื่อชาวเอลฟ์เทียบท่าที่ธีสธรัลมากกว่า ค่าผ่านทางที่อาเดรียควรจะหาได้ก็หายไปด้วย อีกทั้งสินค้าบางอย่างเช่นวัสดุ ผลิตภัณฑ์ และสิ่งของที่ไม่เน่าเสียก็จะถูกเพิ่มราคาขึ้นเนื่องจากชาวเอลฟ์จะขายให้ธีสธรัล และธีสธรัลก็จะมาขายต่อให้อาเดรียในราคาที่มากกว่าเดิม

ราชินีแห่งธีสรัลถอนใจเบาและชั่งใจเรื่องค่าธรรมเนียมท่าเรือของอาเดรียที่ได้ชื่อว่ามีมูลค่าสามในห้าของค่าผ่านทางที่แอสทารอธเก็บจากผู้มาเยือน ...ท่าเรือของแอสทารอธแข็งแรงกว่า และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า ทว่าพวกคนครึ่งม้าจะไม่จำหน่ายสุรา และไม่มีสถานเริงรมย์ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเดินเรือชื่นชอบ 

"ข้าคงจะใจดีมากไปหากตอบตกลงในอึดใจ" หญิงสาวเริ่ม

"ค่าธรรมเนียมท่าเรืออาเดรียคิดเป็นสามในห้าของค่าธรรมเนียมท่าเรือแอสทารอธ ซึ่งนับว่าสูงไม่เบา... และมันคงจะโหดร้ายกับคนซึ่งแต่เดิมมีรายได้ไม่มาก แล้วยังจะเก็บค่าธรรมเนียมพวกเขาอีก ธีสธรัลอาจจะต้องเลิกการยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือให้ชาวเอลฟ์เพื่อหารายได้คืนมา และค่าธรรมเนียมท่าเรือของเราก็คิดเป็นสามในหกของค่าธรรมเนียมแอสทารอธ" เมื่อเริ่มพูดถึงการคำนวน โจฮาลก็พบว่านี่เป็นความสามารถอย่างหนึ่งของเอเดรียนที่ขุนนางฝ่ายทหารคนอื่นไม่มี "แปลว่าหากแอสทารอธเก็บสิบเหรียญต่อเรือหนึ่งลำ... อาเดรียก็จะเก็บหกเหรียญ ธีสธรัลก็จะเก็บห้าเหรียญ ตัวเลขส่วนต่างเท่านี้ไม่อาจจูงใจให้ชาวเอลฟ์เทียบท่าเรือเราได้ ดังนั้นรายได้ของเราคงไม่มากนัก"

เอเดรียนรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะปฏิเสธของเสนอของเขา เพราะจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด ผู้นำอาณาจักรจะรับข้อเสนอที่ทำให้ประชาชนของตนเดือดร้อนทำไม "เช่นนั้นอาเดรียควรจะเก็บสักเจ็ดเหรียญหรือไม่ เพื่อจูงใจให้ชาวเอลฟ์ลงเรือที่ท่าเรือของธีสธรัลมากขึ้นบ้าง" มุมปากของผู้นำหญิงเหยียดยิ้มด้วยความสนุก

"...อาเดรียเรามีอัตราค่าธรรมเนียมเรือที่แตกต่างกัน นับตามจำนวนดาดฟ้าของเรือลำนั้นๆ หากเป็นเรือหนึ่งดาดฟ้าก็หกเหรียญ สองดาดฟ้าก็สิบสองเหรียญ แต่หากเป็นสามดาดฟ้าจะเก็บเพียงสิบห้าเหรียญ" การเจรจาอย่างพ่อค้าของเอเดรียนทำให้คู่สนทนาเกิดความสับสนเล็กน้อย ผู้นำแห่งธีสธรัลจึงเงียบไปสักพักเพื่อชั่งใจว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอขึ้นมาเป็นประโยชน์ต่ออาณาจักรของนางมากน้อยแค่ไหน

เรือพาณิชย์ของธีสธรัลมักเป็นเรือสองดาดฟ้า ดังนั้นหากนางยอมรับข้อเสนอนี้ พวกเขาก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสองเท่าเป็นปกติอยู่ดี และการจะนำเรือใหญ่ออกมานั้น พวกพ่อค้าจะต้องแน่ใจว่าสินค้าที่บรรทุกมาต้องเต็มลำเรือ ... นี่เป็นการเชื้อเชิญให้การค้ารุ่งเรืองขึ้นนี่เอง

และเรือของชาวเอลฟ์ก็มักเป็นเรือสามดาดฟ้า เนื่องจากพวกเขาเดินทางมาไกล และต้องใช้เรือที่แข็งแรงใหญ่โตมากกว่าปกติ นี่จึงเอื้อผลประโยชน์ให้ชาวเอลฟ์อีกด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย การเจรจานี้แม้ว่าธีสธรัลจะดูเหนือกว่าอยู่บ้างในเรื่องความเป็นมหาอำนาจ แต่เอเดรียนก็สามารถกดให้เมืองคู่ค้าถือไพ่ต่ำกว่าได้ด้วยความสามารถในการเจรจาทางการค้าของตน

...เพราะมีคนแบบนี้อยู่ข้างกายผู้นำแห่งอาเดรีย เมืองนี้จึงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

และความเกลียดชังในจิตใจของผู้นำก็ยิ่งทำให้แม่ทัพหนุ่มเป็นปรปักษ์กับธีสธรัลมากยิ่งขึ้น

...

ผู้นำหญิงมุ่นคิ้วแน่นขึ้นขณะครุ่นคิด... ภารกิจอีกประการของนางคือการทำให้เอเดรียนเอียงเอนมาเป็นพันธมิตรให้ได้ เพราะต่อให้เป็นพันธมิตรไม่ได้ แต่อย่างน้อยนางก็ไม่คิดว่าการเป็นศัตรูทางการค้ากับคนแบบนี้จะเป็นเรื่องดีนัก

...แม้ว่าตอนนี้เอเดรียนจะดูกระด้างกระเดื่องกับนางเสียเหลือเกินก็ตาม

"ข้าอยากเสนอให้เจ้าร่วมมือ... เราอาจจะต้องร่วมกันการเจรจาการค้ากับพวกเอลฟ์จากตะวันออก หากต้องการผลประโยชน์ที่เท่าเทียม" หญิงสาวกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้น "อย่างไรอาเดรียก็อยากจะขายของให้ธีสธรัล ธีสธรัลเองก็อยากซื้อของจากอาเดรีย ข้าไม่เห็นเหตุผลที่เจ้าจะไม่ตกลงร่วมมือกับข้า"

"อาเดรียตกเป็นเมืองขึ้นมายี่สิบแปดปี ยี่สิบแปดปีที่เราต้องสูญเสียเงินที่ควรจะได้รับจากธีสธรัล และมาถึงตอนนี้ที่เรามีความต้องการจะลืมตาอ้าปากบ้าง ท่านกลับพูดเช่นนี้หรือไร พระนางไวลด์..." อันที่จริงผู้นำหญิงกำลังคิดเรื่องการละเว้นภาษีสำหรับพ่อค้าที่เดินเรือ เพื่อไม่ให้พวกเขาโอดครวญและส่งนางกลับมาเจรจาเพื่อเรียกข้อตกลงเดิมกลับมา หญิงสาวเพิ่งจะขึ้นนั่งบัลลังก์ นางมีความเห็นใจ และเข้าใจอาเดรีย แต่อย่างไรก็คงไม่อาจละทิ้งประชาชนของตนเองได้

การยอมตามข้อตกลงทั้งหมดอาจทำให้ผู้คนในธีสธรัลลุกฮือขึ้นต่อต้านนาง

"เช่นนั้นแล้วอาเดรียจะค้าขายกับผู้ใด... อัสเซเดธอย่างนั้นหรือ อย่าลืมล่ะว่าเมืองนั้นค้าขายอยู่กับไอย์ชวล ซึ่งไอย์ชวลเป็นพันธมิตรกับข้า หากเจ้าแข็งข้อต่อข้า เจ้าก็คงจะเปิดสงครามเย็นกับไอย์ชวลเช่นกัน" นัยน์ตาเรียวหรี่ลงอย่างข่มขู่ "การที่ข้ายอมเดินทางมาเจรจากับพวกเจ้านับว่ามีเมตตามากพอแล้ว เอเดรียน... อย่าเรียกร้องความเมตตาจากข้าด้วยการให้ข้าหักหลังประชาชนของตนเอง"

เอเดรียนเองก็ไม่ยอมแพ้เพียงคำพูดนั้น...

เพราะสิ่งที่อาเดรียตัดสินใจทำลงไปมันไกลเกินกว่าจะยอมความโดยง่ายแล้ว

"ข้าให้สิ่งนี้เป็นสัญญายี่สิบแปดปี... เท่ากับจำนวนปีที่อาเดรียตกเป็นเมืองขึ้นของธีสธรัล และหลังจากนั้น ข้าจะยอมหารืออีกครั้งเพื่อให้ 'พวกเรา' มีผลประโยชน์ร่วมกัน" เอเดรียนยืนยันที่จะเก็บค่าธรรมเนียมหกเหรียญสำหรับเรือหนึ่งดาดฟ้า สิบสองเหรียญสำหรับเรือสองดาดฟ้า และสิบห้าเหรียญสำหรับเรือสามดาดฟ้าเป็นเวลายี่สิบแปดปี ซึ่งนั่นมากพอที่จะทำให้ชาวเมืองอาเดรียตั้งตัวได้

แต่แน่นอนว่าข้อตกลงนี้จะทำให้ผู้คนของธีสธรัลไม่พอใจมากแน่นอน

"เจ้าอาจเหนือกว่าในการเจรจา แต่ความเป็นมหาอำนาจของเจ้ามันเทียบเคียงข้าได้หรือ ท่านแม่ทัพ..." คิ้วเรียวเลิกขึ้นข้างหนึ่ง ในใจที่สงบนิ่งมานานของพระนางเริ่มเกิดโทสะขึ้นมา "พวกเจ้าต้องซื้อเนื้อสัตว์จากไอย์ชวล ข้าจะขอให้พวกเขาขึ้นราคากับอาเดรียเป็นพิเศษก็ย่อมได้... นี่จะเป็นการเพิ่มค่าครองชีพให้ชาวเมืองของเจ้าอย่างแน่นอน และข้าจะสั่งกองเรือลาดตระเวนของข้าให้เข้มงวดบนน่านน้ำมากขึ้นก็ย่อมได้ และอาณาเขตหาปลาของพวกเจ้าก็จะไม่เสรีอีกต่อไป ...เพียงเพราะเจ้าไม่ยอมเจรจาอย่างเท่าเทียมกับข้าน่ะหรือ เอเดรียน"

ราชินีแห่งธีสธรัลจรดยิ้มเจ้าเล่ห์จางๆ "จะให้ข้ายกกองเรือเวเรนเซียมาโจมตีพวกเจ้าเพื่อให้กลับไปเป็นเมืองขึ้นอีกครั้งก็ย่อมได้" ผู้นำแห่งธีสธรัลมีอำนาจมาก และยิ่งพวกเขาเป็นพันธมิตรของพวกภูตด้วยแล้ว อาเดรียก็ดูจะตกอยู่ในที่นั่งลำบากพอตัว ดังนั้นเอเดรียนจึงต้องหยุดคิดอีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวว่าเขาควรจะเรียกร้องจากธีสธรัลเท่าไหร่กันแน่

แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนนั่นก็คือ... ธีสธรัลยอมรับข้อเสนอเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือของพวกเขาแล้ว

ทว่าหากพวกเขาตกลงกับธีสธรัลแล้ว เขาจะต้องหันหลังให้แอสทารอธอย่างนั้นหรือ

.

.

พวกเซนทอร์จะไม่ยอมเป็นแน่

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #344 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:00
    มาคิดๆดูแล้วแฝดผู้นำประเทศเหมือนทำอะไรไม่เป็นซักอย่างอ่ะ สร้างปัญหาแล้วก็มาโยนให้เอเดรียนแก้ตลอด ให้ไปเป็นทูต เจรจาการค้า คือลืมไปแล้วหรอคะว่าพระเอกเป็นแม่ทัพ?? ใช้งานเกินหน้าที่มาก อยากก่อกบฏแล้วยกเอเดรียนมาเป็นท่านชายจริงๆ
    #344
    0
  2. #278 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 17:33
    โมเม้นท์นั่งคุยกันบนเตียงมันก็ดูมุ้งมิ้งดีหรอก เสียแต่ว่าเรื่องที่มันคุยไม่ใช่เรื่องดินฟ้าอากาศหรือการชวนเดทเนี่ยสิ 555555555555
     
    สงสารรีดาห์  ฮ่าๆๆๆๆ  ... ซาฮาล  นอกจากซึนแล้วยังแอบซาดิสม์ด้วยอ่ะ .................
    จริงๆซาฮาลก็แอบโอ๋รีดาห์อ่ะนะ ในแบบซึนๆของมัน-----------  55555555555
     
    โอ้โห ... นี่คือตลอดมาธีสธรัลไม่ใช่แค่กดราคาแต่ว่าใช้ฟรีเลยอ่ะดิ ... แถมมีจูงใจดึงให้เอลฟ์ไปเทียบท่าด้วยหมด ... ก็รู้ละทำไมอาเดรียมันถึงต้องดิ้น
    สรุปคือที่ผ่านมาธีสธรัลนอกจากจะเทียบท่าซื้อขายเพื่ออาณาจักรตัวเองแล้ว ยังผูกขาดทำตัวเป็นคนกลางค้าขายระหว่างพวกเอลฟ์กับแผ่นดินตะวันตกอีก กำไรลอยเห็นๆ ... ถ้าอาเดรียเปลี่ยนมาเก็บค่าเทียบท่านี่ ... นับแค่จ่ายให้อาเดรีย 3 แทนให้แอสทารอธ 5 มันก็ถือว่าโอเคนะ เพราะยังไงก็คือถูกว่า 2 ส่วน แล้วท่าอาเดรียก็มีเหล้ากะผู้หญิงให้เสพด้วย ... แต่ปัญหาจะติดที่ส่วนต่างที่ธีสธรัลจะเรียกเก็บของท่าตัวเองเนี่ยสินะ เพราะค่าเทียบท่าเรือตัวเองถูกกว่าชาวบ้านเค้า  เลยหักลบกะรายจ่ายแล้วเสียเปรียบ แถมเอลฟ์จะเบี่ยงไปอาเดรียตรงๆอีก ... เพราะโดยตัวธีสธรัลเองไม่มีอะไรจะดึงดูดพวกเอลฟ์ได้แล้ว
    ............................ อัสเซเดธนี่มันที่ไหนอี๊กกกกกกกกกกกกกกก
     
    #278
    0
  3. #262 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 20:52
    จริงๆ แล้วคู่ซาฮาลกับรีดาห์นี่ออกโฉดนิดๆ นะคะ นี่ซาฮาลแก้แค้นที่เคยโดนรีดาห์ดีดรึเปล่า 555555555555 มีการรู้ทันด้วยว่าเกลียดหรือแค่หมั่นไส้ โอ๊ย น่ารักจังเลยค่ะ

    ตัดกลับมาทางอาเดรีย ช็อตที่เอเดรียนขี่ม้ามาแล้วโดดลงหน้าหญิงไวลด์พอดีนี่เท่จังเลยค่ะ ยิ่งตอนเจรจานี่เท้เท่ค่ะ คนเราพอได้ทำอะไรที่ถนัดแล้วนี่มันเปล่งประกายจริงๆ นะคะ (?)
    การฟาดฟันกันด้วยข้อเสนอแบบนี้ก็ดูเป็นปัญญาชนมากค่ะ ชอบ /แพ้คนฉลาดค่ะฮืออออออ/
    ว่าแต่ติดใจตรงบอกว่าค่าธรรมเนียมสามในหกส่วนนิดหน่อยเพราะที่จริงมันก็คือหนึ่งในสอง แต่ที่เขียนว่าสามในหกเพราะจะได้ดูเศษเท่ากับค่าธรรมเนียมสามในห้าของแอสธารอทรึเปล่าคะ แต่ส่วนตัวคิดว่าหนึ่งในสองเข้าใจง่ายกว่า ฟฟฟฟฟฟฟฟ แต่ยังไงก็นี่ก็เป็นการพูดคุยกันของคนฉลาด ดังนั้นพูดอะไรยากๆ ก็ได้ค่ะ ดูเข้ากับสถานการณ์แล้ว 5555555555
    #262
    0
  4. #258 BREAKDOWN (@breakdown) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 13:37
    เฮ้อออ ปัญหานี่อยู่ที่หญิงชายซินญอซินญอร่า หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ
    #258
    0
  5. #205 •-MaMaI-• (@mai032671597) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:28
    วุ่นวายแท้ ซาฮาลชนะทีเถอะ
    #205
    0
  6. #131 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 18:54
    เฮ้ย ไม่ทันล่ะเว่ยจริงๆ ด่ามันไปแล้ว55555555555 อย่าไปหลอกใช้ความเชื่อใจของคนรักดิ แบบมันเสียใจอ่ะเน้อะ มันคงสับสนอ่ะเรื่องแบบนี้แต่หน้าที่ก็ต้องมาก่อนความรู้สึกอยู่แล้วป่ะ ดังนั้นเลสหาแฟนใหม่เลยลูก(?) ผิดๆ เลสอย่าไปเชื่อลมปาดมนุษย์ จิตใจคนเรามาหาอะไรแน่นอนไม่ได้จริงๆเว่ย
    #131
    0
  7. #130 AnchanZz (@AnchanZz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 10:09
    จะว่าไปธีสธรัสลองคิดดีๆน่าจะรู้นะว่าการทีแอควาเรียร์วางไว้แบบนั้นแปลว่าอาเดรียจะต้องกักตัวเลสไว้แน่ๆ
    ถ้ายอมร่วมมือดีๆแอควาเรียร์คงไม่ถูกยึดไว้วางขู่อยู่แบบนั้น
    ถ้าเป็นอย่างนั้นแอสทารอสคงไม่มีวันยอมร่วมมือกับอาเดรียง่ายๆแน่
    แถมยังจะมีโอกาสร่วมมือกับธีสธรัสถล่มอาเดรียยับไปอีกเป็นการเอาคืนมากกว่าอีก
    สรุปจะส่งผลร้ายหรือดีกันแน่ มีความรู้สึกว่าถ้าวิกวิกมาเห็นคงรู้ทันตั้งแต่ปลายตามองแอควาเรียร์ 5555
    ทำไมรู้สึกท่านผู้นำทั้งหลายไม่เท่าทันกันเลย ลำบากแม่ทัพตัวเองกันจริงๆ
    ปล. เลสธีราห์คะ งอนให้ยาวค่ะลูก งอนให้ยาววว หมั่นไส้พระเอกเป็นการส่วนตัว 555
    #130
    0
  8. #128 meiarchan (@meiar) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 12:47
    สองคนนี้เข้าฉากทีทั้งกองทัพคงปิดหูเขินแทนแทบไม่ทัน 555

    โถๆ เลสที่น่าสงสารแบบนี้ต้องอน+โกรธให้เอเดรียนง้อไปนาน....นานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    ทางที่ดีให้เอเดรียนกบฏยึดครองเมืองเองโลด ทีนี้ก็ไปสู่ขอเลสได้อย่างสมศักดิ์ศรีแฮปปี้เอนดิ้ง ฮิ้วววววววววววววววววววววววววว

    /แลดูออกตัญญูมาก หึๆๆ
    #128
    0
  9. วันที่ 29 กันยายน 2557 / 14:49
    วิธีแก้ปัญหาของฮัสนา-อาเดรีย เปลี่ยนผู้นำเสียเถิด จะได้ไม่เป็นภาระของชาวเมือง โว๊ะ! ปวดหัวแทน สงสารเลสไง ขอไรท์นะถ้าไรท์อ่านเม้นท์นี้ ขอซักตอนเหอะที่เลสเอาเลือดปากเอเดรียนกับชายน้อยซินญอร์ออก หมั่นไส้ เอเดรียนทำตัวดีๆสิ เลสไม่ไว้ใจแล้วนะ รักแต่ไม่เชื่อใจ เจ็บมั้ยถาม? ส่วนงานประลอง. ซาฮาลบอกว่าสนใจ แต่ไม่ได้ชอบเลสใช่มั้ย ขอเหอะ คนตัวเท่าไหล่ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนั่นอะไม่สนใจบ้างเหรอซาฮาล > #127
    0
  10. #126 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 21:38
    คือออออออ อิคู่พี่น้องสองซินเนี่ยยยยยยย ไม่ชอบมาตั้งแต่รีเวอร์สแล้วนะ มาเรื่องนี้นี่เรียกว่าเข้าขั้นเกลียดดดด ฮือออออออ เหมือนเป็นมนุษย์ที่ถูกปั้นขึ้นมาให้เป็นศูนย์รวมความเกลียดชัง พอมีนางสองคนแล้ว คนอื่นดูเป็นคนดีขึ้นมาถนัดตา 😂😂😂😂😂

    ส่วนซาฮาลเนี่ยยยยยย . . . จะมีมาม่าสามเศร้ามั้ยหนิ กังวล คือชอบดราม่ามากกกกกก แต่ชอบดราม่าของคู่กันเองอ่ะเมะเคะเชิญตบตีงอนง้อกันตามสบาย แต่ไม่เข้าใจตัวเองทำไมไม่ค่อยชอบดราม่ารักสามเศร้า เราสามคน มันแบบ งึ่มๆๆ บอกไม่ถูก แต่ดูจากนิสัยเลส อาจจะมีซาฮาลมาม่าคนเดียว เลสคงไม่ใจโลเลเปลี่ยนมาหาซาฮาลหรอก(มั้ง?) ส่งรีดาห์ไปดามใจทีหลังก็ยังไม่สาย ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาา

    ทอล์คตอนท้ายไรท์เตอร์พิมพ์ว่า ซินญอร์อ่ะ//เหลือบมอง
    เรารู้ว่าพิมพ์ผิดจาก ออกปากออกมา แต่ก็ยังรู้สึกสะใจลึกๆ  กร๊ากกกกกกกก 😂😂😂😂😂
    #126
    0
  11. #125 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 18:39
    อ้าว งั้นแสดงว่าเค้าก็รู้กันหมดแล้วสิคะว่า xxx กัน =[ ]=!!!

    #125
    0