[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,276 Views

  • 359 Comments

  • 1,106 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    59

    Overall
    19,276

ตอนที่ 18 : [Re-Write] "ข้าจะรอ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 พ.ย. 59

ราชินีแห่งธีสธรัลเดินทางมาอาเดรียด้วยตนเองหรือ

เลสธีราห์มองดูความเคลื่อนไหวที่ท่าเรือออโรราด้วยความกังวล ชายหนุ่มรู้จักเรือรบหลวงคาร์เธียร์ดี เพราะมันเป็นเรือที่จะออกทะเลต่อเมื่อกษัตริย์แห่งธีสธรัลต้องการเดินทางเท่านั้น และแน่นอนว่าการมาเยือนอาเดรียครั้งนี้หมายถึงความพยายามในการเจรจาของราชินีองค์ใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับอาเดรียที่พระนางไม่สั่งเคลื่อนกำลังพลกองเรือเวเรนเซียมาโจมตีให้รู้แล้วรู้รอด แต่สำหรับเซนทอร์อาจไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะพวกเขาต้องการมีส่วนร่วมอยู่บ้าง หากอาเดรียสามารถตกลงเจรจากับธีสธรัลได้ แอสทารอธอาจไม่ได้อะไรตอบแทนดังที่หวังเอาไว้เลย

อีกทั้งตัวเขาที่ควรจะเป็นสายสืบให้อาณาจักรก็กลับถูกขังอยู่แบบนี้อีก

...ช่างน่าสมเพช

แต่ถ้าอาเดรียไม่สามารถตกลงกับธีสธรัลได้ อีกฝ่ายอาจใช้ความแข็งแกร่งของกองเรือเวเรนเซียบุกโจมตีอาเดรียและทำให้เป็นเมืองขึ้นอีกคราก็ได้ เลสธีราห์เคยได้ยินชื่อของกองเรือรบเวเรนเซียมาบ้าง และเขาไม่คิดว่าอาเดรียจะได้ชัยชนะจากการโจมตีของกองเรือนี้ ต่อให้ตนเองมีกำแพงปราการปกป้องอยู่ถึงสามชั้นก็ตาม ซึ่งหากอาเดรียถูกโจมตีจริงๆ ทั้งสองพี่น้องผู้นำอาจถูกกำจัดทิ้งเลยก็เป็นได้

แล้วเอเดรียนเล่า... ฝ่ายนั้นเป็นแม่ทัพซึ่งเป็นตำแหน่งที่ธีสธรัลไม่อนุญาตให้มี

เอเดรียนจะเป็นอย่างไรต่อไป

เมื่อคิดแบบนี้ ใจของเลสธีราห์ก็บีบรัดขึ้นมาจนรู้สึกเจ็บ เอเดรียนอาจไม่ใช่คนประเภทวิ่งหนีปัญหา เพียงแต่ไม่รู้วิธีเผชิญหน้ากับมัน แต่เซนทอร์หนุ่มก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ขัดขืนหากธีสธรัลจะสำเร็จโทษตัวเขาไปด้วย ไม่ว่าเมืองใดก็คิดทำเช่นนั้น หากต้องการให้เมืองใต้ปกครองไม่เหิมเกริมลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน

แล้วเขาควรจะปล่อยให้เอเดรียนเผชิญหน้ากับชะตากรรมแบบนั้นหรือ

...ใจอีกฝ่ายเพียงแค่รักบ้านเมืองของตัวเอง หาใช่ช่วงชิงบัลลังก์ใคร

เขาควรจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไอย่างที่มันควรเป็นจริงหรือ แล้วภารกิจที่เหนือหัวดาเรียสมอบให้เขาเล่า เขาสามารถทำอะไรได้บ้าง เลสธีราห์คิดว่าเขาก้าวเข้ามาพบกับความว่างเปล่ามากกว่า เขาเข้ามาค้นพบว่าแท้จริงแล้วอาเดรียไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเลย และหากอาเดรียไม่มีสิ่งใดที่แอสทารอธต้องการ เลสธีราห์ก็คิดว่าเขาควรจะถอยหลังกลับไปยังแอสทารอธ เขาควรจะอยู่กับเซนทอร์ เพราะธุระของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรจะสนใจ แต่เมื่อคิดเช่นนี้ ความทรงจำที่มีภาพของเอเดรียนก็ลอยวนซ้ำไปมาอยู่ในหัว ทั้งความเอ็นดูและอ่อนโยนที่เอเดรียนมอบให้ที่เขาไม่เคยได้รับจากใครอื่น

...รวมทั้งช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับอีกฝ่าย

เสียงลมหายใจของฝ่ายนั้นยังดังสะท้อนอยู่ในหู และสัมผัสที่อ่อนโยนทว่าร้อนรุ่มดั่งไฟก็ยังสัมผัสได้ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เลสธีราห์ไม่อาจปล่อยมือจากเอเดรียนได้ ยังมีสายใยบางๆทว่าเหนียวแน่นที่ยังพันธนาการเขาเอาไว้ และเขาเองก็ไม่ปรารถนาจะตัดมันให้ขาดเช่นกัน

เซนทอร์หนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนและถอนใจยาวขณะเหม่อมองโซ่ตรวนที่พันธนาการมือของตนเอาไว้ และคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างครุ่นคิด เลสธีราห์กำลังถกเถียงในใจอย่างดุเดือดถึงวิธีการที่เขาจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างโปร่งยอมรับว่าเขาพอใจกับสัมผัสของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นทุกสิ่งที่เขาปรารถนา ทว่าในตอนนี้มันกำลังทำให้เขาเกือบต้องสละทุกอย่าง

ก๊อก... ก๊อก...

เสียงเคาะประตูดังขึ้นโดยที่ไม่ได้เอ่ยชื่อเรียกคนข้างใน ทำให้เซนทอร์หนุ่มเดาว่าเป็นหญิงรับใช้นำอาหารเข้ามาให้ เขาจึงไม่เดินไปเปิดประตู แต่เมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาในห้อง ร่างโปร่งก็พบว่าผู้มาเยือนเป็นชายวัยกลางคนที่น่าจะมีอายุพอๆกับเหนือหัวดาเรียสแห่งแอสทารอธ พร้อมกับผู้ติดตามหนุ่มร่างสูงที่คุ้นหน้า ทว่าไม่เคยรู้จักกัน

"..." ความเงียบแผ่ปกคลุมทั้งห้องเนื่องจากเลสธีราห์เองก็ไม่ใช่คนประเภทที่ชอบพูดกับใคร

แทนที่ผู้มาเยือนจะเป็นฝ่ายเดินไปนั่ง แต่กลับเป็นผู้ติดตามเสียเองที่วิสาสะเดินไปยังหน้าต่างห้อง เลสธีราห์มองตามบุคคลผู้นั้นไปอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก แม้ว่านี่จะไม่ใช่ห้องของเขาก็ตาม "ข้าคือซินญอร์... ผู้นำแห่งอาณาจักรอาเดรีย" แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องหันกลับมาหาคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม และพิจารณาอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

ท่านชายซินญอร์เดินไปนั่งที่โซฟารับรอง "ข้าขอให้เจ้าช่วยปลดโซ่ตรวนก่อนไม่ใช่หรือ เอเรส"

ชายหนุ่มเดาะลิ้นเบาๆราวกับถูกขัดใจ แม้ว่าจะพอใจที่ผู้นำอาณาจักรใช้คำพูดเชิงขอร้องกับตนก็ตาม ร่างสูงเดินไปหาเลสธีราห์ที่ขยับตัวถอยด้วยความระแวงก่อนจะไขกุญแจปลดตรวนเส้นหนักออกจากข้อมือ "ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเซนทอร์สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้" ผู้นำอาณาจักรเริ่มบทสนทนาโดยไม่สนใจว่าผู้ติดตามร่างสูงจะละออกไปและเริ่มเดินสำรวจห้องอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ข้าคงไม่ต้องถามกระมังว่า เจ้ามีเหตุผลอะไรในการเข้าใกล้แม่ทัพใหญ่แห่งอาเดรีย"

เลสธีราห์กลั้นหายใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น และเขารู้สึกได้ถึงสถานะของตนเองต่อหน้าผู้นำอาเดรีย แม้ว่าเอเดรียจะมองเขาอย่างไร มันก็ไม่อาจลบล้างภาพในหัวของผู้นำอาณาจักรได้ สำหรับซินญอร์แล้ว เลสธีราห์เป็นเพียงสายสืบของแอสทารอธ และมีฐานะเป็นนักโทษเท่านั้น "แต่ข้าจะถามว่าเหตุใด... เจ้าจึงเปิดเผยตนเองง่ายดายเพียงนั้น"

จาเร็ตต์บอกเขาว่าเซนทอร์ตนนี้ยอมเปิดเผยตัวเองเพื่อปกป้องเอเดรียน

...ดังนั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน และมันอาจเป็นประโยชน์ต่ออาเดรีย

"ในเมื่อเจ้ามั่นใจว่าเจ้ารู้จุดประสงค์ของข้า... ทำไมจึงมาถามหาเหตุผลในเรื่องนี้ได้" แม้ว่าเขาอยู่ที่นี่ในฐานะนักโทษ แต่แน่นอนว่าความดื้อรั้นของเลสธีราห์ก็ยังเหมือนเดิม ต่อให้อยู่ตรงหน้าผู้นำอาณาจักรที่มีสิทธิ์สั่งประหารเขาเมื่อไหร่ก็ได้ "ทำไมจึงต้องมาพูดคุยในเมื่อมั่นใจว่าตัวเองทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว"

"เพราะเหตุผลของเจ้าอาจเป็นประโยชน์ต่ออาเดรีย" ซินญอร์ตอบเรียบ

"ไม่สิ... เป็นประโยชน์ต่อเอเดรียนต่างหาก"

"เช่นนั้นข้าคงไม่มีอะไรจะตอบเจ้า เพราะข้าจะไม่ให้อาเดรียได้ประโยชน์ใดๆจากข้า" นัยน์ตาสีฟ้ามองคู่สนทนาอย่างเดือดดาล "และหากเจ้าไม่รู้กฎของเซนทอร์ ก็ขอให้รู้เอาไว้... ความผิดพลาดของข้าเป็นสิ่งที่ข้าจะต้องรับผิดชอบเพียงผู้เดียว เจ้าไม่สามารถใช้ข้าเป็นเครื่องมือในการต่อรองใดๆกับแอสทารอธได้ เพราะความรับผิดชอบของอัศวินที่ทำให้อาณาจักรได้รับความเดือดร้อน... มันคือความตายเท่านั้น"

ซินญอร์เหยียดยิ้มเล็กน้อย "ได้ยินเพียงเท่านั้นก็เป็นประโยชน์สำหรับอาเดรียมากแล้ว เลสธีราห์"

"ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าเรียกชื่อข้า มนุษย์..."

"จริงอยู่ว่าพวกเซนทอร์เคร่งครัดในเรื่องของกฎระเบียบ แต่เจ้าเป็นถึงผู้นำกองเรือเซเลสต์ ผู้ครอบครองธนูแหวกสมุทรแอควาเรียร์ เจ้าแน่ใจหรือว่ามูลค่าชีวิตของตัวเองมันต่ำต้อยเพียงนั้น" ผู้นำอาณาจักรว่า "เจ้ายอมเปิดเผยความลับของตัวเองเพื่อปกป้องเอเดรียน เพียงแค่นั้นก็มีประโยชน์ต่ออาเดรียมากแล้ว" เซนทอร์หนุ่มเบิกตาขึ้นก่อนจะลุกยืนด้วยโทสะ แต่แล้วมือใหญ่ของผู้ติดตามก็กดบ่าของเขาลงเพื่อให้นั่งตามเดิม

"ชู่ว... คนสวย ไม่เอาน่า" อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆในคอ และเสียงนั่นก็ทำให้เลสธีราห์มุ่นคิ้วอย่างสับสน

"ข้ามีเรื่องจะให้เจ้าช่วยเหลือ..."

"ท่านชายก็แหย่เขาอยู่นั่น เล่นกับหัวใจคนอื่นมันไม่สนุกนะ" อีกฝ่ายยืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่ร่างโปร่งนั่งอยู่ และยังกดน้ำหนักไว้บนบ่าผอมเพื่อไม่ให้เลสธีราห์ลุกขึ้น "แค่พูดไปตรงๆแบบที่บอกข้า มันจะเป็นอะไรนักเชียว" อีกฝ่ายว่าก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเบาๆสองสามประโยค ซึ่งทำให้เลสธีราห์เบิกตาขึ้นอีกครั้งและหันกลับไปมองผู้พูดพร้อมกับอ้าปากค้าง แต่คนพูดก็เพียงส่งยิ้มเล่นหัวกลับมาให้ก่อนจะยกนิ้วขึ้นแตะปากตัวเองอย่างยียวน

"ข้าจะรอคำตอบนะ"

ท่านชายซินญอร์ถอนใจเบาแล้วจึงลุกขึ้น "ไปเถอะ เอเรส" เขาหมุนตัวเดินกลับไปยังประตูบานใหญ่ แต่ก่อนที่จะออกไป ผู้นำอาณาจักรก็หันมาหาเลสธีราห์อีกครั้ง "ขออภัยที่เสียมารยาท ไม่ได้แนะนำ... นี่คือเอเรส ฟลินทรัสต์ ว่าที่แม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรอาเดรีย"

 


 

ราชินีแห่งธีสธรัลต้องการเห็นความหวั่นไหวเมื่อนางเอ่ยถึงกองเรือเวเรนเซียอันแข็งแกร่ง

แต่เอเดรียนกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ซ้ำแล้วยังมองพระนางด้วยสายตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกอีกด้วย "ข้าต้องการเพียงความยุติธรรม พระนาง... ประชาชนของเราเดือดร้อนมากเนิ่นนานเหลือเกิน" แม่ทัพหนุ่มพยายามโน้มน้าว "จริงอยู่ว่าธีสธรัลมีอำนาจพอที่จะบีบอาเดรียได้ด้วยวิธีการต่างๆนานา แต่ท่านอย่าลืมว่าทั้งคัสนาห์และอาเดรียมีขนาดใหญ่ และช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด คัสนาห์มีผลผลิตทางการเกษตร ส่วนอาเดรียมีความสามารถในการค้าขายและส่งออก แม้ไม่ต้องติดต่อกับใคร เราก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวของเราเอง"

ราชินีมุ่นคิ้วเล็กน้อยในขณะที่คิดตาม และพระนางคิดว่าสิ่งที่เอเดรียนพูดเป็นความจริง

"ท่านจะให้ไอย์ชวลมาโจมตีเราหรือ เมืองนั้นสูญเสียกำลังพลไปมากเท่าไหร่ในสงครามที่ผ่านมา ต่อให้สามารถจัดทัพและยกพลมาบุกอาเดรียได้ก็ต้องรออย่างน้อยสองหรือสามเดือน" ไวลด์เม้มปากสนิทเพื่อคิดหาคำตอบโต้... นางไม่อาจเถียงสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวถึง ทั้งกองทัพธีสธรัลและไอย์ชวลต่างบอบช้ำอยู่แล้วจากสงครามก่อนหน้า และเหล่าทหารก็คงจะไม่ยินยอมให้เปิดสงครามอีกครั้งเช่นกัน "และประชาชนของท่าน..." เอเดรียนทอดยิ้มบาง "กำลังเดือดร้อนจากการกีดกันการค้านี้ การรอคอยอย่างไร้จุดหมายเพียงหนึ่งวันก็ทำให้ประชาชนเดือดร้อนได้ทุกหัวระแหง"

"อย่าดูถูกกองกำลังของข้าให้มากนัก ท่านแม่ทัพ..."

"จริงอยู่ว่าอาเดรียไม่มีกำลังพลหรือกองทัพที่แข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับกองเรือเวเรนเซียของธีสธรัล แต่ท่านอย่าลืมว่า ในครั้งที่ธีสธรัลตีปราการของเราจนแตกได้ไม่ใช่เพราะอาเดรียไร้สามารถ แต่เพราะมีคนทรยศอยู่ข้างกายกษัตริย์คนก่อน... คอยชี้ทางและให้คำแนะนำผิดๆ มันไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของอาเดรีย แต่มันคือคนทรยศที่ยอมขายวิญญาณให้เงินทองของศัตรู"

ผู้นำอาณาจักรชะงักนิ่งไปอีกสักพัก ด้วยใคร่ครวญถึงเหตุการณ์ที่ไม่อยู่ในความทรงจำ

พระนางไวลด์แห่งธีสธรัลมีอายุเพียงยี่สิบห้าปีเท่านั้น ดังนั้นนางจึงไม่เคยได้เห็นสงครามของอาเดรีย "หรือหากสัญญายี่สิบแปดปีนั้นเป็นคำขอร้องที่มากเกินไป" เอเดรียนพูดช้าๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายคล้อยตามสิ่งที่เขากำลังจะขอ ซึ่งมันอาจมีมูลค่ามากกว่าเดิม "ข้าจะยอมลดค่าธรรมเนียมจอดเรือให้ตามที่ท่านขอได้ แต่ต้องแลกกับ... ศาสตร์การต่อเรือจักรไอน้ำของชาวเอลฟ์"

ทั้งผู้ติดตาม และผู้นำแห่งธีสธรัลแต่งเบิกตาขึ้นและอ้าปากค้างด้วยความตกใจในสิ่งที่เอเดรียนพูด ด้วยต่างรู้ดีว่าศาสตร์การต่อเรือจักรไอน้ำของชาวเอลฟ์นั้นมีมูลค่าสูงกว่าเม็ดเงินในสัญญายี่สิบแปดปีเสียอีก หากพระนางไวลด์ตอบตกลง ประชาชนของธีสธรัลก็แค่ไม่เดือดร้อนในทันทีและไม่ด่าทอถึงตัวพระนาง แต่อนาคตต่างหากที่ธีสธรัลจะต้องสูญเสียอีกไม่รู้เท่าไหร่

ช่างร้ายกาจนัก แม่ทัพใหญ่...

"ศาสตร์การต่อเรือจักรน้ำไอน้ำมีค่าแลกเปลี่ยน... กับอิสรภาพของอาณาจักรอาเดรียเท่านั้น!"

 



"เจ้าไม่ควรพูดอะไรให้มากเกินควร" ท่านชายซินญอร์กลับมายังห้องทำงานของตนโดยมีเอเรสเดินตามกลับมาด้วย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงผู้นำตระกูลฟลินทรัสต์ผู้มีอิทธิพลในแถบท่าเรือทางใต้ และผู้นำกลุ่มโจรสลัดแห่งเทเทส แต่นับจากวันแรกที่เขาก้มหัวขอร้องให้เอเรสร่วมมือ เขาก็ไม่รู้สึกถึงความน่าเกรงขามเหล่านั้นอีกเลย ภายนอกของเอเรสดูเหมือนจะเป็นเพียงคนธรรมดาที่พูดมากคนหนึ่งเท่านั้น

"ท่านชายเองก็เอาแต่แหย่เขา ข้าเตือนว่าอย่าทำให้เซนทอร์โกรธจะดีกว่า ข้าเชื่อว่าเองก็ยังไม่อยากถูกคนสวยกระโดดเตะด้วยร่างของเซนทอร์ จริงไหม... พละกำลังของพวกเขนามากกว่าเราตั้งเท่าไหร่ ท่านก็น่าจะรู้" แม้เอเรสจะเป็นเหมือนคนพูดมากธรรมดา แต่แน่นอนว่าการมาถึงตำแหน่งผู้นำตระกูล และผู้นำโจรสลัดได้ด้วยวัยเพียงสามสิบ ย่อมหมายความว่าชายหนุ่มมีความคิด ความอ่าน และประสบการณ์มากกว่าที่เห็นแน่นอน

"ข้าไม่เห็นว่าเซนทอร์ตนนั้นจะเยื่อใยอะไรกับเอเดรียน" ซินญอร์ว่า

"เป็นครั้งแรกที่เอเดรียนกล้าขัดคำสั่งไม่มาพบท่านตามที่เรียกหาไม่ใช่หรือ" เอเรสเลิกคิ้ว "นั่นก็เป็นการประท้วงกลายๆของเขาแล้ว อีกอย่าง... สำหรับเรื่องนี้ ไม่ต้องรอฟังความจากเซนทอร์หรอก เพียงแค่เอเดรียนคนเดียวก็พอแล้ว" ดวงตาสีดำขลับของคนพูดหรี่ลงเล็กน้อย

"เห็นได้ชัดว่าเขามีใจให้คนสวยมากแค่ไหน..."

"เจ้าเรียกผู้ชายด้วยคำนั้นได้ลงรึ เอเรส" ท่านชายเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถอนใจออกมา "จริงอยู่ว่าบุคคลที่มีผมสีทองและผิวพรรณที่สวยขนาดนั้นจะหาได้ยากมากที่นี่ แต่... ก็เห็นมาตั้งแต่ต้นว่าเจ้านั่นเป็นผู้ชาย" คนพูดเม้มปากตนในขณะที่หาคำจำกัดความมาอธิบายสิ่งที่ทำให้เขากระอักกระอ่วน "ผู้ชาย..."

"คนสวย ยังไงก็เป็นคนสวยน่า..." เอเรสยักไหล่

"เจ้านั่นพูดเองว่าไม่อนุญาตให้เรียกชื่อ ข้าจะไปกล้าหือเรียกชื่อเขาได้อย่างไร แม้ว่าจะชื่อเพราะอีกก็เถอะนะ" คนหนุ่มหัวเราะลงคอ "เอาเถอะ... การชอบพอกันของผู้ชายไม่ทำให้ข้าแปลกใจสักเท่าไหร่ บางทีพวกโจรสลัดมองหน้ากันทั้งวันจนคิดแบบนั้นมันก็มีอยู่หรอก ดีเสียอีกที่ลดคู่แข่งลงด้วยเวลาไปจอดเทียบท่าที่ไหนแล้วเจอสาวสวยในร้านเหล้าเข้า"

"เจ้ามันพูดมาก..."

ซินญอร์ส่ายหัวน้อยๆแล้วหันกลับไปมองท่าเรือออโรราอีกครั้ง และหยุดพิจารณาเรือรบหลวงคาร์เธียร์ที่ทอดสมออยู่เพียงลำพัง "ต่อให้ธีสธรัลจะยอมอ่อนข้อเจรจากับเรา แต่ข้าก็รู้ว่ามันไม่ง่าย..." ราวรำพันกับตัวเอง ซินญอร์กำหมัดแน่นครั้งหนึ่งเสมือนตัดสินใจบางอย่าง

"จะไปย้ำคิดย้ำทำอีกทำไมกัน การที่ข้าอยู่ที่นี่แล้วมันไม่มีทางให้ท่านถอยกลับแล้ว ท่านชาย"

เอเรสนั่งลงกับโซฟาแล้วยกขาขึ้นวางบนโต๊ะอย่างไม่รู้สึกรู้สา "ท่านมาก้มหัวให้ข้าผู้เป็นโจรต่ำต้อย เสนอข้อเสนอที่ข้าไม่อาจปฏิเสธได้สามประการ การล้างความผิดให้คนของข้า ตำแหน่งแม่ทัพแห่งอาเดรีย และตัวแม่ทัพคนปัจจุบันที่ยังมีชีวิตอยู่" ชายหนุ่มเหยียดยิ้ม "ถึงอยากยกเลิกข้อตกลงตอนนี้ ข้าก็ไม่อนุญาตหรอก"

"ข้าไม่คิดจะล้มเลิกแผนอยู่แล้ว..."

เอเรสหัวเราะร่วน "หลังจากได้เห็นปฏิกิริยาของคนสวย ข้าคิดว่าสิ่งที่ท่านต้องการน่าจะง่ายขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว" เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์กับเอเดรียน เซนทอร์หนุ่มถึงกับบัลดาลโทสะ และนั่นก็เป็นประโยชน์มากพอสำหรับเอเรส ความรักที่มั่นคงเช่นนี้เท่านั้นที่มีพลังมากพอในการบีบคั้นให้ใครทำอะไรก็ได้เพื่อมัน "ถ้าท่านคิดว่าความสัมพันธ์ของชายกับชายมันแปลกประหลาด แต่ในกรณีนี้ต่อให้มันประหลาด แต่มันก็มีประโยชน์... จริงไหม"

 



เสียงกลองเป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในงานที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ อาจเป็นเพราะมันสร้างความฮึกเหิมให้กับเหล่านักรบ และแน่นอนว่างานประลองที่ใหญ่ที่สุดของแอสทารอธก็จะขาดเสียงกลองไปไม่ได้เช่นกัน ทว่าแทนที่มันจะสร้างขวัญและกำลังใจให้กลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอัศวินตั้งแต่กำเนิด แต่เซนทอร์ร่างโปร่งอย่างรีดาห์กลับตื่นเต้นจนยืนอยู่กับที่ไม่ได้

"คนที่จะลงประลองคือข้า ไม่ใช่เจ้าสักหน่อย เลิกเดินไปมาให้ข้าตาลายได้แล้ว"

การบาดเจ็บที่ข้อเท้าของรีดาห์หายแล้ว และตอนนี้เขาก็มาช่วยเตรียมความพร้อมให้ซาฮาลในการลงสนาม ฝ่ายนั้นฝากเขาถือโล่ห์อันใหญ่และหอกเล่มยาวเอาไว้ ในขณะที่ตัวเองใส่เกราะหนังอย่างใจเย็น "การประลองวาร์ดาเรียงลำดับตามคะแนนสอบจากสูงสุดไปจนถึงต่ำที่สุด เซนทอร์ที่ได้คะแนนสอบมากกว่าเจ้ามีสี่คน..." รีดาห์ละล่ำละลัก "และสามคนก็พ่ายแพ้ให้แก่เหนือหัวง่ายๆเลยนะ!"

ในตอนนี้เหนือหัวของพวกเขากำลังประมือกับผู้ท้าชิงคนที่สี่ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเพลี่ยงพล้ำได้ง่ายๆเสียด้วย อีกทั้งผู้ท้าชิงก่อนหน้านี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความรู้ระดับสูงซึ่งอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมจะเป็นผู้นำเผ่าอาชา แต่ก็ยังพ่ายแพ้ต่อพละกำลังของเหนือหัวปัจจุบันอยู่ดี

"ในวันหนึ่ง เหนือหัวจะประมือกับบุคคลเพียงห้าคนเท่านั้น..."

ซาฮาลยืดตัวขึ้นหลังจากสวมสนับขาเสร็จ "เจ้าคิดว่าข้าจะต้องพ่ายแพ้เหมือนสี่คนที่ผ่านมาหรือ" เสียงเฮจากสนามแข่งดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าผู้เข้าร่วมการประลองคนที่สี่พ่ายแพ้แก่ผู้นำคนปัจจุบันแล้ว และต่อไปก็เป็นโอกาสของผู้ท้าชิงคนที่ห้า ซึ่งก็คือซาฮาล ผู้บัญชากรกองเรือพาณิชย์กราเทียร์แห่งแอสทารอธ

"ถ้าแพ้ขึ้นมาล่ะข้าจะหัวเราะให้"

ซาฮาลเหลือบมองคนที่ค่อนขอดเพราะไม่พอใจคำตอบของเขา และพบว่าคู่สนทนากำลังปั้นหน้าหมั่นไส้ใส่อย่างอดไม่ได้ "เจ้าไม่อยากให้ข้าแพ้หรอก รีดาห์" เมื่อใส่สนับมือเสร็จ ซาฮาลก็เดินตรงไปหารีดาห์เพื่อรับอาวุธมาถือไว้ "เพราะอนาคตของสหายเจ้า... อาจอยู่ในมือข้า!" หากซาฮาลชนะการประลอง แน่นอนว่าเขาจะกลายเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดรองจากเหนือหัวดาเรียส และแน่นอนว่าย่อมมีสิทธิ์ในการตัดสินเรื่องของเลสธีราห์ด้วย

แต่รีดาห์ก็อดประหลาดใจไม่ได้อยู่ดี "เจ้าไม่ได้ชิงชังเลสธีราห์หรือไร"

"ข้าสนใจ..." อีกฝ่ายว่าและเหลือบมองคู่สนทนาที่สูงแค่ไหล่ของตน "เลสธีราห์ถูกเลี้ยงอย่างตามใจเพราะเป็นลูกของราชเลขา อีกทั้งยังมีบิดาเป็นเอลฟ์ เจ้านั่นอาจจะไม่มีความแข็งแกร่งหรือความสามารถที่จะนั่งตำแหน่งผู้นำของเซเลสต์" นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงมองรีดาห์ที่เตรียมอ้าปากแย้ง "แต่พรสวรรค์ด้านการคาดเดาท้องทะเลของเจ้านั่นก็ไม่มีใครเทียบได้เช่นกัน ข้าจึงได้สนใจ"

"แค่นั้นเหรอ" รีดาห์โคลงหัว "เจ้าไล่กัดกับเขาจนโดนเกลียดขี้หน้าน่ะ"

"ความทะเยอทะยานดื้อด้านหัวชนชนฝา..." ซาฮาลยอมรับว่าเขาหลงใหลมัน จะมีเซนทอร์สักกี่ตนในอาณาจักรนี้ที่เผชิญหน้ากับเขา ปะทะคารมกับเขา แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้เขาเลยสักครั้งแม้ว่าตนเองจะด้อยกว่าอย่างไร เลสธีราห์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ต่อสู้ไม่เคยท้อถอย และสิ่งที่ซาฮาลอยากเห็นนั่นก็คือ เลสธีราห์จะสามารถทะเยอทะยานได้อีกเท่าไหร่เพื่อจะเอาชนะเขา เขาจึงเฝ้ามองมาตลอด ไม่ว่าจะอ่านดาวประจำตัวหรือรับรู้ความเคลื่อนไหวผ่านคนอื่น เขาก็เฝ้ามองมาตลอด...

แต่ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับความอยากรู้อยากเห็นก็คือความอยากเอาชนะกลับคืน

ถ้าได้สยบความถือดีนั่นเอาไว้ใต้อำนาจของตน ...ซาฮาลอยากรู้นักว่าเขาจะยินดีมากเท่าใด

รีดาห์ไม่มีคำตอบโต้ให้กับคำพูดของซาฮาล เขาไม่มีเหตุผลที่จะห้ามปรามความคิดของฝ่ายนั้น แม้จะไม่เห็นด้วยที่ร่างสูงชอบแหย่เลสธีราห์เพื่อความสะใจส่วนตัว เขาเองก็ต้องการช่วยผู้นำของตนจากสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ และเขาก็เห็นด้วยว่าการช่วยให้ซาฮาลชนะการประลองนั้นเป็นหนทางที่ดีที่สุด

เพราะซาฮาลคือเซนทอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสายตาของเขา

แม้ว่าเหตุผลที่ซาฮาลต้องการช่วยเลสธีราห์จะเป็นเหตุผลคนละแบบกับเขาก็ตามที "เจ้าไม่บอกเขาบ้างว่าเจ้าสนใจ... เลสธีราห์เกลียดเจ้าจะตายไป" ร่างโปร่งพยายามให้คำแนะนำ เพื่อทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น "คนที่เจ้าสนใจเกลียดแบบนี้ ไม่รู้สึกน้อยใจบ้างหรือไร"

"ให้เขารู้ด้วยตัวเองในสักวันว่าข้าสนใจเขามากกว่าใครจะดีกว่า..." ร่างสูงตอบ

"..."

"วิถีของนักรบเซนทอร์คือการเอาชนะ ถ้าข้าบอกด้วยตัวเอง ข้าก็แพ้ไม่ใช่หรือไร"

รีดาห์เดินนำคู่สนทนาออกไปตามทางเดินเพื่อมุ่งสู่สนามประลองที่อยู่ใจกลางที่พักของเหนือหัวแห่งแอสทารอธ เสียงกลองเป็นจังหวะดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้ และเมื่อถึงประตูบานหนึ่งที่มีผ้าเนื้อบางขวางปิดอยู่ ซาฮาลก็หันมาหาคนข้างๆอีกครั้ง "น่าแปลกที่เจ้าไม่ห้ามปรามข้าอย่างที่เคยทำ"

รีดาห์เงยมองคนที่กำลังจะลงสนามรอมร่อแล้วหัวเราะเบาพร้อมกับตบแขนอีกฝ่าย

"เพราะข้าเชื่อว่าเจ้าปรารถนาดีกับเลสธีราห์"

"...เชื่อคนง่ายนะ"

"หุบปาก แล้วรีบลงสนามไปซะ!"




เลสธีราห์นั่งนิ่งๆอยู่พักใหญ่เพื่อพิจารณาข้อเสนอที่เอเรส ฟลินทรัสต์มอบให้

แล้วเขาควรจะทำอย่างไร...

เป็นที่แน่นอนว่าแอสทารอธจะไม่ได้ศาสตร์การต่อเรือจักรไอน้ำจากอาเดรียอย่างที่คาดหวัง แต่หากเขานั่งรอให้เอเดรียนจัดการเรื่องราวทุกอย่างแบบนี้ ชายหนุ่มก็คิดว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรเช่นกัน แล้วถ้าเขาตอบรับข้อเสนอของเอเรสเล่า... เลสธีราห์คิดว่าแอสทารอธจะได้รับอะไรตอบแทนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่เรื่องการตกลงแลกเปลี่ยนนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากเหนือหัวดาเรียสด้วย เลสธีราห์ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจผลประโยชน์ของอาณาจักร แต่ในตอนนี้เขามีอำนาจที่จะเลือกได้ว่าตนจะยอมร่วมมือกับว่าที่แม่ทัพคนใหม่หรือเปล่า

'เจ้ารู้จัก... ปืนคาบศิลาไหม คนสวย'

จริงอยู่ว่าแอสทารอธต้องการเรือจักรไอน้ำเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการค้าขายกับแผ่นดินตะวันออกไกล แต่หากมองในเรื่องของความมั่นคงทางการทหารแล้ว สิ่งที่เอเรสเสนอมานั้นก็ไม่ได้ด้อยค่าหรือไร้ความสำคัญ แต่เขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายนั้นครอบครอง 'ปืนคาบศิลา' จริงๆ ไม่ใช่การโน้มน้าวด้วยลมปากอย่างที่เอเดรียนเคยทำเมื่อครั้งเจรจากับท่านหญิงลีอาห์

นี่เขาจะต้องเดินทางไปขโมยปืนคาบศิลามาจากไหนด้วยหรือเปล่าหนอ

เลสธีราห์คิดว่าเขาต้องการคำอธิบายเพิ่มจากเอเรส แต่อีกฝ่ายก็ไม่ใยดีจะสนทนากับเขาสักเท่าไหร่ รวมทั้งกิริยามารยาทและการเรียกเขาว่า 'คนสวย' ก็ทำให้เซนทอร์หนุ่มหงุดหงิดมากพอจนไม่อยากสนทนาต่อเช่นกัน "มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า" น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบดสียงไปเป็นเวลานานจนเกินควร เอเดรียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะใช้มือสางผมให้กับเลสธีราห์ซึ่งนั่งแช่อยู่ในอ่างน้ำกว้าง ผมยาวสีอ่อนเปียกลู่แนบไปกับผิวเนื้อที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วน แม่ทัพอาเดรียนั่งอยู่บนขอบอ่าง เขาลากมือผ่านขมับซ้ายที่สากเพราะไรผมเล็กๆ เลยไปยังกระหม่อมที่กลางหัว และสอดนิ้วสางเส้นไหมนุ่มเบาๆ

เซนทอร์หนุ่มโกนผมออกครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ปล่อยยาว "เลสธีราห์..."

"อืม" ร่างโปร่งตอบรับในลำคอแทนการบอกว่าตนยังรู้สึกตัวดี "วันนี้ไปพูดคุยกับราชินีแห่งธีสธรัลมาเป็นอย่างไรบ้าง" แม่ทัพหนุ่มหัวเราะลงคอเบาๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเลี่ยงตอบคำถามของเขาด้วยการถามย้อนในหัวข้อที่เคร่งเครียดยิ่งกว่าที่เอเดรียนไม่สามารถปฏิเสธการใช้คำตอบได้ "ตกลงกันได้ดีหรืออย่างไร เจ้าถึงมีอารมณ์มานั่งสระผมให้ข้าแบบนี้"

"ไม่..." ร่างสูงถอนใจ "แต่ก็ถือว่ายังมีโอกาสอยู่"

เลสธีราห์อยากรู้รายละเอียดการเจรจาทั้งหมดเหลือเกิน ทั้งด้วยความเป็นห่วงในตัวเอเดรียน และผลประโยชน์ของแอสทารอธ ฝ่ายนั้นคำนึงถึงเขาและพวกพ้องเซนทอร์บ้างหรือไม่หรือสนใจแค่เอาเพียงแค่ตัวเองให้รอดก่อน "ข้ามีสิทธิ์รู้ไหม" อันที่จริงเขาควรจะถามออกไปตรงๆตามนิสัยของเซนทอร์มากกว่าอ้อมค้อมตัดพ้อแบบนี้ แต่ช่างน่าแปลกที่ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็ผุดขึ้นมาดื้อๆทั้งที่เขาก็รู้ถึงสถานะของตัวเองดี

"ข้าเสนอให้ธีสธรัลจ่ายค่าผ่านทางในอัตราปกติที่พวกเราเรียกเก็บจากชาวเอลฟ์" เอเดรียนตอบ "หลังจากที่อาเดรียต้องงดเว้นค่าธรรมเนียมจอดเรือให้กีบธีสธรัลมาถึงยี่สิบแปดปี ข้าแค่ขอความยุติธรรมกลับคือมาให้พวกเราบ้าง แต่เหมือนพระนางเองก็ไม่ต้องการถูกประชาชนด่าทอเหมือนกันจึงได้ขอเวลาพิจารณาข้อเสนอก่อน"

"ถ้านางยอมรับข้อเสนอ จะทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น อาจมีการลุกขึ้นต่อต้าน" เลสธีราห์วิเคราะห์

"ใช่ สำหรับกษัตริย์ที่เพิ่งครองราชย์ด้วยวิธีการล้มราชบัลลังก์เก่า การขัดใจประชาชนเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำ" เอเดรียนว่า "แต่ข้าก็ไม่อยากอ่อนข้อให้กับธีสธรัลที่เอาเปรียบเรามาเนิ่นนาน" ชายหนุ่มเห็นคู่สนทนามุ่นคิ้ว และสีหน้าของเลสธีราห์ก็บอกได้ว่ากำลังคิดหาวิธีถามเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ของแอสทารอธ "ตอนนี้การเจรจายังไม่ลงตัว ข้าจึงไม่สามารถรับรองผลประโยชน์ที่แอสทารอธจะได้รับ" ว่าแล้วเขาก็เชยคางเรียวให้แหงนขึ้นสบตากับตนซึ่งนั่งอยู่บนขอบอ่างด้านหลัง ก่อนจะก้มลงจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแทนคำปลอบโยน

"เจ้ามีสิทธิ์ที่จะถามถึงผลประโยชน์" เอเดรียนยิ้มบาง "เพราะข้าจะไม่ทอดทิ้งแอสทารอธ"

มันควรเป็นคำตอบที่น่าพอใจ แต่เลสธีราห์ลอบกัดริมฝีปากตัวเองเล็กน้อยราวกับว่าอยากได้ยินอะไรที่น่าพอใจยิ่งกว่านั้น เซนทอร์หนุ่มหลับตาลงและผ่อนลมหายใจช้าๆเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านไร้สาระของตนออกไปจากหัว เขารู้ดีว่าตอนนี้ตนกำลังสนทนาในฐานะของขุนนางระดับสูง และกำลังหารือกลายๆเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอาณาจักรอันเป็นสิ่งสำคัญ

แต่ลึกๆแล้ว เขาก็อยากได้ยิน... ว่าตนเป็นคนพิเศษของอีกฝ่ายบ้าง

การเป็นคนพิเศษของเอเดรียนจะเป็นการทำร้ายอีกฝ่ายหรือไม่หนอ ในเมื่อคำพูดของท่านชายซินญอร์เมื่อกลางวันกล่าวเอาไว้ ว่าความสัมพันธ์ของเขากับเอเดรียนในตอนนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่ออาเดรีย แปลว่าอีกฝ่ายคิดจะใช้ความรู้สึกของเอเดรียนเป็นเครื่องมือหรืออย่างไร

"เจ้า... ชอบข้าบ้างไหม"

คำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับบทสนทนาก่อนหน้าทำให้คนฟังเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน เซนทอร์หนุ่มสูดหายใจเข้าและเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเกินกว่าจะบอกความรู้สึกได้ ต่อให้ใจของคนพูดจะเริ่มเบาโหวง และเงียบงันประหนึ่งหัวใจหยุดเต้นไปแล้วก็ตาม "ข้าอยู่ในฐานะใดสำหรับเจ้า แม่ทัพจากเมืองอื่น หรือว่าอะไร"

"มาถามอะไรเอาป่านนี้"

เอเดรียนล้างยาสระผมออกจนหมดและเริ่มใช้สบู่ถูฟอกไปบนผิวเนื้อที่ยังปรากฎรอยแผลและรอยช้ำอยู่บ้าง "เจ้าเป็นเพียงเลสธีราห์สำหรับข้า..." มือสากลากเฟ้นไปตามท่อนแขนแข็งแรงช้าๆ ราวกับต้องการสัมผัสผิวขาวของคนตรงหน้าให้นานขึ้นอีกนิด "รักมากเสียจนอยากจะพาเจ้าหนีไปไกลๆด้วยซ้ำ" แม่ทัพใหญ่อิงหน้าผากของตนกับท้ายทอยที่เปียกชื้น ขณะมุ่นคิ้วเข้าหากันด้วยความรู้สึกอึดอัด

"แต่หากข้าปรารถนาเซนทอร์... ข้าควรจะมีเกียรติให้เขาภูมิใจไม่ใช่หรือ"

ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารอดอยู่บนผิวเนื้อทำให้ร่างโปร่งต้องห่อไหล่ขึ้นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด แทนที่คำบอกรักจะเป็นคำพูดแสนหวาน แต่เขากลับสัมผัสได้เพียงความเจ็บปวดของคนพูด แทนที่มันจะเป็นพลังอันอบอุ่นดังในจินตนาการ แต่สำหรับทั้งคู่แล้วมันกลับเป็นความทรมานที่ไม่สามารถละทิ้งได้ "แม้จะรู้ว่าดิ้นรนอย่างไรก็ไม่มีทางสมหวัง แต่ข้าก็ไม่อาจปล่อยมือจากเจ้าได้อยู่ดี"

เลสธีราห์ยกมือขึ้นลูบผมสีเข้มช้าๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับแม่ทัพแห่งอาเดรีย

"..."

แต่เขาบอกอีกฝ่ายไม่ได้... ว่าตนรู้สึกอย่างไร ด้วยเกรงว่าจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือ

มือใหญ่เชยคางเรียวขึ้นสบตา ก่อนจะประคองใบหน้าเอาไว้และก้มลงแนบริมฝีปากอีกครั้งแทนคำอธิบายทั้งหมดที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ และแม้จะดูเจ็บปวด แต่เอเดรียนก็กล่าวต่อหนักแน่น "ต่อให้ไม่มีสิทธิ์จะครอบครอง แต่ข้าจะไม่ยอมทำให้เจ้าขายหน้าในเรื่องใดๆ"

ฝ่ามือของเอเดรียนอบอุ่นเสมอมา และจุมพิตของฝ่ายนั้นก็อ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เลสธีราห์หลับตาลงหลังจากตัดสินใจได้ เขายกมือขึ้นโอบกอดคนตรงหน้า เผยอริมฝีปากเพื่อตอบรับจูบที่เนิบช้าอ้อยอิ่ง สัมผัสถึงความอุ่นร้อนผ่านปลายลิ้นเกี่ยวพัน ทั้งรสชาติของมันเต็มไปด้วยความโหยหา หยาดน้ำจากผิวกายเปียกชิ้นหยดซึมผ่านผ้าเนื้อดี แต่แทนที่เอเดรียนจะพยุงให้อีกฝ่ายขึ้นจากน้ำ เซนทอร์หนุ่มกลับเหนี่ยวร่างเบื้องบนให้ลงมาอยู่ในอ่างเดียวกับตนแทน

"...!..."

"เช่นนั้น..." เลสธีราห์เลื่อนมือขึ้นวางบนเสื้อที่เปียกชุ่ม ทาบลงที่อกซึ่งเขาสามารถได้ยินเสียงหัวใจแทนคำสัญญาของอัศวิน "ก็ทำให้ข้าภูมิใจ" เขาจูบเอเดรียนอีกครั้ง และจูบซ้ำไปมาไม่รู้เบื่อ ปล่อยให้แขนแกร่งกอดรัดร่างจนแนบชิดไม่มีช่องห่างจากกัน "ข้าจะรอ"

...และเขาจะตกลงร่วมมือกับเอเรส ฟลินทรัสต์



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #345 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:38
    ตอนนี้ติดใจอยู่เรื่องเดียวคือเอเรส จริงๆแล้วต้องการอะไรกันแน่ มาดีหรือมาร้าย
    #345
    0
  2. #312 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 15:45
    ยังงงๆ อยู่ว่าเอเรสจะเอาตัวเอเดรียนไปทำอะไร? เราไม่มีทางคิดในแง่ดีได้เลย (หรือนี่อ่านงงเอง) คิดยังไงทั้งเลสทั้งเอเดรียนก็คงไม่มีทางบรรจบกันเลยอะ 55555555555 หวานปนหน่วงไงไม่รู้ เจ็บหัวใจแปล๊บๆ ฮือ จะฮึบจนอ่านจบได้ไหมหนอ
    #312
    1
    • #312-1 Panzer Magier (@khaosap) (จากตอนที่ 18)
      26 พฤษภาคม 2560 / 15:46
      จบแฮปปี้นะคะ สู้ๆค่า~ 555
      #312-1
  3. #279 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 17:34
    เลสเป็นห่วงงงงงงงงงงง  เอเดรียนเอ้ยยยยย  ตัดสินใจได้ยัง  หยุดลำไยยย 55555555
    .............. เอเรส  ระวังกีบกระแทกหน้านะ ไปเรียกเค้าคนสวยน่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    อย่ารวมหัวกันแกล้งเลสจิ เดี๋ยวนางหัวระเบิดตายก่อน----------
     
    เอเรสมันดูเป็นแค่ผู้ชายลัลล้าคนนึงเท่านั้----------------------
    ท่านชาย จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะ เรียกคนสวยว่าคนสวยใช่เรื่องผิดที่ไหน ... แต่เอเรส ทางที่ดี เรียกลับหลังก็พอเถอะ เพื่อความปลอดภัยของเบ้าหน้า..................... 5555555555
     
    รีดาห์อยู่เป็นพี่เลี้ยงข้างสนามเลย 555555555 ... รอสักวันมันไม่ทันกินหรอกซาฮาล  รอสักวันนั่นแกก็เสียเค้าไปแล้ววววว 5555  ...  ทำไมดูเป็นรักสามเส้า เอาเลสกลับมาหักอกซาฮาลให้เรียบร้อยก่อนมา  จะได้เชียร์รีดาห์จริงๆจังๆสักที(...จริงๆแค่นี้ก็รู้สึกตัวเองอวยเยอะมากแล้ว)
     
    -////////////////-
    ฉากอาบน้ำให้นี่มันอัลไลกันนนนนน ความหวานอมขมนี้มันอัลไลกันนนนนนนน
    ถือว่าเอเดรียนตอบได้ดียยยยยยยยยยย์  ดูขมขื่น แต่ก็แสนรัก  เง้ออออออออออ
     
    #279
    0
  4. #264 BREAKDOWN (@breakdown) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 00:07
    เบื่อซินญออออ รำอ่ะรำ
    #264
    0
  5. #263 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 21:08
    ซาฮาลสู้ๆ นะคะ!!! /เปิดมาก็เชียร์ซาฮาลเลยเรอะ/
    เหมือนได้เคลียร์ความรู้สึกของซาฮาลที่มีต่อเลสธีราห์เพิ่มอีกนิดนึง ตรรกะนักรบมากๆ เลยค่ะ เท่จัง ฮืออออออออ เสียใจด้วยนะคะ เลสธีราห์ดันรักเอเดรียนไปแล้ว
    ซาฮาลก็หันไปมองรีดาห์ที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ค่--- /จริงๆ แล้วแอบสงสัยว่าจะได้คู่กันจริงๆ มั้ยด้วยค่ะ ฮาาาา ถ้าคู่กันจริงๆ ก็ดูเป็นคู่ที่กุ๊กกิ๊กกันน้อยที่สุดของคนเขียนแล้วมั้งคะเนี่ย (?) แต่ยังไงคนอ่านก็อวยคู่นี้เสมอนะคะ!/

    ตัดกลับไปต้นตอน
    เอเรสน่ารักจังค่ะแงงงงงงงงง มีการเรียกคนสวยด้วย ฟสกากวหวห่กวหสดากสหสกสก ชอบคารมแบบนี้จังเลยค่ะ แพ้ แพ้แรงมากค่ะ U_U /จริงๆ ในเรื่องนี้ก็มีผู้ชายที่คนอ่านแพ้หลายไทป์เหลือเกินค่ะเอื้ออออออ/
    ขำนิดนึงตรงที่เอเรสกลัวโดนเลสธีราห์ดีดเอาค่ะ ดีค่ะดี รู้กาลเทศะดีมาก (ตรงไหน)
    แล้วก็ท่านชายซินญอร์นี่ดูๆ ไปแล้วก็ให้อารมณ์พ่อสามีอยู่นะคะ 555555555555555

    จริงๆ แล้วเหตุผลที่เอเรสจะมาเป็นแม่ทัพคนใหม่นี่ ถ้ามีส่วนหนึ่งในเวอร์ชันก่อนรีไรท์ที่คนเขียนยังคงไว้ก็พอจะเข้าใจเหตุผลของท่านชายแล้วค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าใช่ไหม ก็จะรออ่านต่อไปนะคะ ;___________;

    และและและและและคนอ่านสัมผัสได้ถึงความละมุนที่ท้ายตอนค่ะะะะะะ
    แงงงงงงงง ความรู้สึกของเอเดรียนที่รู้สึกว่าเลสธีราห์ก็เป็นเลสธีราห์นี่พีคมากค่ะ มันแบบ โอ๊ย รู้สึกว่าเอเดรียนรักเลสธีราห์มากจริงๆ ค่ะ
    แต่ทางด้านนึงก็บ้านเมืองล่ะเนอะ ฮือ มันเจ็บปวดมากจริงๆ ค่ะ ;w; เอาใจช่วยทั้งสองคนเลยนะคะ!
    เลสธีราห์ตัดสินใจรับข้อตกลงของเอเรสด้วยแล้ว รออ่านไปอีกยาวๆ ค่ะ!

    คนเขียนก็สู้ๆ นะคะ! <3
    #263
    0
  6. วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 14:58
    เกลียดผู้นำอาเดรียจริงๆให้ตายเถอะ. เฮ้อออ เอเดรียนกับเลสอึดอัดมากมั้ย เราโคตรอึดอัดเลยอะ. ปล.สงสารท่านหญิงอ่า ก็ลูกป่ะ ห่วงเป็นธรรมดา แต่จะทำไงได้
    #161
    0
  7. #136 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 23:07
    เ อ เ ด รี ย น . . . . . เอ็งงงงงง ช่วยดูเมียเป็นตัวอย่างได้มั้ย นางเด็ดขาดมากเลยนะ(บางเรื่องมั้ง?) มาสองจิตสองใจ เดี๋ยวปั๊ดตบดิ้น นี่อ่านไปแอบขึ้น(เลสก็ขึ้น)เอามาเปรียบกะเมียเก่าได้ไง ไม่ให้เกียรติเลสเลยยยยยยย 💢💢
     
    อยากอ่านลีอาห์ปะทะลูกเขยแย้ววววว ฮ่าๆๆๆๆๆ อยากรู้คุณแม่จะทำยังไง ลูกถูกจับ แถมสาเหตุยังมาจากลูกเขยไม่เอาไหนที่เอาแต่สองจิตสองใจนี่อีก 😂😂😂😂
     
    ส่วนคะแนน เอเดรียนยังคงเท่าเดิมในใจเรา(ไม่ติดลบก็ดีเท่าไหร่แล้วววว) ยังไงก็สูงเลสไม่ได้ค่ะ เลสนี่กินขาดเลย เด็ดขึ้นเรื่อยๆ เราก็รักมากขึ้นเรื่อยๆ 😆😆😆😆
     
    รอนะค้าาาา สู้ๆ v(^_^v)
    #136
    0
  8. #135 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 16:17
    สรุปแกจะเอาไงแน่เนี่ยเอเดรียน รำคาญว่ะบ่องตง ="=
    อยากให้ท่านหญิงลีอาห์ยกพวกมาถล่มอาเดรียจังเลยค่ะ สะใจพิลึก//ชั้นพูดอารายออกปายยยยยยยย!!!
    #135
    0
  9. #134 AnchanZz (@AnchanZz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 13:19
    ตอนนี้รู้สึกเลสดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเยอะเลย แสดงจุดยืนไว้ลูก จะได้ไฝว้ก็ฝั่งพระเอกได้
    ให้อภัยเอเดรียนขึ้นมา50% ในฐานะปากหวานขึ้นมานิดนึง แลดูชะตาอาภัพ
    กองเรือก็ไม่ได้ เมียก็จะหนี ศัตรูก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกิดเป็นแม่ทัพอาเดรียช่าง...
    เห็นลีอาห์โกรธขนาดนี้ อาเดรียคงแย่แน่ๆ มองไม่เห็นทางออกเลยเอเดรียนเอ๊ยยย
    #134
    0
  10. #133 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 07:51
    ไม่มมมมม เกลียดเอเดรียน(อ่าว) เหอะๆๆๆๆๆ ก็ไม่รู้สินะ เครียดแพรบบ อ่านแนวนี้มันบีบหัวใจ~~~~ แง้แง้แง้แง้ อิเอเดรียนแกควรจะรักสิยะ ไม่รักก็ปล่อยนางไปดิ รั้งไว้ตะมัย ผลประโยชน์?
    #133
    0
  11. #132 meiarchan (@meiar) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 22:55
    เอเดรียนคะแนนยังติดลบในสายตาเลสสินะ



    ส่วนซาฮาลคะแนนในใจเราเพิ่มขึ้นทุกวันๆ อยากให้คุ่กับรีดาห์จริงๆ สองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วน่ารัก(?)ดี



    เลาแลดูราชินีขึ้นทุกทีๆ อาคิดถึงฝ่าบาทเลอาฟร์จุงแต่รายนั้นคงไม่หลงรักคนนิสัยแบบเอเดียนแน่ๆ 



    ท่านหญฺงลีอาห์ใกล้ฟิวส์ขาด บังอาจมาทำลูกชายสุดที่รักของเค้าก็งี้แหละ
    #132
    0