[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,276 Views

  • 359 Comments

  • 1,105 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    59

    Overall
    19,276

ตอนที่ 20 : [Re-Write] "เมื่อกลับไปถึงธีสธรัล"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 พ.ย. 59

ซินญอร์มองเรือรบคาร์เธียร์จากห้องพักในมหาคฤหาสน์ขณะที่สนทนากับเลขาของแม่ทัพใหญ่

"แต่ตามกฎของเซนทอร์ การทำแบบนี้เท่ากับเป็นการฆ่าเลสธีราห์ชัดๆ"

จาร์เร็ตต์มุ่นคิ้วมองผู้นำของตนที่วางท่าเมินเฉยต่อคำทักท้วง "เราแทบจะไม่เข้าใจพวกเขาเลยเสียด้วยซ้ำ เหตุใดท่านชายจึงกล้าคาดเดาท่าทีของแอสทารอธ ท่านว่าเพียงแค่รั้งเลสธีราห์เอาไว้ในนานพอเท่านั้น แต่ตอนนี้ท่านกลับจะแจ้งเรื่องให้แอสทารอธทราบ" ผู้นำอาณาจักรที่ลุกเดินไปมาด้วยความกระวนกระวายเกี่ยวกับการเจรจาเดินกลับมานั่งที่โซฟาและเอนหลังพิงเบาะนุ่มช้าๆ

"ต่อให้ข้าจะเป็นผู้นำอาณาจักร แต่ข้าช่วยเหลือทุกคนไม่ได้หรอกนะ จาเร็ตต์" ซินญอร์กล่าว "และการคาดเดาท่านราชเลาแห่งแอสทารอธก็ไม่ได้ยากเย็นขนาดนั้นในเมื่อผู้บัญชาการกองเรือเซเลสต์เป็นถึงบุตรชายแท้ๆของนางเอง" ชายหนุ่มว่า เขาเองก็พยายามเลี่ยงจะไม่เรียกชื่ออีกฝ่ายหลังจากได้รับคำเตือนมาว่าเซนทอร์ไม่พอใจกับการถูกเรียกจากคนที่ไม่มีความสนิทสนมกัน "จิตใจของคนเป็นแม่มันไม่ได้ซับซ้อนเพียงนั้น"

"แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น... ท่านก็ไม่น่า..."

"การจะผลักดันให้เอเดรียนประกาศศึกมันใช้คำสั่งของข้าไม่ได้ เจ้าก็รู้ดี" ซินญอร์เสียงแข็ง "แต่ต้องใช้วิธีกดดันทั้งจากแอสทารอธและธีสธรัล นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าส่งเขาไปเจรจากับพระนางไวลด์" ผู้นำอาณาจักรมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งด้วยความกังวล "แม้นางจะยอมเดินทางมาถึงที่นี่ แต่นางไม่มีวันยอมเสียเปรียบแน่นอน และคำพูดของนางมีอำนาจพอที่จะทำให้เอเดรียนลุกขึ้นต่อสู้ได้เพื่อบ้านเมือง"

"ท่านชาย..." จาเร็ตต์มุ่นคิ้ว "ทำไมต้องทำร้ายเขาถึงเพียงนี้"

คนถูกถามเบือนหน้าหนีราวกับไม่ต้องการให้คำตอบ จังหวะเดียวกับที่ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับการกลับมาเยือนของเอเรส ว่าที่แม่ทัพคนใหม่ของอาณาจักรอาเดรีย "ท่านควรจะบอกข้าสักคำว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย" ร่างสูงเดินตรงนั่งที่โซฟาอย่างเป็นกันเองจนเกินควรจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีมารยาท แล้วรินน้ำชาในกาใส่ถ้วยเล็กๆของตนก่อนจะยกขึ้นจิบ

ซินญอร์ถอนใจเหนื่อยหน่ายแล้วจึงหันไปหาจาเร็ตต์ "นี่คือเอเรส ฟลินทรัสต์"

"ฟลินทรัสต์..." คนฟังเบิกตาขึ้นเล็กน้อยพร้อมทั้งอ้าปากค้าง และมองไปที่ผู้มาใหม่ซึ่งปฏิบัติตนเป็นปกติ ในขณะที่จาเร็ตต์ยังคงอ้าปากค้างอยู่นั้นด้วยเพิ่งสังเกตว่าทั้งสีผม สีตา และรูปหน้าของอีกฝ่ายล้วนแล้วแต่ถอดแบบมาจากเอเดรียน เว้นเสียแต่บุคคลิกที่ดูจะต่างกันโดยสิ้นเชิง "น้องชายของแม่ทัพใหญ่..."

ซินญอร์พยักหน้า "และว่าที่แม่ทัพใหญ่คนต่อไปแห่งอาเดรีย"

"เจ้าคงเป็นจาเร็ตต์" เอเรสจรดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย และวางถ้วยชาลง "ข้าเห็นเจ้าอยู่กับเอเดรียนบ่อยๆ" แต่ก่อนที่เอเรสจะได้เปิดบทสนทนากับจาเร็ตต์ด้วยความอยากรู้จักและอยากรู้อยากเห็น ซินญอร์ก็กระแอมขัดบทสนทนาขึ้นมาก่อนเพื่อเตือนให้เอเรสรู้ว่าอีกฝ่ายต้องพูดเรื่องอะไรหลังจากไปพบเซนทอร์มา

"อา... รายงานผลสินะ" ร่างสูงเอนตัวพิงโซฟาเมื่อถูกขัดใจ "มีหรือ ที่เอเรส ฟลินทรัสต์จะล้มเหลว"

"ต่อให้มันสำเร็จ ข้าก็อยากรู้ว่ามันจะสำเร็จอย่างไร เอเรส" ซินญอร์ว่า "ได้ยินว่าแอสทารอธในตอนนี้มีการประลองวาร์ดาเพื่อคัดเลือกผู้นำอาณาจักนคนต่อไป จึงน่าจะถ่วงเวลาได้อีกบ้าง และตอนนี้เอเดรียนก็กำลังเจรจากับธีสธรัลที่ไม่มีทางอ่อนข้อให้เราเป็นแน่"

"ข้าซื้อคนสวยได้... เท่านี้ก็คงจะเพียงพอแล้ว"

จาเร็ตต์อ้าปากค้างอีกครั้งกับวิธีการเรียก 'คนสวย' ของเอเรส และแน่นอนว่าเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร "แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง หากการประลองวาร์ดาเริ่มขึ้นในวันแรกของฤดูใบไม้ร่วงตามปฏิทินเซนทอร์ ข้าก็เกรงว่ามันคงจะจบลงเมื่อวานนี้แล้ว" ราชาโจรสลัดยิ้ม "คิดว่าข้าไม่เคย... ประมือกับเซนทอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของแอสทารอธหรือ"

"เจ้าหมายถึงอะไร เอเรส..."

"ซาฮาล ผู้บัญชาการกองเรือพาณิชย์กราเทียร์ ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงสุดลำดับที่ห้าของแอสทารอธ" เอเรสมีหูตามากพอที่จะรอบรู้ไปเสียทุกเรื่องเกือบทั่วแผ่นดิน ด้วยความที่เขามีเส้นสายและอิทธิพลกว้างขวาง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะรู้เรื่องของแอสทารอธดี และอาจจะรู้ความเคลื่อนไหวดีเสียยิ่งกว่าหน่วยข่าวที่ไหน "ผู้เข้าประลองวาร์ดาจะต้องมีความรอบรู้ จึงมีการสอบเก็บคะแนนเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เหนือหัวแห่งเซนทอร์เป็นพวกที่มีดีแต่พละกำลังทว่าปราศจากสมอง และการประลองจะเรียงลำดับตามคะแนนสอบนั้น ผู้ใดที่สามารถทำให้เหนือหัวดาเรียสล้มลงกับพื้นได้เป็นคนแรกจะเป็นผู้ชนะ"

นัยน์ตาสีเข้มของคนพูดหรี่ลงเล็กน้อย "และซาฮาลคือตัวเต็งสำคัญของการประลองนี้"

"ข้าส่งคนไปสืบข่าวนี้ที่แอสทารอธแล้ว หากการประลองสิ้นสุดลงจริง เราจะได้รู้เรื่องกันในวันนี้" ซินญอร์ตอบเสียงเรียบ "แต่หากผู้บัญชาการกองเรือพาณิชย์ได้เป็นผู้แอสทารอธจริงๆ เราอาจต้องกลับไปพิจารณาเรื่องเรือจักรไอน้ำ หากต้องการจะจับแอสทารอธเอาไว้ให้อยู่หมัด" เมื่อพูดถึงซาฮาล จาเร็ตต์ผู้เคยเดินทางไปแอสทารอธมาแล้วก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นเซนทอร์ที่น่าเกรงขาม ทั้งยังดุดัน ขึงขันอันเป็นคุณสมบัติที่เซนทอร์ทุกตนพึงมี อันแตกต่างจากเลสธีราห์โดยสินเชิง

เอเรสหัวเราเบาๆ "ซาฮาลผู้นั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคนสวยเลยล่ะ"

แม้จะเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร แต่จาเร็ตต์ก็รู้สึกแปลกประหลาดที่จะได้ยินเอเรสเรียกเลสธีราห์ว่า 'คนสวย' เลขาหนุ่มถอนใจเบาก่อนจะออกความเห็นบ้าง "ข้าคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีหากเซนทอร์ตนนั้นเป็นผู้นำคนต่อไปของแอสทารอธ เพราะดูเขาจะไม่ค่อยพอใจพวกเราตั้งแต่ครั้งที่เราเดินทางไปเจรจาครั้งที่แล้ว"

"ข้าบอกแล้ว ข้าไม่ได้ต้องการแอสทารอธ" ซินญอร์กล่าวเสียงเรียบ "ข้าต้องการเลสธีราห์"

 



ชัยชนะของซาฮาลอาจไม่ใช่เรื่องที่โจษจันในประวัติศาสตร์ เพราะเหนือหัวดาเรียสเองก็สามารถเอาชนะการประลองได้ในวันแรกเช่นกัน อีกทั้งยังสามารถทำคะแนนทดสอบความรู้ได้เป็นอันดับสองของอาณาจักรอีกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้ชัยชนะของซาฮาลแตกต่างนั่นคือการที่เขาเป็นผู้ท้าประลองที่สามารถเอาชนะเหนือหัวองค์ก่อนได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม

เหล่าขุนนางยืนเรียงแถวโดยพร้อมเพรียงเพื่อแสดงถึงความเคารพในงานพิธีระดับสูง เบื้องขวาที่เคยเป็นที่ของราชเลขาลีอาห์ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเซนทอร์สีดำลายขาว และตัวท่านหญิงนั้นไปยืนฝั่งซ้ายแทน หลังจากกล่าวต้อนรับแล้ว เหนือหัวดาเรียสก็หันไปหาซาฮาลซึ่งบัดนี้ไม่ใช่ผู้นำของกองเรือพาณิชย์อีกต่อไป แต่เป็นว่าที่เหนือหัวแห่งแอสทารอธ

"ในอีกยี่สิบสองปีต่อจากนี้เจ้าจะต้องร่วมลงการประลองวาร์ดาเพื่อเลือกเหนือหัวองค์ต่อไป... นับเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากสำหรับการนั่งตำแหน่งผู้นำแห่งแอสทารอธ" ดาเรียสกล่าวอย่างเห็นใจ "แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ทรงเกียรติสำหรับเซนทอร์ตนหนึ่ง"

"และเป็นผู้ที่ต้องปกป้องทั้งผลประโยชน์ เกียรติ และศักดิ์ศรีของเซนทอร์ทั้งหมด"

 ซาฮาลที่นิ่งฟังโดยสงบมาตลอด เงยหน้าขึ้นพร้อมกับยืดอกเป็นคำขออนุญาตออกความเห็น "เหนือหัวดาเรียส... ข้าอาสาที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของแอสทารอธในเหตุการณ์ครั้งนี้" ร่างสูงสูดลมหายใจเข้า และการเริ่มบทสนทนานี้ก็ทำให้ท่านหญิงลีอาห์ต้องหันมองด้วยหวั่นใจว่าสิ่งที่ซาฮาลกำลังจะพูดนี้จะเป็นรื่องเดียวกับที่นางคิดอยู่หรือไม่

"ข้าทราบมาว่า... อาเดรียจับผู้นำกองเรือเซเลสต์ไปกักขังไว้"

โถงกว้างเกิดเสียงพึมพำขึ้นในทันที แม้ว่าราชเลขาผู้เป็นมารดาของผู้นำกองเรือเซเลสต์จะกวาดสายตาดุดันมองปรามแล้วก็ตาม เหนือหัวดาเรียสอ้าปากค้างน้อยๆก่อนจะหันไปหาท่านหญิงคนสนิท "เป็นความจริงหรือ ลีอาห์..."

"ท่านหญิงคงยังไม่ทราบข่าว เนื่องจากเราสนใจการประลองวาร์ดา แต่ข้าทราบเรื่องนี้จากเฟรดา ผู้นำหน่วยลาดตระเวนในสังกัดของท่านหญิงโมนา" เฟรดามีศักดิ์เป็นผู้นำใต้สังกัด ดังนั้นนางจึงไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมในสภาขุนนางระดับสูง แต่เมื่อเอ่ยชื่อของแม่ทัพหญิงออกมา ทุกคนก็พยายามหันไปหาเจ้าของชื่อเป็นการตั้งคำถามต่อ

ทว่านางเองก็ไม่อยู่ในที่ประชุมเช่นกัน

"ท่านหญิงโมนาขอลากลับไปรักษาตัวที่มารินา" ราชเลขากล่าวตอบแทนเพื่อไขข้อข้องใจ "หลังจากพ่ายแพ้ต่อเหนือหัวดาเรียสเมื่อวานนี้..." ท่านหญิงโมนา แม่ทัพใหญ่แห่งแอสทารอธเองก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมประลองวาร์ดา อีกทั้งนางยังทำคะแนนสอบความรู้ได้เป็นอันดันสองของอาณักรอีกด้วย ทว่าด้วยสภาพโครงสร้างร่างกายแล้ว สตรีย่อมมีความปราดเปรียวมากกว่าทว่าไม่มีพละกำลังพอที่จะต่อกร ดังนั้นหญิงสาวจึงพ่ายแพ้การต่อสู้ไปพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าซึ่งนับเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเซนทอร์

"ตอนนี้ข้าอาจจะไม่ใช่เหนือหัวแห่งแอสทารอธ แต่ข้าอาสาจัดการเรื่องนี้..."

ผู้นำสูงสุดของอาณาจักรมุ่นคิ้วเชิงตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง นี่อาจเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่ละเอียดอ่อน และเกี่ยวเนื่องกับความเป็นความตายของเลสธีราห์ ดังนั้น ซาฮาลจึงไม่ควรหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือต่อหน้าเหล่าขุนนางโดยไม่ไถ่ถามหรือปรึกษาตัวเขาหรือว่าท่านหญิงลีอาห์เสียก่อน เพราะเลสธีราห์ใกล้ชิดเปรียบเสมือนน้องชายคนหนึ่งของเขา ดาเรียสจึงยอมไม่ได้ หากสภาขุนนางจะลงความเห็นพร้อมกันว่าควรใช้โทษทัณฑ์สูงสุดสำหรับอัศวิน

...นั่นคือความตาย

"อาเดรียเคยเสนอมอบศาสตร์การต่อเรือจักรไอน้ำในเราโดยขอเวลาหนึ่งเดือนเพื่อเตรียมความเรียบร้อย แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราได้รู้ว่าพวกมนุษย์คิดไม่ซื่อกับเรา อีกทั้งยังดูหมิ่นเกียรติของผู้บัญชาการกองเรือเซเลสต์อีกด้วย" ซาฮาลพูดต่อโดยไม่ปล่อยให้ขุนนางคนไหนได้มีโอกาสพูดแทรก ด้วยเกรงว่าจะถูกรบกวน "แต่ผู้บัญชาการเซเลสต์เองก็มีความผิดที่เปิดเผยความลับของอาณาจักร ทำให้สายลับของแอสทารอธจำต้องถอนตัวกลับมาเพื่อความปลอดภัย ดังนั้น..."

คนเป็นแม่กลั้นหายใจเล็กน้อยโดยไม่หันไปมองต้นเสียง

"ข้าจึงเสนอให้แอสทารอธตอบรับข้อเสนอของธีสธรัล และให้เลสธีราห์เปิดสงครามกับอาเดรีย!"

 



เอเดรียนกลับมายังห้องของเลสธีราห์ที่มหาคฤหาสน์แทนที่จะกลับไปยังราห์โมนาอันเป็นที่ของตน แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวของพวกเขาทั้งคู่จะไม่ได้อบอุ่นเป็นกันเองเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว แต่แค่ได้เห็นหน้ากันอีกครั้งกลับทำให้คนทั้งคู่รู้สึกสบายใจขึ้นมาชั่วขณะ "เจ้าลืมเสื้อคลุมเอาไว้" เซนทอร์ยื่นผ้าสีเขียวน้ำทะเลที่อีกฝ่ายใช้คลุมบ่าคืนให้โดยไม่พูดอะไรต่อ

"เจ้าทานอาหารเช้าแล้วหรือ" เอเดรียนเริ่มคุย เพราะเขาไม่ได้มีเจตนาแค่กลับมาเอาเสื้อคลุม

"ผักกินง่ายกว่าเนื้อ" ร่างโปร่งยิ้มจาง "เจ้าเป็นคนบอกคนครัวเรื่องที่ข้าไม่กินเนื้อหรือเปล่า" เลสธีราห์ไม่แน่ใจสถานะตนเองสักเท่าไหร่ เขาถูกจับในฐานะสายลับจากอาณาจักรอื่น ทว่านับแต่นั้น เซนทอร์หนุ่มก็คิดว่าเขาพักผ่อนอยู่ที่นี่อย่างสุขสบายพอสมควร และในช่วงแรกๆ อาหารที่ถูกนำมาให้ก็เป็นเนื้อเสียมาก แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นผักทั้งหมด

"ถึงยังไง... เจ้าก็เป็นคนของข้า ข้ามีหน้าที่ดูแลเจ้าไม่ใช่หรือ"

เอเดรียนก้าวเข้ามาหาอีกฝ่าย และมองสำรวจร่างกายตรงหน้าที่เคยมีบาดแผลซึ่งในบัดนี้จางหายไปจนหมดแล้ว และด้วยระยะใกล้ชิดนั้นเองที่ทำให้เซนทอร์หนุ่มรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายจนต้องเงยหน้าขึ้นสบตา

...ใช้ความสัมพันธ์ของเจ้าให้เป็นประโยชน์

เสียงของเอเรสดังขึ้นในหัว แม้ว่ามันจะทำให้เลสธีราห์เสียสมาธิไปบ้าง แต่เชายหนุ่มก็กลืนน้ำลายช้าๆก่อนจะเอ่ยตอบเสียงแผ่ว "ใช้คำว่า 'เป็นของข้า' ไม่ใช่ได้เหรอ" ตามปกติแล้วเซนทอรืหนุ่มไม่พูดจาแบบนี้ ดังนั้นเจ้าตัวเองจึงรู้สึกกระดากขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เช่นกัน และตัดสินได้ในอึดใจว่านี่เป็นวิธีการที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

"เจ้าพูดเอง แล้วหน้าแดงเองแบบนี้ได้อย่างไร" เอเดรียนหัวเราะเบาเอ็นดู "ไปเรียนมาจากไหนกัน"

"ข้าจะไปเรียนมาจากไหนได้"

ร่างโปร่งพึมพำ และอึดใจต่อมาเขาก็ถูกรวบเข้าไปอยู่ในวงแขนแกร่งของคนตรงหน้า และสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่คลอเคลียข้างแก้ม เลสธีราห์กอดตอบและหลับตาลงเพื่ออิงแอบไออุ่นตรงหน้าอีกสักพักเพื่อหลบหนีความจริงที่คนทั้งสองไม่ต้องการเผชิญ "เจ้าเป็นของข้า... เลสธีราห์" แม้คำพูดของอีกฝ่ายจะเอาแต่ใจและแสดงความเป็นเจ้าของ แต่พวกเขาต่างรู้ดีว่าในทางปฏิบัติแล้ว ทั้งคู่แทบจะไม่มีโอกาสอยู่ด้วยกัน

"เจรจาล้มเหลวอีกแล้วหรือ" เซนทอร์พึมพำถาม "ธีสธรัลไม่อ่อนข้อให้เจ้าหรือไร"

เอเดรียนหลับตาลงระหว่างชั่งใจว่าเขาควรจะให้คำตอบอีกฝ่ายหรือไม่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นความลับของอาณาจักร แต่ตัวเขาเองก็เคยสัญญาว่าจะบอกอีกฝ่ายในทุกเรื่องไม่ใช่หรือ "ธีสธรัลไม่อ่อนข้อ อีกทังยังเรียกร้องสิ่งที่สูงค่า" แม่ทัพใหญ่ถอนใจ "นางเรียกร้องให้ข้าฆ่าท่านชายซินญอร์... แลกกับความอยู่รอดของอาเดรีย"

เลสธีราห์กลั้นใจเมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาสีฟ้าครามเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง

"แล้วเจ้าให้คำตอบว่าอะไร..."

เอเดรียนกัดริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกได้ถึงรสเลือดก่อนจะหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด "ข้าเคยรอดตายจากธีสธรัลมาครั้งหนึ่ง เลส... ท่านชายซินญอร์เป็นคนช่วยชีวิตข้า ทั้งชีวิตของข้า เขาเป็นผู้นำเพียงคนเดียวที่ข้าสาบานว่าจะภักดี" ร่างสูงอิงซบหน้าผากของตนกับบ่าเปลือย "เจ้าคิดว่าข้าจะสามารถ... เนรคุณเขาได้ลงคอหรือ"

เลสธีราห์ครุ่นคิดกับคำพูดนั้นสักพัก และตัดสินได้ว่านี่คือคำปฏิเสธการเจรจาของธีสธรัล

...และเมืองเกาะแห่งนั้นจะใช้ไม้แข็งกับอาเดรียในไม่ช้านี้

อีกไม่นานธีสธรัลจะประกาศสงคราม แม้ว่าบ้านเมืองจะไม่พร้อมต่อสู้ แต่เขาจำได้ว่ากองเรือเวเรนเซียของธีสธรัลเองก็ไม่ได้น้อยหน้า พวกเขาเองก็ถูกขนานนามว่าจ้าวแห่งท้องทะเลเช่นกัน และหากเวเรนเซียทั้งหมดมารวมตัวกันที่อ่าวออโรรา มันก็สามารถถล่มทั้งเมืองให้ราบเป็นหน้ากลองได้โดยแทบไม่ต้องก้าวเท้าขึ้นฝั่ง

"ความภักดีหมายรวมทั้งความคิดและการกระทำ ต่อให้ไม่ลงมือ ก็ห้ามแม้แต่จะคิด..."

เลสธีราห์ยกมือขึ้นลูบผมสีเข้มของอีกฝ่ายช้าๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาด้วยหัวใจที่หนึกอึ้ง "แล้วความภักดีที่เจ้ามี มันช่วยเหลืออาณาจักรได้จริงหรือ" ผู้นำที่ไร้สามารถมีแต่นำพาความหายนะมาสู่ผู้ตาม ในฐานะแม่ทัพ พวกเขารู้กฎนี้อยู่แกใจใช่หรือ เลสธีราห์เข้าใจเอเดรียน ทั้งเหตุผลและความรู้สึกที่ยากจะหักหาญ ทว่าตัวเขาเองก็เข้าใจเหตุผลและความรู้สึกของท่านชายซินญอร์เช่นกันที่ดึงเอาเอเรส น้องชายของแม่ทัพใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องราวครั้งนี้

.

.

...ใช้ความสัมพันธ์ของเจ้าให้เป็นประโยชน์ เลสธีราห์

"ทำให้เอเดรียนเป็นผู้นำอาณาจักรอาเดรีย..."

 



"นึกอย่างไรถึงได้เสนอออกไปแบบนั้น"

รีดาห์ถามซาฮาลที่ยืนอยู่ริมผาติดทะเล สายตาของเซนทอร์หนุ่มทอดมองไปยังทางใต้ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาณาจักรอาเดรีย "เจ้าอยากให้เลสธีราห์ออกรบหรือยังไง" ซาฮาลเสนอขึ้นกลางที่ประชุมเรื่องวิธีการแก้ปัญหาของเลสธีราห์ด้วยหนทางที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะตามปกติแล้ว เซนทอร์ค่อนข้างจะเคร่งครัดในเรื่องของเกียรติ และการที่แม่ทัพเรือถูกจับตัวไปเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องขายหน้าเรื่องหนึ่งของแอสทารอธ และวิธีการแก้ปัญหาโดยทั่วไป พวกเขาก็เลือกที่จะเนรเทศแม่ทัพคนนั้นโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือไม่ว่าวิธีการใดๆ

"เกียรติของเซนทอร์คือการได้รบอย่างอัศวิน" ซาฮาลตอบ

"ข้าไม่เข้าใจเลย" รีดาห์บ่นอุบ "วิธีการแบบนี้เป็นวิธีการสกปรกยิ่งนัก มันสมกับเกียรติของอัศวินที่เจ้าพร่ำเพ้อมาอย่างนั้นหรือ การที่บอกอาเดรียว่าจะช่วยเหลือ แต่เมื่อได้ตัวเลสกลับมาแล้ว เราก็จะไปเข้าข้างธีสธรัล ทั้งยังแล่นเรือกลับไปโจมตีอาเดรียอีก"

"ข้าเลือกวิธีนี้เพื่อให้เลสธีราห์ได้พิสูจน์ตัวเอง" ซาฮาลว่า "และอาเดรียเล่นแง่กับเราก่อน"

"ข้าจะพูดอะไรได้ กับความคิดของว่าที่เหนือหัวแห่งแอสทารอธ" รองผู้บัญชาการเซเลสต์ประชดประชัน "หรือข้าควรจะว่าเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม เผื่อว่าในภายภาคหน้าข้าจะมีที่ยืนในสภาขุนนางบ้าง" เซนทอร์ที่ตัวโตกว่าหัวเราะในลำคอก่อนจะขยี้หัวคนข้างตัวด้วยความขบขัน

"ประชดข้าอย่างนี้ข้าจะลดตำแหน่งให้เจ้าเป็นคนล้างราชรถแทนคนซ่อมเรือ"

รีดาห์ปัดมืออีกฝ่ายออกแล้วมุ่นคิ้วประท้วง "พวกมนุษย์เขาเรียกตำแหน่งนี้ว่ากระไรนะ... ข้าเป็นถึงวิศกรรมประจำกองทัพเรือ เจ้าจะให้ข้าไปล้างราชรถเสียอย่างนั้น"

"วิศวกร..." ซาฮาลหัวเราะ "เรียกท่านรองผู้บัญชาการอย่างเดิมก็ดีแล้ว"

"นี่ข้าทำให้ว่าที่เหนือหัวหัวเราะออกมาได้ในรอบหลายปี เจ้าควรจะตบรางวัลให้ข้าด้วยซ้ำ เหตุใดจึงมาคิดเรื่องลดตำแหน่งข้าอยู่ได้" เซนทอร์ร่างโปร่งทักท้วง "เฮอะ ข้าไม่ถามเรื่องเลสแล้วก็ได้ มัวแต่เก็กอยู่นั่น พูดไปก็คงไม่ได้ความ ซ้ำข้ายังหงุดหงิดอีกด้วย"

"ข้าหัวเราะ... เพราะมันเป็นเรื่องตลกไร้สาระ ไม่ใช่ความสามารถของเจ้าเสียหน่อย"

"นี่เจ้าว่าข้าไร้สาระรึ ว่าที่เหนือหัว ไปซ่อมเรือแทนข้าซิ คำนวนความยาวของเสาหน้าเรือเองเลยก็แล้วกัน!!" รีดาห์เริ่มโวยวาย และเขาคิดว่าตนควรจะกลับไปงานดีกว่ามาสนทนากับคนที่ดูไม่ค่อยอยากจะให้คำตอบในเรื่องที่เขาอยากรู้

"รีดาห์... ตอนนี้เลสธีราห์เหมือนถูกเนรเทศออกจากแอสทารอธ ข้าเลือกทางนี้เพื่อให้เขากลับมามีที่ยืนในหมู่เซนทอร์ต่างหาก ที่นี้ก็ขึ้นกับเขาว่าจะสามารถทำได้หรือไม่" ประโยคนั้นทำให้ร่างโปร่งที่ตั้งท่าจะเดินเลี่ยงออกไปหันกลับมามองเล็กน้อย "เจ้าควรจะขอบคุณข้าที่ช่วยเหลือนายเจ้า มากกว่าจะมาไล่ข้าไปซ่อมเรือนะ"

"ถือว่าหายกันที่เจ้าว่าข้าไร้สาระแล้วกัน"

 



แม่ทัพแห่งอาเดรียดึงเชือกมัดปลอกแขนของตนไปพลางขณะเดินลงบันได เขาตั้งใจจะกลับไปที่ราห์โมนา แต่ก็พบว่าผู้นำอาณาจักรที่ตนหลบตาหน้ามาตลอดก้าวเข้ามาดักทางเอาไว้ที่กลางบันได "ข้าไม่เคยเห็นเจ้าพอใจที่จะพักในมหาคฤหาสน์ จึงได้สร้างราห์โมนาให้ แต่ดูเหมือนพักนี้เจ้าจะติดใจที่นี่นะ เอเดรียน" ซินญอร์กล่าวทักทายด้วยถ้อยคำที่ไม่ใคร่จะสดใสนัก

"เห็นเจ้าเพลิดเพลินกับการผูกมิตรกับเซนทอร์ตนนั้นเหลือเกิน"

เอเดรียนไม่กล่าวโทษผู้นำของตน เขาได้แต่ค้อมหัวยอมรับไม่โต้แย้ง "เลสธีราห์เป็นคนของข้า ไม่แปลกที่ข้าจะสนิทสนมกับเขา" เอเดรียนว่า "และมันคงเป็นความรับผิดชอบของข้าที่เขาถูกคุมตัวอยู่ที่นี่ ท่านชายซินญอร์" นัยน์ตาของเอเดรียนเคยอบอุ่นอยู่เสมอ แต่ในยามที่เจ้าตัวมองนิ่งเช่นนี้ ซินญอร์ก็สัมผัสได้ถึงโทสะที่อยู่ลึกๆในใจของอีกฝ่าย

"เจ้าจะโทษว่าเป็นความผิดข้ารึอย่างไร" กลางบันไดโถงกลางไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมในการสนทนา ดังนั้นซินญอร์จึงเป็นฝ่ายเดินนำอีกฝ่ายลงไปด้านล่างและตรงไปยังห้องรับรองด้วยตนเอง "ข้าไม่คิดว่าจะต้องอธิบายเรื่องนี้กับเจ้าหรอกนะ"

"ท่านไม่รู้กฎเกณฑ์ของเซนทอร์... ท่านไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหมายความว่าอย่างไร"

"บางครั้งกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดก็ผ่อนปรนได้ เอเดรียน เซนทอร์ตนนั้นเป็นบุตรชายแท้ๆของราชเลขาลีอาห์ อีกทั้งยังเป็นถึงผู้บัญชาการกองเรือรบเซเลสต์ เจ้าคิดว่าแอสทารอธจะยึดถือกฎเดิมๆและประหารผู้ครอบครองธนูแอควาเรียร์ทิ้งง่ายๆหรือ" ซินญอร์ย้อนถามบ้าง "แล้ววิธีการของเจ้ามันได้ผลมากมายสักแค่ไหน ข้าให้ป่าเวทมนตร์กับพวกเขา แต่เจ้ากลับเสนอเรื่องของเรือจักรไอน้ำอันเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าอาเดรียจะสรรหามามอบให้ได้"

"เจ้าลองขอเรือจักรไอน้ำกับราชินีไวลด์ดูหรือยังเล่า หากมันง่ายดายปานนั้น"

เอเดรียนมุ่นคิ้วอย่างอับจนเมื่อถูกแทงใจ เพราะเขาก็ลองยื่นข้อเสนอนั้นมาแล้ว และคำตอบที่ได้รับก็คือความกราดเกรี้ยวของราชินี อีกทั้งยังประกาศกร้าวว่าหากต้องการของสิ่งนั้นก็จะต้องแลกด้วยอิสรภาพของอาณาจักรอาเดรีย ผู้นำอาณาจักรตรงไปนั่งที่เก้าอี้เดี่ยวตัวใหญ่ โดยมีพวกแม่บ้านที่รู้งานจัดแจงยกชุดน้ำชาและอาหารว่างมาให้เดินตามหลัง

"ใช้สิ่งที่มีอยู่ เอเดรียน... หาใช่ลมปาก"

"แต่สิ่งที่ข้ามีอยู่... คือความภักดีต่อท่าน" แม่ทัพใหญ่สูดหายใจเข้า "ซึ่งข้าแลกมันไม่ได้"

ท่านชายซินญอร์กำหมัดแน่นขึ้นมาและเบือนหน้าหนีคำพูดนั้น นี่เองคือความอ่อนแอที่เขาเกลียดชัง ซินญอร์รู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถมีอำนาจในอาณาจักรนี้ได้ด้วยความเกรงในคำพูดของพี่สาว ดังนั้นหากเขาต้องการให้อาเดรียก้าวต่อไป ชายหนุ่มคิดว่าคงมีหนทางเดียวนั่นคือการเปลี่ยนผู้นำซึ่งผู้นำที่มีความสามารถพอในสายตาของเขาตอนนั้นก็เห็นจะมีแต่แม่ทัพเอเดรียนเท่านั้น แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้หากอีกฝ่ายยังมีความจงรักภักดีต่อเขาแบบนี้

"ดังนั้นข้าจะใช้สิ่งที่ข้ามีในการเจรจากับแอสทารอธ..."

"ท่านชาย!" เอเดรียนกำหมัด "วิธีนี้มีแต่เพิ่มความโกรธแค้นให้เซนทอร์ หาใช่วิธีการสร้างพันธมิตรที่ดี" วิธีการสร้างพันธมิตรที่ดีสำหรับเอเดรียน คือการที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์จากการพึ่งพาอาศัยกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาพยายามเสนอผลประโยชน์ให้แอสทารอธ หาใช่การบีบให้จำนนอย่างที่ซินญอร์กำลังจะทำ

"เอเดรียน เจ้ายังอ่อนเกินไป และถ้าเจ้าไม่แข็งแกร่งขึ้น เจ้าจะถูกควบคุม"

ท่านชายวางถ้วยชาในมือลง "ตอนนี้ไวลด์คงหมายหัวข้ากับพี่สาว เพราะเป็นสุนัขที่เลี้ยงไม่เชื่องอีกแล้ว และอาจจะพยายามผลักดันให้เจ้าเป็นผู้นำอาเดรียแทนข้าด้วย ใช่รึเปล่า..."

แม่ทัพหนุ่มกลั้นใจเมื่อผู้นำอาเดรียคาดเดาเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ "ข้า..."

"ขอให้จำไว้ว่าผลประโยชน์ของอาณาจักรคืออะไร" ผู้นำกดเสียงต่ำดุดัน "อาเดรียคือสิ่งที่เจ้าจะต้องรักษา คือแผ่นดินที่สมควรได้รับความจงรักภักดีจากเจ้า" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนและเตรียมจะผละออกไปจากห้อง "เอเดรียน เจ้าเป็นคนที่ข้าให้ความหวังว่าหากข้าไม่สามารถเป็นผู้นำได้อีก เจ้าจะได้ปกครองอาเดรียแทนข้า แต่กับเรื่องแค่นี้เจ้ายังไม่เด็ดขาด ข้าจะวางใจยกตำแหน่งผู้นำให้เจ้าได้อย่างไร"

ซินญอร์รู้ดีว่าอีกไม่นานเขาจะต้องลงจากตำแหน่ง เพราะราชินีแห่งธีสธรัลก็ไม่พอใจเขา ผู้นำไอย์ชวลก็ไม่ได้ญาติดีด้วย อีกทั้งเหนือหัวแห่งแอสทารอธที่จะเป็นปรปักษ์กับเขาในอนาคตอีก อาเดรียไม่สามารถมีผู้นำที่ตั้งตนเป็นศัตรูกับอาณาจักรอื่นไปทั่วแบบนี้ แต่ซินญอร์ก็ยังลงจากอำนาจไม่ได้หากปัญหาทั้งหมดยังไม่ถูกแก้ไข

และเขาจะสร้างผู้นำคนใหม่ได้อย่างไร หากฝ่ายนั้นยังอ่อนแอแบบนี้

"ท่านชาย" เสียงของทหารยามหน้าประตูร้องเรียก "คณะทูตจากแอสทารอธเดินทางมาขอรับ"

ใบหน้าของเอเดรียนเผือดซีดไร้สีเลือดทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น เช่นเดียวกับซินญอร์ที่ตกตะลึงไปชั่วขณะ "ท่านส่งข่าวเรื่องเลสธีราห์ให้แอสทารอธอย่างนั้นหรือ!!" เอเดรียนตวาดถามผู้นำอาณาจักร มือทั้งสองข้างกำแน่นด้วยโทสะ และพยายามหักห้ามไม่ให้ตนชักดาบใส่ท่านชาย

...เปล่าเลย เขาไม่ได้คิดจะส่งข่าวให้แอสทารอธสักนิด

ซินญอร์กลืนน้ำลายลงคอก่อนจะยืดตัวขึ้นอย่างไม่รู้สึกรู้สา "ใช่..."

 



ราชินีแห่งธีสธรัลเงยหน้าขึ้นมองคนสนิทที่รีบรุดเข้ามาในห้องพักของเธอโดยไม่เคาะประตูล่วงหน้า "มีอะไรเร่งด่วนหนักหนา เจ้าถึงลืมมารยาทไปได้น่ะ หืม..." หญิงสาวถามเสียงเรียบและละสายตาจากหนังสือในมือขึ้นมามองคาดคั้นคนที่ดูเหนื่อยราวกับวิ่งมาในระยะทางไกลและเร่งร้อนเป็นเชิงตำหนิกึ่งคาดคั้น

"ขออภัยพระนาง... แต่เกิดเรื่องแล้วขอรับ"

"หากไม่เกิดเรื่องสิข้าจะลงโทษเจ้า..." ผู้นำหญิงตอบ "มันเรื่องอะไรกัน"

"ราชรถจากแอสทารอธเดินทางมาถึงมหาคฤหาสน์ และข้าเห็นด้วยตัวเองว่าผู้ที่มาคือท่านหญิงลีอาห์ ราชเลขาคนสนิทของเหนือหัวดาเรียส" คนฟังกลั้นหายใจทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางปิดหนังสือในมือพร้อมกับผุดลุกขึ้นยืนด้วยอารามตกใจ "พวกเขาพูดคุยกันอยู่ในมหาคฤหาสน์..."

"เรียกกัปตันและแม่ทัพเรือมาพบข้า"

ผู้นำหญิงคว้าเสื้อคลุมตัวยาว ก่อนจะเดินนำออกไปจากห้องพักเพื่อตรงไปยังห้องบัญชาการที่อยู่ท้ายเรือ พระนางหยุดที่กราบเรือครู่หนึ่งขณะเพ่งมองกลับไปยังมหาคฤหาสน์และปราการแห่งอาเดรีย "ถ้าแอสทารอธร่วมมือกับอาเดรีย... ข้าควรจะทำยังไง" ราชินีถามตัวเอง พระนางถอนใจด้วยความหนักอกอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปในห้องบัญชาการ กัปตันเรือคาร์เธียร์และแม่ทัพเรือเวเรนเซียตามมาสมทบหลังจากนั้นด้วยสีหน้างุนงงจนผู้นำอาณาจักรรู้สึกหงุดหงิด

"แอสทารอธมาถึงที่นี่แล้ว" เพียงประโยคเดียวของพระนาง ขุนนางระดับสูงทั้งสองก็เปลี่ยนสีหน้า

"แปลว่าพวกเขาจะร่วมมือกับอาเดรียจริงหรือ" ผู้นำอาณาจักรเบือนหน้าหนีคำถามนั้นด้วยความที่นางเองก็ตอบไม่ได้เช่นกัน "พระนาง... ถ้ากองเรือเซเลสต์มาร่วมสมทบกับอาเดรีย เวเรนเซียไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน"

"ท่านแม่ทัพ... ระยะทางจากอ่าวเทเทสของแอสทารอธมาจนถึงท่าเรืออาเดรียใช้เวลานานแค่ไหน"

แทนที่จะเสวนากับความตื่นตระหนกของกัปตันเรือ ผู้นำหญิงหันไปถามแม่ทัพเรือต่อ "เพียงครึ่งวันเท่านั้นขอรับ" แม่ทัพหนุ่มว่า "แต่... กองเรือของแอสทารอธไม่ได้ออกรบมานานแล้ว ส่วนมากพวกเขาจะส่งเรือลาดตระเวนออกไปมากกว่า และก็เป็นเรือลาดตระเวนเพียงไม่กี่ลำที่ใช้สลับกันไป"

ราชินีพยักหน้า "ถ้าแอสทารอธจะส่งกองเรือมาร่วมรบ พวกเขาจะต้องใช้เวลาเตรียมการอย่างเร็วที่สุดเท่าไหร่ กองเรือเซเลสต์มีเรือทั้งหมดกี่ลำ" นางถามหลายคำถาม และมองข้ามวิธีแก้ปัญหาอื่นไปจนหมด ด้วยรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถเจรจากับประชาชนได้อย่างแน่นอน ไวลด์เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของธีสธรัลได้ไม่นาน ดังนั้นการแจ้งข่าวร้ายครั้งนี้อาจหมายถึงความสั่นคลอนของบัลลังก์ และในเมื่อการเจรจากับอาเดรียไม่ได้ผล นางก็เหลือเหตุผลเดียวนั่นคือการยึดเอาเมืองท่านี้กลับมาเป็นอาณานิคมอีกครั้ง

"อย่างน้อยก็เดือนหนึ่งหากพวกเขาต้องการจะนำกองเรือเซเลสต์ทั้งหมดออกมา ทั้งห้าร้อยลำ..."

"ห้าร้อยหรือ" ราชินีกลั้นใจ "เวเรนเซียมีเพียงสามร้อย ซ้ำยังเป็นเรือน้ำหนักมากไม่ใช่เรือเร็วแบบของแอสทารอธ" เธอมองออกไปด้านนอกเรืออีกครั้งพร้อมกับใช้ความคิด "ท่านแม่ทัพ... เราจะต้องใช้เรือเท่าไหร่ถึงจะสามารถตีปราการอาเดรียแตกได้" แม่ทัพเรือค้อมหัวลงครั้งหนึ่งเป็นเชิงขออนุญาตตอบคำถาม

"หากเป็นกษัตริย์องค์เก่า... เขาใช้เรือเพียงห้าสิบลำเท่านั้น"

...การพูดถึงกษัตริย์องค์ก่อนอาจทำให้ราชินีกราดเกรี้ยวได้ ดังนั้นแม่ทัพเรือจึงเลือกที่จะก้มหัวลงเพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์ "ไม่มีทางที่เราจะเอาชนะกองเรือเซเลสต์" พระนางทวนคำไปมา "แต่ถ้าเราสามารถตีอาเดรียแตกได้อีกครั้ง และทำให้พวกมันกลับมาเป็นเมืองขึ้นอีกครา เราก็จะไม่ต้องสู้กับแอสทารอธ"

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองผู้นำแห่งเวเรนเซีย "เจ้านำทัพเรือห้าสิบลำออกรบได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่"

...

คนถูกถามจรดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้น "เมื่อกลับไปถึงธีสธรัลขอรับ"

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #347 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:27
    เดี๋ยวค่ะราชินี เค้ายังไม่ได้เจรจาอะไรกันเลย โอ้ย รีบรบไปไหน 555
    #347
    0
  2. #281 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 20:01
    สรุปคนรอบตัวเอเดรียนนี่รู้กันหมดสินะ รวมหัวกันวางแผนให้เอเดรียนเดิน ... 55555555555555555
    โถ เอเรส ใจเย็นนะ เจอจาเร็ตต์ล่ะทำหน้าเป็นหมาหิว อุ้ย  ...  เสือหิวเลย
     
    ... นี่ก็อยากถามซาฮาล  ทำไมต้องพูดต่อหน้าคนอื่นนนน แงงงงงงง
     
    อร้าาาาาาาา  เลสน่าร้ากกกกกกกกกกกกกก  //กอด  //ลูบ  //ฟัด  //อม(?)   ...  ไม่ได้เรียนน่ะเอเดรียน แค่โดนยุมาเฉยๆ  เอเรสไงจะใครล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    จริงๆรีดาห์ก็ช่างค่อนขอดดีนะ  สมกะซาฮาลดี
    วิศวกรรมตัวร้ายกับชายผู้จะขึ้นเป็นกษัตริย์  ............  อ้าว วิศวกรไม่ใช่วิศวกรรมเหรอ 555555555555555555555555555
    รีดาห์ อาการไล่ซาฮาลไปซ่อมเรือนี่เหมือน ... เหมือน ........... เหมือนเมียที่งอนแล้วไล่สามีไปหาข้าวกินเองอ่ะ .............
     
    ถึงจะอ่อนน้อมให้แต่ก็แสดงชัดเจนว่าไม่พอใจซินญอร์อ่ะน้าาาาาาา
    อ้าาาาา ท่านชายยย เราเข้าใจนาย  เหนื่อยใจกะเอเดรียนเน้อะ เปิดทางขนาดนี้ บอกนัยขนาดนี้ ... 555555
     
     
    #281
    0
  3. #273 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 21:22
    แง ท่านชาย ท่านชายยอมรับทำไมคะ ฮืออออออ ;_________;
    รู้สึกเศร้าๆ ตอนที่เอเดรียนคุยกับท่านชายขึ้นมาค่ะ มันต้องมีอะไรแน่ๆ แงงงง ท่านชาย บริบทเหมือนตัวร้าย แต่ตรงที่บอกว่ายังไงก็ต้องอยู่ใต้อำนาจพี่สาวนี่มันเศร้าหลายๆ ค่ะ ;w; ท่านชายคงมีอะไรในใจด้วย เป็นฉากที่ทำให้เศร้าทั้งที่ไม่มีตรงไหนเศร้าจริงๆ ค่ะ /อาจจะเพราะคนอ่านแอบชอบท่านชายอยู่ลึกๆ ก็เป็นได้ค่ะ/
    รวมตอนที่คุยกับจาเร็ตต์แล้วจาเร็ตต์ถามท่านชายว่าจำเป็นต้องโหดร้ายขนาดนั้นเลยเหรอไปอีกตอนนึง เชื่อว่าท่านชายเองก็ไม่ใช่ไม่รู้สึกค่ะ ทำไมมันเศร้าใจขนาดนี้คะ
    อีกครั้งนะคะ ท่านชายยยยย ยอมรับทำไมคะ ไม่ต้องพยายามทำให้ความรู้สึกของเอเดรียนติดลบขนาดนั้นก็ได้ ;__________;

    คือรู้สึกว่าใครๆ ก็ดันเอเดรียนเป็นผู้นำอย่างชัดเจนมากค่ะ แล้วดูฝ่ายคนถูกดัน ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยยยยยยย
    แต่เอาจริงๆ แล้วก็เข้าใจเอเดรียนอยู่นิดนึงนะคะ ก็ท่านชายเป็นคนช่วยชีวิตไว้ก็ต้องภักดีกับท่านชายสิ ส่วนที่รักบ้านเมืองก็ตามมาจากความภักดีนั่นแหละ ทำไมทุกคนต้องโหดร้ายกับเอเดรียนแบบนี้คะะะะะ
    สงสารเลยค่ะ รู้สึกระบบกรรมเรื่องนี้มันทบเท่าทวีคูณมาก ทำร้ายเลสธีราห์ไปตอนเดียว ต่อมาเอเดรียนก็โดนรัวมากค่ะ 55555555555

    ซาฮาลก็ชนะแล้ววววววว เฮฮฮฮฮฮ /เอาซาฮาลมาไว้หลังๆ แบบนี้ก็รู้สึกแปลกดีค่ะ ปกติลำเอียงพูดถึงก่อนตลอด 5555555555/
    ทำไมความต้องการของซาฮาลกับพวกมนุษย์นี่ดูขัดกันจังคะ แต่ก็น่าจะเป็นเรื่องปกติแหละ
    เหนือสิ่งอื่นใด ฉากซาฮาลขยี้หัวรีดาห์มันเป็นอะไรที่ชุ่มชื้นหัวใจมากค่ะะะะะ โอ้ยยยยยย คนอ่านมีความรู้สึกว่าถูกฮีลจนเลือดเต็มหลอดเลยค่ะ /แต่พอเจอท้ายตอนไปเลือดก็ลดเข้าขั้นวิกฤตเลยค่ะ ฮือ ท่านชาย/
    ทำไปทำมา ดูท่าว่าซาฮาลกับรีดาห์จะได้เป็นคู่ที่ให้อารมณ์สบายๆ ที่สุดในเรื่องแล้วค่ะ (ถ้าไม่นับคูแรนน์เรียฟที่โผล่มาทีนึงก็แซงทางโค้งนะคะ) คาดไม่ถึงเลยค่ะ 5555555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2559 / 19:24
    #273
    0
  4. #146 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 18:05
    ท่านหญิงงงงงงงงงง หม่าม๊าาาาาาาาาาาาา อรั๊ยยยยยยย ชอบนางตอกหน้าซินญอร์มากกกกก โดนไปหลายดอกเลย ฮ่าาาาาาาาา
     
    อิซินนี่ก็ยุแยงเอเดรียนเหลือเกินนนนนน เอเดรียนแอบขึ้นเลย(ใช่มั้ย?) เค้าหวงของเค้า 😂😂😂
     
    อยากอ่านต่อแย้ววววววววววว ไรท์เตอร์สู้ๆ o(`ω´ )oo(`ω´ )o
    #146
    0
  5. #145 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 10:27
    เกลียดนักแล ให้ตาย สู้ๆนะเลส
    #145
    0
  6. #143 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 22:04
    ก็ม่ายมีไรมากกกกก// อ่อมมมมมมม ????
    แค่จะบอกว่า ขอเป็นFCท่านแม่ค่ะ!! อรัายยยยยย แอบอยากให้มีบทท่านพ่อบ้างเบาๆ // หันไปทำปากสระอิใส่เอเดรียนรัวๆ =^=
    #143
    0
  7. #142 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 11:34
    เบื่อจริงมนุษย์ //พูดเหมือนตัวเองไม่ใช่๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ เลสอย่ายอมให้คนอื่นใช้เราเป็นเครื่องมือนะ!!!
    #142
    0