[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,452 Views

  • 359 Comments

  • 1,121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    148

    Overall
    19,452

ตอนที่ 21 : [Re-Write] "ข้าหมายถึงเอเดรียน"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 พ.ย. 59

คณะทูตจากแอสทารอธเดินทางมาด้วยราชรถขนาดใหญ่ที่เทียมด้วยกระทิงป่าโตเต็มวัยสี่ตัว โดยไม่มีสารถีควบคุมบังเหียน อีกทั้งไม่มีผู้ติดตามที่มีอาวุธครบมืออีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การก้าวลงจากราชรถในร่างมนุษย์ของท่านหญิงลีอาห์ก็ยิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าขุนนางที่มารอต้อนรับ กระทั่งท่านชายซินญอร์ยังขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นสตรีร่างบางที่มาในฐานะทูตสูงสุดของแอสทารอธ

"ท่านราชเลขา..."

เอเดรียนจดจำใบหน้าเรียบเฉยที่งดงามทว่าเด็ดเดี่ยวของนางได้ เขาจึงเป็นคนแรกที่ค้อมหัวลงแสดงความเคารพ และเมื่อเหล่าขุนนางเห็นเช่นนั้น พวกเขาก็ทำตาม ลีอาห์ดูไม่สนใจมารยาทของเหล่ามนุษย์ นางกวาดสายตามองผู้คนโดยรอบและหยุดมองที่ผู้นำสูงสุดของอาเดรียอย่างแน่วแน่ และสายตาดุดันเด็ดเดี่ยวของนางก็ทำให้คนถูกมองกลั้นใจไม่รู้ตัว

"รู้สึกเป็นเกียรติเหลือเกินที่ผู้นำอาณาจักรอาเดรียออกมาให้การต้อนรับด้วยตนเอง"

"อาเดรียก็รู้สึกเป็นเกียรตินักที่มีโอกาสต้อนรับท่านหญิง"

เอเดรียนมุ่นคิ้วเล็กน้อยด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่เซนทอร์หญิงกล่าวมานั่นคือคำประชดประชัน เพราะเหตุผลที่นางเดินทางมาที่นี่ก็ด้วยเรื่องของเลสธีราห์ ผู้ซึ่งถูกอาณาจักรอาเดรียกักขังเอาไว้อย่างไม่สมศักดิ์ศรี "ข้าอดประหลาดใจไม่ได้ที่เห็นท่านราชเลขาเดินทางเพียงลำพัง" ซินญอร์จดจำวิธีการเรียกของเอเดรียนเมื่อครู่นี้และนำมาใช้ในการสนทนาเพื่อไม่สร้างความขุ่นเคืองให้กับทูตใหญ่มากไปกว่าเดิม

"นี่เป็นธุระเร่งด่วนที่ข้าจะต้องรีบสะสาง ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมายทั้งทูตจากไอย์ชวล และธีสธรัลยังรอพบข้าอยู่" ราชเลขาแห่งแอสทารอธจงใจหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพื่อดูปฏิกิริยาของคู่สนทนา ซึ่งท่านชายซินญอร์ก็พยายามรักษาความสุขุมเอาไว้ให้มากที่สุด "หลังจากการประลองวาร์ดาข้าจึงต้องรีบออกเดินทางมาในทันที"

ซินญอร์ผายมือเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน "ข้าขอแสดงความยินดีกับว่าที่เหนือหัวแอสทารอธด้วย..."

"ท่านคงไม่ยินดีนักหรอก" ลีอาห์ทอดยิ้มเย็น "เพราะดูเหมือนเหนือหัวองค์ใหม่ไม่ใคร่จะชอบใจอาเดรียสักเท่าไหร่" เมื่อเข้าไปในห้องรับรอง ท่านหญิงลีอาห์ก็ตรงไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่โดยไม่รอให้เจ้าบ้านออกปากเชิญ ดังนั้นซินญอร์จึงนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม และเอเดรียนก็ขยับไปยืนอยู่ด้านหลัง ผู้นำอาณาจักรไม่รู้ว่าความจะเริ่มต้นการสนทนาอย่างไร อันที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเดินทางมาด้วยจุดประสงค์ใด แต่หากพิจารณาน้ำเสียงและวิธีการพูดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ราชเลขาดูจะมีโทสะอยู่มาก ซึ่งนั่นหมายความว่าเหตุผลในการเดินทางมาเยือนอาเดรียของนางย่อมเกี่ยวกับเลสธีราห์อย่างแน่นอน

"ข้าต้องขออภัยอย่างมากที่เชิญตัวแม่ทัพเซเลสต์มาด้วยวิธีการที่ไม่สุภาพนัก"

เอเดรียนเหลือบมองผู้นำของตนเล็กน้อยและไม่ขอออกความเห็น เขาหลบลงมองพื้นด้วยใจที่เริ่มหดเล็กลงราวกับกำลังหวาดกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เลสธีราห์เป็นบุตรชายคนเดียวของราชเลขา และการที่นางเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเองเพียงลำพังในทันทีที่สิ้นสุดการประลองวาร์ดา นั่นก็แปลว่านี่เป็นเรื่องที่สร้างความไม่พอใจให้นางอย่างที่สุด

...แต่เอเดรียนก็เดาไม่ได้ว่าท่านหญิงลีอาห์มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ใด

"ไม่มีประโยชน์ที่จะกล่าวเช่นนั้น ในเมื่อท่านปล่อยให้เรื่องราวเลยเถิดมาจนป่านนี้"

ประตูห้องรับรองเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการมาถึงของเลสธีราห์ที่ถูกพาลงมาจากห้องพักด้านบน และทันทีที่เห็นการมาเยือนของมารดา เซนทอร์หนุ่มก็เบิกตาสีฟ้าขึ้นด้วยความตกใจ "ท่านแม่..." ลีอาห์วางท่าไม่สนใจบุตรชาย แม้ว่าตอนนี้นางอยากจะตรงเข้าไปหาและไถ่ถามหลายเรื่องก็ตามที "ท่านคงมีเหตุผลที่เชิญตัวแม่ทัพเรือมาที่นี่ แต่ข้าก็ไม่มีเวลาจะมารับฟังหรือเจรจา"

"ข้าเพียงแค่เชิญเขามาพูดคุยเรื่องความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับของอาณาจักร"

"...ข้าได้ให้คำตอบไปแล้วในครั้งที่แม่ทัพเอเดรียนเดินทางไปแอสทารอธ"

"ท่านราชเลขา..." ซินญอร์พยายามอธิบาย "อาเดรียและแอสทารอธเป็นเมืองท่าเหมือนกัน เราไม่ควรจะห่างเหินจากกัน ควรจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันไม่ใช่หรือ ในยามที่ท่านเดือดร้อน พวกเราก็จะช่วย แต่ในยามที่พวกเราเดือดร้อน เรากต้องการความช่วยเหลือเช่นกัน"

"แล้วสัญญาของอาเดรียที่จะมอบสิ่งตอบให้กับความช่วยเหลือของเราเล่า ท่านลืมไปแล้วหรืออย่างไร" ลีอาห์ถามเสียงเรียบ "ท่านเชิญแม่ทัพเรือมาที่นี่เพื่อเจรจาเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว แล้วเขาไม่เคยบอกท่านหรือว่าเขาไม่มีอำนาจใดๆในการตัดสินใจ"

ท่านชายซินญอร์เม้มปากทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขารู้ดีว่าเลสธีราห์ไม่อำนาจในการตัดสินใจ เพราะบุคคลที่จะสามารถตัดสินใจประกาศสงครามได้คือเหนือหัวแห่งอาณาจักรคนเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่ซินญอร์ต้องการในตอนนี้หาใช่กองเรือเซเลสต์ แต่เป็นเพียงความช่วยเหลือจากเลสธีราห์เพียงคนเดียวเท่านั้น เอเรสกล่าวว่าเขาสามารถซื้อใจเลสธีราห์ได้แล้ว แต่แน่นอนว่าการมาถึงของราชเลขาทำให้ทุกอย่างที่ดูเป็นไปตามแผนได้รับผลกระทบทั้งหมด และซินญอร์ก็มั่นใจว่าพวกเขาคงไม่สามารถ 'ซื้อ' ราชเลขาแห่งแอสทารอธได้อย่างแน่นอน

อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในระยะเวลากระชั้นชิดเช่นนี้... พวกเซนทอร์รู้ข่าวเรื่องเลสธีราห์ได้อย่างไรกันหนอ

"ข้าขอยืนยันข้อเสนอ" เอเดรียนเป็นฝ่ายพูดบ้าง และหันไปสบตาท่านหญิงเพื่อขอเวลา "ที่ข้าได้พูดไป..."

"ข้าคาดหวังว่าข้าจะเชื่อในลมปากของเจ้า แม่ทัพเอเดรียน ในตัวเจ้าเองทิ้งโอกาสที่ข้าหยิบยื่นให้อย่างไม่ใยดี" ลีอาห์กล่าวทำลายบทสนทนา นางสูดลมหายใจเข้าช้าๆเพื่อควบคุมอารมณ์ที่แสดงออกมารุนแรงจนเกินควร "แต่อย่างไรแอสทารอธก็คงต้องยอมรับในความผิดที่ส่งคนเข้ามาสืบข่าวคราวในอาเดรีย" ราชเลขากล่าวพร้อมกับหยิบเอาม้วนหนังออกมาจากกระเป๋าของนาง และคลี่ออกเพื่อเผยให้เห็นสิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นซึ่งเป็นภาษาทางการพร้อมลงนามของเหนือหัวดาเรียสแห่งแอสทารอธ

"และนี่คือบทลงโทษสำหรับผู้บัญชาการกองเรือรบเซเลสต์" ท่านหญิงก้มหน้าอ่านคำประกาศ

"นับแต่นี้เป็นต้นไป เลสธีราห์ บลังค์ ผู้บัญชาการกองเรือรบเซเลสต์จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง และถูกขับออกจากอาณาจักรแอสทารอธตามกฎของอัศวินเซนทอร์ อันเป็นบทลงโทษสูงสุดของผู้ที่นำพาความเดือดร้อนและความน่าอับอายมาสู่อาณาจักร โดยจะไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องหรือข้อเสนอใดๆของอาณาจักรอาเดรีย" เมื่อต้องอ่านสิ่งที่อยู่ตรงหน้าออกมา ท่านหญิงลีอาห์ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อไม่ให้น้ำเสียงของตนสั่นคลอนเพื่อไม่ให้ความรู้สึกลำเอียงต่อคนในครอบครัวมีอำนาจเหนือความซื่อตรงในหน้าที่

ในขณะที่เลสธีราห์หลับตาลงช้าๆด้วยยอมรับในชะตาของตนเอง "แต่เนื่องด้วยเห็นในความดีความชอบและผลงานที่ผ่านมา ในนามของเหนือหัวดาเรียสแห่งแอสทารอธ จึงขอมอบหมายภารกิจสำคัญให้... นั่นคือการกอบกู้ชื่อเสียงของผู้บัญชาการกองเรือรบกลับคืนมา ด้วยการประกาศชัยชนะในสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น"

เลสธีราห์เบิกตาขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ...แอสทารอธจะประกาศสงครามหรือ

ลีอาห์ลดแผ่นหนังชิ้นนั้นลงก่อนจะม้วนแผ่นหนังแล้วส่งให้กับท่านชายซินญอร์แห่งอาเดรีย "แอสทารอธตกลงเข้าร่วมสงคราม ขึ้นอยู่กับพิจารณาของท่านว่าต้องการจะทำศึกหรือไม่" ท่านหญิงมองคู่สนทนาอย่างคาดคั้น "นี่คือภารกิจสุดท้ายของผู้บัญชาการกองเรือรบก่อนที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง และเรือเพียงลำเดียวที่จะออกศึกครั้งนี้ก็คือเรือเซเลสต์" คนเป็นแม่กลั้นใจอีกครั้งก่อนจะหันไปสบตากับบุตรชาย ผู้ที่ยังมีสีหน้าตกตะลึง

"และนี่เป็นความเมตตาครั้งสุดท้ายจากเหนือหัวดาเรียส"

 



การกอบกู้ชื่อเสียงของผู้บัญชาการกองเรือรบกลับคืนมา ด้วยการประกาศชัยชนะในสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น

นี่คือคำพูดที่แยบยลของเหนือหัวดาเรียส จริงอยู่ว่าเขาตัดสินใจทำตามกฎของเซนทอร์ในขั้นต้น นั่นคือการปลดเลสธีราห์ออกจากตำแหน่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยื่นข้อเสนอว่าหากอีกฝ่ยสามารถปฏิบัติภารกิจนี้สำเร็จได้ เลสธีราห์ก็จะสามารถกลับมายังแอสทารอธในฐานะอัศวินอีกครั้งเช่นกัน... อีกทั้ง 'ในสงครามที่กำลังจะขึ้น' ที่ว่านี้ แอสทารอธเองก็ไมได้ระบุอีกด้วยว่าตนจะเข้าข้างฝ่ายใด

...ดังนั้นอาเดรียจึงไม่มีทางรู้คาดเดาเลยว่าตนต่างหากที่กำลังจะถูกโจมตี

เมื่อเหนือหัวออกคำสั่ง เซนทอร์มีแต่จะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งคำสั่งล่าสุดของผู้นำแห่งแอสทารอธคือการนำเรือรบเซเลสต์ออกไปทำศึก ดังนั้นรีดาห์ผู้อยู่ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการจึงต้องรีบตรวจรับรายการเครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นบนเรือรบที่ใหญ่ที่สุดของแอสทารอธ ซึ่งนั่นคือลูกปืน ดินปืน และศาสตราวุธอื่นๆอีกจำนวนมาก "เรือเซลสต์มีปืนใหญ่ทั้งหมดหกสิบสี่กระบอก แบ่งออกเป็นของดาดฟ้าล่างและกลางชั้นละยี่สิบสี่กระบอก และดาดฟ้าบนสิบหกกระบอก หากบรรทุกลูกปืนสามร้อยลูก ก็เท่ากับว่าจะยิงได้เพียงกระบอกละสี่ครั้ง" ร่างโปร่งทดเลขลงบนแผ่นกระดาษสีน้ำตาล "แต่ถ้าถอดปืนใหญ่ชั้นล่างออกเหลือแค่สิบแปดกระบอกก็จะทำให้เหลือปืนใหญ่ห้าสิบหกกระบอกก็คงจะยิงได้ห้าครั้ง"

ดูเหมือนว่าร่างโปร่งจะคร่ำเคร่งกับการคำนวนเสียจนไม่รู้สึกถึงการมาถึงของว่าที่เหนือหัวแห่งแอสทารอธ

ซาฮาลชะโงกดูการทดเลขของอีกฝ่ายด้วยสายตาของคนที่ไม่ได้เก่งเรื่องการคำนวน ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรีดาห์ขีดวาดคำนวนโครงสร้างภายในและระดับความสูงของเรือเซเลสต์เมื่อลอยลำในมหาสมุทร "น้ำหนักของดินปืนกับลูกปืนสามร้อยลูกมีค่าเท่ากับ..."

"เจ้าต้องคำนวนเรื่องพวกนี้ด้วยรึ"

"เหวอ...!!"  ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างขี้ตื่นและขี้ตกใจอยู่แล้ว ทำให้รีดาห์สะบัดแท่งถ่านในมือทิ้งและสะดุ้งจนแทบจะกระโดดลอยจากพื้น พร้อมกับถอยห่างจากคู่สนทนา "ซาฮาล! ใครใช้ให้เจ้าพูดใส่หูข้าแบบนั้น!" ว่าที่เหนือหัวกแขนขึ้นกอดอกพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นความผิดร้ายแรงขนาดไหน แต่เขาก็คิดว่าหากรีดาห์เป็นแมว อีกฝ่ายคงจะทำขนพองและขู่ใส่เขาแล้วแน่นอน

"ข้าเห็นเจ้ายืนขีดเขียนอยู่สักพักใหญ่จึงได้สงสัยว่าเหตุใดไม่ไปหาที่นั่งให้ดีๆ"

พวกเขายังอยู่ที่เมืองเลาน์เรน เพราะเรือรบเซเลสต์ถูกเก็บเอาไว้ที่ด้านหลังพระราชวังซึ่งมีส่วนติดแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเล และในตอนนี้พลทหารในกองทัพเรือกำลังช่วยกันเพื่อจะนำเรือใหญ่ล่องออกไปเพื่อจอดพักเอาไว้ที่ท่ามารินา และรอให้ผู้บัญชาการสูงสุดของพวกเขากลับมาเป็นผู้นำทัพ "ข้าจะต้องสรุปจำนวนปืนใหญ่ที่จะนำขึ้นเรือเซเลสต์ เนื่องจากเป้าหมายของเราไม่ใช่เรือรบลำอื่นแต่เป็นท่าเรือออโรราของอาเดรีย ทำให้ตำแหน่งการวางปืนใหญ่บนดาดฟ้าแต่ละชั้นมีผล"

ซาฮาลผู้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับกองทัพเรือเลิกคิ้วขึ้นสูงกับความรู้ใหม่ "เจ้าโดนตัดงบประมาณลูกปืนหรือไร..."

"น้ำหนักของปืนใหญ่แต่ละกระบอกมีผลต่อความเร็วในการเดินเรือต่างหาก!"

รีดาห์อยากจะม้วนแผ่นกระดาษในมือแล้วฟาดหัวคนตรงหน้าสักทีให้กับความดักดานและช่างประชดประชันของคู่สนทนา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซาฮาลในตอนนี้ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานของตนอีกต่อไปแล้ว เซนทอร์หนุ่มจึงทำได้แค่สูดหายใจลึกๆและสงบสติอารมณ์ของตนเอง "จำนวนลูกปืนมีจำกัด ดังนั้นการยิงแต่ละครั้งจะต้องสร้างความเสียหายได้มากที่สุด ซึ่งหากคู่ต่อสู้เป็นเรือรบลำอื่น ความเสียหายที่ว่าก็คือต้องทำให้เสากลางหักโค่นลงให้ได้ ทำให้ปืนใหญ่ที่ดาดฟ้าชั้นกลางและชั้นล่างมีความสำคัญ แต่ในครั้งนี้ คู่ต่อสู้ของเซเลสต์คือปืนใหญ่ที่อยู่บนปราการกำแพงของอาณาจักรอาเดรีย ดังนั้นการวางปืนใหญ่ที่ดาดฟ้าชั้นล่างจึงเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์" รีดาห์พูดเสมือนอธิบายให้ซาฮาลเข้าใจ แต่แล้วเขาก็กลับไปพึมพำกับตัวเองอีกครั้งอย่างคิดไม่ตก

"แต่ดาดฟ้าชั้นบนไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะเพิ่มจำนวนปืนใหญ่"

ดูเหมือนซาฮาลจะเริ่มเข้าใจถึงความคิดของรีดาห์บ้าง เขาจึงชะโงกไปดูแผนผังโครงสร้างภายในเรือที่อีกฝ่ายวาดค้างเอาไว้ "ในระดับนี้ก็คงสร้างความเสียหายได้แค่ท่าเรือ แต่ระยะยิงคงไม่ถึงปราการใหญ่" น้ำเสียงของซาฮาลทุ้มต่ำ และด้วยส่วนสูงที่หากกันมากทำให้ว่าที่เหนือหัวต้องก้มตัวลงมาเพื่อดูสิ่งที่อยู่ในมือคู่สนทนา และในจังหวะนั้นเองที่รีดาห์ลอบดึงช่อผมสีดำแซมขาวของอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้

โอ้ย!!" ร่างสูงเซตามแรงดึงก่อนจะยืดตัวขึ้นและมองคนประทุษร้ายด้วยความไม่พอใจ

"ข้าถึงกล่าวว่าเจ้ามันบ้า... ที่จะส่งเรือเซเลสต์ออกไปรบกับปราการของอาเดรีย!" รีดาห์ถอนใจ "เราต้องใช้ความเร็ว อาจจะต้องถอดปืนใหญ่ชั้นล่างออกทั้งหมดเพื่อทำให้เซเลสต์เบาขึ้น ให้ระดับการลอยลำของเรือสูงขึ้นจนระยะยิงของปืนใหญ่ชั้นกลางสามารถเอื้อมถึงปราการอาเดรียได้" ร่างโปร่งก้าวถอย และสะบัดหางใส่คู่สนทนาอย่างไม่คิดจะขอโทษที่กลั่นแกล้งว่าที่เหนือหัว อีกทั้งลอบยิ้มกับตัวเองด้วยความรู้สึกสนุกอีกด้วย

...เพี๊ยะ!

"โอ้ย!" แต่ซาฮาลกลับทำสิ่งที่รีดาห์ไม่เคยคิดมาก่อน... นั่นคือการฟาดมือใส่สะโพกหลังจนร่างโปร่งสะดุ้งและยกขาขึ้นดีดตามสัญชาติญาณ แต่ครั้งนี้ว่าที่เหนือหัวก็ฉลาดพอที่จะหลบให้พ้น "ซาฮาล!" คนตัวเล็กกว่ามุ่ยหน้า และหันกลับมาหาคู่สนทนาที่กลับไปยกแขนกอดอกและหัวเราะเบาๆในลำคอด้วยความเอ็นดูปนขบขัน

"เจ้าดึงผมข้าก่อนนี่..."

"เจ้าก็ควรจะดึงผมข้ากลับ ไม่ใช่ตีก้น!!" เมื่อพูดออกมาอย่างนั้น รีดาห์ก็นึกได้ว่าเขาไม่ควรจะท้าทายซาฮาลในทุกรูปแบบ เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็ตัวโตกว่า มีพละกำลังมากกว่า อีกทั้งยังเป็นถึงว่าที่เหรือหัวแห่งแอสทารอธที่เขาจะต้องยำเกรง ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้ามาหาคู่สนทนาที่ยืนนิ่งอยู่กับที่หลัง

"ก็เจ้าสะบัดก้นใส่ข้า" ซาฮาลว่า "...แกล้งเจ้าก็สนุกดีหรอก รีดาห์"

คนเตี้ยกว่าสูดหายใจเข้าเพื่อไม่ให้หงุดหงิดกับคำหยอกล้อของคนตรงหน้า แล้วจึงยกม้วนกระดาษขึ้นมาหมายจะทำงานต่อ "ถ่านข้าหายไปไหน" แต่เมื่อก้มลงจะเขียน รีดาห์ก็พบว่าเขาโยนแท่งถ่านทิ้งไปเมื่อครู่ด้วยอารมตกใจ และตอนนี้มันก็หายไปจากสายตาของเขาเสียแล้ว... ซึ่งนั่นเรียกเสียงหัวเราะจากซาฮาลได้อีกครา

"ไม่ตลกนะ! หยุดหัวเราะนะ ซาฮาล!!"

 



"แบบนี้สู้ปล่อยเขาไปตามยถากรรมเสียจะยังดีกว่า!"

เสียงของราชเลขาดังกังวานไปทั่วห้องโถง และทุกคนที่ได้ยินก็สัมผัสได้ถึงความกราดเกรี้ยวของนาง "เนรเทศอย่าให้เขากลับมา ยังจะดีกว่าส่งเขาไปสู้รบในศึกที่ไม่มีวันเอาชนะได้" เซนทอร์หญิงกำลังพูดกับว่าที่เหนือหัวองค์ใหม่ โดยที่ผู้นำคนปัจจุบันของแอสทารอธยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์ของเขา แม้ว่าลีอาห์จะเป็นถึงราชเลขาคนสนิท แต่เมื่อเหนือหัวดาเรียสเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งได้แล้ว คนที่มีปากเสียงมากที่สุดรองจากผู้นำในตอนนี้ก็คือซาฮาล ดังนั้นคำพูดของลีอาห์จึงมีน้ำหนักน้อยลงอย่างไม่ต้องสงสัย

"เจ้าเกลียดชังลูกข้ามากขนาดนั้นหรือไร ซาฮาล..."

"ท่านหญิงใจเย็นก่อน..." ดาเรียสปรามเสียงเรียบ "แม้ข้าจะไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่ซาฮาลมีเหตุผล"

"มันไม่ใช่วิถีของเซนทอร์..." ลีอาห์ว่า "ข้าไม่ทักท้วงการตัดสินปลดเขาออกจากตำแหน่ง หรือเนรเทศทอดทิ้งเขาตามกฎเดิมของเรา แต่การจะส่งเขาไปรบด้วยเงื่อนไขตลบแตลงไม่ซื่อสัตย์แบบนี้ มันน่าขายหน้ายิ่งกว่าถูกจับในฐานะเชลยศึกเสียอีก!"

"แต่สภาขุนนางลงความเห็นแล้วว่าเราควรเข้าร่วมกับธีสธรัล ท่านควรจะยืนตามนั้น" ซาฮาลยืนยัน และนั่นก็ทำให้ราชเลขาต้องหันมาค้อนมองด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ "แต่เพราะผู้บัญชาการเซเลสต์ถูกอาเดรียกักตัวเอาไว้ หากไม่ใช้วิธีแบบนี้ ฝ่ายนั้นคงไม่ยอมปล่อยตัวกลับมาโดยง่าย อีกอย่าง... เราก็ไม่ได้ผิดคำพูดต่ออาเดรีย เนื่องจากคำสั่งของเหนือหัวไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีชัยชนะต่อใคร"

"แต่นี่ไม่ใช่วิถีของอัศวิน... ข้าอยากให้ท่านพิจารณาอีกครั้ง"

ดาเรียสยกมือปรามทั้งเลขาคนสนิทและว่าที่เหนือหัว ก่อนที่ทั้งคู่จะกราดเกรี้ยวใส่กันมากกว่านี้ "เลสธีราห์มีความสำคัญต่อกองทัพเรือเซเลสต์ เราคงจะใช้กฎเดิมกับเขาไม่ได้ แม้ว่ามันจะเป็นกฎ ...ข้าจึงเห็นว่านี่เป็นเหตุผลที่ฟังได้ของซาฮาล อาเดรียเหิมเกริมมากจริงๆ และข้าคิดว่าพวกเขาต้องได้รับบทเรียน แม้การส่งเลสธีราห์ไปรบอาจจะดูโหดร้ายสักหน่อย แต่ถ้าเขาทำได้ นั่นก็จะเป็นการพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของเซเลสต์ และแน่นอน... ตัวเขาเองด้วย" ดาเรียสถอนใจ "นั่นคือสิ่งที่เลสธีราห์ต้องการมาตลอดไม่ใช่หรือ เขาอยากพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับตำแหน่งผู้นำเซเลสต์ และสิ่งนี้จะช่วยพิสูจน์ได้อย่างแน่นอน"

"แต่ว่า..."

"ลีอาห์" ดาเรียสเรียกเสียงอ่อน "ข้าเชื่อว่าเลสธีราห์สามารถทำภารกิจนี้ได้"

เซนทอร์หญิงกลืนน้ำลายและพยายามสงบจิตใจของตนเองก่อนจะหันไปมองซาฮาลที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างเหนือหัวดาเรียส อีกฝ่ายไม่ได้เกลียดชังเลสธีราห์ แต่กำลังหาวิธีที่จะทำให้บุตรชายของนางได้มีที่ยืนในหมู่เซนทอร์อย่างที่ใจเขาปรารถนา แม้ว่านี่จะเป็นวิธีการที่โหดรายไปบ้าง... แต่อย่างไรมันก็คือวิถีของเซนทอร์อยู่ดี

"เช่นนั้น... ข้ามีคำขอเรื่องหนึ่ง" หญิงสาวสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอ่ยความปรารถนาของตนออกมา

"ข้าจะไม่ขออยู่ดูลูกของตัวเองตายในสนามรบ"

 



เอเดรียนเห็นกับตาตัวเองว่าเรือรบคาร์เธียร์แล่นใบออกไปจากอ่าวออโรราแล้ว และหากคาดเดาของเขาไม่คลาดเคลื่อน อีกฝ่ายคงจะเห็นการมาเยือนของแอสทารอธ จึงเกิดความไม่มั่นใจว่าพวกเซนทอร์เลือกข้างแล้วหรือยัง

"เรือเซเลสต์เพียงลำเดียวไม่สามารถต่อกรกับกองเรือเวเรนเซียได้ทั้งหมด"

แม่ทัพหนุ่มเปิดฉากสนทนากับผู้นำของตนในทันทีที่ท่านหญิงลีอาห์ขอเวลาสนทนากับแม่ทัพเรือของนางเป็นการส่วนตัวที่ด้านนอก ดังนั้นในห้องรับรองจึงเหลือบุคคลเพียงสามคน นั่นก็คือเอเดรียน จาเร็ตต์ และท่านชายซินญอร์

"เราไม่ควรจะตอบรับการประกาศสงครามของแอสทารอธเลย"

"เหตุใดตอนราชเลขาอยู่เจ้าจึงไม่พูดแบบนี้เล่า ท่านแม่ทัพ" ซินญอร์ย้อนคนสนิทบ้าง "เมื่อนางออกไปแล้วจึงได้ปากกล้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น มาพูดเอาตอนนี้จะทำอะไรได้ และข้ามีทางอื่นให้เลือกหรืออย่างไร" ท่านชายกระฟัดกระเฟียด ทั้งจากความหงุดหงิดที่เรื่องราวบานปลายจนควบคุมเอาไม่อยู่ และความหงุดหงิดที่แม่ทัพของตนไม่แข็งแกร่งพออย่างที่ตนต้องการ

ราชเลขาลีอาห์กับแม่ทัพเรือเลสธีราห์มีความเกี่ยวดองเป็นมารดากับบุตรโดยที่เจ้าตัวไม่ปิดบัง แต่ซินญอร์ก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีมารดาที่ไหนออกปากส่งลูกไปสนามรบได้แบบนี้ "แต่อย่างน้อยแอสทารอธก็เลือกเข้าข้างเรา แม้ว่านี่จะเป็นคำสั่งปลดผู้บัญชาการกองทัพที่ดูจะประชดประชันไปสักหน่อยก็ตาม"

"นี่ไม่ใช่การเข้าข้าง... แต่มันคือการปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือทั้งหมดทั้งปวงของแอสทารอธ!"

"อย่างไรข้าก็ยังยืนยันที่จะให้เซนทอร์ตนนั้นนำเรือรบมาที่นี่ นั่นเป็นทางเลือกสุดท้ายที่อาเดรียมี" ท่านชายตอบกลับเสียงแข็ง ทำให้แม่ทัพของเขาต้องหลับตาลงอย่างสิ้นหวังในตัวผู้นำ "ถ้าแอสทารอธจะสละชีวิตผู้บัญชาการกองทัพเรือของตนเองจริง ข้าก็จะไม่ขัดจุดประสงค์ของเขา"

"เหตุใดท่านจึงไม่ประนีประนอมกับธีสธรัลบ้าง จะส่งผู้อื่นไปตายเพื่ออะไรกัน!!"

เอเดรียนรู้ดีว่านั่นเป็นคำสั่งเนรเทศของเหนือหัวแห่งแอสทารอธ เรือเซเลสต์อาจเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดินตะวันตก แต่มันก็เป็นเพียงเรือลำหนึ่งที่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ พวกเซนทอร์เพียงแค่ต้องการเย้ยหยันวิธีการสกปรกของมนุษย์ และในขณะเดียวกันก็เป็นบททดสอบแม่ทัพเรือไปในตัว หากเลสธีราห์สามารถเอาชีวิตรอดจากการต่อสู้นี้ได้ เขาก็จะได้กลับไปยังแอสทารอธ แต่หากไม่... เขาก็จะสาบสูญไปในทะเล

ซึ่งเอเดรียนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถเอาชีวิตรอดได้

แม่ทัพหนุ่มกัดฟันแน่นและตำหนิตัวเองที่เอาแต่ลังเลไม่ตัดสินใจ

"แล้วเจ้าสามารถประนีประนอมกับพวกมันได้อย่างนั้นรึ เอเดรียน!" ซินญอร์ขึ้นเสียงบ้าง "กี่สิบปีที่เราถูกพวกมันเอารัดเอาเปรียบ มาจนถึงตอนนี้ที่เราสามารถต่อสู้เพื่ออิสรภาพได้ เจ้ากลับบอกให้ข้าประนีประนอมเพื่อถูกพวกมันเอาเปรียบอีกครั้ง แม่ทัพใหญ่... ข้าย้ำอีกครั้งว่าถ้าเรายอมอ่อนข้อให้พวกมัน ธีสธรัลจะไม่ปรานีเรา และครั้งนี้พวกมันจะไม่ปรานีเราอย่างแน่นอน"

"ท่านชาย!"

"ข้าจะส่งข่าวหาพี่สาวของข้า" ซินญอร์ตัดบท "จะขอกำลังทหารจากคัสนาห์มาช่วย ส่วนเจ้าไปเตรียมกองทัพสนับสนุน" ผู้นำอาณาจักรหยิบผ้าคลุมไหล่ที่แขวนไว้บนเสามาถือไว้ "จำเอาไว้ว่าเจ้าควรจะภักดีต่อแผ่นดินของตัวเอง!" ประตูไม้ปิดเสียงดังใส่หน้าแม่ทัพใหญ่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ร่างสูงคำรามกับตัวเองด้วยความโมโห ฟันขาวขบกันแน่นอย่างอดกลั้น ขณะที่ลมหายใจติดขัดไม่เป็นจังหวะเนื่องจากความหงุดหงิด

เอเดรียนตำหนิตัวเองมากกว่าใคร หงุดหงิดและโมโหตัวเองมากกว่าใคร เขารู้ดีว่าพวกเซนทอร์มีกฎระเบียบที่เข้มงวดเคร่งครัด แต่ก็ไม่เคยคาดคิดว่าพวกครึ่งอาชาจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ และในเมื่อมันเป็นคำสั่งและคำพิพากษาของเหนือหัว เลสธีราห์ย่อมปฏิบัติตาม "เกิดเรื่องแน่ จาเร็ตต์" แม่ทัพหนุ่มพึมพำกับคนสนิทข้างกาย "แอสทารอธคงคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าราชินีธีสธรัลจะต้องนั่งไม่ติดที่ และเป็นฝ่ายเริ่มสงครามก่อน จึงได้ยื่นคำขาดในการให้ความช่วยเหลือแบบนี้"

ในยามที่ราชเลขาพูดออกมาว่าเลสธีราห์ได้ถูกปลดออกจากการเป็นผู้นำกองเรือรบ ไม่ใช่เพียงใจของเลสธีราห์เท่านั้นที่แทบจะหยุดเต้น แต่เอเดรียนเองก็เกือบลืมหายใจเช่นกัน ชายหนุ่มไม่มีเวลากล่าวโทษตนเองที่ทำให้อีกฝ่ายต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แต่เขาก็ยอมรับว่ามันเป็นความผิดของตนทั้งนั้น

ความผิดของเขาที่ไม่สามารถปกป้องดูแลเลสธีราห์ได้ตามที่เคยสัญญาเอาไว้

"แต่อย่างน้อย เลสธีราห์ก็ยังพอมีโอกาสที่จะได้กลับไป หากเขาสามารถเอาชนะการต่อสู้นี้ได้"

จาเร็ตต์มุ่นคิ้ว และแตะแขนผู้นำของตนเบาๆ "การต่อสู้ของเรือเซเลสต์เพียงลำเดียวกับกองเรือเวเรนเซียแห่งธีสธรัลหรือ" เอเดรียนกำหมัดเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆราวกับกำลังต่อสู้กับตัวเอง "เราไม่มีกองทัพเรือ เอเดรียน... นี่อาจไม่ใช่คำสั่งที่แสดงความเมตตา แต่มันคือคำสั่งประหารชีวิต" เมื่อพูดเช่นนั้น แม่ทัพใหญ่ก็เบือนหน้าหนีคนสนิทและเดินไปยังหน้าต่างเพื่อจะมองไปที่ท่าเรือออโรราแห่งอาเดรีย

เขาจะปกป้องเลสธีราห์... ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่ยอมสูญเสียอีกฝ่ายไป

แต่เซนทอร์ย่อมมีเกียรติของเซนทอร์ การกีดกันเขาออกจากสนามรบถือเป็นการดูหมิ่นอัศวิน

"แต่ข้า..." แมทัพใหญ่หลับตาลงพร้อมกับกัดฟันแน่น เขาควรจะรีบไปเตรียมความพร้อมให้กองทัพที่ไม่เคยออกศึก เพื่อป้องกันบ้านเมืองของตนหากธีสธรัลยกกำลังพลมาจริงๆ เขาควรจะออกคำสั่งให้ตรวจสอบปืนใหญ่ที่อยู่บนปราการแต่ละชั้นว่ายังใช้งานได้อยู่หรือไม่ ในฐานะแม่ทัพ เขาควรจะเริ่มทำอะไรสักอย่างบ้างแล้ว ทว่าเอเดรียนกลับไม่สามารถปัดเรื่องของเลสธีราห์ออกไปจากหัวได้เลย

เขาไม่มีวัน... จะทอดทิ้งเลสธีราห์

หากกีดกันอีกฝ่ายออกจากสนามรบไม่ได้ สู้ร่วมรบไปด้วยกันไม่ดีกว่าหรือ

"จาเร็ตต์" เอเดรียนเรียกเสียงต่ำ "ข้าขอยืมม้าของเจ้าหน่อย" แม่ทัพใหญ่คว้าเสื้อคลุมของตนขึ้นมาสวม และเดินออกจากห้องรับรองโดยที่มีคนสนิทเดินตามมา "ดูแลความเรียบร้อยที่นี่ จัดการเรื่องอาหารการกินให้ท่านราชเลขาอย่าให้ขาดตกบกพร่อง ข้าจะกลับมาให้เร็วที่สุด"

จาเร็ตต์เบิกตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถาม "เจ้าจะไปไหน เอเดรียน"

"คฤหาสน์ตระกูลฟลินทรัสต์..."

 



หากถอดความคำพูดของเหนือหัวแล้ว... เลสธีราห์ต้องทำภารกิจให้สำเร็จจึงจะได้กลับแอสทารอธ

ลีอาห์ไม่พูดอะไรตลอดทางที่นางเดินนำเลสธีราห์มาถึงราชรถที่ถูกนำไปจอดไว้ใกล้โรงม้าเพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัวก่อนจะเดินทางกลับแอสทารอธในวันรุ่งขึ้น เหล่ากระทิงป่าพ่นลมหายใจเป็นควันขณะใช้เขาขนาดใหญ่หยอกล้อกันเองไปพลางระหว่างรอ

"เจ้าทำให้แม่เป็นห่วงมาก..." ลีอาห์พูดเสียงอ่อนกับบุตรชาย "เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้"

เซนทอร์หนุ่มถอนใจ เขาหลับตาลงเมื่อมือที่เล็กกว่าของคนตรงหน้าเอื้อมประคองพวงแก้ม ก่อนจะโน้มตัวเขาลงไปหา ริมฝีปากนุ่มของนางจรดแนบหน้าผากอย่างอ่อนโยน และวงแขนเล็กก็พยายามจะกอดบุตรชายที่ตัวโตกว่าเอาไว้ด้วยความคิดถึง

"ลูกข้า..."

ชายหนุ่มกางแขนออกกอดแม่ของตน และซบหน้าลงกับไหล่เล็กเพื่ออิงแอบความอ่อนโยนจากบุคคลที่รักเขามากที่สุด "ข้าคงทำให้ท่านลำบากมาก... มันไม่จำเป็นเลยแท้ๆ" โดยทั่วไปแล้ว แอสทารอธจะไม่ละเว้นแม่ทัพที่ทำงานบกพร่องจนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นแบบนี้ แต่ด้วยความที่เลสธีราห์เป็นถึงบุตรชายของราชเลขาคนสนิท คนเป็นมารดาย่อมยื้อไม่ยอมให้เขาถูกลงโทษง่ายๆ

"มันไม่ใช่แค่นั้นหรอก" ลีอาห์ตอบ "เลสธีราห์ บอกแม่ได้ไหม... เหตุใดเจ้าจึงพลาดได้"

เหตุผลเดียวที่เลสธีราห์ถูกจับได้ว่าเป็นเซนทอร์ นั่นคืออีกฝ่ายเยร่างเซนทอร์ออกมา ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน ลีอาห์รู้ดีว่าบุตรชายชอบอยู่ในร่างมนุษย์ ดังนั้นการที่ชายหนุ่มเผยร่างเซนทอร์ออกมาย่อมมีเหตุผลอย่างแน่นอน "พวกมันบีบบังคับเจ้าหรือไร"

"เปล่า..." เลสธีราห์เม้มปาก "ข้าแค่... ตัดสินใจผิดพลาด"

...เขาตัดสินใจผิดพลาดที่ช่วยเอเดรียนด้วยวิธีการนั้น แต่เขาก็ไม่เคยเสียใจเลย

"เลสธีราห์..." ลีอาห์คะยั้นคะยอ "บอกแม่"

เมื่อถูกสายตาดุดันจ้องมอง บุตรชายก็เบือนหน้าหลบก่อนจะเปิดปากพูดแต่โดยดี "ข้าช่วย... เอเดรียนไม่ให้ถูกคูแรนน์ทำร้ายที่กลางป่า" เมื่อเอ่ยถึงญาติที่ไม่ใคร่จะสนิทกันนัก ลีอาห์ก็มุ่นคิ้วสงสัย แม้ว่าจะคาดเดาเรื่องได้บ้างแล้วก็ตาม "ความสามารถของคูแรนน์ เรี่ยวแรงของเขา และความชำนาญนับร้อยปีของเขา เพียงดาบเดียว เขาก็ฆ่าเอเดรียนได้ แล้วจะให้ข้ายืนมองเฉยๆอย่างนั้นหรือ"

คูแรนน์มีอายุมากกว่าท่านหญิงลีอาห์ และนางก็พอจะรู้จักขุนพลภูตครึ่งเอลฟ์จากชื่อเสียงของอีกฝ่าย รู้จักถึงความเด็ดขาดและดุดันที่ร่ำลือต่อกันมา แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เลสธีราห์ทำงานพลาดอยู่ดี "แล้วเหตุใดเจ้าจึงช่วยเหลือเขา เขาสำคัญมากกว่าความลับของเจ้าหรืออย่างไร เจ้ารู้ไหมว่าเหนือหัวต้องเรียกตัวสายสืบทุกคนที่สามารถแปลงเป็นมนุษย์ได้กลับมา แอสทารอธวุ่นวายไปหมดเพราะเรื่องนี้"

เลสธีราห์ไม่ตอบเมื่อถูกดุ เขายังคงหลบสายตาของมารดาอยู่อย่างนั้น และพยายามจะหาเรื่องอื่นมาตัดบทสนทนานี้ ...เขาจะบอกแม่ตัวเองได้อย่างไรว่าเหตุใดเขางจึงยอมช่วยเหลือมนุษย์โดยไม่ไตร่ตรองถึงผลได้ผลเสียแบบนั้น "เขาเป็นเจ้านายแค่ในนามไม่ใช่หรือ เลสธีราห์... เหตุใดเจ้าไม่หยุดคิดบ้าง"

"ท่านแม่... ข้าเห็นเขาตายไม่ได้"

ลีอาห์ค่อยๆใช้มือเชยคางบุตรชายขึ้น และขมวดคิ้วมุ่นมองสีหน้ากระอักกระอ่วนของอีกฝ่ายอยู่สักพักใหญ่ "ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร... เจ้าจะต้องสู้ หากชนะก็จะได้กลับไปแอสทารอธ แต่หากแพ้..."

"ก็อย่าได้กลับมา..." เลสธีราห์ต่อประโยคของมารดา "เรื่องแค่นี้ ข้าทำได้"

"มันไม่ใช่แค่นี้หรอก" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น เซนทอร์หนุ่มสะดุ้งสุดตัวและหันกลับไปมองราชรถที่ไม่น่าจะมีใครอยู่ในนั้น แต่แล้วมือใหญ่ก็เอื้อมปัดผ้าสีขาวที่ปิดกั้นเอาไว้ต่างประตู เหนือหัวดาเรียสขยับตัวออกมาเล็กน้อย จนแสงแดดส่องกระทบใบหน้าคมคายสงบนิ่ง "ยังมีอีกเรื่องที่เจ้าจะต้องรับผิดชอบ เสธีราห์..."

"เหนือหัวดาเรียส" ร่างโปร่งชะงักนิ่งไปด้วยความตกตะลึง เขารีบย่อตัวลงแสดงความเคารพผู้นำอาณาจักกรที่ลงมาที่นี่ด้วยตัวเอง "ข้าขออภัยที่สร้างความวุ่นวายไปทั่วแบบนี้"

"คำขอโทษมันใช้ไม่ได้แล้ว เลสธีราห์" ดาเรียสตัดบท "แต่เพราะเจ้าเป็นเสมือนน้องของข้า... ข้าจึงไม่อาจอยู่เฉยได้ แต่ก็มีบางสิ่งที่เจ้าจะต้องทำให้ได้หากต้องการกลับมายังแอสทารอธอย่างภาคภูมิ" ไม่ใช่แค่การเอาชนะสงครามได้ด้วยเรือลำเดียวเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งที่เลสธีราห์ต้องทำเพื่อชดเชยความผิดที่สร้างความเดือดร้อนซ้ำยังขายหน้าให้กับแอสทารอธ

"ทำลายปราการแห่งอาเดรีย แล้วเอาชีวิตของผู้ที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้มาให้ข้า"

"..องค์เหนือหัว"

...

"ข้าหมายถึง... เอเดรียน ที่เจ้าพูดถึงเมื่อครู่นี้"

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #348 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:54
    ถ้ามันยากนักก็ไม่ต้องกลับไปโว้ยยยย อยู่กับผัวที่นี่ๆแหละ ฮ่วย!!
    #348
    0
  2. #325 chawagan (@cshpuy94) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 06:00
    มันอะไรกันเนี่ยยยย โอ๊ยยยยยยย ทำไมทุกอย่างดูเป็นไปไม่ได้
    #325
    0
  3. #314 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 10:39
    เอ้า เอาสิ!
    #314
    0
  4. #282 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 20:02
    ม๊าเด็ดอ่ะะะะะ  กัดเจ็บดีด้วย............. โอยยยยย แล้วดูคำประกาศ .................
     
    รีดาห์ ... ดึงผมกับเอาม้วนกระดาษฟาดมันต่างกันเหรอ ............  ไหนว่านั่นไม่ใช่เพื่อนร่วมงานแล้วไง  55555555555
    ตะ ตะ แต่ซาฮาล ............. ไปตบบั้นท้ายเค้าได้ไง เค้าเป็นสาวเป็นนา------ เอ้ยยยย  เค้าก็มีหน้ามีตามียศมีฐานะ  หุหุ
    ซาฮาลเอสจริงๆด้วย.............. รู้ตัวแล้วใช่มั้ย  แฮปปี้กะการแกล้งรีดาห์ขนาดนี้
    ฮร้าาาาาาาาาา  คู่รองนี่มันดียยยยยย์  เหมือนได้รับการฮีล  //ไถ
     
    ดูทุกฝ่ายวุ่นวาย  คนนึงวางแผนนึง  อีกคนคิดอีกอย่างนึง  เข้าใจถูกเข้าใจผิดกันไปหมด  ตอนนี้ทุกฝ่ายคงรู้สึกเหมือนกัน  คือเหมือนไว้ใจใครไม่ได้เลย 55555555555
    อ่า  ในที่สุด!!!! เอเดรียนก็ตัดสินใจจะลงมือได้สักที ..........  เฮฮฮฮฮฮฮ
     
    เลสเพิ่งจะสารภาพว่าชอบ(?)อีกฝ่าย  เหนือหัวก็ออกคำสั่งฆ่าต่อเลยเหรอ ...... แงงงงงงง  อย่าแกล้งน้องงงงงงง
     
    --------------------------------------------------------------- 
     
    เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ  ตามทันรีไรท์แล้วเหวยยยยยยย
    รู้สึกเหมือนมาถึงเส้นชัย ................. ยัง  นี่แค่จุดพักให้น้ำ ......... ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
    #282
    0
  5. #276 IMilk Errorist (@Bambam_tuan_9397) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 15:55
    พระเจ้า...ถ้าจะทำแบบนี้ฆ่ากันเลยดีกว่า! สงสารคนอ่านที ใจจะขาดละ...โคตรปวดจิตใจและตับไตมาก
    #276
    0
  6. #275 BREAKDOWN (@breakdown) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 12:14
    โอ้คุณพระ
    #275
    0
  7. #274 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 23:20
    อ่านตอนนี้แล้วคนอ่านได้แต่อุทานว่า โอ้แม่เจ้าาาาาาาาาาา ค่ะ มันโอ้แม่เจ้าจริงๆ นะคะ โฮ
    เหนือหัวดาเรียสปรากฏตัวท้ายตอนได้หล่อโฮกฮากมากค่ะ คนอ่านปาใจให้แทบไม่ทัน ฮืออออออ /รับไปค่ะ รับปายยยยยยยย/
    แต่ดูคำพูดของเหนือหัวสิคะ ดูดู๊ดู เล่นซะคนอ่านไม่อยากจะคาดเดาตอนจบเลยค่ะ U_U

    แถมลูกล่อลูกชนของแอสธารอธนี่ก็ทำให้อาเดรียเข้าใจผิดแรงมากๆ นะคะนั่น เมืองนี้ถูกสร้างมาให้ต้องถูกหักหลังครั้งแล้วครั้งเล่าเหรอคะ ตั้งแต่ที่มีขุนนางขายชาติ เอเดรียนโดนหลอก (แล้วหลอกอีก) มาแอสธารอธตลบหลังอีก เป็นประเทศที่ชีช้ำกะหล่ำปลีมากๆ ค่ะ แต่แต่แต่แต่คนอ่านก็ไม่รู้จะเอาใจช่วยดีมั้ย U_U
    ชอบการมาของท่านหญิงลีอาห์จังเลยค่ะ แต่พอท่านหญิงมาแล้วเอเดรียนดูหงอไปเลย ท่านชายก็เช่นกัน ก็เล่นไปเอาตัวลูกชายเขามานะคะ 55555555555
    แต่ตรงที่ว่าท่านหญิงจะไม่ขออยู่ดูลูกตายนี่หมายความว่าจะไปหาพ่อที่เธสซาลีย์หรือว่าจะตายก่อนลูกคะ สงสัยแต่ไม่กล้าเดาค่ะ ได้แต่ตามอ่านต่อไป ฮืออออออออออ /แต่เลสธีราห์ต้องไม่ตายสิคะ ใช่ไหม ใช่ไหม.../
    ย้ำอีกครั้ง เหนือหัวดาเรียสปรากฏตัวได้หล่อโฮกฮากมากค่ะ ภาพมันติดตาตรึงใจ อดไม่ได้ที่จะพูดถึงค่ะ (?)

    เอเดรียนไปคฤหาสน์ฟลินทรัสต์ ไปหาน้องที่น่าจะแยกกันไปเกือบสามสิบปี รอลุ้นเลยค่ะว่าจะได้วิธีแก้ปัญหาดีๆ กลับมาไหม /ส่วนเรื่องจะรู้ไหมว่าจะโดนตลบหลังนี่คงไม่ลุ้นแล้วค่ะ พี่ไม่น่ารู้ทันแน่ๆ/
    ว่าแต่เรื่องเป็นอย่างนี้แล้ว ปืนคาบศิลาที่เอเรสเสนอให้เลสธีราห์จะยังมีประโยชน์อะไรอยู่มั้ยคะ /หรือว่าเอาไว้ยิงเอเดรีย--- #ไม่โว้ย/

    และทำไมคะทำไมทำไมทำไมทำไมคนเขียนถึงได้เอาคู่ซาฮาลรีดาห์มาฮีลคนอ่านก่อนจะตัดเข้าสู่ความพีคมาตั้งแต่ตอนที่แล้ว คนอ่านนี่พองแล้วแฟบด้วยสเต็ปเดิมเป๊ะๆ เลยนะคะ /ยกเว้นแค่เรื่องความโฮกฮากของเหนือหัวที่พอจะฮีลเพิ่มได้นิดหน่อยค่ะ #?/
    แต่แงงงงงงงง คู่นี้นี่ดีต่อใจมากๆ ค่ะ ได้เห็นโหมดเอาจริงเอาจังของรีดาห์ด้วย แต่ขนาดจริงจังแล้วก็ยังเกรียนใส่ซาฮาลได้นะคะ 5555555555 /แล้วดูวิธีการที่พี่เอาคืนสิคะแหม่/
    ขำม้าที่คล้ายแมวจังเลยค่ะะะะะะ แล้วถ้ารีดาห์เป็นแมว ซาฮาลจะเป็นอะไรคะ คนเลี้ยงแมวรึเปล่---
    #274
    0
  8. #156 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 16:13
    เลสสู้ๆค่ะเพื่อน ลูกทำได้อยู่แล้วคะ พยายามหน่อยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ลีอาห์ใจเย็นค่ะ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ ธ่อ เอเดรียนคะแนนติดลบเท่ากับเอ็มวีสแควของไอสไตน์จร้าเกลียดท่านหญิงชายซินๆอะไรซักอย่างเนี่ย ความดีความชอบหายากมากขนาดเชอร์ล็อคโฮมล์ยังหาไม่เจอเลยคะ ปลวกจริงๆ
    #156
    0
  9. #155 18 / เจ้าหญิง (@bunthitap504) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 00:21
    เชือดทิ้งเลยลูก อย่าเก็บมันไว้นะเลสธีราห์
    #155
    0
  10. #154 MadCat (@rambo-nat) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 15:58
    ไม่รู้ทำไม แต่พออ่านๆ ไปแล้วชอบเอาเรื่องนี้ไปเทียบกับเลอาฟ คือเลอาฟก็เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ที่ถูกบังคับให้ฆ่าวาร์เรน แต่เลอาฟสามารถแก้ปัญหา แถมยังพลิกให้ตัวเองเป็นต่อได้ ก็เลยคิดว่าเรื่องนี้มันดูนุ่นนิ่มไปเลย //คิดถึงเคะแข็งแกร่งเยี่ยงหินผา ตัวร้ายกวนตีนใส่ก็ไม่หวัน!
    #154
    0
  11. #151 meiarchan (@meiar) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 23:17
    คนเราต้องพบกับความโหดร้ายและบททดสอบถึงจะกล้าแกร่งขึ้นมาได้.....แต่มันจะซาดิสต์ไปหน่อยม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    ตอนนี้คนที่น่าสงสารสุดเราคิดว่าเป็นแม่เลสนี่แหละ แบบนี้มันเหมือนส่งลูกตัวเองไปตายชัดๆTAT

    คุณพ่ออยู่ไหนค้าออกมาช่วยโหน่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เอเดรียนชะตานายก็อาภัพไม่แพ้กันเลย- -

    ขอเป็นกำลังใจให้เอเดรียนสู้ต่อไป ว่าแต่......

    เมื่อไหร่ซาฮาลกับรีดาห์จะเลิฟๆกันซธทีล่ะ เรารออยุ่นะ 555
    #151
    0
  12. #150 RUMINA (@blue-diamond) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 20:49
    ไม่ได้มีคนอ่านแค่คนคอมเม้นหรอกค่ะ แต่กลัวเม้นออกมาแล้วจะมีแต่คำด่าซินญอร์กับเอเดรียน ถถถถถถถ//วิ่งหนีถ้วยชามรามไห
    #150
    0
  13. #148 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 19:40
    เอเดรียนจะทำไรอ้ะ จะพาเลสหนีใช่ม้อยยยย??
    เหนือหัวทำไมทำงี้อ่ะ เค้าจะร้องละนะ ถึงคุณพระเอกมันจะกาก จะอ่อน จะโลเล จะไม่ได้ดั่งใจเรา แต่มันก็สามีเลสนะเออ =.,=
    #148
    0
  14. #147 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 19:22
    . . . . . ถึงกะไก่ร่วงจากปาก(ตอนอ่านเคี้ยวไก่อยู่)
     
    มันอาร๊ายยยยยยยยยย เหนือหัววววววววววววว สั่งเยี่ยงนี้ได้อย่างไร โฮฮฮฮฮฮฮฮ😭😭😭😭
     
    ไม่ได้สงสารเอเดรียนนะที่หัวจะหลุดจากบ่า สงสารหัวใจของเลสน้อยที่ต้องเป็นคนฆ่าาาาาา ฮ่าาาาาาา 😂😂😂
     
    อยากรู้แล้วว่าเลสจะคุมเรือยังไงคนเดียว -.,- ️️️
    #147
    0