[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,276 Views

  • 359 Comments

  • 1,105 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    59

    Overall
    19,276

ตอนที่ 23 : [Re-Write] "ข้าทำได้"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 ธ.ค. 59

ผู้นำหญิงกำลังให้อาหารนกในกรง ขณะที่แม่ทัพเรือเข้ามาพบ

"พระนาง... กำลังพลของเวเรนเซียพร้อมแล้ว"

ถึงแม้ว่านางจะไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นแต่อย่างไรมันก็คือการท้าทายมหาอำนาจอย่างหนึ่ง อาเดรียที่เป็นเมืองขึ้นธรรมดาจะหาญกล้าต่อกรกับธีสธรัลซึ่งเป็นมหาอำนาจอย่างนั้นหรือ อย่างนี้เมืองขึ้นอื่นของนางก็จะไม่พากันตีตนออกห่างหรืออย่างไร และสิ่งที่มหาอำนาจควรทำนั่นก็คือการประกาศความยิ่งใหญ่ให้ศัตรูได้จดจำอีกครั้ง

แม่ทัพเรือพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของนาง "ครั้งนี้ข้าระดมเรือรบหนึ่งร้อยลำ กับ..."

"เอาเรือเหล็กออกมา" ผู้นำอาณาจักรสั่งเสียงเรียบ "แบ่งกองเรือออกเป็นสองส่วน เท่านี้คงเข้าใจความคิดข้าใช่ไหม" แววตาดุดันเฉียบคมของราชินีเหลือบมองผู้นำนักรบที่รอรับคำสั่งอยู่เบื้องหลัง "แอสทารอธไม่ส่งเซเลสต์ออกรบทั้งหมดหรอก และเรือของพวกเขาก็ล้วนเป็นเรือไม้..."

"เช่นนั้น ข้าจะนำเรือเหล็กฝ่าเข้าไปในวงล้อม" แม่ทัพเรือพยักหน้าตาม "เข้าใจแล้วขอรับ"

"ระวังแอควาเรียร์ด้วย... ธนูแหวกสมุทรนั่นอาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าสิ่งใด"

แม้จะไม่เคยเห็นอำนาจของแอควาเรียร์โดยตรง แต่จากประสบการณ์ที่ได้เห็นพลังของธนูเอลฟ์ ราชินีแห่งธีสธรัลก็ตัดสินว่าอาวุธเหล่านั้นเป็นอาวุธที่น่ากลัวยิ่งกว่าอะไร และมันมักสร้างความเสียหายอย่างไม่น่าเชื่อเสียด้วย

ใจของผู้นำหญิงไม่เคยต้องการสงคราม แต่นางก็ไม่อาจโอนอ่อนตามข้อเสนอของอาเดรียได้ทั้งหมด มิเช่นนั้นแล้วผู้ที่ถูกเพ่งเล็งและสั่นคลอนอาจเป็นตัวนางเอง ประชาชนของนางคงไม่ยินยอมหากธีสธรัลที่เคยรุ่งเรืองและมีอำนาจต้องก้มหัวให้กับเมืองขึ้นอย่างอาเดรีย นางคิดว่านางทำดีที่สุดแล้วในการเจรจา แต่ดูเหมือนว่าอาเดรียจะปรารถนาสงครามมากกว่า ดังนั้นนางจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป

ถึงแม้จะรู้แก่ใจว่าการที่อาเดรียมั่นอกมั่นใจมากขนาดนี้ก็เพราะมีแอสทารอธหนุนหลัง แต่ราชินีก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถ้าหากเมืองขึ้นอื่นรู้ว่านางอ่อนยอม พวกเขาเหล่านั้นจะไม่รวมหัวกันแล้วแว้งกันเมืองแม่อย่างธีสธรัลหรือไร

สงครามนี้จึงเป็นการประกาศอำนาจของธีสธรัล แม้ว่าจะไม่มีใครอยากสูญเสียอีกแล้วก็ตาม

 



คนหลายคนอาจรู้สึกดีที่ได้เห็นแสงอาทิตย์ที่ขอบฟ้าอันหมายถึงการเริ่มต้นวันใหม่อีกวันหนึ่ง แต่สำหรับเลสธีราห์แล้ว เขากลับคิดว่ายามเช้ามาถึงเร็วจนเกินไปทั้งที่เพิ่งจะหลับตานอนไปได้ไม่นาน อีกทั้งยังเป็นวันใหม่ที่เขาไม่เคยต้องการให้มาถึงอีกด้วย ร่างโปร่งปรือตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเหล่านกส่งเสียงร้องอยู่ข้างหน้าตา ก่อนจะสูดหายใจลึกๆและถอดถอนออกมาด้วยความไม่สบายใจ  เซนทอร์หนุ่มรู้สึกได้ว่าคนข้างกายยังหลับสนิท และวางแขนข้างหนึ่งพาดอยู่บนเอวของเขาราวกับโอบกอด ซึ่งแม้จะเป็นสัมผัสที่ไม่ได้ใกล้ชิดมากมาย แต่ร่างโปร่งก็ลอบยิ้มกับตัวเองด้วยความยินดี

พวกเขาห่างเหินจากกันจนแทบจะลืมไปแล้วว่าความรู้สึกใกล้ชิดนั้นเป็นอย่างไร

หากเป็นไปได้ก็อยากจะหลับตาลงและจมอยู่ในวงแขนตรงหน้าให้อีกสักพัก หรือหากหยุดเวลาเอาไว้ได้ก็คงจะดีกว่าด้วยซ้ำไป เลสธีราห์เงยขึ้นมองใบหน้าคมที่ยังหลับใหลและทอดหายใจสม่ำเสมอ หยุดพิจารณาและจดจำลักษณะของคนตรงหน้าในเวลาที่พวกเขายังมีความรู้สึกดีต่อกัน ก่อนจะจรดปลายจมูกของตนกับอีกฝ่ายและลังเลที่จะจูบริมฝีปากนั้นเบาๆเป็นครั้งสุดท้าย

เขาควรจะไป... ไม่ควรเสียเวลาร่ำลาอาวรณ์แบบนี้

เซนทอร์หนุ่มหลับตาลงและถอยออกจากวงแขนแกร่ง แต่ทันทีที่ขยับตัว เอเดรียนก็กอดเอวของเขาแน่ขึ้น ก่อนจะเป็นฝ่ายแนบริมฝีปากจูบคนตรงหน้าด้วยตัวเอง "อือ...!" นัยน์ตาสีฟ้าเบิกขึ้นด้วยความตกใจ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงการแตะริมฝีปากเบาๆอย่างอ่อนโยน แต่เลสธีราห์ก็ประหลาดใจที่เขาไม่รู้สึกเลยว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว

เอเดรียนลืมตาขึ้นมองสบก่อนจะแนบหน้าผากของตนกับอีกฝ่าย "คิดว่าข้าไม่รู้สึกตัวรึ"

"ก็..." เซนทอร์รู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง แต่เขากลับไม่นึกโกรธ "ลมหายใจเจ้าปกติดี"

แม่ทัพหนุ่มหัวเราะลงคอ "ถ้าเจ้าตื่นเพราะเสียงนก ข้าก็ตื่นเพราะเสียงถอนหายใจของเจ้า" ร่างสูงหลับตาลง และค่อยๆคลายวงแขนออกด้วยรู้ว่าพวกเขาไม่มีเวลาพูดคุยกันมาก เลสธีราห์จะต้องเดินทางกลับแอสทารอธ กลับไปในที่ของตนที่ได้จากมา ...ซึ่งอาจหมายถึงการไปจากเขาตลอดกาล ดวงตาของพวกเขามองสบกันอีกครั้งและสัมผัสได้ถึงความโหยหาซึ่งกันและกัน แต่แม้จะอยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้ ต่างฝ่ายก็รู้ว่าตนเองไม่สามารถเอื้อมมือไปไขว่คว้าคนตรงหน้าได้ แม้จะอยากประคองใบหน้าเข้ามาจูบอีกสักครั้งก็คงจะเป็นการเสียเวลาและยิ่งทำให้การจากลายากขึ้น

เอเดรียนเป็นฝ่ายลุกขึ้นจากเตียงก่อน เขาหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้น ละไปยังโต๊ะทำงานที่ข้าวของทุกอย่างถูกกวาดออกไปให้พ้นทางเมื่อคืนที่ผ่านมา และกระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง แต่แม่ทัพใหญ่ก็ไม่มีกระจิตกระใจจะก้มเก็บ "..." ร่างสูงวางพาดเสื้อผ้าบนพนักเก้าอี้และพยายามจะพูดอะไรสักอย่างออกมา แต่กลับรู้ว่าควรจะกล่าวอะไร เขาจึงผละไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบชุดใหม่ออกมาแทน

"ข้าไม่มีชุดแบบที่เจ้าชอบใส่ แต่ว่า..." เซนทอร์ไม่นิยมสวมเสื้อ เอเดรียนจึงหยิบผ้าคลุมไหล่ผืนหนึ่งออกมาแทน "เผื่อว่าอากาศจะหนาว เจ้าอาจต้องการผ้าห่ม" เลสธีราห์โคลงหัวเล็กน้อยแล้วจึงลุกขึ้นมาจากเตียงบ้าง เอเดรียนหันมาหาคู่สนทนาและคลี่ผ้าคลุมไหล่ของตนออกให้อีกฝ่ายดู "ผืนนี้อุ่นมาก..."

เซนทอร์หนุ่มรับมันมาถือไว้ หลังจากเห็นว่ามันเป็นผ้าผืนที่เอเดรียนชอบที่สุด

"ข้าคงได้ใช้มัน"

บทสนทาของพวกเขาสั้น ด้วยไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร หรือทำอะไรต่อไป ...จะดีแค่ไหนถ้าพวกเขาทั้งคู่อยู่ในสถานะที่ต่างจากนี้ จะดีแค่ไหนถ้าการตื่นนอนมาพบหน้ากันเป็นความสงบสุขที่แท้จริง ไม่ใช่ตื่นมาเพื่อบอกลาเช่นนี้ "ข้าต้องไปแล้ว" ร่างโปร่งพึมพำ ขณะคลุมผ้าสีเข้มที่เคยเป็นสมบัติชิ้นโปรดของเอเดรียนกับบ่าของตน "หากรีรอ... คงจะไม่ดีนัก"

...ทำไมช่วงเวลาสงบสุขจึงได้สั้นเสียจริง

"ไปเถอะ" เอเดรียนทอดยิ้มจาง พยายามบังคับให้ตัวเองใจแข็งพอที่จะปล่อยอีกฝ่ายไป "ท่านราชเลขารอเจ้าอยู่" เลสธีราห์เป็นเซนทอร์ และเขาควรจะอยู่กับพวกพ้องของตนที่แอสทารอธ เอเดรียนย้ำกับตัวเองด้วยคำนั้น เพื่อปลอบโยนตัวเอง และทบทวนสถานะของเขากับเลสธีราห์ ว่าแม้ครั้งหน้าจะได้พบกัน ก็คงไม่อาจได้อยู่ใกล้แบบนี้อีก

ข้ารักเจ้า เลสธีราห์...

...แต่เขาไม่ได้พูดมันอีก และได้แต่มองแผ่นหลังของอีกฝ่ายหายออกไปจากห้องด้วยหัวใจหนักอึ้ง

 



จาเร็ตต์มองการตกแต่งภายอันโอ่อ่าในของคฤหาสน์ฟลินทรัสต์ขณะที่เดินตามเจ้าของบ้านไปตามทางเดิน ภายในบ้านหลังนี้มีรูปสลักที่ทำจากไม้ ภาพวาดบนผนังที่แสดงถึงสงครามกลางทะเล การปะทะของเรือพายโบราณและการพุ่งอาวุธเข้าหากันอย่างดุเดือด  มีภาพการต่อสู้บนหลังม้าในสนามรบ ล้วนแล้วแต่แสดงถึงอานุภาพของอาวุธหลากหลายชนิด

อาวุธจริงที่ใช้ตกแต่งบนผนังเรียงรายตามทางเดินสามารถหยิบจัดขึ้นมาใช้งานได้ทุกชิ้นตั้งแต่ดาบ ขวาน หอก ทวน ง้าว เคียว หลากหลายชนิดและรูปร่างสุดจินตนาการ นี่คือบ้านของตระกูลที่เคยมีอิทธิพลในตลาดค้าอาวุธมาก แต่เมื่อผู้นำตระกูลถูกลอบสังหาร บุตรชายคนแรกของเขาก็วางมือและทิ้งซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างก่อนจะหายตัวไป... และรับใช้อาณาจักรในตำแหน่งแม่ทัพใหญ่จนถึงทุกวันนี้

แต่คนตรงหน้าเขาเอเรส ฟลินทรัสต์... กลับผันตัวมาเป็นผู้มีอิทธิพลทางทะเลแทน

อันหมายถึงการควบคุมเหล่าโจรสลัดแห่งเทเทส

"เหตุใดจึงต้องปั้นหน้านิ่งขนาดนั้นด้วย ไม่น่ามองเอาเสียเลย" เอเรสยิ้มเล่นหัวขณะนำทางอีกฝ่ายขึ้นไปยังห้องทำงาน หลังจากพูดคุยกับพี่ชายสั้นๆเมื่อวานนี้แล้ว เอเดรียนก็กล่าวว่าเขาจะส่งเลขาของตนมาทำหน้าที่ต่อซึ่งหมายถึงการหารือแผนการสู้รบของระหว่างแม่ทัพเอเดรียน และท่านชายซินญอร์เอง "หากเจ้ายิ้มเสียบ้าง วันที่น่าเบื่อนี่ก็คงจะสดใสขึ้นมาเลยเชียว"

"...ตอนนี้บ้านเมืองเรากำลังตึงเครียดอยู่นะ"

"ข้าเคยเครียดกับอาเดรียหรืออย่างไร" เอเรสแค่นหัวเราะ "เจ้าไม่สบายใจขึ้นมาสักนิดเลยหรือ ที่ในที่สุดพี่ชายข้าก็ตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไร" นัยน์ตาสีเข้มที่ถอดแบบมาจากพี่ชายหรี่ลงและเหลือบมองคู่สนทนา "เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของอาเดรีย" เอเรสเป็นผู้นำของเหล่าโจรสลัดและน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการมีอิทธิเพียงแค่ในตลาดค้าอาวุธ พวกเขาไม่ค้าขายอย่างเป็นธรรมอีกต่อไป แต่ฉกขโมยช่วงชิงสิ่งที่ต้องการมาด้วยกำลัง

จาเร็ตต์ถอนใจเบา "ถึงอย่างนั้น ข้าก็ไม่คิดว่ามันจะง่าย"

"ข้ารับผิดชอบเรื่องสงครามทางทะเลเอง และอีกอย่าง... เอเดรียนก็มีหนทางพูดคุยกับธีสธรัลแล้ว ตอนนี้เจ้าแค่ห่วงเรื่องภายในปราการก็พอ" คนพูดเดินไปถึงแผนที่ขนาดใหญ่อันเป็นสมบัติประจำตระกูลฟลินทรัสต์ และไล่มือไปตามส่วนที่อิทธิพลของเขาครอบคลุมไปถึง

"ท่านหญิงซินญอร่าจะส่งคนร่วมรบด้วยแน่" เอเรสว่า "ข้าสนับสนุนอาวุธพวกเจ้าได้นะ"

แม้เอเรสจะไม่ได้เอาดีทางการค้าอาวุธ แต่แน่นอนว่าโจรสลัดก็ปล้นเรือขนอาวุธมาเหมือนกัน "แต่ก็มีข้อแม้อย่างหนึ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกัน หากเจ้าจะให้ข้ารับผิดชอบส่วนที่ไม่ใช่งานของตัวเอง" จาเร็ตต์มุ่นคิ้วอย่างไม่แน่ใจ เพราะเขาเองก็ยังไม่ได้ออกปากตกลงหรือแสดงท่าทีสนใจอะไรในข้อเสนอของเอเรส

"มาเป็นเลขาของข้าแทนน่ะนะ"

คนฟังอ้าปากค้างอย่างไม่รู้จะสรรหาคำใดมากล่าวตอบ เนื่องด้วยสำนวนการพูดของเอเรสไม่ใช่การชักชวนให้จาเร็ตต์มาทำงานด้วยแบบปกติ แต่มันคือการหยอกเย้าหยั่งเชิง และถ้าหากจาเร็ตต์ตอบตกลงก็เห็นทีว่าเขาจะเสียเชิงให้คนเจ้าเล่ห์คนนี้ "เหตุใดข้าจะต้องไปเป็นเลขาของเจ้าด้วย!"

"ข้าไม่เก่งในเรื่องการคำนวน" ชายหนุ่มว่า ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะทำงาน "แล้วก็... สงสารสายตาของพ่อบ้านแก่ๆที่ต้องมาทำหน้าที่นี้ให้ การเพ่งตัวเลขจำนวนมาก ทั้งๆที่เขาควรรับผิดชอบแค่งานหลักของตัวเอง" ใบหน้าที่คล้ายพี่ชายมากเหลือเกินเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่เอเดรียนไม่มีวันทำได้ "เมื่อไหร่ที่เอเดรียนเป็นผู้นำแห่งอาเดรีย ข้าก็จะเป็นมือขวาของเขา และก็อยากได้เลขาที่ไว้ใจได้สักคนมาช่วยงาน"

"หากเอเดรียนมีชัยในการต่อสู้ ข้าก็จะเป็นมือขวาของเขาในอนาคต!" จาเร็ตต์ตอบโต้

"อา... เจ้าอย่าลืมสิว่าข้าเป็นน้องชายแท้ๆของเขา"

"แต่เจ้าไว้ใจไม่ได้ เอเรส!"

ราชาโจรสลัดก้าวลงจากโต๊ะและขยับเข้ามาประชิดกับคนพูดพร้อมกับค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อจะมองคู่สนทนาในระดับสายตา "เจ้ารู้จักข้าดีแล้วหรือ ถึงได้ตัดสินว่าข้าไว้ใจไม่ได้น่ะ จาเร็ตต์" ระยะของพวกเขาใกล้มากพอที่ร่างโปร่งจะเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาอีกฝ่าย เลขาแม่ทัพพยายามสรรหาคำพูดมาด่าคนตรงหน้า แต่กลับทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่อ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

"เจ้าดูเป็นคนลึกลับน่าค้นหาดีนะ" เอเรสหัวเราะร่วน "แล้วข้าก็ไม่เกี่ยงด้วยว่าจะเป็นหญิงหรือชาย"

"หุบปากไปเลย!!"

ในเมื่อตอบโต้อะไรไม่ได้ จาเร็ตต์จึงได้แผดเสียงออกมาแบบนั้น ทำให้ฝูงนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ใกล้คฤหาสน์ถึงกับตกใจและบินแตกฮือออกมา เพราะเลขาหนุ่มเคยไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะมีใครมา 'ถูกใจ' เขา อีกทั้งใครคนนั้นยังเป็นชายอีกด้วย "เอเดรียนส่งข้ามาช่วยงานเจ้าชั่วคราวในฐานะเลขา ไม่ได้หมายความว่าจะให้เจ้ามาพูดแทะโลมข้าได้ โจฮาลล์มีหน้าที่ดูแลกองทัพด้านในปราการ ส่วนข้าจะคอยควบคุมเจ้าไม่ให้ออกนอกลู่ทางในสงครามกลางทะเล!"

"ข้าบอกพี่ไปแล้วว่าข้าถูกใจเลขาของเขา" คู่สนทนากลางตอบไม่รู้ร้อน และเดินไปนั่งบนเก้าอี้ทำงานของตนเอง ก่อนจะหันมาหาจาเร็ตต์อีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มพึงใจ "และพี่ก็บอกว่าการห้ามปรามข้านับเป็นเรื่องเสียแรงและเปล่าประโยชน์ ดังนั้นหากข้าถูกใจ ก็เป็นเรื่องของข้า"

...เอเดรียน!!

จาเร็ตต์ไม่เคยก่นด่าเอเดรียนในใจแบบนี้มาก่อน ทว่าครั้งนี้เขากลับ อยากตะโกนให้ดังไปถึงบรรพบุรุษของพี่น้องคู่นี้เลยทีเดียว "ท่านเลขา... ข้าไม่มีอำนาจในการเรียกรวมพลโจรสลัดมาจัดทัพอย่างที่เจ้าคาดหวังหรอกนะ" เอเรสยังทอดยิ้มอยู่แบบนั้น "แต่ข้ามีวิธีทำให้พวกเขาออกรบสู้กับกองเรือเวเรนเซียของธีสธรัลได้ก็แล้วกัน"




เลสธีราห์แยกจากเหนือหัวและมารดาของเขาหลังจากเดินทางกลับมาถึง และมุ่งหน้าไปยังเมืองท่ามารินาด้วยเหตุผลเพื่อ 'การเตรียมตัว' แต่เซนทอร์หนุ่มก็พบว่าจิตใจของเขาแทบไม่อยู่กับเนื้อตัวเลยด้วยซ้ำ ร่างโปร่งก้าวขึ้นบันไดเวียนไปยังห้องด้านบนสุดของที่พักสำหรับผู้บัญชาการกองเรือ อันเป็นห้องสี่เหลี่ยมที่มีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่รอบด้านซึ่งสามารถมองเห็นท่าเรือทุกท่าในอ่าวมารินาได้อย่างชัดเจน

โต๊ะแผนที่ขนาดใหญ่วางตั้งอยู่กลางห้อง และเพดานทรงครึ่งวงกลมก็ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจำลองเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนหรือที่ทุกคนรู้จักกันดีว่า แผนที่ดาว โต๊ะแผนที่มีกลไกที่สามารถทำให้หมุนได้รอบทิศทางตามการเปลี่ยนของวันเดือนปี และแผนที่ก็ยังเป็นกระดานวงกลมที่ซ้อนอยู่หลายชั้น ทำให้สามารถคาดเดาคลื่นลมและทิศทางของมรสุมที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นได้

เซนทอร์หนุ่มเท้าแขนกับโต๊ะใหญ่ และสัมผัสได้ถึงความนูนของเกลียวคลื่นบนแผนที่ใต้อุ้งมือของตน ชายหนุ่มกำลังมองทะเลเทเทสตอนเหนืออันเป็นน่านน้ำของแอสทารอธ ก่อนจะละสายตามองลงไปทงทิศใต้ซึ่งเป็นเขตของอาเดรีย สายตาว่างเปล่าของแม่ทัพบ่งบอกได้ว่าเลสธีราห์ไม่มีความเห็นใดกับความใกล้ชิดบนแผนที่ อาณาเขตบนพื้นดินของพวกเขาถูกแบ่งแยกด้วยแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลออกทะเล ในขณะที่อาณาเขตกลางทะเลก็มีเกาะเล็กๆประปรายเป็นแนวกั้น พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้ เหตุใดทั้งเซนทอร์และมนุษย์จึงไม่เคยรู้สึกว่ามีพันธมิตรอยู่เคียงข้างเลย

เพราะความที่เซนทอร์หยิ่งยโสหรือเป็นเพราะความเห็นแก่ได้ของมนุษย์กันแน่

เปลือกตาบางปิดลงก่อนที่เข่าทั้งสองข้างจะค่อยๆทรุดลงกับพื้น แขนแกร่งยังคงวางอยู่ที่เดิม แต่หน้าผากมนกลับกดแนบกับขอบโต๊ะเย็นด้วยความอึดอัด ใจที่เคยแข็งแกร่งแน่วแน่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสน และเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่สามารถตอบได้ ทั้งที่คำบัญชาของเหนือหัวดาเรียสที่หยิบยื่นโอกาสที่เขาเคยต้องการเสมอมา แต่เลสธีราห์กลับไม่มีความรู้สึกยินดีเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเสียอีกเพราะเขากำลังภาวนาให้ผู้นำอาณาจักรเปลี่ยนใจ

เขาต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรที่จะเป็นผู้บัญชาการกองเรือเซเลสต์

และเขาก็ต้องการพิสูจน์ตนเองว่าเป็นเซนทอร์ตนหนึ่งไม่ต่างจากใครอื่น

ร่างโปร่งถอนใจยาวขณะพยายามหาเหตุผลให้ตัวเอง ด้วยการคิดถึงสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด และต้องการมาตลอด เหตุผลที่ทำให้เขาต้องเข้าไปในอาเดรียก็ด้วยสิ่งนั้น เขาแค่ต้องการการยอมรับจากคนรอบข้างเท่านั้น และคนรอบข้างที่จะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตก็คือเซนทอร์ ไม่ใช่มนุษย์ แต่เอเดรียนยอมรับเขาทั้งที่เป็นแบบนี้อีกฝ่ายไม่เคยดูแคลนในสิ่งที่เขาเป็น ไม่เคยคาดหวังให้เขาทำอะไร และนั่นคือสิ่งที่เลสธีราห์พอใจที่สุด เขาจึงมีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้แม่ทัพใหญ่

...เพราะมันคือช่วงเวลาที่เลสธีราห์ไม่รู้สึกว่าชีวิตต้องการอะไรอีกเลย

หากเอเดรียนไขว่คว้าเกียรติยศเพื่อให้ได้ครอบครองเซนทอร์ เลสธีราห์เองก็อยากจะเป็นอัศวินที่สามารถปกป้องดูแลคนรักของตนเองได้เช่นกัน แต่มันช่างน่าเสียดายที่แม้ความปรารถนาของพวกเขาจะแนวแน่สักเพียงใดก็คงไม่อาจทัดทานอำนาจของผู้นำอาณาจักรได้อยู่ดี เอเดรียนอาจคิดไม่ซื่อต่อผู้นำที่ไร้สามารถของตนได้ แต่เลสธีราห์ไม่สามารถขัดคำสั่งของเหนือหัวที่แสนดีของเขาได้จริงๆ

ที่เซนทอร์หนุ่มมีชีวิตกลับมายังแอสทารอธได้ก็เพราะเหนือหัวดาเรียส

และอัศวินย่อมต้องมีความกตัญญู...

ร่างโปร่งหลับตาลง ปล่อยให้หยดน้ำตาอุ่นไหลลงผ่านแก้ม ในขณะที่ริมฝีปากบางสั่นระริกด้วยอดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้สุดความสามารถ แต่เมื่ออยู่เพียงลำพังเช่นนี้ เลสธีราห์ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอดทนเจ็บปวดอีกต่อไป เขาซบหน้ากับโต๊ะเย็นที่ไม่ได้ปลอบโยนใดๆ ฟังเสียงสะอื้นเสียใจอันทรมานของตัวเองในห้องกว้างที่อ้างว้างและไม่มีกระทั่งแสงไฟจากตะเกียงน้ำมัน

ไม่มีใครโอบกอดเขาในครั้งนี้ กระทั่งคำปลอบว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในภายหน้าก็ไม่อาจได้ยิน อัศวินไม่อาจเผยความอ่อนแอให้ใครได้เห็น แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องการใครสักคนข้างกายมากที่สุดก็ตาม "เลสธีราห์..."

เสียงที่คุ้นเคยทำให้ร่างโปร่งสะดุ้งสุดตัว แม้จะไม่ใช่เสียงที่เขาเฝ้าคิดถึงอยู่ก็ตาม

"ร... รีดาห์..."

รองผู้บัญชาการก้าวขึ้นมาจากบันได เสียงเกือกเหล็กกระทบกับพื้นไม้ดังก้องไปทั้งห้องจนน่าแปลกใจว่าเหตุใดเลสธีราห์จึงไม่ได้ยินเสียงเดินของรีดาห์เลย ร่างโปร่งยืดตัวขึ้นพร้อมกับสูดหายใจเข้าเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ "ข้ากลับมาแล้ว..." มีหรือสหายสนิทที่สุดจะไม่รู้ว่าเลสธีราห์ในตอนนี้รู้สึกอย่างไร รีดาห์ไม่เอ่ยตอบประโยคแก้เก้อของอีกฝ่าย แต่เดินไปจุดไฟที่ตะเกียงน้ำมันเพื่อทำให้ห้องสว่างขึ้นแทน

"ข้าไม่เป็นไร..." ผู้บัญชาการแก้ตัวน้ำขุ่น แสร้งทำทีเป็นสนใจแผนที่ทางทะเลแทน

รีดาห์ก้าวเข้ามาหาสหายของตนก่อนจะคืนร่างเป็นมนุษย์เพื่อเผชิญหน้ากับคู่สนทนา "คิดว่าข้าจะเชื่อเหรอ เลสธีราห์ ว่าเจ้า 'ไม่เป็นไร' น่ะ" สหายหนุ่มไม่คาดคั้น แต่เลี่ยงไปหาแผนที่ทางทะเลบนโต๊ะใหญ่แทน "แลกกับเรือจักรไอน้ำสิบลำ เราจะต้องเข้าพวกกับธีสธรัล และเพื่อกู้ชื่อเสียงตัวเองกลับมา เจ้าต้องเป็นคนนำทัพถล่มอ่าวออโรราของอาเดรีย" รีดาห์ทวนคำสั่งของเหนือหัวดาเรียส และสังเกตสีหน้าของคู่สนทนาไปด้วย ซึ่งเป็นไปตามคาด เลสธีราห์ดูเจ็บปวดกับคำสั่งถล่มอาเดรียมากกว่าการต้องไปเข้าพวกกับธีสธรัลเสียอีก

"เจ้าไปอยู่เมืองนั้นมาหลายเดือน... มีอะไรที่สูงค่ากว่าเรือจักรไอน้ำหรือเปล่าเล่า"

แต่คำถามต่อมาของรีดาห์ทำให้เลสธีราห์เงยหน้าขึ้นมองคนพูด "เจ้าอย่าได้คิดจะขัดคำสั่งของเหนือหัวดาเรียส..." เซนทอร์หนุ่มอ้าปากค้าง แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองยังมีสัญญาข้อหนึ่งที่ได้ตกลงไว้กับเอเรส ฟลินทรัสต์ ราชาโจรสลัดแห่งเทเทส "...ปืนคาบศิลา"

รีดาห์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหวัง "มีใช่ไหม... สิ่งที่น่าสนใจกว่าเรือจักรไอน้ำ"

"แต่เรือนี้ถูกตัดสินโดยสภาขุนนางไปแล้ว ข้าเป็นเพียงเสียงเดียว..."

"แล้วเจ้าฆ่าแม่ทัพใหญ่แห่งอาเดรียได้จริงหรือ เลสธีราห์" รีดาห์ถามออกมาตรงๆเมื่อเห็นว่าสหายของตนเริ่มลังเล "ต่อให้มันเป็นเรื่องที่สภาขุนนางลงความเห็นแล้ว แต่อำนาจของผู้บัญชาการกองเรือรบอยู่ในมือเจ้า เลสธีราห์" รองผู้บัญชาการกำหมัด "เอาชนะด้วยวิถีของอัศวิน"

"รีดาห์..." เลสธีราห์อ้าปากค้าง

คนพูดส่งยิ้มกลับเล็กน้อย "เจ้าเปลี่ยนชีวิตชายคนนั้นให้เป็นประโยชน์ของแอสทารอธไม่ได้เหรอ สหายข้า" แม้แอสทารอธจะเห็นเรือจักรไอน้ำเป็นประโยชน์สูงสุดของอาณาจักรตอนนี้ แต่หากต้องการจะขัดคำสั่งของเหนือหัวด้วยวิถีของอัศวิน เลสธีราห์จะต้องทำให้ชีวิตของเอเดรียนมีความสำคัญมากกว่าสิ่งใด

นั่นคือการช่วยเหลือให้เอเดรียนขึ้นเป็นผู้นำของอาณาจักรอาเดรีย

"ข้าทำได้..." 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #350 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:33
    สู้ๆนะเลส
    #350
    0
  2. #327 chawagan (@cshpuy94) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 02:17
    ทุกคนรอบข้างเลสสนับสนุนไปในทางที่ให้ทำทุกทางเพื่อให้เอเดรียนเป็นผู้นำอาเดีย
    #327
    0
  3. #315 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 22:22
    อยู่ดีๆ ก็งอกคู่ใหม่เฉยเลยอะ นี่ยังงงๆ อยู่เลยนะว่าปืนคาบศิลายิ่งใหญ่ปานนั้นเชียวหรอ จะชักนำให้ผู้นำโอนอ่อนจนอภัยให้ได้จริงหรอ
    #315
    0
  4. #285 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 17:27
    เป็นคู่ที่หาฉากหวานกันดีๆแทบไม่ได้ ต้องหวานปนหน่วงๆตลอดทั้งเรื่อง ต้องไปหวังความหวานกันท้ายๆช่วงเคลียร์ปัญหากันแล้วสินะ ... จริงๆก็ชินแล้ว แต่ก็ยังบ่น 555555 //ซับน้ำตา
     
    คุณชายเอเรสคะ ไม่ทราบว่าการยิ้มของจาเร็ตต์มีผลยังไงกับความสดใสในชีวิตท่านเหรอคะ ขยายความทีสิ 5555555
    แกจีบออกนอกหน้าไปมันอ้ะ ก็รู้หรอกว่าหน้าด้าน........... แต่คนที่แกจีบน่ะ เค้าหน้าไม่ได้ด้านแบบแกร ฮ่าๆๆๆๆๆ
     
    ชอบรีดาห์อ่ะะะะ  เพื่อนที่ดีย์  คอยหนุนเลสตลอด  จริงๆเราว่าเลสอึดอัดก็ระบายกะรีดาห์ได้นะ   ด้วยฐานะ อยากคร่ำครวญงอแงกะเอเดรียนก็ไม่ได้ไง ... มาให้เพื่อนโอ๋มามะ  //มาให้เราโอ๋ก็ได้มา----------
     
    #285
    0
  5. #168 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 11:28
    เอฟซีน้องชายยยยยเอเรสน่าร้ากฮว้ากกกก ทำไมพี่ชายห่วยๆมีน้องที่น่ารักน่าหลง?
    #168
    0
  6. #167 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 11:15
    ในที่สุด!!! ไรท์เตอร์ก็อั... แค่กๆ ไม่ใช่สิ ในที่สุดก็รู้ชื่อเต็มเอเดรียนนนนนน 😂😂😂😂
     
    ชอบตอนคุณน้องชายบ่นอ่ะ เจ็บแสบดี ฮ่าาาาา
    ส่วนมากจะเจอพี่ให้ท้ายน้อง นี่น้องหนุนพี่แบบสุดๆเลย 😂😂😂😂
     
    เอเรส กะ จาเร็ต จะมีโอกาสสปาร์คกันมั้ยอ้ะ แอบเชียร์ 5555555
    #167
    0
  7. #166 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 21:54
    เอเรสสินะ อ่านผิดเป็นเซนเรสซะงั้น 555

    ว่าแต่นางจะมีคู่มั้ยคะ? ถ้าไม่มีให้เรากะได้นะ // รีบวิ่ง...
    #166
    0
  8. #165 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 13:38
    เย้ในที่สุดก็เป็นคนดีได้//ผิดๆ โอเคเลยเว่ย อย่างนั้นแหละ เลสแกเป็นเซนทอร์ไม่ควรไปยุ่งกับมนุษยฺนะ เดี๋ยวป้าหาคู่ให้ใหม่
    #165
    0
  9. #164 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 20:54
    เอาจริงง่ะ =[ ]=!! โหดว่ะ 

    ฉันสัมผัสได้ถึงความเอสในตัวของนายเลยเอเดรียน อยากจิครายยยยย T___T
    #164
    0
  10. #163 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 06:36
    ฏอ้ยยยย ฆ่ามันเลยคะ อยู่ต่อไปก็ไม่มีความสุข ทำพีธีมนต์ดำอัญเชิญวิญญาณมาเกิดใหม่เป็นเซนทอร์เลยจร้า ไม่เอเดรียนก็ยึดอำนาจซะ ไม่มีสงคราม ประชาชนไม่ลำบาก คนรักปลอดภัยด้วยนะเออ
    #163
    0