[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,297 Views

  • 359 Comments

  • 1,107 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    80

    Overall
    19,297

ตอนที่ 25 : [Re-Write] "...รีดาห์"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 ธ.ค. 59

เอเรสมองท้องฟ้าที่เป็นสีแดงฉานแปลกไปจากทุกที "มรสุม..."

ร่างสูงพึมพำกับตนเองก่อนจะมองไปที่ท่าเรือใหญ่ของอาเดรีย เรือพาณิชย์ที่มักจะทอดสมอจอดเกะกะอยู่ที่ท่าเล็กท่าน้อยพากันถอยกลับเข้าไปในโรงเก็บเรือจนหมด แทนที่ด้วยเรือรบของกองทัพอาเดรียที่ดัดแปลงด้วยการติดตั้งปืนใหญ่บนเรือพาณิชย์ตั้งแถวหน้ากระดานซ้อนหลั่นกันไปเพื่อกระจายกำลังออกป้องกันท่าเรือและปราการชั้นสามของอาณาจักร โดยเรือที่เล็กกว่าจะอยู่ด้านหน้า และเรือที่ใหญ่กว่าจะคอยดูแลด้านหลัง และควบคุมดูแลโดยโจฮาลล์

"พวกธีสธรัลอาจจะมาถึงเร็วขึ้น" จาเร็ตต์มีสีหน้าเป็นกังวล "ข้ายังไม่เห็นวี่แววของเลสธีราห์เลย"

"เจ้ายังจะหวังพึ่งเซนทอร์อีกหรือ ทั้งที่รู้ว่าข้ายื่นมือเข้าช่วยแล้วเนี่ยนะ" เอเรสหัวเราะลงคอ "ช่างไม่มีความเชื่อใจกันเอาเสียเลย น่าเสียใจจริงๆ" คนพูดแกล้งถอนใจ แต่เมื่อเห็นว่าคำตัดพ้อที่เสแสร้งของตนทำให้คนข้างกายยิ่งมุ่นคิ้วใส่ ราชาโจรสลัดก็ยักไหล่ยอมแพ้ "ก็ได้ ข้าไม่แกล้งเจ้าแล้ว"

"ถ้าเลสธีราห์เปลี่ยนใจ... ไม่ช่วยเราแล้ว แต่ทำตามคำสั่งของเหนือหัวดาเรียสเล่า"

"เจ้าคิดว่าคนสวยใจแข็งขนาดนั้นหรือไง" เอเรสหัวเราะ "จริงๆอยู่ว่านี่อาจจะเป็นการเลือกระหว่างเผ่าตัวเองกับเผ่าอื่น แต่ข้าไม่เชื่อว่าเซนทอร์จะไม่สนใจข้อเสนอของข้า เพราะนอกเหนือจากปืนคาบศิลาแล้ว ข้ายังให้อะไรที่มากกว่านั้น" ทั้งคู่ยังอยู่ที่คฤหาสน์ฟลินทรัสต์ และเฝ้ามองการจัดทัพเรือของอาเดรียอยู่ห่างๆ "พวกเขาอาจจะเปลี่ยนใจยกทัพมาช่วยพวกเราเลยก็เป็นได้"

"ท่านชายเอเรส..." พ่อบ้านชราเคาะประตูห้องทำงาน และเปิดเข้ามาพร้อมกับแผ่นกระดาษยับย่นที่ผูกติดมากับขาของเหยี่ยวส่งข่าว "มีข่าวด่วนส่งมาขอรับ" เจ้าของชื่อรับสิ่งนั้นมาพิจารณาครู่หนึ่ง และพบว่ามันเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยสูงสุดที่เขาใช้ในหมู่โจรสลัด

"จาเร็ตต์..."

"ข... ข้าเหรอ..." คนถูกเรียกมีสีหน้างงงวยเล็กน้อยพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ตัวเอง

"ข้าต้องไปพบโจฮาลล์ ส่วนเจ้าไปกับพ่อบ้าน ข้าจะตามไปสมทบทีหลัง" เอเรสออกคำสั่งเรียบสั้นด้วยน้ำเสียงที่มีความเป็นผู้นำขึ้นมาจนคนฟังต้องกลั้นหายใจ "เอาเรือของข้าออกมา" คนพูดกำกระดาษในมือก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จาเร็ตต์เห็นดังนั้นจึงรีบถาม

"จะไม่บอกข้าหน่อยเหรอว่าใครเขียนอะไรมาถึงเจ้า!"

เอเรสเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อยพร้อมกับสูดหายใจลึก "เรือบรรทุกน้ำมัน..."




'ถ้าข้าอยากจะสู้หลังชนกับเพื่อน... ข้าจะไม่ใช่เซนทอร์เลยหรือไร'

คำพูดของรีดาห์ยังคงสะท้อนอยู่ในหัวของซาฮาลมาตลอดตั้งแต่เมื่อคืน จนบัดนี้อาจเรียกได้ว่าบ่ายคล้อย แต่เซนทอร์ร่างสูงก็ยังไม่อาจถอนตัวเองขึ้นจากภวังค์และอารมณ์ขุ่นมัว เขายังยืนอยู่ที่เดิมที่ท่าเรือมารินา และคิดแต่เรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่อาจปล่อยวางหรือหาทางออกได้ ซาฮาลคิดว่ามันกระทบกระเทือนจิตใจอย่างที่ไม่ควรจะเป็นเสียเหลือเกิน

ว่าที่เหนือหัวอย่างเขา... ไม่ควรจมอยู่กับเรื่องแบบนี้เลยแท้ๆ

'ข้ามีคนที่ให้เกียรติข้าแล้ว ซาฮาล ...เจ้าไม่จำเป็นต้องหยิบยื่นมันให้ข้าอีก'

มุมปากของชายหนุ่มเหยียดยิ้มเย้ยหยันเมื่อคิดถึงคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าคมเข้มที่ดูดุดันแสดงออกถึงความผิดหวังและสมเพช นี่คือสิ่งที่เขาควรได้รับอย่างนั้นหรือ ทั้งที่เขาหยิบยื่นทุกสิ่งให้ฝ่ายนั้นมาโดยตลอด มีแต่เขาเท่านั้นที่คอยปกป้องฝ่ายนั้น แล้วเหตุใดเลสธีราห์กลับไม่เคยพอใจหรือเห็นดีเห็นงามเลยสักครา มันไม่ใช่เพื่อเลสธีราห์หรือ เขาจึงยอมรามือจากการช่วงชิงตำแหน่งผู้นำเซเลสต์ และยอมเป็นผู้นำกองเรือพาณิชย์แทน มันไม่ใช่เพื่อเลสธีราห์หรือ เขาจึงฝึกฝนตนเองเพื่อเป็นอัศวินที่แข็งแกร่งพอจะปกป้องฝ่ายนั้น มันไม่ใช่เพื่อเลสธีราห์หรือ เขาจึงทะเยอทะยานจนสามารถมาถึงตำแหน่งว่าที่เหนือหัวแห่งแอสทารอธได้

ไม่ใช่เพื่อฝ่ายนั้นเลยหรือไร...

เซนทอร์หนุ่มกำหมัดแน่นด้วยความโกรธขึ้งที่ไม่มีทางระบายออก เพราะทุกสิ่งที่เขาทำไปมันกลับสูญเปล่า ความพยายามทั้งหมดของชายหนุ่มไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาของเลสธีราห์ คนแบบไหนกันที่หยิบยื่นเกียรติให้เซนทอร์ตนนั้นได้ คนอย่างแม่ทัพอาเดรียอย่างนั้นหรือ... คนที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้แบบนั้น คือคนที่สามารถให้สิ่งที่เลสธีราห์ต้องการได้หรือไร

...ซาฮาลไม่เข้าใจเลย

"เจ้ามาอยู่ที่นี่เองรึ" เสียงกีบเท้าหนักๆของเหนือหัวดาเรียสดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำ เกือกเหล็กกระทบกับพื้นแข็งเป็นจังหวะการก้าวเดินช้าๆทว่ามั่นคงบ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายเข้ามายืนเคียงข้างแล้ว "ว่าที่เหนือหัวไม่ไปส่งพลทหารแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน"

ดาเรียสพูดถึงเมื่อเช้านี้ และกำลังตำหนิผู้สืบทอดของตนที่บกพร่องในหน้าที่

"กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของนักรบ หากผู้นำไม่ใยดี ขุนพลที่ไหนจะมีเรี่ยวแรงไปทำศึก"

"อภัยข้าด้วย เหนือหัว" ผู้น้อยกว่าหันกลับมาและย่อเข่าลงอย่างสำนึกผิด "ข้าตกอยู่ในภวังค์ที่ไร้ทางออก ถูกครอบงำด้วยอารมณ์ที่ผู้นำอาณาจักรไม่ควรมี อีกทั้งยัง..." ดาเรียสกระแอมในลำคอเป็นเชิงปรามคนพูด และทอดมองร่างที่ยังย่อเข่าจนติดพื้นอีกสักพักก่อนจะถอนใจออกมา

"อารมณ์ใดที่ชี้ทางผิดให้เจ้า ซาฮาล... อารมณ์ใดที่เหนือหัวแห่งแอสทารอธไม่ควรมี"

"..."

"หากผู้นำอาณาจักรตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ แล้วจะนำพาความสงบสุขมาให้อาณาจักรได้อย่างไร" เหนือหัวดาเรียสว่า "สิ่งที่ครอบงำเจ้าไม่ใช่อารมณ์ที่เหนือหัวไม่ควรมี ซาฮาล... แต่มันเป็นอารมณ์ที่เจ้าเอาชนะไม่ได้ต่างหาก" เซนทอร์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เขาก็ยืดตัวขึ้นยืนบนขาตนเองอีกครั้ง

"เมื่อเจ้าเอาชนะอารมณ์นั้นไม่ได้ หน้าที่ที่ควรทำก็จะถูกลืมไปเท่านั้นเอง"

เหนือหัวดาเรียสไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ทำให้คนอย่างซาฮาลทุกข์ใจได้นั้นคือเรื่องใด เพราะอีกฝ่ายเป็นคนหนักแน่น ดุดัน และแข็งแกร่งเสมอต้นเสมอปลาย อีกทั้งยังมีความคิดที่เฉียบคมและการตัดสินใจที่เฉียบขาด แต่หากพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้แล้ว ดาเรียสค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องที่กวนใจซาฮาลคงไม่พ้นเรื่องของเลสธีราห์

"เรื่องบางเรื่อง... พูดออกมาเสียบ้าง ซาฮาล นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเหนือหัวต้องมีคนสนิท"

ผู้นำแอสทารอธตัดสินใจเดินนำคู่สนทนาออกไปจากโรงเก็บเรือที่ว่างเปล่า เพราะเขาไม่ใคร่จะชอบใจอากาศภายในนั้นสักเท่าไหร่ เสียงฝีเท้าของซาฮาลก้าวตามมาช้าๆและดูพินิจพิจารณาไม่เหมือนเคย "เมื่อเช้านี้ท้องฟ้าเป็นสีแดงฉาน ลมทางตะวันออกคงจะแรงกว่าที่เคย เลสธีราห์จึงได้รีบร้อนออกไปแบบนั้น"

"เหนือหัวดาเรียส ท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงอยากได้ตำแหน่งนี้"

ผู้นำแอสทารอธเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งและเหลียวกลับมามองคนถามช้าๆ "มันเป็นเกียรติของเซนทอร์ทุกตนไม่ใช่หรือไร การได้เป็นเหนือหัวสูงสุด ผู้นำเผ่า ผู้ปกครองอาณาจักร โดยเฉพาะคนที่ถือเรื่องเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างเจ้าแล้ว มันย่อมเป็นสิ่งที่ปรารถนาที่สุดในชีวิตไม่ใช่หรือไร"

..เขาดูเป็นคนอย่างนั้นหรอกหรือ

ซาฮาลถอนใจกับตัวเอง "ท่านไม่คิดว่าข้าจะเป็นเหนือหัว... เพื่อใครเลยหรือ"

"เพื่อตัวเจ้าเอง ซาฮาล" ดาเรียสหรี่ตาลงเล็กน้อย "เจ้าเกิดในตระกูลที่มีฐานะ ลักษณะดี และเป็นอัศวินโดยสายเลือด มันอาจเป็นภาระบนบ่าที่เจ้าต้องแบกรับโดยไม่รู้ตัว และจากสิ่งที่ข้าเห็น... เจ้าทะเยอทะยานเพื่อเกียรติแก่ตัวเอง"

"ข้า... มาถึงจุดนี้เพื่อเลสธีราห์"

"..." สิ่งที่ออกมาจากปากของซาฮาลทำให้ดาเรียสชะงักไปครู่หนึ่งเนื่องจากคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล่าวเช่นนี้ แต่เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันแล้ว ดาเรียสก็พอจะรู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงมีอาการซึมเศร้าอย่างที่ไม่เคยเป็น และดูอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้

"ท่านหญิงลีอาห์จะหมดอำนาจในหมู่ขุนนางเมื่อเหนือหัวดาเรียสสละตำแหน่ง แต่เลสธีราห์ก็จะยังเป็นผู้นำเซเลสต์ต่อไป เซนทอร์ครึ่งเอลฟ์เช่นเขา... ไม่เคยได้รับการยอมรับจากใครมาก่อน และถ้ายิ่งหมดอำนาจของท่านหญิงลีอาห์แล้ว เลสธีราห์จะใช้ชีวิตอยู่ในวงขุนนางแอสทารอธตามลำพังได้อย่างไร"

"เจ้าจึงพยายามหาหนทางให้เขาพิสูจน์ตัวเองอย่างนั้นหรือ"

ดาเรียสถาม และคำตอบของซาฮาลคือการพยักหน้า "แต่เมื่อเขาบอกข้าว่า เขาไม่เคยต้องการความหวังดีจากข้าเลย... ไม่เคยรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของข้าเลย... จนคำพูดเหล่านั้นย้ำอยู่ในหัวข้ามาตลอดนับตั้งแต่ได้ยินมัน นี่คือความรู้สึกที่เหนือหัวควรมีอย่างนั้นหรือ!" ซาฮาลที่ดูเป็นผู้ใหญ่เสมอมาถามด้วยน้ำเสียงที่ขาดความมั่นใจอย่างไม่เคยเป็น "ข้าก้าวมาถึงจุดนี้ก็เพื่อเขา แต่เมื่อเขาปฏิเสธ ข้ากลับท้อถอยและไม่คิดถึงเซนทอร์ตนอื่นเลย... นี่คือสิ่งที่เหนือหัวคงคิดอย่างนั้นหรือ!"

"ซาฮาล" ดาเรียสเรียกอีกฝ่าย "การเป็นเหนือหัวไม่ได้หมายความว่าจะรักใครไม่ได้"

"..."

"แต่หากผิดหวังในรักแล้วก็ต้องเข้มแข็งต่อไป อย่าได้จมปลักอยู่กับความทุกข์หรือความเศร้า นั่นคือสิ่งที่เหนือหัวแห่งแอสทารอธควรจะทำ" ดาเรียสไม่คิดว่าเขาจะต้องเอื้อมมือไปลูบหัวคนอย่างซาฮาล ผู้นำกองเรือกราเทียร์ผู้แข็งแกร่งคนนั้นไม่เคยต้องการใคร และไม่เคยแสดงความอ่อนแอใดๆออกมาให้เห็น แต่เมื่อสิ่งที่ทำให้ซาฮาลแข็งแกร่งมาตลอดแตกสลายไป ดาเรียสก็เห็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเท่านั้น

"ข้าก็เคยผิดหวังในรักเหมือนเจ้า" ผู้นำอาณาจักรหัวเราะเบาๆกับตัวเอง "ข้าก็เคยชอบสตรีนางหนึ่ง"

คนฟังยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ดาเรียสลูบหัวตนเองเหมือนเด็กๆ ชายหนุ่มกำลังพยายามรวบรวมสติ และดึงความเป็นตัวเองกลับมาโดยที่ฟังเรื่องราวของดาเรียสไปด้วย "แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เห็นข้าเป็นแค่สหาย แต่ข้าก็เพียรเฝ้ามองนาง... นับตั้งแต่เป็นลูกของเหนือหัว จนกระทั่งได้เป็นเหนือหัวในที่สุด ข้าก็เลือกสารภาพกับนางหวังให้นางมาเป็นยอดดวงใจ"

นัยน์ตาของเหนือหัวดาเรียสส่ายไหวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้

"แต่นางก็ตอบว่านางมีคนที่นางรักแล้วและไม่อาจตอบรับข้าได้... แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็รักนางอยู่ดี จึงได้คอยดูแล ปกป้องมาจนถึงทุกวันนี้ โดยไม่หวังจะได้อะไรตอบแทน" ดาเรียสทอดยิ้ม "ผู้หญิงคนนั้นคือแม่ของเลสธีราห์"




เอเดรียนค่อนข้างมั่นใจว่าผู้นำแห่งอาเดรียล่วงรู้ความคิดของเขาแล้ว แต่ไม่สามารถหาหลักฐานใดมาพิสูจน์ได้ อีกทั้งในเวลานี้ยังไม่เหมาะสมที่จะมาจับผิดกันอีกด้วย ดังนั้นอีกฝ่ายจึงเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาวที่คัสนาห์เพื่อเป็นการเตือนเอเดรียนว่าหากเปิดสงครามกับท่านชายซินญอร์ก็เท่ากับตั้งตนเป็นศัตรูของคัสนาห์ด้วย

...แต่ถึงกระนั้น แม่ทัพใหญ่ก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด

แม้ว่าหน่วยอารักขาฝีมือดีของเขาจะต้องกระจายกำลังออกเป็นหลายส่วนเพื่อควบคุมดูแลกำลังพลของคัสนาห์ที่ถูกส่งมาช่วย และเอเดรียนอาจเข้าถึงตัวท่านชายซินญอร์ได้ยากขึ้น แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นอุปสรรค ขอเพียงแค่ถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ขอแค่ถึงช่วงเวลาที่แน่ใจว่าอาเดรียจะปลอดภัย

นี่เป็นสงครามทั้งภายในและภายนอกจริงๆ ...อีกทั้งไม่มีทางใดให้เขาถอยอีกด้วย

กองทัพของอาเดรียไม่เคยรับรู้ถึงแผนการกบฎนี้ และต่อให้ความสัมพันธ์ของเอเดรียนกับกองทัพอาเดรียจะแน่นแฟ้นสนิทสนมกันมากกว่าท่านชายซินญอร์ แต่อย่างไรคนที่เขากำลังต่อสู้ด้วยก็คือผู้นำอาณาจักรที่ได้ชื่อว่ามีสายเลือดของกษัตริย์องค์สุดท้าย สำหรับเมืองที่เคยปกครองด้วยระบอบกษัตริย์มาก่อน อย่างไรการเปลี่ยนผู้นำก็เป็นเรื่องยากอยู่ดี และตัวเอเดรียนเองก็ไม่เคยคิดด้วยว่าเขาจะสามารถตั้งตนเป็นกษัตริย์แทนได้จริงหรือไม่

เขาจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือเปล่า... ในฐานะของผู้นำก่อการกบฎนี้

...คนที่ตัดสินใจทรยศผู้มีพระคุณอย่างเขา จะสามารถทนความอัปยศและมีชีวิตต่อไปได้หรือเปล่า

อัลธอร์พาคนบนหลังวิ่งขึ้นไปด้านบนกำแพงที่ซึ่งพลธนูของคัสนาห์ประจำการอยู่ "ท่านแม่ทัพเอเดรียน กองเรือของอาเดรียพร้อมแล้ว แต่ข้ายังไม่เห็นวี่แววของพวกแอสทารอธเลย" กองเรือของอาเดรียกระจายกำลังทั่วอ่าวตรงหน้า โดยมีเรือสั่งการลอยลำอยู่กลางกองทัพ แม้จะไม่มีวี่แววของแอสทารอธ แต่เองเดรียนก็คิดว่ากองทัพเรือของเขาพร้อมในการต่อสู้แล้ว

เว้นเสียแต่เส้นขอบฟ้าสีส้มแดงจะปรากฎแถวแนวของกองเรือ และเสียงแตรอันเป็นเอกลักษณ์ของกองทัพเรือที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งเป็นอันดับสองของในท้องทะเลนี้ มันนำพาทั้งความตึงเครียดและความกดดันมาสู่ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นได้โดยไม่ต้องสงสัย

ฝูงนกทะเลส่งเสียงร้องระงมแตกตื่นขณะบินวนทั่วท้องฟ้า เอเดรียนกลั้นหายใจเมื่อเห็นจำนวนข้าศึก ลมแรงในยามเช้าพัดกระพือให้ใบเรือสีขาวนำพาเรือไม้ขนาดใหญ่แล่นข้ามทะเลมา ผนวกแรงกับฝีพายที่ประสานจังหวะกันอย่างลงตัว ทำให้พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด

"เรือสั่งการ..."

โจฮาลล์ที่อยู่บนเรือรบด้านหน้าสุดกลั้นใจ ขณะปราดสายตาประเมินกำลังศัตรูที่คืบคลานเข้ามา ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกพรั่งพรึงหรือตกใจอย่างพลทหารและลูกเรือคนอื่น แต่เขากำลังคำนวนทางหนีทีไล่อย่างรอบคอบ "เรือสั่งการของพวกมันอยู่ด้านหลัง... ด้านหน้าสุดเป็นเรือเร็วไม่มีปืนใหญ่"

"เรือเหล็ก..."

ธีสธรัลใช้เรือใบพายขนาดใหญ่สองลำนำหน้ามุ่งตรงเข้ามาโดยไม่มีสัญญาณเตือน ตามมาด้วยเรือเหล็กที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า "เรือบรรทุกน้ำมัน!!" เสียงตะโกนที่ไม่มีใครคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการมาถึงของม้าสีดำตัวเขื่องที่ร่อนลงมาจากฟ้าด้วยปีกมหึมา

ตึง!

ลูกเรือที่อยู่บนดาดฟ้าแตกฮือเพื่อหลีกทางให้ม้าใหญ่ โดยที่ผู้ควบขี่กระโดดลงจากหลังของมันและตรงเข้ามาหาโจฮาลล์อย่างเร่งรีบ "จัดขบวนใหม่... พวกมันส่งเรือน้ำมันพุ่งเข้ามาในกลุ่มเรา เรือรบทั้งหมดแหวกทางออกไปให้ไกลที่สุด" ม้ามีปีกเป็นสายพันธุ์ม้าป่าที่หายากและมีราคาสูง ดังนั้นจึงเป็นการบอกฐานะของผู้มาถึงได้อย่างดี อีกทั้งรูปร่างหน้าตาและน้ำเสียง โจฮาลล์มั่นใจว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับเอเรส ฟลิสทรัสต์ น้องชายของเอเดรียน

แม้น้ำเสียงของเอเรสจะดุดันและน่าเกรงขามไม่ต่างจากพี่ชาย แต่คำสั่งของเอเรสก็ค่อนข้างกำกวม ระบุจุดประสงค์ไม่ได้ อีกทั้งยังไม่มีที่มาที่น่าเชื่อถือพออีกด้วย ดังนั้นทุกคนจึงลังเลที่จะทำตาม "เราจะเสียเรือรบไปเปล่าประโยชน์ถ้ายังขวางหน้าพวกมัน"

โจฮาลล์มองภาพที่เกิดตรงหน้าและพยักหน้าเห็นด้วย "จัดขบวนใหม่! เรือรบปะทะด้านข้าง!"

ธงสัญญาณที่อยู่บนเรือสั่งการเปลี่ยนสี และแตรอาเดรียก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากเรือลำอื่น ก่อนที่เหล่ากัปตันจะแปรแถวจากหน้ากระดานมาเป็นการจับกลุ่ม "พวกมันไหวตัว..." แม่ทัพกองเรือเวเรนเซียว่า "แปรขบวน! เราจะตั้งรับการปะทะของพวกมันอยู่ที่นี่!"

เอเดรียนมองดูการจัดทัพของทั้งสองฝ่ายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สายตาของชายหนุ่มเพ่งมองไปที่เรือเหล็กลำใหญ่ของธีสธรัลที่ถูกลากมา "เรือเหล็ก..." ร่างสูงพึมพำ "ไม่มีแม้แต่หางเสือเพื่อจะบังคับทิศทาง..." เรือพายที่ลากนำหันหัวกลับไปยังเวเรนเซียพร้อมกับตัดโซ่เส้นยาวให้ขาดสะบั้น ปล่อยให้เรือเหล็กพุ่งผ่านเกลียวคลื่นเข้าหาแผ่นดิน

"ท่านแม่ทัพ!" เสียงตะโกนมาจากกำแพงด้านบนทำให้แม่ทัพใหญ่ต้องหันกลับไปมองต้นเสียง พลทหารชี้มือออกไปทางทะเลเปิดเบื้องหน้าพร้อมกับพูดอะไรสักอย่างที่เขาไม่สามารถจับความได้เนื่องจากเสียงฮือระงมของพลทหาร

"เรือเซเลสต์! ท่านแม่ทัพ!"

ปากอ่าวอาเดรียนั้นเป็นหน้าผาสูง และเรือที่โผล่พ้นผาหินออกมาก็คือเรือสามเสาที่มีธงสัญลักษณ์ของเซนทอร์ แผ่นไม้มหึมาขยับพายพาเรือรบเข้ามาขวางระหว่างเรือเหล็กและปากอ่าวอาเดรีย ร่างโปร่งที่บังคับทิศทางอยู่ท้ายเรือปราดสายตามองไปยังข้าศึกจากตะวันออก

"เก็บพายทั้งหมดเข้ามา..."

เลสธีราห์ถ่ายทอดคำสั่งไปยังรีดาห์ โดยที่ตนเองก้าวขึ้นไปบนกราบเรือและมองดูประตูปืนฝั่งซ้ายค่อยๆเปิดออกทีละบาน "เรือเหล็ก..." ท่อนเหล็กลอยน้ำเคลื่อนผ่านเข้ามาในกองทัพอย่างเชื่องช้า เซนทอร์หนุ่มได้ยินเสียงโหวกเหวกด้วยความตื่นตระหนกของลูกเรืออาเดรีย กองทัพอาเดรียกำลังจัดขบวนใหม่โดยเปิดทางให้เรือเหล็กของธีสธรัลผ่านเข้ามาในน่านน้ำเพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียเรือรบ และใช้เรือพายขนาดใหญ่หลายลำเรียงแถวขึ้นเป็นแนวป้องกันที่ปากอ่าวแทน

"เรือรบดัดแปลง... ติดตั้งปืนใหญ่บนเรือพาณิชย์ขนาดกลาง" แม่ทัพหนุ่มมุ่นคิ้วมองในระยะไกล "จะว่าไปก็แก้ปัญหาได้ไม่เลวหรอกนะ เอเรส" เลสธีราห์จรดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองข้าศึกที่จัดกระบวนขึ้นมาโดยให้เรือขนาดใหญ่อยู่ที่ปลายแถวด้านหน้าสุดเพื่อหวังโอบล้อมอ่าวออโรรา "กระบวนรบแบบจันทร์เสี้ยว... ต้องใช้ปืนใหญ่พิสัยไกล"

"กระบวนรบแบบจันทร์เสี้ยวทำให้ปืนใหญ่พิสัยไกลหมดความหมาย" รีดาห์เดินตามมาสมทบและร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ "มันเป็นการตั้งรับอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะไล่กลับเข้ามาเช่นเดียวกับลักษณะเขากระทิงป่า เราต้องทำลายรูปขบวนของพวกมันให้ได้ก่อน แล้วจึงแยกตีเรือที่กระจัดกระจาย เพียงแต่เราไม่มีกำลังมากพอ" รองผู้บัญชาการขบริมฝีปากตนเองเบาๆ "หากมีเรือใต้บัญชามากกว่านี้ก็คงดี"

"ข้าคิดว่าเอเรสอ่านเกมพวกมันออก" เลสธีราห์ว่า และกลับมาสนใจเรือเหล็กลำใหญ่ที่ลอยเข้ามาเพียงลำพัง "ข้าจะยิงเจ้านี่เอง" นัยน์ตาสีฟ้าเขม้นมองสิ่งที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา มือเรียวหยิบคันธนูคู่ใจขึ้นมาและแตะนิ้วขึ้นสายเปล่าอย่างที่เคยทำ เซนทอร์หนุ่มกำลังจะง้างสาย แต่แล้วพลทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับอาการตื่นตระหนก

"ท่านเลสธีราห์!!"

แม่ทัพเรือเสียสมาธิกับเป้าหมาย "มีอะไรกัน..."

"พายทุกเล่มได้รับความเสียหายหมดเลยขอรับ!" แม่ทัพหนุ่มมุ่นคิ้ว และยอมละสายตาจากเรือเหล็กเพื่อตามอีกฝ่ายไปที่ท้องเรือ ที่ซึ่งลูกเรือกำลังแตกตื่นเมื่อดึงท่อนไม้พายขนาดใหญ่กลับเข้ามาในท้องเรือและพบว่ามีของเหลวสีดำลื่นติดมาด้วย

"ทะเลอาเดรียนี้มีพิษ!"

"มันคือมลพิษที่จะแผ่กระจายออกไปถึงน่านน้ำของเรา!"

เลสธีราห์ก้าวลงมาชั้นล่าง และพบว่าน้ำทะเลที่เจิ่งนองอยู่ที่ท้องเรือกลายเป็นของเหลวสีดำที่ส่งกลิ่นฉุนร้ายกาจ อีกทั้งใบพายทุกเล่มที่ดึงกลับเข้ามาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเหล่านี้เต็มไปหมด "ท่านเลสธีราห์ ทะเลนี้มีพิษ! ถ้าเรายังลอยลำเซเลสต์อยู่ละก็..."

แม่ทัพหนุ่มยกมือปรามคนพูด "เหลวไหล"

ร่างโปร่งก้มพิจารณาใบพาย และสัมผัสของเหลวนั้นด้วยมือของตน "เลสธีราห์..." รีดาห์ตามลงมาจากด้านบน "เราอยู่ใต้ลม หากเข้าไปใกล้จะยิ่งเสียเปรียบ..." รองผู้บัญชาการสะดุดกับสิ่งที่พบ ก่อนจะย่นจมูกกับกลิ่นอันไม่น่าพึงประสงค์ที่กระจายไปทั่วท้องเรือ

"หยุดปืนใหญ่ทุกกระบอก..."

แม่ทัพหนุ่มยื่นมือของตนให้คนสนิทเห็นคราบสีดำเปียกลื่นบนนิ้ว "นี่คือน้ำมันดิบ... รีดาห์ เรือเหล็กนั่นปล่อยน้ำมันลงทะเล ถ้ามันเจอประกายไฟเมื่อไหร่ก็จบกัน" ร่างโปร่งวิ่งขึ้นบันไดนำหน้าไปพร้อมกับตะโกนออกคำสั่ง "ดึงปืนใหญ่กลับเข้ามา! ห้ามจุดไฟ!! พวกท้องเรือรีบขึ้นมาให้หมด! หันพังงาไปทางขวา!"

เมื่อแม่ทัพใหญ่เปลี่ยนคำสั่ง เซนทอร์บนเรือก็ได้แต่ชะโงกชะเง้อมองตามด้วยความไม่เข้าใจ

เลสธีราห์กลับขึ้นมายังด้านบนและมองดูเรือเหล็กลำใหญ่เคลื่อนตัวผ่านไปช้าๆ มุ่งหน้าสู่ด้านในอ่าวอาเดรีย โดยที่ข้างลำเรือยังปล่อยน้ำมันสีดำออกมาไม่ขาดสาย "หันหัวเรือไปให้พ้นเรือลำนั้น..."

...บรึ้ม!

ตะเกียงไฟหลายดวงถูกเหวี่ยงออกมาจากเรือของธีสธรัลที่ด้านหน้า และเมื่อมันตกกระทบผิวน้ำที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน เปลวไฟก็ลุกโชนขึ้นกลางทะเล เรือรบแถวหน้าเปลี่ยนทิศทางเพื่อเลี่ยงลูกไฟ แต่แล้วมันก็ไปเบียดเส้นทางของเรือที่แล่นตามมาทำให้ขบวนทัพสับสนและประสานงาชนกันเองอย่างรุนแรง

โครม!

ตูม!

"ธนูไฟ..." แม่ทัพเวเรนเซียสั่งเสียงเย็น "ยิงธนูไฟลงน้ำ!"

แตรสัญญาณของธีสธรัลดังขึ้น พลธนูก้าวมาที่กราบเรือทั้งสองข้างพร้อมกับลูกธนูที่ติดไฟ ขณะที่กองเรืออาเดรียตรงหน้าอยู่ในความโกลาหล เปลวไฟที่มอดไหม้อยู่บนผิวน้ำเริ่มลามไปทั่วบริเวณ และไม่ว่าเรือจะเคลื่อนไปทางใดก็จะลากเอาคราบน้ำมันตามไปด้วย

เอเดรียนอ้าปากค้างมองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าอย่างไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร "...โจฮาลล์" ความตื่นตระหนกทำให้เรือหลายลำพุ่งเข้าชนกันเอง กระทั่งเรือสั่งการเองก็ยังพยายามเบนหัวออกไปอย่างไร้ทิศทางให้พ้นกองไฟและรักษาเรือเอาไว้ กลุ่มธนูไฟที่พุ่งออกมาจากกองเรือธีสธรัลยิ่งทำให้ท้องสมุทรลุกโชนเป็นทะเลเพลิง ทว่าแม่ทัพใหญ่แห่งอาเดรียก็ทำให้แค่ยืนมอง

โครม...!!!

เรือเหล็กพุ่งเข้าชนกลางกลุ่มเรือใบพายที่ขวางทาง และพุ่งต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

"...ต้องระเบิดเรือนั่นทิ้ง" เอเรสพึมพำขึ้นหลังจากใช้เวลาสักพักในการตั้งสติ "โจฮาลล์! สั่งให้เรือพุ่งเข้าเทียบกันเป็นขบวนแล้วถ่ายกำลังคนกลับมาให้มากที่สุด!" ร่างบนหลังม้าคว้าธนูคันใหญ่ขึ้นมาถือพร้อมกับแตะปลายลูกดอกหนึ่งกับไฟเพื่อจุดธนูเพลิง แล้วกระทุ้งสีข้างม้าคู่ใจแรงๆทีหนึ่ง "เอาชีวิตคนกลับมาให้มากที่สุด!!"

"เอเรส!!"

ถ้าเรือเหล็กยังไม่หยุดเคลื่อน อ่าวอาเดรียก็จะกลายเป็นทะเลเพลิงอย่างแท้จริง

ม้าสีดำกระโจนขึ้นบนกราบเรือและดีดตัวออกไปพร้อมกับกางปีกออกเพื่อพาคนบนหลังออกไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้า "เทียบเรือ!! เทียบเรือลำหน้า พาคนกลับมา!!" เสียงของโจฮาลล์ตะโกนสั่งการอยู่เบื้องหลัง ในขณะที่เอเรสพาม้าของตนบินออกไปที่กลางทะเล โดนเว้นระยะห่างจากเรือน้ำมัน แต่ก็ใกล้พอที่จะยิง เขาง้างลูกดอกขึ้นสายเล็งไปที่น้ำมันจำนวนมากที่กำลังทะลักทลายออกมาจากลำเรือ และโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ผู้นำโจรสลัดก็ยิงลูกดอกติดไฟไปที่เป้าหมาย

บรึ้ม...!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นเกิดขึ้นพร้อมประกายไฟที่พุ่งสูงขึ้นในอากาศ ตามมาด้วยกลุ่มควันสีดำคละคลุ้ง ความรุนแรงที่สามารถเปลี่ยนทิศทางของเกลียวคลื่นทำให้เรือที่อยู่ใกล้เคียงเสียหลักทรงตัว สะเก็ดไฟจำนวนมากปลิวมาตามแรงลมและติดบนใบเรือลุกโชนโหมขึ้นอีกระรอก

"ไฟไหม้ใบเรือ!!"

"ไฟไหม้ดาดฟ้าเรือ!!"

โจฮาลล์เงยหน้าขึ้นมองกลุ่มควันบนฟ้ามืดครึ้มแม้จะเป็นยามกลางวัน และมองศัตรูที่ยังสงบนิ่งอย่างใจเย็นเพื่อดูความวินาศของกองทัพเรืออาเดรีย "สละเรือ..." น้ำมันดิบยังลามเข้ามาไม่ถึงด้านในของอ่าวออโรรา ดังนั้นโอกาสรอดของพวกเขายังคงมีอยู่ "สละเรือ!! เรือที่ติดไฟ สละเรือ!!" เรือรบแต่ละลำมีคลังแสงของตนที่ใช้เก็บดินปืนและอาวุธทั้งหลาย หากปล่อยให้ไฟไหม้ต่อไปเช่นนี้ อีกไม่นานก็จะเกิดการระเบิดในที่สุด กองทัพเรือของอาเดรียมีเพียงยี่สิบลำ และอย่างน้อยสิบลำในตอนนี้ก็ติดไฟแล้ว

แต่แตรของแอสทารอธกลับถูกเป่าขึ้นจนความโกลาหลวุ่นวายหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ เรือเซเลสต์แล่นออกมาจากม่านควันดำกับเรือที่ไม่ได้รับอันตรายใด เว้นเสียแต่ลูกไฟเล็กๆที่ติดอยู่บนผิวทะเลโดยรอบเท่านั้น

เลสธีราห์กระโจนขึ้นมายืนหน้าด้านของหัวเรือที่เคลื่อนเข้าใกล้เรือของโจฮาลล์

"ตามข้ามา!" ลมยามกลางวันส่งให้เรือรบขนาดใหญ่เคลื่อนนำไปเบื้องหน้าแม้ว่าจะเป็นทะเลเพลิง ใบเรือสีขาวทั้งหมดถูกกางออกโดยไม่กลัวเกรงสะเก็ดไฟ พวกเซนทอร์เป่าแตรของตนพร้อมกับระดมพลที่มีอาวุธครบมือขึ้นมาบนดาดฟ้า "ใช้เรือไฟพุ่งชน!"

โจฮาลล์มองตามอีกฝ่ายไปสักพักจึงได้เข้าใจสิ่งที่เลสธีราห์ต้องการ

"บอกกัปตันทุกลำ!! เราจะใช้เรือไฟเข้าชนธีสธรัล!"



แม้ว่าการบาดเจ็บที่ข้อเท้าจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเซนทอร์ แต่มันกลับเป็นโอกาสหนึ่งที่ทำให้แม่ทัพหญิงโมนาสามารถใช้เวลาพักฟื้นอยู่กับบุตรชายได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะกลับไปร่วมประชุมในสภาขุนนางวันรุ่งขึ้นอันหมายถึงการกลับไปทำหน้าที่แม่ทัพตามเดิมโดยสมบูรณ์ ในวันนี้เซนทอร์หญิงจึงได้แต่เอนกายนอนอยู่บนแท่นและเฝ้ามองบุตรของตนซ้อมดาบไม้อยู่กับบิดาของตน ซึ่งนั่นก็คือตาของเขานั่นเอง

ตระกูลของนางนับเป็นตระกูลที่เก่าแก่ตระกูลหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการทำศึก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องฝึกฝนให้มีความชำนาญด้านการต่อสู้ตั้งแต่ยังเด็กเพื่อในภายภาคหน้าจะเติบโตขึ้นไปเป็นอัศวินเซนทอร์ต่อไป

"โมนา" หญิงสาวหันตามเสียงเรียกของน้องสาวต่างมารดา ผู้ที่คอยนำข่าวสารบ้านเมืองมารายงานให้ฟังทุกวัน และแน่นอนว่าโมนาย่อมรู้เรื่องคำตัดสินของเหนือหัวดาเรียส เรื่องความสัมพันธ์ของเลสธีราห์และเอเดรียน อีกทั้งยังรู้ถึงความคิดจะขัดคำสั่งสภาขุนนางของรีดาห์อีกด้วย แต่ในเมื่อไม่มีคำสั่งมาถึงนาง โมนาคิดว่าตนควรจะวางตัวสงบเอาไว้และรอดูสถานการณ์ต่อไป

ทว่าในวันนี้ เฟรดากลับเดินทางมาพร้อมซาฮาล ว่าที่เหนือหัวแห่งแอสทารอธ

"ว่าที่เหนือหัว..."

แม่ทัพใหญ่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วจึงขยับร่างเพื่อลุกขึ้นและทำความเคารพอีกฝ่ายตามธรรมเนียมปฏิบัติ ทั้งบุตรชายและบิดาของนางหันมามองการมาเยือนนั้นและหยุดการฝึกซ้อมเอาไว้ด้วยความแปลกใจ "เดินทางมาถึงนี่ แปลว่าจะต้องมีเรื่องใดเป็นกรณีพิเศษอย่างแน่นอน" โมนาเป็นหญิงฉลาด แม้ว่านางจะเป็นคนใจร้อน โมโหร้าย และรับมือได้ยากเย็น

ซาฮาลรู้ดีว่าไม่ควรอ้อมค้อมกับแม่ทัพใหญ่แห่งแอสทารอธจึงได้แกะซองหนังในมือออกและเผยให้อีกฝ่ายเห็นถึงสัญญาข้อตกลงของตระกูลฟลินทรัสต์แห่งอาเดรีย "เลสธีราห์ปฏิเสธคำสั่งของสภาขุนนาง และทิ้งสิ่งนี้เอาไว้ก่อนจะออกเรือไปอาเดรีย"

โมนาก้าวไปหาอีกฝ่ายแล้วจึงรับสิ่งนั้นมาพิจารณา "เอเรส... โจรสลัดแห่งทะเลเทเทสรึ"

"จริงอยู่ว่าการขัดคำสั่งของสภาขุนนางนับเป็นเรื่องใหญ่หลวง และเรื่องนี้ก็ไม่สามารถรอให้ถึงวาระประชุมครั้งต่อไปได้ เลสธีราห์ออกเรือไปสู้กับธีสธรัล ในขณะที่แม่ทัพใหญ่ก็หันหน้าสู้กับผู้นำของตนเอง" ซาฮาลไม่เอ่ยชื่อเอเดรียน เพราะเขาคิดว่าตนเองรู้สึกเจ็บปวดกับมันจนไม่อยากจดจำ "หากสำเร็จ แอสทารอธจะได้รับประโยชน์จากสัญญาฉบับนี้ แต่หากล้มเหลว ผู้ที่สูญเสียก็คือเลสธีราห์"

โมนาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนเหยียดยิ้ม "เช่นนั้นแล้ว ว่าที่เหนือหัวต้องการให้ข้า..."

"ข้าต้องการหน่วยองครักษ์ส่วนตัวของท่านแม่ทัพ ในนามของว่าที่เหนือหัว ข้าสามารถรับผิดชอบการกระทำของเจ้าได้" ซาฮาลเอ่ยเสียงเรียบขณะที่มองสบตากับแม่ทัพหญิง "ไปช่วยทำให้สัญญาฉบับนี้มีผล ไปช่วยคนสนิทของข้ากลับมา"

"ไปช่วยเลสธีราห์กลับมารึ" โมนาประหลาดใจ ด้วยความที่นางรู้จากน้องสาวแล้วว่าคนที่เลสธีราห์มีใจให้นั้นไม่ใช่ว่าที่เหนือหัว ดังนั้นคนตรงหน้านางจึงอยู่ในภาวะ 'ถูกทิ้ง' อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องแปลกหากอีกฝ่ายจะยังยืนยันหนักแน่นอยู่

ซาฮาลนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ "...รีดาห์"





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #351 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:38
    รู้ตัวซักทีน้า5555
    #351
    0
  2. #317 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 23:20
    มองถูกคนสักทีนะซาฮาล ว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่สำคัญ นึกว่าจะบื้อต่อไปซะแล้ว
    #317
    0
  3. #288 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 22:08
    ที่ซาฮาลกะเลสลงเอยกันไม่ได้เนี่ย ... เพราะนิสัยมันจูนกันไม่ลง ซาฮาลจะมีแนวคิดแบบเซนทอร์สุดโต่ง ... ส่วนเลสเนี่ย คือนางค่อนข้างจะอ่อนไหว พอซาฮาลแรงมาตรงๆเลยโดนกาหัวไว้เลย ... กะเอเดรียนที่มานิ่มๆ ค่อยๆป้อ(?) เลยได้ใจเลสไปแทน  ... เสียใจด้วยนะที่เลสไม่เข้าใจความรักฉบับโหดซึนของนาย //ตบบ่า
    ฉากดาเรียสลูบหัวซาฮาลเนี่ย … คือยิ้ม คือเหมือนจะขำ พยายามกลั้น ... ขอโทษนะซาฮาล 5555555555555555
     
    ความอลังการนี้ ... คงได้แต่พูดว่า สมกับเป็นเอเรสจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    ......... จันทร์เสี้ยวไม่งงนะ แต่พอกระทิงป่าแล้วเริ่มเอ๋อ ฮรือออออ
    เท่กว่าพระเอก ก็นายเอกเนี่ยแหละ -/////////-  อยู่กะเอเดรียนมาทั้งเรื่อง เลยไม่ได้เห็นด้านนี้เลย โฮกกกกก ท่านแม่ทัพเรืออออออ  <3 <3
     
    ถูกแล้วซาฮาลถูกแล้ว  จะมีคนสนิทที่คุยระบายได้ทุกเรื่องเนี่ย เป็นรีดาห์น่ะถูกแล้วววว ฮี่ฮี่
     
    #288
    0
  4. #183 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 23:46
    เรามาอ่านแล่ววววววววววววว โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ปริ่มมมมมมมม การสอบอันยาวนานนนน 😭😭
     
    โอ้ยยยยยยย คูแรนน์~~~~ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ชอบตรง เมืองม้านั่นดุยังกับหมา 😂😂😂
    ปากหนอปาก มีการเปรียบเทียบเชิงยุแยงหาเรื่องปวดหัวให้วิกเตอร์อีกนั่น ฮ่าๆๆๆๆๆ ถึงกับพุ่งจากหัวโต๊ะมาาา 555555
     
    สรุปใครจะสู้กะใครยังไงเดี๋ยวรอดูต่อไป แต่ส่วนตัวไม่อยากให้ไอย์ชวลยื่นมือเข้ามาช่วยนะ . . . ไม่ใช่อะไร เราไม่รู้จะเชียร์ใครดี 😂😂😂😂
    #183
    0
  5. #173 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 23:01
    สำหรับเรา เราไม่งงนะคะ แต่ตอนนี้บับ...ขอกรี๊ดให้ตัวละครเรื่องเก่านิสนุง...

    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เซนจังน่าร้ากอ้าาาาาาาา!!!! >//[  ]//< // โดดกอดดดดดด
    #173
    0