[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,297 Views

  • 359 Comments

  • 1,107 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    80

    Overall
    19,297

ตอนที่ 27 : [Re-Write] "ข้าเชิญเจ้ามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 ม.ค. 60

เหนือหัวแห่งแอสทารอธยืนอยู่เพียงลำพังในบริเวณสวนกลางพระราชวังอัสเธียร์ และขบคิดสิ่งต่างๆไปเรื่อยเปื่อยในขณะที่เฟลิเซีย คนสนิทของท่านหญิงลีอาห์มาขอเข้าพบพร้อมกับสาส์นที่ควรจะส่งไปถึงราชินีแห่งธีสธรัล "เป็นการตัดสินใจของซาฮาลรึ"

ผู้นำอาณาจักรมองซองหนังในมือ และเอกสารอีกฉบับซึ่งเป็นสัญญาของตระกูลฟลินทรัสต์

"เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ว่าที่เหนือหัวได้เดินทางไปพบกับท่านแม่ทัพโมนาเพื่อขอกำลังจากหน่วยองครักษ์ส่วนตัวของนางซึ่งมีฝีมือดีที่สุดในกองทัพ และเดินทางไปยังอาเดรียแล้วเจ้าค่ะ" เฟลิเซียกล่าวเรียบ "ข้าได้รับมอบหมายให้นำความเคลื่อนไหวนี้มาแจ้งแก่เหนือหัว"

ดาเรียสหัวเราะเบากับตนเอง "แปลว่าเป็นประโยคบอกเล่าสินะ"

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การตัดสินใจของซาฮาล แต่เป็นการตัดสินใจของเลสธีราห์ต่างหาก

"อย่างไรอำนาจในการปกครองแอสทารอธก็จำต้องตกอยู่ในมือของซาฮาล ดังนั้นข้าเชื่อว่ามันคือการตัดสินใจเพื่อแอสทารอธแล้ว" ดาเรียสกล่าวเสียงเรียบ "แต่ต่อให้เป็นถึงเหนือหัวแห่งแอสทารอธ เขาก็คงไม่สามารถช่วยเหลือเลสธีราห์ได้ เด็กคนนั้นคงต้องลงจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือเซเลสต์ในที่สุด"

เฟลิเซียเม้มปากเล็กน้อยระหว่างชั่งใจว่าควรจะถามเหตุผลหรือไม่

"เพราะนั่นคือโทษทัณฑ์ที่เขาต้องรับในฐานะที่สร้างความเดือดร้อนและอับอายขายหน้าให้อาณาจักร ซึ่งต่อให้มีสัญญาฉบับนี้ มันก็ไม่อาจซื้อตำแหน่งของเลสธีราห์คืนมาได้" ดาเรียสมองดูสัญญาของเอเรส "มันคือผลประโยชน์ของอาณาจักรที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเขาเลยแม้แต่น้อย"

"ข้ามิขัดข้องในคำสั่งของสภาขุนนาง หากแต่เป็นห่วงท่านหญิงลีอาห์" เฟลิเซียกล่าว

ดาเรียสถอนหายใจยาวๆครั้งหนึ่ง ขณะนึกถึงคำขอร้องสุดท้ายของราชเลขาก่อนที่นางจะเดินทางออกไปยังดินแดนตะวันออก เพื่อขอความช่วยเหลือให้ชาวเอลฟ์ยอมรับและให้ที่พักพิงกับบุตรชายของนาง หากเขาถูกเนรเทศออกจากดินแดนเซนทอร์

"นางเป็นเซนทอร์..." เหนือหัวหลับตาลง "และนางพร้อมยอมรับในกฎของเซนทอร์เสมอ"

และตัวเขาเองก็เช่นกัน ที่แม้ใจอยากจะยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างไร แต่กฎย่อมต้องเป็นกฎ

"เฟลิเซีย" ดาเรียสเหลือบมองคนข้างกาย "พรุ่งนี้จะมีการประชุมของสภาขุนนาง เจ้าควรจะเตรียมตัวชี้แจงเรื่องนี้ต่อทุกคน และชี้แจงโทษทัณฑ์ของเลสธีราห์ด้วย" เหนือหัวกำหมัดเล็กน้อย "เขาจะต้องถูกเนรเทศออกจากแอสทารอธตามกฎของอัศวินเซนทอร์"

'ข้าจะไม่ขออยู่ดูลูกของตัวเองตายในสนามรบ'

เพราะท่านหญิงลีอาห์รู้ นางจึงตัดสินใจเดินทางไปพบธีโอเดร บลังค์... บิดาของเลสธีราห์




แม้เลสธีราห์จะเคยเห็นเรือลำนั้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต แต่สัญลักษณ์บนธงผืนนั้น ในฐานะผู้ที่มีสายเลือดตระกูลบลังค์ เซนทอร์หนุ่มไม่เคยลืม ในขณะที่เอเดรียนมุ่นคิ้วมองเรือลำใหญ่ที่ขวางอยู่ระหว่างเซเลสต์และคาร์เธียร์ด้วยความไม่เข้าใจ อีกทั้งยังแปลกใจกับสิ่งที่เรียกว่า 'เรือเหาะ' ไม่ต่างจากพวกเซนทอร์บนเรือเซเลสต์ที่เริ่มชะเง้อมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ความเงียบเกิดขึ้นเนิ่นนานโดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งเซนทอร์ตนหนึ่งกระโดดข้ามจากเรือเหาะกลับมาที่เซเลสต์ และนั่นก็ยิ่งทำให้ทุกคนวางท่าทีไม่ถูก "ท่านหญิงลีอาห์!" นานสักครั้งที่พวกเขาจะเห็นราชเลขาผู้สงบเสงี่ยมวิ่งผาดโผนแบบนี้ แต่ก็ไม่เคยลืมว่าครั้งหนึ่งนางก็เคยเป็นนักรบมาก่อนที่จะเป็นคนสนิทของเหนือหัว ราชเลขากวาดสายตามองเซนทอร์ทั้งหมดในเรือด้วยท่าทางเรียบเฉย และหยุดมองที่บุตรชายของตนบนดาดฟ้าท้ายเรือ คนเป็นแม่ไม่พูดพร่ำทำเพลงใด แต่รีบปราดตรงเข้าไปหาบุตรชายอย่างรวดเร็วจนเกือบจะเป็นการวิ่ง ด้วยสีหน้าซีดเซียวของอีกฝ่ายทำให้ใจของนางเจ็บยอกเสมือนถูกบีบด้วยแรงมหาศาล

"เลสธีราห์!"

ลูกเรือแหวกทางให้ท่านหญิง และเมื่อนางขึ้นไปถึง เอเดรียนก็ยอมถอยออกห่างแต่โดยดี เซนทอร์หนุ่มพยายามจะพยุงตัวเอาไว้ด้วยการจับพังงาเรือเพื่อไม่ให้มารดาเป็นห่วง หรือทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูอ่อนแอมากกว่าเดิม แต่ด้วยความที่ยังไม่ฟื้นตัวดีทำให้ชายหนุ่มจุกจนพูดอะไรไม่ออก "สภาขุนนางสั่งให้เจ้าหันหน้าสู้กับธีสธรัลหรือไร..." ลีอาห์เสียงสั่น ด้วยรู้ว่ามติที่แท้จริงของสภาสูงคืออะไร เพราะนางเองก็เป็นส่วนหนึ่งในที่ประชุมนั้นด้วยเช่นกัน

แต่แล้วหางตาของนางเหลือบไปเห็นเอเดรียนเข้า "เจ้า...!"

เพี๊ยะ!

นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เซนทอร์แห่งแอสทารอธได้เห็นท่านหญิงลีอาห์อดกลั้นความรู้สึกไม่ได้อีกต่อไป กีบเท้ากระทืบอย่างกราดเกรี้ยวและร่างโปร่งก็พุ่งเข้าใส่มนุษย์ที่ไม่ห่าง ก่อนจะเหวี่ยงหลังมือฟาดเสี้ยวหน้าของเอเดรียนอย่างแรงจนร่างสูงกระเด็นไถลลงไปกับพื้นจนกระแทกขอบไม้ระเบียงเรือ

"อั่ก...!!"

แม่ทัพใหญ่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธความกราดเกรี้ยวของท่านหญิง ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกและยืดตัวลุกขึ้นเพื่อรับฟังทุกอย่างแต่โดยดี ลีอาห์หลับตาครั้งหนึ่งพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกความเป็นตัวเองกลับมา "เพราะเจ้าทั้งนั้น เอเดรียน..." เอเดรียนสงบนิ่ง แม้ว่าแขนของเขาจะเจ็บร้าวและหลังที่กระแทกกับราวไม้ก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่ชายหนุ่มก็ไม่โกรธเคืองเลยหากราชเลขาแห่งแอสทารอธจะยกเท้ากระทืบอีกสักครั้ง

เลสธีราห์เองก็ไม่ขัดโทสะมารดา แม้ว่าเขาจะเป็นห่วงเอเดรียนอย่างไร

เขารู้ว่าคนอย่างท่านหญิงลีอาห์ไม่ลงไม้ลงมือกับใครหากไม่สุดทน "ข้าเลือกที่จะหันหลังให้อาเดรียแล้ว แอสทารอธเลือกที่จะช่วยเหลือธีสธรัลแล้ว และคำสั่งของเหนือหัวคือการแก้แค้นของแอสทารอธ แต่เหตุใดจึงเป็นคนเช่นเจ้า... ที่ทำให้เลสธีราห์เลือกขัดคำสั่งสภาสูงเซนทอร์!" เอเดรียนไม่ปริปากพูด ไม่แม้แต่จะอธิบายหรือตอบคำถามของคนตรงหน้า เพราะเขาเชื่อว่าท่านหญิงลีอาห์รู้คำตอบนั้นแก่ใจ "...แม้แต่ชีวิตเจ้าก็ชดใช้สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้"

เอเดรียนรู้สึกได้ถึงรสเค็มปร่าของเลือดที่มุมปาก และความรู้สึกเจ็บเมื่อออกเสียง

"ท่านราชเลขา..." เขาไม่ควรกล่าวอะไรในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นคำแก้ตัวหรือคำโฆษณาที่เชื่อถือไม่ได้ ในตอนนี้เอเดรียนมีแต่จะต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จเป็นไปตามแผนเท่านั้น และเมื่อถึงตอนนั้น เขาจึงจะสามารถพูดกับท่านหญิงได้อีกครั้งว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเลสธีราห์

...เมื่อถึงตอนนั้นเท่านั้น ที่เขาจะมีเกียรติพอจะสามารถพูดกับเซนทอร์ได้ 

เซนทอร์หญิงเม้มปากและมุ่นคิ้วแน่น... นางอยากจะถามอีกฝ่ายเหลือเกินว่า หากเอเดรียนเป็นมนุษย์ธรรมดา คิดหรือว่าจะยังมีลมหายใจอยู่ได้หากทำให้นางโกรธจนเสียการควบคุมตนเองแบบนี้ แต่เพราะเอเดรียนคือคนที่บุตรชายของนางรักไม่ใช่หรือ นางจึงได้ยั้งมือเอาไว้

"ลีอาห์...!"

ลีอาห์หันตามเสียงเรียก และทันเห็นชายร่างสูงโหนตัวข้ามมาจากอีกลำเรือก่อนจะเข้ามาหานาง "ธีสธรัลจะให้เวลาเซเลสต์ล่าถอยออกไปให้พ้นทาง..." เสียงทุ้มต่ำของเขากล่าวบอก และก้มลงมองเลสธีราห์ที่ดูจะหายมึนจากอาการขาดอากาศแล้ว ก่อนจะจรดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู "ไง... คนเก่ง" คนถูกเรียกแบบนั้นเงยหน้าขึ้นมองคนที่สูงกว่าตรงหน้า และด้วยน้ำเสียงที่เขาคุ้นเคย ทว่าไม่ได้ยินมาเนิ่นนานนับสิบปีทำให้เลสธีราห์ต้องเบิกตาขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เพราะคนตรงหน้านั้นมีผมสีอ่อนซีดแบบเดียวกับตน อีกทั้งดวงตาที่เป็นสีเดียวกันทว่าดุดันกว่า โครงหน้าที่ละม้ายคล้ายกันหลายอย่าง ยกเว้นใบหูปลายแหลมที่ต่างกันอย่างชัดเจน

"ท่านพ่อ..."

ชาวเอลฟ์สูงกว่ามนุษย์ปกติ ทว่าธีโอเดรก็เป็นเอลฟ์ที่สูงมากสักหน่อย เพราะแม้เขาจะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่ก็สูงพอๆกับท่านหญิงลีอาห์ในร่างเซนทอร์เลยทีเดียว "เขามีดวงตาเหมือนแม่" ทูตเอลฟ์เปรยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพียงแค่นั้น แล้วจึงหันไปหาเอเดรียนที่อยู่ไม่ไกล "เจ้าใช่ไหม ต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายนี่..."

"เจ้าทำให้เขาทรยศแอสทารอธ" ลีอาห์มุ่นคิ้วด้วยความโกรธขึ้ง "ออกไปจากเรือเซเลสต์ ข้าไม่ต้อนรับเจ้า!"

เอเดรียนรู้ดีว่าเขาไม่ได้รับการต้อนรับจากทั้งคู่ แต่นี่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะรู้สึกท้อแท้ หากธีสธรัลจะให้เวลาเซเลสต์ในการล่าถอย นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเลสธีราห์จะปลอดภัยจากสงคราม และตัวเขาเองก็ควรจะกลับไปที่ปราการอาเดรียเพื่อจัดการเรื่องทุกอย่างให้เสร็จสิ้น "เช่นนั้น..."

แต่แล้วธีโอเดรก็ยกมือขึ้นปรามภรรยาของตน "แอสทารอธส่งทัพมาถึงอาเดรียแล้ว"

"..." เอเดรียนกลั้นหายใจในทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาหันกลับไปมองปราการที่ตนควรจะอยู่ดูแล และพบกับกลุ่มควันขาวที่เกิดจากกองเพลิง ไหม้โหมอยู่ไกลๆ "แอสทารอธหรือ..." ไม่มีใครเข้าใจ กระทั่งเลสธีราห์และรีดาห์ก็หันมองหน้ากันด้วยความฉงนว่าผู้ใดเป็นคนส่งทัพมายังอาเดรีย และมาด้วยจุดประสงค์หรือเจตนาใดกันแน่

"เจ้าไม่ได้ยินหรือ... เลสธีราห์" ทูตเอลฟ์เหยียดยิ้มช้าๆ "วิชาฟังเสียงของเจ้าไม่พัฒนาหรืออย่างไร"

ผู้บัญชาการเซเลสต์หลับตาลงบ้าง และสิ่งที่ได้ยินแทบจะในทันคือเสียงการต่อสู้บนแผ่นดิน เสียงของอาวุธที่ฟาดฟันเข้าหากัน เสียงฝีเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ของเซนทอร์ และเสียงร้องระงมของทหารที่ปราศจากผู้นำ แอสทารอธยกทัพมาถึงอาเดรียแล้วจริงๆ และกำลังต่อสู้กับพลทหารที่พยายามปกป้องปราการของตนอย่างสุดกำลัง "รีดาห์ มากับข้า" ธีโอเดรกล่าวเสียงเรียบ

"เจ้าจะต้องเป็นคนพูด... กับว่าที่เหนือหัว ซาฮาล"

"ซาฮาลรึ!"

เลสธีราห์อ้าปากค้าง ด้วยความกังวลว่าซาฮาลจะเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องนี้ เพียงลำพังสถานการณ์ในตอนนี้ก็บานปลายยุ่งเหยิงเพียงพอแล้ว หากจะต้องรับมือกับว่าที่เหนือหัวที่แสนดื้อรั้นของแอสทารอธอีกคน เซนทอร์หนุ่มคิดว่าหากเขาหนีหายไปอาจจะง่ายกว่า แต่แล้วท่าทีของบิดาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง นัยน์ตาสีฟ้าแบบเดียวกับบุตรชายหันไปเขม้นมองไปในความว่างเปล่าของมหาสมุทร กองเรือของธีสธรัลหยุดยั้งการเคลื่อนไหวเอาไว้อย่างนั้น แต่เสียงของอะไรบางอย่างกลับดังชัดขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อทูตใหญ่ไม่พูดต่อ เลสธีราห์ก็รู้ในทันทีว่าบิดาของตนกำลังเงี่ยหูฟังอะไรบางอย่าง

...เสียงถอนสมอของเรือจำนวนมากดังก้องอยู่ในท้องน้ำ

เอลฟ์ร่างสูงขบริมฝีปากช้าๆ "เรือแองเจลิกา... โจรสลัดเทเทสใต้" นัยน์ตาสีฟ้าเคลื่อนกลับมามองแม่ทัพใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผู้ที่ซึ่งไม่เอาอ่าว มีเพียงลมปาก และไร้สามารถในสายตาของราชเลขาแห่งแอสทารอธ "น้องชายของเจ้าใช่ไหม... เอเดรียน ฟลินทรัสต์"

....

"...ช่างแยบยล"




ผู้นำแห่งธีสธรัลสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะทอดถอนออกมาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ได้ว่าเป็นความโล่งใจหรือว่ากลัดกลุ้มกันแน่ สำหรับมนุษย์หญิงที่เรียกได้ว่าเป็นสตรีตัวคนเดียวอย่างนาง ต้องมาเผชิญหน้ากับทูตเอลฟ์ระดับสูงจากแผ่นดินตะวันออกอย่างธีโอเดร ...แน่นอนว่าราชินีสาวย่อมหายใจไม่ทั่วท้องเอาเสียเลย

"พระนาง... เรา..."

แม้ข้าราชบริพานจะภักดีสักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงยืนมองอยู่โดยห่าง และจับตาเพื่อให้แน่ใจว่าเอลฟ์จากเธสซาลีย์จะไม่ทำอันตรายผู้นำของพวกเขาเท่านั้น แต่ก็ไม่มีใครหาญกล้าพอที่จะก้าวเข้าไปขวางการสนทนาเมื่อครู่ ซึ่งเป็นคำขอเชิงบังคับให้ธีสธรัลหยุดการรุกรานไว้ชั่วคราว

ราชินีธีสธรัลยกมือขึ้นปรามคนสนิทที่กำลังจะเอ่ยปาก "ข้าอยู่ตรงหน้าความพ่ายแพ้ของอาเดรีย..."

"แต่ไม่อาจยื่นมือออกไปคว้ามันมาได้" หญิงสาวลดมือลงข้างกายและคลายกำหมัดออกอย่างหมดแรง "เธสซาลีย์เป็นเมืองใหญ่ เราไม่ควรจะแข็งข้อด้วยประการใดทั้งปวง" ดวงตาเฉียบคมของนางหรี่มองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ทั้งกองเรืออาเดรียที่บอบช้ำจนไม่สามารถส่งผู้ใดมาทัดทานได้อีก เรือที่ล่าถอยอย่างจนตรอก และข้าศึกที่ดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

ชัยชนะของนาง... อยู่เบื้องหน้าแล้ว แต่นางกลับไม่สามารถไขว่คว้ามันมาเป็นของตนได้

"มีเหตุผลอะไรกันที่เธสซาลีย์จะเข้ามาขวางการศึก... ข้าคิดว่าอาเดรียเป็นพวกอัสคาห์"

"อาเดรียเป็นพันธมิตรกับอัสคาห์" ราชินีกดเสียงต่ำ "แต่ผู้ที่เป็นพันธมิตรกับเธสซาลีย์คือแอสทารอธ ธนูที่อยู่ในมือของผู้นำเซเลสต์คือแอควาเรียร์ ธนูแหวกสมุทร ซึ่งเป็นหนึ่งในสมบัติวิชาของตระกูลบลังค์แห่งเธสซาลีย์" หญิงสาวอธิบายให้คนใกล้ตัวฟัง "และท่านทูตใหญ่แห่งเธสซาลีย์คือธีโอเดร บลังค์..."

พวกมนุษย์ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับชาวเอลฟ์มากเท่าอมนุษย์อย่างภูตหรือเซนทอร์ ดังนั้นความรู้นี้จึงเป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา และจากการบอกเล่าเพียงเท่านี้ ผู้นำระดับสูงหลายคนที่อยู่บนเรือคาร์เธียร์ก็สรุปความได้ง่ายๆว่า ผู้นำเซเลสต์ของแอสทารอธเกี่ยวดองกับทูตระดับสูงของเธสซาลีย์

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ราชินีของพวกเขาหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างลงก่อน

...เพราะนางจะต้องไตร่ตรองการกระทำของตนให้มากขึ้นกว่าเดิม

"ข้าเสียแม่ทัพเรือไปคนหนึ่งแล้ว จะไม่เดินทางกลับมือเปล่าอย่างแน่นอน!"

องค์ราชินีเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่สว่างจ้าด้วยแสงอาทิตย์ยามกลางวัน กระแสลมที่เป็นใจให้นางรุกเข้าหาแผ่นดินที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ทว่ากลับต้องทอดสมอลงและหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างราวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความฝันและภวังค์ที่นางจะต้องตื่นจากมัน

แต่ไม่มีวันเสียหรอก...

"แม่ทัพรอง..." หญิงสาวเอ่ยขึ้นลอยเรียกหาผู้ใต้บัญชา "ละเว้นเรือเซเลสต์เอาไว้ เมื่อเธสซาลีย์จากไปแล้ว นำเรือเร็วเข้าประชิดท่าเรือออโรรา" แม้ใจของนางจะอยากเก็บรักษาท่าเรือที่สำคัญของแผ่นดินตะวันตกเอาไว้ แต่หากใจดีจนเกินไปไม่รู้จักสั่งสอนกันเสียบ้าง ไม่ช้าก็เร็ว อาเดรียก็ต้องเหิมเกริมต่อนางอีกครั้ง ...วันนี้นางจะต้องได้ชีวิตของผู้นำกบฎ

วันนี้นางจะต้องได้เลือดของซินญอร์มาปูทางเดิน

"ยิงถล่มมันให้สิ้น..."




"ท่านแม่ไปเธสซาลีย์เพื่อการนี้หรือ!"

เลสธีราห์อ้าปากค้างเมื่อได้สอบถามเรื่องราวจากปากมารดา เพราะการกลับมายังแผ่นดินตะวันตกของธีโอเดรผู้เป็นบิดานั้นสร้างความประหลาดใจให้เขาอยู่มาก เพราะเขาได้ยินมาตลอดว่าทูตใหญ่ของเธสซาลีย์ไม่เคยมีเวลาว่าง ดังนั้นนับสิบปีที่ผ่านมา เลสธีราห์จึงไม่ได้พบหน้าบิดาของตัวเองเลย

"ธีโอเดรไม่กล้าขัดคำสั่งมหาราชาแห่งเธสซาลีย์ เขาจึงไม่มีเวลากลับมาที่นี่ เนื่องจากต้องติดต่อกับเมืองอื่นอยู่ตลอดเวลา แต่ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของเจ้า... ลูกชายคนเดียวของเขา ข้าจึงต้องเดินทางไปถึงเมืองเอลฟ์ และขออนุญาตมหาราชาด้วยตนเอง"

บางครั้ง เลสธีราห์ก็คิดว่าความรักของมารดานั้นยิ่งใหญ่และหนักแอึ้งจนเกินกว่าเขาจะรับไหว

แต่ก็ด้วยความรักและเป็นห่วงทั้งนั้นที่ผลักดันให้เซนทอร์หญิงต้องทำแบบนี้...

"ข้าจะไม่ทน... เห็นเจ้าตาย เข้าใจไหมเลสธีราห์ แม้ว่านั่นจะเป็นการหักหาญเจตนาที่จะพิสูจน์ตนเองของเจ้าก็ตาม" ราชเลขายกมือขึ้นลูบหัวบุตรชาย "โอกาสหน้ายังมีอีกตั้งมาก ลูกข้า เจ้าไม่จำเป็นจะต้องเสี่ยงตายแบบนี้"

เซนทอร์หนุ่มถอนใจเบาๆก่อนจะทอดยิ้มออกมาพร้อมกับส่ายหัว "ท่านแม่..."

"ท่านเลสธีราห์!" ลูกน้องคนหนึ่งร้องเรียก และชี้มือไปที่กองเรือเวเรนเซียที่เริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ "เรือปืนของธีสธรัลกำลังเคลื่อนไหวขอรับ" เลสธีราห์มุ่นคิ้ว และเดินตามอีกฝ่ายมาที่กราบเรือบ้าง หน่วยเรือเร็วซึ่งเป็นเรือรบติดปืนใหญ่ของธีสธรัลกำลังเคลื่อนพล และโดยที่ไม่เหลียวมองเรือเซเลสต์ พวกเขากำลังมุ่งผ่านไปเพื่อเข้าใกล้แผ่นดินมากที่สุด

"พวกมันรุกอ่าวออโรราอีกครั้งแล้ว"

"ข้าคิดว่าเอเรสจะจัดการเรื่องนี้!"

เซนทอร์หนุ่มอ้างปากค้าง ก่อนจะหลับตาลงเพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหว สิ่งที่เขาได้ยินเป็นเสียงเปิดประตูปืนของกองเรือรบเวเรนเซีย แต่ทว่าเพียงครู่เดียว เลสธีราห์ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่แปรเปลี่ยนไป เสียงลุกฮือของผู้คนที่เขาไม่คุ้นหู ท่านหญิงลีอาห์เหลือบมองรอบกายด้วยสามารถสัมผัสถึงความผิดปกติได้เช่นกัน

และบนเส้นขอบฟ้าที่มองไม่เห็นนั่นเอง เงาของเรือรบหลายร้อยลำก็ค่อยๆปรากฎเด่นชัดขึ้น

นำโดยแองเจลิกา... เรือบัญชาการของเอเรส ฟลินทรัสต์




ปราการอาเดรียบัดนี้เต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวาย เมื่อแอสทารอธโจมตีและเปิดประตูเมืองชั้นแรกสำเร็จ อัศวินครึ่งม้าก็บุกเข้ามาต่อสู้และเข่นฆ่ากำลังพลของคัสห์นาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ พลทหารบนปราการชั้นสองสาดธนูลงมาจากกำแพงเพื่อหยุดยั้งการรุกราน แต่ด้วยรูปแบบขบวนการเคลื่อนพลของเซนทอร์ทำให้ลูกดอกเล็กๆไม่สามารถทำอันตรายได้ และพวกเขาก็ไปถึงประตูปราการชั้นสองในเวลาอันรวดเร็ว

"แอสทารอธ... เธสซาลีย์..."

ซินญอร์พึมพำทวนคำกับตัวเองโดยที่ยังละสายตาจากท้องทะเลเบื้องหน้าไม่ได้ เขารู้จากสัญลักษณ์ที่อยู่ใบเรือรูปร่างประหลาด อีกทั้งการตกแต่งที่ต่างจากอัสคาห์โดยสิ้นเชิง ผู้นำอาเดรียรู้ในทันทีว่านั่นคือเอลฟ์แห่งเธสซาลีย์ ผู้เป็นพันธมิตรของแอสทารอธ

...และรู้ว่าการมาเยือนครั้งนี้ไม่มีผลดีกับเขาอย่างแน่นอน

น่าแปลกที่ผู้นำอาเดรียรู้สึกได้ถึงความตายและความหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาหาตนช้าๆ ทว่าเขาเองก็ไม่คิดจะปัดป้องหรือต่อสู้กับมัน ราวกับรู้แก่ใจว่าอย่างไรเรื่องแบบนี้ก็ต้องเกิดขึ้น "เอเดรียนสินะ" ไม่มีความโกรธขึ้งหรืออาฆาตก่อตัวขึ้นมาในจิตใจของผู้นำอาเดรียแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่าหากบุคคลที่เขาคิดถึงคือเอเดรียนจริงๆ เขารู้ว่าเอเดรียนไม่ใช่คนกระหายในอำนาจ เอเดรียนไม่ใช่คนทะเยอทะยานจนหน้ามืดตามัว ...เขารู้ว่าเอเดรียนรักอาเดรียอันเป็นบ้านเกิดของตน

และรู้ว่าเอเดรียนรักเซนทอร์ที่อยู่บนเรือลำนั้น... จนสามารถลงมือทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้

"ข้าไม่น่าปล่อยให้เจ้าว่างพอจะไปหาคนรักใหม่เลย เอเดรียน..." ผู้นำบนหลังม้าแค่นหัวเราะกับตัวเอง แต่ก็ปลงตกกับชะตาของตัวเอง "แต่หากไม่มีคนรักคนนี้ เจ้าคงไม่หาญกล้าทำอะไรแบบนี้หรอก" ชายหนุ่มดึงบังเหียนบังคับม้าให้หันหัวกลับมาหากองทัพที่อยู่หลังกำแพง

"ข้าศึกกำลังจะประชิดตัวเมืองแล้ว!!"

คำประกาศนั้นทำให้กองทหารต้องเงยหน้าขึ้นมองผู้นำของพวกเขาอย่างไม่แน่ใจ พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคืออะไร หรือตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงจับอาวุธคู่ใจของตนให้มั่น และปกป้องมหาคฤหาสน์ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหัวใจของอาเดรียเท่านั้น แต่สิ่งที่ท่านชายซินญอร์พูดออกมามันหมายความว่าอย่างไร พวกเขาพ่ายแพ้ในสงครามกลางทะเลหรืออย่างไร

...และตอนนี้แม่ทัพใหญ่ของพวกเขาอยู่ที่ใดกัน!

...บรึ้ม!!

เสียงระเบิดดังสนั่นดังขึ้นพร้อมกับลูกปืนที่พุ่งเข้าใส่กำแพงปราการ เสียงแตกตื่นที่ดังมาจากปราการชั้นสองด้านล่างอธิบายเหตุการณ์ได้ว่ากำแพงหินถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่ และแน่นอนว่าปืนใหญ่ที่มีระยะยิงสูงเท่านี้ ย่อมเป็นปืนของเรือเหาะจากเธสซาลีย์เท่านั้น

"ท่านชาย!! เธสซาลีย์โจมตีเรา!!"

เรือเหาะที่เมื่อครู่ยังลอยลำอยู่ทะเล บัดนี้แล่นอยู่ในอากาศเบื้องหน้าอาณาจักร แต่ด้วยความที่ไม่ต้องการตกเป็นเป้าของปืนใหญ่บนกำแพงอาเดรีย ธีโอเดรจึงลอยลำรั้งรออยู่อย่างนั้น และถล่มยิงไปทางประตูปราการชั้นสองแทนเพื่อเปิดทางให้กองทัพเซนทอร์เข้าไปด้านใน "ทำไมซาฮาลถึงบุกมาอาเดรียได้..." รีดาห์ที่บัดนี้เปลี่ยนมาขึ้นเรือเหาะมุ่นคิ้วอยู่ข้างทูตแห่งเธซาลีย์และเขม้นมองกลุ่มอัศวินครึ่งม้าผ่านม่านควันของปืนใหญ่ว่าเป็นคนกลุ่มใด

"พวกเจ้าไม่ได้คุยกันหรอกรึ" ทูตเอลฟ์หัวเราะร่วน "ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าของท่านหญิงโมนาด้วย"

"เหตุใดท่านจึงได้ยินกระทั่งเสียงฝีเท้า ท่ามกลางความวุ่นวายขนาดนี้!"

"เจ้าไม่รู้หรอกว่ามันหนวกหูแค่ไหนกับการมีความสามารถแบบนี้ติดตัว" ธีโอเดรไหวไหล่  เขาเป็นผู้คุมพังงาเรือด้วยตนเอง และบังคับให้หันปืนใส่กำแพงหนาตรงหน้าก่อนจะระดมยิงเข้าไปเพื่อทำลายประตูเมืองที่ทำจากเหล็ก "ข้าจะไม่เข้าไปใกล้กว่านี้" ร่างสูงว่า "เจ้าไปคุยกับว่าที่เหนือหัวแทนก็แล้วกัน" เรือเหาะร่อนลงต่ำมากพอที่เซนทอร์สามารถยกกำลังพลขึ้นบนทางเดินยาวที่เชื่อมกับประตูปราการชั้นสอง และเป็นระยะที่ปลอดภัยที่สุดที่ปืนใหญ่ของอาเดรียจะไม่สามารถทำอันตรายบอลลูนยักษ์ซึ่งพยุงเรือเหาะไว้ได้

"เจ้าเห็นซาฮาลหรือเปล่า" รีดาห์เอ่ยกับคนข้างตัว ซึ่งก็คือเอเดรียนที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเรือมาด้วย ทว่าคำตอบที่ได้รับก็เป็นความเงียบ อันเป็นสัญลักษณ์แทนคำปฏิเสธ "ในศึกแบบนี้ จะวิ่งทันเซนทอร์ได้อย่างไร... ไม่มีใครให้เจ้าขี่หลังหรอกนะ" แม่ทัพใหญ่กวาดสายตาไปยังท่าเรือ และเห็นร่างของสัตว์ตัวหนึ่งวิ่งไหวอยู่เบื้องล่าง

"ข้ามีม้าของข้า... ต้องขออนุญาตเซนทอร์ด้วย"

คนพูดไม่รีรอ เขากระโดดขึ้นไปบนกราบเรือที่กำลังลดระดับลงต่ำ คว้าเชือกเส้นหนึ่งและโหนตัวลงไปเบื้องล่างตามด้วยเสียงประท้วงของเหล่าครึ่งม้าบนเรือที่ไม่สามารถทำเช่นนั้นด้วยด้วยเกรงว่าความสูงจะทำให้พวกเขาบาดเจ็บที่ข้อเท้า อัลธอร์วิ่งกลับมาที่ท่าเรือราวกับรู้สึกถึงการกลับมาของเจ้านาย และพาเขาวิ่งเข้าไปในประตูเมืองที่ถูกทำลาย ตามด้วยกลุ่มเซนทอร์ที่เพิ่งลงมาจากเรือ

กองทัพเล็กๆวิ่งผ่านประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ครึ่งอาชากระโจนเข้าไปในกลุ่มคนและเริ่มฟาดฟันอาวุธในมือเข้าใส่ศัตรูไม่เลือกหน้า แต่ด้วยความที่พวกเขาเป็นครึ่งม้า ช่วงขาจึงเป็นจุดเสี่ยงอันตรายที่สุดของเซนทอร์ "อ้าก!!" เอเดรียนดันม้าจนมันหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้อง และเขาก็รู้ในทันทีว่าตนคงรักษาชีวิตเซนทอร์ทุกคนเอาไว้ไม่ได้...ขอแค่เข้าถึงตัวท่านชายซินญอร์เท่านั้น

"อย่าให้ขบวนขาดตอน!"

เอเดรียนตะโกนบอกรีดาห์ที่วิ่งตามมาติดๆ ขณะที่สองมมือกำลังช่วยกรุยทางให้ด้วยการเหวี่ยงอาวุธไปรอบตัวอย่างดุเดือด "อย่ามาถือโอกาสออกคำสั่งกับข้านะ มนุษย์เอเดรียน!" รีดาห์เหวี่ยงด้ามธงในมือเพื่อป้องกันขาของตัวเองจากคมอาวุธ "ข้าคือรองผู้บัญชาการกองเรือรบเซเลสต์! เหตุใดข้าจะต้องมาวิ่งนำทัพกับเจ้าด้วย...!!"

"เจ้าจะเรียกเอเดรียนห้วนๆข้าก็ไม่ว่าหรอก เซนทอร์"

เอเดรียนหัวเราะเบากับคำเรียกแปลกๆของอีกฝ่าย "เพราะข้ารู้เส้นทางภายในปราการนี้อย่างดียังไงเล่า" ชายหนุ่มเหลียวหลังไปมองกองทัพที่ยังติดตามเขามา อัลธอร์กระโจนเข้าไปถึงด้านหน้าประตูในที่สุด แต่ด้วยความที่ประตูเหล็กลงกลอนจากด้านในทำให้มันไม่สามารถขยับได้ด้วยแรงของมนุษย์ธรรมดา

"เอเดรียน!!" หอกเล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่แม่ทัพใหญ่ด้วยประสงค์ร้าย และจังหวะเดียวกันที่รีดาห์เหวี่ยงโล่ของตนขึ้นรับแทน

...เคร้ง!!

แต่แทนที่จะเป็นโล่ไม้ที่แขนของรีดาห์ซึ่งคุ้มกันให้เอเดรียน กลับเป็นโล่เหล็กที่แข็งแกร่งกว่าของใครอีกคนแทน เซนทอร์หนุ่มอ้าปากค้างเล็กน้อยขณะมองร่างเงาที่ยืดขาหน้าทั้งสองข้างขึ้นจนบนบังตนเสียมิด ก่อนจะลดแขนลงเพื่อให้แสงแดดส่องกระทบใบหน้า "เจ้านี่มันช่างหาเรื่องจริงๆ รีดาห์!"

"แล้วข้าเชิญเจ้ามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ซาฮาล!"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #292 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 00:21
    เวลาม๊าเจอเอเดรียนนี่ดูจะกลายเป็นสาวขี้หงุดหงิดเลยทันที แต่ก็นะ ... เชียร์ม๊านะคะ-----------  //อ้าว
    เอ้าาา เอเดรียน  กราบพ่อตาสิ .................. อ่า สกิลป๊าช่าง..... ชอบเวลานางพูดแบบ รู้เรื่องอยู่คนเดียว(?) 5555555555
     
    ม๊า ... นี่ม๊าไปพูดกะราชาเอลฟ์เลยเรอะะะะะ … ว่าแต่ เอลฟ์ไม่มีวันลาพักร้อนกันมั่งเลยเหรอ ทำงานตลอดเวลากันเลยทีเดียว 5555555
     
    ซาฮาลจำเป็นต้องโผล่มาเท่ขนาดนี้มั้ย--------  ไม่เกรงใจพระเอกเลย แค่ปกตินี่ก็ไม่ค่อยมีคนเห็นหัวมันอยู่แล้........................ แค่กๆ
     
     
    #292
    0
  2. #185 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 00:35
    อ่านคำบรรยายแล้ว รีดาห์ดูให้อารมณ์เป็น เพื่อนสาว ของเลสนะ แบบมีอะไรคุยกันทุกเรื่อง 😂😂😂😂
     
    ไอ่เรื่องจดหมายของเอเรสนี่พอเดาได้ เข้ากะนิสัยอยู่ กลับกลอก ปลิ้นปล้อน //แร๊งงงงงงงส์
    แต่เอเดรียนนี่คือ ว้าววว นางใส่หน้ากากได้ด้วยแฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
     
    เจอคำจำกัดความเอเรสของไรท์เตอร์แล้วอึ้ง ... แต่คือจริง 😂😂😂😂😂
    นี่อยากรู้ถ้าเอเรสเจอพี่สะใภ้จะเป็นยังไงอ้ะ อยากจิไปสัมภาษณ์ความรู้สึกตอนเจอเมียพี่(ที่เป็นม้าแถมเป็นม้าตัวผู้ด้วย) ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
     
    ///////////////////////////////////////
     
    ตัวละครที่ชอบที่สุดในแอสทารอท ... ถ้าบอกชอบเซนเรสจะโดนตบมั้ย 😂😂😂
     
    ล้อเล้นค่ะล้อเล่นนนนนนน แหม่ ก็นางโผล่มาหนิ ชื่นจายยยยย
     
    ที่ชอบสุดต้องเลสธีราห์แน่นอนค่าาาาาาาาาา นางน่ารัก ฮ่าๆๆๆๆ เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งว่าเราเฟล คือแบบหมายถึง นิสัยนางน่ารัก เราชอบบบบบบบบบ -.,-
     
    ตามความรู้สึกเราเลสจะให้อารมณ์ เด็กที่กำลังพยายามจะเป็นผู้ใหญ่และพึ่งพาได้ในสายตาคนอื่น แต่ในความจริงลึกๆแล้วคือนางก็เด็กอ้ะ มีอารมณ์อ่อนไหว น้อยใจ อยากอ้อน อยากมีคนดูแล บลาๆๆ คือนี่แหละทำให้เรารู้สึกปริ่มนางมว้ากกกกกกกกกกกกกกกก คืออารมณ์แบบ อยากเดินไปหาเอเดรียนแล้วบอกว่า 'น่ารักอ้ะ ขอยืมมากกบ้านสักอาทิตย์ได้มั้ย' พร้อมกับอุ้มเลสหนี 😂😂😂😂😂😂
     
    //อีกคนคือ แอบชอบ เอเรสสสสสสสส ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ แม่ม เจ้าเล่ห์ บราค่อน ปลิ้นปล้อน หลอกลวง หน้ม่อ ขี้หลี ... เหมือนจะหาดีไม่ได้ ฮ่าๆๆๆๆ ... ข้ามบรรทัดนี้ไป//
    #185
    0
  3. #182 MadCat (@rambo-nat) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 16:38
    ตัวละครที่ชอบที่สุดคือ พ่อยอดชายนายซึน+เอส "ซาฮาล" งับ

    สาเหตุที่ชอบ เพราะนายมันซึนเอสไงล่ะ! //โดนตรบ

    ความจริงตอนแรกที่อ่าน คิดว่าเฮียแกน่าจะเป็นตัวร้าย เห็นจิกกัดเลสเสียเหลือเกิน แววศัตรู คู่แข่งมาแรงสุดๆ แต่พออ่านมาเรื่อยๆ ก็รู้ว่า ที่แท้ นายทำเพื่อเลสสินะ(นายซึนสินะ) แบบสิงโตผลักลูกสิงลงจากหน้าผา ให้ลูกตนต่อสู้พยายามปีนกลับขึ้นมาอย่างมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี!

    แต่ว่านะ... ช่วยให้เควสง่ายๆ ได้ไหม เล่นให้เควสเสี่ยงตาย ถึงรางวัลมันจะยิ่งใหญ่ แต่ถ้าตายก็คือจบน้า~ งืออออ

    ปล. สาเหตุที่ไม่ชอบเลสที่สุด ก็เพราะว่าเลสสู้เลอาฟไม่ได้นะสิ!(เกี่ยว?) ยอดเคะเกร่งในดวงใจฮั้น มีแค่ฝ่าบาทเลอาฟเท่าน้านนนน กร๊าซซซ! //พ่นไฟ //จบเถอะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 ธันวาคม 2557 / 17:56
    #182
    0
  4. #181 เจนกิ้นส์ (@hohojojo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 15:18
    ที่อ่านมาตั้งกะแรกยันล่าสุด คนที่ชอบสุดคือ...เลสธีราห์ ค่ะ!!  เหอๆ >w</

    อืมมมม ถึงตอนแรกๆจะดูเป็นเด็กนิดๆ ตอนที่อยู่กับเอเดรียน แต่ก็ แน่วแน่ มั่นคง หนักแน่น สม่ำเสมออ่ะ (เอเดรียนมีช่วงขัดใจหลายตอน ชิๆ =w= โลเลน่าตบซักป๊าบ) ถ้าเลสตัดสินใจจะรักล่ะถึงไหนถึงกันแมนแฮนซั่มมักๆ  แล้วก็ตอนที่หักอกซาฮาล สะใจนิดๆเหมือนกัน จิตตก หงายเงิบเลย 
    #181
    0
  5. #180 18 / เจ้าหญิง (@bunthitap504) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 13:17
    ชอบเอเรสอ่ะ เราว่าน่ารักดี ฉลาด+เจ้าเลห์พอเป็นสีสัน ที่จริงโตขนาดนี่แต่ยังติดพี่ขนาดหนักนี่ก็ใช่ย่อยนะ ฟีลแบบโตแล้วยังอ้อนไม่เลิกอีกเร๊อะ ดูถ้าแล้วถ้าเพื่อพี่ชายล่ะก็คงทุ่มสุดตัว ผู้ชายแบบนี้นับเป็นบุคลิกที่ค่อนข้างหายากนะ ยิ่งมีฝีมือด้วยแล้วส่วนมากมักเข้มแข็งไม่ยอมลงมาอ้อนมาติดงอนอะไรแบบนี้อ่ะ แต่เอเรสนี่ก็....นะ น่ารักมากกกกกกก ให้เป็นเคะน่าจะเหมาะ(?) ชอบคนแบบนี้เข้มแข็งเมื่อถึงเวลา และอ่อนสำหรับคนพิเศษ แต่ไม่ดื้อดึงอวดดีมากเกินไป ยิ่งฉลาดทันคนยิ่งน่ารักเลยเพราะคนพวกนี้มักไม่หูเบา พอรวมกับความเจ้าเล่ห์แล้ว เพอร์เฟ็คจ้าาาาาา เขาจะต้องคิดนั่นนี่เผื่ออนาคต คอยวางแผนเก็บประโยชน์ หุๆๆๆ ต้องแบบนี้สิ คนเรา โฮะๆๆๆๆ //ชูป้ายแม่ยกเอเรสสุดแขน 55555
    #180
    0
  6. #179 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 23:33
    ชอบเอเดรียนค่ะ...ชอบแบบหมั่นไส้ๆหน่อย 
    คือจะว่าไงดี....เอเดรียนดูเป็นคนรักที้จริงใจดีมั้งคะ(สำหรับเราอะนะ)
    คือดูเป็นคนรักที่ดี อบอุ่นอ่อนโยน ตามแบบผู้ชายในฝัรของใครหลายๆคน(แม้ก่อนหน้านั้นจะน่าหมั่นไส้สุดๆก็ตาม)
    ที่ปลื้มเอเดรียนที่สุดช่วงนี้ คือ...ในที่สุดมันก็ยอมทำอะไรสักที! หลังจากที่รีๆรอๆ มาหลายตอน
    (ก็ไม่รู้ว่ารออะไร รอให้เลสมาตัดหัวนายตามคำบอกของเหนือหัวตอนแรกก่อนเร๊อะ?)
    (ขัดใจมากๆด้วยล่ะค่ะตอนที่เลสโดนจับแล้วไม่ช่วยเนี่ย!! แต่ก็คงพอแทนกันได้กับที่นายยอมกบฎแน่ะ)
    ในที่สุดก็ยอมผันตัวเป็นกบฏลับๆ ทำอะไรๆช่วยเลสจนได้ 

    ชอบที้สุดก็ตอนเอาปืนไปต่อรองกะแอสธารอสนั่นแล....แหม๊ พระเอ๊กพระเอกจริ๊งงงงง (อุเหม่ เลสน่าจะได้เห็น คงปลื้มกุนไปอีกนิด)
    บางทีเราก็รู้สึกนะคะ แบบ...อยากให้เลสเมินมันบ้างอะไรบ้าง หมั่นไส้ คิดช้าทำช้าเหลือเกินพ่อคุ๊ณ!!
    แต่ก็โอเค...คือเข้าใจว่าลังเล เข้าใจว่าตัดสินใจยากกับกสรเลือกฝ่าย เลือกว่าจะทำอะไร...แต่ก็นะ คนมันหมั่นไส้ไปแล้ว
    ล่าสุดก็แอบฮาเล็กๆ ส่งจาเร็ตต์ไป? รู้ใจ? คือกำลังคิดว่าเพราะเอเดรียนรุ้สเปคน้องชายอ๊ะป่าวถึงส่งจาเรตต์ไป (จาเรตต์สเปคนายเอเรสก็ดีนะเออ)
    สรุปคือก็ชอบเอเดรียนนะคะ...ถึงจะชอบแบบหมั่นไส้ๆก็ตาม...ดูมีสีสันดีค่ะ
    (ตอนแรกว่าจะเขียนรีดาห์ไม่ก็เลส..แต่เอ๊ะ ไม่เอาดีกว่า เราชอบสองม้านี่มากนะคะ แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรดี...สงสัยเพราะไม่ได้หมั่นไส้แบบเอเดรียน!)
    ถึงเอเดรียน อะไรที่คิดว่าทำแล้วส่งผลดีต่อเลส ทำไปค่ะ!!
    ปล. ตอนนีหมั่นไส้คุณชายซินญอร์ค่ะ ..คบหากับโจรสลัดแล้วมันยังไงเล่าาาาา!!
    #179
    0
  7. #178 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 22:36
    มาแล้วเจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา...

    เป็นตอนที่อ่านแล้วอยากให้คำนิยามสั้นๆว่า 'เมา'

    สลับฉากบ่อยไปนิส แต่ไม่เป็นไรเราถึก 555



    แอบสะใจฉากที่ซินญอร์สงสัยจาเร็ตต์แล้วดันเปิดเจอจดหมายม่อของเอเรสอ่ะ 

    เหมือนได้ยินเสียง'เพล้ง!'ลอยมาเบาๆ ก๊ากกกกกกก



    มาตอบคำถามกันดีกว่า...



    ตัวละครที่ชอบที่สุด...เซนเรสค่ะ//โดนตบ

    เอาใหม่ๆ คือเราค่อนข้างชอบพวกตัวละครที่หน้าม่อ กะล่อน ปลิ้นปล้อนน่ะค่ะ อ่านแล้วสะใจดีก็เลยขอตอบว่า "เอเรส" ค่ะ 

    ไม่น่าเชื่อว่านางออกมาไม่เท่าไหร่เองอ่ะแต่กลับทำให้เราชอบได้ 

    แบบว่านางเป็นตัวละครที่ให้อารมณ์หลายแบบมากกกกในเวลาเดียว ทั้งฉลาดแกมโกง หน้าม่อ เป็นหัวหน้าโจรสลัด ดูเก่งโคตร แต่อีกมุมกลับเป็นเด็กติดพี่ มุ้งมิ้ง ขี้งอน ขี้น้อยใจ ภาพในหัวที่เรานึกออกคือวาร์เรนกะพอเรียรวมร่างกันอะค่ะ! // เข้าใจฟีลใช่มั้ย?



    ปอลิง. ถ้าถามตัวละครที่หมั่นไส้ ตอบเลยค่ะ ซาฮาล ม้าบ้าาาาาาาา ฉันจะไม่ยกรีดาห์ให้แกเด็ดขาด!!//ขออภัยในความไม่สุภาพ
    #178
    0
  8. #177 RUMINA (@blue-diamond) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 21:30
    เหมือนตั้งแต่เริ่มเรื่องมาจะไม่ค่อยได้คอมเม้นต์ //แอบตามอยู่เงียบๆค่ะ ฮุฮิ>-0 ถือโอกาสคอมเม้นต์ยาวเลยแล้วกันค่ะงิ ส่วนใหญ่ตามอ่านในมือถือ พิมพ์ไท่สะดวก นานๆทีจะว่างพิมพ์เม้นในคอม...



    ตัวละครที่ชอบที่สุด คือคะแนนไล่กันมาเลย บอกหลายคนได้มิคะ 0w0//โดนโบก



    ตัวละครที่ชอบที่สุด อันดับ 1





    ชอบรีดาห์ค่ะ

    คือ บทไม่เด่นหวือหวา แต่เราชอบเพราะเป็นคน(เซนทอร์)ที่ดูรักเพื่อนดีค่ะ

    โดยส่วนตัวชอบคนนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว (ซึ่งในความเป็นจริงรอบตัวเราไม่มีคนที่รักเพื่อนแบบจริงใจงี้เท่าไหร่)

    รีดาห์ดูเป็นคน(เซนทอร์)ที่เข้าใจความรู้สึกคนอื่นค่ะ ทั้งเลสธีราห์ ทั้งซาฮาล

    ให้อารมณ์เหมือนคนที่อยู่ตรงกลาง รับฟังและรับรู้เรื่องของทุกคนรอบๆตัว ปกป้องเพื่อนดีด้วย >w<

    แต่ก็แบบ คงช่วยซาฮาลให้สมหวังกับเลสไม่ได้อ่ะนะ เพราะเลสธีราห์ชอบแบบเอเดรียน ฟฟฟฟฟ



    (เพิ่มเติม) // ยาวกว่าตัวละครที่ชอบอีก อู้วอ้า



    อืม...สำหรับพระเอกของเรื่องนี้ (เป็นตัวละครที่ชอบเป็นอันดับ2)



    แรกๆมาไม่มีความรู้สึกอะไรให้เป็นพิเศษค่ะ แต่เราคิดว่า เออ มาคนละแนว คนละนิสัยกับวาร์เรนแล้วก็วิกเตอร์แฮะ (คือตามอ่านมาตั้งแต่คู่รักแวมไพร์ ชอบคู่วาร์เรนกับฝ่าบาทเลอาฟร์สุดค่ะ วรั๊ยยยยย) คือวาร์เรนกับวิกเตอร์ดูกะล่อน ส่วนเอเดรียนมาแนวอ่อนโยน แล้วก็ขรึมนิดๆ(?) พออ่านมาช่วงที่เลสโดนจับก็โมโหเอเดรียนมากค่ะ :< แต่พออ่านถึงตอนที่เอเดรียนมาที่เมืองเซนทอร์ ยิงบีมควงแสงปล่อยไม้ตายเพื่อช่วยเลสธีราห์ แล้วมาง้อกับบอกรักเลส แม่เจ้า...เรากรีดร้องลั่นห้องคอม(เอิ่ม...) ดีใจยิ่งกว่าตอนอ่านเจอฉากเรท(???) หวังว่าคู่นี้จะได้ครองคู่(?) อยู่กินกันในเร็ววัน(พรืดดดด)



    อืม แล้วก็...ตั้งแต่เปิดเรื่องมา....เกลียดท่านชายซินญอร์สุดค่ะ

    อารมณ์แบบหมั่นไส้นิดๆด้วย

    รีบประกาศสงครามจนเดือดร้อนกันไปหมดเลย เฮ้อๆๆๆ

    แถมอะไรก็โยนให้เอเดรียนจัดการ เจรจากับธีสธรัลเอย เป็นทูตไปหาเซนทอร์ บลาๆๆๆ

    นึกว่าเอเดรียนจะหมดก๊อกซะแล้ว ดีที่มือปืนมายื่นเป็นข้อเสนอ แง่ม

    ในที่สุดเอเดรียนก็จะกบฏซักที(เชียร์มาหลายตอนจนในที่สุดพออ่านเจอว่าจะกบฏล่ะนะ จะกบฏแล้วนะ....แบบ ในใจเรานี่โห่ร้องเลยค่ะ

    ดีงามค่ะ กบฏเลยค่ะเอเดรียน คุณควรกบฏฏฏฏฏฏฏฏฏฏฏ//เวิ่นไป)



    คู่รองเหมือนจะมีแนวโน้มว่าจะมีโมเม้นมุ้งมิ้งกกว่าคู่หลักนะคะ อืม....หรือเราคิดไปเองกว่า คือแบบตอนนี้

    จิ้นซาฮาล*รีดาห์ (พอจะมีหวังชิมิคะ ถถถถ)

    เอเรส*จาเร็ตต์



    อืม...จะว่าไปตอนอ่านเจอฉากประชุมของทางฝั่งภูตก็ตาวาวขึ้นมานิด ชอบคู่คูแรนน์เรียฟค่ะ แง่มๆ//ชอบ>w<



    เหนือหัวดาเรียสดูเป็นคนที่หวงน้องดีนะคะ ....คุณเลขาลีอาห์ก็ฉลาด ใจเย็น งืมๆ...



    ฝ่ายธีสธรัลแลเป็นตัวร้ายบ่อยจังค่ะ//ชิ่ง





    ตัวละครที่ชอบเป็นอันดับสามก็...แต่นแต้น เลสธีราห์นั่นเอง



    คือเลสดูเป็นคนที่มุ่งมั่นและมีความพยายามดีค่ะ แล้วก็รักเกียรติ มีความภูมิใจในตัวเอง

    ถึงจะดูมีความดื้นรั้นบ้าง แต่ก็ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างดราม่า(? ดราม่าน่าจะเอเดรียนก่อมากกว่า)และสนุกดีค่ะ อ่านแล้วคิดตามเยอะ แต่เพราะอ่านตอนนึงแบบนานๆทีอัพเลยมีลืมๆความรู้สึกตอนที่อ่านในแต่ละตอนไปบ้างอ่ะค่ะ





    เอ่อ....ไม่ยาวไปใช่มั้ยคะ-//เหงื่อตก











    #177
    0