[Yaoi] ASTAROTH พันธนาการดวงดาว

  • 75% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 19,284 Views

  • 359 Comments

  • 1,106 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    67

    Overall
    19,284

ตอนที่ 9 : [Re-Write] "ใกล้ไปรึเปล่า"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

"ป่าเวทมนตร์หรือ"

เอเดรียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อนั้นจากปากของพรานแปลกหน้า "จริงอยู่ว่าป่าเวทมนตร์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรคัสนาห์..." ร่างสูงว่า แต่ก็หยุดชะงักไปก่อนจะเปลี่ยนวิธีการใช้คำใหม่ "อาณาจักรคัสนาห์ตั้งอยู่ใกล้กับป่าเวทมนตร์มากกว่า แต่ถึงอย่างนั้น พวกเราก็นิยมล่าสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้ามากกว่าป่าทึบที่เต็มไปด้วยเรื่องลึกลับ"

เลสธีราห์มุ่นคิ้วงุนงงเมื่อสิ่งที่เอเดรียนพูดนั้นผิดจากที่ตนรู้มา "เหตุใดจึงมีคำกล่าวว่าชาวคัสนาห์สามารถใช้ประโยชน์จากป่าเวทมนตร์ได้เล่า ยารักษาโรคเอย ยาบำรุงอะไรพวกนั้นน่ะ พวกพ่อค้าต่างลือกันหนาหูว่าพวกคัสนาห์มีความรู้และตำราที่สืบทอดกันมา"

"คงเป็นเรื่องในอดีตเสียมากกว่า" เอเดรียนตอบ "ก่อนที่ธีสธรัลจะยึดอำนาจกษัตริย์ของเรา"

"แล้วพ่อค้านั่นก็ให้ข้าไปหารากไม้ในป่าเวทมนตร์" ร่างโปร่งกอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ "บรรยากาศลึกลับน่ากลัวแบบนั้น เพียงแค่เดินไปที่ชายป่าก็รู้สึกขนลุกแล้ว" คู่สนทนาหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นท่าทางนั้น ก่อนจะก้มหน้าลงวาดแผนที่คร่าวๆของคัสนาห์และเส้นทางหลักที่ทั้งสองเมืองใช้เดินทางไปมาหาสู่กัน

"ข้าได้ยินว่าในอดีตมีตระกูลปราชญ์อยู่หลายตระกูล พวกเขามีความรู้ ความชำนาญเกี่ยวกับยารักษาโรคที่หาจากที่อื่นใดไม่ได้นอกจากคัสนาห์ และยังมีตำราลับๆที่บันทึกเรื่องราวพวกนี้ส่งต่อถึงกันจากรุ่นสู่รุ่นอีกด้วย" เอเดรียนเล่า เขาหันไปมองอัลธอร์ที่ในวันนี้สามารถเดินลงไปเล่นน้ำในลำธารได้ และมันก็เดินไปเดินมาอย่างมีความสุขเหลือเกิน "แต่เมื่อธีสธรัลเข้ายึดอำนาจ พวกเขาก็เผาทำลายบ้านเมืองจนวอดวายไปหมด และความรู้เหล่านี้ก็หายไปด้วย จนในปัจจุบัน ข้าคิดว่าคงเป็นการยากที่จะหาตัวผู้ที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรและยารักษาโรคที่เจ้าว่า"

"แล้วเรื่อง... ยูนิคอร์นล่ะ"

แม้วาภายนอก เลสธีราห์ดูจะสนใจสิ่งที่สามารถนำมาขายหารายได้ แต่จุดประสงค์ในการพูดคุยเรื่องนี้ของเซนทอร์หนุ่มคือการรับรู้ถึงความสนใจของพวกมนุษย์ที่มีต่อป่าเวทมนตร์ จริงอยู่ว่าในอดีต พวกมนุษย์ในอาณาจักรคัสนาห์นั้นหวงแหนป่าเวทมนตร์ยิ่งกว่าอะไร อันเนื่องจากต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในป่านั้นสามารถนำรายได้มหาศาลมาสู่อาณาจักร แต่หลังจากที่ธีสธรัลเข้ายึครองอำนาจ การค้าขายสมุนไพร และยารักษาโรคของคัสนาห์ก็มีอันต้องหยุดชะงัก อันเนื่องมาจากการบุกทำลายของธีสธรัล

แม้จะมีป่าเวทมนตร์อยู่ใกล้ แต่ในเมื่อไม่มีความรู้เกี่ยวกับมัน พวกมนุษย์จึงหาประโยชน์จากมันไม่ได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แอสทารอธให้ความสนใจ เพราะป่าเวทมนตร์แห่งนี้เป็นแหล่งอาศัยของยูนิคอร์น อันเป็นสัตว์วิเศษที่มีบรรดาศักดิ์สูงที่สุดสำหรับพวกเขา

แม้ว่าเซนทอร์จะยกตนว่าอยู่เหนือมนุษย์ แต่พวกเขายอมรับว่าตนนั้นอยู่ต่ำกว่ายูนิคอร์น

ดังนั้นพวกเขาจึงเชิดชูบูชายูนิคอร์น และต้องการจะพบพวกมันสักครั้งหนึ่งในชีวิต

เอเดรียนไหวไหล่น้อยๆก่อนให้คำตอบ "จากที่ข้าจำความได้ ไม่เคยได้ยินว่ามีใครพบยูนิคอร์นในป่าเวทมนตร์เลย" เขายิ้มน้อยๆเมื่อพูดจบ "แต่หากยูนิคอร์นมีอยู่จริง ข้าก็ไม่อยากให้ใครได้พบพวกมันเหมือนกัน เกรงว่าจิตใจของพวกมนุษย์จะทำให้มันแปดเปื้อน" น้ำเสียงของร่างสูงอ่อนโยนกว่าปกติเมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา "ข้าได้ยินว่าแม่ทัพหญิงของพวกภูต... ฟาวสต์น่ะนะ นางขี่ม้าตัวหนึ่งที่เคยเป็นยูนิคอร์น ทว่าถูกตัดเขาไป"

หากพูดถึงแม่ทัพหญิงของฟาวสต์ แน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้จัก... ท่านหญิงฟอลลีน

"อ้อ ข้าเองก็เคยได้ยิน นางภูตที่มีผมสีขาวเงิน...ที่ช่วยยูนิคอร์นเขาหักจากความตาย จนมันยอมรับใช้นางเพียงคนเดียว" ร่างโปร่งเท้าคาง "คงเป็นเรื่องเดียวที่ข้าจะอิจฉาสตรี เพราะยูนิคอร์นไม่ชอบบุรุษ" เลสธีราห์ถอนใจ "แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็อยากพบยูนิคอร์นสักครั้งเหมือนกัน"

เอเดรียนหัวเราะร่วนก่อนส่ายหัว "ข้าคิดว่าให้พวกมันไม่ปรากฎตัวแบบนี้ต่อไปก็ดีเหมือนกัน"

 


     

"เจ้ายื่นข้อเสนอเรื่องป่าเวทมนตร์ไปอย่างนั้นรึ!!"

เสียงแหลมของท่านหญิงซินญอร่าแห่งคัสนาห์ดังขึ้นลั่นห้องนั่งเล่นในมหาคฤหาสน์แห่งอาเดรีย จนท่านชายซินญอร์ผู้เป็นน้องต้องยกมือขึ้นปรามและถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายอย่างรู้ชะตากรรมว่าจะต้องถูกตำหนิ "ข้าแค่ขอให้มันเป็นตัวเลือกสุดท้าย หากจะต้องทำ"

"จริงอยู่ว่าพวกเซนทอร์ไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอเรื่องป่าเวทมนตร์ พวกเขาอยากเข้าไปในนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ถ้ายอมให้พวกมันได้ก้าวเข้าไป มันก็ไม่ต่างจากการยกคัสนาห์ให้แอสทารอธ เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพของอาเดรีย เจ้าคิดเรื่องนี้บ้างหรือไม่ ซินญอร์!"

"แล้วท่านพี่ได้คิดบ้างแล้วหรือ ก่อนที่จะปิดท่าเรืออาเดรีย จนวุ่นวายถึงเพียงนี้..."

เมื่อถูกผู้เป็นน้องชายยอกย้อน พี่สาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อพยายามจะควบคุมโทสะ "เพราะมันเป็นโอกาสที่เราจะต้องรีบคว้า เจ้าจะรอให้ไวลด์ขึ้นเป็นราชินีอย่างถูกต้องสมบูรณ์และยกกำลังพลสักพันคนบุกมายึดท่าเรือของเราก่อนหรือไรถึงจะประกาศตัวว่าเราไม่ต้องการเป็นอาณานิคมของมันอีกต่อไป"

"แต่การทำแบบนี้ก็อาจทำให้นางยกทัพสักสามพันมาบุกอ่าวอาเดรีย และดีไม่ดี พวกภูตอาจส่งทัพมาช่วยอีกห้าพัน จนรวมเป็นแปดพันก็ย่อมได้" ซินญอร์กลอกตาใส่พี่สาว "ข้าไม่ได้รอให้ศัตรูแข็งแกร่ง ท่านพี่... แต่ข้ารอให้พันธมิตรของเราแข็งแกร่ง ซึ่งท่านพี่รอไม่ได้ มันจึงกลายเป็นสถานการณ์ที่เราประกาศสงครามทั้งที่เราไม่มีอะไรอยู่ในมือเลย"

"ซินญอร์!!"

"ข้าส่งเอเดรียนไปกับพวกทูตเพื่อเจรจากับแอสทารอธ ท่านพี่น่าจะรู้ว่าพวกขุนนางระดับสูงเอาใจออกห่างเราไปนานแล้ว และพวกเขาทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองอยู่รอด หากฝากฝังเรื่องป่าเวทมนตร์ไปกับพวกเขา แน่นอนว่าเราต้องเสียดินแดนให้แอสทารอธอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าเอเดรียนนั้นไม่ใช่... เขาจะไม่พูดเรื่องนี้จนกว่าเราจะจนตรอก"

"แต่เจ้าก็ไม่ควร..." ผู้เป็นพี่สาวกัดฟัน แต่นางก็เห็นด้วยว่าขุนนางและข้าราชบริพารที่รายล้อมพวกเขาอยู่ไหนไม่มีใครเชื่อใจได้ พวกเขาทั้งคู่ถูกใช้เป็นหุ่นเชิดมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่คนที่ควบคุมการปกครองของคัสนาห์ และอาเดรียแท้จริงแล้วคือธีสธรัล และพวกเขาก็เป็นตุ๊กตาหินที่วางไว้เพื่อไม่ให้ประชาชนบูชาสักการะเท่านั้น

"ข้าเป็นเจ้าเมืองอาเดรีย ข้าจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้อาเดรียอยู่รอด..."

"ด้วยการยกคัสนาห์ให้เซนทอร์น่ะรึ!"

"อย่างน้อยอาเดรียก็เป็นเมืองที่ร่ำรวยและเจริญรุ่งเรือง เราอพยพประชาชนมาที่นี่ก็ย่อมได้ไม่ใช่รึ"

พวกเขากำลังพูดถึงป่าเวทมนตร์ซึ่งเป็นป่าที่อยู่ในอาณาเขตของคัสนาห์ และมันเป็นป่าที่ว่ากันว่าเป็นแหล่งอาศัยของพวกยูนิคอร์น ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับสัตว์ตระกูลม้าแล้ว ยูนิคอร์นนับเป็นอาชาที่สง่างามและสูงส่งที่สุด แต่เนื่องจากป่าเวทมนตร์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรมนุษย์ เหล่าเซนทอร์ผู้เป็นเผ่าอาชาชั้นสูงจึงไม่ได้พบยูนิคอร์นซึ่งเป็นเชื้อสายห่างๆของตนเลย และแน่นอนว่าเซนทอร์ไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้อย่างแน่นอน

ข้อเสนอที่จะยกป่าเวทมนตร์ให้กับพวกเขา หากยอมร่วมมือช่วยเหลือ...

แต่นั่นก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านชายอยากจะเสนอ มันเปรียบเสมือนเป็นการยกคัสนาห์ให้กับแอสทารอธเพื่อแลกกับอิสรภาพของอาเดรีย แต่ในมุมมองของผู้นำหนุ่มแล้ว เมืองคัสนาห์นั้นเป็นเพียงเมืองเก่าแก่ที่คงไว้เพื่อให้ลูกหลานได้ดูต่างหน้าว่ามนุษย์ในอดีตเคยยิ่งใหญ่เพียงใด ทว่าในตอนนี้คัสนาห์กลับเป็นเมืองที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ไม่มีความเจริญ และแทบจะไม่มีอะไรก้าวหน้า ทั้งการเกษตรและค้าขายก็เงียบเหงาซบเซา เพราะคนจำนวนมากต่างพากันย้ายเข้ามาพำนักที่อาเดรีย

แต่ถึงอย่างนั้นท่ายชายซินญอร์ก็ยังไม่อยากแลกอาณาเขตของตนตั้งแต่เนิ่น

ดังนั้นเขาจึงส่งเอเดรียนไปเพื่อเจรจาจนถึงที่สุด

เขารู้ดีว่าเอเดรียนจะรักษาผลประโยชน์ของอาเดรีย และจะรักษาคัสนาห์เอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย "เอเดรียนไม่ยอมแลกเมืองเก่าโดยง่ายหรอก หากเขาไม่อันจนซึ่งหนทาง" ท่ายชายยืดอกว่า "ท่านพี่อย่าเพิ่งออกคำสั่งอะไรจะดีกว่า ท่านถามว่าข้าได้ไตรตรองอะไรบ้างในการทำแบบนี้ แล้วตัวท่านพี่เองได้คิดบ้างหรือเปล่าว่าสิ่งที่ทำลงไปทำให้ผู้คนเดือดร้อนเพียงใด และมันอาจทำให้ศัตรูของเราเพิ่มจำนวนมากขึ้นก็เป็นได้ หากพวกพ่อค้าที่เดือดร้อนถูกซื้อด้วยเงินธีสธรัลขึ้นมา ท่านคิดเหรือว่าแค่คำว่า 'สายเลือดบรรพกษัตริย์' จะทำให้เรามีชีวิตรอดอย่างครั้งที่แล้ว"

เมื่อครั้งที่คัสนาห์และอาเดรียถูกรุกรานโดยธีสธรัล กษัตริย์แอชรอนได้ไว้ชีวิตสองพี่น้องที่ยังเล็กเอาไว้ ด้วยเหตุผลว่าทั้งคู่เป็นสายเลือดบรรพกษัตริย์ ที่ซึ่งประชาชนเชื่อถือว่าเป็นสิ่งที่ค้ำจุนอาณาจักรของพวกเขา หากสองพี่น้องถูกสังหาร บ้านเมืองจะเกิดความโกลาหล

เพื่อเคารพในความเชื่อนั้น ทั้งสองจึงมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้

...แต่ซินญอร์ไม่คิดว่าเหตุผลเดิมจะสามารถใช้ได้อีกครั้ง

"ตอนนี้เราต้องเดิมพันทุกสิ่งที่เรามี ท่านพี่... แม้ว่ามันจะเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของเราก็ตาม!"

 


     

ราชเลขาแห่งแอสทารอธไม่เรียกอาคันตุกะเข้าพบอีกเลยตลอดวัน และนั่นก็ยิ่งสร้างความตึงเครียดให้กับคณะเดินทางที่ไม่รู้อนาคตของตนเองว่าควรจะวางตัวอย่างไร เซนทอร์หญิงผู้นั้นก็คงจะอยู่ในพระราชวังอัสเธียร์ แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นก็ไม่มีใครในคณะเดินทางกล้าบากหน้าไปขอเข้าพบอยู่ดี และคนที่ดูเคร่งเครียดที่สุดก็เห็นจะเป็นแม่ทัพแห่งอาเดรีย ผู้รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องทุกอย่างเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร

...แต่เขาก็ไม่อยากจะนำความผิดพลาดไประบายลงที่เลสธีราห์

เขาเป็นเจ้านาย อีกฝ่ายเป็นลูกน้อง เจ้านายที่ดีจะต้องปกป้องลูกน้อง ดังนั้นเอเดรียนจึงไม่เอ่ยออกมาสักคำว่าใครเป็นคนที่ทำให้การสนทนาล่มไม่เป็นท่าตั้งแต่เช้า และเมื่อเห็นว่าการพูดคุยของซาฮาลกับเอเดรียนไม่เกิดผลเป็นที่น่าพอใจ คณะทูตจากมหาคฤหาสน์จึงได้เรียกประชุมคณะเดินทางทั้งขณะเป็นการด่วนและเริ่มถกเถียงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยจุดยืนเดิมๆของตนที่เอเดรียนไม่ชอบใจ

พวกขุนนางเห็นแก่ตัวจากมหาคฤหาสน์นี้สนใจแต่เรื่องส่วนตนมากกว่าส่วนรวม

ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าอาเดรียเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการเจรจาครั้งนี้ แต่ก็ไม่มีใครยอมลดราวาศอก

...ด้วยเกรงว่าการยอมอ่อนข้อนั้นจะทำให้พวกตนต้องเสียประโยชน์

"เจ้ากล่าวว่ากระไร เหตุใดทูตแอสทารอธจึงได้บอกปัดการเจรจาเสียดื้อๆแบบนั้น นี่ไม่ใช่นิสัยของเซนทอร์ไม่ใช่รึ!" เอเดรียนเพียงแค่แจ้งผลการเจรจา แต่เจ้าตัวก็ไม่ปริปากถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ทูตแอสทารอธเดินหนีเอาดื้อๆ ว่ามาจากความปากไวของเลสธีราห์ "เอเดรียน การที่เจ้าเสนอเรื่องของเรือจักรไอน้ำเป็นการเสี่ยงมากพอสมควรแล้ว หากแอสทารอธเรียกร้องมากกว่านั้นแล้วเราจะไปหามาหยิบยื่นให้พวกเขาได้หรืออย่างไร"

"แล้วศาสตร์เรือไอน้ำนั่นก็มีมูลค่ามากเกินไปที่จะเสนอด้วยซ้ำ เจ้าคิดจะเข้าไปช่วงชิงของพรรค์นั้นจากธีสธรัลหรือ ถ้าได้มันมาจริงๆเราควรจะเก็บไว้เองมากกว่า จะนำมาให้พวกเซนทอร์ทำไมกัน ของมีค่าขนาดนั้นจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองเรามหาศาลเลยเชียว"

"แต่ตอนนี้เรากำลังตกที่นั่งลำบาก เราต้องขอความช่วยเหลือจากแอสทารอธ หากไม่ยื่นข้อเสนอที่พวกเขาสนใจ คิดหรือว่าเซนทอร์จะยอมร่วมมือ เผ่าพันธุ์นี้ก็ไม่ใคร่จะเป็นมิตรกับผู้ใดมาแสนนานแล้ว นี่ดีเท่าไหร่ที่พวกเขายอมให้พวกเราเข้ามา" เอเดรียนสวนกลับด้วยความโมโห "ไม่ใช่แค่ศึกจากธีสธรัลที่เราต้องระวัง แต่พันธมิตรของธีสธรัลอย่างไอย์ชวลก็คงจะร่วมบีบคั้นเราด้วย  เราต้องการกำลังพล และถ้าเราได้กำลังพลของแอสทารอธมาจริงๆ ทั้งสองเมืองนั่นก็คงจะมีความเกรงอกเกรงใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย"

"แต่ถ้าอย่างนั้นก็เสนอเรื่องอื่นไปก็ได้ เงินทอง... อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ศาสตร์ความรู้เรื่องเรือไอน้ำ ใช่ว่าบ้านเราไม่ต้องการนะ หากเราสามารถต่อเรือไอน้ำได้ เราก็จะมีความเจริญมากกว่านี้หลายเท่าตัวนัก" ขุนนางอีกคนว่า และเมื่อเอเดรียนหันไปสบตาคนพูด เขาก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายเองมีความเกี่ยวข้องกับการค้าทางเรือ ซึ่งเรื่องของเรือจักรไอน้ำนี้ก็เป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างที่สุด

แม่ทัพหนุ่มยืดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะกล่าวโต้อย่างดุดัน

"แล้วพวกท่านซึ่งมีตำแหน่งเป็นทูตแท้ๆทำอะไรบ้างในการเจรจาครั้งนี้ เขาก็เห็นก้มเงียบไม่หือไม่อือราวกับว่าปัญหาของอาเดรียไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โต หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากแอสทารอธเราก็จะยังสามารถอยู่รอดได้สบายๆอย่างนั้น" เมื่อแม่ทัพหนุ่มพูดเต็มเสียง ทุกคนในที่ประชุมก็ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกหวั่นเกรง เอเดรียนเป็นคนสนิทของท่านชายซินญอร์ และเป็นขุนนางฝ่ายความมั่นคงที่พวกเขาควรยำเกรง

"เราไม่มีอะไรที่จะมอบให้แอสทารอธเป็นการตอบแทนการยืมกองทัพของพวกเขา!"

"แล้วท่านได้ลองยื่นข้อเสนอไปแล้วหรือยังเล่า!" แม่ทัพหนุ่มตะคอกกลับ "เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เห็นและไม่คิดจะทำอะไรสักเพียงอย่าง!" ร่างสูงเริ่มออกเดิน และก้าวผ่านขุนนางทูตหลายคนที่นั่งอยู่ในห้อง "ประชากรของอาเดรียเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน แต่เราก็ยังมุ่งไปที่การค้าขายเหมือนเดิม ทำให้ผู้ค้าขายมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทว่ากลับยิ่งทำให้สินค้าราคาตกต่ำลง เพราะทุกคนคิดจะแย่งกันขาย ในขณะที่แอสทารอธมีโอกาสในการผลิตสินค้าได้หลากหลายอาเดรียหลายเท่าตัว ทว่าขาดแคลนแรงงาน พวกเขาเป็นครึ่งม้า ท่านทูต... ม้าทำทุกอย่างไม่ได้เหมือนมนุษย์ ทำไมเราจึงไม่ลองเสนอเรื่องฝีมือแรงงานบ้าง"

เลสธีราห์ที่ยืนอยู่ข้างเอเดรียนโดยตลอดเหลือบมองผู้พูดเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ หลังจากพบว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นเป็นความจริงทุกประการ แม้เซนทอร์รุ่นหลังๆจะเริ่มเรียนรู้ที่จะแปลงกายเป็นมนุษย์แล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ต้องพึ่งเมืองอื่นในเรื่องของแรงงาน อัตราการเกิดของเซนทอร์มีน้อยมากเมื่อเทียบกับอมนุษย์ด้วยกัน อันเนื่องมาจากลักษณะนิสัยของพวกเขาที่ค่อนข้างจะ 'บ้างาน' กระทั่งเหนือหัวดาเรียสเองยังไม่แต่งงานมีชายาเลยด้วยซ้ำ

และเลสธีราห์ห์ก็เข้าใจดีว่าการใช้กีบเท้าม้าเดินบนแผ่นไม้กระดานนั้นเป็นเรื่องน่าขันมากแค่ไหน

อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในเมืองท่ามารินาอันน่าภาคภูมิใจคืออาการ 'ล้มหัวฟาดพื้น'

"แต่เรื่องแรงงานก็ไม่จูงใจแอสทารอธได้มากพอหรอก" เอเดรียนถอนใจ "ข้าไม่ได้มีความชำนาญเรื่องจำนวนประชากรที่แน่นอนของอาเดรีย จึงไม่สามารถเจรจาฉะฉานกับท่านราชเลขาได้ ไม่วายจะต้องอ้ำอึ้งจนนางเกิดความรู้สึกรำคาญ พวกท่านเองก็น่าจะรู้ว่านางไม่ใช่คนอ้อมค้อมและกระมิดกระเมี้ยนในการเจรจาอย่างที่พวกท่านทำกับเมื่อวานนี้ หากไม่พูดตรงๆกับนาง มีแต่จะสร้างความหงุดหงิดเปล่าๆ อย่างไรพวกเขาก็เป็นอมนุษย์ที่ขี้โมโหเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว"

...แล้วเหตุใดเอเดรียนจะต้องกล่าวว่าเซนทอร์ขี้โมโหด้วยเล่า!!

"เรื่องของเรือจักรไอน้ำเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง เพราะแม้ว่าพวกเราจะรู้จักสิ่งนี้แต่ก็ไม่เคยสร้างมันขึ้นมาได้อย่างพวกเอลฟ์ แต่นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แอสทารอธไม่มี และหากเราทำให้มันแน่นอนขึ้นมาได้ ข้าเชื่อแอสทารอธจะต้องสนใจข้อเสนอนี้" เอเดรียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "การเจรจานี้มีผลถึงอาเดรียทั้งอาณาจักร แต่พวกท่านกลับมากล่าวว่ามันเป็นความรับผิดชอบของข้า แล้วเช่นนี้เมื่อไหร่พวกเราจะรอดพ้นวิกฤติ... สู้เอาเวลามาคิดหาสิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ดีกว่ารึไง"

...

เมื่อชายหนุ่มพูดอย่างนั้น เหล่าขุนนางทูตก็ไม่มีความเห็นหรือคำตำหนิใดๆเพิ่มเติม มีเพียงเลสธีราห์เท่านั้นที่อยากจะถามออกมาเหลือเกินว่าเหตุใดเอเดรียนจึงไม่กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้การเจรจาล้มเหลว ทั้งที่มันเป็นความผิดของเขาทั้งหมดแท้ๆ "ข้าไม่คิดว่าแอสทารอธจะให้ที่พักเราต่อ... ท่านราชเลขาต้องการความแน่นอน ดังนั้นเมื่อกลับไปถึงอาเดรียเราจะต้องหาความแน่นอนให้นาง"

"เอเดรียน..." เซนทอร์หนุ่มเรียกเสียงเบา

"เลสธีราห์ กลับมากับข้า เรามีเรื่องต้องหารือกัน"

 


      

การปิดท่าเรือของอาเดรียไม่กี่วันกระทบการใช้ชีวิตของคนจำนวนมากในทุกสาขาอาชีพของธีสธรัล ท่าเรือเงียบเหงา ไม่มีเรือลำใดแล่นออกจากแผ่นดิน คนค้าขายไม่มีของไปวางแผง เสบียงอาหารที่มีอยู่จำกัดของทุกครอบครัวก็หดหายไปทุกวันเช่นกัน การล้มราชบัลลังก์เมื่อเดือนที่ผ่านมาส่งผลให้การบริหารงานทุกอย่างติดขัดไม่ลงตัว และไวลด์ ราชินีองค์ใหม่ของธีสธรัลเองก็ไม่มีความชำนาญพอที่จะจัดการเรื่องทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียวในระยะเวลาอันสั้นเท่านี้

...นี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้นำใหม่

ไอย์ชวลผู้เป็นเมืองพันธมิตรส่งกองกำลังพิเศษส่วนพระองค์ของราชามาช่วยดูแลความเรียบร้อยเพื่อป้องกันการเปลี่ยนขั้วทางการปกครอง แต่สิ่งที่ราชินีแห่งธีสธรัลต้องการมากที่สุดในตอนนี้กลับเป็นที่ปรึกษาที่สามารถช่วยนางหาทางออกให้ปัญหานี้ได้

ซึ่งเพื่อนในวัยเด็กคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาร่วมทางเดินกับนาง

"เรือพาณิชย์ที่ออกไปเมื่อสองวันก่อนยังไม่เดินทางกลับมาจากตะวันออก การเจรจากับชาวเอลฟ์คงไม่ราบรื่นนัก แม้ว่าเราจะติดต่อขอซื้อเพียงแค่เนื้อสัตว์ไม่กี่ชนิดก็ตาม... พวกแอสทารอธก็ไม่ตกลงกับราคาค่าผ่านทางในระบบเหมาจ่ายที่เราเสนอไป ตอนนี้ประชาชนเริ่มร้องเรียนเรื่องปัญหาการขนส่งแล้ว การซื้อขายเนื้อสัตว์และพืชผักจากอาเดรียหยุดชะงัก หากไม่เร่งแก้ปัญหาในเร็ววัน ผู้คนจะเดือดร้อนและอาจลุกฮือขึ้นต่อต้านเราก็เป็นได้" ราชินีแห่งธีสธรัลเอ่ยกับคนสนิท พระนางกำลังมุ่งหน้าจากหอหนังสือกลางไปยังท้องพระโรงหลวงว่าการเพื่อร่วมประชุมกับเหล่าขุนนาง

"ข้าส่งข่าวให้ท่านพี่ฟลอฮาวนท์ช่วยเหลือกดดันอาเดรียอีกแรง เพราะฝ่ายนั้นเองก็ต้องติดต่อซื้อขายกับเมืองอื่นๆหลายเมืองเหมือนกันรวมทั้งไอย์ชวลด้วย แต่ฝ่ายทหารของไอย์ชวลก็ยืนยันว่าจะไม่ทำอะไรเกินตัว พวกเขาคงแค่เข้มงวดด้านชายแดนมากขึ้น เพราะการตัดความสัมพันธ์ทางการค้าดูจะเป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมากเกินไป"

คนสนิทของราชินีนิ่งฟังเงียบๆขณะคิดตามสิ่งที่นางพูด ก่อนจะเสนอความเห็นบ้าง

"การปิดท่าเรือแบบนี้คือการประกาศศึกกับเราซึ่งหน้า หากไม่เกิดสงครามแตกหักก็คงจะต้องมีการเจรจาบีบคั้นเกิดขึ้น ธีสธรัลเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่มาก แต่ในเรื่องกำลังพลและความก้าวหน้าทางการทหารแล้วก็พอจะได้เปรียบอยู่บ้าง พระนาง... ข้าได้ยินว่าพวกนั้นส่งทูตไปติดต่อกับแอสทารอธด้วย เมืองเซนทอร์ไม่เคยแสดงจุดยืนว่าจะเข้าข้างใครมาก่อน แต่ถ้าพวกเขาเอียงเข้าอาเดรียขึ้นมา... เราก็คงจะลำบากไม่น้อย"

ไวลด์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น "กองเรือเซเลสต์... มหาอำนาจของทะเลเทเทส"

ไม่มีใครรู้เรื่องราวภายในของแอสทารอธมากนัก แต่สำหรับคนที่รู้จักทะเลเทเทสแล้ว ไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อของกองเรือเซเลสต์แน่นอน "อาเดรียจะต้องมีข้อเสนอที่ดีพอ... แอสทารอธจึงจะยอมตกลง" องค์ราชินีว่า "ครึ่งม้าพวกนั้นไม่สุงสิงกับผู้ใดด้วยความฝังใจในอดีต หากครั้งนี้พวกเขาจะเลือกข้าง ข้าคิดว่าอาเดรียจะต้องมีสิ่งตอบแทนที่ดีงามมากพอ" ดวงตาเรียวหรี่ลงอย่างครุ่นคิด

"แต่อาเดรียน่ะหรือ... จะมีสิ่งใดมีค่าพอจะเสนอ"

"ตอนนี้ไอย์ชวลก็คงจะตรึงกำลังที่ชายแดนรัดกุมขึ้น คงทำให้พวกอาเดรียเข้าไปล่าสัตว์ในป่าของไอย์ชวลยากขึ้น ประชาชนของพวกเขาก็คงจะเดือดร้อนไม่แพ้กัน ถ้าสามารถตรึงสถานการณ์นี้ไปได้สักพัก อาเดรียก็คงจะลดเงื่อนไขเจรจาลงมา... ในตอนนี้เราคงต้องพึ่งการซื้อของจากตะวันออกไปก่อน ทรัพย์สินในพระคลังหลวงก็ยังมีอยู่มากพอจะซื้อเวลาได้"

หญิงสาวหลับตาลงเมื่อพูดจบ "บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องหลัก ผลประโยชน์ของเมืองเป็นเรื่องรอง การเป็นผู้นำนี่ไม่ง่ายเอาเสียเลยหนา"

คนสนิทในวัยเยาว์ทอดยิ้มออกมาเล็กน้อยและก้มสายตาลงมองพื้นดังเดิมอย่างที่ผู้ใต้บัญชาควรทำ "ไม่รู้ว่าการเสนอตัวเข้าช่วยนายหญิงในครั้งนี้จะเพียงพอหรือไม่ ข้าจะได้รับความวางใจหรือเปล่า แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ขุนนางที่ดีควรกระทำ คือการได้ใช้ความรู้ความสามารถของตนให้เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองอันเป็นที่รักของตน ...ข้าอยากเป็นเท่านั้นก็เพียงพอน่ะขอรับ"

"ถ้าข้าใช้งานเจ้าได้จริงๆ มันก็คงจะดีมากเลย ฟลินกอร์น" ไวลด์ยิ้มบาง

เจ้าของชื่อฟลินกอร์นค้อมหัวรับ "ข้าจะช่วยเหลือนายหญิงอย่างสุดความสามารถขอรับ"

ไวลด์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วยกมุมปากขึ้นยิ้ม "ข้ามีงานอย่างหนึ่งให้เจ้าทำ" หญิงสาวหยุดที่หน้าต่างบานหนึ่งของปราสาท และทอดมองออกไปยังท่าเรือที่มีเรือหลายสิบลำจอดเรียงราย "ให้เจ้าไปติดต่อแอสทารอธ... หากอาเดรียคิดจะรวบแอสทารอธไปเป็นพวกตน เราก็คงจะอยู่เฉยไม่ได้" นางมองไกลออกไปยังอู่ต่อเรือที่เห็นเป็นเพียงภาพเลือนราง

เจ้าของชื่อฟลินกอร์นพยักหน้ารับคำ "ให้แน่ใจว่าอาเดรียจะไม่ได้กองเรือเซเลสต์ไปสินะขอรับ"

"แน่นอน... และเราต้องมีสิ่งตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อพอ"

"นายหญิง..."

ไวลด์สูดลมหายใจเข้าราวกับรวบรวมความกล้า และหันไปสั่งเสียงเรียบกับคนสนิท "เรือจักรไอน้ำ"

 


     

เซนทอร์หนุ่มจำได้ว่าเขาไม่เคยโดนใครตบจนปากแตกแบบนี้มาก่อน ดังนั้นเจ้าตัวจึงค่อนข้างตกใจและไม่พูดไม่จาไปสักพักใหญ่ แต่เลสธีราห์ก็ไม่ได้รู้สึกแย่ที่ทำให้เจรจาล้มเหลว ...เขาแค่ไม่คุ้นเคยกับการถูกลงโทษแบบนี้

หรือว่านี่คือสิ่งที่ทำให้ซาฮาลดูแคลนเขามาตลอด เลสธีราห์ถูกเลี้ยงดูมาอย่างถะนุถนอมเหลือเกิน

หลังจากเหวี่ยงหลังมือฟาดจนปากแตกแล้ว นี่ก็เป็นอีกครั้งที่เอเดรียนแตะตัวเลสธีราห์ ทว่าเป็นการลูบหัวปลอบโยน "เจ้าฟังความผิดไปบ้าง คิดว่าแอสทารอธไม่มั่นใจในกำลังของตัวเองอย่างที่เคยเป็น จึงได้สวนกลับไปแบบนั้น... แต่เปล่าเลย เขาถามเราต่างหากว่าเรารู้จักพวกเขาดีแค่ไหนจึงได้กล้าเสนอหน้ามาขอความช่วยเหลือแบบนี้"

เมื่อได้ฟังเอเดรียนพูดแล้ว เลสธีราห์ก็คิดว่าตนคิดเร็วเกินไปจริงๆ

...หรือเพราะเขารู้จักกำลังพลของเซเลสต์ดีอยู่แล้ว จึงได้หงุดหงิดที่เหมือนถูกดูแคลนแบบนั้น

"เขาไม่ได้หยั่งเชิงเรา แต่เขาถามหาความมั่นใจจากเรา ว่าเราพร้อมจะเสี่ยงไปกับพวกเขาจริงหรือไม่ ทั้งที่ไม่เคยรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของเซเลสต์ด้วยตาตัวเองเลย แล้วถ้าเซเลสต์พ่ายแพ้ขึ้นมา อาเดรียจะยังยืนอยู่ข้างแอสทารอทอีกหรือไม่" อาเดรียนลูบผมสีอ่อน "โชคยังเข้าข้างที่แอสทารอธไม่ถีบเราส่งหลังจากนั้น ท่านราชเลขาเพิ่งส่งเฟลิเซียกลับมาแจ้งข่าวว่านางมีเรื่องจะพูดด้วย และมันเป็นเรื่องที่เหนือหัวแห่งแอสทารอธได้ตัดสินใจแล้ว"

เซนทอร์หนุ่มลอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย... แม่ข้าจะปล่อยให้ข้าทำเสียเรื่องทั้งหมดอย่างไรเล่า

"อุ...!"

เนื่องจากการยกมุมปากขึ้นยิ้มนั้นทำให้แผลปากแตกตึงขึ้นมา ร่างโปร่งยกมือขึ้นแตะเบาๆเพื่อบรรเทาความเจ็บ แต่ก่อนที่เขาจะได้สำรวจว่าเจ็บตรงไหนบ้าง นิ้วของเอเดรียนก็สัมผัสกับริมฝีปากของชายหนุ่มเสียก่อน "ข้าขอโทษด้วยที่ตบเจ้าแบบนั้น" สัมผัสของเจ้าตัวแผ่วเบาและอ่อนโยน แตกต่างจากตอนที่ออกแรงลงไม้ลงมืออย่างสิ้นเชิง "ช้ำเลยเชียว"

ร่างสูงหันไปหากล่องพยาบาลที่เขาพกติดมาด้วย และรื้อหาตัวยาบางอย่างที่พอจะใช้ได้

"...แก้ปวดน่ะ" ร่างสูงหยิบตลับยาเล็กๆขึ้นมา ภายในบรรจุครีมสีขุ่นที่มีกลิ่นจางๆของสมุนไพร "ประเดี๋ยวจะมีปัญหาตอนกินอาหาร" เซนทอร์หนุ่มเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมให้เอเดรียนทายาให้แต่โดยดี

"ความจริงก็ไม่จำเป็นหรอกน่า" ร่างโปร่งว่า "แค่เจ้าไม่เอาความกับข้า... ก็ดีมากแล้ว"

"ตอนพูดไม่คิดเสียบ้างเล่า" เอเดรียนหัวเราะ "เอาเถิด ข้ายอมรับในความบกพร่องของข้อเสนอ แม้จะมีข้อเสนอที่ดีกว่านี้ก็ตาม แต่ข้ายังบอกพวกเขาในตอนนี้ไม่ได้" แม่ทัพใหญ่ว่า "เรื่องที่ข้าพูดกับพวกขุนนางวันนี้เป็นเรื่องที่ข้าอยากจะพูดมานานแล้ว"

"พวกนั้นจะยิ่งไม่ชอบเจ้าไม่ใช่รึไง"

"พวกเขาไม่ชอบที่ข้าเป็นคนสนิทของท่านชายซินญอร์มาแต่ไหนแต่ไร เหตุใดจะต้องไปสนใจด้วย ข้าแค่ไม่อยากให้เขาพุ่งเป้ามาเล่นงานเจ้าที่ไม่รู้เรื่องเพื่อปัดความรับผิดชอบของตัวเอง" เอเดรียนปาดยาลงบนรอยช้ำเบาๆ และเพิ่งรู้สึกตัวว่าก้มเข้ามาใกล้อีกฝ่ายมากกว่าปกติ จนลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่ายเป่ารดผิวแก้มของเขาจนรู้สึกได้ กลิ่นไอจางๆจากตัวอีกคนที่ดูต่างจากคนอื่นทำให้แม่ทัพหนุ่มมุ่นคิ้ว

เลสธีราห์ไม่ใช่มนุษย์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะแตกต่าง

"ใกล้ไปรึเปล่า" คู่สนทนาถามด้วยน้ำเสียงติดขัด แผ่นหลังโปร่งเอนหนีเล็กน้อยเมื่อคนตรงหน้าก้มลงมาใกล้ลำคอของเขาจนมากเกินควร แต่ก็ช่างน่าแปลกที่เลสธีราห์ไม่รู้สึกขยะแขยงอย่างที่เขาเคยรู้สึกยามถูกมองด้วยสายตาแปลกๆจากคนอื่น แม้ในยามที่สัมผัสได้ถึงปลายจมูกที่จรดลงบนผิวเนื้อเย็นเปล่าเปลือย

กลิ่นกายของอมนุษย์... แตกต่างมากขนาดนี้เชียวหรือ

เขารู้สึกได้ถึงชีพจรของอีกฝ่าย เส้นเลือดจำนวนมากที่สูดฉีดอยู่ใต้ผิวหนังขาวเนียน และจังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้นโดยไร้สาเหตุ อีกฝ่ายดูตื่นเต้นและประหม่า ดังนั้นเขาจึงแนบริมฝีปากจูบไปบนผิวเนื้อเพื่อปลอบโยนอย่างนุ่มนวล แต่ไหล่กว้างก็ห่อเข้าด้วยความไม่คุ้นเคย และสองมือของอีกฝ่ายก็ยกขึ้นวางบนไหล่หนา ก่อนจะออกแรงผลักเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายได้สติ

"เอเดรียน...!"

"...!" ความรู้สึกแรกนั้นราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดให้ตื่นจากภวังค์ แม่ทัพหนุ่มสะดุ้งและถอยตัวกลับ พร้อมกับกลั้นหายใจ และหันไปเก็บกระปุกยาไว้ในกล่องพยาบาลตามเดิม "ข้าขอโทษ..." ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกและค่อยๆผ่อนออกมาในความพยายามจะควบคุมสติ "เจ้ากลับห้องไปพักผ่อนเถอะ"

คนที่ดูตกใจไม่แพ้กันก็คือเลสธีราห์ซึ่งยกมือขึ้นจับลำคอของตนอย่างไม่เข้าใจ

ความเงียบเกิดขึ้นเนิ่นนานหลังจากนั้น เอเดรียนพยายามเลี่ยงตัวเองออกไปทำอย่างอื่นเช่นการจัดข้าวของที่ไม่ได้รกมากมายขนาดนั้น หรือการพยายามทำให้เตียงที่พักเรียบตึงทั้งๆที่มันไม่ได้ยับย่นแต่ประการใด เพียงเพื่อให้เลสธีราห์ออกไปจากห้อง แต่ดูเหมือนว่าเซนทอร์หนุ่มจะไม่ทำตาม

"นี่เจ้ายังไม่ตอบเลย... ทำไมจะต้องออกหน้าแทนข้าด้วย"

ร่างโปร่งว่า "ทำไมเจ้าจึงไม่พูดไปตรงๆว่าข้าทำให้... เซนทอร์ตนนั้นไม่พอใจจนกระแทกเท้าหนีไป" เขาก้มลงมองผ้าปูเตียงสีอ่อนที่ตนนั่งทับอยู่และไล่นิ้วไปบนลายปักของมันเสมือนไม่เคยพบเห็นมาก่อน "เจ้าไม่ควรทะเลาะกับขุนนางอื่นแบบนั้นไม่ใช่รึไง"

แม่ทัพใหญ่ถอนใจ "เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม... ว่าพวกขุนนางจากมหาคฤหาสน์นี้ไว้ใจได้สักกี่คน เพียงแค่เรื่องผลประโยชน์ก็ยังคิดจะเอาเปรียบกันได้" ร่างสูงหันมามองเลสธีราห์ "เจ้ารู้ไหมว่าข้าเกลียดการแลกเปลี่ยนบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่โดยการใช้เงินอย่างที่สุด มันไม่ให้เกียรติกันเลยสักนิดเดียว"

คนฟังชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น และเริ่มคิดต่อว่า... เช่นนั้นแล้วควรใช้อะไร

"นั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าเอานั่นเอานี่มาให้ข้าแทนค่าตอบแทนหรือเปล่า ทั้งอาวุธ ที่พัก เสื้อผ้า และการเอาใจใส่แบบนี้" ร่างโปร่งถามกลับในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน "เจ้าไม่เคยพูดเรื่องเงินค่าจ้างกับข้าเลยนะ" เลสธีราห์สงสัยว่าการที่เขาพูดแบบนี้เท่ากับเป็นการทวงหรือไม่ เพราะเอเดรียนเองก็ไม่เคยพูดถึงค่าจ้างตอบแทนเลย ทว่าคำถามนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจเสียดื้อๆ

"ของบางอย่างมันซื้อไม่ได้ด้วยเงินน่ะ เลสธีราห์"

"แล้วถ้าข้าอยากได้เงินล่ะ..." ร่างโปร่งโคลงหัวถาม "มันเป็นความไม่ภักดีในสายตาเจ้าหรือเปล่า"

เอเดรียนยิ้มบางตอบ "ถ้าหากเจ้าต้องการเงิน ข้าก็มีให้" ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวคู่สนทนาด้วยความเอ็นดู "ถ้าเงินมันซื้อใจเจ้าได้ ข้าก็ยินดีจ่าย" เลสธีราห์เสตาหลบเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายพูดอย่างนั้น ก่อนจะค่อยๆหลับลงเมื่อรู้สึกว่าปลายนิ้วของอีกฝ่ายกำลังไล้ลงมาตามเสี้ยวหน้าตนเอง

"เจ้าเป็นอมนุษย์ที่สง่างามนัก..."

เอเดรียนเพิ่งสังเกตว่าใบหูของอีกฝ่ายค่อนข้างแหลมเหมือนชาวเอลฟ์ และโครงหน้าก็เรียวกว่าผู้ชายโดยทั่วไป แม้จมูกของอีกฝ่ายจะโด่งเป็นสันมากกว่าปกติ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เครื่องหน้าที่สวยงามดูหม่นหมอง และเมื่ออยู่ใกล้อีกครั้ง เอเดรียนก็พบว่าตนเองต้องคอยสะกดลมหายใจอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เหมือนความรู้สึกที่เขาเคยละทิ้งและคิดว่าลืมมันไปจนหมดสิ้นค่อยๆหวนกลับมาอีกครั้ง

อีกฝ่ายสง่างาม... จนเขาต้องการจะครอบครองเอาไว้เป็นของตนเพียงคนเดียว

ร่างสูงถอนหายใจยาวกับความคิดนั้น และดึงมือของตนกลับแล้วจึงลุกไปที่ประตูห้องพลางสูดลมหายใจช้าๆราวกับตั้งสติ "เลสธีราห์ กลับห้องไปก่อนเถอะ..." เจ้าตัวเปิดประตูและผายมือให้อีกฝ่าย "ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ประเดี๋ยวเจ้าจะติดหวัด"

แต่เลสธีราห์กลับลุกขึ้นมาและผลักประตูปิดลงตามเดิม "อมนุษย์ไม่เป็นไข้ของมนุษย์หรอก"

ร่างโปร่งแตะหลังมือกับหน้าผากอีกคนและพบว่ามันปกติเสียจนรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก "เจ้าไม่ได้ป่วย" มือเรียวค่อยๆแตะอังไปตามโครงหน้า ทั้งพวงแก้ม ลำคอ และจบลงที่จุดชีพจร แต่ทุกอย่างก็ดูเป็นปกติ จะมีก็เพียงเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเท่านั้นที่ระรัวอย่างประหลาด "ทำไม..."

"เลสธีราห์" เอเดรียนจับมือเรียวของอีกฝ่ายและกอบกุมมันเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างโปร่งสัมผัสตนอีก

"กลับห้องตัวเองไป..."

แม้ว่าคนพูดจะกล่าวเช่นนั้น แต่มันกลับเป็นตัวเขาเองที่ยกมือเรียวขึ้นแนบริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะบรรจงจูบลงบนฝ่ามือหยาบของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เจ้าของฝ่ามือสะดุ้งเบาแต่ก็ไม่ได้ปัดป้องหรือถอยหนี ยิ่งทำให้ฝ่ายรุกรานได้ใจและดันร่างโปร่งถอยไปชิดกับประตูห้อง

เอเดรียนเท้าแขนข้างหนึ่งเหนือหัวเลสธีราห์ ขณะขบริมฝีปากตัวเองห้ามใจ

"ทำไมถึงไม่ผลักหรือต่อต้านเสียบ้างเล่า" เขาเชยคางขึ้นอีกฝ่ายขึ้นมองสบตาอย่างไม่เข้าใจ

เลสธีราห์สูดลมหายใจเข้าลึก โดยไม่ผลักอีกฝ่ายออกอย่างที่ควรจะเป็น "ถ้ามันรู้สึกดี ข้าจะปฏิเสธทำไม" เขาไม่รู้ว่าเหตุใดเอเดรียนจึงทำเช่นนั้น แต่ไม่มีเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่รู้สึกรังเกียจ ดังนั้นร่างโปร่งจึงไม่มีเหตุให้ต่อต้านการกระทำของอีกฝ่าย เอเดรียนประคองใบหน้าของคู่สนทนาเอาไว้ และก้มลงแนบหน้าผากของตนเข้าหา ราวกับกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในจิตใจของตัวเอง

...

ก๊อก! ก๊อก!

ใครสักคนเคาะประตูห้องพักซึ่งเป็นแผ่นไม้ที่เลสธีราห์เอนหลังพิงอยู่ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวและก้าวถอยออกจากกันตามสัญชาติญาณ "ค... ใคร มีอะไรรึเปล่า" เอเดรียนผู้เป็นเจ้าของห้องเอ่ยถาม ขณะที่เลสธีราห์ขยับห่างออกไปเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ประตูไม้เปิดออก และปรากฎร่างเซนทอร์หญิงผู้ดูแลต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

"ท่านราชเลขามีความประสงค์จะพบท่านทูตเอเดรียน"

ครึ่งม้าค้อมหัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพตามธรรมเนียม และก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นเลสธีราห์อยู่ในห้องพักด้วย "หากคนสนิทต้องการจะติดตามไปก็ย่อมได้..." เอเดรียนหันไปพยักหน้าให้เลสธีราห์ครั้งหนึ่ง แล้วจึงคว้าผ้าคลุมไหล่ของตนขึ้นสวมเพื่อเตรียมพร้อม

"เชิญนำทางได้เลย"

เฟลิเซียพยายามไม่แสดงอาการพิรุธ แต่หญิงสาวก็ไม่อยากเชื่อว่าเลสธีราห์จะสามารถสนิทกับใครได้จนถึงขนาดไปนั่งเล่นในห้องพักของอีกฝ่ายได้ เซนทอร์หญิงหัวเราะคิกคักกับตนเองด้วยความสาแก่ใจลึกๆ เพราะหากซาฮาลรู้เรื่องนี้เข้า เจ้าตัวจะต้องกระฟัดกระเฟียดเป็นม้าพยศไปอีกหลายวันอย่างแน่นอน



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #322 chawagan (@cshpuy94) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:40
    หวังว่าเซฮาลคงไม่ได้พิษสวาทเลสหรอกนะ
    #322
    0
  2. #309 moony+lilac (@Pinocchio-fate) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 22:44
    เอาแล้ว ธีสธรัลก็จะมาเสนอแล้ว แถมมีให้จริงๆด้วย มีแววว่าเอเดรียต้องยกป่าเวทย์มนต์ให้แทนแน่ๆ แต่เหมือนเรือจักรไอน้ำจะดูมีราคากว่ารึเปล่าอะ แต่เซนทอร์ก็อยากพบยูนิคอร์นนี่? โอ้ยไม่รู้เดาไม่ออกเลยทีเดียว รู้แต่ตอนนี้ได้กลิ่นความหวานกรุ่นๆ กี๊ดดดดดด
    #309
    0
  3. #261 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 20:43
    อ้าวววว  แปลว่าอดีตนี่คัสนาห์ขึ้นชื่อเรื่องยาสินะ  ตอนนี้ดูไม่มีอะไรดี //มองว์ซินญอร่า
    ตัวเองมาสั่งปิดท่าเรือเมืองน้องไม่ถามใครสักคำ  พอเค้าเอาป่าเวทมนตร์ไป(เป็นตัวเลือก ยังไม่ได้ยื่นจริงๆด้วยซ้ำ)ทำมาเป็นโวยวาย  โดนย้อนทีมีมารับความจริงไม่ได้
     
    ทำไมเราเห็นซัมติงในความสัมพันธ์ของไวลด์กะคนสนิท  นี่แอบหยอดดราม่าแทรกกะทุกตัวละครเลยเรอะ
    จริงๆคาร์แรคเตอร์ของไวลด์กับซินญอร่านี่เราได้ผ่านตามากะรีเวิร์สน่ะนะ แอบเอาตรงๆก็ไม่ค่อยชอบทั้งคู่(โถ...)  แต่ข้ามส่วนของรีเวิร์สไป  เทียบสองคนนี้ก็ให้ภาษีไวลด์ดีกว่าอยู่แล้ว  ดูความใจเย็นและรู้จักคิดก่อนตัดสินใจ  ไม่ทำบ้านเมืองล่มจม..............  5555555555
     
    เอ้าาาาาา  ง้อ  เร็วเอเดรียน  ทำเขาเจ็บ  รับผิดชอบด้วย  ...  เดี๋ยวๆ เกินไป  จำเป็นต้องก้มมาใกล้ขนาดนั้นมั้ย  จะไซร้เค้าอยู่ละ  ...  นั่น นั่น ซุกไปแล้วววววว  หยุด!! หยุด!!!!!!  หวงงงงงงงงงง //กอดเลส
    เลส  ไอของนู่นนี่นั่นที่เอเดรียนมันเอามาให้น่ะ  นี่ไม่ใช่แค่ของแลกเปลี่ยนกะซื้อใจแล้วววว มันจีบ------------  ตามเทียวไล้เทียวขื่อ  เอาอกเอาใจขนาดนี้  ...  หลงคนสวยชัดๆ  ...  โฮกกกกกกกกก เลสสสสสส  นั่นอะไรรรร  ยั่วเหรอลูกกกกกกกก  เดี๋ยวมันก็หน้ามืดปล้ำจริงๆหรอกกกก
    เฟลิเซียเอ้ยยยยย ไม่ใช่แค่สนิทขนาดไปนั่งเล่นในห้องแล้ววว  เมื่อกี้มันเกือบจะดูดปากกันไปแล้------------ //โดนดีด
     
    #261
    0
  4. #260 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 20:42
    อ้าวววว  แปลว่าอดีตนี่คัสนาห์ขึ้นชื่อเรื่องยาสินะ  ตอนนี้ดูไม่มีอะไรดี //มองว์ซินญอร่า
    ตัวเองมาสั่งปิดท่าเรือเมืองน้องไม่ถามใครสักคำ  พอเค้าเอาป่าเวทมนตร์ไป(เป็นตัวเลือก ยังไม่ได้ยื่นจริงๆด้วยซ้ำ)ทำมาเป็นโวยวาย  โดนย้อนทีมีมารับความจริงไม่ได้
     
    ทำไมเราเห็นซัมติงในความสัมพันธ์ของไวลด์กะคนสนิท  นี่แอบหยอดดราม่าแทรกกะทุกตัวละครเลยเรอะ
    จริงๆคาร์แรคเตอร์ของไวลด์กับซินญอร่านี่เราได้ผ่านตามากะรีเวิร์สน่ะนะ แอบเอาตรงๆก็ไม่ค่อยชอบทั้งคู่(โถ...)  แต่ข้ามส่วนของรีเวิร์สไป  เทียบสองคนนี้ก็ให้ภาษีไวลด์ดีกว่าอยู่แล้ว  ดูความใจเย็นและรู้จักคิดก่อนตัดสินใจ  ไม่ทำบ้านเมืองล่มจม..............  5555555555
     
    เอ้าาาาาา  ง้อ  เร็วเอเดรียน  ทำเขาเจ็บ  รับผิดชอบด้วย  ...  เดี๋ยวๆ เกินไป  จำเป็นต้องก้มมาใกล้ขนาดนั้นมั้ย  จะไซร้เค้าอยู่ละ  ...  นั่น นั่น ซุกไปแล้วววววว  หยุด!! หยุด!!!!!!  หวงงงงงงงงงง //กอดเลส
    เลส  ไอของนู่นนี่นั่นที่เอเดรียนมันเอามาให้น่ะ  นี่ไม่ใช่แค่ของแลกเปลี่ยนกะซื้อใจแล้วววว มันจีบ------------  ตามเทียวไล้เทียวขื่อ  เอาอกเอาใจขนาดนี้  ...  หลงคนสวยชัดๆ  ...  โฮกกกกกกกกก เลสสสสสส  นั่นอะไรรรร  ยั่วเหรอลูกกกกกกกก  เดี๋ยวมันก็หน้ามืดปล้ำจริงๆหรอกกกก
    เฟลิเซียเอ้ยยยยย ไม่ใช่แค่สนิทขนาดไปนั่งเล่นในห้องแล้ววว  เมื่อกี้มันเกือบจะดูดปากกันไปแล้------------ //โดนดีด
     
    #260
    0
  5. #243 Hajimari No Uta (@hajimarinouta) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:00
    จะผิดมั้ยคะถ้าบอกว่าแอบหมั่นไส้ท่านหญิงซินญอร่านิดนึง แหม๊ เข้ามาเมืองน้องก็สั่งๆ พอน้องจะเอาป่าเวทมนตร์ไปแลกก็บ่นอีก
    แต่จะพยายามเข้าใจนะคะว่ามันเป็นเรื่องของบ้านเมือง ผู้นำก็ต้องอะไรประมาณนั้นแหละเนอะ ;w;
    แอบชอบท่านชายซินญอร์ขึ้นมานิดๆ ด้วยค่ะ ว้าย (?)
    ทำไมคะทำไมทำไมทำไมเอเดรียนต้องละมุนขนาดนี้ด้วยคะฮือออออ คนอ่านนี่เขินบิดไปบิดมาหลายรอบแล้วนะคะ ขว้างใจให้รัวๆ อีกครั้งค่ะ แงงงง /อ่านเรื่องนี้มีกี่ใจก็ไม่พอค่ะ (...)/
    เลสธีราห์ก็นิ้งงงงงงนิ่ง แต่ดีค่ะ แมนดี ชอบค่ะ 555555555 ความตรงของเซนทอร์ที่บอกว่าถ้ามันรู้สึกดีจะปฏิเสธทำไมนี่ก็กินใจเหลือเกินค่ะ
    ณ จุดจุดนี้ไม่รู้ควรจะรู้สึกยังไงกับเฟลิเซียค่ะ ที่จริงเข้ามาแทรกก็ดีนะคะ มาเกินเลยตั้งแต่ตอนนี้ในถิ่นเซนทอร์คงไม่โอเคเท่าไร (?)
    และชอบตรงปิดท้ายตอนจังเลยค่ะ ถ้าซาฮาลรู้คงกระฟัดกระเฟียดนี่น่าจะจริง 55555555555
    โอ๋ๆ นะคะซาฮาล ไปหารีดาห์นะค--- /นี่ก็อวยไม่ลืมหูลืมตา/
    #243
    0
  6. #220 aom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 14:03
    เอออ ท่านพ่อพระเแกจ้า

    มุงเมานี้มุงหื่นใส่นายเอกกุเลยหราาา

    นายเอิกกลายร่างเป็นเซนทอร์เลย ถีบหน้าสักที

    ข้อหาทะลึ่ง
    #220
    0
  7. #113 Palantir (@palantir_tir) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 12:51
    เฮ้ยยยยย ตกใจ!!!! เค้ามาม่าลอยมาแล้วแง้;____; หรือยัง5555
    #113
    0
  8. #52 Janinozuka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 21:59
    อ้าวเป็นมนุษย์ดีๆไม่ชอบ กัดไปทั่วนะท่านแม่ทัพ

    หล่อจริง เมาแล้วนิ่ง แต่แอบจิตนิดๆตรงไปกัดเลสนี่แหละ

    ถ้าถามว่าชอบมั้ย? บอกเลย ชอบ!! (อิคนอ่านมันรัก sm)

    จะมีอะไรมากกว่านี้มั้ยนะ.. (หื่นจริงแก!)
    #52
    0
  9. #42 ~8018~forever (@yamamoto18) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 22:38
    เร็ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ไม่ใช่เรื่องเดินเร็ว  แต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นฉาก(สุดท้าย)นี้เร็วขนาดนี้!!!!!!!!!!! อรั๊ยยยย ยยย ยย ย ยยยย //เคลิ้ม
    รอยยยย รอยยยยยย รอยยยยยยยย โหยหาฉากตอนเอเดรียนเห็นรอย(ที่ตัวเองทำ)บนคอเลสมาก ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    ว่าแต่ . . . จับแม่ทัพที่ไม่เคยรบสองคนมาเจอกันเนี่ยยยย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ไม่ได้ว่านางไม่เก่งนะ แค่ขำ หึหึหึหึ
    #42
    0
  10. #39 ตุ๊กตาสายหมอก (@dek-eiei) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2557 / 21:57
    หุหุ ตื่นเต้น ขนลุกกับฉากสุดท้าย ^0^

    ไรท์คะ เลอาฟร์กับลีอาห์เถียงกันใครชนะคะ??
    #39
    0