
D90 คือกล้องที่จะมาแทน D80 และก็ดูจะเป็นการรอคอยที่ยาวนาน ยิ่งไปกว่านั้น D80 ยังต้องขายหน้าเล็กน้อยเมื่อ D60 เปิดตัวด้วยราคาที่ถูกกว่า ความละเอียดเท่ากัน จอ LCD ขนาดใหญกว่า และมาพร้อมเลนส์คิทที่มีระบบกันภาพสั่นไหวอีกต่างหาก
บอดี้ของ D90 นั้นคล้ายคลึงกับ D80 อ้วนและหนักมือกว่า D60 แต่จับได้ถนัดมือมากกว่า มีปุ่มหมุนสองปุ่มซึ่งทีแรกอาจจะสับสนแต่พอคุ้นเคยก็จะพบว่าช่วยให้การปรับรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ทำได้ดีขึ้น
นอกจากการใช้งานที่ดีขึ้นแล้ว ยังมีอีกหลายคุณสมบัติที่จะทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนใจจาก D60 เช่นเซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซลที่ใช้เทคโนโลยีซึ่งตกทอดมาจาก D300 แม้เหมือนจะพยายามบอกว่ามันไม่ใช่เทคโนโลยีเดียวกันก็ตาม แต่เราก็ไม่พบความแตกต่างแต่อย่างใดเลย ISO นั้นมีช่วงตั้งแต่ 200-3200 แต่สามารถ 'ขยาย' ได้เป็น 100 หรือ 6400 กล้องของ Nikon รุ่นหลังๆได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันดีเยี่ยมในการถ่ายด้วยค่า ISO สูงๆ ดังนั้นมันจึงเป็นคุณสมบัติแรกที่เราต้องการทดสอบ ความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องอยู่ที่ 4.5 fps (เมื่อใช้ร่วมกับการ์ดความจำชนิดความเร็วสูง) ระบบออโต้โฟกัส 11 จุดนั้นของ D90 นั้นทำงานได้ซับซ้อนกว่าแบบ 3 จุดของ D60 มาก
การเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ CMOS นั้นหมายความว่า D90 สามารถถ่ายด้วยโหมด Live View ได้แล้ว และภาพที่ปรากฏให้เห็นนั้นก็สวยงามมากเพราะจอ LCD คุณภาพเยี่ยมขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 920,000 จุด และเซ็นเซอร์ที่มีความสามารถในการ 'ทำความสะอาดตนเอง' ได้นั้นช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความสกปรกจากฝุ่นผงอีกต่อไป
ข้อแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างก็คือเลนส์คิท 18-105 มม.แบบ VR ตัวใหม่ แน่นอนว่าผู้ขายอาจจะมีเลนส์อื่นให้เลือกแต่เลนส์ตัวนี้ดูจะคุ้มค่าที่สุด
คุณสมบัติทั้งหมดที่ว่ามานี้อาจทำให้เกิดการเปรียบเทียบ D90 กับกล้องยี่ห้ออื่นผิดรุ่นได้ เพราะมันกิน D60 ขาดและมันก็มีคุณภาพดีมากจนน่ากลัวว่าจะเป็นคู่แข่งของ D300 เสียเอง แน่นอนว่ามันไม่ได้มีโครงสร้างที่แข็งแกร่งอย่าง D300 แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่แข็งแรงและพกพาไปไหนได้สะดวก จนคำถามที่เกิดขึ้นน่าจะเป็น D300 ทำอะไรที่ D90 ทำไม่ได้บ้าง Nikon กล่าวว่าอายุชัตเตอร์ของ D90 นั้นอยู่ที่ 100,000 ครั้ง (ซึ่งเป็นเหมือนจุดแบ่งความเป็นโปรกับไม่โปร) และระบบการจัดการพลังงานของมันทำให้การชาร์จแบตเตอรี่แต่ละครั้งนั้นถ่ายได้ไม่ต่ำกว่า 850 ภาพ

ตากล้องสมัครเล่นอาจจะต้องควักกระเป๋ามากหน่อยสำหรับ D90 แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือกล้อง DSLR ที่มีคุณสมบัติมากมายและมีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดตัวหนึ่ง
นอกจากนั้น D90 ยังเป็นกล้อง DSLR ตัวแรกที่มีโหมดถ่ายวิดีโอที่มีความละเอียดสูงถึง 1,280 x 720 ที่ความเร็ว 24 fps ที่เหนือกว่ากล้องคอมแพคหลายๆตัวและอาจจะทำให้กล้องวิดีโอ MiniDV กับ HD ต้องหนาวๆร้อนๆได้ แต่แม้มันจะน่าประทับขนาดไหนแต่ก็ยังมีข้อด้อยและข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน
การออกแบบและการใช้งาน
ปุ่มที่ใช้ในการสั่งงานทั้งหลายของ D90 นั้นน่าจะเป็นที่คุ้นเคยของใครก็ตามที่เคยใช้กล้อง DSLR ของ Nikon มาก่อน ปุ่มเปิดปิดจะครอบอยู่รอบปุ่มชัตเตอร์ และเวลาพร้อมถ่ายเมื่อเปิดสวิทช์ก็รวดเร็วจนแทบจะทันที มีจอ LCD ขนาดเล็กที่ด้านบนตัวเครื่องสำหรับบอกสถานะภาพในการถ่าย ดังนั้นจอ LCD อันใหญ่ด้านหลังจึงน่าจะถูกใช้เพื่อเปิดดูภาพมากกว่าสำหรับการปรับค่าในการถ่ายทั้งหลาย แต่ข้อเสียของจอ LCD ตัวเล็กก็คือสัญลักษณ์ไอคอนบางอย่างมีขนาดค่อนข้างเล็ก
จอ LCD ขนาด 3 นิ้วด้านหลังนั้นน่าประทับใจมาก เพราะไม่เพียงแต่ขนาดที่ใหญ่เท่านั้นแต่ความอิ่มของสี ความชัดเจน และรายละเอียดต่างๆล้วนถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก อาจจะเห็นได้ไม่ชัดนักในแสงจ้าแต่ส่วนใหญ่แล้วเห็นได้ชัดดี อย่างไรก็ตามปัญหาสองสามอย่างของมันก็คือ อย่างแรก มันสว่างและจัดจ้านมากจนดูจะเกินจริง ภาพที่ดูสวยงามบนจอ LCD อาจจะออกมาดูธรรมดาเมื่อคุณนำมาเปิดดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ปัญหาอีกอย่างก็คือมันปรับองศาไม่ได้ ทำให้ประโยชน์ของฟังก์ชั่น Live View ลดลงตามไปด้วย ยิ่งถ้าใช้ถ่ายวิดีโอด้วยแล้วจะเห็นข้อจำกัดของจอที่ปรับองศาไม่ได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่ากล้องคอมแพคตัวอื่นก็ทำไม่ได้เช่นกันแต่ถ้าคุณคิดจะเอามันไปเทียบกับกล้องถ่ายวิดีโอแล้วจะนึกออกว่าข้อเสียเป็นอย่างไร

จอ LCD บอกสถานะภาพ
จอ LCD ด้านบนตัวเครื่องนั้นอาจจะมีสัญลักษณ์บางอันที่มีขนาดเล็กไปบ้าง แต่ก็ทำให้ไม่ต้องเปลืองแบตเตอรี่ซึ่งทำให้ถ่ายได้ถึง 850 ภาพต่อการชาร์จแต่ละครั้ง

เลนส์คิท 18-105มม. VR
เป็นเลนส์คิทที่สมควรได้รับคำชม สิ่งที่น่าประทับใจของมันก็คือการใช้งานที่ไร้ปัญหากวนใจและคุณภาพสูงในทุกการทำงานอย่างสม่ำเสมอ

โหมดวิดีโอ/ปุ่ม LV
D90 ไม่หยุดอยู่ที่โหมด Live View เท่านั้นแต่ก้าวไปถึงขั้นถ่ายวิดีโอที่มีความละเอียดถึง 1,280 x 720 พิกเซล คุณภาพที่ได้แทบไม่ต่างกับกล้องวิดีโอแบบ HD

สีเพี้ยน
กิ่งไม้ที่ตัดกับฟ้าสว่างเป็นสูตรสำเร็จของความหายนะ แต่ D90 ก็รับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างดีแทบจะไม่มีสีเพี้ยนปรากฏให้เห็น
รายละเอียด
เซ็นเซอร์ 12 ล้านพิกเซลไม่ถือว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ แต่คุณภาพของรูปถ่ายที่ได้จาก D90 นั้นจัดว่าคมชัด วางใจได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเลนส์คิท 18-105มม. VR นั้นด้วย
การวัดแสง
ระบบวัดแสงแบบ multi-pattern ของ D90 นั้นรักษาสมดุลย์ระหว่างรายละเอียดในเงากับในไฮไลต์ได้เป็นอย่างดี
สรุปได้ว่า D90 นั้นให้ความรู้สึกของกล้องคุณภาพเยี่ยม เลนส์คิท 18-105 VR ตัวใหม่นั้นทำงานเข้ากับกล้องได้อย่างสมบูรณ์แบบ น้ำหนักและขนาดของเลนส์นั้นเหมาะสมกับบอดี้ของ D90 การซูมเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเบามือ ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป วงแหวนโฟกัสแมนวลอาจให้ความรู้สึกในการทำงานที่น่าขัดใจเล็กน้อยแต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นเลนส์ที่ให้ความรู้สึกที่ดีมาก
เรายกนิ้วให้ D90 ได้อย่างไม่ยากเย็น ถ้าจะมีให้ผิดหวังได้เล็กน้อยก็คือเรื่องของคุณภาพของรูปที่ได้ แต่กระนั้นก็ยังต้องถือว่ายอดเยี่ยม การวัดแสงทำได้ดี การถ่ายทอดสีสันก็ดีเยี่ยมเช่นกัน ระบบออโต้ไวท์บาลานซ์นั้นดีมากโดยเฉพาะท่ามกลางแสงประดิษฐ์ทั้งหลาย การถ่ายด้วยค่า ISO ที่สูงนั้นจัดว่าต้องตะลึง รายละเอียดจากเลนส์ 18-105มม.นั้นออกมาดีและที่สำคัญคือมีความสม่ำเสมอตลอดเฟรมและทุกช่วงโฟกัส จึงถ่ายได้อย่างไร้กังวล
ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือแทบจะไม่มีปัญหาเรื่องของสีเพี้ยนแบบ Chromatic เลยเมื่อใช้เลนส์ตัวนี้กับ D90 แต่พอนำไปเปลี่ยนใส่บอดี้ D50 แล้ว กลับมีให้เห็น ทำให้สงสัยว่าระบบประมวลภาพของ Nikon นั้นได้ทำการปรับแต่งภาพไปในตัวระหว่างการถ่ายหรือเปล่า
แม้คำตอบจะไม่แน่ชัดนักแต่ที่ชัดเจนก็คือ D90 เป็นกล้อง DSLR ระดับกลางที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม แฟนของ Canon อาจจะชอบการออกแบบและการใช้งานที่เรียบง่ายของ EOS 40D มากกว่า หรือบางคนก็อาจจะชอบความลึกและไดนามิคเรนจ์ของ Pentax K20D มากกว่า แต่คุณสมบัติต่างๆ สมรรถภาพในการทำงาน และความคุ้มราคาของ D90 นั้นไม่เป็นรองใครจนเราต้องให้คะแนนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่ง

ภาพถ่ายกลางแจ้ง
เมื่อถ่ายย้อนแสง D90 เลือกที่จะเก็บรายละเอียดในเงาแต่ก็ยังเก็บรายละเอียดของท้องฟ้าไว้ได้ดีกว่าที่เราคาดไว้

โทนสีผิว
D90 ถ่ายทอดโทนสีผิวได้สดใสและเป็นธรรมชาติ ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายด้วยโหมด Portrait แต่ก็ยังให้ภาพที่สวยงาม

ภาพถ่ายในอาคาร
ภาพนี้มีลดค่าชดเชยแสงลงเล็กน้อยเพื่อให้เก็บความหลากหลายของสีสันได้ครบถ้วน แสดงให้เห็นถึงความสามารถโดยรวมที่กล้องตัวนี้ทำได้

The Ratings
คุณสมบัติเด่น *****
โหมด Live View, การถ่ายวิดีโอได้, เลนส์ VR 5.8x, ระบบโฟกัส AF 11-จุด, จอ 920,000 และเซ็นเซอร์จาก D300 อันเยี่ยมยอด
สมรรถภาพ *****
ไม่มีอะไรให้ติ เลนส์คุณภาพเยี่ยม ให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ คุณภาพของรูปที่ได้ก็เยี่ยมเช่นกัน
การใช้งาน ****
จอ LCD ที่ปรับองศาไม่ได้อาจเป็นข้อเสียและสัญลักษณ์บางอย่างบนจอ LCD ก็มีขนาดเล็ก
คุณภาพการผลิต ****
D90 มีความแข็งแรงแต่ไม่เท่า D300 และดูไม่แกร่งเท่า EOS 40D
ความคุ้มค่าเงิน *****
D90 นั้นราคาไม่ถูกแต่คุณสมบัติของมันและการทำงานนั้นจัดว่าเกินบรรยาย
คำตัดสินของ Digital Camera
95%
ด้วยราคา 850 ปอนด์ คุณจะได้กล้องที่มีคุณภาพการผลิต คุณสมบัติ และรายละเอียดระดับโปร แม้จะไม่เป็นที่หนึ่งในทุกด้านแต่ D90 ก็มีคุณสมบัติโดยรวมที่ดีที่สุด เพราะว่ามันมีคุณสมบัติในการทำงานที่หลากหลายและให้ผลลัพธ์ทุกอย่างที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย
คู่แข่ง
Canon EOS 40D: 860 ปอนด์ (พร้อมเลนส์ USM IS 17-85มม.)
คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้นั้นจัดว่าดีแต่ไม่เยี่ยม แต่ 40D ก็เป็นกล้องกึ่งโปรที่แข็งแรง สวยงาม 90%
Pentax K20D: 600 ปอนด์
K20D ยังมีข้อด้อยเรื่องเลนส์คิท แต่มีไดนามิคเรนจ์และความเข้มข้นของสีสันที่ไม่มีใครแซงได้ 89%
ความคิดเห็น