killer123
ดู Blog ทั้งหมด

กิ๊กส์-โด้นำผีแชมป์! สิงห์เซ็งเจ๊า+เซ่นเจที....

เขียนโดย killer123

สองประตูจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และไรอัน กิ๊กส์ ช่วยนำ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้ไปครอง หลังบุกไปชนะวีแกน 2-0 ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซีอกหักพลาดโดนโบลตันตีเสมอ 1-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แถมยังเสียจอห์น เทอร์รี่ ที่แขนหักตั้งแต่ต้นเกมด้วย





ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล วันที่ : 5/12/2008 8:22:40 AM

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย (11 พ.ค.2551)

วีแกน 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
สนาม : เจเจบี สเตเดี้ยม
ประตู : 0-1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.32, 0-2 ไรอัน กิ๊กส์ น.80

ศึกสุดท้ายของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีความหมายถึงการลุ้นแชมป์ โดยออกไปเยือนทีมวีแกน ซึ่งหากชนะก็จะคว้าแชมป์ได้ทันทีโดยไม่ต้องสนใจคู่ของเชลซีแต่อย่างใด
 
นัดนี้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งเวย์น รูนี่ย์ ที่ผ่านความฟิตลงสนามเป็นตัวจริงคู่กับคาร์ลอส เตเวซ ในแดนหน้าทำให้ถือเป็นผู้เล่นชุดใหญ่ที่สุดปึ้ก ขณะที่วีแกนเองก็มาชุดใหญ่เหมือนกันแม้ว่าจะรอดพ้นจากการตกชั้นไปแล้วก็ตาม
 
ก่อนเกมจะลงสนามก็มีการตั้งคำถามถึงความตั้งใจของนักเตะวีแกนว่าจะเอาจริงแค่ไหนในเกมสุดท้าย โดยเฉพาะการมีผู้จัดการทีมอย่างสตีฟ บรู๊ซ ซึ่งเป็นอดีตลูกทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
 
แต่เอาเข้าจริงวีแกน กลับลงเล่นได้ดีในช่วงต้นเรียกว่าได้ลุ้นก่อนด้วยซ้ำจากทั้งโอกาสยิงของไมเคิล บราวน์ และมาร์คัส เบนท์ ขณะที่แชมป์เก่ากลับเล่นแบบเกร็งๆอยู่นาน
 
กว่าจะตั้งหลักเริ่มบุกใส่เจ้าบ้านได้บ้างก็ต้องรอให้พ้น 15 นาทีไปแล้ว และมีจังหวะใกล้เคียงของพอล สโคลส์ ที่เก็บตกลูกเตะมุมได้ก่อนล็อกเข้าซ้ายแล้วตะบันลูกหลุดกรอบไป
 
แต่วีแกนก็ดูอันตรายอยู่และได้เสียว 2 ทีติดๆจากลูกโขกของเบนท์ ที่โขกเช็ดลูกย้อยทำท่าจะตกใต้คานจนฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องปัดทิ้ง ก่อนที่จะเตะมุมมาลูกมาเข้าเท้าบอยซ์ลองตวัดยิง 6 หลาแต่วางเท้าไม่ดีบอลข้ามคานออกไป
 
เกมเริ่มจะแลกกันมันมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าเจ้าบ้านไม่มียอมให้ผ่านง่ายๆเลย แต่แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ในนาทีที่ 25 จากฟรีคิกระยะ 30 หลา โรนัลโด้ อัดขวาเต็มๆแต่เคิร์กแลนด์ยังปัดได้ โดยก่อนหน้านั้นไม่กี่อึดใจโรนัลโด้ ก็หลุดไปถึงเส้นหลังและตบกลับเข้ามาได้ดีแล้วแต่เอ็มเมอร์สัน บอยซ์ ยังดักได้
 
ยูไนเต็ด เริ่มหาช่องเจาะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โรนัลโด้ ได้ลองตวัดเปิดเข้ามาได้ดีแต่ลูกผ่านหน้าปากประตูไปโดยที่เตเวซตามมาเข้าฮอสไม่ทัน แต่จากนั้นในนาทีที่ 31 ก็มาได้จุดโทษเมื่อรูนี่ย์ โดนบอยซ์เสียบล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษทันที
 
คนที่รับอาสาสังหารก็คือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยิงเล่นทางหลอกคริส เคิร์กแลนด์เข้าไปง่ายๆ ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดได้ประตูนำที่ต้องการ 1-0 และเป็นประตูที่ 41 ในฤดูกาลนี้
 
แต่วีแกน ก็เกือบตีเสมอได้ในนาทีที่ 37 จากจังหวะที่วาเลนเซีย พลิ้วบอลหลบไปทางขวาได้สวยก่อนจะเปิดมาที่เสาไกลถึงเบนท์ ได้ตั้งป้อมวอลเล่ย์เน้นๆ แต่บอลเข้าหน้าต่าง ก่อนที่จะลุยกันไปจนจบครึ่งแรกอย่างสนุก และเป็นปีศาจแดงที่นำอยู่ยื่นมือข้างนึงไปคว้าถ้วยแชมป์แล้ว
 
ครึ่งหลังแมนฯ ยูไนเต็ด เกือบจะได้ประตูหนีห่างไปจากฟรีคิกระยะ 25 หลา ซึ่งก็เป็นโรนัลโด้เจ้าเดิมที่ยิงลูก "ร็อคเก็ต" ข้ามกำแพงแล้วมุดลงมาได้ดีแล้ว แต่บอลยังตรงตัวเคิร์กแลนด์ ทำให้โดนปัดทิ้งออกไปได้ และน่าจะได้จุดโทษอีกด้วยจากจังหวะที่บรัมเบิ้ลไปเสียบด้านหลังใส่สโคลส์ ซึ่งชัดเจนกว่าลูกแรกที่ได้อีกแต่จังหวะนี้ก็ไม่ได้แต่อย่างใด
 
แมนฯ ยูไนเต็ด บี้แหลกจะเอาประตูเพิ่มให้ได้และก็มีโอกาสใกล้เคียงอีกนับไม่ถ้วนแต่ถ้าไม่ติดเซฟของเคิร์กแลนด์ก็จะพลาดไปแบบหวุดหวิดตลอด ทำเอาปีศาจแดงชักอึดอัดกับสถานการณ์ เนื่องจากต้องการได้ประตูที่สองเพื่อการันตีแชมป์
 
วีแกน ยังไม่มีผ่อนเกมแถมยังเกือบตีเสมอได้อีกต่างหากจากจังหวะฟรีคิก คูมาส เปิดเข้ามาให้เฮสกี้ ขวิดเต็มๆหัวลูกเฉี่ยวคานออกไปทำเอาแฟนผีหายใจไม่ทั่วท้อง
 
แต่แล้วถึงนาทีที่ 80 ประตูตัดสินแชมป์ของจริงก็เกิดขึ้น และเป็นการทำประตูของปีกตำนานไรอัน กิ๊กส์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง เมื่อได้บอลจ่ายทะลุช่องจากรูนี่ย์ ก่อนเข้าไปเลือกแปเล่นทางผ่านเคิร์กแลนด์อย่างเหนือชั้น เป็นประตู 2-0 ที่จะนำปีศาจแดงเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ และยังเป็นการยิงฉลองการทำสถิติลงสนามมากที่สุดตลอดกาล 759 นัดเทียบเท่าเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตันด้วย
 
ช่วงเวลาที่เหลือ ปีศาจแดงเล่นประคองไปเรื่อยๆ แม้จะเกือบเสียเหมือนกันในจังหวะที่วีแกนยิงไปชนเสา แต่ก็ดีเกินพอแล้วที่จะป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันและเป็นสมัยที่ 10 ภายใต้การคุมทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันด้วย

รายชื่อผู้เล่น
วีแกน : คริส เคิร์กแลนด์, เอ็มเมอร์สัน บอยซ์, ไตตัส บรัมเบิ้ล, พอล ชาร์เนอร์, เมย์เนอร์ ฟิเกรัว, อันโตนิโอ บาเลนเซีย, วิลสัน ปาลาซิออส, ไมเคิล บราวน์ (มาร์ลอน คิง น.81) , เจสัน คูมาส, มาร์คัส เบนท์ (อองตวน ซิเบียร์สกี้ น.70) , เอมิล เฮสกี้

แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, เวส บราวน์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ไมเคิล คาร์ริค, ไมเคิล คาร์ริค, พอล สโคลส์ (โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ น.67) , พาร์ค ชี ซอง (ไรอัน กิ๊กส์ น.68) , คาร์ลอส เตเวซ, เวย์น รูนี่ย์

ผู้ตัดสิน : สตีฟ เบนเน็ตต์

ชมรวมภาพแมนฯยูฯ รับแชมป์ได้ที่นี่

เชลซี 1-1 โบลตัน
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ประตู : 1-0 อังเดร เชฟเชนโก้ น.62, 1-1 เควิน เดวีส น.90

ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ต้องชนะไว้ก่อนเช่นกันแล้วไปแช่งให้แมนฯ ยูไนเต็ดพลาดเอง ซึ่งเกมนี้อัฟราม แกรนท์ ยืนพื้นผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม ขาดก็แค่ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ที่เจ็บต้องให้อเล็กซ์ลงมายืนกองหลังแทน
 
นัดนี้เชลซี ลงสนามด้วยเสื้อแข่งชุดใหม่ที่จะใช้ในฤดูกาลหน้าด้วยแต่ก็เริ่มต้นเกมแบบเกร็งๆไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่ ท่ามกลางเสียงตะโกนเชียร์ดังสนั่นของแฟนบอล
 
แต่ถึงนาทีที่ 7 เจ้าบ้านก็ควรจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อบัลลัค ทำเกมไปทางซ้ายได้สวยก่อนเปิดให้ดร็อกบาโขกไปติดโอไบรอันที่เคลียร์ได้ บอลยังมาเข้าทางบัลลัคได้เปิดย้อนให้ดร็อกบาอีกทีที่เสาไกล คราวนี้กองหน้าไอวอรี่โคสต์ ที่ยืนโล่งๆยิงไม่เข้ากรอบหน้าตาเฉย
 
จากนั้นแฟนสิงห์บลูส์ก็ต้องใจเสีย เมื่อกัปตันจอห์น เทอร์รี่ ได้รับบาดเจ็บในจังหวะกระโดดขึ้นแย่งบอลแล้วโดนปีเตอร์ เช็ก นายทวารเพื่อนร่วมทีมที่ผวาขึ้นไปรับบอลเช่นกันปะทะอย่างแรง จนต้องใส่เฝือกอ่อนหามออกนอกสนามเล่นต่อไม่ไหว เป็นชูเลียโน่ เบลเล็ตติที่ลงมาแทน
 
โบลตันไม่ได้ทำอะไรเชลซีได้ถนัดนัก แต่เจ้าบ้านก็ยังหาช่องเจาะไม่ถนัด จังหวะที่จะได้ลุ้นก็เป็นลูกยิงฟรีคิกของดร็อกบาที่ซัดเฉี่ยวเสาไปไม่ไกลในนาทีที่ 20
 
ปัญหาของเชลซีนั้นอยู่ที่เกมรุกทางริมเส้นที่มีมาลูด้า กับโจ โคลเดินเกมทำได้ไม่ถนัดนักทำให้สุดท้ายก็ยังเจาะโบลตันไม่ได้ จบครึ่งแรกด้วยการเสมอกันอยู่ 0-0 ซึ่งถ้าจบตรงนี้เชลซีก็วืดแชมป์ทันที
 
ครึ่งหลังอัฟราม แกรนท์ ต้องแก้เกมทันทีโดยส่งอังเดร เชฟเชนโก้ มาเสริมในแนวรุกอีกตัวแทนโคล้ด มาเกเลเล่ และทำให้เกมของเชลซีดีขึ้นทันตาเห็น
 
แค่ 2 นาทีมาลูด้า ก็เกือบเซอร์ไพรซ์ด้วยการลากตัดจากซ้ายมาก่อนตะบันด้วยขวาลูกไม่น่ามีอะไรแต่ก็ไปชนคานเข้าอย่างจัง ก่อนที่โจ โคล จะกระชากบอลไปสุดเส้นหลังแล้วตบกลับมาให้เพื่อนได้ดีแต่ก็ยังยิงไม่ได้
 
สิงห์บลูส์บดหนักจะเอาให้ได้และหลังจากที่พยายามอยู่นานเกือบ 10 นาที เชลซี ก็มาได้ประตูนำที่รอคอยจากจังหวะเล่นลูกเตะมุมแลมพาร์ด ยิงยัดเข้ามาแล้วบอลมาเข้าทางเชฟเชนโก้ ยิงตามน้ำเข้าไปเป็นประตู 1-0 ทำให้ยังพอมีความหวังจะได้ลุ้นแชมป์รางๆ
 
กำลังใจมาเต็มเปี่ยมสำหรับชาวเดอะ บริดจ์ แต่ยังไม่ทันไรก็เกือบโดนดีเหมือนกันในอีก 2 นาทีถัดมาเมื่อดิยุฟ ได้บอลส้มหล่นหน้าเขตโทษแค่ 5 หลา แต่เช็กก็ยังล้มตัวปัดได้ทัน
 
จากนั้นโบลตัน ก็เหมือนจะเล่นกันอย่างตั้งใจขึ้นสู้กับเจ้าบ้านได้สนุกขึ้น ขณะที่เจ้าบ้านเองก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้ แถมยังเกือบโดนดีอีกในนาทีที่ 79 เมื่อเช็ก ชกบอลไม่ดี แม็คคานน์ โขกสวนบอลไปชนคานกระดอนลงมาลูกโดนขาดิยุฟ กำลังจะเข้าประตูแต่แอชลี่ย์ โคล ก็เตะทิ้งมาได้ทัน
 
อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเชลซี เหมือนรู้ว่าแมนฯ ยูไนเต็ดได้ประตูหนีวีแกนเป็น 2-0 ก็ดูคล้ายถอดใจไปเอง แล้วก็ยังมาโดนไล่ตีเสมอเป็น 1-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากเควิน เดวีส ทำให้จบเกมด้วยความเจ็บปวดทั้งเสียกัปตันเทอร์รี่ และยังพลาดแชมป์ในเกมนัดสุดท้ายด้วย


รายชื่อผู้เล่น
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, มิชาเอล เอสเซียง, อเล็กซ์, จอห์น เทอร์รี่ (ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ น.14), แอชลี่ย์ โคล, มิชาเอล บัลลัค, โคล้ด มาเกเลเล่ (อังเดร เชฟเชนโก้ น.46) , แฟรงค์ แลมพาร์ด, โจ โคล (จอห์น โอบี มิเคล น.78) , ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ฟลอร็องต์ มาลูด้า

โบลตัน : อาลี อัล ฮับซี่, เกรตาร์ ราฟน์ สตีนส์สัน, แอนดี้ โอไบรอัน, แกรี่ เคฮิลล์, เจลอยด์ ซามูเอล, เควิน เดวีส, โจอี้ โอไบรอัน, เกวิน แม็คคานน์, เควิน โนแลน, แมตธิว เทย์เลอร์, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ (สตีลีออส จานนาโคปูลอส น.69)

ผู้ตัดสิน : คริส ฟอย

ชมภาพเชลซีนัดสุดท้ายกับโบลตันได้ที่นี่

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น