![]() |
| © Matt Dunham/AP Images |
กลุ่ม ซี
ฝรั่งเศส 0-2 อิตาลี
สนาม : เล็นด์ซิกรุนด์,ซูริก
ประตู : 0-1 อังเดรีย ปิร์โล่ (จุดโทษ) น.25,0-2 ดานิเอเล่ เด รอสซี่ น.62
นัดนี้ทีมเลส์ เบลอส์ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากนัดที่แล้วหลายคนทีเดียว มีทั้งฟรองซัวร์ แกลร์ก ที่ลงมาเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็กขวาแทนซาโยล เช่นเดียวกับอบิดัล ที่ขยับมาเล่นเซ็นเตอร์แทนตูราม ในขณะที่กองหน้าเป็นคาริม เบนเซม่า กับคู่กับติตี้ อองรี
ขณะที่ทางฝั่งแชมป์โลกอิตาลี 'บิ๊กดอน' โรแบร์โต้ โดนาโดนี่ ส่งอันโตนิโอ คาสซาโน่ เป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก โดยจับคู่กับลูก้า โทนี่ ในขณะที่เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กลับมายืนเป็น 11 ตัวแรกอีกครั้ง
เปิดฉากขึ้นมาแค่ 4 นาทีเท่านั้น อิตาลีน่าจะได้ประตูขึ้นนำจริงๆ เมื่ออบิดัลทะเล่อทะล่าจับบอลพลาด ปล่อยให้โทนี่หลุดเดี่ยวๆ แต่กองหน้าร่างยักษ์จากบาเยิร์น มิวนิค ดันใจร้อนเกินไป ซัดหลุดออกกรอบไปแบบน่าเสียดายสุดๆ
จริงๆแล้วเกมของอิตาลีในตอนแรกก็ไม่ได้ถึงกับเป็นต่ออะไรฝรั่งเศสมาก แต่หลังจากฟรองค์ ริเบรี่ เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญได้รับบาดเจ็บไป เกมก็เริ่มรวนขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็เสียประตูให้อิตาลีจนได้ ในนาทีที่ 25
จากจังหวะโยนยาวกลางสนาม และเป็นโทนี่ที่เกี่ยวเอาบอลลงได้สวย แต่ก่อนจะได้ยิงแค่เสี้ยวเดียว เอริค อบิดัล กระโดดมาสอยเต็มๆจากข้างหลัง ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นจุดโทษเท่านั้น แต่อบิดัลก็โดนไล่ออกไปด้วย ซึ่งคนที่รับอาสายิงลูกโทษก็คืออังเดรีย ปิร์โล่นั่นเอง และก็ไม่มีพลาดยิงเสียบด้านซ้ายบนอย่างเด็ดขาด ส่งอัซซูรี่นำ 1-0
พอนำปั๊บ ก็กลายเป็นบอลได้ใจ และอิตาลก็น่าจะได้ประตูขึ้นนำ 2-0 หลายต่อหลายครั้ง จากลูก้า โทนี่ แต่ทว่ากลับยิงเฉี่ยวซ้าย เฉี่ยวขวาออกไปตลอด
ก่อนหมดครึ่งแรกแค่นาทีเดียว อิตาลีก็ได้จังหวะเสียวอีกดอก เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา ฟาบิโอ กรอสโซ่ วิ่งมาตะบันเต็มข้อ ลูกพุ่งแรงเป็นลูกปืนชนโคนเสาดังสนั่น ก่อนเด้งออกมา
เข้าสู่ครึ่งหลัง รูปเกมยังเป็นแบบเดิมเปี๊ยบ ที่อิตาลีได้โอกาสพับสนามอยู่เหมือนเดิม ซึ่งฝรั่งเศสก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเล่นเกมเคาน์เตอร์ แอทแท็กเท่านั้น
นาทีที่ 53 เกมเคาน์เตอร์ของทีมตราไก่เกือบได้ผล เมื่ออองรีได้จังหวะหลุดเดี่ยว แต่จังหวะสุดท้ายที่ยิงดันซัดซะเบาหวิว เลยไปเข้ามือบุฟฟ่อนสบาย
แต่แล้วเกมก็ดูเหมือนจะจบลงอย่างสมบูรณ์ในนาทีที่ 62 เมื่ออิตาลีมาขึ้นนำเป็น 2-0 จากจังหวะฟรีคิกระยะ 30 หลา และเป็นทางดานิเอเล่ เด รอสซี่ตะบันเต็มเหนี่ยว บอลไปโดนเธียร์รี่ อองรีเปลี่ยนทาง เด้งเข้าประตูตัวเองไปเฉยเลย
ตอนนี้ฝรั่งเศสต้องทิ้งไพ่ใบสุดท้ายลงมาแล้ว ก็คือนิโคล่าส์ อเนลก้า ที่ลงเล่นแทนซิดนีย์ โกวู ที่วันนี้เล่นไม่ออกเลย
เข้าสู่นาทีที่ 74 เบนเซม่าได้ยิงไกลนอกเขตโทษ ลูกพุ่งโค้งราวกับกล้วยหอม ไปที่สามเหลี่ยม แต่จิจี้ บุฟฟ่อนทะยานสุดตัวปัดออกหลังไปได้
ยิ่งเล่น เกมของฝรั่งเศสก็ยิ่งไร้อนาคตพวกเขาไม่มีทางไหนจะต่อกรกับอิตาลีได้เลย และน่าจะโดนเพิ่มด้วยซ้ำ ถ้าลูก้า โทนี่ ไม่ยิงเฉียดเสาไปในช่วงนาทีสุดท้าย
สุดท้ายแล้วผู้ตัดสินลูบอส มิเชล ก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน เป็นทีมแชมป์โลก อิตาลี ที่กรีฑาทัพผ่านเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนัลต่อไป โดยจะไปดวลกับทีมแชมป์อย่างสเปน ที่ยืนจังก้ารออยู่แล้ว
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ฝรั่งเศส : เกรกอรี่ กูเปต์,ฟรองซัวร์ แกลร์ก,วิลเลียม กัลลาส,เอริค อบิดาล,แพทริซ เอฟร่า,ซิดนีย์ โกวู(นิโคล่าส์ อเนลก้า น.65),เจเรมี่ ตูลาล็อง,โคล้ด มาเกเลเล่,ฟรองค์ ริเบรี่(ซามีร์ นาสรี น.10 (ฌอง อแล็ง บูมซง น.26),คาริม เบนเซม่า,เธียร์รี่ อองรี
ใบแดง : เอริค อบิดัล น.24
อิตาลี : จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน,คริสเตียน ปานุชชี่,จอร์โจ คิเอลินี่,ฟาบิโอ กรอสโซ่,จิอันลูก้า ซัมบร็อตต้า,อังเดรีย ปิร์โล่(มัสซิโม อัมโบรซินี่ น.55),เจนนาโร่ กัตตูโซ่(อัลเบอร์โต้ อาควิลานี่ น.82),ดานิเอเล่ เด รอสซี่,ซิโมเน่ แปร์ร้อตต้า(เมาโร คาโมราเนเซ่ น.64),อันโตนิโอ คาสซาโน่,ลูก้า โทนี่
ผู้ตัดสิน : ลูบอส มิเชล (สโลวะเกีย)

ความคิดเห็น