killer123
ดู Blog ทั้งหมด

กินกันไม่ลง! งูฮึดครึ่งหลังปราบผีไม่อยู่เจ๊า 0-0......

เขียนโดย killer123

เหลี่ยมบอลทันกันของจริงสำหรับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กินกันไม่ลงในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์นัดแรก ทำให้เกมจบลงด้วยการเสมอกันไปแบบสนุกแม้จะไม่มีประตูก็ตาม


ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์รอบแรก (24 ก.พ.52)

อินเตอร์ มิลาน 0-0 แมนฯ ยูไนเต็ด
สนาม : จูเซ็ปเป้ เมียซซ่า
ประตู : ไม่มี


ศึกใหญ่ประจำ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์รอบแรก เป็นการพบกันของสองยอดทีมที่ถือว่าเป็นระดับเต็งแชมป์ด้วยกันอย่าง "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน กับแชมป์เก่า "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
 
นัดนี้ถือเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของสองยอดกุนซือต่างวัย โชเซ่ มูรินโญ่ กับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันด้วย ซึ่งสถิติของทั้งสองคนฝ่ายแรกดูดีกว่ามาก โดยแพ้แค่ 2 ครั้งจาก 12 นัดที่พบกัน
 
เกมนี้เฟอร์กี้ ทำเซอร์ไพรซ์ด้วยการทิ้ง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ไว้ในแดนหน้าคนเดียว ส่วนเวย์น รูนี่ย์ มีชื่อเป็นตัวสำรองเท่านั้น แต่แมนฯ ยูไนเต็ด กลับเป็นฝ่ายออกสตาร์ทได้ดีกว่า โดยเฉพาะโรนัลโด้ ที่สร้างสีสันได้ไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นการลากเลื้อย หรือจังหวะลองส่องฟรีคิก 2 ครั้งที่ได้เสียวไม่เบา
 
อินเตอร์ ยังแทบจะตั้งต้นเกมไม่ได้และดูเหมือนจะเริ่มเป็นรองมากขึ้นเรื่อยๆ เบอร์บาตอฟ ได้บอลหลุดเข้าไปในเขตโทษแต่จังหวะจ่ายตบเข้ากลางมาหน้าปากประตูไม่มีคนเติมมาช่วยทำให้พลาดไป ก่อนที่เบอร์บาตอฟ จะมีจังหวะโขกลูกเตะมุมอีกครั้งแต่ก็กระดอนตกพื้นก่อนจะหลุดกรอบออกไป
 
แต่โอกาสชัดเจนที่สุดเป็นของกิ๊กส์ ที่โชว์ความเหนือชั้นพลิกหนีหลอกริบาส จนล้มคะมำเสียคนก่อนจะหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษได้ดวลกับเซซาร์ แต่ว่าโดนบีบมุมและยิงไม่ดีด้วยทำให้ติดเซฟออกไปแบบน่าเสียดายสุดๆ
 
อินเตอร์ ดูจะมีปัญหาในการจับโรนัลโด้ เพราะต้องดักทำฟาวล์ตลอด และลูกฟรีคิกของปีกโปรตุกีส จากระยะ 30 หลา ก็พุ่งเข้ากรอบด้วยแต่โดนเซซาร์ ปัดออกไปแบบหวุดหวิดก่อนจะเสียบมุม ก่อนที่กิ๊กส์ จะเปิดให้โรนัลโด้ ขวิดบอลที่เสาแรกหลุดกรอบออกไป ชนิดที่ เซซาร์ ยืนขาตายหมดสิทธิ์เซฟไปแล้ว
 
แต่หลังจากนั้น เจ้าบ้านเริ่มดูจะมีสติมากขึ้นหลังมีจังหวะที่ไมคอน ลากตะลุยถึงเส้นหลังในเขตโทษก่อนเปิดมาไม่ถึงอิบราฮิโมวิช ซึ่งทำให้จังหวะของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ขึงเกมขาดตอน และอินเตอร์ ก็เริ่มเป็นฝ่ายสร้างเกมได้บ้าง เพียงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก จบครึ่งแรกก็เลยยังเสมอกันอยู่ 0-0
 
ครึ่งหลังทางด้าน มูรินโญ่ ปรับเกมรับที่ดูมีปัญหาทันทีด้วยการส่งอีวาน คอร์โดบ้า ลงมาใช้ความเก๋าช่วยทีมแทนริวาส ที่เละเทะในครึ่งแรก ซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวนำโชคเพราะทีมกลับมาออกสตาร์ทได้ดีทันที
 
แค่ 2 นาทีหลังเล่นใหม่ อินเตอร์ มีจังหวะเกือบได้เมือกัมบิอัสโซ่ เติมมาทางซ้ายก่อนจะหักเรียดเข้ามา อิบราฮิโมวิช ข้ามบอลหลอกอย่างเหนือชั้น ลูกเลยมาถึงอาเดรียโน่ ได้ง้างเท้ายิงแต่ดันวางเท้าไม่ดีบอลเลยปลิ้นออกไป
 
ต่อจากนั้น อินเตอร์ ก็บุกถล่มอีก 2-3 ชุดจนแมนฯ ยูไนเต็ด มีอาการปั่นป่วนเหมือนกัน ก่อนจะเบาเกมลงมาแต่ก็เรียกว่าดีกว่าครึ่งแรกชนิดหนังคนละม้วนเลยทีเดียว ขนาดโรนัลโด้ ที่เด่นสุดๆ ในครึ่งแรกก็หายไปจากเกมเลย
 
แต่ถึงกระนั้น นาทีที่ 67 โรนัลโด้ ก็เกือบจะช่วยให้ทีมได้ประตูนำ เมื่อได้เปิดบอลเรียดแบบวัดใจเข้ามาในเขตโทษแต่ว่าพาร์ค เข้าไม่ถึงบอล ซึ่งลูกนี้ถ้าเข้าถึงบอลรับรองว่าตุงตาข่ายแน่นอน
 
เล่นไปเล่นมา ถึงจะครองบอลมากกว่าแต่อินเตอร์ ก็ชักตันไม่น่ากลัวเหมือนช่วงต้นครึ่งแรกจนมูรินโญ่ ส่งฮูลิโอ ครูซ ลงมาแทนมุนตารี่ เพื่อเติมเกมรุก ก่อนที่จะมาคึกเอาอีกครั้งในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ซึ่งก็มีจังหวะเกือบได้จุดโทษเมื่อไมคอน เปิดไปติดมือของเอวร่า ต่อจากนั้นซาเน็ตติ เปิดแบบวอลเล่ย์เข้ามาให้อิบราฮิโมวิช ขึ้นโขกที่เสาไกลได้สวยแต่โดนสกัดได้
 
หัวหอกชาวสวีดิช ยังได้โขกอีกครั้งจากลูกเตะมุมคราวนี้บอลไปที่เสาไกลแต่ดันไปติดพวกเดียวกันอย่างกัมบิอัสโซ่ เสียอีก ก่อนที่จังหวะของเกมจะเนือยลงไป และกลับเป็นทางแมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีได้ลุ้นช่วงท้ายด้วยจากทั้งรูนี่ย์ และลูกฟรีคิกช่วงทดเวลาบาดเจ็บของโรนัลโด้ ที่ไปตรงตัวเซซาร์ ทำให้เกมจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 รอไปวัดกันนัดที่สองที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
 
 
รายชื่อผู้เล่น
อินเตอร์ มิลาน : ชูลิโอ เซซาร์, ไมคอน , ดาวิด ริวาส (อิวาน คอร์โดบ้า น.46) , คริสเตียน คิวู, ดาวิเด้ ซานตัน , ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ซุลลาย มุนตารี่ (ฮูลิโอ ครูซ น.76) , เดยัน สแตนโควิช, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, อาเดรียโน่ (มาริโอ บาโลเตลลี่ น.76)

แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอห์น โอเช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอวร่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ไมเคิล คาร์ริค, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์, ไรอัน กิ๊กส์, พาร์ค ชี ซอง (เวย์น รูนี่ย์ น.84) , ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

ผู้ตัดสิน : หลุยส์ เมดินา คันตาเลโค่ (สเปน)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น