killer123
ดู Blog ทั้งหมด

ผียังเก๋าฮึดแซงสาลิกา 2-1 หนีสิงห์เป็น 7 แต้ม.......

เขียนโดย killer123

ล้มลุกคลุกคลานแต่ก็ยังเอาตัวรอดได้เสมอสำหรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อไล่แซงเฉือนเอาชนะ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ได้ 2-1 ขยับหนีเชลซี และลิเวอร์พูล เป็น 7 แต้มเท่าเก่า


ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (4 มี.ค.52)

นิวคาสเซิล 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
สนาม : เซนต์ เจมส์ ปาร์ค
ประตู : 1-0 ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส น.9, 1-1 เวย์น รูนี่ย์ น.20, 1-2 ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ น.56

 
จ่าฝูง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับจากฉลองแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ ด้วยการบุกไปเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ซึ่งเกมนี้จ่าฝูงไม่อยากพลาดสะดุดเพราะเริ่มโดนเชลซี และลิเวอร์พูล ไล่หลังมาเหลือแค่ 4 แต้มเท่านั้น
 
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งทีมชุดใหญ่เน้นๆลงสนาม เช่นกันกับทางเจ้าบ้านนิวคาสเซิล ที่มีตัวจี๊ดจ๊าดอย่างโอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ และโจนาส กูเตียร์เรซ ลงสร้างสีสัน ซึ่งแค่นาทีแรก มาร์ตินส์ ก็มีจังหวะได้ลองสับระยะไกลด้วยขวาหลุดกรอบออกไป ถือเป้นการทักทายของทีมแรกและทีมเดียวที่เคยบุกไปยันเสมอได้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
 
เกมแลกกันค่อนข้างสนุกทีเดียวในช่วงต้น เนื่องจากนิวคาสเซิล มาลุยแลกเต็มที่ แต่ทางด้านทีมเยือนก็มีจังหวะยิงขู่เหมือนกันจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ลากจี้เข้ามาในเขตโทษก่อนจะยิงไปแฉลบขาตัวประกบก่อนจะถากเสาออกไป

 แต่จังหวะต่อจากนั้น แม็กพายส์ ก็ได้เฮกันสนั่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค เมื่อสวนกลับมาทันทีในจังหวะสกัดลูกเตะมุม โดยต่อบอลกันมาเป็นทอดๆจนถึงหน้าเขตโทษ และเป็นทางด้าน โจนาส ที่ปั่นโค้งเข้ามา ฟาน เดอร์ ซาร์ รับพลาดมาเข้าเท้าปีเตอร๋ โลเวนครานด์ส ที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดีซ้ำเข้าไปให้นิวคาสเซิล ออกนำ 1-0
 
หลังโดนลูบคมก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เร่งเครื่องจะลุยเอาคืนทันที ซึ่งรูนี่ย์ ที่ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งก็ได้ลองยิงไกลจากระยะ 25 หลา ไปทดสอบความเหนียวของสตีฟ ฮาร์เปอร์ ที่รับเข้าซองสบายๆ
 
เกมสวนกลับเร็วของนิวคาสเซิล ดูจะทำการบ้านมาดีเป็นพิเศษและได้ลุ้นตลอด เพราะหลังจากรูนี่ย์ ยิงไปโดนเซฟ มาร์ตินส์ ก็ทำชิ่งจังหวะแรกให้ดัฟฟ์ ได้กระชากบอลจากกลางสนามมาก่อนจ่ายคืนให้มาร์ตินส์ แต่งเข้าขวายิงเฉี่ยวเสาออกไป
 
ถัดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ฟรีคิกระยะอันตรายหลังสมิธ ไปเข้าเสียบโรนัลโด้ แบบน่าเกลียด ซึ่งปีกโปรตุกีสก็ลุกขึ้นมาอาสายิงเองตามคาด แต่ซัดไปติดกำแพงไม่ได้มีความอันตรายอะไร
 
แนวรับของแมนฯ ยูไนเต็ด ดูจะมีปัญหาในการรับมือกับความจี๊ดของมาร์ตินส์ ที่สับขาหลอกกระชากหลุดเข้าเขตโทษจนวิดิช ต้องดักฟาวล์เสียใบเหลืองเสียฟรีคิกระยะอันตรายบ้าง แต่ไรอัน เทย์เลอร์ ก็ปั่นข้ามคานออกไปไม่ได้ลุ้น
 
และถัดจากจังหวะนี้เอง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาตีเสมอได้อย่างง่ายดาย โดยเป็นการประสานงานทางขวา จากโอเช ทำชิ่งเข้ามาถึงกรอบเขตโทษก่อนจะไหลให้รูนี่ย์ โชว์ความเหนือชั้นด้วยการหมุนตัวพลิกบอลก่อนอัดด้วยซ้ายเสยตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม ให้สกอร์กลับมาเสมอกัน 1-1
 
แต่ถึงสกอร์จะเสมอกัน แต่เกมก็ยังแลกกันสนุกเพราะนิวคาสเซิล วันนี้แนวรุกเล่นกันได้ดีมากจริงๆมีลุ้นแทบทุกจังหวะ และเกือบจะยิงนำได้อีกครั้งในนาทีที่ 30 จากจังหวะลูกเตะมุม ฟาน เดอร์ ซาร์ ชกบอลไม่ดีอีกแล้วลูกมาตกตรงหน้าโลเวนครานด์ส แต่ยิงไปติดบ็ล็อก ก่อนที่มาร์ตินส์ จะเก็บบอลได้และพยายามล็อกหามุมยิงแต่ก็ซัดไปติดอยู่ดี
 
แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามดึงเกมให้ช้าลงโดยเน้นการต่อบอลมากจังหวะขึ้น ซึ่งก็ทำได้ดีจนเกมของนิวคาสเซิล เริ่มขาดตอน แล้วก็ยังมาเกือบได้ประตูแซงนำจากลูกเตะมุมเหมือนกัน แต่เป็นวิดิช ที่ถลาเข้ามาโขกที่เสาไกลหลุดกรอบออกไป
 
เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก นิวคาสเซิล เบาลงอย่างชัดเจนปล่อยให้ทีมเยือนครองบอลบุกมากกว่าโดยอาศัยจังหวะรอโต้กลับแทน แต่ก็เกือบเสียท่าในช่วงก่อนหมดครึ่งแรกเมื่อ เอวร่า ได้เลี้ยงหลุดเข้าทางซ้ายก่อนจะตบกลับมาให้ พาร์ค ยิงไปติดบล็อกแค่นิดเดียวเท่านั้น ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยการเสมอกันอยู่

กลับมาลงสนามใหม่ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่กลับมาเล่นได้ไม่นานก็มีจังหวะปะทะกันระหว่างมาร์ตินส์ กับวิดิช ที่ฝ่ายแรกไปชักศอกใส่หน้าในระหว่างจังหวะกระโดด แต่ก็ไม่ได้มีเหตุรุนแรงอะไร
 
ต่อจากนั้น นิวคาสเซิล โต้กลับได้อันตรายอีกครั้ง โดยเป็นกูเตียร์เรซ ที่เปิดให้โลเวนครานด์ส หลุดเข้าไปในเขตโทษแต่ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังไวออกมาตัดบอลได้ก่อน
 
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความผิดพลาดของสตีเว่น เทย์เลอร์ ก็นำไปสู่การเสียประตูแบบไม่น่าเสียของนิวคาสเซิล เมื่อพยายามจะพักอกเอาบอลคืนให้ฮาร์เปอร์ แต่กะจังหวะพลาดบอลเลยโดนพาร์ค ฉกไปก่อนที่จะมาจบที่เบอร์บาตอฟ ยิงเผาขนเข้าไปสบายๆ ให้แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 2-1
 
เจ้าบ้านยังไม่ถึงกับท้อและทำได้ดีเหมือนกันเมื่อเทย์เลอร์ เปิดเข้ามาให้มาร์ตินส์ เบียดแย่งกับเอวร่า และกำลังจะตวัดยิงแต่บอลดันกระดอนห่างตัวเลยไม่ได้ยิง ซึ่งหลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็รักษาสกอร์เอาไว้ได้และชนะไปในเกมนี้ 2-1 ขยับหนีรองจ่าฝูงเป็น 7 แต้มเท่าเดิม
 
 
รายชื่อผู้เล่น
นิวคาสเซิล : สตีฟ ฮาร์เปอร์, สตีเว่น เทย์เลอร์, ฟาบริซิโอ โคล็อคชินี่, เซบาสเตียน บาสซง, โฆเซ่ เอ็นริเก้, ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส, ไรอัน เทย์เลอร์ (แอนดี้ คาร์โรลล์ น.77) , เฌเรมี่, โจนาส กูเตียร์เรซ, โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์, อลัน สมิธ (คาเซนก้า ลัวลัว น.82)

แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอห์น โอเช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์, ไมเคิล คาร์ริค, พาร์ค ชี ซอง, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ (ไรอัน กิ๊กส์ น.90),  เวย์น รูนีย์

ผู้ตัดสิน : สตีฟ เบนเน็ตต์

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น