[SF] ‎สายลมอ่อนระทวย (MARKNIOR)

ตอนที่ 3 : MARKNIOR : พลิกรักหนุ่มร็อค PART 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 ต.ค. 58


 

Title : พลิกรักหนุ่มร็อค PART 1

Pairing : มาร์ค X จินยอง

Writer : สายลมอ่อนระทวย

 


 

 


 

ภายในสนามบินนาริตะเต็มไปด้วยผู้คนตางเชื้อชาติมากมาย บ้างก็เดินลากกระเป๋าตัวเองไปอย่างเร่งรีบ บ้างก็กำลังล่ำลากับครอบครัว บ้างก็มีกรุ๊ปทัวร์กลุ่มใหญ่ที่เดินตามไกด์นำเที่ยวกันเป็นขบวน ผู้คนที่พลุกพล่านไปมาแทบจะทำให้ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มแทบจะหายใจไม่ออก

เขาค่อยๆ ถอดแว่นตาสีดำออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นดวงตาเรียวสวยนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน เขาสอดส่องไปทั่วบริเวณผู้โดยสายขาออก เผื่อว่าจะมีใครสักคนที่จะมารับเขาอย่างที่แจ้งเอาไว้ก่อนมาถึง

ชายหนุ่มร่างบางหยุดอยู่ตรงนั้นชั่วครู่ ปากบางสวยได้เริ่มพ่นลมออกมาด้วยอาการไม่สบอารมณ์นัก สีหน้าที่สวยใสราวกับผู้หญิงเริ่มมีการอาการของความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้าพ่อบ้านี่ท่าจะเพี้ยนนะ” เขาสบถอยู่ตรงนั้นท่ามกลางผู้คนที่ตะโกนเรียกญาติของตัวเอง แต่วันนี้เขากลับไม่มีใครมารับเลยแม้แต่สักคน

 
 

ย้อนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ณ เกาหลีใต้

“อะไรนะ พ่อจะส่งผมไปอยู่ญี่ปุ่น ไปทำไม ไปเพื่ออะไร” เสียงใสตวาดกร้าวไปทั่วทั้งห้อง เมื่อผู้เป็นบิดาอยู่ดีๆ ก็สั่งให้เขาไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น

“ยังมาถามฉันอีกเหรอว่าเพราอะไร นายอยู่ที่นี่ทำตัวเสเพลไปวันๆ  ไปมหาลัยก็เอาแต่เที่ยวสร้างปัญหา แล้วแบบนี้จะให้ฉันอยู่นิ่งเฉยได้ยังไง” ชายวัยกลางคนตะคอกกลับอย่างเดือดดาลไม่แพ้กัน

“ผมสร้างปัญหาอะไร ผมก็แค่มีจัดการอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์เกาหลีจนเดินไม่ได้เป็นเดือนเท่านั้นเอง" ผู้เป็นลูกกอดอกหน้าเชิด

“เหอะ แกยังมีหน้าว่าแค่นี้เหรอ แกพังงานฉลองครบครอบสามสิบปีของบริษัทฉันจนพังไม่เป็นท่า เพียงเพราะว่าลูกชายคู่ค้าเค้ามาจับมือแกเท่านั้น แกเที่ยวกลางคืนทุกวัน สรรหาแต่เรื่องปวดกระบาลมาให้ฉันแก้ให้ไม่หยุดหย่อน” ชายสูงวัยลุกขึ้นก่อนจะเอานิ้มอันอวบอูมจิ้มเข้าที่หน้าผากมนของลูกชายตัวแสบ

แต่ดูเหมือนว่าจะทำอย่างไรก็ยังไม่มีอาการของคนรู้สึกผิดแม้แต่น้อย เขายังคงเชิดเมินหน้าใส่ผู้เป็นพ่อเหมือนเดิม

“ถ้าคราวนี้ฉันไม่จัดการอะไรกับแกบ้าง ฉันก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว" ว่าแล้วก็ฟาดไปที่กะโหลกของลูกชายซะจนเซถลาออกไป

ชายหนุ่มตวัดตาขวางมายังผู้กระทำ มือสวยกำเข้าหากันแน่น

“มันจะมากไปแล้วนะครับ ยังไงผมก็ลูกพ่อ พ่อไม่น่าทำกับผมแบบนี้”

“ใช่แล้ว เพราะถ้าฉันไม่เห็นแก่ความเป็นพ่อลูก ป่านนี้ฉันตัดหางปล่อยวัดแกไปนานแล้ว” ผู้เป็นพ่อเว้นช่วงไว้ชั่วครู่ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานตัวเก่ง

“เลือกเอา ระหว่างอยู่ที่โซลแต่ไม่มีเงินใช้สักวอน ไม่มีรถหรูๆ ให้ขับสักคัน ไม่มีบ้านอยู่สักหลัง ไม่มีคนคอยรองมือรองเท้าสักคน หรือจะไปอยู่ญี่ปุ่น เพื่อเรียนให้จบ แล้วกลับมาใช้ชีวิตสุขสบายเหมือนเดิม” ผู้เป็นพ่อยื่นคำขาด ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสะอึกพูดไม่ออกอยู่ตรงนั้น ก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหน้าสลด

“ครับ ผมจะไปญี่ปุ่น”

 
 

เลวร้าย เลวร้ายที่สุด ทำไมต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย ชายหนุ่มได้แค่คิดโทษโชคชะตาชีวิตที่แสนเต่าถุย ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าที่ตนต้องมาอยู่ใสภาพแบบนี้ก็เพราะสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ทั้งนั้น แม้ว่าตอนนี้จะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่สายตาเรียวสวยก็ยังคงสอดส่องไปทั่ว เผื่อว่าจะมีป้ายสักป้ายที่เขียนชื่อเขาไว้บ้าง

ปาร์คจินยอง คือชื่อของเขา ในตอนนี้จินยองอายุจะย่างเข้า 22 ปี แล้ว แต่เนื่องด้วยว่าเขาย้ายมหาวิทยาลัยอยู่หลายต่อหลายแห่งเลยทำให้เขายังอยู่แค่ปีสองเท่านั้น สาเหตุที่ต้องทำให้ย้ายมหาวิทยาลัยอยู่บ่อยๆ ก็ไม่ใช่อะไร ก็เป็นเพราะนิสัยชอบเที่ยวเตร่ไร้สาระคบเพื่อนเลวนั่นเอง เลยทำให้การเรียนตกต่ำจนต้องถูกเชิญออก

ตอนนี้เขาถูกผู้เป็นพ่อบีบบังคับให้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเซชุน ซึ่งมีอธิการบดีเป็นเพื่อนรักของพ่อเขา เลยได้ฝากฝังมาให้ดูแล แต่ตอนนี้เขาเริ่มชักจะคิดผิดเสียแล้วที่ยอมมาที่นี่ ทั้งๆ ที่บอกว่าจะส่งคนไว้ใจได้มารับ แต่ตอนนี้หมาสักตัวเขายังไม่เห็นเลย

คงอายที่มีลูกอย่างเราเลยส่งมาให้พ้นหูพ้นตาล่ะสิ หึ

“โธ่เว้ย!!” จินยองสบถเสียงดังจนคนบริเวณนั้นหันมามองเป็นตาเดียว แต่มีหรือคนอย่างเขาจะสะทกสะท้าน

“ไปเองก็ได้วะ”

จังหวะที่เขาจะลากกระเป๋าเดินไปนั่นก็มีมือแกร่งคว้ามับที่ข้อมือ และไม่ต้องคิดอะไรมากจินยองก็เหวี่ยงมัดออกไปทันที

ตุบ!!!

ชายหนุ่มรูปหล่อโปร่งนอนไปกองอยู่ที่พื้น ทำเอาผู้คนบริเวณนั้นแตกตื่นกันใหญ่

“ไอ้สารเลว กล้าดียังไงวะมารังแกชาวต่างชาติแบบนี้วะ” ร่างเล็กว่าก่นด่าเสียงดัง ทำเอาคนที่เดินผ่านไปผ่านมายิ่งให้ความสนใจมากขึ้น

คนบนพื้นลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกว่าร้ายไปมากกว่านี้

“ฉันเปล่ารังแกนายซะหน่อย” พูดไม่พูดเปล่า คนตัวโตกว่าล้วงเอารูปในกระเป๋าเสื้อโค้ดออกมา ก่อนจะชูให้คนตัวเล็กดู

“ดูให้เสียเต็มตา ฉันเป็นคนที่จะมารับนาย เข้าใจแจ่มแจ้งรึยัง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงราบเรียบ แต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไว้ไม่มิด

“ก็ใครมันจะไปตรัสรู้ได้ล่ะ อยู่ดีๆ ก็มาจับมือคนอื่นเค้าแบบนี้ ปากมีไว้กินข้าวอย่างเดียวรึไง” ถึงจะรู้ว่าตัวเองก็ผิด แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ผิดเช่นเดียวกัน แล้วมีหรือว่าปาร์คจินยองผู้ไม่ยอมใครคนนี้จะยอมง่ายๆ

“ตอนแรกฉันก็ลังเลนะว่านายใช่ปาร์คจินยองรึเปล่า แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วล่ะ แล้วจะขอบอกว่าปากฉันไม่ได้มีไว้กินข้าวอย่างเดียวหรอกนะ เพราะมันมีไว้ปราบคนปากมากด้วย”

ว่าแล้วชายหนุ่มแปลกหน้าก็ถลาเข้าประชิดตัวคนตรงหน้า มือแกร่งก็กดตรงท้ายทอยเอาไว้ แล้วจากนั้นก็ฝังริมฝีปากรูปกระจับลงไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจสายตาประชาชีใดๆ ทั้งสิ้น

ลิ้นร้อนกำลังควานหาความหวานล้ำในโพลงปากอย่างบ้าคลั่ง ทั้งรุนแรงและหนักหน่วง แม้จินยองจะพยายามดิ้นรนอย่างไรชายหนุ่มยังไงก็ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย กลับหลงอยู่กับริมฝีปากบางนั้นอย่างหลงใหล ก่อนค่อยๆถอนมันออกมาอย่างเสียดายเมื่อสังเกตได้ถึงอาการหายใจไม่ทันของร่างบาง

“เป็นไง คงรู้แล้วสินะ ว่าฉันมีปากไว้กินข้าวอย่างเดียวรึเปล่า”

ไม่มีคำตอบจากคนถูกถาม มีเพียงอาการช็อกของเขาเท่านั้นที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าสวย มือเล็กค่อยๆ แตะที่ปากของตน สัมผัสที่ได้รับเมื่อตะกี้ ตอนนี้เขายังรู้สึกได้

“แก...”

ตอนนี้ดวงแก้มนวลเริ่มขึ้นดีระเรื่อ ทั้งรู้สึกอาย ทั้งรู้สึกโกรธ มันผสมปนเปกันไปหมด

“ค่อยเอาคืนวันหลังแล้วกันนะ ตอนนี้ไปขึ้นรถได้แล้ว” สิ้นคำพูดตนเขาก็ดึงกระเป๋าของร่างเล็กมาไว้กับตัว จากนั้นก็ลากมันไปก่อน ทิ้งไว้ให้จินยองขบฟันแน่น ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความคับแค้นที่ถูกฉีกหน้า

“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้หน้าด้าน!!” เขาร้องด่าไล่หลังเสียงดัง ก่อนจะรีบวิ่งตามไป

 










 

ตอนนี้จินยองขึ้นมานั่งอยู่ในรถของชายหนุ่มคนนั้นแล้ว จะเรียกว่ารถได้เต็มปากเต็มคำมันก็กระไรอยู่ เพราะมันคล้ายเศษเหล็กเคลื่อนที่เสียมากกว่า แถมในรถเครื่องปรับอากาศก็ไม่มี เบาะนั่งก็แสนจะแข็งเหมือนหิน เขาได้แต่มองชายหนุ่มที่นั่งขับรถอย่างพินิจพิเคราะห์

เมื่อตอนเจอกันในสนามบินนั้นด้วยความตกใจที่ถูกจูบเลยไม่ทันได้สังเกตชายผู้นี้จริงจัง ชายหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างสูงโปร่ง ถึงจะดูผอมไปบ้างแต่กลับมีกล้ามเนื้อ ใบหน้านั้นเรียวสวยเข้ารูป คิ้วหนานั้นรับเข้ากับจมูกโด่งเป็นสันอย่างดี ดวงตาคมนั้นกำลังเพ่งมองอยู่ถนนตรงหน้า ปากรูปกระจับที่เพิ่งจุมพิตเขาไปนั้นเป็นสีชมพูระเรื่อแลดูสุขภาพดี จะว่าไปแล้วก็ถือได้ว่าเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาคนหนึ่ง แต่นิสัยกลับร้ายกาจหาใครเปรียบ

เมื่อคิดได้ว่าตนเองเพิ่งถูกชายหนุ่มด้านข้างทำอะไรกับตนไว้บ้างอารมณ์เดือดดาลก็เริ่มคลุกกรุ่นขึ้นมาอีกระลอก

“อย่าจ้องฉันแบบนั้น เดี๋ยวก็โดนจูบอีกหรอก”

เท่านั้นแหละจินยองผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับหน้าซีดเผือกอย่างเหลือเชื่อ ก่อนจะเป็นที่อับอายไปมากกว่านี้ร่างเล็กก็ชักสีหน้าเคร่งขรึมเหมือนเดิม

“นายเป็นใครกันแน่”

“โคชินากะ มาคุโอะ เป็นลูกชายของเพื่อนพ่อนาย แต่จะเรียกว่ามาร์คก็ได้นะ เป็นชื่อเล่นที่คนทั่วไปเรียกกัน” ชายหนุ่มตอบทั้งๆที่ตาก็มองไปยังข้างหน้า

มาร์ค? มาคุโอะเหรอ? ชื่อคุ้นๆ แฮะ จินยองได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจก่อนจะถามถึงเรื่องอื่น

“นายเรียนภาษาเกาหลีด้วยเหรอ แต่สำเนียงออกจะดูบ้านนอกไปหน่อยนะ" เขาเหยียดยิ้มอย่างดูแคลนก่อนจะกล่าวต่อ “แล้วนายจะพาฉันไปที่ไหน”

“ก็ที่พักของนายไง...”

 

 

















 

“นี่นะเหรอ ที่พักของฉัน แคบอย่างนี้อากาศจะหายใจยังไม่พอเลยด้วยซ้ำ” ร่างเล็กโวยวายเสียงดังเมื่อมาถึงห้องพักที่เข้าจะต้องอยู่

เขาสอดส่องสายตาไปทั่ว ใบหน้าสวยหวานนั้นบ่งบอกถึงการรับไม่ได้อย่างที่สุด เมื่อตอนที่อยู่เกาหลีเขามีบ้านหลังใหญ่ได้พักพิง จึงไม่แปลกที่เขาจะรับไม่ได้กับที่พักแห่งใหม่นี้

จินยองเดินเปิดประตูห้องนอนเข้าไป แต่แล้วสายตาเรียวเล็กกลับต้องกระตุกกว้างเมื่อประสบเข้ากับเตียงนอน ซึ่งมันมีอยู่สองเตียงด้วยกัน อีกทั้งภายในห้องนั้นเหมือนจะมีผู้อาศัยอยู่ก่อนแล้ว

“ไม่ต้องสงสัยหรอก เพราะนายจะต้องพักที่ห้องนี้กับฉัน และถ้าคิดว่าจะหาที่อยู่ใหม่ละก็เสียใจด้วยนะ เพราะพ่อของนายคงไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นหรอก” มาร์คเหยียดยิ้มอย่างเป็นต่อ และอาศัยจังหวะที่คนตรงหน้าขบฟันแน่นนั้นว่าต่อ

“เตรียมใจไว้ได้เลย ฉันคนนี้จะดัดนิสัยนายเอง นายหน้าแมว หึหึ”

 

 

























 

และแล้ววันเปิดเรียนก็มาถึง ถ้าเป็นปกติแล้วจินยองคนตื่นสักเกือบเที่ยง แต่เมื่อมาอยู่ที่แห่งใหม่ มีรูมเมทจอมบังการทั้งปลุกทั้งลากให้ลุกจากเตียงไปเรียนตั้งแต่เช้า จินยองก็เลยต้องมาเรียนทั้งที่อยากจะโดดเต็มแก่ มาถึงมหาวิทยาลัยในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่เมื่อเข้าสู่อาณาเขตฝูงชนเท่านั้นแหละ จินยองก็ตาถ่างทันที 
 

กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!!!!!

“มาร์คซามะมาแล้ว อ๊ายยยยย”

เสียงฝูงสตรีเพศฝูงใหญ่ส่งเสียงเกรียวกราวขึ้นเมื่อสองหนุ่มย่างก้าวเข้ามาในตัวมหาวิทยาลัยเซชุน แต่ผู้ถูกเรียกชื่อยังเก๊กเท่ห์วางมาดขรึม แต่นี่แหละที่มันยิ่งทำให้พวกหล่อนยิ่งหลงใหลเข้าไปใหญ่ คงจะมีแต่เพียงจินยองเท่านั้นที่เดินทำหน้าเหมือนจะปล่อยของเสียออกมาเสียให้ได้

มันจะอะไรกันนักหนาวะ ก็แค่คนๆเดียว หน้าตาก็งั้นๆ แถมนิสัยเสียอีกต่างหาก เหอะ!! หล่อตายล่ะ ไอ้ขี้เก๊กเอ๊ย ถุ้ย!!

“กรี๊ดดดดดดด คนนั้นใครอ่ะเธอ ที่เดินมากับมาร์คซามะ น่ารักจังเลย อ๊ายยยย” หญิงสวยหน้าจิ้มลิ้มที่คงเพิ่งสังเกตเห็นจินยองบ้างว่าขึ้น พร้อมทั้งกรี๊ดชอบใจ และจากนั้นคนอื่นๆก็เริ่มสนใจและกรี๊ดกร๊าดไปตามๆ กัน

จินยองที่เมื่อกี้อารมณ์เสียเริ่มจะดีขึ้น เพราะถึงจะไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ แต่ก็พอจะเดาออกว่าพวกหล่อนกำลังกรี๊ดในความหล่อเท่เก๋ของเขา จินยองชักสีหน้าเคร่งแล้วหันไปมองโดยรอบพวกสาวๆ ก่อนจะยิ้มทะเล้นพร้อมกระพริบตาข้างเดียวให้ ทำเอาหัวใจบรรดาสาวๆหลุดลอยไปไหลลิบโลก เคลิบเคลิ้มกันเป็นแถบๆ

“อย่ามัวแต่หว่านเสน่ห์ นายต้องไปรายงานตัวก่อน” คนตัวสูงเหน็บเข้าให้ จินยองหุบยิ้มแล้วชักสีหน้าใส่มาร์คแทน

“ตามมาสิ ทำหน้าแบบนั้นคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ” ว่าแล้วก็เดินนำลิ่วๆ ไป

จินยองมองตามด้วยสายตาอาฆาตแค้น มือเล็กกำเข้าหากันแน่น

โธ่เอ๊ย!! ไอ้ขี้อิจฉา คงไม่พอใจที่ฉันเรียกเสียงกรี๊ดกลบนายล่ะสิ เหอะ!!! จินยองคิดอย่างเผ็ดร้อนก่อนจะเดินจ้ำๆ ตามมาร์คไป แต่ก็ไม่วายหันไปปั้นหน้าส่งยิ้มหวานให้พวกสาวๆ ที่ยืนเรียงอยู่ คงไม่ต้องบอกก็พอรู้ว่าพวกเธอเหล่านั้นจะมีสภาพหัวใจเป็นเช่นไร
 

เอกที่จินยองเรียนนั้นก็คือบริหารธุรกิจ ส่วนมาร์คก็เรียนเอกนี้เช่นเดียวกันแต่อยู่ปีสี่แล้ว นั่นก็หมายความว่าจินยองก็ต้องเป็นรุ่นน้องไปโดยปริยาย และไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญหรืออย่างไร เพราะจินยองนั้นดันกลายเป็นน้องรหัสของมาร์คอีกต่างหาก ความจริงข้อนี้แทบอยากจะทำให้เขาตีอกชกตัวตายไปเสียให้ได้

 “จินยอง ไปซื้อขนมปังใส่ถั่วแดงกับนมจืดมาให้ฉันหน่อยซิ” รุ่นพี่ตัวดีสั่งขึ้น ด้วยใบหน้าที่มึนตึงกวนประสาทสุดๆ

“นี่นายเป็นใคร ถึงกล้ามาใช้ฉัน” จินยองประท้วงขึ้นแทบจะทันที เกิดมาทั้งชีวิตเขาไม่เคยถูกใครสั่งที่ไม่ใช่พ่อ

“ก็นายเป็นรุ่นน้อง ก็ต้องเคารพเชื่อฟังรุ่นพี่ ไม่งั้นนายได้เจอกฎเหล็กของระบบรุ่นพี่รุ่นน้องแน่...” ยิ้มกรุ้มกริ่มแฝงไว้ด้วยเลศนัย

Baka!!(ไอ้บ้า)” จินยองสบถเป็นภาษาญี่ปุ่นที่เขาเพิ่งรู้มา ก่อนจะเดินหน้าเซ็งไปร้านค้าในตึกของคณะ ไม่นานนักจินยองก็เดินหน้าบูดกลับมายังม้านั่งพร้อมกับยื่นขนมปังกับนมสดให้แก่รุ่นพี่สุด...ของเขา


“ได้ข่าวจากพ่อนายว่าถึงนายจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างแต่ก็มีความสามารถในการร้องเพลง จริงรึเปล่า”

“นี่นายหลอกด่าฉันเหรอ” จินยองชักสีหน้าดวงตาเขียวปั๊ด

มาร์ครีบยกมือขึ้นปราม “เปล่า แค่อยากรู้จริงๆ ตกลงว่ายังไง”  

“ถ้าฉันร้องเพลงเพราะแล้วนายจะทำไม?” ร่างบางตอบอย่างไว้ลาย

“ก็พอดีว่าวงดนตรีของฉันกำลังต้องการนักร้องที่มาร้องคู่กับฉันอยู่พอดี ฉันอยากให้นายมาร้องเพลงกับฉัน”

“พูดเป็นเล่นน่า” จินยองส่ายหน้าเห็นเป็นเรื่องน่าขำ แต่อีกคนกลับทำหน้าจริงจัง

“เอาจริง??” จินยองทวนถาม

“ก็เห็นว่านายคงชอบที่จะมีสาวๆ มารุมกรี๊ด ถ้าได้มาอยู่ในวงฉัน รับรองสาวตรึมแน่ โดยเฉพาะสาว Y” มาโกโตะยิ้มกริ่ม

“สาววาย?? เหรอ? มันคืออะไร?” หนุ่มจากแดนกิมจิคนนี้ไม่รู้จักสาววายจริงๆ

“เดี๋ยวพออยู่ญี่ปุ่นไปสักพักนายจะเก็ทเอง”

จินยองมองค้อนตาเขียว -  -++

“ไม่บอกก็ไม่ง้อหรอก เหอะ”

เห็นท่าทางเม้งๆ ของจินยองแล้ว อีกคนก็อดหัวเราะไม่ได้ ช่างเป็นคนที่เวลาโมโหแล้วดูน่ารักแปลกกว่าชาวบ้านจริงๆ

“แล้วตกลงว่าไง โอเคใช่มั้ย?”

จินยองครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ เดินไปเดินมาอยู่สักพัก พอคิดตกแล้วก็มายืนกอดอกอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม

“ก็ได้...แต่!

มาร์คจะยิ้มได้เต็มปากอยู่แล้วเชียว แต่ก็มีคำว่า “แต่” มารั้งไว้ซะก่อน

“ฉันไม่สนหรอกนะว่าในญี่ปุ่นนายมีฐานะเหนือกว่าฉัน แต่ในมหาลัย เราสองคนต้องเท่าเทียม ห้ามเรียกใช้ฉันเป็นเบ้เหมือนเมื่อกี้อีก แล้วก็...นายต้องสอนภาษาญี่ปุ่นให้ฉัน และคืนนี้นายต้องพาฉันไปเที่ยวผับ โอเคมั้ย”  

“แค่นี้เอง?” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว แต่หน้าดูชิลๆ มากมาย

“แล้วทำได้ป่ะล่ะ?” จินยองเริ่มชักสีหน้า

“ก็ได้ สบายมาก โดยเฉพาะข้อสุดท้าย เพราะคืนนี้ฉันมีจ็อปที่ผับแถวนี้พอดี”

“เออ ก็ดี” ร่างบางลอบยิ้มเบาๆ ในหัวเต็มไปด้วยความคิด ซึ่งคงไม่พ้นเรื่องเที่ยวสนุกหรือไม่ก็เที่ยวผู้หญิง

“กับรุ่นพี่พูดให้มันเพราะๆ หน่อยก็ได้นะ”

จินยองหุบยิ้มเตรียมจะอ้าปากด่า แต่ก็มีเหตุให้ต้องชะงัก

“มาร์คซามะ ขอถ่ายรูปได้มั้ยคะ”

จินยองหันไปมองเจ้าของเสียงใส เป็นสาวญี่ปุ่นน่ารักจิ้มลิ้มน่าฟันชวนน้ำลายไหลเป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าเธอพูดว่าอะไรนอกจากคำว่า “มาร์คซามะ(ท่านมาร์ค)”

“ได้สิ” มาร์คพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มที่น่ารักเห็นเขี้ยวทั้งสองข้าง

“นายก็มาถ่ายด้วยสิ” ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่จินยองกำลังงงงวยกับภาษาญี่ปุ่น ดึงร่างบางลงมานั่งข้างๆ พร้อมกับโอบไหล่แน่น

“คาวาอิ๊♥♥♥” หญิงสาวผู้ถือกล้องแทบจะกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นเช่นนั้น ทำเอาจินยองมีอาการเงิบเบาๆ

“อะไรวะ... แล้วนี่นายมาโอบฉันทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” จินยองพยายามแกะมือตุ๊กแกออกจากตัว แต่ก็ไม่ออก (มือตุ๊กแกจริงๆ)

“เถอะน่า เอาใจสาวๆหน่อย เขาก็ชอบนายเลยอยากถ่ายนายด้วย”

“เฮ้อ....” จินยองถอนหายใจก่อนจะปรับสีหน้ายิ้มหวานให้หญิงสาวได้ชั่วในพริบตา

“พร้อมนะคะ 1 2 3 แชะ 1 2 3 แชะ!” เธอรัวชัดเตอร์อย่างมีความสุข ราวกับว่ามีความสุขที่เห็นภาพผู้ชายกับผู้ชายแสดงความรักต่อกัน

“อ๊ะ!!” จินยองสะดุ้งโหยง ตาเบิกโพลงร้องเสียงหลง เมื่อจู่ๆ เรียวปากนุ่มๆ ของคนข้างๆ ก็ประทับลงที่ดวงแก้มป่องๆ ของเขา

แชะ!!!!

“กรี๊ดดดดดดดดด คาวาอิ๊♥♥♥” หญิงสาวแชะภาพได้ช็อตจูบพอดี เธอกรี๊ดด้วยความดีใจราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง

ตอนนี้จินยองทั้งโมโหทั้งอายได้คนฉวยโอกาส แล้วก็ทั้งงงกับพฤติกรรมแปลกๆ ของเธอผู้นี้ด้วย

“จะถ่ายอีกมั้ย?” มาร์คถามหญิงสาว

“ไม่แล้วค่ะ แค่นี้ก็สุขล้นแล้ว ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอโค้งให้อย่านอบน้อม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เป็นไร”

“งั้นฉันไปนะคะ”

“ไปดีมาดีนะ”

หญิงสาวจากไปแล้ว แต่มือตุ๊กแกยังไม่ยอมปล่อย แถมเจ้าตัวยังยิ้มลอยหน้าลอยตา ไม่ได้สนใจเลยว่าหน้าจินยองในตอนนี้บ่งบอกว่าอยากจะบีบคออีกคนเต็มแก่

“แก้มนุ่มดีนะ” มาร์คพูดลอยๆ กับอากาศ แต่จินยองรู้ดีว่าหมายถึงตน ทำเอาหน้าแดง แต่แดงเพราะโมโหซะมากกว่า

จินยองเห็นแล้วยิ่งโมโห เลยเอี้ยวคอไปไหล่ขวา พร้อมกับฝังรอยฟันลงที่มือเรียวยาวอย่างแรง

“อ๊ากกกกกกกกกกก” มาร์คร้องเสียงหลง ปล่อยมือออกจากไหล่บางแทบจะทันที

จินยองลุกขึ้นพร้อมกับชี้หน้าคนเจ็บ

“สมน้ำหน้า!! Baka!!(ไอ้ปัญญาอ่อน)”

เหยียดยิ้มอย่างสะใจแล้วก็เดินตัวลอยจากไป

“เฮ้! แล้วนั่นจะไปไหน”

จินยองหยุดกึก แล้วหันมาตอบ

“จะกลับไปนอน คืนนี้ต้องใช้พลังงานเยอะ” ว่าพลางยักคิ้วหงึกๆ แล้วเดินตัวปลิวจากไป มาร์คก็ได้แต่มองตาม ขณะเดียวกันก็ลูบๆ ถูๆ รอยเขี้ยวแมวจอมพยศ

 

 



















 

ค่ำคืนอันยาวนานของจินยองกำลังมาถึงแล้ว หลังจากที่ไม่ได้เที่ยวมาหลายอาทิตย์ ตั้งแต่โดนกักบริเวณก่อนถูกถีบมาอยู่ที่ญี่ปุ่น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตา แล้วที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นก็คือคราวนี้สวรรค์ยามค่ำคืนของเขาคือญี่ปุ่น ดินแดนที่เต็มไปด้วยสาวงาม ทั้งน่ารัก ทั้งเซ็กซี่ ทั้งเจนจัด ทั้งร้อนแรง ถูกใจจินยองเป็นที่สุด

คราแรกที่โดดเรียนกลับมาหอก่อนก็ว่าจะมางีบเอาแรง แต่สุดท้ายก็นอนไม่หลับ แต่ลุกขึ้นมาเตรียมตัวไปเที่ยวแทน

“อ่าฮะ พอเปลี่ยนลุคแล้วก็เท่ห์ไม่เลวแฮะเรา”

จินยองชื่นชมคนที่อยู่ในกระจกบานใหญ่ กับเสื้อผ้าหน้าผมแนวเจร็อคสุดเฮี้ยว

“โอ้โห จัดเต็มเลยแฮะ”

จินยองถูกแซวทันทีที่เขาเดินออกมาปรากฏกายให้เห็น ร่างบางยักคิ้วใส่ทั้งยิ้มหน้าทะเล้นหน้าหมั่นเขี้ยวยิ่งนัก

“ก็จะให้น้อยหน้านายได้ไง”

“แล้วจะไปได้รึยัง ฉันมีนัดกับผู้จัดการร้านเพราะต้องขึ้นร้องเพลง” ว่าแล้ว มาร์คก็เดินไปหยิบกีตาร์ขึ้นสะพาน

“ก็พร้อมแล้วล่ะ แต่ว่า...”

“แต่อะไร??”

จินยองยิ้มหวานกระพริบตาปริบๆ

“คืนนี้ฉันอยากขึ้นร้องเพลงด้วย ฉันพอจะรู้จักเพลงญี่ปุ่นหลายเพลง ไม่ทำให้ขายหน้าแน่นอน มิหนำซ้ำสาวๆ ต้องกรี๊ดสลบ” จินยองร่ายยาวถึงสรรพคุณตัวเอง มั่นใจในเสน่ห์อันล้นเหลือของตัวเองซะเต็มประดา

“ทำไมต้องร่ายมาซะยาว ไงๆ ฉันก็อยากให้นายขึ้นร้องอยู่แล้ว”

“ก็ดีสิ!

แล้วทั้งสองก็ออกจากหอพัก มุ่งหน้าสู่แสงสีเสียงในยามค่ำคืนของโตเกียว เมืองที่ไม่มีวันหลับ

 

 














 

มาร์คพาจินยองมาถึงที่หมายในเวลาภายในครึ่งชั่วโมง Red Sky ผับชื่อดังอันดับต้นๆ ของโตเกียว เป็นผับขนาดใหญ่ที่จุคนได้หลายร้อยคน

“ว้าววว ใหญ่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย” จินยองกวาดตามองรอบๆ หน้าผับ ที่ตกแต่งออกแนวโทนแดงดำ ช่างเข้ากับเสื้อผ้าที่เขาใส่มาวันนี้จริงๆ

“เข้าไปกันเถอะ” จินยองพรวดพราดจะเข้าไปในผับ แต่มือแกร่งก็ฉุดรั้งไม่ก่อน

“เราต้องเข้าหลังร้าน เข้าใจมั้ย”

แล้วก็ไม่รอให้จินยองได้ขัดขืน มาร์คก็เดินจูงร่างบางมาทางเข้าหลังร้าน

เจ้าบ้าเอ๊ย!!

จินยองสบถอยู่ในใจ แต่ก็ยอมให้อีกคนจับแต่โดยดี

จนมาถึงห้องๆ หนึ่งซึงเหมือนจะเป็นห้องพักนักดนตรีประจำผับ มาร์คเลื่อนประตูออก ข้างในนั้นมีผู้ชายชาวญี่ปุ่น 3 คน อายุน่าจะพอๆ กับมาร์ค

“นายเข้าไปรอในนี้ก่อนนะ ทักทายเพื่อนๆ ฉันได้ตามสบาย เขารู้แล้วว่านายคือนักร้องใหม่” กล่าวจบ มาร์คก็หายลับเข้าไปอีกห้องๆ หนึ่งซึ่งอยู่ถัดห้องนี้ไปอีกสามสี่ห้อง

จินยองเดินท่อมๆ เข้าไปข้างในห้อง หน้างี้ก็แต่ได้ยิ้มเจื่อน เพราะไม่รู้จะเข้าใจที่คนพวกนี้พูดหรือเปล่า

Hi, handsome boy.” จินยองทักทาย พร้อมทั้งยิ้มหน้าหวานให้ สามหนุ่มเห็นแล้วก็พลอยยิ้ม ทั้งหัวเราะชอบใจ

“ไม่เป็นไร ฉันพอรู้ภาษาเกาหลีได้บ้าง แต่เจ้าสองคนนั่นไม่รู้ทั้งเกาหลีและอังกฤษ” ชายร่างผอมสูงกล่าว

“จริงเหรอ? ดีจัง” จินยองยิ้มแห้งๆ

ตาเรียวกวาดมองสามหนุ่มแต่ล่ะคนอย่างถี่ถ้วน คนแรกคือคนที่บอกว่าพูดเกาหลีได้ เป็นหนุ่มหน้าตาดีระดับหนึ่ง มีผิวขาวราวหิมะ สูงโปร่งแต่ผอมแต่ก็มีกล้ามเนื้องดงามเหมือนกับมาร์ค แถมยังหล่ออย่างมากด้วย คนที่สองออกจะท้วมหน่อยๆ หน้าตาน่ารักดูอ่อนเยาว์กว่าใครๆ ส่วนคนสุดท้ายตัวเล็กสุด ร่างบอบบางยิ่งกว่าจินยองซะอีก ทั้งยังมีใบหน้ารูปไข่ ดูสวยน่ารักเหมือนเด็กผู้หญิง แต่ขัดกับการแต่งตัวที่ออกจะพังค์หลุดโลก

“จะแนะนำให้รู้จักนะ ฉันชื่อยูโตะ เป็นมือกลอง ส่วนเจ้าอวบๆ นั้นชื่อจุนโนะ เล่นเบส ส่วนคนหน้าสวยๆ นั้นเล่นกีตาร์ ชื่อว่ามิโฮะจัง” ยูโตะแนะนำตัวเองและเพื่อนๆ ให้จินยองได้รู้จัก ทั้งจุนโนะและมิโฮะต่างก็ส่งยิ้มมาให้เขาอย่างเป็นมิตร

“ฉันคิมจินยอง ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฮาจิเมะมาชิเตะ โดโซะโยะโระชิกุ” ร่างบางยิ้มหวานอย่างเป็นมิตรสุดโลก พร้อมทั้งโค้งให้ทั้งสามตามมารยาท ซึ่งสามคนนั้นก็โค้งให้เช่นกัน

“เห็นมาร์คจังบอกว่านายจะขึ้นร้องด้วย” ยูโตะถาม จินยองพยักหน้าเป็นคำตอบ อีกคนเลยถามต่อ “แล้วนายจะร้องเพลงอะไร”

“อืม...อยากร้อง Taiyou Wa Yoru Mo Kagayaku (ตะวันดวงนี้ยังทอแสงแม้เป็นราตรีกาล)” ร่างบางยิ้มแฉ่ง ความจริงจินยองก็รู้จักเพลงญี่ปุ่นหลายเพลง แต่ก็ชอบเพลงนี้ที่สุด

ยูโตะ จุนโนะ และมิโฮะ ได้ยินชื่อเพลงที่จินยองบอกก็ร้องอ้อ เพราะรู้จักดี มันเป็นเพลงประกอบการ์ตูนที่ดังมากในญี่ปุ่น

“โอเค พวกเรารู้จักเพลงนี้ มาร์คจังจะร้องสองเพลง แล้วนายก็ร้องปิดท้าย มาร์คจะคอรัสให้นาย โอเคนะ”

“อื้ม” ร่างบางพยักหน้าเข้าใจ พอดีกับที่มาร์คก็เข้ามาพอดี

“ไปเถอะพวกเรา ไปมันส์กันเถอะ”

 

 



















 

พอเอาเข้าจริง จินยองก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ คนต่างๆ มากมายที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างก็ส่งเสียงเรียกร้องให้วง GOTX ขึ้นโชว์ มันทำให้จินยองได้ประจักแล้วว่ามาร์คและผองเพื่อนนี่ดังจริงๆ

“คอยดูฉันเล่นคอนเสิร์ตนะ แล้วนายจะต้องหลง” ชายหนุ่มยักคิ้วใส่ร่างบางก่อนจะเดินผ่านหน้าเข้าไปสู่เวที อดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้จริงๆ

พอมาร์คปรากฏตัวเท่านั้น เสียงกรี๊ดที่ดังอยู่แล้วก็ดังกระหึ่มเข้าไปอีก

“หมอนี่มีดีกว่านี่เราคิดแน่เหรอ..?” จินยองรำพึงกับตัวเอง ในใจก็คิดว่าเพลงสุดท้ายที่เขาจะขึ้นร้องจะต้องทำให้คนฟังประทับใจได้มากไม่แพ้มาร์คแน่นอน

เพลงแรกที่มาร์คขับร้องคือ Ohayou ที่ถือได้ว่าเป็นเพลงที่ไพเราะมากเพลงหนึ่งของ GOTX แล้วก็เป็นเพลงของวงโดยมิโฮะเป็นคนแต่ง เนื้อหาของเพลงเล่าถึงเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่อยากจะมีช่วงเวลาได้พูดกับคำอรุณสวัสดิ์กับใครสักคนเมื่อลืมตาตื่นในทุกๆ เช้า

บทเพลงที่ไพเราะ ดนตรีที่ประสานกันอย่างลงตัว ทั้งเสียงร้อง เสียงกลองกระทบไม้ เสียงเบส แล้วก็เสียงกีตาร์ มันช่างกลมกลืนและเข้ากันได้เป็นอย่างดี ถึงจินยองจะไม่ค่อยเข้าใจว่าเพลงนี้มีความหมายว่าอะไร แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบทเพลง จนในใจเกิดความชื่นชมเจ้าของบทเพลงนั้น

พอโน้ตตัวสุดท้ายของเพลง Ohayou เสียงกรี๊ดก็ดังลั่นผับยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

มาร์คทักทายแฟนๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่ราวๆ สองนาที แต่จินยองก็ไม่รู้หรอกว่าเขาพูดอะไรบ้าง เข้าใจเป็นบางคำเท่านั้น แต่จินยองมั่นใจว่าสิ่งที่เขาพูดมันคงกระชากตับกระชากใจสาวๆ มากแน่ๆ

มาร์คร้องเพลงต่อไป ดนตรีดูหนักและดุดันกว่าเพลงเก่ามาก สนุกสนานจนคนฟังออกลีลาเต้นกันใหญ่ จินยองเหม่อมองชายหนุ่มที่กำลังร้องเพลงอย่างเต็มที่สุดชีวิต เหงื่อเม็ดใหญ่ที่ไหลอาบใบหน้าที่หล่อเหลา มันทำให้หัวใจของเขาเกิดอาการกระตุกเต้นแรงผิดจังหวะ

อะไรกันเนี่ย?? หัวใจเราเต้นแรงเพราะหมอนี่งั้นเหรอ

ร่างบางกุมอกซ้าย ที่ตอนนี้กำลังเต้นแรงมากขึ้นทุกที ยิ่งเห็นใบหน้าด้านข้างชายหนุ่มที่ร้องเพลงบนเวที ดวงแก้มก็พลันแดงระเรื่อโดยไม่ได้ตั้งใจ

“จบไปแล้วครับสำหรับเพลง Realize เพลงสุดท้ายของผมในวันนี้ แต่ยังไม่ท้ายสุดนะครับ” มาร์คยิ้มหวานละลายใจสาย เขี้ยวมหาเสน่ห์ของเขาช่างน่ารักมากจริงๆ

“ขอเสียงต้อนรับให้นักร้องคนใหม่วง GOTX ของพวกเรา จินยอง ครับผม”

เสียงกรี๊ดลั่นผับดังขึ้นมาอีกระลอกทำให้จินยองตื่นจากภวังค์ มือไม้สั่นไปหมดเพราะตื่นเต้นเหลือเกิน

ตาเราแล้วเหรอเนี่ย!!

จินยองหายใจเข้าลึกแล้วเดินอย่างมาดมั่นสู่กลางเวที ซึ่งแน่นอนว่าลุคของเขา ใบหน้าที่สวยอย่างกับผู้หญิง บุคลิกที่เหมือนหลุดออกมาจากตัวนายเอกในการ์ตูนวาย มันทำให้สาวๆ ละลาย กรี๊ดจนคอแตก

มาร์คยื่นไมค์อีกตัวให้ร่างบาง พลางดึงมายืนใกล้ๆ

“สวัสดีครับ ผมจินยองครับ มาจากเกาหลี ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับผม” ร่างบางแนะนำตัวเป็นภาษาญี่ปุ่นเอาใจสาวๆ

ซึ่งตอนนี้กรี๊ดจนแทบสลบ ไม่พอยังมีพวกผู้ชายหลายคนที่จ้องจินยองตาเป็นมัน เหมือนจะอยากงาบซะให้ได้

“เพลงที่ผมจะร้องต่อไปนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมาก หวังว่าทุกคนก็จะชอบเหมือนผม โปรดรับฟังได้แล้วครับ” สิ้นเสียงแหบเสน่ห์ ดังกรี๊ดก็กระหึ่มอีกครั้ง พร้อมๆ กับอินโทรจากกลอง เบส กีตาร์ก็เริ่มขึ้น

จินยองหันไปส่งยิ้มให้ ยูโตะ จุนโนะ และมิโฮะ ก่อนจะเริ่มร้องเพลง จะมีก็แต่มาร์คที่เขาไม่กล้าจะสบตาตรงๆ

 
 

ตะวันดวงนี้ยังทอแสงแม้เป็นราตรีกาล

คำต่างๆบนโลกเป็นเพียงคำธรรมดา

แต่ 1 คำในนั้นเริ่มที่จะละลายและซึมซาบสู่คุณ


 

ตะวันดวงนี้ยังทอแสงแม้เป็นราตรีกาล

และนำทางให้เธอ ในเมืองนี้ เมืองที่สิ่งลวงตาดำเนินไป

 

 

เสียงระฆังแห่งการพลัดพรากได้ดังขึ้น

เหล่าวิหคที่เดินบนโลก สายน้ำที่ไหลไปสู่ท้องฟ้า

จิตวิญญาณที่จมอยู่ ด้วยตัวของมันเอง ฉันเข้าใจ

 

 

ตะวันดวงนี้ยังทอแสงแม้เป็นราตรีกาล

มันเป็นความฝัน และมันจะลุกไหม้ในสายตาอันเร่าร้อนของเธอ

และมันจะไม่หายไป


 

บทเพลงบรรเลงต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

มันตรงกับความปรารถนาของเธอ

ดังนั้นมันจึงสามารถสะท้อนในดวงตาของเธอได้

 

 

ด้วยความลึกในหัวใจกำลังจะเปิดเผย

ไม่จริง อดีตกำลังจางหายไป

ถ้ามีบางสิ่งเปลี่ยนไป มันก็คือที่นี่แหละ


 

ยามค่ำคืนที่มืดครึ้มไปด้วยความเศร้าโศกไม่มีที่สิ้นสุด

หัวใจตอนนี้ว่างเปล่า

แสงสว่างท่วมท้นออกมาไม่มีที่สิ้นสุด

หัวใจตอนนี้ว่างเปล่า

 


 

ทันทีที่เนื้อร้องสิ้นสุด มาร์คก็เข้าประชิดตัวร่างบาง มือเรียวยาวกดล็อกที่ท้ายทอย อีกข้างกุมดวงแก้มเนียนไว้ แล้วประทับจูบดูดดื่มที่ริมฝีปากเรียวบาง จินยองตกใจตาเบิกกว้าง มือไม้เกร็งจนไมค์หลุด กลอง เบส กีตาร์ยังคงขับขาน จูบแสนหวานก็ยังไม่คลายออก

คนในผับต่างก็พากันกรี๊ดกับภาพที่แสนเซอร์ไพส์บนเวทีนี้ แต่เวลานี้จินยองเหมือนสมองตื้อไปหมด จนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ยกเว้นแต่สัมผัสที่แปลกใหม่ที่เพิ่งเคยได้รับ ให้ความรู้สึกซาบซ่าน วาบหวิวใจอย่างประหลาด

ตาที่เบิกกว้างค่อยๆ หลับพริ้มลง ทั้งยังจูบเม้นตอบกลับรับสัมผัสจากชายหนุ่ม โดยไม่เดียดฉันท์ ริมฝีปากเบียดเสียดกันและกัน ลิ้นแลกลิ้นสัพยอกยอดเย้า ทำเอาสติจินยองกระเจิดกระเจิง

อา...รู้ทำไมเรารู้สึกแบบนี้

หรือว่าเราจะ..??

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

 

 

คราวนี้ก็เปลี่ยนไปอีกแนวเลย มาร์คขอสวมร่างเป็นชาวญี่ปุ่นบ้างไรบ้าง อิอิ สำหรับเรื่องนี้ยังมีตอนต่อไปนะ จะอัพช้าอัพเร็วขึ้นอยู่กับคนอ่านเลยว่าจะน่ารักแค่ไหน ฮี่ๆๆๆๆ

 

ปล. คนที่บอกว่าหา NC เรื่อง Sex or Make Love ไม่เจอ คือไรท์ยังไม่ได้ลบนะ มันอยู่ในบันทึกเพจ แต่ถ้สใช้มือถือเปิดดูจะไม่เห็นนะ

 

แท็กฟิค #ฟิคสายลมฯ #พลิกรักหนุ่มร็อค

 

อัพเดต 10/10/2558

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

267 ความคิดเห็น

  1. #235 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 00:23
    แงงง...........ง ชอบญี่ปุ่นอ่ะ ชอบฉาก ชอบบรรยากาศเรื่องนี้มากๆเลย

    จินยองลุคแบบนี้ก็มีสเน่ห์อีกแบบนะ เราว่ามันเหมาะกับจินยองมากเลย มีมุมที่หล่อ เท่ห์ แต่ก็หวาน น่ากิน *ไม่ใช่ละ*

    ใครจะมาปราบจินยองได้ถ้าไม่ใช่พี่มาร์ค
    #235
    0
  2. #207 มาร์คต้วนนายมันร้ายกาจ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 12:50
    มาร์คนี่กะหายจูบจิงๆนะ ไม่ว่าเรื่องไหนก็จูบ ก็บดขยี้ อ้ากกกกกกกกกกก จูบจนแากเปื่อยแน่ไ เอะอะ จูบ รุกจนวิน 555555
    #207
    0
  3. #203 Defm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 12:04
    มาร์คคือรุกหนักมากเจอกันครั้งแรกก็จับจินยองจูบซะแล้ว ตอนจินยองหว่านเสน่ห์ให้สาวๆตอนไปมหาลัยคือขำอ่ะขำในความน่ารัก555พ่อเพลบอย งื้ออ>< ตอนมาร์คดึงจินยองไปจูบตอนร้องเพลงแล้วจินยองจูบตอบนี่แบบ~~~~~~ ฮืออสนุกก
    #203
    0
  4. #184 AlIIzabeTT's (@aliizabett2) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 23:43
    ฮื้อออออออ หนุ่มร็อคกับเพลย์บอยหน้าหวาน นี่จะตายแล้วค่าาา ฮึกกกกกกก

    พี่มาร์คแฟนเซอร์วิซบรรดาสาววายเต็มที่มากค่ะ นี่ตื่นเต้นแรงแทนคนที่เห็นเหตุการณ์

    บวกกับคื่นเต้นแทนนยองที่โดนทำแบบนั้นด้วย โอ่ยยยห้ัวใจจะวายยย555555555555

    หลังจากนี้นยองจะหายเป็นเพลย์บอยไหมน้อออ หายเถอะะะหน้าหวานขนาดนี้ชอบผญ.ไม่รุ่งหรอก ชอบพี่มาร์ครุ่งกว่าาา=/////=

    /ขอบคุณสำหรับฟิคมากๆเลยนะค้าาา~~
    #184
    0
  5. #176 LOVE LOVE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 10:17
    จูบกันตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลยนะ แล้วยังเป็นพี่รหัสกับน้องรหัสกันอีก ยังจะจูบกันที่ผับ บนเวทีอีก โอ๊ยยยยยยยยฟินนนนนนนนน
    #176
    0
  6. #167 KPMLK3 (@fainatnicha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 07:19
    ขุ่นพระ จูบไปกี่ครั้งเนี่ย แหมมมมมมม โอ้ยฟิน
    #167
    0
  7. #162 ksd98 (@ksd98) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 22:24
    อู้ยยยยย พี่มาร์คไม่ธรรมดา จูบจินยองต่อหน้าสาธารณะ 2 ครั้งแล้วนะ >< จินยองก็เริ่มหวั่นไหวละ ฮืออออ พี่มาร์ครุกหนักมากอะ ชอบบ 555
    #162
    0
  8. #159 aouyyovimz (@aouyzaza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 01:10
    พี่มาร์ครุกมาก รออ่านนะค่ะ >_<
    #159
    0
  9. #158 hamugi (@hamugi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 18:31
    พี่มาร์คจังไวมาก เจอปุ๊บจูบปั๊บ เอะก็จูบ จินยองตั้งตัวไม่ทันนะ ชอบมากค๊า โดนใจสาววายอย่างรีดมากมาย นึกสภาพเป็นตัวเองเลยตอนมาขอถ่ายรูปแล้วได้รูปคู่ไป ตงกรี๊ดแตกอยู่ตรงนั้น มันดีงามจริงๆ
    #158
    0
  10. #156 เมนจูเนียร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 10:35
    เจอกันครั้งแรกกะจูบเลยเหรอค่ะ พี่มาคคึ

    น่ารักค่ะ มาต่อไว้ๆนะคะไรท์ รอๆๆๆ><
    #156
    0
  11. #155 grapaopae (@grapaopae) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 09:36
    เอ่ออออ พี่มาร์คพี่ทำไมชอบฉวยโอกาศจินยองแบบนี้ ถ้าเกิดจินยองตกหลุมรักพี่พี่จะรักจินยองไหม พี่มาร์คคคคคค ปล.ทำไมถึงใช้ชื่อว่า คิมจินยองคะไรท์

    สุดท้ายมาอัพเร็วๆนะคะไรท์ สู้ๆๆ
    #155
    0
  12. #154 pimzZ (@putitanarak) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 00:02
    จินยองแสบมากกกก แต่ก็ถูกพี่มาร์คกำราบไว้อยู่หมัดเลยสิ่นะ555555555 เอ่ะอ่ะจูบ -//////-
    #154
    0
  13. วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 23:17
    เดียวๆพี่มัคพี่เร็วมากค่ะ และคือพี่นี่ชอบชวยโอกาส หรือพี่คิดอะไรกับจินยองกันแน่ค่ะ
    ตอนอยู่ที่โล่งแจ้งมีคนเยอะๆพี่มัคยังจับจูบ แล้วอยู่ในห้องกันสองคนนี้จะเกิดอะไรขึ้นมั๊ยน้อ  
    #153
    0
  14. #152 Moonokkub (@Moonokkub) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 13:25
    อยากจะรู้ว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไง จินยองมาแนวจะเสือผู้ญ ดันมาเจอมาร์คสะจะเปลี่ยนไปเปล่านะ
    #152
    0
  15. #151 Wrp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 11:42
    มาร์ครุกเร็วรุกแรงตลอดดดดดดดดด จินยองจะช้ำมั้ยนะ แต่จินยองก็แสบใช่เล่นอ่ะ 555555555
    #151
    0
  16. #150 Monkung Taross (@monwiwo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 11:32
    มั่นใจใช่มั้ยว่าจะเป็นsfอ่านไปแล้วรู้สึกเหมือนกำลังอ่านฟิคมาร์คเนียร์เลยชอบมากเลยอ่ะแหวกแนวไปดีอยากอ่านต่อเลยอ่ะตอนแรกยังงงๆพออ่านไปเรื่อยๆฟินดีอ่ะสามารถสุดๆเลยนะไรท์คนเก่ง
    #150
    0
  17. #149 Kate_sarujii (@sarujii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 07:55
    อ้ากกกกกกกกก อ่านตอนพิเศษทีไร อยากเรียกร้องเอ็นซีทุกที!!!!

    พี่มัคนี่จู่โจมหนักมาก!!!!

    ระวังจะปลุกวิญญานเสือในตัวหน้าแมวนะ....5555555555

    จินยองเคลิ้มแล้วๆๆ

    ตอนหน้าขอให้พี่มัคจัดหนักให้แมวดื้อเลยน้าาสายลม55555


    #149
    0
  18. #148 kanya123456 (@kanya123456) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 06:30
    เอร้ยยย บอกให้พี่มาร์คจูบจินยองเยอะๆจูบอีกๆๆๆๆ55555~~~ชอบมากค่าาา. ติดตามๆๆ รีบอัพน๊า
    #148
    0
  19. #147 Benz Naa Kks (@benzlovely-girl) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 01:44
    เอะอะจบเอะอะหอมเลยนะพี่มาร์คเดี๋ยวจินยองก็สึกหร่อหมดหรอก
    #147
    0
  20. #146 wannidaa (@wannidaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 01:25
    เด็กดื้อโดนพ่อส่งไปเรียน 555 เจอพี่มาร์คไปเป็นไงล่ะ พี่มาร์คบ้า อ่านแล้วเขินอ่ะ 

    รู้สึกยังไง? ชอบแล้วใช่มั้ย? 

    ทำไมพี่ซันค้างไว้แบบนี้ล่ะ 

    รีบต่อให้ด้ววย งื้อ
    #146
    0
  21. #142 aem (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 22:52
    เราอยากจะบอกว่า...มันสนุกมาก... 555 สู้ๆนะคะ
    #142
    0
  22. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  23. #140 ตูน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 22:41
    เรื่องนี้ดูเเบบจูบเยอะอะ เอะอะก้จูบเเต่ก้ชอบอะฟินนนนนน

    รอไรท์อัพอีกน้ะ สู้ๆ
    #140
    0
  24. #139 momark (@momemonkey) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 22:29
    มาร์คซามะ >///////< โฮฮฮฮฮฮ ละลายยยยย มาร์คซามะ มาร์คซามะ อรั๊ยยยยยย เจแปนแดนมาร์คเนียร์ กรี้ดดดด มาร์คอ่าาา เอะอะ หอม เอะอะจูบ เขินนน บากะ ชอบค่ะ ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    #139
    0
  25. #138 ploy-taemin (@ploy-taemin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 22:29
    ญี่ปุ่นนี่ดีกับใจจริงเล่อ ดินแดนสาววายชัด ๆ
    #138
    0