[SF] ‎สายลมอ่อนระทวย (MARKNIOR)

ตอนที่ 4 : MARKNIOR : พลิกรักหนุ่มร็อค PART 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 พ.ย. 58

 

Title : พลิกรักหนุ่มร็อค PART 2

Pairing : มาร์ค X จินยอง ft. วอนพิล

Writer : สายลมอ่อนระทวย

 

 

 

 

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก~!!

 

นี่มันบ้าชัดชัด!!

 

ทำไม... ต้องกลายเป็นแบบนี้ฟร้า

 

เสือผู้หญิงอย่างตรูต้องมาเสียจูบให้กับไอ้บ้าเจแปน

 

ซวย สัส หมา!!!

 

เรื่องราวในผับเมื่อคืนที่เขาถูกมาร์คกระชากไปจูบต่อหน้าคนหลายร้อย ทำเอาจินยองถึงกับเสียศูนย์ แม้จะผ่านมาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วแต่ความรู้สึกในตอนนั้นก็ยังคงตามมาหลอกหลอนให้คิดฟุ้งซ่าน ใจหนึ่งก็อยากจะฆ่าเจ้าตัวต้นเหตุให้ตายๆ ไปซะ ส่วนอีกใจก็อยากจะกลับบ้านไปกระโดดน้ำตายสะพานแม่น้ำฮันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

“เฮ้อ.....”

 

“ถอนหายใจไรนักหนา ฉันยังไม่อยากเห็นนายอายุสั้นหรอกนะ” เสียงยียวนแสนคุ้นทำเอาจินยองหันขวับ

 

“แต่ฉันว่านายต่างหากนะที่ทำฉันอายุสั้น” จินยองว่าเสียงขุ่นมองตาขวาง แต่รู้สึกว่ามาร์คจะไม่สะท้านเอาซะเลย แถมยังยิ้มหน้าระรื่นด้วยมาดเดิมๆ บอกเลยว่ามันน่ากระโดดถีบมาก

 

“ไปเถอะ ได้เวลาไปเรียนแล้ว” คำบอกเล่าที่เหมือนคำสั่ง ทำให้จินยองขัดใจ แต่ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวหยิบกระเป๋าแล้วตามหลังมาร์คไป

 

เฮ้อ... หวังว่าที่มอคงไม่มีใครรู้เรื่องเมื่อคืนหรอกนะ

 

 

กรี๊ดดดดดดด~~!!

 

“มาร์คซามะ กรี๊ดดดดดดดดดด!!!

 

พอเข้าเขตมหาวิทยาลัยเท่านั้นแหละ สิ่งที่จินยองกลัวที่สุดก็บังเกิด บรรดาแฟนคลับมาร์คพากันแห่เข้ามาถ่ายรูปเขาสองคน ทั้งผลักทั้งดันจนจะจูบกันอยู่แล้ว จินยองตาขวางไปทางชายหนุ่มเป็นนัยๆ ว่า “เพราะนายคนเดียว นายตายแน่ ฉันจะฆ่านาย” อะไรทำนองนั้น

 

จินยองเหลียวซ้ายแลขวาพบว่าแถวนี้มีมากเกินไปเลยเปลี่ยนเป็นคว้าแขนแกร่งแล้วลากไปหลังตึกที่ลับสายตาคนแทน แต่ยังไม่ทันให้ชายหนุ่มถามว่าพามาทำไม จินยองก็ปล่อยความอัดอั้นตันใจไปพร้อมกับหมัดฮุกตรง

 

ผั๊วะ!!!!!

 

หมัดแรกกระแทกเข้ามุมปากได้รูปซะเลือดซึมซิบๆ จินยองง้างหมัดจะต่อยไปอีกรอบ แต่อีกคนหลบทัน และคว้าจับไว้ได้ก่อน ไม่งั้นเลือดได้ออกอีกข้างแน่

 

 “ทำไมต้องลากมาคุยในที่เปลี่ยวด้วย” มาร์คถามอย่างใจเย็น ไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังยิ้มเจ้าเล่ห์กวนประสาทจริงๆ “หรือว่านายอยากอยู่กับฉันสองต่อสอง แล้วก็ทำ...”

 

“ไม่ต้องมาทำเป็นเล่นลิ้นเลย” จินยองรีบตะคอกใส่เพื่อหยุดความคิดบ้าๆ ของชายหนุ่ม นิ้วเรียวชี้แสกหน้าอีกคนอย่างเอาเรื่อง “เพราะนายคนเดียวที่ทำให้คนทั้งมหาลัยเข้าใจฉันผิด เหอะ... คนอย่างฉันถูกมองว่าเป็นพวกรักร่วมเพศงั้นเร๊อะ น่าขำชะมัด!!

 

“แล้วจะให้ผมทำยังไงละครับ คุณจินยอง”

 

“นายต้องไปแก้ข่าวซะ” จินยองบอกอย่างโกรธจัด

 

“นายก็รู้ว่าข่าวแบบนี้มันมาเร็วไปเร็ว นายจะแคร์ทำไมในเมื่อมันไม่ใช่ความจริง น่า...นะ พวกสาวๆ เค้าก็แค่จับคู่เล่นๆ เราไม่ได้มีไรกันจริงๆ ซะหน่อย” มาร์คพยายามหว่านล้อม หน้าเคร่งๆ ของจินยองเริ่มคลายลงนิดหน่อย

 

“เชื่อเถอะน่า ถ้ายิ่งไปแก้ข่าวก็ยิ่งดูเหมือนร้อนตัวว่าเป็นความจริงนะ”

 

ตาเรียวหรี่มองชายหนุ่มอย่างพินิจใจ ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเนิบๆ

 

“ก็ได้... คราวนี้ฉันจะปล่อยไป แต่ถ้านายทำแบบนั้นอีก ฉันฆ่านายแน่ バカ! ทิ้งท้ายด้วยคำว่า “ไอ้บ้า” แล้วก็สะบัดบ๊อบเดินจากไป

 

“ทำเป็นปากดี.... น่ารัก” มาร์คมองตามด้วยรอยยิ้มขำๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้จินยองมีเรียนแค่วิชาเศรษฐศาสตร์วิชาเดียวตอนบ่ายโมง ดีหน่อยก็ตรงที่เป็นคลาสเล็กๆ ไม่ต้องทนสายตาหลายคู่นัก แต่ก็ยังไม่มีอารมณ์เรียนอยู่ดี ตามประสาคนขี้เกียจ (- -*)

 

ปิ๊ป ปิ๊ป...

 

เสียงข้อความเข้า

 

ติ๊ด... จินยองเปิดดูอย่างรวดเร็วตามความเคยตัว

 

“ดูจากมุมนี้แล้ว นาย...ดูเคลิ้มกว่าฉันอีกนะ^^

 

ข้อความพร้อมไฟล์รูปที่แนบมา ทำเอาจินยองแทบช็อค มันคือรูปที่จินยองโดนจูบบนเวที ถ่ายมาซะชัดแถมหน้าตายัง... ดูเคลิ้ม เคลิ้มซะจนน่าเกลียด

 

“ย๊า!!!! ไอ้บ้าเอ๊ย” จินยองเผลอบันดาลโทสะซะเสียงดัง ทำเอาทั้งห้องสะดุ้งหันมามองเป็นตาเดียว

 

อ๊ะ...!! ไอ้ฟายซวยแล้ว...

 

สุดท้ายก็ไม่พ้นโดนไล่ออกจากห้อง... แถมยังโดนด่าเป็นภาษาญี่ปุ่น ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องทั้งหมดแต่ก็พอเข้าใจว่าโดนด่าเป็นตับแลบแน่นอน

 

“เพราะไอ้บ้านั่นคนเดียวเลย” จินยองเดินดุ่ยๆ ออกจากตึกอย่างหงุดหงิด

 

ตุบ!!

 

“ย๊า!! เดินมองทางหน่อยสิวะ” จินยองพ่นเกาหลี จะชี้หน้าด่าต่อแต่ก็ต้องชะงัก...

 

“เฮ้ย... วอนพิล??!!

 

“ยังอารมณ์ร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะนาย” วอนพิลยิ้มขำๆ

 

“นายมาได้ไง เซอร์ไพรส์ว่ะ ดีใจที่ได้เจอนายนะเพื่อน” จินยองโผเข้าไปกอดเพื่อนรักตามประสาไม่คิดอะไรด้วยใจที่คิดถึงเพื่อน ไม่ได้สังเกตเลยว่าวอนพิลนั้นมีท่าทางแปลกๆ

 

คิมวอนพิล... เพื่อนสนิทคนเดียวของจินยองในเกาหลี เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก พ่อของทั้งสองก็ยังเป็นเพื่อนกันอีก แต่วอนพิลเรียนใกล้จะจบแล้ว มีแต่จินยองที่ติดแหงกไม่จบซะที (55555+)

 

หลังจากนั้นจินยองก็พาวอนพิลไปดื่มกาแฟที่ร้านใกล้ๆ แมนชั่นที่เขาพักอยู่ ระหว่างทางที่พูดคุยกัน จินยองก็รู้ว่าวอนพิลเรียนเทอมสุดท้ายต้องทำวิจัย และหัวข้อที่จะทำก็เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น วอนพิลเลยลงทุนบินมาถึงที่นี่

 

“ว่าแต่นายที่อยู่ทางนี้สุขสบายดีรึเปล่า” วอนพิลถามเรื่องของเพื่อนบ้านหลังจากพูดเรื่องของตัวเองไปเยอะแล้ว

 

วอนพิลเห็นสีหน้าหม่นๆ ของเพื่อนแล้วก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เพราะก่อนจะมาที่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้บอกลากันเลย แค่ส่งเมสเซสไปบอกว่าจะไปเรียนที่ญี่ปุ่นเท่านั้น

 

“นั่นสินะ... ตอนนั้นฉันมามันกะทันหันจนไม่ได้บอกลานายเลย ขอโทษทีว่ะ เพราะคราวนี้พ่อฉันเอาจริงมาก ฉันขัดไม่ได้เลย เฮ้อ!” ว่าแล้วก็จิบกาแฟแล้วกุมขมับ

 

“เฮ้ย นายอย่าเครียดสิวะ” มืออุ่นหนาวางลงที่มือเล็กพร้อมกับตบเบาๆ “คุณลุงรักนายจะตายไป ท่านไม่ปล่อยให้ลูกชายคนเดียวลำบากได้นานหรอก เชื่อสิ”

 

“เออ!

 

“น่ารักมาก”

 

“เออ!!

 

เห็นเพื่อนรักแยกเขี้ยวก็ยิ่งหมั่นเขี้ยวขยี้หัวจินยองด้วยความเคยชิน

 

“ว่าแต่นายจะอยู่นานเท่าไหร่ พักที่ไหน” จินยองถามพลางจัดผมที่ยุ่งๆ ให้เข้าทรงหล่อ

 

“ก็ว่าจะอยู่สักเดือน ส่วนที่พักก็อยู่โรงแรม สบายมากอยู่แล้วเรื่องนี้” วอนพิลยักคิ้วยิ้มหน้าเป็น

 

“เออว่ะ ลืมไปว่าฉันกำลังพูดอยู่กับลูกเศรษฐีอยู่ แต่ก็ดีแล้ว ดีกว่าฉันเยอะ” จินยองไม่วายบ่นอุบพ่นลม

 

“ทำไม อยู่ที่ไหน พ่อนายไม่ได้หาคฤหาสน์ไว้ให้อยู่รึไง”

 

“อย่าว่าแต่คฤหาสน์เลย แม้แต่บ้านธรรมดาสักหลังยังไม่ได้ ฉันต้องอยู่กับไอ้บ้าเจแปนในห้องแคบๆ คิดแล้วอารมณ์เสียชะมัด”

 

บ้าเอ๊ย! ทำไมต้องคิดถึงเรื่องเมื่อคืนด้วยฟร๊ะ!

จินยองด่าตัวเองในใจที่ดันไปคิดถึงไอ้บ้านั่นซะได้ -///-

 

“ทำไม... นายต้องหน้าแดงด้วยจินยอง” วอนพิลหรี่ตามองอย่างจับผิด

 

“เอ๊ะ..? ปละ...เปล่าหน้าแดง ไอ้บ้าเอ๊ย เพราะอากาศมันเย็นต่างหาก เหอๆ” จินยองเฉไฉเพื่อปกปิด แต่เขาดูโกหกไม่เก่งเอาซะเล้ย

 

“แต่เมื่อกี้ฉันได้ยินว่านายพักกับใคร?”

 

“เอ่อ... หมอนั่นเป็นลูกชายเพื่อนพ่อฉันเอง พวกชอบกวนประสาทน่ะ นายอย่าถามเลย พาลหงุดหงิด” จินยองตัดบท ทำเมินหน้าหนี จิบกาแฟไม่สนใจ

 

วอนพิลก็ไม่ซักไซ้ต่ออีก แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถาม สมองเต็มไปด้วยความคิด หลังจากที่นั่งคุยกันในร้านได้พักใหญ่ ก็มีเมสเซสถึงจินยอง จินยองจึงขอตัวแล้วรีบออกไปทันทีด้วยท่าทางแปลกๆ ทั้งคู่เลยต้องแยกกันตรงนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

เมสเซสที่ว่านั่นเป็นของมาร์คนั่นเองหาใช่ใครอื่น ข้อความที่ส่งมาคือให้ออกมาเจอสวนสาธารณะใกล้ห้องพัก มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย แม้จะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่จินยองก็เดินดุ่มๆ เข้ามาแล้วกระชากคือเสื้ออีกคนโดยไม่ทันตั้งตัว

 

“นายจะตามมาหลอกหลอนฉันอีกนานมั้ย ขอเวลาให้หายใจหายคอหน่อยไม่ได้รึไง”

 

“ใจเย็นน่า ใจเย็น” มาร์คยิ้มอย่างใจเย็น แต่นั่นล่ะที่ทำให้จินยองยิ่งโมโห จินยองปล่อยมือจากคอเสื้อแล้วยืนกอดอกหน้าตาเอาเรื่อง

 

“นายมีไรก็ว่ามา”

 

“ไม่มีไร... ก็แค่อยากเจอหน้า”(ภาษาญี่ปุ่น)

 

“ห๊ะ? ถ้าจะพูดกับฉันก็ขอเกาหลีเถอะ ตกลงเรียกฉันมาทำไมไม่ทราบ ถ้าไม่พูดก็จะกลับแล้วนะ เสียเวลาจริงๆ” คนเจ้าอารมณ์ทำท่าจะกลับ มาร์คเลยรีบคว้าแขนไว้

 

“จริงๆ มีข่าวดีจะมาบอก”

 

“ข่าวดี?”

 

“ผู้จัดการผับที่เราไปร้องเพลงให้เมื่อคืนบอกว่าผลตอบรับดีมาก มีหลายเสียงเรียกร้องให้นายไปร้องเพลงอีก”

 

เรียวปากบางกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินข่าวดีที่ว่า นี่คงเป็นครั้งแรกที่จินยองรู้สึกว่าได้ทำอะไรที่ชอบจริงๆ แล้วยังได้รับการชื่นชมจากผู้คน ถึงแม้จะเป็นแค่กลุ่มเล็กๆ ก็ตาม

 

“จะยิ้มก็ยิ้มให้เต็มเถอะ รู้น่าว่าดีใจ อย่ากั๊กเลย” ว่าแล้วก็ยิ้มสาธิตเป็นตัวอย่าง ยิ้มกว้างซะเห็นเขี้ยวเสน่ห์

“แล้วก็... ยังมีอีกเรื่อง วงของเราแต่งเพลงใหม่ออกมาชุดหนึ่ง พวกเราจะอัดขายใต้ดิน มันจะเป็นผลงานแรกของนายเลย”

 

“จริงอ๊ะ!!!” จินยองหลุดเก๊กกระโดดโหยงๆ ยิ้มร่า

 

“อื้อ” ร่างสูงพยักหน้ายิ้ม

 

ยิ้มกับรอยยิ้มที่สดใสของคนตรงหน้า

 

ยิ้มกับใบหน้าที่ดูมีความสุข ตั้งแต่คนตรงหน้ามาอยู่ที่ญี่ปุ่น

 

“นายรู้มั้ย ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่ามีความสุขที่จะได้ทำอะไรสักอย่าง นอกจากเที่ยวเตร่ไปวันๆ .... อ๊ะ...” ใบหน้าสวยกระตุกเมื่อเห็นอีกคนยิ้ม แถมยังจ้องหน้าเขาไม่กระพริบ จินยองรีบเข้าโหมดเก๊ก ชักสีหน้าหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่ตัวเองเผลอแสดงออกไป

 

“เฮ้อ... ไม่ซื่อตรงเอาซะเล๊ย”(ภาษาญี่ปุ่น)

 

“บางทีฉันก็คิดว่านายกำลังด่าฉันรึเปล่า- -***”

 

มาร์คไม่ตอบ เพียงแต่ยิ้มยิงเขี้ยว ยักคิ้วเล็กๆ หน้าทะเล้น “ได้เวลาแล้ว งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ ไปซ้อมกัน”

 

มาร์คเดินตัวปลิวอารมณ์ดี ส่วนจินยองก็เอาแค่ค้อนใส่อยู่ข้างหลัง ทั้งสองเดินกลับที่พักไป โดยไม่ได้รู้สึกถึงมีใครบางคนกำลังเฝ้ามองดูอยู่เลยสักนิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พอมาถึงห้องมาร์คก็เอาเนื้อเพลงที่แต่งทั้งสามเพลงให้จินยองดู พวกเขาต้องจำเนื้อให้ได้ภายในสองวันนี้ เพราะมะรืนมีซ้อมใหญ่กับวง และอาทิตย์หน้าก็เข้าห้องอัด

 

“ว้าว... นี่นายแปลเป็นเกาหลีมาให้ด้วยเหรอ ดีจัง” จินยองอ่านเนื้อเพลงไปก็ยิ้มไป ทั้งสามเพลงที่แต่งมาความหมายดีทั้งนั้น แถมยังมีแปลภาษาให้คนไม่ค่อยเข้าใจญี่ปุ่นอย่างจินยองเข้าใจได้ง่ายๆ ด้วย

 

“สองเพลงนี้เราร้องคู่กันมี Hyori Ittai (หนึ่งเหรียญมีสองด้าน) ส่วน Carry On เหมาะกับนายดี ดนตรีไม่หนักไปด้วย เพราะงั้นฉันให้นายร้อง เดี๋ยวฉันจะช่วยร้องเสริมให้”

 

“อ่า...” จินยองพยักหน้าเนิบๆ ก่อนจะกระทุ้งศอกเข้าท้องน้อยคนข้างๆ “กระเถิบไปหน่อยได้มั้ย มานั่งเบียดทำไม”

 

“ทำไม? หรือนายกลัวหวั่นไหวที่ต้องอยู่ใกล้ฉัน” กำลังจะอ้าปากว่าต่อ แต่พอเห็นหน้ามุ่ยๆ ของจินยอง มาร์คก็ต้องรีบยกธงขาว ขยับออกห่าง... นิดหน่อย (5555+)

 

ทั้งสองใช้เวลาร่วมซ้อมร้องเพลงด้วยกันทั้งคืนจนแทบลืมเวลาไปแล้ว จินยองเหมือนได้ปลดลิมิเตอร์ของตัวเอง ได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองเมื่ออยู่ใกล้มาร์ค เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น มีเสียงเพลงเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์

 

“เย้!! จำได้หมดแล้วทั้งเนื้อร้องทำนอง แถมยังเข้าใจความหมายทุกตัวอักษร ดูท่าฉันจะมีพรสวรรค์ในการเรียนภาษาบ้านเกิดนายนะมัคคึ อิอิ” จินยองระริกระรี้หลังจากการซ้อมกับมาร์คเสร็จสิ้น และเขาก็ยังทำออกมาได้ดี เหลือเพียงซ้อมกับวงใหญ่พรุ่งนี้เท่านั้น

 

“นายนี่น้า ฮะๆๆ” ชายหนุ่มไม่ว่าอะไร เอาแต่ยิ้ม มองอีกคนอย่างมีความสุข

 

“นี่... นายอย่ามองฉันแบบนั้นดิ” สั่งพลางขยับถอยหนี

 

มาร์คไม่ทำตาม แถมยังรุกหน้าเข้าหาร่างบาง แววตาลึกซึ้ง

 

“อ๊ะ โอ๊ย....” จินยองร่นถอยไปจนสุดล้มลงนอนกับโซฟาใหญ่ในห้องรับแขก

 

“ขอกอดหน่อยได้มั้ย นะ”

 

“อ่ะ...อะ...ห๊ะ?”

 

ราวกับมีลูกสนเป็นพันๆ ลูกอุดที่ลำคอจินยองไว้ เขาไม่สามารถบอกปัดหรือปฏิเสธออกไปได้เลย เพียงเพราะสบตากับดวงตาคู่นั้น ที่จับจ้องเขาราวกับจะเผาไหม้ให้หลอมละลาย พาลให้หัวใจเต้นแรงแทบจะทะลักซะให้ได้

 

ลิ้นร้อนเคลื่อนไหวไปมาในโพรงปากอ่อนนุ่มอย่างชำนาญ จินยองรับสัมผัสนั้นอย่างห้ามใจไม่ได้ เรียวแขนที่เคยแข็งเกร็งค่อยอ่อนไหวยกขึ้นคล้องคอชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ

 

ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีร่างกายจินยองก็เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ความเป็นชายพร้อมรบเต็มที่เช่นกัน เว้นแต่ว่าคราวนี้เขามิได้เป็นผู้รุกเริ่ม

 

“อือ...อา...อา...”

 

มาร์คโอบกอดร่างระทวยที่นอนคว่ำกับโซฟาอย่างหมดแรง ริมฝีปากก็เอาแต่พรมจูบตามท้ายใบหู ท้ายทอย และแผ่นหลังขาวเนียนอย่างหลงใหล

 

“จินยอง” ชายหนุ่มเรียกด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ข้างหู ทำเอาจินยองวาบวามไปทั้งตัว

 

“อะ...เรียกไรนักหนาเล่าเจ้าบ้า อือ...” จินยองแทบอยากมุดหน้าหนี ทั้งเขินทั้งอาย

 

รอยยิ้มอ่อนโยนของมาร์คเด่นชัดอยู่เบื้องหน้า แม้แต่แววตาก็อบอุ่นและเร่าร้อนราวกับจะเผาไหม้ให้หลอมละลาย

 

“จินยอง นายน่ารักจังเลย”

 

ได้คำนี้เท่านั้นแหละ จินยองก็ยิ่งเขินจนทำไรไม่ถูก ทั้งๆ ที่มันก็แค่คำธรรมดาๆ แต่มันกลับมีพลังงานบางอย่างที่ผลึกร่างกายของจินยองเอาไว้ได้ และท้ายที่สุดก็คือไม่อาจปฏิเสธอ้อมกอดอันเร่าร้อนนี้ไปได้

 

“ไอ้บ้า! อา...” ถึงปากจะสบถอยู่เนืองๆ แต่ร่างกายกลับกอดรับสัมผัสอย่างดี

 

บนโซฟารับแขกร่างกายทั้งสองหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว ช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ซาบซ่านดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

 

ความสุขล้นที่จินยองได้เป็นผู้รับในครั้งแรก

 

ความสุขที่มาร์คปรารถนาอย่างที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เปลือกตาแสนหนักอึ้งเปิดออกรับแสงแห่งดวงตะวันของเช้าวันใหม่ที่สาดรอดมาผ่านช่องม่านหน้าต่าง ร่างบางพยายามลืมตาให้เต็มที่ ภาพแรกที่เห็นคือเพดานห้อง เขายังอยู่ในห้องรับแขก และ...

 

โซฟาตัวเดิม!!

 

ร่างกายที่เปลือยเปล่าซบอยู่บนแผงอกชายหนุ่มที่หลับใหล แต่ถึงอย่างนั้นเรียวแขนทั้งสองข้างยังคงโอบกอดเขาไว้ด้วยความเสน่หา

 

ไม่จริงน่า... ไม่จริงใช่ไหม

 

นี่เรา... นี่เรา... นี่เราทำอะไรลงไป

 

จินยองแทบอยากจะร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ จะด้วยอะไรก็ตาม จะเพราะความหวั่นไหวก็ช่าง แต่ในตอนนี้เขาสับสนเหลือคณานับ

 

ร่างบางค่อยๆ ขยับตัวออกจากร่างมาร์ค จินยองมองร่างชายหนุ่มที่หลับอยู่แล้วรู้สึกเจ็บที่หัวใจเหลือเกิน เขาเลือกทิ้งไว้เพียงข้อความ ก่อนที่จะใส่เสื้อผ้า แล้วออกจากห้องนั้นไปอย่างเงียบเชียบที่สุด

 

จินยองเดินเคว้งคว้างบนท้องถนนผู้คนขวักไขว่ คนแรกที่เขานึกถึงตอนนี้คือวอนพิล

 

“ขอโทษที่มารบกวนนายถึงห้อง แต่ไงๆ ก็ขอพักอยู่กับนายระยะหนึ่งนะ” จินยองบอกหลังจากเข้ามาอยู่ในห้องพักเพื่อนรักแล้ว

 

“พูดเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ นายจะอยู่นานแค่ไหนก็ตามใจเลย เรามันเพื่อนกันนี่หว่า” วอนพิลว่าพลางตบไหล่เพื่อนรัก

 

“ขอบใจนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางด้านของมาร์คเมื่อตื่นขึ้นมาก็ไม่พบจินยองแล้วก็ตกใจมากทีเดียว เสื้อผ้าในตู้ก็หายไปกว่าครึ่ง แต่มันก็ยังไม่ปวดใจเท่ากับได้ข้อความที่จินยองทิ้งเอาไว้ต่างหน้า

 

“ฉันคงเจอหน้านายไม่ได้อีกแล้ว ขอโทษนะ”

 

ใบหน้าที่เคยสดใสชาไปในทันทีที่ได้เห็น จากที่เคยคิดว่าความสัมพันธ์ดีๆ กำลังจะเริ่มต้นกลับกลายเป็นเพียงหมอกควัน

 

มาร์คต่อสายถึงจินยองเผื่อจะรับสายบ้าง แต่ก็หมดหวัง

 

“จินยอง... หรือเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ความหมายสำหรับนายเลย” ชายหนุ่มนั่งเศร้าตัดพ้อตัวเอง กว่าจะลุกไปจากตรงนั้นได้ก็เล่นเอาตอนที่เพื่อนๆ โทรตามไปซ้อมเพลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางด้านจินยอง ก็ไม่ได้รู้สึกดีไปกว่ากัน ถึงเขาจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไร แต่ข้างในกลับปั่นป่วน นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่ไม่ได้กลับห้องเลย เขาอยู่กับวอนพิลตลอด ช่วยวอนพิลทำวิจัย ออกพื้นที่บ้าง

 

คืนนี้แล้วสินะ คอนเสิร์ตเปิดตัวเพลงใหม่

 

“เฮ้อ....” จินยองทอดถอนใจเฮือกใหญ่ ในมือกำมือถือแน่น

 

“ใครโทรมาวะ เห็นนายมองแล้วมองอีกแต่ก็ไม่รับซะที” วอนพิลทักถาม หลังจากที่เห็นพฤติกรรมนี้หลายครั้งจนน่าสงสัย

 

“เปล่านี่” จินยองตอบพลางหลบสายตาอีกคน

 

“ผ่านมากี่ปีๆ นายก็ยังโกหกได้ห่วยแตกเหมือนเดิมเลยนะจินยอง”

 

“ช่างฉันเถอะน่า!!” จินยองตะคอกใส่อย่างลืมตัว เผลอโมโหใส่เพื่อนรัก

 

วอนพิลตกใจหงายเงิบไปแว๊บหนึ่ง แต่เขาก็เข้าใจว่าจินยองต้องมีเรื่องไม่สบายใจอยู่เป็นแน่แท้

“นาย.. โอเคมั้ย”

 

“ขอโทษที่ตะคอกใส่นาย” จินยองคอตกสำนึกผิดเหมือนเด็ก วอนพิลมองอีกคนแล้วที่สำนึกผิดได้น่ารักขนาดนั้นก็ลอบยิ้มบางๆ ก่อนจะปิ๊งไปเดียขึ้นได้

 

“เอางี้มั้ย คืนนี้ดื่มกันให้เมาตายไปเลย”

 

จินยองเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนรักแล้วคลี่ยิ้ม

 

ขอบใจนะวอนพิล นายเข้าใจฉันเสมอมาเลย

 

“อื้อ จัดมาเลย”

 

หลังจากตกลงกันแล้ว ทั้งสองก็ออกไปซุเปอร์มาเก็ต ซื้อของกลับมามากมาย จินยองไม่มีฝีมือในการเข้าครัวทำอะไรทั้งนั้น เป็นหน้าที่ของวอนพิลได้โชว์ฝีมือทำกลับแกล้มสะเด็ดสะแด่วตามสูตรเกาหลี เหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยก่อนไม่มีผิด

 

“นี่ วอนพิล”

 

“ว่าไงวะ?” วอนพิลขานรับจินยองพร้อมกระดกเหล้าอึกสุดท้ายจนหมดแก้ว

 

“นายเคยสับสนทางเพศมั้ยวะ?” จินยองปล่อยคำถามชนิดที่ว่าตรงสุดๆ เอาซะวอนพิลหน้าชาไปหลายวินาที

 

“นาย...หมายความว่าไง” สีหน้าที่แสนลำบากใจ แววตาที่หลุกหลิกไปมาของคนตรงหน้าทำให้วอนพิลตื่นเต้นตกใจจนเหงื่อซึม

 

“นายชอบใครงั้นเหรอ” วอนพิลแยบถาม

 

“ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกที่เรียกว่าชอบรึเปล่า แต่ฉันสับสนว่ะ คนอย่างฉันเนี่ยนะ เสือผู้หญิงอย่างฉันจะชอบผู้ชายด้วยกัน ไมอยากจะเชื่อเลย” จินยองปลดปล่อยความรู้สึกในใจออกมาจนหมดสิ้น

 

“ฉันเคยอ่านเจอว่า พวกที่ทำตัวเหมือนเสือผู้หญิง ถ้าถึงจุดอิ่มตัวแล้วจะตายด้าน และมีโอกาสชอบผู้ชายด้วยกันได้” วอนพิลบอกสีหน้าจริงจัง “หรือไม่ การที่นายจะชอบผู้ชายสักคน อาจไม่เกี่ยวว่านายเป็นเกย์ นายแค่ชอบคนๆ นั้น เพียงแค่เขาเป็นผู้ชายก็ได้”

 

จินยองกระพริบตาปริบๆ รู้สึกแปลกกับสิ่งที่วอนพิลพูด มันจะเป็นอย่างนั้นได้จริงๆ เหรอ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองมีความรู้สึกแบบนั้นกับผู้ชายได้

 

ขณะที่จินยองกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง วอนพิลกลับมีท่าทีแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่มองจินยองเต็มไปด้วยความอัดอั้น และสุดท้ายก็ทนไม่ไหว ชายหนุ่มวางแก้วเหล้าอย่างกะทันหัน ก่อนจะคว้าร่างกายที่สั่นสะท้านอยู่ตรงหน้ามาสวมกอดแน่น

 

“ห๊ะ...?” จินยองตกใจตาเบิกกว้าง

 

จินยองสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่สัมผัสเหมือนกอดจากเพื่อน แต่มันลึกซึ้งกว่านั้น

 

“วอนพิล... นาย”

 

“ถ้านายอยากพิสูจน์ให้แน่ใจว่าชอบผู้ชายรึเปล่า จะลองทำกับฉันดีมั้ย”

 

“ห๊ะ...!!

 

วอนพิล... นี่นาย

 

อย่าบอกนะว่าตลอดมา นาย...

 

วอนพิลคลายร่างบางจากอ้อมกอด มือหนาโอบกุมที่แก้มนวล ริมฝีปากเผยยิ้มละมุน แววตาที่แสนอ่อนโยนแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจจินยอง

 

“ฉัน... เอ่อ.. จะดีเหรอ”

 

จินยองรู้สึกสับสนเหลือเกิน ทั้งจิตใจตัวเองที่เปลี่ยนใจ ทั้งเพื่อนรักที่กลายเป็นว่าคิดกับตนเช่นนี้ วอนพิลไม่รอให้จินยองได้ตอบ ความปรารถนาภายในมันสุดจะอดกลั้นแล้ว วอนพิลพลักจินยองลงกับโซฟาแล้วขึ้นคร่อม

 

“ขอฉันกอดนายนะ”

 

เฮือก...!!!

 

“ขอกอดหน่อยได้มั้ย นะ”

 

“ม่ายยยย!!!! ไม่ได้ว่ะวอนพิล ฉันทำไม่ได้!!” จินยองร้องลั่น เมื่อนึกถึงคำที่มาร์คพูดกับตนในคืนนั้น เขาผลักร่างอีกคนสุดแรงจนตกจากโซฟา ก่อนจะรีบยันกายขึ้นลุกขึ้น

 

“ฉะ...ฉันขอโทษ แต่ฉันทำไม่ได้จริงๆ และตอบรับความรู้สึกของนายไม่ได้ด้วย” คำปฏิเสธที่ชัดเจนจากจินยองทำให้วอนพิลหมดแรงจะลุกขึ้นยืน แข้งขาเหมือนอ่อนไปหมด

 

เพื่อนรักที่เขาแอบมีใจให้มานานแสนนาน ในตอนนี้กำลังชอบใครอีกคน ทั้งๆ ที่เพศเดียวกัน แต่เขากลับหมดสิทธิ์ จินยองมองเห็นน้ำตาของความเจ็บปวดคนชายตรงหน้าแล้ว ในใจก็รู้สึกสงสาร แต่ในตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่เขาควรทำมากที่สุดรออยู่

 

สิ่งที่เขาต้องทำมากกว่าสิ่งใด

 

“ขอโทษนะวอนพิล ฉันมีที่ต้องไป ขอโทษจริงๆ นะ” สิ้นคำนั้น จินยองวิ่งออกไปจากห้องนั้น โดยทิ้งวอนพิลไว้เบื้องหลัง

 

 

 

 

 

 

ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง จินยองก็มาหอบแฮกๆ อยู่หน้าผับที่เคยมาร้องเพลงคราวก่อน ดูเวลาแล้วก็ปาไป 3 ทุ่มกว่า GOTX คงขึ้นแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง จินยองฝ่าฝูงชนเข้าไปข้างใน เห็นมาร์คกำลังร้องเพลงอยู่แต่บนเวทีก็ยิ่งอยากเข้าไปหา แต่ยากก็ตรงที่คนแน่นเหลือเกิน

 

“และเพลงสุดท้ายนี้ เป็นเพลงที่ผมแต่งขึ้นเอง” มาร์คกล่าวบนเวที

 

จินยองพยายามฝ่าเข้าไปเรื่อยๆ จนใกล้เวทีทีละนิดๆ พอจะได้เห็นมาร์คอย่างแจ่มชัดมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะพยายามเล่นคอนเสิร์ตให้ทุกๆ คนสนุกก็ตาม แต่สีหน้าของเขาแฝงไว้ด้วยความหมองเศร้าและซูบซีด

 

มีเพียงจินยองเท่านั้นที่เห็น แต่มาร์คไม่อาจมองเห็นจินยองที่ยืนเบียดอยู่กับฝูงชนได้เลย จินยองได้แต่เฝ้ามองอยู่เบื้องล่าง

 

“สมัยที่ผมยังเด็ก ผมได้รู้จักกับเด็กคนหนึ่ง เขาเป็นลูกชายของเพื่อนพ่อ เป็นเด็กที่ดื้อเอาการเลยครับ แต่เขาก็น่ารักมากๆ ในตอนนั้นผมเอาแต่กลั่นแกล้งเด็กคนนั้น ทำให้เขาร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง เขาก็จากผมไป ไปยังบ้านใหม่ที่ผมไม่อาจได้ไปพบอีก”

 

เอ๊ะ... ตอนเด็กเหรอ...??

 

จินยองฟังที่มาร์คพูดถึงตอนนี้เหมือนฉุกใจนึกถึงอะไรบางอย่าง จับจ้องชายหนุ่มอย่างตั้งใจ

 

“แล้วก็ผ่านมา 10 ปี เด็กคนนั้นก็กลับมา ช่างราวกับปาฏิหาริย์ ถึงเด็กคนนั้นจะจำผมไม่ได้ก็ตามที แต่ผมก็ยังรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ส่งเขามาให้ผมอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ และเขาก็ไปจากผมแล้วก็ตาม” ชายหนุ่มกำไมค์แล้วยิ้มขำๆ ให้กับโชคชะตา ก่อนจะว่าต่อ “ผมจึงอยากมอบเพลงๆ นี้ แด่เขาคนนี้ คนที่ผมรักมาตลอดทั้งชีวิตของผม”

 

Regret เชิญรับฟังได้เลยครับ”

 

เมื่อเสียงซาวด์ดนตรีเริ่มขึ้น ผู้ฟังก็เริ่มขยับร่างกายไปตามท่วงทำนองของเพลงที่หนักแน่นและซาบซึ้งกับบทเพลงอันแสนเศร้า

 

 

 

ในความมืดมิดแห่งยามค่ำคืนที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ผมเองก็กลืนหายกับมันไป

พร้อมกับถูกห่อหุ้มไว้โดยสายลมเพียงลำพัง...

 

♬♫♬

♬♫♬

 

ผมเอาแต่ใช้คำพูดที่ไม่รู้จักยอมแพ้

เพื่อมาทำร้ายเธอ

ทั้งที่รู้คนที่ผิดคือผมเอง

แต่ด้วยทิฐิของผม ผมยอมรับมันไม่ได้

 

ภายในห้องที่หนาวเหน็บแห่งนี้

มีเพียงผมที่มองหาร่องรอยที่หลงเหลือของเธออยู่ ณ ที่นี้

 

*

รักเธอเหลือเกิน จนรู้สึกอึดอัดอยู่ในอก

เพราะเธอคือคนที่สำคัญกว่าใครๆ ทั้งนั้น

มันช่างทุกข์ทรมาน มันทุกข์ทรมานเหลือเกิน

ด้วยโชคชะตาที่ไม่อาจหวนกลับไป ผมจะกอดมันไว้แนบอก

 

♬♫♬

♬♫♬

 

จากอีกด้านหนึ่งของหน้าต่างสีขาว

ที่แม้ในตอนนี้ก็ยังคงมองเห็นรอยยิ้มของเธอ

ยังห่วงเวลาแห่งความรู้สึกดีๆ

ที่ถูกตัดทำลายไปอย่างเฉียบพลัน

และมันก้อฟื้นคืนกลับมา

 

อยากกอดเธอไว้ตลอดไป

ถึงแม้จะเป็นไปเพียงในความฝันก็ยังดี

อยากที่จะพบเธอ

เดี๋ยวนี้เลย..

 

**

อย่าเพิ่งหายไปนะ เพราะผมยังรู้สึกอึดอัดอยู่ในอก

ผมยังไม่มีโอกาสแม้กระทั่งเอ่ยคำอำลา

ผมรู้สึกว่าเธอน่ารัก เพียงแต่ รู้สึกว่าเธอน่ารักจนเกินไป

ความจริงที่ผมต้องสูญเสียเธอไป ก็ยังทำใจยอมรับมันไม่ได้

 

ช่างทุกข์ทรมาน มันช่างทุกข์ทรมานเหลือเกิน

ด้วยโชคชะตาที่ไม่อาจหวนกลับไปได้

ผมจะโอบกอดมันไว้แนบอก

 

***

เพราะรักเธอเหลือเกิน จนรู้สึกอึดอัดอยู่ในอก

เพราะเธอคือคนที่สำคัญกว่าใครๆทั้งนั้น

อยากที่จะได้พบพบเธอ เพียงแต่ มันช่างทุกข์ทรมานจนเกินไป

 

ด้วยโชคชะตาที่ไม่อาจย้อนกลับคืนไปได้

ผมจะโอบกอดมันเอาไว้...

 

♬♫♬

♬♫♬

 

 

 

 

เมื่อสิ้นตัวโน๊ตตัวสุดท้ายของบทเพลงที่แสนไพเราะนี้ ใครก็ไม่อาจคาดคิด แม้แต่มาร์คเองก็ตามก็ไม่รู้ตัวมาก่อน จินยองที่อยู่เบื้องล่างตะโกนอย่างสุดพลังเสียง

 

“ไอ้คนบ้า!!!!!!!!!!!!!!!

 

ตึง ตึง ตึง ...

 

ทุกอย่างอยู่ในความเงียบสงบ ทุกสายตาจับจ้องมายังเจ้าของเสียงทรงพลังคนนี้ รวมทั้งมาร์คด้วย

 

“จินยอง....” ชายหนุ่มยิ้มร่า  ดีใจมากกว่าตกใจเสียอีกที่เห็นคนที่ถวิลหาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า

 

จินยองถือวิสาสะปีนขึ้นไปบนเวที แล้วแย่งไมค์จากมือชายหนุ่มมาไว้เอง ก่อนจะตะคอกใส่ไมค์เสียงดัง “คนบ้า!!!!!! นายมันคนบ้า!!!

 

คนที่ไม่รู้เรื่องคงกำลังงุนงงและสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงได้มายืนตะโกนด่ามาร์คซังว่าคนบ้า แต่สำหรับมาร์คเองนั้นเหมือนจะเข้าใจกว่าใครๆ เขาเอาแต่ยิ้มให้ร่างบางที่หน้าแดงก่ำ

 

ในจังหวะที่คนกำลังตะลึงระคนงงงัน จินยองก็มองค้อนชายหนุ่มตรงหน้าก่อนตะโกนใส่ไมค์อย่างดัง

 

“ฉันชอบนาย รู้ไว้ด้วย!!!!

 

พร้อมกับทะยานเข้าหาชายหนุ่ม และประทับจูบที่ริมฝีปากรูปกระจับอย่างดูดดื่ม

 

“นายทำให้ฉันเป็นแบบนี้ นายต้องรับผิดชอบชีวิตฉันด้วย เข้าใจมั้ย นายมาร์ค” ว่าแล้วก็ต่อยเข้าที่ท้องน้อยชายหนุ่มเบาๆ

 

มาร์คยิ้มละมุนมองร่างบางอย่างแสนรัก กว่าทุกๆ อย่างจะมาลงเอยในจุดๆ นี้เขาเฝ้ารอมานานแสนนาน และแล้ววันนี้ก็มาถึง

 

“ครับ จินจัง”

 

“ชื่อนี้นายเคยเรียกฉันสมัยเด็กๆ สินะ นายทำฉันไว้แสบมาหลายเรื่อง เตรียมตัวชดใช้ไว้ได้เลย”

 

“น้อมรับโดนลงทัณฑ์ขอรับ” มาร์คยิ้มร่า

 

จินยองยังทำเก๊กค้อนใส่ แต่ก็อดยิ้มอย่างเปี่ยมสุขไม่ได้

 

ถึงแม้ว่าในชีวิตของเขามักโลดโผนกับเรื่องผู้หญิงมาอย่างมากมาย ไม่เคยหยุดอยู่ที่ใครสักคน แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะมีความรู้สึกที่สุขล้นเช่นนี้ มันสุขจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ มันอิ่มเอมและเต็มเปี่ยม รู้สึกว่าแค่นี้ก็พอแล้ว ไม่อยากจะตะเกียกตะกายให้เหนื่อยอีกแล้ว

 

มือเรียวยาวของชายหนุ่มปาดน้ำตาแห่งความสุขไหลรินอาบที่แก้มเนียน แล้วค่อยๆ โน้มเข้าประทับจุมพิตที่ดวงแก้มระเรื่อ

 

“จินยอง ฉันชอบนาย”

 

“อื้อ เหมือนกัน”

 

ทั้งสองสวมกอดกันแนบแน่นด้วยความรักที่ล้นปรี่ จุมพิตอันแสนหวานด้วยหัวใจที่สื่อถึงกัน ท่ามกลางบรรดาเสียงเฮลั่นที่ส่งเชียร์มายังพวกเขาราวกับอวยพร

 

ขอแค่ได้มีช่วงเวลาที่แสนพิเศษแบบนี้กับมาร์คคนนี้

เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วสินะ

 

ขอเพียงได้อยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้ตลอดไป

 

ก็เพียงพอแล้ว..!!

 

 

 

 

End.

 

 

 

 

จบไปอีกเรื่อง แฮ่กๆๆ ไว้มาต่ออีกในเรื่องราวหน้า อยากให้รีดเดอร์อ่านแล้วเม้นให้ไรท์ด้วย วินวิน รีดเม้น ไรท์แต่ง ถ้าใครอยากอ่านแนวไหน ปล. บอกไรท์มาได้นะ (มีความเป็นไปได้ว่าเรื่องต่อไปจะเป็นแนวแฟนตาซี ถถถถถถถถ)

 

ปล. จริงๆ เรื่องนี้สามารถเขียนไปได้อีกนะ แต่มันต้องวุ่นแน่ๆ เลย สิ่งที่ตามมาหลังจากนี้ 55555555555555555555555

 

แท็ก #ฟิคสายลมฯ #พลิกรักหนุ่มร็อค

 

อัพเดต 12/11/2558

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

267 ความคิดเห็น

  1. #267 41994199 (@41994199) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 21:31
    งือ ชอบมากค่ะ
    #267
    0
  2. #237 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 00:46
    งื้อออออ ไม่คิดว่สตอนจบจะโรแมนติกได้ขนาดงื้ออออออออ ใจสั่นค่ะ
    เห็นคนห่ามๆอย่างพี่มาร์คตอนเศร้าๆนี่มันเศร้ามากจริงๆนะ แล้วจินยองคนแมนก็ต้องมาพ่ายให้กับพี่มาร์ค รักกันๆดีกว่สเนอะ
    #237
    0
  3. #211 tinkares (@thanika-ns) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 16:34
    น่าร้ากกกกก มันจบเร็วไปนิดแต่ก็โอเคอ่ะ เพราะถ้ายาวกว่านี้เดี๋ยวมีมาม่า 5555555 เอาจริงๆตอนนี้แอบสงสารมาร์คอ่ะ คือจินยองดูไม่มีความทรงจำในอดีตเลย เศร้าา ไม่เป็นไร ความทรงจำ ลืมได้ก็สร้างใหม่ได้ ตอนนี้สองคนนั้นคงมีความสุขดี(เอ๊ะ เขียนแปลกๆ เหมือนนิยายเรื่องยาว 555555) ชอบๆ ดูซื่อๆ น่ารักดีค่ะ
    #211
    0
  4. #204 Defm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 12:40
    ฟินนน จินยองนี่ทำไรสุดโต่งจริงๆ5555 เพลงที่มาร์คร้องนี่เนื้อหาเศร้าจังเศร้าตามมาร์คเลยแต่ก็แอบสงสารวอนพิลนะโดนทิ้งมาซะอย่างนั้นเลยTT // ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆมาให้อ่านนะคะฟินมากกกกด้วย55555
    #204
    0
  5. #185 AlIIzabeTT's (@aliizabett2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 00:05
    ฮื้ออออออออ น่านักมากเหลยยย แอบสงสารวอนพิลเล็กๆ แต่ก็นะ นยองรักพี่มาร์คไปแย้วววว
    พี่มาร์คก็รับผิดชอบชีวิตนยองด้วยนะะะ ทำให้นยองเป็นได้ถึงขนาดนั้นแล้วง่ะะะ ฮึ่มมมมม
    ขอบคุณสำหรับฟิคมากนะค้าาาสู้ๆค่ะะ
    #185
    0
  6. #181 Norri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 22:46
    จินยองแค่สับสนในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ช่ายว่ารับไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไงกับตัวเองมากกว่า



    พี่มาร์คแอบรักจินยองตั้งแต่เด็ และได้มีโอกาสเจออีกครั้ง เลยไม่ปล่อยโอกาสคราวนี้ให้หลุดลอยไปอีกใช่ไหม ดีแล้วที่ทำตามความรู้สึกตัวเอง และทำให้อีกคนรู้ใจตัวเองด้วย
    #181
    0
  7. #177 LOVE LOVE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 10:55
    มาร์คชอบจินยองตั้งแต่เด็กแล้ว มาร์ครักจินยองจินยองก็รักมาร์ค เรื่องนี้มันน่ารักมากๆอะ บอกไม่ถูกว่าชอบตรงไหนของเรื่องมากที่สุดเพราะสนุกทั้งเรื่องเลย ขอบคุณมากนะคะไรท์ที่แต่งฟิคน่ารักๆแบบนี้ให้อ่าน อ่านแล้วมีความสุขมากๆคะ ชอบคู่นี้มากๆ มาร์คกับจินยอง ชอบบบบบบบบบ
    #177
    0
  8. #172 immew94 (@immew94) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 18:22
    รวดเร็วกระทัดรัดดีค่ะ เขินนะคะเนี่ย5555
    #172
    0
  9. #170 โอเลนจี ×` (@iyacup-jubjub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 16:24
    ฮ่าาาาาาาาา..คืออะไรอะ 555
    แกล้งทำเป็นเกลียดกันไม่สนใจกันตอนแรกนี้แกล้งช้ะ!!
    ได้กันด้วยอะ..อารมณ์พาไป 555
    เขินจัง..ดีนะที่รู้ตัวทันอะ :))
    #170
    0
  10. #169 hamugi (@hamugi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 07:47
    พี่มาร์คคนบ้า ขอตะโกนแบบจินยองที ฟินตัวแตกมากค๊า อ่านเนื้อเพลงแล้วน้ำตาไหลสงสัยจะอินมากไป แต่สาบกามอย่างรีดแอบอยากได้ฉากโซฟาเต็ม 5555
    #169
    0
  11. #168 Little Time (@MN_Y) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 07:23
    แหกตั้งแต่P1แล้วค่ะ แต่ละพาร์ทนี่เขินรุนแรง-///- พอมาPนี้นี่ กี๊สสส นี่มันเพลงรักชัดๆ ชอบตอนพี่มัคบอกรักนยองแลดูน่ารักแรง~ฟินแรงค่าาาาา
    #168
    0
  12. #166 BT IS REAL (@oh_kimfah) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 06:39
    มาร์คซังคนบร้าาาาาา เขินนนนอ่ะ งื้อๆๆๆ
    ปล.ไรท์ค่ะอยากได้แนวพี่มาร์คโครตเถื่อน โครตเลว โครตเจ้าชู้แล้วก้อโครตติดเซ็กส์ค่ะแล้วก้อจินยองเป็นโดนกระทำอะไรทำนองนี้ค่ะถ้าเป็นไปได้ไรท์ช่วยแต่งแนวนี้ให้อ่านสักครั้งน่ะค่ะจะเป็นบุญกับหนูมาก
    #166
    0
  13. #165 Lala-mn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 22:50
    ชอบอ่าาา ฟินมาก เป็นตอนจบที่ชอบมากเลย

    อยากให้มีเรื่องแบบนี้อีกจังเลย ชอบมากค่ะ สนุกมากเลย
    #165
    0
  14. #164 Kate_sarujii (@sarujii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 22:25
    โหยยนยยยยว จบหวานมากเลยยยยย
    ฉากอย่างว่านี่มาแบบหวานๆฟินๆให้จินตนาการเอง55555
    มัคคึ!!!!! คนบ้าทำไมไม่เล่าตั้งแต่แรกว่าเป็นใคร....
    ปล.ความเห็นเราฟิคเรื่องใหม่
    นี่อยากให้มีแนวแบบแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารักบ้าง
    แบบจินยองอดทนตามจีบพี่มัค
    แต่พี่มัคก้แอบชอบแต่ปากแข็งแต่บอกชอบแบบนัยๆไม่บอกตรงๆ
    อ๊ายยยยวยยยยย คิดละฟินนน



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2558 / 22:26
    #164
    0