What's up
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ My.iD

    Quick Message
รวมข้อความจากเพื่อนๆที่ส่งถึงเราบนหน้าเวบ
ข้อความ
9

 C O M M E N T    B o X

อยากบอกว่า :

ลงชื่อ:
พิมพ์ตัวเลข :

ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้ใช้ Qmsg ในการส่งลิงก์หรือฉากที่ไม่เหมาะสม (NC)
(หากตรวจพบนิยายเรื่องนั้นจะถูกแบนถาวร ในกรณีกระทำผิดซ้ำจะถูกแบน ID ทันที)


26 ม.ค. 60 / 13:00   [171.5.5.166]
aksaramanee บอกว่า :
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ โรมานซ์ ดราม่าค่ะ อย่าลืมแอดแฟน โวต และคอมเม้นท์นะคะ
https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1546612

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ

21 ม.ค. 60 / 12:01   [49.228.241.156]
จันทร์พันกาย บอกว่า :
#ดั่งเปลวไฟในอ้อมรัก
ตอนล่าสุดมาแย้วค่ะ กำลังเข้มขั้นเลย
๒๖. โปเกม่อนน้อยลูกแม่
ฝากด้วยนะคะ นักอ่านที่น่ารัก
https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1466767&chapter=35


11 ธ.ค. 59 / 15:55   [171.6.244.27]
aksaramanee บอกว่า :
ฝากนิยายรักดราม่าเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
ขอบคุณสำหรับแอดแฟน โวต และคอมเม้นท์นะคะ

http://my.dek-d.com/aksaramanee/writer/view.php?id=1522002


16 พ.ย. 59 / 16:01   [49.228.241.5]
จันทร์พันกาย บอกว่า :


ากนิยาย อุ่นอายรัก ไว้ในอ้อมใจของแฟนครับ ดั่งเปลวไฟในอ้อมรัก ด้วยนะคะ รักนักอ่านทุกท่านค่ะ

8 มี.ค. 59 / 11:35   [58.11.252.199]
นิลเนตร บอกว่า :
มาแล้วค่ะ ตามคำเรียกร้อง 
ตอนที่ 35 เพียงสองเรา ฉาก NC


ชะช่วยเหรอ ช่วยอะไร คิมเป็นอะไร"  

ม่านโมลีละล่ำละลักถาม คำพูดของเดนนิสอดชวนให้คิดไม่ได้จริงๆ แก้มนวลบัดนี้เห่อแดงด้วยคำพูดของเขา แต่ยังไงก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้อยู่ดี

"ช่วยดูที่หลังให้คิมหน่อย เหมือนโดนตัวอะไรกัดก็ไม่รู้" เดนนิสบอกพลางหันหลังให้เธอดู

"คะคันหลังเหรอ ไหนขอดูหน่อยสิ แล้วที่บอกว่าร้อนเมื่อกี้ล่ะ"

แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก พอรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เขาร้อน นึกอายที่ตัวเองพาลนึกไปไกลคิดว่าเขาจะร้อนด้วยเรื่องอื่น

"ก็คิมรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไง ม่านคิดไปถึงไหนเนี่ย แอบลามกอยู่ล่ะสิใช่ม้า"

อดกระเซ้าคนคิดลึกไม่ได้ จนตัวเองโดนตีหลังไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้

"แล้วไหนล่ะไม่เห็นจะมีตัวอะไรที่ว่าเลย คนบ้า แกล้งกันอีกแล้วใช่มั้ย"

"เปล่านะคิมปวดแสบปวดร้อนที่หลังจริงๆ ม่านอย่าไม่เอา ฮ่าฮ่าฮ่า"

"ไม่ต้องมาพูดเลยนะคนนิสัยไม่ดี นี่แน่ะ"

เมื่อรู้ตัวว่าถูกแกล้งเป็นครั้งที่สองของวันแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงได้แต่ระบายอารมณ์กับเขาโดยการ้ำใส่เป็นการแก้แค้น เดนนิสจึงทั้งปัดป้องทั้งพยายามวิ่งไล่ปล้ำกอดคนตัวเล็ก อีกคนหนีอีกคนตามจนเริ่มเหนื่อยยอมให้เขาจับแต่โดยดี ตอนนี้ม่านโมรีเปียกไปทั้งตัวเส้นผมเปียกลู่แนบศีรษะดูน่ารัก เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่เธอสวมบัดนี้เปียกชุ่มแนบไปกับเรือนร่างเผยให้เห็นผิวนวลภายใต้เนื้อผ้าโชว์ให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเธออย่างชัดเจนดูเย้ายวนตา เป็นภาพที่เขาไม่อยากละสายตาไปไหน และดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่รู้ตัวว่าสภาพของตนในตอนนี้มันน่ามองแค่ไหน

"อุ๊ย...อย่ามองนะ"

และเหมือนเธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าเสื้อตัวโคร่งที่เธอสวมเมื่อเปียกแล้วมันบางจนมองเห็นไปถึงไหนต่อไหน จึงเอามือกอดอกเพื่อปิดหน้าอกคู่สวยและหันหลังให้คนตรงหน้า

"ไม่ทันแล้ว เห็นหมดแล้ว ยังไม่ชินอีกเหรอ อย่าลืมสิ ชัดกว่านี้คิมก็เคยเห็นมาแล้วนะ"

"คิม เลิกพูดเลยนะ ไม่งั้นม่านโกรธจริงๆ ด้วย"

"ครับๆ ไม่พูดแล้ว คิมว่า...เราไปนั่งพักทางโน้นก่อนดีกว่านะ"

ไม่พูดเปล่าเขายังจับจูงเธอไปยังบริเวณโขดหินใกล้กันกับจุดที่เขาอยู่ แต่สามารถบดบังสายตาจากภายนอกได้ดี เพราะมีโขดหินเล็กใหญ่ขึ้นสลับกันอยู่เต็มไปหมด เขาอุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนโขดหิน ในขณะที่ตัวเองยังยืนอยู่ในน้ำเบื้องหน้าของเธอ

"ม่านรู้อะไรมั้ยที่คิมบอกว่าร้อน แล้วก็อยากให้ม่านช่วยคิมพูดจริงนะ"

พูดพลางสบสายตาเธอด้วยแววตาเว้าวอน จนม่านโมรีต้องหลุบตาด้วยความเขินอาย
"คนลามก คิดเป็นแต่เรื่องเดียวรึไงกัน" ต่อว่าเขาอย่างไม่ได้จริงจังนัก

"คิมลามกแต่กับม่านคนเดียวเท่านั้นล่ะครับ"

พูดจบก็ซุกซบใบหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นของคนตรงหน้าก่อนจะลดใบหน้าต่ำลงมายังทรวงอกอิ่มค่อยๆ ขบเม้นเบาๆ ทั้งๆ ที่ยังมีเสื้อผ้ากางกั้นเดนนิสรับรู้ได้ถึงอาการสั่นสะท้านของร่างบาง แต่ก็ยังไม่มีการต่อต้านใดๆ มือข้างที่ว่างพยายามแกะกระดุมออกทีละเม็ดจนถึงเม็ดสุดท้าย เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวโพลน ความงามตรงหน้าทำให้เขาถึงกับตาพร่า ความต้องการทางธรรมชาติของเพศชายเริ่มจู่โจมทำให้ลอบกลืนน้ำลายลงคอเพื่อพยายามยับยั้งความรุ่มร้อนในร่างกายของตัวเอง มองยังอีกคนก็พบว่ากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาไม่ต่างกัน เดนนิสอดใจไม่ไหวต้องโน้มคอร่างบางลงมาจุมพิตอย่างดูดดื่มระคนเร่าร้อนอยู่เนิ่นนาน เขาพักจังหวะให้ได้หายใจอยู่ชั่วอึดใจก็จูบเธออีกครั้ง ร่างบางตอนนี้โอนอ่อนผ่อนตามปราศจากการต่อต้าน เขาชี้นกเป็นไม้เธอก็คงจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย แต่สำนึกของเขายังอยู่คำสัญญาที่ให้กับเธอไว้ก็ไม่เคยลืมเช่นกัน แต่ความต้องการของเขาเองก็ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมเช่นกันและเขาจะต้องได้รับการปลดปล่อยตอนนี้ด้วย!!

 

"ม่านสวยไปทั้งเนื้อทั้งตัวจนคิมอดใจไม่อยู่แล้วนะรู้มั้ย"

เดนนิสต้องถอนจูบออกอย่างเสียดาย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หาบวกกับน้ำเสียงแหบพร่าอย่างไม่เป็นตัวของตัวเองของเขาสัญชาติญาณบางอย่างบอกให้เธอรู้ว่าครั้งนี้เขาไม่ได้พูดเล่นอย่างแน่นอน

"คะคิมอย่า ไม่ อะ...อุ๊ย"

"คิมไม่ทำอะไรหรอกสัญญานะครับคนดี"

และอย่างไม่พูดพล่ามทำเพลงเดนนิสที่ยังยืนอยู่ในน้ำเบื้องล่างบัดนี้ได้ซุกซบใบหน้าไปยังอกนุ่มหยุ่นของเธออีกครั้ง เขาจัดการกำจัดสิ่งกีดขวางโดยการปลดตะขอบราออกเพื่อจะได้เห็นความสวยงามอย่างเต็มตา เม็ดทับทิมสีสวยที่ประดับอยู่บนยอดอกสวยราวอัญมณีสูงค่า ทำให้เขาอดใจไม่ไหวก้มลงไปดูดชิมน้ำหวานจากเม็ดทับทิมทั้งสองข้างอย่างไม่ให้น้อยหน้ากันมือข้างที่ว่างก็ไม่ว่างเว้นช่วยกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง ร่างบางก็แอ่นอกให้อย่างลืมตัวด้วยความสยิวปนเสียวซ่านอย่างหนัก เขาดูดกลืนสลับกับขบเม้มจนพอใจ จึงละจากอกอวบโน้มคอเธอลงมาบดจูบอีกรอบ เป็นจุมพิตด้วยความเร่าร้อนด้วยความเสน่หา ก่อนจะหยุดพิศมองใบหน้านวลที่บัดนี้แดงก่ำด้วยความเขินอาย

 

"คิมพอเถอะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น"
"ไม่มีหรอก เชื่อคิมนะขออีกนิดเดียวคิมอยากให้ม่านมีความสุข"
"ความสุขอะไร ไม่เอาคิมแค่นี้พอแล้ว อุ๊ย..."

คำทัดทานดูจะไร้ผล เมื่อเขาจัดการซุกไซ้อยู่กับซอกคอหอมกรุ่นก่อนจะลดใบหน้าลงมายังอกอิ่มอีกครั้ง ใบหน้าเขาคลุกเคล้านัวเนียอยู่เพียงครู่ ก่อนจะลดต่ำลง คราวนี้ขนอ่อนบนร่างกายของเธอต้องลุกกราวด้วยความรู้สึกวาบหวามเมื่อลิ้นหน้าเลาะเล็มอยู่กับสะดือสวยของเธอ ไม่หยุดเท่านั้นใบหน้าของเขายังลดต่ำลงไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ จนกระทั่งมือหนากำลังจะรั้งแพนตี้ตัวสวยของเธอออกจากเรียวขางามเธอจึงเริ่มรู้สึกตัว

"อุ๊ย ไม่เอานะ...ไม่ถอด"

มือเรียวพยายามบดบังความงามของสตรีเพศไว้ แม้เขาจะเคยเห็นแล้วตอนที่อยู่บนเรือด้วยกัน แต่ก็เพียงแค่มองยังไม่เคยได้สัมผัส อะไรบางอย่างบอกกับเธอว่าครั้งนี้มันจะต้องมากกว่าทุกครั้งและเธอจะไม่ปลอดภัยแน่หากยอมให้เขาถอดมันออก จึงไม่ยอมให้เขาถอดออกได้โดยง่าย


"ม่านยังไม่เชื่อใจคิมอีกเหรอ"

เดนนิสมองหน้าเธอด้วยแววตาตัดพ้อ ราวกับน้อยอกน้อยใจเธอเสียเต็มประดา
"เชื่อสิ แต่ว่า"
"นะครับ คิมอยากทำให้ม่านมีความสุข"

เดนนิสอดแปลกใจไม่ได้ ม่านโมรีทำราวกับไม่เคยแต่ข้อนี้ตัดไปได้เลยในเมื่อเธอเคยแต่งงานแล้ว เวลาตั้งหกเดือนเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีอะไรกัน ถ้าไม่มีเจ้าหมอนั่นก็โง่เต็มทน เธออาจจะยังขัดเขินอยู่เพราะห่างเหินเรื่องนั้นมานานและเขานี่แหล่ะจะทำให้เธอไปพบกับมันอีกครั้ง

เมื่อเห็นเธอนิ่งไม่ปัดป้องเขาจึงเดินหน้าปฏิบัติการเล้าโลมร่างบางต่อ เสื้อผ้าอาภรณ์บรรดามี ถูกเขาดึงรั้งออกอย่างไม่ไยดีรวมทั้งแพนตี้ตัวน้อยด้วย ครั้งนี้ต่อให้เอาช้างมาฉุดเขาก็ไม่ยอมหยุดแน่ๆ เดนนิสกลับมาละเลียดลิ้นหนากับหน้าท้องแบนราบอีกครั้ง ไล่ต่ำหมุนวนลิ้นหนากับแอ่งสะดืออยู่เพียงครู่ก่อนจะไปหยอกเย้ากับเนินเนื้ออวบอิ่มที่เจ้าตัวแหนหวง แม้ม่านโมรีจะปัดป้องในครั้งแรกแต่ด้วยชั้นเชิงที่เป็นต่อของเขาทำให้เธอยินยอมในที่สุด นั่นเท่ากับเป็นการเปิดทางให้ภมรหนุ่มได้ลิ้มลองดูดชิมน้ำหวานจากรวงผึ้งสวยที่กำลังหลั่งไหลอย่างไม่ขาดสายโดยไม่รังเกียจ
ม่านโมรีบิดเกร็งด้วยความเสียวสะท้าน มือบางจากที่ต่อต้านปิดบัง กลับกลายเป็นขยุ้มเรือนผมดกหนาแทน เธอรู้สึกราวกลับร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอเพราะเดนนิสเหมือนจะรู้ใจเธอมากกว่าเธอเสียอีก เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอต้องการอะไรสักอย่างและคนที่จะช่วยเธอได้ก็คือคนที่กำลังทำอะไรกับร่างกายเธออยู่ตอนนี้นี่เอง

"คิม อ๊าา คิมจ๋า ม่านจะทนไม่ไหวแล้ว ชะช่วยด้วย อ๊า"

"รออีกนิดนะจ๊ะที่รัก"

เดนนิสละริมฝีปากจากการดื่มกินน้ำหวานจากรวงผึ้งสวย ก่อนจะละไปจูบอย่างนุ่มนวลเพื่อให้เธอได้ลิ้มรสชาติรวงผึ้งหวานของตนเอง ขณะที่ปากกำลังจูบอย่างดื่มด่ำนิ้วเรียวยาวก็กำลังโจนจ้วงเข้าไปในโพรงน้ำผึ้งหวานแทน

"อ๊ะ!!"

ม่านโมรีกระถดกายออกห่างพร้อมกับทำหน้าเหยเกเมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายตน เดนนิสชะงักไปนิดกับความคับแน่นของเธอ ก่อนจะคิดได้ว่าม่านโมรีห่างหายมานานคงจะคับแน่นเป็นธรรมดา จึงค่อยๆ ถอนนิ้วออก ก่อนจะโน้มตัวลงไปหารวงผึ้งหวานอีกครั้ง คราวนี้ทั้งริมฝีปากทั้งนิ้วทำงานช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง เสียงครางกระเส่าของเธอทำให้เขารู้ว่าเธอกำลังสุขสมมากเพียงใด

"คิม มะไม่ไหวแล้ว อ๊า อร๊ายย"

ร่างบางบิดเกร็งสะท้านมือกำจิกไหล่หนาแน่นกดเล็บสวยลงไปจนเดนนิสรับรู้ถึงความเจ็บปวดได้แต่กัดฟันข่มความเจ็บปวด ม่านโมรีรู้สึกราวกับร่างของเธอถูกส่งขึ้นและได้ไปไต่แตะกับท้องฟ้าอันสว่างไสวเรืองรองด้วยดวงดาวเรียงรายนับร้อยนับพันดวง ไม่น่าเชื่อว่าเดนนิสจะทำให้เธอสุขสมได้เพียงมือและปากของเขา โดยไม่ได้ล่วงล้ำในตัวเธอสักนิดเขาทำราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ปาน นี่สินะความสุขที่เขาบอก ความสุขของเพศรสที่เธอไม่เคยพานพบ และก็เป็นเขาที่เป็นคนมอบให้กับเธอเป็นคนแรกและคนเดียว

 

นัยน์ตาหวานฉ่ำปรือกับปากที่บวมเจ่อของเธอทำให้เขาอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมอบจูบให้กับเธออีกครั้ง ลูบเส้นผมเธออย่างรักใคร่และกดจมูกลงบนแก้มนวลแรงๆ อีกครั้ง ดึงร่างบางเข้ามากอดแนบชิด นึกแปลกใจตัวเองไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนเรียกร้องเอาจากเธอแท้ๆ แต่กลายเป็นว่าเป็นเขาเองที่มอบความสุขสมให้กับเธอแม้เขาจะทรมานเพียงใดก็ตามแต่เพียงเห็นคนรักมีความสุขเขากลับลืมความทรมานนั้นไปได้ชั่วขณะเช่นกันและดูเหมือนมันจะลดลงไปเรื่อยๆ ถ้าจะไม่ถูกปั่นขึ้นมาจากร่างบางตรงหน้าอีกครั้งช่างไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟอยู่

"คิม แล้วคิมล่ะ"

ม่านโมรีทำใจกล้าถามเขาออกไปเธอเคยอ่านในหนังสือมาบ้างว่าผู้ชายเวลามีความต้องการจะเจ็บปวดเพียงใดหากไม่ได้รับการปลดปล่อย ดูจากเป้ากางเกงที่ดุนดันขึ้นมาเธอก็รู้ว่าเขาก็คงกำลังต่อสู้กับความรู้สึกนี้อยู่ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเอาเปรียบเขาอยู่

"คิมไม่เป็นไรม่าน ไม่เป็นไร มะ...ม่านจะทำอะไร"

เมื่อเห็นอีกคนฝืนร่างออกจากอ้อมแขน ก่อนจะลงจากโขดหินมายืนอยู่เบื้องหน้าเขา ก็อดจะใจเต้นไม่ได้เพราะเธอไม่เพียงยืนเฉยเพียงอย่างเดียวแต่กลับโน้มลำคอเขาลงเพื่อมอบจุมพิตหวานให้เป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มก่อน แม้จะเป็นจูบที่ไม่ประสีประสาแต่ก็ทำให้เขาสุขใจยิ่งนัก

ทางด้านม่านโมรีแม้เธอจะอายเพียงใดแต่ในเมื่อเขาทำให้เธอมีความสุข จึงอยากจะตอบแทนเขาบ้างแม้จะไม่เคยปฏิบัติ แต่ภาคทฤษฎีเธอมีเต็มเปี่ยม เธอจัดอยู่ในจำพวกชอบเพ้อฝัน เธอชอบอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจ และก็เป็นนิยายรักเสียด้วย เห็นทีจะได้เอามาใช้ก็วันนี้เอง

"อ๊าา ม่านจ๋า ม่านที่รัก" 

เดนนิสครวญครางเรียกชื่อเธอด้วยความเสียวซ่านเมื่อเธอทำทุกอย่างเหมือนที่เขาทำกับเธอตั้งแต่ซุกไซ้ซอกคอหนาไปจนดึงดูดดึงยอดอกสีน้ำตาลอ่อนของเขา จนเรียกเสียงครางกระเส่าของคนตัวโตได้ ม่านโมรีละริมฝีปากจากยอดอกของชายหนุ่ม ก่อนจะทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิดเมื่อเธอก้มลงรูดกางเกงของเขาลงจนมังกรตรงหน้าผงาดง้ำท้าทายสายตา ม่านโมรีถึงกับผงะกับความใหญ่โตตรงหน้า เพิ่งเคยเห็นของจริงก็คราวนี้เอง
"ม่านก็จะทำให้คิมมีความสุขเหมือนกัน" เมื่อเห็นสายตาตั้งคำถามของเขาราวกับจะถามเธอว่า 'เอาจริงเหรอ' จึงบอกออกไปด้วยความมั่นใจ  มือเรียวกอบกุมความใหญ่โตตรงหน้าก่อนจะขยับขึ้นลงช้าๆ อย่างเก้ๆ กังๆ เมื่อเห็นใบหน้าเหยเกของคนตัวโตจึงยิ่งได้ใจ ขยับเร่งความเร็วขึ้นอีกเป็นจังหวะจนเรียกเสียงครางของเดนนิสได้อีกครั้ง

"ม่านจ๋าเร็วอีกนิดที่รัก เร็วอีก อ๊าา" ในที่สุดเธอก็ส่งเขาถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไปติดๆ เดนนิสให้รางวัลคนตัวเล็กโดยการมอบจุมพิตหวานล้ำให้กับเธอ

"ขอบคุณนะครับ ตอนนี้ขอมัดจำแค่นี้ก่อน แต่ถ้าแต่งงานกันแล้ว คิมจะทบต้นทบดอกเลยคอยดู"
ม่านโมรีไม่ตอบแต่กอดเขากระชับแนบแน่น จมูกคมกดลงบนกระหม่อมบางเป็นการขอบคุณ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา สองร่างกกกอดหยอกล้อกันท่ามกลางความสวยงามของธารน้ำตกใส จนเย็นย่ำพระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าจึงจับจูงกันกลับไปยังเต็นท์ที่ชายหนุ่มกางรอไว้ตั้งแต่ตอนเช้าเพื่อนอนดูดาวบนฟากฟ้า

ตกค่ำทั้งสองคนรับประทานอาหารเย็นด้วยกันบนหาดทรายสวย แม้จะได้รับเชิญจากหัวหน้าหมู่บ้านให้ไปร่วมรับประทานอาหารร่วมกันแต่เขาอยากมีความทรงจำร่วมกับเธอบนเกาะแห่งนี้เพราะพรุ่งนี้เขาและเธอต้องกลับไปเผชิญกับความเป็นจริง จึงปฏิเสธไมตรีไป กระนั้นหัวหน้าหมู่บ้านยังให้คนจัดส่งข้าวปลาอาหารมาให้ทั้งคู่ถึงที่

"ไปทำอะไรไว้ ชาวบ้านเค้าถึงได้ทั้งรักทั้งชื่นชมคิมขนาดนี้"

“ไม่มีอะไรหรอก สงสัยเค้าชอบคนสวยๆ มั้ง ปกติคิมมาคนเดียวก็ไม่เห็นเค้าจะมาเทคแคร์ขนาดนี้เลย"

เดนนิสตอบยิ้มๆ เขาไม่ได้เล่าให้เธอฟังว่าเป็นเขาเองที่นำความเจริญมายังเกาะนี้ เครื่องปั่นไฟที่ชาวบ้านใช้อยู่ก็เป็นเขาที่ให้คนจัดหามาให้และให้สัญญาว่าตราบใดที่เขายังเป็นผู้บริหารของชิโรคอฟกรุ๊ปอยู่เกาะนี้จะเป็นบ้านของพวกเขาตลอดไป จะไม่มีนายทุนหน้าเลือดที่ไหนมาใช้ที่ดินของพวกเขาเพื่อตักตวงผลประโยชน์ใส่ตัวเองแน่อย่างแน่นอน และอีกหลายๆ อย่างที่นายหัวคนนี้ทำให้พวกเขาอีก แค่นี้จึงนับว่าน้อยไป ม่านโมรีเองก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรจัดการรับประทานอาหารที่ชาวบ้านให้มาอย่างตั้งอกตั้งใจ

เมื่อมื้ออาหารค่ำผ่านพ้นเขาจับจูงพาเธอเดินเล่นริมหาดทรายสวยรอบเกาะได้สักพักจึงเดินกลับมายังเต็นท์ที่จะใช้เป็นที่นอนดูดาวในค่ำคืนนี้แทนที่จะเป็นห้องนอนสุดหรูบนเรือยอร์ช

"วันนี้คิมมีความสุขมากเลยนะรู้มั้ย จะเป็นยังไงนะถ้าเราสองคนได้อยู่ที่นี่ด้วยกันไปตลอดชีวิต"

"อืม ก็ดีสิ" ม่านโมรีตอบเสียงเบา ตอนนี้เธอรู้สึกว่าถูกความง่วงงุนเล่นงานเข้าให้แล้ว หลังจากนอนดูดาวด้วยกันจนดึกดื่น เธอนอนหนุนแขนเขาต่างหมอน แขนเรียวพาดกอดกายแกร่ง เดนนิสชี้ชวนให้เธอดูดาวดวงนั้นดวงนี้จนเพลินตา จากความตื่นเต้นในตอนแรกๆ เวลานี้กำลังถูกแทนที่ด้วยความง่วงแทน จนตาเธอแทบจะปิดอยู่แล้ว ขณะนี้ชายหนุ่มพูดอะไรเธอแทบจะไม่ได้ฟังซะด้วยซ้ำ

"แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเราต่างก็ต้องมีภาระหน้าที่"

"อือ"

"สัญญาได้มั้ยว่ากลับไปเราจะเป็นเหมือนอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราสองคนจะไม่ปล่อยมือกันและกัน"   เดนนิสยังคงพูดต่อยังไม่รู้ตัวว่าคนข้างกายแทบจะไม่รับรู้คำพูดของเขาด้วยซ้ำ

"อืม"  เสียงตอบรับเริ่มเบาลงเรื่อยๆ

"คิมดีใจนะที่เราสองคนมีวันนี้จนได้ คิมรักม่านนะรักมากด้วย"

"---"
                ไร้สัญญาณตอบรับเพราะบัดนี้คู่สนทนาได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว

"ม่าน โธ่เอ๊ยหลับไปซะแล้ว สงสัยคงเพลีย หึหึ"

เดนนิสกอดกระชับคนในอ้อมแขนไว้แน่นด้วยความรัก อยากลงโทษคนที่ชิงหนีหลับไปเสียก่อนนัก ไม่รู้ว่าจะได้ยินประโยคสุดท้ายที่เขาหรือเปล่า แต่จะเป็นไรไปหากว่าเธอไม่ได้ยิน เขาก็ยินดีจะบอกกับเธอในทุกๆ วัน เอาจนขี้เกียจฟังกันไปเลย เพราะเขารู้ว่าเวลากว่าห้าปีที่ต้องจากกันกันเขาทรมานมากแค่ไหน เดนนิสกดจมูกโด่งลงบนเรือนผมหนานุ่มของเธอก่อนจะผล็อยหลับตามเธอไปในเวลาต่อมา
 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบคุณที่ให้การติดตามนัก(หัด)เขียนคนนี้ด้วยนะคะ
ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ


13 ก.ย. 58 / 19:10   [171.96.171.78]
Kthicha Tonkhow บอกว่า :
สองวันสุดท้ายแล้วนะคะ ใครสนใจจองหนังสือ สั่งซื้อได้เลยค่ะ จัดส่งสิ้นเดือนนี้นะคะ


21 ส.ค. 58 / 09:45   [171.96.170.175]
Kthicha Tonkhow บอกว่า :
แปะเจ้าสาวจองจำรักตอนใหม่แล้วนะคะ

17 ก.ค. 58 / 15:25   [1.47.103.55]
รริศา บอกว่า :

ไร้เสียงเล็ดลอดผ่านแนวกำแพงฟัน แต่หญิงสาวกลับเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง สบประสานกับแววตามรกตของเขาที่มองอยู่ก่อน แววตาซ่อนกลัวระแวงภัยของเธอที่ส่งผ่านทำให้คนมองอดเอ็นดูไม่ได้ ความรู้สึกแปลกๆ ที่ก่อตัวขึ้นเพียงไม่กี่นาทีที่ได้สัมผัสด้วยตา หลงใหลอยากอ่อนโยนทะนุถนอมขึ้นมามากกว่าเดิม

ชายหนุ่มกดริมฝีปากหนักลงบนหน้าฝาก ลากไล้เรื่อยลงมายังแนวคิ้วโก่งสีเข้ม ปิดเปลือกตานุ่มเนินนานหนักหน่วงราวกับย้ำปักกั้นอาณาเขต ขยับริมฝีปากอุ่นมาถึงสันจมูกกับสองนวลแก้มเนียนนุ่ม ตรีตราทุกอณูมาหยุดอ้อยอิ่งที่ริมฝีปากอิ่มเนิ่นนานและเลื่อนลงไปยังซอกคอระหง ก่อนที่เขาจะใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือเชยปลายคางมนของหญิงสาวขึ้นมองสบตา และโน้มริมฝีปากจรดแนบชิดลงไปอีกครั้งอย่างนุ่มนวล...

อลันเลื่อนมืออีกข้างไปเลื่อนลงไปบดคลึงสะโพกผายใต้ร่มผ้าบางพริ้ว

มือของลลินเลื่อนวางบนหลังมือของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทุกอย่างจะล่วงเลยมากไปกว่านั้น

“ไม่นะคะ”

“นิดเดียว” มือหนาของเขายักซุกซน เลื่อนไล้ไปผนผืนผ้าบางเบาที่กางกั้นนวลเนื้อกับปลายนิ้มสาก

หัวใจดวงน้อยลอยละล่อง สัมผัสอ่อนหวานกับจุมพิตที่นุ่มนวลเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอาใจใส่ ลลินเผลอบิดตัวตามความเรียกร้องของร่างกายที่ไม่อาจต้านทาน เปิดปากตอบรับการครอบครองอันหนักหน่วงของเขา ลิ้นสากร้อนของอลันล่วงรุกเข้าไปร่ายเร้าแทบจะทันที บ่งบอกให้รับรู้ถึงความปรารถนาในกายหนุ่ม

...ได้โปรด...อย่า...เสียงหวานกระซิบแผ่วเล็ดลอดออกมา ขณะที่ปฏิกิริยาทางร่างกายตอบรับสวนทางกับคำพูด เอนกายลงนอนตามแรงโน้มนำของอีกฝ่าย

“อย่าหยุดใช่ไหม” เสียงของชายหนุ่มบอกเล็ดลอดแนวฟันที่ขบเม้ม เข้าข้างตัวเองอย่างที่สุด

ไม่มีเสียงขับขานตอบรับหรือปฏิเสธ หากแต่เขาก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง เธอคงรู้สึกไม่แตกต่าง เขากดตัวหญิงสาวลงบนความอ่อนนุ่มที่รองรับตัว วัตถุที่ออกแบบมาอย่างดีเยี่ยมสำหรับการนอนพักผ่อน

หากแต่เขากลับไม่ได้รู้สึกอยากพักให้หลับสบายเหมือนผู้ผลิตสร้างขึ้น

“ฮือ...” เสียงครางแผ่วหวิว ตามสัมผัสพลิ้วหวานที่เขามอบให้

ความปิติเร้าระทึกเต้นระริกอยู่ในดวงตาคมเมื่อได้ยินเสียงหวาน มือหนาที่บดคลึงเลื่อนสอดลงที่ขอบกระโปรงที่รั้งขึ้นถึงโคนขาเนียน พร้อมกับเลื่อนผ้าผืนตัวบางให้ยกพ้นตัว

หากแต่กลับติดกระดุมเม็ดเล็กที่ปลายปกเสื้อด้านหลัง สองมือหนาทำงานร่วมกันเป็นทีมราวถูกฝึกปรือมาอย่างดี กระดุมเม็ดจิ๋วสีเหลืองนวลหลุดร่วงกระเด็นนลงพื้นเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เผยเนินอกสร่างปริ่มน้ำชวนมอง มืออีกข้างรั้งบั้นท้ายงามให้แนบชิดกับตัว รสจูบที่ปรนเปรอเริ่มรุนแรงลุกลามขึ้นตามไฟอารมณ์

ลำขาแกร่งดันเรียวให้แยกออกจากกัน เพื่อรองรับลำตัวของเขาที่แทรกเข้าไปกึ่งกลางเรียวขาเสลา มือใหญ่โอบรอบเอวคอดอย่างหวงแหน มืออีกข้างค่อยๆ สัมผัสแตะไล้สัมผัสผิวหญิงสาว ความนุ่มลื่น เนียนละมุนของผิวเนื้อฉ่ำ ทำให้อลันไม่รู้สึกตะขิดตะขวางใจที่จะแตะต้องสำรวจตรวจตราลึกซึ้งกว่าที่เป็นอยู่

หญิงสาวหนีบหดสองเรียวขาของตัวเองเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ความอายที่มากกว่าความรู้สึกอื่น

“ที่รัก...ได้โปรด”

ชายหนุ่มต่อรองเสียงแหบพร่าครางงึมงำ พยายามดึงรั้งให้กาวออก เรียวฟันขาวขบเม้มริมฝีปากอิ่ม หยอกเย้าสอดลิ้นหนาสำรวจแนวกำแพงฟัน  เปิดประตูเมืองดูดกลืนน้ำหวานซ่านละมุน

ชายหนุ่มไล้มือตามร่องอกสอดลงไปใต้แผ่นหลังเนียน แตะไต่ผิวนุ่มอย่างเบามือ ย่องเบาปลดตะขอบราตัวน้อยให้เลื่อนหลุด เผยเนินอกสล้างสาวแรกรุ่นขบเผาะอวดสายตา

เรียวปากอุ่นโฉบพลิ้ว ขบเม้มดูดกลืนราวทารกหิวกระหาย  แนวเรียวขนชูชันตั้งรับเหมือนหญ้าแห้งได้รับไอฝน เลือดในกายวิ่งพล่านพร้อมพุ่งรบทำศึก

หญิงสาวใต้ร่างอารมณ์หวามไหวไปกับลีลารักของเสือหนุ่มอย่างเขา กาวงสาวอย่างเธอถูกไล่ต้อนให้จนมุม แต่เธอก็พยายามเรียกสติสุดท้ายของตัวเองคืนกลับมา เปล่งเสียงแผ่วหวิวออกมาอย่างยากเย็น

“อย่าค่ะ...คุณอลัน” เสียงห้ามหวานกังวานในโสตราวเสียงเรียกร้องให้ชายหนุ่มฮึกเหิมเพิ่มทวีคูณ วินาทีนี้ไม่มีอะไรมาหยุดความต้องการของร่างกายไว้ได้

“หืม...ผมขอนะคนดี...” เพียงคำขอสุดท้ายที่หลุดออกจากปากหยักของเขา พร้อมกับเสื้อเชิ้ตชุดลำลองสีขาวของเขา กางเกงตัวยาวเข้าชุดกันของชายหนุ่มปลิวหวือร่วงกองเคียงคู่กับชุดแซกสีมรกตของเธอ ร่วมเรียงนอนเคียงกันบนพื้นพรมสีกำมะหยี่

คุณสวยเหลือเกินอลันถามเสียงพร่า พลางโน้มกายลงมาใกล้อีกนิด หญิงสาวนิ่วหน้าบีบไล่ความรู้สึกอัดอั้นอยากที่จะอธิบายในตัว จะให้เธอหน้าด้านตอบรับเขาได้อย่างไร

“คุณรู้สึกไม่ต่างจากผมใช่ไหม คุณอยากให้ผมทำมากกว่านี้ บอกผมสิ!

หญิงสาวส่ายหน้าแทนคำตอบ

“แต่ร่างกายคุณบอกผมอย่างนั้น”

หญิงสาวปรายตามองอย่างเขินอาย เธอจะปฏิเสธได้อย่างไรในเมื่อร่างกายเธอไม่อาจต้านทานเขาได้ แต่เธอก็อายมากเกินพอที่จะเรียกร้องหรือบอกเขาไป

เพียงแค่นั้นก็เรียกรอยยิ้มที่ซ่อนไว้ในดวงตามรกต อลันเลื่อนตัวลงจูบยอดทรวงอกอิ่มสร่างเป็นรางวัล ตวัดปลายลิ้นหมุนวนหยอกเอิ้น ดูดกลืนดับความกระหายหิวของตัวเอง เนื้อนิ่มช่างหอมหวานชวนดูดดื่มราวกับว่าเขาจะไม่มีวันอิ่มเอม

ลลินสูดลมลมหายใจเข้าปอด แอ่นตัวตอบรับสัมผัสซ่านสยิวแทนคำตอบ

ชายหนุ่มก้มลงอีกครั้ง ตั้งใจลากปลายลิ้นอุ่นผ่านช่วงลำตัวนุ่มลื่นราวน้ำนม หยุดเชยชมความหอมนุ่มของนวลผิวเนื้อใต้สะดือเนิ่นนาน จนหญิงสาวเผลอครางออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“อืม...คุณอลัน”

อลันหยอกเย้าเนินเนื้ออูมอิ่มภายใต้กลุ่มแพรไหมนุ่มลื่นอย่างจงใจให้อีกคนร่ำร้องอ้อนวอน ชายหนุ่มฝังจุมพิตหนักหน่วง

หญิงสาวกัดฟันแน่นและยังคงส่ายหน้าทั้งที่ลมหายใจขาดเป็นห้วง ไม่อาจต้านทานความต้องการของตัวเองได้สักนิด

อลันขมวดคิ้วมุ่น มองคนตรงหน้าเป็นประกาย กิริยาเป็นธรรมชาติไร้การปั้นแต่งยามนี้ทำให้เขาเกิดอาการหวงแหนเพิ่มขึ้นไป ไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนได้เห็นและได้สัมผัสลลินอย่างที่ได้เห็นและสัมผัสในตอนนี้

เจ้าของร่างสูงเลื่อนตัวลงนอนซ้อนด้านหลัง ส่งมือขวาบดคลึงสะโพกผายเลื่อนเลยไปบนเนินเนื้อด้านบน สอดขาเข้าเกี่ยวเรียวขาให้แยกออก กดนิ้วใหญ่หยอกเอินนวลเนื้อนุ่ม

มืออีกข้างสอดใต้ลำคอโอบรอบอย่างหวงแหน ก่อนที่จะไถลมือข้างที่อยู่บนหน้าอกวกกลับไปแตะต้องรอยจุมพิตของตัวเองเมื่อครู่อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วใหญ่ค่อยบรรจงคลี่แย้มอย่างหยอกเย้า ดวงตาคมหรี่มองดวงหน้าหวานหยาดเยิ้ม

“พอไหมที่รัก”

ลลินหลับตาพริ้มรอรับบทเรียนที่เขากำลังจะมอบให้อย่างเต็มใจ ริมฝีปากขบเม้มครางเสียงแผ่ว ขาข้างที่เป็นอิสระเหยียดเกร็ง สองมือเล็กกำแน่นจิกผืนผ้าสีขาวระบายความซ่านสยิว กายสาวบีบรัดต่อต้านการรุกรานแปลกใหม่แต่ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆ คายน้ำหวานออกมาตามรอยสัมผัสปรนเปรอ

อลันเบียดตัวเขาหา ซุกแทรกกล้ามเนื้อที่แข็งขืนถูไถไปตามซอกขานุ่ม

อืม...อลันครางเสียงพร่าไม่สามารถบังคับกระแสเลือดวิ่งพล่านในร่างกายและรอคำเว้าวอนที่ออกจากปากหญิงสาวได้

อวบอิ่มผสานกลิ่นหอมของเนื้อสาวที่รัดแน่น ยิ่งทำให้กระแสเลือดในกายอุ่นวิ่งพล่านอยากลิ้มลอง เพราะขนาดปลายนิ้วยังรู้สึกอึดอัดมากมายขนาดนี้

“ทูนหัวของผม...ผมอยากรักคุณ” เสียงกระเส่าที่เล็ดลอดผ่านไรฟัน ทำให้คนตัวเล็กกว่าไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่เรียกร้อง

ลลินผ่อนลมหายใจหนักให้กับเสียงที่เปล่งออกมาหลังจากปลายนิ้วใหญ่ถอดถอน เธอไม่ได้ตอบรับคำขอของเขา แต่ร่างกายกลับทรยศผวาเข้าหาเหมือนเป็นการตอบรับและเชื้อเชิญได้เป็นอย่างดี

ลลิน...อลันโน้มกายเข้าหาร่างอวบอิ่มอีกครั้ง กระแสเลือดร้อนฉ่าในกายสั่งให้เบียดร่างเข้าหาความเนียนละมุนของผิวเนื้อสาวทันที สองแขนรวบโอบเอวบางแนบกับลำตัว กดตัวหญิงสาวให้โค้งรับสัมผัสกับอ้อมกอดอ่อนโยนหวงแหนอย่างที่ไม่เคยโอบกอดใคร

คุณก็ต้องการผมใช่ไหมชายหนุ่มยกคอขึ้นถาม กดสะโพกเข้าหา

ลลินเบือนหน้าหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่จับผินกลับมาสู้สายตาสีนิลอีกครั้ง

เรือนร่างบิดเป็นเลขแปด เรือนกายเขายังผูกติดทางด้านหลัง แต่ใบหน้าของเธอกลับถูกเขาเชิดให้เงยสบตา หญิงสาวไม่กล้าพอที่จะสบตาคมและเลือกที่จะปิดเปลือกตาลงหนีแววตาเหยี่ยวคู่นั้น แต่พอหลับตาเขาก็ก้มลงจูบเปลือกตาหนัก เมื่อยิ่งดิ้นรนและทำท่าจะหันหน้าหนีอีกครั้ง อลันก็ดักไว้ด้วยจุมพิตหนักหน่วงกระซิบเสียงกระเส่า

คุณไม่ต้องตอบ...ขอเพียงร่างกายคุณไม่ปฏิเสธก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับผม...ผมต้องการคุณ...ตอนนี้...เวลานี้...ทูนหัวชายหนุ่มถดถอยร่างกายออกจากเรียวขา

สองแขนช้อนใต้ร่างงามยกขึ้นนอนหงายเกี่ยวขาแยกออก มังกรผงาดพร้อมรบและฝังรอยความทรงจำแรกที่แสนหวานให้แม่สาวจอมยั่ว ความนุ่มหยุ่นละมุนละไมแนบชิดอกแกร่งจนแทบจะผสานเป็นเนื้อเดียว ไออุ่นจากเรือนกายไม่ร้อนรุ่มเท่ากองไฟในอารมณ์ที่สั่งสมมานานสามวันเต็ม

กรงเล็บแข็งจิกฝังลงบนแผ่นหลังหนาระบายความเจ็บปวดในร่างที่ราวกับว่ามันกำลังแหลกสลายไปตอนนี้ วินาทีนี้ ใบหน้าเหยเกของเธอบ่งบอกถึงความรู้สึกของเธอได้ดี แม้จะเคย แต่ความสดของเวลาที่ผ่าน ความเจ็บปวดก็ยังทิ้งร่องรอยหลงเหลือเต็มเปี่ยม

ริมฝีปากอุ่นของอลันแนบลงบนริมฝีปากเนียนนุ่มอีกครั้ง จูบปลอบโยนของเขาสามารถลบรอยปวดร้าวได้อย่างสิ้นเชิง ความเจ็บปวดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความซ่านซ่านอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เจ้าของร่างโปร่งในวงแขนชายหนุ่มไหวสะท้าน ลุ่มหลงอยู่ในวังวนแห่งสัมผัสหวามไหวจนดิ้นไม่หลุด คล้อยตามบทพิศวาสแสนหวานที่เขามอบให้อย่างล่องลอย

ลีลารักพลิ้วสะบัดเสียงลมหายใจหอบถี่ดั่งเสียงพิณขับกล่อม เม็ดเหงื่อผุดออกตามไรขนทุกอณู แม้เครื่องปรับอากาศยังทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม ชายหนุ่มโอบกระชับอ้อมกอดรั้งร่างภรรยาเข้ามาแนบชิด กดจมูกโด่งบนแผ่นหลังเนียนอย่างหวงแหน ตราประทับที่เขาตีจองทุกอณูเนื้อ

วินาทีแห่งรสพิศวาสที่ห้วงสุขสมอย่างที่เธอรอคอย เขาเร่งเร้ากระชันถี่ แต่เพียงเสี้ยวนาทีที่เธอจะแตะต้องผ่านพ้นเส้นทางสีรุ้ง

“อือ...คุณอลัน

เท่านี้พอมั๊ยทูนหัวอลันครางเสียงพร่าทั้งอิ่มเอม สุขสมเคล้าความภาคภูมิ กดริมฝีปากแนบริมฝีปากอุ่นเก็บกลืนเสียงร้องของหญิงสาว แล้วค่อยไซ้ปลายจมูกโด่งไปกับแก้มเนียนกัดฟันกระซิบ คำถามมาพร้อมกับแรงกระแทกเป็นจังหวะ คนใต้ร่างตอบได้เพียงเสียงครางเรียกชื่อเขาเท่านั้น

อืม...คุณ... หญิงสาวร้องเสียงแผ่วสุขสม ครั้งแรกที่เธอยอมอายหลุดปาก แต่ความสุขที่เขาปรนเปรอก็มีมากกว่า ปล่อยมือที่โอบรัดต้นคอให้ตกลงข้างลำตัวหลังจากเธอเกี่ยวก้อยสายรุ้งมาครอบครองอย่างสมใจ

 

ได้รับแล้ว แจ้งกลับหน้าวอลด้วยนะคะ


 

ฝากอีกเรื่องค่ะ
ผัวเงินผ่อน

ชายหนุ่มหันหน้ามามองคนหลับยิ้มๆ  เพิ่งรู้ว่าผู้หญิงข้างๆ กลัวการนั่งเครื่องบินถึงขนาดต้องพึ่งยานอนหลับอ่อนๆ แม้ว่าเวลาบินจากกรุงเทพไปภูเก็ตจะสั้นแค่คืบ ถ้าเขาไม่ตามมาก็ไม่รู้ว่าหล่อนบอบบางเพียงใด ภายใต้ภาพภายนอกของหญิงแกร่ง แต่เธอก็ต้องการการปกป้องจากใครซักคน

คอของเธอขยับไปตามจังหวะของเครื่องบินตกหลุมอากาศ ชายหนุ่มใช้มือรั้งศีรษะเธอมาซบที่หัวไหล่ตัวเอง สอดแขนไพล่หลังเธอเหมือนกำลังโอบเอาไว้ ยกมืออีกข้างปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอออก

 เก็จมณีขยับกายด้วยความเมื่อยขบ ทว่าไออุ่นจากร่างหนา อ้อมแขนแข็งแรงยังกกกอดรัดร่างเธอกระชับชิดเหมือนกลัวจะหนีหายไปจากเขา หญิงสาวกอดท่อนแขนที่วางพาดทับลำตัวเธอเอาไว้ โดยที่ไม่รู้ตัวสักนิดว่าเจ้าของแขนนั่งมองเธออยู่ ถามตัวเองว่าเธอเป็นผู้หญิงประเภทไหนถึงได้รู้สึกดีกับผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่สามี แต่ถึงตอนนี้เธอยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ จนกระทั่งเครื่องแลนดิ้งลงจอด

“คุณเก็จมณี” ชายหนุ่มเขย่าตัวปลุกหญิงสาว

“ถึงแล้วหรือคะ ขอนอนต่อได้มั๊ย” หญิงสาวงัวเงียตอบ ทั้งที่ตายังไม่เปิดขึ้นมอง

“งั้นไปเช่าโรงแรมนอนกันเลยดีกว่า” ชายหนุ่มเย้า แต่อีกคนกลับคิดไปอีกอย่าง

“อร๊าย...หื่นไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่”

“ผมเห็นคุณง่วงนอน ก็แนะนำให้ไปเปิดโรงแรมนอนแค่นั้น คุณคิดอะไรอยู่เนี่ย ผมไม่อยากเป็นชู้กับเมียชาวบ้านหรอกนะ”

คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าคนฟังหม่นลง เธอแกะมือเขาออกแล้วขยับตัวลุกนั่งในท่าที่สบาย ขณะที่ล้อของเครื่องบินยังคงเลื่อนไปตามรันเวย์ไปเรื่อยๆ ไฟสัญญาณเตือนยังไม่ดับ เพราะฉะนั้นผู้โดยสารจึงลุกออกจากที่นั่งไม่ได้

“ผมขอโทษ”

“คุณพูดถูกค่ะ คุณไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกับเมียชาวบ้าน แยกกันที่สนามบินเลยนะคะ แล้วฉันจะจ่ายค่าตั๋วกับค่าเสียเวลาคืนให้”

จังหวะไฟสัญญาณเตือนดับลง ล้อเครื่องบินหยุดชะงัก พนักงานด้านนอกที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในลานกำลังลากเลื่อนบันไดมารอรับที่ประตูทางออก

ชายหนุ่มหันกลับมามองหน้าหญิงสาวอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ครั้งที่สองที่เขาดูถูกน้ำใจด้วยเงิน

“นี่คุณประเมินค่าของคนที่ลางานหลายวัน ตามคุณมาด้วยความเป็นห่วงด้วยเศษเงินของคุณหรือ ถ้าคุณคิดอย่างนั้นผมก็ขอโทษที่บางอย่างในตัวผมจะสื่อให้คุณเข้าใจว่า...ตัวของผม ใจของผมแลกได้ด้วยเงิน ขอให้คุณโชคดีนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ลุกออกไปทันที

“คุณพายุ” หญิงสาวร้องตาม แต่เขาไม่มีทีท่าจะหันกลับมาสักนิด เธอเห็นเขาเดินลงบันได และก้าวยาวๆ อย่างเร็วตรงไปยังอาคารผู้โดยสารที่อยู่ไม่ไกล

เก็จมณีถือกระเป๋าถือของตัวเองวิ่งตาม แต่พอถึงอาคารเธอก็ไม่เห็นเขาแล้ว

เก็จมณีเดินไปย่อตัวลงนั่งบนที่นั่งตรงร้านกาแฟในสนามบิน เธอสั่งกาแฟแล้วหยิบโทรศัพท์มาเปิดหาโลเคชั่นตำแหน่งของโรงแรมที่จะไป สลับกับปิดปากหาวฤทธิ์ของยานอนหลับคงยังไม่หมด เปลือกตาของเธอถึงได้ดึงให้โน้มลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกเรื่อยๆ แบบนี้

ยังไม่ทันที่กาแฟซึ่งสั่งไปไม่นานจะมาเสิร์ฟ มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ก็ตกลู่ลงข้างตัว พร้อมกับศีรษะของเธอพับลง ยังดีตรงที่เธอนั่งเป็นโซฟาสูง สามารถบังตัวคนนอนเหมือนนั่งได้ไม่น่าเกลียด

พนักงานประคองถาดกาแฟมาเสิร์ฟ แต่คนสั่งกลับนั่งคอพับอยู่ตรงนั้น หญิงสาววางถาดลงบนโต๊ะแล้วจะเดินอ้อมมาปลุก แต่มือใหญ่ของใครบางคนก็แตะไหล่เอาไว้เสียก่อน

“ภรรยาผมเองครับ พอดีเธอเหนื่อยจากการเดินทาง ผมดูแลเอง” พายุปดพนักงานคำโต แม้หล่อนจะว่าต่อเขาอย่างไร กลับรู้สึกห่วงอยู่ดี

“ค่ะ” พนักงานสาวรับคำ เชื่อตามที่ชายหนุ่มบอก หล่อนวางแก้วกาแฟเย็นไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะเดินออกไป

“อ่อ...น้อง” พายุเรียกเอาไว้

“ค่ะ”

“ขออเมริกาโนเย็นให้พี่แก้วหนึ่งครับ แล้วก็น้ำมะนาวปั่นอีกแก้ว”

“ได้ค่ะ” พนักงานสาวโค้งรับและเดินจากไป

ชายหนุ่มย่อตัวลงข้างๆ คนหลับ แล้วช้อนใต้ลำคอของเธอมาซบที่หัวไหล่หนาของตัวเอง  ก่อนที่จะใช้มืออีกข้างกดโทรศัพท์เพื่อค้นหาที่พักไปด้วย

เกือบหนึ่งชั่วโมงที่หญิงสาวหลับเต็มตา เธอปรือตาขึ้นมองอีกครั้งอย่างงงๆ ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงได้หลับได้ลึกขนาดนี้ แต่สิ่งที่เธอแปลกใจหนักกว่าเดิมคือกลิ่นกายที่คุ้นเคย ซึ่งคงไม่ใช่ใคร

“คุณมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” เธอเอ่ยถาม

เขาไม่ตอบแต่ยื่นแก้วน้ำมะนาวปั่น ที่น้ำแข็งละลายไปหมดแล้วให้เธอ ยังดีที่ยังคงความเย็นเอาไว้

“อะไร”

“ดื่มก่อนจะได้สดชื่น”

เก็จมณีรับแก้วมาดื่มอย่างว่าง่าย ดื่มได้เพียงครึ่งแก้วเธอก็วางลง ชายหนุ่มฉวยมือเธอดึงขึ้นให้เดินตามออกไป เขาไม่ลืมแวะยื่นธนบัตรให้พนักงานขาย ไม่รอรับแม้แต่เงินทอนเขาก็เดินลากเธอลิ่วๆ ออกไป

“คุณจะพาฉันไปไหน” หญิงสาวรั้งตัวเอาไว้ไม่ให้เดินตามแรงฉุด แต่ร่างกายที่เล็กอ้อนแอ้นกว่าก็แพ้ทางผู้ชายร่างใหญ่อย่างเขา

“สภาพอย่างนี้ มาตามสามี สามีก็คงไม่กลับหรอก ผมจองโรงแรม...ไว้แล้ว ไปอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ อย่างน้อยก็ให้มันดูดีพอที่จะแย่งของกลับมาหน่อย” ชายหนุ่มบอกชื่อโรงแรมดัง ในขณะที่ขาก้าวมือก็ดึงแขนเธอออกมาด้วย

“นั่นมันก็เรื่องของฉัน”

“ผมถือว่าเป็นงานของผมด้วย ในเมื่อผมรับคุณเป็นลูกค้า และกำลังจะขายของได้” ชายหนุ่มบอกออกไป ไม่รู้สักนิดว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดของเขา

“แต่มันเป็นเรื่องของฉัน”

“ผมก็บอกไปแล้วว่ามันเป็นเรื่องของผมด้วย”

“คุณกลับไปได้แล้ว”

“ไม่ละ” ชายหนุ่มบอกหน้าตาย ลากผู้หญิงตัวเล็กติดมือ ก้าวขายาวๆ จนเธอต้องวิ่งตาม

“ไปไหน”

“ผมจองรถเช่าเอาไว้ ประจวบเหมาะมีลูกค้าเอามาส่งพอดี เวลาอย่างนี้กะทันหันอย่างนี้คงเลือกเยอะไม่ได้ ที่สำคัญไม่ต้องรอนาน” ชายหนุ่มพาหญิงสาวเดินไปที่สำนักงานรถเช่าใกล้ๆ สนามบิน

“ใครบอกว่าฉันจะไปกับคุณ”

“ผมก็บอกอยู่นี่ไง...ยังไงคุณก็ไปไหนไม่รอดพายุไม่รั้งรอที่จะพาเธอเดินฝ่าเปลวแดดแรงๆ ของเมืองไทยไปอย่างรวดเร็ว แต่พอทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ เก็จมณีก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยชัดเจนขึ้น

“เป็นใครไปไม่ได้...แอนกับเสี่ยนำชัยเธอรำพึงติดปลายริมฝีปาก จากที่เมื่อครู่เธอถูกเขาดึงมา ตอนนี้เธอกลับเดินนำชายหนุ่ม

เก็จมณีเดินแกมวิ่งจนพายุเริ่มสงสัย “อะไรเนี่ยคุณ รีบไปไหน”

“อย่าถามมาก เร็วๆ” หญิงสาวเร่ง

“เป็นเขาจริงๆ” เธอหยุดมองเจ้าของเสียงทั้งสองคนที่กำลังยืนถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดง พวกเขากำลังมาคืนรถเช่า เสี่ยนำชัยกำลังโมโหหนักที่แอนแอบส่งภาพสัมพันธ์สวาทให้ภรรยาสาว  แต่หญิงสาวข้างกายกลับกำลังร่ำร้องจะอยู่ต่อและให้เขาพาข้ามไปเกิ๋นติ้ง

“ไม่ได้นะเสี่ย เสี่ยสัญญากับแอนแล้ว”

“แล้วเธอเคยรักษาสัญญากับฉันไหม ฉันบอกแล้วไงว่าต้องหลอกเอาเงินเก็จมณีก่อน ขืนเลิกกับมันตอนนี้โรงงานก็ถูกพ่อของมันริบที่ดินคืน” เสี่ยหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย

“เสี่ยก็มีเงินเป็นร้อยล้าน” แอนเป็นหนึ่งในคนที่เคยเห็นบัญชีของเสี่ยนำชัยกับเก็จมณี เพราะอย่างนี้เธอถึงอยากถีบตัวขึ้นมาเป็นเมีย หวังจะได้สบาย พอเขาตบปากรับคำว่าจะเลี้ยงดูอย่างดีไม่ให้เก็จมณีรู้ เธอก็ยอมอย่างง่ายดาย

เสี่ยนำชัยให้ความหวัง เมื่อไหร่ที่กอบโกยได้มากๆ เขาจะเลิกกับยัยจืดชืดไร้รสชาติ มาครองรักกับสาวร้อนแรงอย่างหล่อน

“โง่เอ๊ย ถ้าเป็นเงินฉันคนเดียว ฉันเลิกกับนังนั่นไปนานแล้ว คนอะไรนอนแข็งยังกับท่อนไม้”

“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกกันตั้งแต่วันนี้เลย ฉันติดต่อทนายให้จัดการเรื่องเอกสารไว้หมดแล้ว รวมทั้งรูปที่เมียน้อยไม่รู้จักบุญคุณคนส่งมาให้ฉันด้วย” เธอบอกสามีก่อนที่จะหันมาบอกอดีตเลขาตัวเอง

“ขอบคุณที่หล่อนทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นนะแอน”

“หมายความว่าอย่างไร” เสี่ยนำชัยมองหน้าภรรยา

“ฉันจะฟ้องหย่า” เธอบอกเสียงเข้ม จ้องหน้าสามีนิ่ง “คุณคงรู้ว่าครอบครัวของฉันทำธุรกิจอะไร แล้วหลักฐานที่ฉันมีก็มากพอที่ฉันจะชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงตอนนั้นคุณจะไม่ได้อะไรทั้งสิ้น”




    Writer
งานเขียนที่อยากแนะนำ



Upd : -
Rating
0%
View :
Post :
Fanclub :

งานเขียนล่าสุดของฉัน



    Board


    Voice - ป่าวประกาศสถานะ
ยังไม่มี Voice


   Friends
มาทำความรู้จักเพื่อนๆของเรากันเถอะ
เพื่อนทั้งหมด
0

เรายังไม่มีเพื่อนใน List เลย
มาเป็นเพื่อนคนแรกของเรา คลิก!



    Gift Box
ส่งของขวัญหากันบ้างนะ
ของขวัญที่ได้
1 ชิ้น

ของขวัญชิ้นล่าสุดจากเพื่อนคุณ!!
#1 ต้นกล้า ต้นรัก
ขอบคุณที่ติดตามนิยายนะครับ
มอบให้โดย ณัชพล / supawit

ให้ของขวัญบ้าง