ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะรักคุณ [Harem][Yaoi,BL/Mpreg]

ตอนที่ 6 : - อ่านตอนที่4แบบรีไรท์ได้ที่ตอนที่ 34 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 402 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62

#เนื้อเรื่องอาจจะเบลอๆมึนๆงงๆกาวๆหน่อยๆอากิตัน ขอให้รีดเดอร์ทุกคนโปรดใช้จักยานในการรับชม...
#ถ้ามีคำผิดเยอะต้องขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ มองไม่เห็นจริงๆ สามารถแจ้งจุดผิดได้..









หลังจากที่มิเกลร้องไห้พร้อมกับกอดชายหนุ่มทั้งสามเอาไว้ พวกเขาทั้งสามพากันปลอบเจ้านายตัวน้อยของตัวเองกันอยู่นาน เด็กหนุ่มก็ร้องไห้จนหมดแรงหลับไปในอกของพวกเขา..


เซนทัสก็เห็นมิเกลหลับไปแล้ว เขาก็จัดการอุ้มเจ้านายตัวน้อยของเขาขึ้นท่าเจ้าสาว พาเด็กหนุ่มอุ้มไปส่งที่ห้องนอนของเจ้าตัว


ระหว่างเดินทั้งสามคนก็พูดคุยกันไปด้วย แต่พูดกันเสียงเบา เพราะไม่อยากรบกวนการนอนของคุณหนูของพวกเขา


" พี่ครับ พลังเมื่อกี้คืออะไรเหรอครับ " พ่อบ้านAหรือซันซัส น้องชายแท้ๆของเซนทัสเอ่ยถามพี่ชายของตนอย่างอยากรู้อยากเห็นดวงตาเปล่งประกายแวววาวแสดงความตื่นเต้นอย่างชัดเจน 


เมื่อเจ้าตัวรับรู้ว่าพี่ชายของตัวเองสามารถใช้พลังพิเศษได้ !


ที่เขารู้ว่าเซนทัสมีพลังได้ ก็เพราะในระหว่างที่ปลอบคุณหนูของพวกเขให้หยุดร้องไห้กันอยู่ จู่ๆพวกเขาก็สามารถสื่อสารกันใต้จิตสำนึกได้แบบงงๆ โดยไม่ได้เปิดปากพูดอะไรออกมาซักคำ 


ตลอดเวลาที่รอให้มิเกลหยุดร้องไห้พวกเขาก็คุยกันผ่านจิตใต้สำนึกกันมาตลอด.. 


ซึ่งพวกเขาเดาว่า มันคงเป็นผลจากการต่างหูที่มิเกลสวมให้เซนทัสแน่นอน ที่ทำให้พลังที่หลับใหลในตัวของเจ้าตัวตื่นขึ้นมา และมันทำให้เซนทัสสามารถใช้พลังได้อย่างไม่รู้ตัว แถมเขาเพิ่งใช้มันก็ครั้งแรกก็คือเมื่อกี้ตอนสนทนาทางเทเลพาทีกับน้องชายทั้งสองของเขานั่นเอง..


และใช่แล้ว พ่อบ้านAและพ่อบ้านB เป็นน้องชายแท้ๆของเซนทัส พวกเขาทั้งสองอายุห่างจากเซนทัส 2-4 ปี 

โดยน้องคนรองชื่อ ซันซัส อายุ 26ได้รับบทเป็นพ่อบ้านA ส่วนอีกคนน้องชายคนเล็ก ชื่อ แซมสัน อายุ 24 ได้รับบทเป็นพ่อบ้านB พ่อบ้านประจำตัวของมิเกล 


พวกเราทั้งสามได้รับหน้าที่ดูแและเริ่มทำงานกันตั้งแต่มิเกลอายุได้6-7ขวบ หลังจากที่เจ้านายหย่ากับภรรยาไปแล้ว .. 


ตามจริงเซนทัสจริงๆต้องเป็นผู้ติดตามของพี่ชายของมิเกล ส่วนซันซัสเป็นผู้ติดตามของมิเกล 



แต่เพราะเจ้านายทั้งสองหย่ากันทำให้พี่ชายแท้ๆของมิเกลต้องไปอยู่กับมารดาทำให้ปัจจุบันเซนทัสเลยต้องอยู่ดูแลเป็นผู้ติดตามให้มิเกลมาตลอด ส่วนซันซัสกลายเป็นพ่อบ้านประจำตัวของมิเกลแทน แถมพวกเขาทั้งสามรู้เรื่องราวทุกอย่างภายในของบ้านนี้มาทั้งหมด ทั้งเรื่องสาเหตุการหย่า และเรื่องสาเหตุที่ทำให้มิเกลความจำเสื่อมจำเรื่องแม่และพี่ชายไม่ได้ 


แถมนายท่านของพวกเขาสั่งห้ามให้พูดถึงคนทั้งสองเด็ดขาดเลยไม่มีใครพูดออกมาเลยทำให้มิเกลไม่รู้ว่าตนมีพี่ชาย...(ในชีวิตก่อน)


" ฉันก็ไม่รู้ แต่หลังจากที่สวมต่างหูที่คุณหนูเอาออกมาจากห้องลับที่มีห้องประหลาดมากมายแล้ว จู่ๆร่างกายของฉันก็รู้สึกแปลกๆมันทั้งร้อนและหนาวไปพร้อมๆกัน ทั้งยังทำให้ฉันปวดหัวอย่างรุนแรงจนฉันแทบจะสลบ แต่เพราะมีคุณหนูอยู่ข้างๆทำให้ฉันไม่สลบไป แถมพอถูกคุณหนูแตะตัวอยู่ๆความรู้สึกแปลกๆและความปวดที่หัวก็ค่อยๆจางหายไปกลายเป็นความรู้สึกอบอุ่นเข้าแทรกมาแทน หลังจากอาการดีขึ้นฉันก็มีความรู้สึกว่ามีบางอย่างเพิ่มขึ้นมา แต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร.. แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว.. " เซนทัสอธิบายให้น้องชายทั้งสองของตัวเองเข้าใจ พร้อมกับจ้องมองใบหน้าที่หลับใหลของมิเกลด้วยแววตาอบอุ่นเปรียบด้วยรักผู้เป็นเจ้านายจากใจจริง


" แล้ว.. มันคืออะไรงั้นเหรอครับ ? " พ่อบ้านBหรือ แซมสัน เป็นฝ่ายถามบ้าง 


" ก็.. คุณหนูบอกเมื่อกี้ใช่มั้ยว่า ในอนาคตจะมีคนกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษ และตอนนี้ฉันกลายเป็นคนพวกนันไปแล้วก่อนกำหนด เพราะต่างหูที่คุณหนูสวมให้ จากที่ทดลองอะไรระหว่างทางที่เดินอยู่ ฉันคิดว่าตัวเองคงเป็นพวกสายพลังจิตเทเลพาทีกับควบคุมสิ่งของได้นี่แหละ " เซนทัสว่า พร้อมกับโชว์พลังให้น้องชายตัวเองดู 

เขาใช้พลังจิตควบคุมสิ่งของเท้งเล่งไปที่แจกันเล็กๆใบหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับหน้าต่างระเบียบทางเดินให้ลอยขึ้นการพื้นประมาณ 10 เซนติเมตรจากพื้น 

ทั้งสองพ่อบ้านเห็นก็พากันตาลุกวาวทันที มองสิ่งที่พี่ชายของตัวเองทำอย่างตื่นเต้นอีกครั้ง ! แต่ไม่นานมันก็ลงแมะที่พื้นตามเดิมเพราะเซนทัสยังไม่สามารถใช้มันได้มากกว่านี้ 


พอเดินมาได้ซักพักจู่ๆแซมสันหรือพ่อบ้านBก็เผริญนึกอะไรขึ้นมาได้ว่า.. พวกเขาลืมกล่องที่ใส่ต่างหูติดมือมาด้วย แถมยังวางไว้ที่ห้องนั่งเล่นอยู่ เจ้าตัวเลยขอตัวไปเอาทันที ก่อนที่พ่อบ้านคนอื่นจะเผลอหยิบมันไป พอเซนทัสอนุญาตเจ้าตัวก็รีบวิ่งออกไป


มาถึงหน้าห้องมิเกล ซันซัสเปิดประตูห้องให้เซนทัสเดินเข้าไป ก่อนจะรีบไปเอาผ้าห่มออกให้ จากนั้นเขาวางตัวเจ้านายตัวน้อยของตัวเองลงบนที่นอน 


เซนทัสวางมิเกลลงบนที่นอนอย่างทะนุถนอม ส่วนซันซัสจัดผ้าห่มคลุมตัวให้มิเกลดีๆ เซนทัสหยิบผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าของมิเกลลบคราบน้ำตาออกให้หมดอย่างเบามือ ด้านซันซัสก็ไม่อยู่เฉยเขาเดินไปปิดม่านแล้วเปิดแอร์ปรับมันให้เย็นพอดีเพื่อให้เจ้านายหลับสบาย


ในระหว่างที่เซนทัสและซันซันกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่นั้น ไม่นานแซมสันก็เดินเข้ามาในห้องมิเกลวางกล่องเอาไว้บนโต๊ะดีๆ


" ต่างหูยังครบมั้ย " เซนทัสเอ่ยถามน้องชายของตัวเอง แต่มือของเขายังคงทำงานของตัวเองต่อไปที่เซนทัสถามไว้ เพราะถ้าเกิดมีคนแอบขโมยมันไป โดยที่มิเกลไม่ใช่คนมอบให้ละก็ ในอนาคจอาจจะเกิดเรื่องร้ายกับมิเกลขึ้นก็ได้ พวกเขาต้องเช็คมันเอาไว้ให้ดีและจัดการปิดซ่อนห้องลับเอาไว้ห้ามให้ใครเข้าไปยุ่งกับมัน ถึงทางเข้าจะต้องระบุตัวตนด้วยเลือดก็ตาม แต่เพื่อความปลอดภัยของเจ้านายตัวน้อยของพวกเขา พวกเขาต้องป้องกันเอาไว้ก่อน


" ยังอยู่ครบ 99 อันไม่ขาดไม่เกินครับผม " แซมสันกล่าวขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะเจ้าตัวนับและเช็คมาอย่างดีแล้ว ก่อนที่จะมาที่นี่2รอบพวกเขาทั้งสามจำได้ดีว่าของมันมีเท่าไหร่ ถึงพวกเขาจะรู้มันว่ามีค่ามากแค่ไหน แต่พวกซันซัสจะไม่แตะต้องมันจนกว่ามิเกลจะเป็นคนสวมให้แบบเซนทัสเอง


พวกเขาจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อมิเกลอย่างแท้จริง พร้อมที่จะสละชีวิตปกป้องเจ้านายของตัวเองสุดความสามารถ


ทั้งสามหลังจากที่ทำอะไรเสร็จแล้วก็พากันเดินออกไปจากห้องไม่รบกวนเวลานอนของคุณหนูของตนอีก 


แต่จู่ๆสายตาของเซนทัสก็สังเกตเห็นอะไรแปลกปลอมที่ข้อมือซ้ายของมิเกล


เขาไม่ได้เดิมตามน้องชายทั้งสองออกไป แต่เดินกลับเข้าไปหามิเกลแล้วจับมือซ้ายของเด็กหนุ่มขึ้นมาดูดีๆ 


' มันโผล่มาได้ยังไง ? ' เซนทัสคิดและพร้อมมองมีสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่มขึ้นบนมือของมิเกล


' เมื่อวานพวกเขายังไม่เห็นเลย แล้วทำไมตอนี้ถึงมีมันได้ละ ?' เซนทัสนึกสงสัย 


ลอบมองสิ่งนั้นด้วยความพินิจใจกึ่งสงสัย แกนหนามของมันพันรอบข้อมือยาวไปถึงศอกของมิเกลอย่างสวยงาม บริเวณหลังมือและนิ้วมีดอกกุหลาบพันที่นิ้วเอาไว้ มองไกลๆอาจดูคล้ายกับแหวน แต่ถ้าจับดูดีๆแบะมองใกล้ๆถึงจะรู้ว่ามันติดกับเนื้อหนังของมิเกลเลย


มันเหมือนกับรอยสัก แต่ไม่ใช่... เซนทัสมองมันอย่างใคร่รู้ พวกซันซัสที่เห็นพี่ชายของตัวเองไม่ยอมเดินออกมาก็เดินเข้ามาหาแล้วเดินเข้ามาดูว่าพี่ชายตัวเองกำลังทำอะไร


" พี่ทำอะไรน่ะ ทำไมถึงจ้องแขนคุณหนูขึ้นมาดูแบบนั้น มีอะไรหรือเปล่า? " ซันซัสเอ่ยถามพี่ชายอย่างสงสัย พวกเขาทั้งคู่มองแขนของเจ้านายตัวน้อยที่พี่ชายกำลังจ้องอย่างเอาเป็นเอาตายอย่างไม่เข้าใจ


เซนทัสได้ยินน้องพูดแบบนั้นก็รีบหันไปมองหน้าของน้องชายตัวเองทันที


" นี่ พวกนาย.. มองไม่เห็นมันงั้นเหรอ ? " เซนทัสถามขึ้น พวกซันซัสขมวดคิ้วสงสัยทันทีว่าพี่ชายตัวเองกำลังพูดถึงเรื่องอะไร 


" เห็นอะไรเหรอพี่? บนมือคุณหนูก็ปกตินี่น่า หรือว่าพี่มองเห็นอะไรบนข้อมือคุณหนูงั้นเหรอ!!?? " แซมสันว่าพร้อมกับตะโกนขึ้นเรียกดัง


" ชู่ววววว อย่าเสียงสิ! " เซนทัสและซันซัสเตือนน้องชายของพวกเขาเสียงเบา แซมสันที่ลืมตัวก็โค้งขอโทษพี่ชายทั้งสองคนอย่างสำนึกผิด

โชคดีที่มิเกลไม่ตื่นขึ้นมา เซนทัสมองรอยบนข้อมือของมิเกลรอบสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจยอมล้าถอย เพื่อไปคุยกับน้องชายทั้งสองข้างนอกไม่ให้รบกวนเด็กหนุ่มเวลานอนอีก 


ทั้งสามพอเดินออกมาจากห้องมิเกลแล้ว พวกเขาก็พากันเริ่มสนทนากัน..


" พวกนายมองไม่เห็นจริงๆสินะ " เซนทัสถามอีกครั้ง จ้องมองดูว่าน้องชายตัวเองจะโกหกหรือไม่ 


" ไม่เห็นครับ " ทั้งสองพูดพร้อมกันเซนทัสมองทั้งสองด้วยสายตาจพินิจใจ แต่เขาก็ไม่เห็นคำโกหกจากทั้งคู่เลย เพราะแบบนั้นเขาก็ตกลงใจจะเชื่อว่ามันคือความจริงและเขาเป็นคนที่เห็นมันคนเดียวในตอนนี้


เขาบอกกับน้องชายทั้งสองมาว่าเห็นสิ่งในบนมือของมิเกล และมันน่าจะเกี่ยวข้องกับต่างหูที่มิเกลสวมให้ในตอนนี้ด้วยแน่นอน 


เขาสันนิษฐานว่าแบบนั้น ทั้งคู่พ่อบ้านพอได้ยินก็พากันสนอกสนใจอย่างเห็นขึ้นมาทันที แต่คงต้องรอให้มิเกลสวมมันให้พวกเขาเอง


หลังจากพวกเขาคุยกันเสร็จแล้วก็ได้เวลากลับไปทำงานของตัวเองต่อ เซนทัสยืนรอหน้าห้องเพื่อรอมิเกลตื่น ส่วนพ่อบ้านทั้งสองไปจัดเตรียมของว่างหลังมื้อเย็นให้มิเกล







1 ชั่วโมงต่อมา


มิเกลก็ตื่นขึ้นมาพบว่าตังเองนอนอยู่ในห้องของตน เขาไม่ได้สงสัยว่าใครเป็นคนพามา เพราะรู้ดีว่าก่อนที่จะหลับไปตัวเขาอยู่กับใคร เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากที่นอนเดินไปที่ห้องน้ำล้างหน้าล้างตาตัวเองให้สดชื่น หลังจากนั้นเขาก็เดินไปที่โต๊ะที่วางกล่องใส่ต่างหูเอาไว้ เจ้าตัวยิ่งมันออกมาสองอันใส่กระเป๋าเอาไว้ จากนั้นก็นับกล่องเอาไปใส่ไว้ในตู้เซฟล็อกให้แน่หนาอย่างดีก่อนจะเดินออกจากห้อง


แต่พอเปิดประตูออกมามิเกลก็ได้เห็นเซนทัสที่ยืนอยู่หน้าห้องออยู่แล้ว มิเกลเห็นก็ส่งยิ้มทักทายให้บอดี้การ์ดหนุ่มของตน ก่อนจะเดินไปที่ห้องอาหาร ตอนนี้ทัพฟ้ากลับมาแล้ว มิเกลสัมผัสถึงพลังชีวิตของผู้เป็นพ่อได้..


มิเกลพอมาถึงห้องอาหารเขาก็มองไปยังประมุขของบ้านที่นั่งรออยู่ก่นแล้ว มองพลังชีวิตมหาศาลที่ไหลออกมาจากตัวของทัพฟ้าด้วยความตกตะลึง...



' พลังของแด๊ดดี้... ขนาดยังไม่มีหินแร่ยังขนาดนี้... สมกับเป็นคนที่จะได้ตำแหน่งราชาคนปัจจุบันจริง แต่ถึง...ตอนนี้ตำแหน่งราชาตกเป็นของผมไปซะแล้ว... ขอโทษนะครับแด๊ดดี้.. ' มิเกลกล่าวสำนึกผิดกับตัวเองคิดในใจ ก่อนจะเดินไปนั่งประจำที่ตัวเองพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ทัพฟ้าเป็นการทักทายไม่สนใจออร่าพลังของทัพฟ้าอีก 


จากนั้นทั้งสองพ่อลูกก็เริ่มทานอาหารกันเงียบๆแต่มันอบอวบไปด้วยความสุขเล็กๆที่ได้ทำกิจกรรมเล็กๆร่วมกับครอบครัว ทั้งสองเมื่อพาทานเสร็จพวกพ่อบ้านก็เดินมาเก็บจานชามไปทันที ทางซันซัสก็ไม่ลืมทำหน้าที่พ่อบ้านส่วนตัวที่ดีนำของหวานมาเสิร์ฟให้มิเกลปิดท้ายเหมือนทุกครั้ง 


มิเกลรับขนมมาก็ทานมันอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีทัพฟ้าและพวกพ่อบ้านบอดี้การ์ดทุกคนมองเจ้าตัวด้วยสายตาเอ็นดู แต่ในระหว่างที่มิเกลกำลังจมกับความสุขแสนอร่อย จู่ๆทัพฟ้าก็พูดขึ้น


" วันนี้หาห้องลับเจอแล้วใช่มั้ยครับ คนเก่ง " ทัพฟ้ากล่าวขึ้นมา ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มไม่เปลี่ยนแปลง มิเกลไม่ได้ตอบแต่พยักหน้าส่งให้ไปแทน


" งั้นก็ดีแล้วละ แล้วหาของที่ต้องการเจอมั้ยครับ ? " ทัพฟ้าถามมิเกลอีกครั้ง มิเกลพยักหน้าอีกรอบ แล้วยื่นแหวนที่สวมไว้ที่นิ้วนางข้างขวาไปให้ทัพฟ้าดู ทัพฟ้ามองแหวนบนนิ้วของมิเกลอย่างพินิจใจก่อนจะถามอย่างเริ่มเข้าเรื่องจริงๆ


" ถ้าลูกเจอมันแล้ว ตามที่ลูกสัญญาคงบอกแด๊ดดี้ได้แล้วใช่มั้ย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก ทำไมลูกถึงทำตัวแปลกๆไปแบบนี้ " ทัพฟ้าเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง มิเกลหันไปมองทัพฟ้าที่แสดงท่าทางจริงจังก็พลางสงสัยแป๊บๆแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้


มิเกลรีบกินของหวานหมดอย่างรวดเร็วทันที แล้วจากนั้นเจ้าตัวก็รีบลุกจากเก้าอี้ไปคว้ามือไปจับทัพฟ้าไว้แล้ว ลากเขาให้ตามไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยกัน เพราะจะได้คุยกันเรื่องนี้จริงๆสักที


มิเกลจับทัพฟ้านั่งลงโซฟายาวดีๆแล้วค่อยนั่งลงข้างๆจับมือของทัพฟ้าเอาไว้ ก่อนจะบอกให้ทุกคนออกไปให้เหลือแค่พวกเซนทัสที่มิเกลฟังเรื่องราวไปแล้วอยู่ด้วยกัน เพื่อเป็นคนช่วยยืนยัน


หลังจากนั้นมิเกลก็หันหน้าไปหาทัพฟ้าเอ่ยพูดเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ทัพฟ้าฟังและ...เพิ่มเรื่องที่ยังไม่ได้เล่าให้พวกเซนทัสได้รู้..


" หลังจากที่เกิดภัยพิบัติวันสิ้นโลกเริ่มต้น พวกเราทุกคนทั้งพ่อบ้านและเหล่าบอดี้การ์ดทุกคนก็ลงไปหลบภัยที่ห้องลับใต้ดินของบ้านใช้เวลาหลบซ่อนอยุ่มนนั้นกันหลายปี ฝึกใช้พลังของตัวเองอยู่ที่ห้องใต้ดินกันอยู่นาน จริงๆพวกเราสามารถอยู่ได้นาน แต่เพราะอาหารที่หมดลงเรื่อยๆทำให้พวกเราทุกคนตกลงกันว่าต้องรีบที่จะออกไปหาอาหารมาเพิ่ม ผมกับแด๊ดดี้และคนบางส่วน พากันออกไปหาอาหารด้วยกันตลอดทุกครั้งที่ไปก็จะเกิดการต่อสู้ถึงตลอดเช่น สู้กับพวกซอมบี้ พวกโจร พวกสัตว์วิวัฒนาการ และพีชกินเนื้อ ทุกครั้งที่เราออกไปมักจะเกิดการสูญเสียเสมอจนกระทั้งวันสิ้นโลกเข้าปีที่สามก็ได้มีบางคนในกลุ่มบอดี้การ์ดหักหลังเราไปเข้ากับพวกรัฐบาลที่ตามหาผู้มีพลังพิเศษสายหายาก พวกมันคิดจะจับผมและแด๊ดดี้ไปพวกบอดี้การ์ดคนอื่นๆที่ซื่อสัตย์กับเราก็พากันปกป้องจนตัวตาย แต่คนทางนั้นแข็งแกร่งกว่ามากทำให้... ทำให้แด๊ดดี้ต้องเสียสละตัวเองเพื่อให้... หะ-ให้ผม..และพวกพ่อบ้านและพวกบอดี้การ์ดที่ยังเหลือหนี... จนกระทั้งแด๊ดดี้..ตะ'ตาย.. " มิเกลพูดยังไม่ทันไปไหนไกล แต่เมื่อเด็กหนุ่มพอนึกถึงเหตุการณ์ที่เห็นพ่อของตัวเองถูกผู้มีพลังระดับสูงคนหนึ่งที่สามารถควบคุมโลหะได้ใช้มันเสียบแท่งทะลุเข้าที่ตัวของทัพฟ้า น้ำตาของมิเกลก็ไหลออกมาไม่หยุด ฉากการตายของทัพฟ้าทำให้เด็กหนุ่มจำติดตาแทบไม่มีวันลืม...


 หลังจากที่ทัพฟ้าตายมิเกลก็คอยฝันร้ายมาโดยตลอดไม่เว้นแม้แต่ตอนอยู่กับมิคาเอล 


แม้มิคาเอลจะคอยนอนกอดปลอบมิเกลทุกคืน แต่เด็กหนุ่มก็ไม่เคยที่จะสลัดภาพนั้นทิ้งให้หายไปจากความทรงจำได้เลย ...


มิเกลเอามือที่กุมมือทัพฟ้าออกแล้ว ยกมากอดตัวเองเอาไว้ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่ได้..


ทัพฟ้าในตอนแรกยังจับต้นชนปลายกับเรื่องที่มิเกลเล่าอยู่ไม่ถูก แม้มันจะเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยาก มากก็ตาม 



...แต่เพราะทำไมไม่รู้เขาถึงเชื่อมิเกลหมดทุกอย่างหมดใจ..



แต่เมื่อเขาคิดและคำนวญอะไรเสร็จ...พอเขาหลุดออกจากภวังค์เห็นลูกชายตัวเองร้องไห้อยู่ เขารีบดึงมิเกลมากอดเอาไว้แนบกอดทันที 


" ไม่ร้องนะ ลูก แด๊ดดี้ยังอยู่ตรงนี้ ยังอยู่กับเกลเสมอนะลูกไม่ร้องนะ เด็กดีๆ ไม่ร้องๆ " ทัพฟ้าพยายามปลอบโยนลูกชายสุดที่รักของตัวเองสุดความสามารถ ใช้เวลาอยู่นานมิเกลถึงจะยอมสงบ แต่เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อเขาหยุดไว้เพียงเท่านี้ก่อน ก่อนจะเงยหน้าไปถามทัพฟ้า


" ดะ-แด๊ดดี้... เชื่อคำพูดผมมั้ยฮะ " มิเกลเอ่ยถามทัพฟ้าอย่างคาดหวัง น้ำตายังคงคลออยู่ที่เบ้าอย่างน่าสงสาร ทัพฟ้าเห็นก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มเอ้นดูให้เทวดาตัวน้อยของตนด้วยใบหน้าอ่อนโยน


" แด๊ดดี้ เชื่อลูกเสมอครับ คนดี ไม่ว่ามันจะจริงหรือมั้ย แด๊ดดี้ก็จะเชื่อลูก เชื่อใจคนเก่งของแด๊ดดี้ว่าลูกไม่โกหกแด๊ดดี้แน่นอน " ทัพฟ้าเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มๆ กระชับกอดมิเกลแน่นโยกตัวไปมากอดหอมเทวดาตัวน้อยของเขาอย่างรักใคร่ 


มิเกลได้ยินแบบนั้นก็คลี่ยิ้มออกมาก่อนจะนั่งตักทัพฟ้าดีๆ แล้วหยิบของบางอย่างที่ใส่กระเป๋าเอาไว้ออกมาสวมแหวนขนาดพอดีนิ้วของชายรูปร่างใหญ่ ลงที่นิ้วนางข้างซ้ายที่ไร้แหวนของทัพฟ้า 


พอเห็นทัพฟ้าใส่ได้ มิเกลก็เข้าใจทันทีว่า.. แหวนที่ตัวเองใส่อยู่ตอนนี้เป็นแหวนสำหรับคู่แต่งงานของราชา.. 


ซึ่งมิเกลสวมได้แค่แหวนวงนี้ได้ ส่วนอีกวงสำหรับราชาเขาใส่ไม่ได้เพราะมันใหญ่เกินไป


ทัพฟ้ามอบแหวนที่ถูกลูกชายสุดรักสวมอย่างสงสัย แต่ไม่นานจู่ๆร่างกายของเขาก็เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ และรู้สึกแปลกๆบริเวณปานที่หลังของเขา 


จู่ๆก็ความรู้สึกมันบางอย่างถูกส่งเข้ามาใส่ร่างกายอย่างมหาศาลทำให้เขาเริ่มอึดอัดกับมันอยู่แปบๆ แต่สักพักไม่นานนักความรู้สึกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยพลังที่แสนอบอุ่นจากคนที่นั่งอยู่บนตักของเขา


มิเกลส่งพลังรักษาเข้าไปช่วยทัพฟ้าไม่ให้เจ้าตัวสลบไป เพราะการรับพลังจากหินแร่บริสุทธิ์ 


แม้ตามจริงแหวนวงนั้นจะสมควรอยู่กับราชาอย่างตัวมิเกล แต่มิเกลคิดว่ามันเหมาะกับทัพฟ้ามากกว่า ยังไงตามหลักดั่งเดิมทัพฟ้าสมควรเป็นราชาคนต่อไปอยู่ดี เพราะงั้นแบบนี้ละดีที่สุด!


เมื่อการรับพลังของทัพฟ้าเสร็จสิ้นมิเกลก็ปลดพลังรักษาออก แล้วหันไปมองทัพฟ้าด้วยสีหน้ายิ้มๆ 

" ขอโทษที่ทำอะไรกะทันหันนะฮะ แต่ผมอยากให้แด๊ดดี้เชื่อใจ100%เร็วๆเพราะเวลามันเหลือไม่มากเพราะงั้นเลย มัดมือชกมันซะเลย ตอนนี้แด๊ดดี้สามารถใช้พลังได้แล้ว ลองเรียกไฟหรือน้ำมาสิครับ " มิเกลอธิบาย ทัพฟ้าพอได้ยินที่มิเกลบอกก็แอบขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ว่าอะไรและทำตามที่มิเกลบอกแต่โดยดี 


โดยมีพวกเซนทัสมองดูอย่างลุ้นๆและตื่นเต้นอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ


ทัพฟ้าแบมือออกตามที่มิเกลบอก ก่อนจะลองคิดภาพว่ามีน้ำและไฟลอยอยู่บนฝ่ามือของตน


ทันทีที่ทัพฟ้าคิดไม่ถึงเสี้ยววิ อยู่ๆน้ำและไฟก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามีของทัพฟ้า.. เมื่อทั้ง4คนไม่รวมมิเกลได้เห็นก็พากันตกตะลึงจนตาค้าง ส่วนด้านมิเกลเห็นทัพฟ้าใช้ได้ในทันทีก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างยินดี


เพราะพลังตอนนี้ของทัพฟ้ามันมีมากกว่าเดิมชีวิตก่อนของเขาซะอีก ถ้าให้ทัพฟ้าฝึกใช้ตั้งแต่ตอนนี้ มิเกลเชื่อว่าพ่อของเขาจะแข็งแกร่งจนไม่มีใครสามารถต่อกรกับเจ้าตัวได้


เพียงเท่านี้มิเกลก็ไม่ต้องห่วงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับทัพฟ้ามากอีกแล้ว ถ้าเจ้าตัวสามารุควบคุมและใช้พลังได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ผู้ที่ใช้พลังโลหะนั่นก็จะไม่สามารถแตะต้องทัพฟ้าได้อีกแน่นอน 


" สะ.. สุดยอด นี่น่ะเหรอ พลังพิเศษที่คุณหนูบอก สุดยอด สุดยอดเกินไปแล้ว! " ซันซัสและแซมสันที่เฝ้ามองการกระทำของเจ้านายมาตลอดเอ่ยขึ้นมากอย่างตื่นเต้น 


พอมิเกลได้ยินเสียงพวกพ่อบ้านขึ้นมาก็พลางนึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบหันไปมองก่อนจะส่งยิ้มให้พวกเขาแล้วกวักมือให้พวกเขาเดินเข้าไปหา


ทันทีที่ถูกเรียกพวกเขาก็รีบไปหามิเกลด้วยความเร็วแสง(?) 


มิเกลลุกออกจากตักของทัพฟ้าปล่อยให้ทัพฟ้าที่ได้สติขึ้นมา เริ่มสนอกสนใจอยากรู้อยากเห็นในเรื่องพลังของตัวเองเขาเลยลองทำอะไรหลายๆดูคนเดียว เพราะยังไงเขารู้ว่าพ่อของเขาไม่มีทางที่จะควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว มิเกลก็เลยเน้นมามาจัดการด้านพวกพ่อบ้านแทน


มิเกลหยิบต่างหูออกมาจากกระเป๋า สวมต่างหูให้กับพ่อบ้านทั้งสองพร้อมกับส่งพลังรักษาเข้าไปช่วยพวกเขาเอาไว้ล่วงหน้าถ้าไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะสลบไปก็ได้ เพราะถึงเป็นพี่น้องกับเซนทัสก็ใช่ว่าพวกเขาจะได้รับพลังแบบเดียวกับพี่ชายตัวเอง มิเกลเลยใช้พลังรักษาของตัวเองดักแก้ทางเรื่องนี้เอาไว้ก่อน 



เมื่อสองพี่น้องสวมต่างหู ทั้งคู่ก็ค่อยๆรู้สึกถึงว่ามีพลังที่ไหลเขามาใส่ตัวเข้ามาพร้อมกับความอบอุ่นจากพลังรักษาของมิเกล 


ใช้เวลากว่าหลายนาทีให้การปรับตัวอยู่นาน แต่ซักพักอยู่ๆก็เกิดเรื่องประหลาดกับพ่อบ้านทั้งสอง


" ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


อยู่ๆทั้งสองก็ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงทรมาน ทั้งคู่บีบขมับของตัวเองเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดแม้จะช่วยไม่ได้มาก แต่เพราะเหตุการณ์กะทันหันทำให้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยในตอนนี้นอกจากส่งเสียงระบายและดิ้นทุรนทุรายที่พื้นบรรเทาเจ็บปวด 


ทัพฟ้า มิเกลกับเซนทัสที่เห็นก็พากันตกใจ มิเกลรีบใช้พลังรักษาอีกครั้งเพื่อบรรเทาให้พวกเขา


ใช้เวลาอยู่นานกว่าทั้งคู่ถึงจะสงบลง ทั้งสองพ่อบ้านนอนคล้ำหน้าลงกับพื้นพรมในห้องนั่งเล่นใช้เวลาปรับตัวและหอบหายใจอยู่หลายนาทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา


แต่พอเมื่อทั้งคู่เงยหน้ากลับขึ้นมาแล้ว มิเกลและพวกทัพฟ้าก็พากันมองพ่อบ้านทั้งสองอย่างตกตะลึงอึ้งๆ เมื่อพบว่ามีอะไรอย่างบางเพิ่มขึ้นมาบนส่วนหัวของพวกเขา ทำให้ทั้งสองเปลี่ยนไปจนมิเกลเผลอหลุดอุทานออกมาอย่างห้ามไม่ได้....




" หล่อจัง.......... อุ๊บส์!!! " 

.
.
.
.
.











อากิตันเล่นทวิตเตอร์แล้วนะ มาคุยกันๆ

#มิเกลกับซอมบี้วิ่งสี่คูณร้อย


# อากิตันคุยกับรีดเดอร์ #

.
น้องงง น้องจะหลุดต่อหน้าแด๊ดดี้ไม่ได้นะ ลูก 55555 
แต่ให้หลุดเยอะๆก็ดีเผื่อคนแถวนี้จะรู้สึกตัวว่าไม่ได้คิดกับน้องแค่ลูกอย่างเดียว อะคิกๆๆๆ 


#ในตอนนี้ไรท์ปัญหากับการใช้ ซักพัก/สักพัก ._. )
 ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าจุดไหนควรใช้อันไหนจะได้แก้ถูก แง






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 402 ครั้ง

654 ความคิดเห็น

  1. #635 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 21:08
    หนูจะหลงทุกคนไม่ได้นะคะ
    #635
    0
  2. #612 000killer000 (@000killer000) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 22:30
    ใจเย็นๆนะลูก
    #612
    0
  3. #302 09fg (@09fg) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 18:04

    น้องต้องชมผู้ชายในใจสิค้า
    #302
    0
  4. #223 NarinGGG (@NarinGGG) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 19:03

    น้องงงงงงงง ไม่ทันแล้วค่ะ ชมต่อหน้าไดไงงงงงงง หล่ออะไรขนาดนะนลูกกกกกถึงกะบอุทานเลยหรอคะ
    #223
    0
  5. #205 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:41
    หลุดจ้าาา555
    #205
    0
  6. #114 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:31
    หนู อย่าพึ่งแรดดดดด
    #114
    0
  7. #45 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:15

    ไม่ทันแล้ว!!!! ไม่ได้นะมิเกลลลจะนอกใจต่อหน้าผัวคนแรกไม่ได้นะ! จะทำต้องที่ลับตาสิลูกกกกก!

    #45
    0
  8. #44 12345Mind (@12345Mind) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:19
    อุ๊บ!! ไม่ทันแล้วลูก5555
    #44
    0
  9. #43 Martin Bamnis (@noname94) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:59
    อยากรู้แล้วว่าพ่อบ้านทั้งสองเป็นยังไง

    น่าสนใจมาก +_+ และคำผิดในตอนนี้มีคำว่า
    1.ตัสน้อย - ตัวน้อย
    2.พี้ชาย - พี่ชาย
    3.เรื่องที่สาเหตุ - เรื่องสาเหตุที่ (อันนี้เราว่าคำมันสลับกันรึเปล่าคะไรท์

    แต่ใช้แบบเดิมก็ได้น้า)
    4.จับเรื่องแม่ - จำเรื่องแม่
    5.ทั้งวอง - ทั้งสอง
    6.กล่ย - กลาย
    7.ตอนี้ - ตอนนี้
    8.คุนกับน้อง - คุยกับน้อฝ
    9.ตะหลับ - จะหลับ
    10.ยัลคง - ยังคง
    11.ฝห้ทุกคน - ให้ทุกคน
    12.มักมือชก - มัดมือชก

    13.ลุยๆ - ลุ้นๆ (อันนี้เราคิดว่าน่าจะเป็นคำนี้รึเปล่าคะ

    แบบลุ้นๆ

    ตื่นเต้นๆ )
    14.กะทันหะน - กะทันหัน
    15.ทุลนทุลาย - ทุรนทุราย
    เท่าที่เราสังเกตมีเท่านี้คะไรท์

    ไฟท์ติ้งน้า
    #43
    2
    • #43-1 Martin Bamnis (@noname94) (จากตอนที่ 6)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:00
      8.คุยกับน้อง*
      #43-1
    • #43-2 ท่านอากิระ ! (@kiraakira) (จากตอนที่ 6)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:00
      ก็ว่าเช็คดีแล้ว ... ทำไมคำผิดมันซ่อนเก่งจัง มองไม่เห็นตลอด 55555 # ขอบคุณมากค่าาา
      #43-2
  10. #42 Aommy_lovely (@Aommy_lovely) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:25
    จะหาสามีเพิ่มอีกหรอลูกกก//ต่อๆนะคะไรท์สุ้ๆๆ
    #42
    0
  11. #41 0641128277 (@0641128277) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:02
    ขออีกตอนได้ไหมค่ะ ค้างงอ่ะ สนุกค้างมากก
    #41
    0
  12. #40 cream_3390 (@cream_3390) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:50

    ขออีกตอนนนน
    #40
    0
  13. #39 อาริน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:09

    ขขอเติมอีกซักตอน2ตอนนะคะไรต์----แอ่ก// นิยายนะไม่ใช่ข้าวแกง ได้ขอเติมได้!? .....แต่มีเพิ่มก็ดีค่ะ แหะๆ เพราะมันสนุกง่าาาาาาา

    #39
    0