Legendary chaotic online and Gobi Desert (SHONEN-AI)

ตอนที่ 22 : ตำนานบทที่15:ศิลาอาถรรพ์สำหรับผนึกสัตว์ร้ายแห่งบรรพกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    17 ธ.ค. 58






LAST BOSS คือผู้เล่นที่ซวยที่สุด



ลาซาเซล ราชันย์ภูต



    หลังจากได้พบกับเลเวียธานไม่นานผมก็เริ่มเล่าปัญหาของไซออนให้ฟังพร้อมกับศิลานักปราชญ์ที่หายไป แม้ผมจะถูกส่งลงมาบนพื้นดินเพื่อกลับไปหาศิลาเพราะเลเวลไม่ถึง   ลูเช่บอกว่าไม่เกิน5นาทีมันจะกลับมาหาผมทว่าตอนนี้เวลากลับผ่านมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่พบศิลาเจ้าปัญหาที่ว่าเลย



ทว่าเมื่อเลเวียธานได้ฟังดังนั้นกลับถอนหายใจก่อนจะล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ



“ถ้าศิลานักปราชญ์ล่ะก็ข้าเพิ่งเก็บได้เมื่อครู่” ก่อนจะยื่นหินสีแดงสดมาเบื้องหน้าผม



ความรู้สึกที่มีต่อศิลาแปลกไป ผมขมวดคิ้วก่อนจะหยิบหินสีแดงบนฝ่ามือของจ้าวอสรพิษขึ้นตรวจสอบ



ITEM SCAN!



ศิลานักปราชญ์(Mirror)
ความหายากระดับ
:S
ความสามารถเฉพาะ:ควบคุมซากศพและอันเดทระดับต่ำกว่าจักรพรรดิลงไป
ความสามารถพิเศษ
:ควบคุมสิ่งไม่มีชีวิตทุกชนิด
ผู้ครอบครองปัจจุบัน
:ไม่มี



หมายเหตุ:ศิลานักปราชญ์ของปลอมเกรดSถูกทำขึ้นจากศิลาอสูร รูปร่างภายนอกเหมือนศิลานักปราชญ์ทุกประการเหมาะแก่การนำไปใช้สับเปลี่ยนและหลอกล่อ



ทันทีที่อ่านคำอธิบายจน หน้าพลันดำมืดไปครึ่งแทบ



“เลเวียครับ” ก่อนจะเงยหน้าสบตาจ้าวอสรพิษคนสวยด้วยสายตาเคร่งเครียด “ศิลาเป็นของปลอมครับ”



“ว่าไงนะ!?” ไม่ทันได้ตอบศิลาสีแดงเลือดในมือก็ถูกเลเวียธานฉกไปตรวจสอบอีกครั้ง ไม่ถึง10วินาทีใบหน้างดงามพลันเกรี้ยวกราด นัยน์ตาสีท้องทะเลกลายเป็นขีดยาวของอสรพิษจากเพลิงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ



“โดนจนได้!” จ้าวอสรพิษกัดฟันกรอด บีบศิลาในมืออย่างแค้นเคือง “ขนาดอยู่ในกำมือแล้วแท้ๆ!” โกรธจนพาลให้บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยจิตสังหาร



แต่ก่อนที่เลเวียธานจะโกรธไปมากกว่านั้นผมก็ยื่นมือไปกอบกุมมือขาวซีดนั่นไว้ “ไม่เป็นไรหรอกครับ” พร้อมส่งยิ้มที่คิดว่าธรรมชาติที่สุดออกไปแม้ว่าความจริงมันจะฝืดเฝื่อนเต็มที “ศิลานั่นเป็นของผม ยังไงก็ต้องกลับมา”



คำกล่าวนั้นทำให้บรรยากาศอึดอัดทั้งหมดเริ่มสลายลง นัยน์ตาสีท้องทะเลจับจ้องผมด้วยความวูบไหว



“ขอโทษนะลาซ” กล่าวจะกล่าวขอโทษออกมาด้วยความสำนึกผิด



“ไม่เป็นไรครับ ไม่ใช่ความผิดเลเวีย” ผมรีบเอ่ยปลอบ “ถ้าหายไป ก็ค่อยไปตามกลับมาเถอะ”



เมื่อฟังจบจ้าวอสรพิษก็คลี่ยิ้ม



“นั่นสินะ”ใบหน้างดงามของเลเวียธานก็กลับมาสู่สภาวะปกติ “ขอบใจนะลาซ” ก่อนจะลูบหัวผมเบาๆ



และกลับมาเป็นจีเอ็มแฝงผู้มีฝีปากจัดจ้านดังเดิม...



“ไซออนร่ายมหาเวทย์เพราะควบคุมตัวเองไม่ได้ก็ปล่อยมันไปเถอะ  ยังไงทวีปนี้ก็มีแบล็กอัพสำรองเตรียมไว้แล้ว”  เลเวียธานเอ่ยปัดอย่างไร้ความรับผิดชอบ  “แต่ศิลานักปราชญ์นี่ท่าจะเป็นปัญหาใหญ่"  ดูเหมือนความเดือดร้อนของผู้เล่นทั้งทวีปจะไม่อยู่ในสาระบบความเดือดร้อนของจ้าวอสรพิษผิดกับศิลาอาถรรพ์ที่เป็นเควสหลักของผม



สมกับคติ ประโยชน์ส่วนตนเป็นกิจที่หนึ่ง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจสุดท้าย เลยจริงๆ






    ฉับพลันใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของจ้าวอสรพิษก็ตึงเครียดขึ้น  “หรือว่า...!?”





ครืนนนน...




   จู่ๆท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าครามก็ส่งเสียงคำรามลั่นออกมาพร้อมกับกลุ่มเมฆเบื้องบนที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่น  บรรยากาศที่แปลกไปของทะเลทรายโกบีทำให้เลเวียธานไม่พูดพล่ามจับร่างผมขึ้นพาดบ่าแล้วกระโดดขึ้นไปตามแนวสนทันทีอย่างรวดเร็ว



   ผมหลับตาเกาะไหล่เลเวียธานแน่นอย่างกลัวตก  แม้ในใจจะนึกสงสัยว่าอะไรที่ทำให้เจ้าอสรพิษร้อนรนได้ขนาดนี้



 “ซิซ!”  ตะโกนเรียกชื่อจ้าววิหคเสียงดังลั่นเหนือยอดไม้สูง20เมตร    ก่อนจะมีเสียงคำรามแหลมหูดังขึ้นตอบรับ



กรี๊ซซซ...



   ร่างวิหคอสูรสีเพลิงแดงฉานร่อนลงจอดกลางอากาศใกล้กับบริเวณยอดไม้ที่เลเวียธานหยุดยืน  บนร่างกว้างใหญ่ร่วม20เมตรของซิซก็คือร่างของชายหนุ่มนัยน์ตาสีนิลเจ้าของหมวกทรงสูงที่คุ้นตาและร่างของหญิงสาวผมสีม่านหมอก  จากข้อสังเกต  ผมคิดว่าเธอคงจะเป็นนางพญาแห่งเส้นดายที่พวกเลเวียธานตามหาไม่ผิดแน่



 “อ้าว...หาตัวราชันย์เจอแล้วเหรอ” เป็นชายหนุ่มเจ้าของหมวกทรงสูงที่เอ่ยทักผมเป็นคนแรก  “ร่างมนุษย์นี่น่ารักผิดกับตอนเป็นทารกเลยนะ ลาซาเซล”



   ไม่รู้ว่าควรจะดีใจรึเปล่าที่ถูกชมแบบนี้   แว่วๆว่าเห็นเลือดไหลซึมออกทางจมูกของร่างวิครอสูรเล็กน้อย 



ฟืดดด...



   คล้ายเสียงสูดน้ำมูกผิดแต่สิ่งที่ออกมาเป็นเลือด   นัยน์ตาสีเพลิงของเจ้าวิหคเหลือบมองผมแวบนึงก็จะเบือนสายตาไปที่อื่น



“...”



   เป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่านก...มีเลือดกำเดาไหล!?



แต่ไม่ทันได้เอ่ยปากถามความคับข้องใจที่ว่า   เลเวียธานก็จับผมกระโดดขึ้นไปบนร่างของซิซอย่างรวดเร็ว “ไปพาเบเฮมอธกลับมาเร็วเข้า!”



  คำกล่าวอย่างรีบร้อนของจ้าวอสรพิษไม่เพียงทำให้เอลิแปลกใจ เพราะแม้แต่เอรัคเน่ที่มักสงบนิ่งอยู่เสมอก็ยังขมวดคิ้วสงสัย   



“เกิดอะไรขึ้น?” เอรัคเน่เอ่ยถามอย่างสงสัยซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง



     จากจุดกึ่งกลางเหนือทะเลทรายโกบี  ก้อนเมฆได้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหนาสีแดงเลือดอย่างน่าสะพรึงก่อนจะค่อยๆลามไปยังส่วนอื่นๆของน่านฟ้า  ย้อมให้นภากลายเป็นสีโลหิต



“นี่มัน...!?” เอรัคเน่ครางเสียงแผ่วเช่นเดียวกับเอลิที่ขมวดคิ้วยุ่ง



“ทีนี้รู้แล้วสินะว่าทำไม” เลเวียธานเอ่ยเสียงเครียด “จุดใต้สุดของป่าไหมแดง”



กรี๊ซซซซ...



   ไม่ต้องรอให้เอ่ยซ้ำซิซก็ออกตัวคำรามบินไปทันที   ผมมองหน้าเลเวียธานสลับกับเอลิและเอรัคเน่ด้วยสีหน้ามึนงง  ไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังพูดอะไร



“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอเลเวีย” ผมถามออกไปในที่สุด  ซึ่งคำตอบที่ได้กลับมาก็คือสีหน้ายุ่งยากใจของจ้าวอสรพิษ



เลเวียธานเอ่ยเสียงเครียดอย่างไม่ปิดบัง  “มีคนใช้ศิลานักปราชญ์” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเรียบเกร็งแต่เหมือนเขาจะรู้ว่าผมไม่เข้าใจจึงได้อธิบายต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า...



“อย่างที่เจ้ารู้  ศิลานักปราชญ์เป็น1ใน7ศิลาอาถรรพ์แห่งบรรพกาล” เขาเว้นช่วงไปเพื่อสบตาดูปฏิกิริยายผม 


“นอกจากความสามารถที่ปลุกชีพศพสร้างกองทัพคนตายแล้ว  สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้มันเป็น1ใน7ศิลาอารรพ์ก็คือสิ่งที่ถูกผนึกอยู่ด้านในศิลา”



 “สัตว์ร้าย...งั้นเหรอ?” ผมเดาคำอธิบายด้วยคำตอบสุดเบสิก  จ้าวอสรพิษส่ายหน้าก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากเหมือนยิ้มเย้ยหยันให้ตัวเอง



 นัยน์ตาสีท้องทะเลเรืองรองจ้องมองไปยังกระจุกเมฆสีแดงก่อนจะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างน่ากลัว “ถ้าเป็นสัตว์ร้ายก็คงดี  เพราะเจ้าตัวที่ถูกขังอยู่ในศิลา สัตว์ร้ายที่ว่ายังไม่ได้เสี้ยวของมันเลย”



   คำพูดของเลเวียธานทำเอาผมขนลุกชัน เสียวสันหลังวาบโดยไม่ทราบสาเหตุ  “เอ่อ...” อยากจะถามต่อว่าไอ้ตัวที่ว่ามันคืออะไรแต่เห็นใบหน้าที่เคร่งเครียดจนน่ากลัวนั่นของจ้าวอสรพิษ   ผมก็ชักมือกลับมาแทบไม่ทัน



   ในใจนึกตำหนิตัวเองที่อาจถามอะไรไม่เข้าเรื่องจนทำให้เลเวียธานโกรธโดยไม่รู้เลยว่าในใจของจ้าวอสรพิษนั้นกำลังคุกรุ่นไปด้วยความกังวลยามเหลือบมองมาที่ร่างมนุษย์ของผม



   เอลิเห็นใบหน้าผมหมองลงก็ถอนหายใจเฮือก  “เพราะมันร้ายกาจมากน่ะสิ” ชายหนุ่มผมดำเขยิบเข้ามาใกล้ก่อนจะวางมือแปะลงบนหัวผม  “เทพอสูรทั้งหมดกับ3ราชารวมกันก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ด้วยซ้ำ”



“มันเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?” ผมเงยหน้าถามด้วยความไม่เข้าใจ 



    ในเกมส์นี้นอกจากเทพอสูรแล้วมันยังมีอะไรที่น่ากลัวกว่านั้นอีกงั้นเหรอ?



และเหมือนเอลิจะรู้ว่าผมคิดอะไร  “เจ้านั่นมันไม่ใช่เทพอสูร” เขาเว้นช่วงไปเช่นเดียวกับนัยน์ตาสีดำที่หลุบต่ำลงมา “เป็นแค่สัตว์ร้ายที่โดนพระเจ้าทอดทิ้ง”



   ราวกับไม่ต้องการให้ผมรู้จักมัน  ทั้งเลเวียธานและเอลิต่างพร้อมใจกันเบือนหน้าไม่สบตาผม



“แล้วทำไมต้องไปหาเบเฮมอธด้วยล่ะ” เมื่อไม่อยากตอบผมก็ไม่เซ้าซี้เบี่ยงประเด็นไปถามเรื่องอื่นเพื่อให้ชายทั้งสองสบายใจ   แต่ดูเหมือนมันจะทำให้พวกเลเวียธานขมวดคิ้วยุ่งกว่าเก่า



“เพราะมันอยู่ใกล้กับคนที่ขโมยศิลานักปราชญ์ของเจ้าไปที่สุดน่ะสิ” เลเวียธานเอ่ยเสียงเหี้ยม ก่อนจะเอ่ยถึงใครบางคนที่ทำให้ผมเย็นวาบไปทั้งร่าง “แม่มดดำแห่งแพนโดร่า”



!?”



   ผมเบิกตาโพล่ง  ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าแม่มดทำที่เลเวียธานพูดถึงเป็นใครเพราะ ณ สถานที่แห่งนี้มีเพียงผู้เล่นอาชีพแม่มดเพียงคนเดียวเท่านั้นที่พวกผมได้เจอ



จะเป็นใครได้อีกนอกจากสาเหตุที่ทำให้ผมต้องลำบากมาเล่นเกมส์...



“แอนนา...” ผมครางเรียกชื่อแฟนสาวเสียงแผ่ว   ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องขโมยศิลานักปราชญ์ของผมไปด้วย  ไม่สิ...หากคิดในแง่ดี  เธออาจจะไม่รู้ว่ามันเป็นของผมก็ได้  เธอแค่อาจจะใช้มันเป็นเงื่อนไขในภารกิจบางอย่างที่สำคัญ...



“อย่าไว้ใจแม่มด” จู่ๆเลเวียธานก็กล่าวเสียงเรียบออกมา  นัยน์ตาสีท้องทะเลที่จ้องมองมานั้นแฝงไปด้วยแววตำหนิติเตียน “โดยเฉพาะแม่มดดำ” น้ำเสียงบ่งชัดถึงความไม่พอใจ “ตนนั้น”



“แอนนาไม่ใช่คนแบบนั้น!” รู้สึกฉุนกึกที่จ้าวอสรพิษต่อว่าเธอจนเผลอหลุดปากเถียงออกไป  ผมรีบยกมือตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเห็นเลเวียธานหันขวับมามองตาขวาง



 “งั้นทำไมเธอถึงขโมยศิลาของเจ้าไป  ที่สำคัญที่สุด...” คำพูดต่อมาทำเอาผมอ้าปากค้าง   “ทำไมถึงเอาขวดนมหมามาให้เด็กทารกกิน!”

 

  ดูท่าเลเวียธานจะแค้นใจเรื่องขวดนมไม่หาย  ซึ่งคำถามเหล่านั้นของเขาก็ทำให้ผมสะอึกพูดไม่ออก



“แต่แอนนาเขาไม่รู้...”


“เจ้าคิดว่าคนดีๆเขาจะขโมยของกับเอาขวดนมหมาให้เด็กทารกแรกเกิดดื่มงั้นเหรอ?”



   จ้าวอสรพิษสวนขวับเมื่อผมพยายามแก้ต่างให้แฟนสาว   ใบหน้างามฉายความโกรธเคืองออกมาอย่างไม่ปิดบัง



โดนไปอีกดอก...เถียงไม่ออกเลยครับ



    เลเวียธานเผยอปากขึ้นเหมือนต้องการกล่าวอะไรบางอย่างกับผมแต่สุดท้ายก็เบือนหน้าหนีไป



     ผมนั่งหน้าจ๋อยก้มลงทึ้งขนบนตัวจ้าววิหคของซิซด้วยอาการเซ็งโดยไม่สังเกตเลยว่าเหล่าเทพอสูรทั้งสามที่อยู่โดยรอบกำลังตีหน้าเคร่งเครียดขนาดไหน  ยามที่อาณาเขตสีโลหิตขยับเข้ามาใกล้  



กรี๊ซซซ...



ซิซกู่ร้องเสียงดัง  ร่างสีเพลิงของจ้าววิหคเข้าใกล้ใจกลางกลุ่มก้อนสีแดงบนท้องฟ้าเข้าไปทุกขณะ



“ใกล้ถึงแล้วสินะ...” จู่ๆเอลิก็ขยับเข้ามาประชิดผม “ตรงนี้ใช่มั๊ยเลเวีย” น้ำเสียงไม่มีความล้อเล่นเหลืออยู่ของแมวดำทำให้ผมเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ



   แปลกใจที่เจ้าคนกวนประสาทยอมเรียกชื่อเลเวียธานดีๆ



แต่ก็พระเจ้าก็ไม่ปล่อยให้ผมมีเวลาสงสัยนานเมื่อจ้าวอสรพิษดับตอบกลับมาว่า “ใช่...โดดเลย” กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะกระโดดลงจากหลังซิซคนแรก  และตามไปติดๆด้วยร่างของเอรัคเน่...



“เตรียมพร้อมนะราชันย์”  เอลิช้อนตัวผมขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาวขณะที่ใบหน้าผมยังเต็มไปด้วยคำถาม  “จับดีๆล่ะ...”



  จับ...? จับอะไร?  สมองประมวลผลตีรวนเมื่อก้มลงไปมองพื้นทรายโล่งเรียบที่อยู่สูงจากพื้นดินร่วม1000ไมล์  แต่มึนได้ไม่นานก็ต้องกรีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อ...



“โดด!”



“เฮ้ย!?”

 

   เอลิอุ้มผมกระโดดลงไปจากหลังจ้าววิหค
!

 

 ตำนานบทที่15:ศิลาอาถรรพ์สำหรับผนึกสัตว์ร้ายแห่งบรรพกาล

    

  ‘ศิลานักปราชญ์ สินแร่อาถรรพ์ที่เกิดจากการสังเวยชีวิตของมนุษย์  เพียงแค่กระรัตเดียวก็สามารถควบคุมกองทัพคนตายนับหมื่นไว้ในอุ้งมือ  เพียงแค่กระรัตเดียวก็สามารถมอบชีวิตของผู้ที่ตายไปแล้วขึ้นมาใหม่   เป็นพลังอำนาจที่หอมหวานเปรียบเสมือนน้ำหวานที่หลอกล่อเหล่าผู้ละโมบให้เข้ามาแสวงหา



   ทว่าการสร้างศิลานักปราชญ์เพียงชิ้นเล็กๆกระรัตเดียวกับต้องใช้เครื่องสังเวยนับแสน   ในอดีตกาลมีผู้นำในรัฐคอมมิวนิสต์มากมายทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของตนเองเพื่อสร้างมันขึ้นมา  แต่กลับไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมศิลาอาถรรพ์ชิ้นนี้ได้



  เพราะเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากการสังเวยมันจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยทั้งแรงแค้นและแรงพยาบาท  ผู้ที่ละโมบใช้มันต่างถูกศิลาอาถรรพ์นี่กลืนกินวิญญาณไปจนหมด  แต่กระนั้นก็ไม่มีใครล้มเลิกความพยายามที่จะแสวงหาอำนาจจากมัน  ศิลานักปราชญ์จึงเริ่มขยายใหญ่ขึ้น



  จากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด  แตกแขนงไปเรื่อยๆ  ศิลานักปราชญ์ที่ดูดกลืนวิญญาณผู้ใช้ไปแล้วค่อยๆรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่  กลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานชั่วร้ายที่เรียกจ้าวแห่งปีศาจร้ายออกมา



“แล้วมันกลายไปเป็นของราชันย์ภูตได้ไง?”  ผมเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจขณะอยู่ในท่านั่งขี่หลังของเอลิที่กระโดดไปตามต้นไม้เพื่อใช้เป็นทางลัดไปหาแอนนา



    ย้อนความไปหลังจากถูกอุ้มกระโดดลงมาจากหลังของซิซ  เอลิและผมก็ถึงพื้นโดยปลอดภัยปราศจากบาดแผลเช่นเดียวกับเลเวียธานและเอรัคเน่



   เท้าถึงพื้นอย่างนิ่มนวลชนิดไร้เสียงไร้แรงกระแทกเลยครับสมแล้วที่เป็นเทพอสูรระดับสูง



เลเวียธานบอกว่าจากจุดนี้ไปถึงจุดที่ศิลานักปราชญ์อยู่ไม่สามารถใช้ซิซบินเข้าไปได้เพราะรอบด้านมีอาณาเขตของแม่มดกลางอยู่ซึ่งอาจทำให้แอนนารู้ตัวหากบุกเข้าไปตรงๆ



ฉะนั้นแล้ว...พวกผมจึงต้องลำบากกลับร่างเป็นมนุษย์ธรรมดาเพื่อเก็บซ่อนพลังไว้   ต้องกระโดดลัดเลาะไปตามต้นไม้เหมือนนินจาอย่างที่เห็น



  แม้ผมจะอยู่บนหลังเอลิเพราะกระโดดไปไม่ทันพวกเลเวียธานก็เถอะ...



“ปัญหามันอยู่ตรงนั้นแหละ” เอลิเอ่ยตอบผมด้วยน้ำเสียงละเหี่ยใจก่อนจะเหลือบไปมองร่างของพวกเลเวียธานกับเอรัคเน่ที่กระโดดไปไกลลิบแล้วแต่ก็ไม่วายแอบเหลือบตามามองผมเป็นระยะ



“พวกเจ้าล่วงหน้าไปก่อนเลย  ข้ากับจ้าววิหคจะเป็นคนดูแลราชันย์ภูตเอง” เหมือนเอลิจะรู้ว่าเลเวียธานกังวลเรื่องอะไรจึงได้ตะโกนไปแบบนั้น  เพราะตอนนี้ผมกับเอลิกำลังรั้งท้ายสุดๆแต่ก็ยังมีซิซที่เพิ่งตามมาทีหลังเฝ้ารั้งขบวนเอาไว้



   จ้าวอสรพิษขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ  ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อหวังดีของเอลิ  “ขอโทษด้วย” กล่าวจบทั้งร่างของเลเวียธานและร่างของเอรัคเน่ที่กระโดดอยู่ในมุมอับสายตาก็หายวับไปทันที



   สงสัยว่าเรื่องคราวนี้จะไม่ใช่เล่นๆซะแล้ว



“ตกลงมันเป็นยังไงกันแน่?” ผมกลับมาเร่งเร้าอีกฝ่ายอีกครั้งขณะที่เอลิเริ่มผ่อนฝีเท้าลงเล็กน้อยเพื่อรอซิซ  นัยน์ตาสีนิลเหลือบขึ้นมองผมแวบนึงก่อนจะเบนกลับไปที่เก่า



“ศิลานักปราชญ์เป็นของราชันย์ภูตรุ่นก่อนก็เพราะเขาสามารถสยบเจ้าสัตว์ร้ายที่อยู่ในนั้นได้”  แม้น้ำเสียงนั้นจะเรียบเฉยแต่ผมกลับสัมผัสได้ถึงความกังวล



“สัตว์ร้าย? หมายถึงจ้าวปีศาจที่ถูกเรียกมาเพราะแรงอาฆาตของศิลาน่ะเหรอ” ผมเดาอย่างไม่แน่ใจนักซึ่งคำตอบที่ได้กลับมาก็คือรอยยิ้มเครียดของเอลิ



“ใช่” เขาตอบ “เพราะราชันย์ภูตรุ่นก่อนทนมันสร้างความวินาศให้มนุษย์ไม่ไหวจึงต้องไปกำราบมัน”



   คำตอบของเอลิทำให้ผมนิ่งคิดไปก่อนจะเริ่มหน้าซีดเมื่อเริ่มเดาสถานการณ์ต่อไปได้ 



"โชคร้ายที่ราชันย์ภูตรุ่นก่อนเข้าสู่นิราศไปแล้ว” คำพูดของเขาทำให้หน้าผมซีดลงเรื่อยๆ “แถมผนึกพันปีที่ขังมันไว้ในศิลาเองก็ดูท่าจะพังแหล่ไม่พังแหล่” พูดทิ้งท้ายก่อนจะเหลือบขึ้นมองผมเล็กน้อยเหมือนจะหนักใจ



   แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ผมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไร



“อย่าบอกนะว่าฉันต้องเป็นคนไปกำราบมัน!?”  ผมร้องลั่นเป็นเวลาเดียวกับที่ซิซไล่ตามมาประกบพอดี  จ้าววิหคทำหน้าเหรอหราเหมือนไม่เข้าใจว่าผมจะตะโกนทำไมผิดกับเอลิที่ยิ้มเครียดออกมาแบบไม่ปิดบัง



“ตามหน้าที่ของราชันย์ภูตก็คงจะเป็นแบบนั้น” คำตอบที่ทำให้ผมอ้าปากค้างพะงาบๆ แต่ฉับพลันสีหน้าของเอลิก็เคร่งเครียดขึ้น  “แต่เจ้าในตอนนี้ไม่มีทางสู้มันได้หรอก”



   เขาหยุดฝีเท้าลงที่กิ่งของต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีแสงสีแดงสว่างลอดเข้ามา



“ไม่ทันแล้วสินะ” เป็นซิซที่เอ่ยขึ้น  ใบหน้าที่มักส่อเค้าถึงความหงุดหงิดอยู่เสมอของเจ้าวิหคสงบนิ่งลงเช่นเดียวกับนัยน์ตาสีเพลิงที่ทอประกายสีแดงฉานวาววับอย่างน่ากลัว



   บรรยากาศที่เปลี่ยนไปของจุดใต้สุด  ซึ่งเป็นที่ตั้งของชายแดนป่าไหมแดงและเขตแดนทาบต่อระหว่างทะเลทรายโกบีกับสถานที่บอสกิจกรรมทั้ง4ตอนนี้ทำให้ผมขนลุกซู่



  เมฆสีแดงที่อยู่บนท้องฟ้าส่งเสียงคำรามพร้อมแผ่ไอหมอกสีเลือดคละคลุ้งออกมา  ไม่ต้องให้ใครบอกผมก็รู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นต้องเป็นหมอกพิษร้ายกาจแน่ๆ



“เจ้าตัวที่จะออกมามันร้ายกาจเกินไป” จู่ๆเอลิก็วางร่างผมลงพื้นก่อนกระแทกตัวผมให้ราบไปกับกิ่งของต้นไม้ “อ้าปาก”



“ห๊ะ!?”



  คำสั่งบปุ๊บปั๊บของอีกฝ่ายทำให้ผมอ้าปากค้างซึ่งเป็นจังหวะเดียวที่อีกฝ่ายฉวยโอกาสยัดเม็ดยาบางอย่างลงในปากผม     



หวาน!



  ผมอุทานในใจก่อนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นแปลกๆอย่างสุดจะทนที่ปล่อยออกมาทำให้ผมแทบคายมันทิ้งหากไม่ติดว่ามือของเอลิปิดปากผมไว้แน่นล่ะก็...



“ถ้าไม่อยากตายก็กินเข้าไปซะ!” เขาว่าเสียงดุซึ่งผมเหลือบตาไปมองซิซก็พบว่าอีกฝ่ายเพียงยืนมองอยู่นิ่งๆเท่านั้นไม่ได้เข้ามาห้ามปรามอะไร ซึ่งทำให้ผมจำใจกลืนเม็ดยากลิ่นแปลกประหลาดนั่นลงคอในที่สุด



อึก...



   หากยานี่อันตรายจริงซิซซึ่งเชี่ยวชาญพิษและคำสาปเป็นพิเศษก็คงจะเป็นคนแรกที่เข้ามาถีบเอลิลงไปโหม่งพื้น  นั่นทำให้ผมคลายกังวลไปอย่างมาก



  แต่นึกย้อนกลับไป...ผมเคยได้รับเลือดพิเศษของซิซซึ่งมีคุณสมบัติกันพิษและคำสาปทุกชนิดมาก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?



ว่าแล้วก็ยันตัวขึ้นนั่งพลางเหล่มองจ้าววิหคที่ว่าด้วยสายตาคลืบแคลง



“เจ้านั่นไม่ใช่ยาแก้พิษ” เหมือนจะรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรซิซจึงได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า “แต่เป็นยาช่วยชีวิตหากเกิดเหตุฉุกเฉินทำให้เจ้าตาย”



   คำตอบที่ทำให้ผมสะอึก



“เพราะสิ่งที่เจ้ากำลังจะเจอมันอยู่นอกเหมือนอำนาจของข้า” คำกล่าวที่จ้าววิหคแฝงความนัยน์เอาไว้ทำให้ผมขมวดคิ้วยุ่ง



จะบอกว่ามันร้ายกาจเกินกว่าที่เลือดของราชาแห่งผืนฟ้าจะกันไหวสินะ?



“เจ้านั่นเป็นตัวอะไรกันแน่?”



    ผมไม่สามารถทนความสงสัยได้จึงเอ่ยถามออกไปในที่สุด



ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเลเวียธานถึงได้ทำสีหน้าเคร่งเครียดกันขนาดนั้น   แม้จะไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวแต่มันก็ฉายชัดถึงอาการหวั่นเกรงต่อเจ้าสัตว์ร้ายนั่น



“ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นสัญลักษณ์ของซาตาน” เอลิกล่าว “ปีศาจที่ถือครองอำนาจแห่งดวงดาวทั้ง5แฉก  ล่อลวงผู้คนด้วยพลังอำนาจอันหอมหวาน”



   แม้จะกล่าวมาถึงจุดนี้ผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเจ้าสัตว์ร้ายที่ว่ามันเป็นตัวอะไร  เพราะไม่เคยสนใจตำนานเทพนิยายทั้งสินจนกระทั่งซิซเอ่ยขึ้นมา



“ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าจะไม่รู้จัก  เพราะปัจจุบันนี้มันเองก็เป็นแค่สัญลักษณ์ของซาตานเท่านั้น” คำกล่าวของซิซทำให้เอลิแค่นยิ้มหยันก่อนจะกล่าวกระแทกเสียดสี



“ใช่  เป็นแค่สัญลักษณ์แต่ดันร้ายกาจยิ่งกว่าซาตาน”



   สมองผมทำการประมวลผลอย่างหนักแต่กระนั้นก็ต้องสะดุ้งวาบเมื่อรับรู้ได้ถึงวงเวทย์สีแดงฉาน  สัญลักษณ์ของดาวห้าแฉกที่ปรากฏขึ้นเด่นหลาเหนือท้องฟ้า



   ไอหมอกสีแดงเริ่มเข้าปกคลุมผืนป่าอย่างหนาแน่น  ก่อนเสียงคำรามของสายฟ้าที่แดงจะฟาดฟันลงมาเหนือผืนดินเป็นเวลาเดียวกับที่ซิซเอ่ยชื่อสัตว์ร้ายตนนั้นออกมา



“มันคือบาโฟเมต

 

++++++


 

“โอ๊ะโอ...เกิดอะไรขึ้นล่ะครับนั่น  จู่ๆท้องฟ้าของทะเลทรายโกบีก็กลายเป็นสีแดงซะงั้น”



    ย้อนกลับมาที่บริเวณใจกลางทะเลทรายโกบีซึ่งเป็นจุดเซฟโซนของกิจกรรม  ชายหนุ่มจีเอ็มเพียงคนเดียวในชุดสูทขาวทาบทับด้วยหน้ากากกระต่ายฟันเหยินก็เปรยขึ้น  ท่ามกลางความตื่นตกใจของผู้เล่นร่วม4000ชีวิตที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้  ไวท์แรบบิทก็ตัดสินใจเปิดเขตแดนกักกันผู้เล่นทันที



“กรุณาอยู่ในความสงบด้วยคร้าบ” แม้จะไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นมายังไงแต่จีเอ็มกระต่ายขาวก็ยังคงน้ำเสียงยียวนไว้ไม่เปลี่ยนแปลง  จนเริ่มมีเสียงตะโกนด่าทอของผู้เล่นและเริ่มมีข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างกระป๋องน้ำอัดลมกับถุงขนมขบเคี้ยวขว้างไปมา



   ไวท์แรบบิทลอยขึ้นเหนือพื้นมองเหล่าผู้เล่นที่เอาแต่ส่งเสียงโวยวายด้วยสายตาว่างเปล่า  ส่วนหนึ่งที่เขายังทำเสียงยียวนต่อไปก็เพราะต้องการการเบี่ยงเบนความสนใจผู้เล่นเพื่อติดต่อรายงานไปยังเบื้องบนถึงสถานการณ์ประหลาดในยามนี้  ทว่ากลับไม่ได้ผล...



“ปล่อยพวกเราออกไป!” เสียงแหลมเล็กดังขึ้นจากนักเวทย์สาวผมดำในชุดจอมเวทย์สีแดง  “กิจกรรมมันจบแล้วไม่ใช่เหรอ! ผู้เล่นก็ตายกลับมาจุดเซฟโซนหมดแล้วนี่” เธอเอ่ยออกมาเสียงดังที่สุดก่อนจะตามมาด้วยเสียงสนับสนุนของบรรดาผู้เล่นรอบข้าง



“ใช่!” พวกผู้เล่นต่างโห่ร้องอย่างขัดใจ  เป็นการกระทำที่ทำให้จีเอ็มหน้ากากกระต่ายต้องเผลอถอดถอนหายใจออกมาเสียงดังอย่างดูแคลน



แต่ก่อนเสียงประท้วงของผู้เล่นจะดังไปมากกว่านั้นไวท์แรบบิทก็เอ่ยขึ้นว่า  “กิจกรรมยังไม่จบครับ”



“...”



   แม้จะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีปกติหากแต่น้ำเสียงกลับดังก้องและกังวานอย่างน่าประหลาด  คำพูดของไวท์แรบบิททำให้บรรดาผู้เล่นนิ่งอึ้งไปก่อนจะตามมาด้วยเสียงปรามาสของหญิงสาวจอมเวทย์คนเดิม



“หมายความว่าไง!” เธอถามเสียงแหลมปรี๊ดอย่างไม่พอใจ “ไอ้บอสมหาโหดที่พวกคุณเอามาลงแค่ตบทีเดียวพวกฉันก็กลายเป็นแสงไปเกิดแล้วนะ! จะมีใครรอดอีก” ประโยคที่เอ่ยออกมานั้นแฝงความไม่สบอารมณ์ไว้อย่างปิดไม่มิด



  ทว่าไวท์แรบบิทได้ฟังกลับหัวเราะขำ “บอสไม่ได้เก่งแต่พวกคุณอ่อนเกินไปต่างหาก” คำตอบที่ออกมานั้นทำเอาบรรดาผู้เล่นที่โดนบอสมหาโหดที่ว่า ตบทีเดียวกลายเป็นแสง ชักสีหน้าชุนกึก



  แต่ก็โดนจีเอ็มเพียงหนึ่งเดียวแทรกกลับชนิดไม่ทันให้อ้าปากพูด “เพราะบอสยังอยู่ครบ4ตัวแม้จะมีผิดพลาดที่2ตัวในนั้นโดนจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงก็ตาม”  ประโยคเปลี่ยนประเด็นกระทันหันทำให้บรรดาผู้เล่นเงียบกริบ



  จนกระทั่งมีผู้เล่นชายในชุดอัศวินสีขาวโพล่งออกมาว่า  “ใครเป็นคนจับไป”



คำถามนั้นทำให้ผู้เล่นทั้งหมดหันมามองเขาเป็นจุดเดียว  ทว่าเขาก็หาได้สนใจไม่  อัศวินหนุ่มจ้องลึกไปยังใบหน้าของจีเอ็มกระต่ายขาวอย่างแน่วแน่มั่นคงราวกับต้องการเค้นคำตอบ 



   ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองอร่ามเฉกเช่นเดียวกับนัยน์ตาสีฟ้าคราม  ชุดอัศวินผ้าสีขาวปักตรากุหลาบสีดำ สัญลักษณ์หนึ่งเดียวของสมาพันธ์แพนโดร่าแห่งทวีปแพนโดร่า



“หืม” ดูเหมือนคำถามครั้งนี้จะทำให้ไวท์แรบบิทถูกใจไม่น้อย “เคยบอกไปแล้วไงว่าเป็นลาสบอสปริศนา” ว่าแล้วก็ตอบกลับไปอย่างยอกย้อน  ทว่าเพียงแค่นั้นก็ทำให้อัศวินผมทองชักสีหน้าเครียด



   ชายหนุ่มอัศวินมุดหลายไปในฝูงชนทันทีทีได้ทำตอบก่อนจะเดินหลบมุมไปยังชายเขตแดนของเซฟโซน 



“เป็นเจ้าเด็กทารกนั่นแน่ๆเลย เนโร” เขาเอ่ยกับชายหนุ่มผมดำในชุดอัศวินแบบเดียวกันที่ยืนพิงกำแพงเรืองแสงของเซฟโซน  ชื่อที่เอ่ยออกมาทำให้เริ่มประจักได้ว่าพวกเขาคือใคร



“เจ้าเด็กที่ฉี่รดมือนายแล้วยัดเยียดตำแหน่งการ์เดี้ยนมาให้น่ะหรือ?” ชายผมดำนามเนโรเอ่ยยิ้มด้วยนัยน์ตาพราวระยับ เว้นช่วงลากยาวประโยคไปก่อนจะเอ่ยชื่ออีกฝ่ายออกมา



“ฟิลเล่ อัศวินนภา” เนโรกล่าวน้ำเสียงราบเรียบผิดกับแววตา “โชคดีจริงๆเลยนะ  แค่โดนเด็กทารกฉี่ใส่ก็สามารถปลดผนึกอาชีพอัศวินคลาส3อันแสนยากลำบากได้แล้ว”



  คำพูดของเนโรทำให้ฟิลเล่เริ่มกัดฟันกรอดจนหน้าอดงเถือก ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีเพราะมันเป็นอย่างที่อีกฝ่ายว่าจริงๆ



“เจอคราวหน้าฉันจะขอน้ำปัสสาวะของเด็กคนนั้นใส่ขวดสัก10ขวด เอาไปแจกจ่ายในกิลด์รับรองว่าอาชีพเลเวลอัพกันหมดแน่” และจบด้วยประโยคที่ดูเหมือนจะมีสาระ  เนโรเอ่ยปฏิธานเป้าหมายของตัวเองออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง



  แต่ก็ต้องชะงักไป เมื่อ... “แต่ถ้าเอาไปขายจะได้กี่ตังค์นะ เจ้า ปัสสาวะของลาซาเซล นี่น่ะ” คิดถึงกำไรที่ได้  น้ำเสียงและสีหน้ายามเอ่ยออกมานั้นแสนมุ่งมั่นจนฟิลเล่ขนลุกวาบ



  ในใจอดระแวงไม่ได้ว่ามันจะเอาฉี่มาผสมถังประปากิลด์ให้สมาชิกอาบรึเปล่า



“แต่นายรู้ได้ไงว่าเจ้าเด็กทารกนั่นเป็นลาสบอสจริงๆ” ฟิลเล่ถาม  เพราะหลังจากเขาเล่าเหตุการณ์เลื่อนคลาสให้อีกฝ่ายฟัง ประจวบเหมาะกับเวลาต่อมาที่มีเสียงประกาศจากระบบว่าLAST BOSSราชันย์ภูตเลเวล0ปรากฏตัวออกมา  ซึ่งชื่อ ลาซาเซล ที่ประกาศนั้นก็ตรงล็อกกับชื้อต้นเหตุของสิ่งที่ทำให้เขาเลื่อนคลาสพอดี



  แต่ยังไงก็ไม่เข้าใจ  ว่าทำไมเด็กทารกไม่ถึงขวบแบบนั้นถึงกลายเป็นลาสบอสได้?



ซึ่งคำตอบที่ได้กลับมาก็คือ...



“ชื่อเหมือนกันก็ต้องตัวเดียวกันสิ” เน้นคำว่า ตัวเต็มที่  ใบหน้าแสนเฉยเมยของเนโรที่ทำให้ฟิลเล่อ้าปากค้าง  ไม่ทราบว่ามันกำลังเห็นเด็กทารกที่ว่าเป็นตัวอะไรไปเสียแล้ว



  แต่ฟิลเล่กลับถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าเศร้าซึม “เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ สนเรื่องที่เราโผล่มาในเซฟโซนได้ไงดีกว่า” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเซื่องซึม



 เพราะหลังจากหนีลาวาจากปล่องภูเขาไฟมาได้  รู้สึกตัวอีกทีก็โผล่มาอยู่กลางฝูงชนในเซฟโซนเสียแล้ว



  เนโรเลิกคิ้วสูง ยักไหล่ตอบไม่ใส่ใจ “ก็เพราะโดนบอสโหดตบทีเดียวกลายเป็นแสงไง” คำตอบสุดแสนจะเบสิกและสาเหตุยอดฮิตของบรรดาผู้เล่นที่กลายเป็นแสงกลับมาอยู่ในเซฟโซนทำให้คนที่ได้อาชีพอัศวินนภามาหมาดๆแยกเขี้ยวว้าก



“ก็เพราะมันตายได้ไงน่ะเซ่!” ฟิเล่กรีดร้องเสียงสูง “หนีลาวาอยู่ดีๆก็โดนแสงสีดำจากไหนไม่รู้ซัดมาเนี่ยนะ!



 ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน  หลังจากที่พวกเขาทำเด็กทารกประหลาดหายไปและสามารถวิ่งหนีลาวาจากปล่องภูเขาไฟมนตราเข้าไปอยู่ในเขตของหุบเขาสีหมอกได้



   ทั้งๆที่คิดว่ารอด  คิดว่าจะนั่งพักเอาแรงในขณะที่ยืนหอบแฮ่กและกำลังจะทรุดตัวลงจู่ๆก็มีแสงสีดำไม่ทราบที่มาพุ่งเข้ามาใส่เขาและเนโรเหมือนจงใจโจมตี  และเมื่อรู้ตัวอีกที



ก็...เข้ามาอยู่ในเซฟโซนแล้ว



“ถ้าหัวหน้ารู้ว่าพวกเราตายแล้วเลเวลลดจะทำยังไง!” ฟิลเล่แทบน้ำตาไหลพราก  โทษของการตายจากกิจกรรมครั้งนี้คือค่าสถานะทุกอย่างลดลง10และถูกลดระดับลง5เลเวล 



   จากเดิมที่เนโรเป็นอัศวินรัตติกาล คลาส3 เลเวล10ก็ถูกลดลงมาเป็นคลาส3 เลเวล5 แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่เพราะ...



“แล้วไง” เนโรยักไหลเหมือนไม่ใส่ใจ ราวกับจะบอกว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยสุดๆซึ่งผิดกับฟิลเล่ที่น้ำตาไหลพราก



“แกโดนลดไป5เลเวลแต่ก็ยังคลาส3 แต่ฉันสิ!” ว่าแล้วก็กดจอโฮโลแกรมขึ้นโชว์ให้อีกฝ่ายดูทันที



ผู้เล่น:ฟิลเล่               
คลาส
:2                       เลเวล:95
STR-330                     DEX-245
INT-65                        VIT-165
AGI-205                     LUCK-65
พลังชีวิต:55,000/55,000      พลังเวทย์:12,000/12,000
สังกัด:สมาพันธ์แพนโดร่า      ตำแหน่ง:หัวหน้าหน่วยลอบสังหารที่4
อาชีพคลาส1:หมอผี
อาชีพคลาส2
:อัศวินขาว
อาชีพคลาส3
:อัศวินนภา(สถานะ:ปิดผนึก)


*หมายเหตุ:เนื่องจากผู้เล่นมีโทษตายในกิจกรรม มหกรรมล่าบอสมหาโหด ทำให้โดนลดระดับลง5เลเวลสถานะทุกอย่างลดลง5ระดับ  ไม่สามารถใช้อาชีพอัศวินนภาได้ชั่วคราวจนกว่าจะขึ้นคลาส3ค่ะ



     หน้าต่างข้อมูลของฟิลเล่ที่ทำให้เนโรต้องเงียบไปก่อนอัศวินผมทองจะเริ่มแหกปากโวยวายอีกครั้ง



“ระดับโดนลดกลับไปอยู่คลาส2แบบนี้แล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไรเล่า!” ว่าแล้วก็เริ่มตวาดด้วยน้ำตาที่ไหลพราก “อัศวินนภาเป็นอาชีพคลาส3แต่ฉันก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี!”



  แน่นอนว่าเนโรได้ฟังเพื่อนรักร่วมสมาพันธ์ของตนพูดแบบนั้นก็ตีหน้าขรึมรีบตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆราวกับจะปลอบใจทว่า



“ทำใจ” สิ่งที่เอ่ยออกมากลับตรงกันข้าม “มันผ่านไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้” ประโยคที่ทำเอาชายหนุ่มที่เกือบได้เป็นอัศวินนภาอ้าปากค้าง



“จงอยู่กับปัจจุบัน...”


“พ่องแกสิ
!”



 ฟิลเล่ตวาดว้าก เสยหมัดใส่อีกฝ่ายอย่างโมโหทว่าเนโรกลับกระโดดหลบได้สบายๆแถมยังตีหน้ามึนเอ่ยกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท



“ฉันปลอบแกอยู่นะ” คำตอบที่ทำเอาฟิลเล่แทบกระอักลมหายใจตาย  นัยน์ตาสีฟ้าครามตวัดมองเจ้าเพื่อนซี้ผมดำด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ



  ว่าแล้วก็ว้ากใส่อีกรอบ “สถาบันไหนบอกแกให้พูดคำว่าทำใจกันห๊า!”



  จากบทสนทนาเคร่งเครียดเรื่องลาสบอสปริศนาเมื่อครู่กลับกลายเป็นชนวนการทะเลาะของอัศวินไปในชั่วพริบตา  ท่ามกลางเสียงโวยวายที่เริ่มเซื่องซาไปของผู้เล่นในเซฟโซน  ไวท์แรบบิทที่เงียบอยู่นานก็เริ่มตีหน้าขรึมเมื่อจู่ๆเข็มกลัดรูปเต่าทองที่อกซ้ายปรากฏสัญญาณติดต่อขึ้นอีกครั้ง



  ทว่าไม่ใช่จากผู้บริหารแต่เป็น



“ไวท์แรบบิท...”



  ท่านได้รับการติดต่อจากGMแฝง รหัสS004 เลเวียธาน ค่ะ



    เป็นบุคคลที่ไม่คิดฝันว่าจะได้คุย  ไวท์แรบบิทปิดไมค์เวทขยายเสียงที่เสียบอยู่ในหูออกทันทีและเคลื่อนตัวออกห่างจากกลางเซฟโซนไปยังพื้นทรายที่อยู่ด้านนอกของทะเลทรายโกบี



“ว่าไง...” ร้อยวันพันปีที่จะได้รับการติดต่อจากจีเอ็มแฝงรหัสSที่ขึ้นชื่อว่าไม่อยู่กับล่องกับลอย  รู้เลยว่าคงไม่ใช่เรื่องไร้สาระแน่ไวท์แรบบิทถึงได้เอ่ยเสียงขรึมออกมาแบบนั้น



  และก็เป็นดั่งคาดเมื่อ...



“บังคับล็อกเอาท์ผู้เล่นทั้งหมดในทะเลทรายโกบีออกไปเร็วเข้า!” เลเวียธานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงรีบร้อนแต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ไวท์แรบบิทยอมทำตาม



“ทำไม” เขาถามกลับแบบไม่เข้าใจ  เพราะการบังคับล็อกเอาท์ผู้เล่นจำนวนมากแบบนี้นับเป็นการละเมิดกฏสิทธิส่วนบุคคลว่าด้วยความเป็นส่วนตัวข้อที่3ของผู้บริโภคเต็มๆ  หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรงคอขาดบาดตายจริงๆเขาไม่มีสิทธิใช้ข้อบังคับนี้ได้เลย



 “ไม่มีเวลาแล้ว...” เสียงของจีเอ็มแฝงดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะบังเกิดวงเวทย์สีแดงฉานขนาดใหญ่ซ้อนทับกับบนน่านฟ้า  ส่งเสียงคำรามแสบหู



  ทว่าเสียงต่อมาของระบบก็ทำให้เขาต้องชะงักค้าง  เมื่อ...



บาโฟเมต (ไม่มีข้อมูล) ระดับ:X เลเวล:??? ปรากฏ


คำเตือน
:ความอันตรายระดับS  สิ่งของและผู้ที่ถูกบาโฟเมตสังหารรวมถึงเมืองที่ถูกบาโฟเมตทำลายจะถูกลบข้อมูลทิ้งไม่สามารถกู้คืนได้ค่ะ   แนะนำให้ผู้เล่นล็อกเอาท์มิฉะนั้นตัวละครจะถูกทำลาย



!?”



     เสียงระบบประกาศขึ้นก่อนวงแหวนเวทย์สีเลือดบนท้องฟ้าจะค่อยๆย้วยออกมาเป็นรูปหยดเลือดขนาดใหญ่ยักษ์กลางอากาศ



“บาโฟเมต...?” ไวท์แรบบิทครางเสียงแผ่ว



   ไอหมอกสีแดงคละคลุ้งน่าสะอิดสะเอียนแผ่กระจายออกจากวงเวทย์เข้าปกคลุมผืนดิน  ทุกสิ่งที่โดยไอหมอกสีแดงนั้นแตะต้องค่อยๆแห้งเหี่ยวและแตกสลาย   ต้นไม้ตามรายทางที่อยู่รอบนอกค่อยๆสลายเป็นผุยผงอย่างช้าๆราวกับไอพิษแห่งความเสื่อมสลาย



เปรี๊ยะ!



  แม้แต่เซฟโซนเองก็ไม่เว้น  แทบจะทันทีที่ไอหมอกสีแดงนั้นลอดเข้ามาสัมผัสกับอาณาเขตก็บังเกิดเป็นประกายไฟแล่นแปล๊บปล๊าบ  ก่อนกำแพงป้องันสีขาวจะเริ่มต้านไม่หายแล้วสลายไปอย่างช้าๆ



   ไม่ใช่แค่เขาที่ตกตะลึงเพราะบรรดาผู้เล่นในเซฟโซนเองก็ตกใจไม่แพ้กันกับสถานการณ์อันตรายตรงหน้า  คำอธิบายสุดโกงที่ทำให้พวกเขาช็อกค้างแต่ไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรออกมาไวท์แรบบิทก็กดคำสั่งล็อกเอาท์อัตโนมัติใส่บรรดาผู้เล่นในเซฟโซนไปสุดหมดแล้ว



วาบ...



   เพียงพริบตาเดียวผู้เล่นนับพันในเซฟโซนก็กลายเป็นแสงหายไปจากคำสั่งล็อกเอาท์อัตโนมัติของจีเอ็มทันที  ไวท์แรบบิทรีบหยิบหยิบกระปุกยาวสีขาวในอกเสื้อแล้วจัดการส่งเม็ดยาสีเงินลูกเล็กเข้าปากในทันที



จีเอ็ม ไวท์แรบบิท ใช้ยา พระเจ้าองค์ที่2 ได้รับสถานะพระเจ้าของโลกTFGชั่วคราว   ป้องกันการโจมตีและสถานะพิษทุกอย่างเป็นเวลา6ชั่วโมงค่ะ



“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เลเวีย!?” เมื่อแน่ใจแล้วว่าไอหมอกสีแดงไม่สามารถทำอันตรายตนได้   ไม่ต้องรอให้ใครสั่งไวท์แรบบิทก็รีบโพล่งคำถามในใจออกไปทันที



   บาโฟเมต นับเป็น1ใน7สัตว์ร้ายที่ผู้สร้างเกมส์จัดการปิดผนึกไปแล้วเพราะความอันตรายสุดโกงของมัน  ไม่ใช่แค่สมารถลบตัวละครของสิ่งที่ฆ่าไปได้ทว่าแม้แต่สถานที่ป้องกันชั้นยอดอย่างเซฟโซน แค่โดนบาโฟเมตโจมตีครั้งเดียวก็ต้องหายไป  โยเฉพาะพลังในการลบข้อมูลของมัน  ไม่ว่าจะเป็นดันเจี้ยนลับหรือมิติพิเศษก็ต้องหายไปแบบไม่สามารถกู้กลับมาได้



  ทั้งๆที่พวกผู้บริหารลงมติว่าจะลบมันทิ้งแล้วแต่ทำไมยังอยู่อีก? แถมยัง...



“มันเป็นหนึ่งในภารกิจของ7ราชา” ในที่สุดเลเวียธานก็ตอบกับมาทว่าก็ยังไม่คลายความสังสัยในใจของจีเอ็มกระต่ายขาวได้  “ขอโทษด้วย  ฉันบอกได้แค่นี้”



“เดี๋ยว!?”



  กล่าวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตัดการติดต่อไป



“ฮึ่ม!” เป็นครั้งแรกที่ไวท์แรบบิทรู้สึกหัวเสียเพราะคนอื่น  เขาส่งเสียงกระฟัดกระเฟียดพลางขยี้ผมอย่างหัวเสีย  ทำท่าจะกระชากหน้ากากออกมาเขวี้ยงทิ้ง  แต่...



“เกิดอะไรขึ้น!”



   ทั้งๆที่เซฟโซนควรจะโล่งกว้างไร้ผู้คนกลับมีเสียงโวยวายของผู้เล่นดังขึ้น  ไวท์แรบบิทหันขวับไปมองทางต้นเสียงอย่างตกตะลึง



“คนอื่นหายไปไหนหมด?” เสียงนั้นยังดังขึ้นต่อเนื่องทำให้ไวท์แรบบิทรู้ว่านอกจากตัวเองในตอนนี้ยังมีผู้เล่นหลงเหลืออีก1คนที่ยังไม่ได้ถูกคำสั่งล็อกเอาท์อัตโนมัติบังคับออกไป



   ชายหนุ่มในชุดอัศวินสีขาวผมทองอร่ามซึ่งกำลังตีใบหน้าเหลอหลาน่าขันอยู่บริเวณริมเขตแดนของเซฟโซน 



เป็นผู้เล่นที่ทำให้ไวท์แรบบิทเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ



“นาย...?”











___________________________________________________________________________________
อัพครบ100%แล้วคร้าบบบบบบ
(กรีดร้องฮูเลลูย่า กริ้วกร๊าว #ผิด)

ถึงผมจะอัพช้า อัพทีเป็นเปอร์เซ็นแต่ตอนมันยาวนะเออ
(ไม่ได้ขี้เกียจนะครับ แค่สิ่งล่อลวงใจมันเยอะ // โดนเสย)

ฉากนี้ฟิลเล่ อีกตัวละครหนึ่งผูจืดจางก็เริ่มมีบทกลับมา
และเนโรผู้เริ่มฉายแววพ่อค้าหน้าเลือดคิดจะเอาน้ำปัสสาวะของเจ้าลาซไปขาย
ฉากต่อไป(ตอนหน้า)คงจะได้มีบทบู๊เสียที

เบเฮมอท เซอร์บิรัส & ไซออน ก็คงจะกลับมามีบทในเร็วๆนี้
ฉบับเปิดตัวว่าที่พระเอก(ชิงตัวแหน่งตัวละครจืดจางแห่งยุค #ว็อท!?)

ภาคGobi Desert เสมือนหนึ่งอาถรรพ์
ที่ทำให้ผมไม่สามารถตัดจบมันได้
// โดนรีดเดอร์ปาหมอนใส่

TvT

(แอบโฆษณาNoah Family)
แนวเบสิกๆทั่วไปนี่แหละ  ประมาณแนวครอบครัว+โรงเรียน
หลังๆจะเริ่มมีสงคราม(?)ศึกชิงราชบัลลังค์(ห๊ะ!?)

http://writer.dek-d.com/kiriyu25/story/view.php?id=472388


17/12/58 แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วน

เจอกันเมื่อโลกต้องการ
ขอบคุณที่ติดตามครับ
XD

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

3,066 ความคิดเห็น

  1. #2788 Casper_jinjin (@xylopohon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 08:59
    สนุกมากกกกก อยากอ่านต่อรัวๆคะ
    #2788
    0
  2. #2592 pin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 04:18
    น่าจะให้แอนนาตายๆไปได้แล้วนะ ลาซสู้ๆนะ
    #2592
    0
  3. #2517 kaimairou (@unna-ai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:43
    55555 ฟิลเล่แม่มซวยหวะ
    หนะหนะ แอบมีกำเดาไหลด้วยน้าา กิ้วๆ
    #2517
    0
  4. #2464 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 22:39
    สนุกมากคร่าาาาา
    #2464
    0
  5. #2432 คุณมึนจัง (@lucky000) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 06:33
    คง เพราะเป็น กาเดี้ยน สินะ อัศวินนภา ผู้โชครา้ย เลย ต้องอยู่ช่วย เจ้านาย  555+
    #2432
    0
  6. #2416 Silver Crown der. Sylvester (@silver-crown) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 / 17:14
    ไซ...ออน...(โว้ย)ครับ กำเดาไหลได้ง๊ายยยย
    ไหนๆก็มาอยู่ฮาเร็มเจ้าลาซแล้วไม่ใช่เรอะะะ เดี๋ยวก็ได้มองทุกวันนนน!
    //โดนเจ้าลาซและคุณพ่อทั้งสองบวกคุณแม่เลเวียสุดสวยตบดับ

    พูดก็พูดเถอะ...ไออัศวินคู่รัก(?)นั่นน่ะ!
    จะเอาฮาเรอะ!!!
    แฟนงอนไปง้อสิเฮ้ยพ่อเนโร! 
    //โดนฟิลเล่กระซวกไส้
    (ตูไม่เคะะะะะ เอ้ย! ตูไม่ใช่แฟนม๊านนนนน : ฟิลเล่ว๊อยส์)

    //โดนเจ๊เรนเอาไผ่ทองคำโบกดับ
    #ฮา...

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2556 / 17:27
    #2416
    0
  7. #2355 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 23:24
    ตาอัศวินนั้นสินะ -*-''
    #2355
    0
  8. #2260 worm-book (@m130341) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2556 / 19:57
    เอ๊ะ...ตรงคำขวัญประโยชน์ส่วนตนกับเพื่อนมนุษย์อะไรนั่น...ไม่ค่อยจะคุ้นเลยนะคะ//หัวเราะเหอๆ
    อ้อ นายกลายเป็นการ์เดี้ยนไปแล้วสินะ งั้นก็ขอให้โชคดีฟิลเล่
    #2260
    0
  9. #2233 เฟย์คุง (@relanair) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 16:19
    จะว่าไปฟิลเล่นี่น่าสงสารนะ 55+
    #2233
    0
  10. #2230 rinray (@rrintipray) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 10:27
    อัพต่อๆๆๆๆๆ
    #2230
    0
  11. #2229 พู่กันรสซ็อกโก (@may22536) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 02:13
    ขอบคุณค่ะ
    #2229
    0
  12. #2228 mingmingzz (@mintwo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 01:18
    เลเวียสู้ๆ

    #2228
    0
  13. #2226 ผู้รอคอย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 00:19
    ลาซสู้ๆ

    ป.ล.เกลียดแอนนาโครตๆ
    #2226
    0
  14. #2225 Namfon13 (@fon13fon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 21:23
    ฟิลเล่! ไหนที่สุดนายก็โผล่มาสักทีนะเฮ้ย!
    ไปปกป้องหนูลาซเดี๋ยวนี้เลยนะ!
    #2225
    0
  15. #2224 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 17:51
    การ์เดี้ยนต้องไปปกป้องหนูลาซสินะ หุหุ
    #2224
    0
  16. #2223 PRIEST (@tasaru) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 16:02
    เออะ!!!!
    #2223
    0
  17. #2222 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 14:55
    เจ้าฟิลเล่ท่าทางจะซวยต่อสินะ ฮ่าฮ่า
    #2222
    0
  18. #2221 ladyangle (@sofeast) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 02:43
    มานั่งรอนอนรออย่างใจจดใจจ่อเลยค่าาาาาาาา ^^
    #2221
    0
  19. #2220 Knight (@tangao) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 18:08
    ฮาตรงนกมีเลือดกำเดาไหลอ่ะไรเตอร์ ฮ่าๆๆๆ

    รออ่านต่อปัยค้า~~

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 สิงหาคม 2556 / 18:09
    #2220
    0
  20. #2218 ผู้รอคอย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2556 / 11:05
    ลาซจะมีบทแล้ว
    #2218
    0
  21. #2216 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 10:01
    เจ้าแพะปีสาจนี่เอง ดูครับว่าลาซจะมีส่วนช่วยไหม หุหุ
    #2216
    0
  22. #2214 Nendtime (@nateriver007) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 19:38
    ต่อๆๆ หนุกมากๆๆๆๆๆๆ
    #2214
    0
  23. #2213 นักเวทย์ปีศาจ (@alisia-w-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 18:33
    ในที่สุดลาซก็เริ่มมีบทบาท หลังจากที่จืดจางมานาน...=_=
    #2213
    0
  24. #2212 The White Rose of Death (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 18:25
    แอนนาาาาาาาาาาา

    เมื่อไรเธอจะดับสูญไปซักทีอ่ะ ^-^++
    #2212
    0
  25. #2211 tiyada (@noiyom) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 18:12
    ลาซลูกแม่ใกล้จะเป็นฝั่งเป็นฝา(?)แล้วสินะTT

     

    #2211
    0