[OS KOOKMIN] SOMEWHERE ONLY WE KNOW PROJECT 2018

ตอนที่ 21 : PLACE 19 | รสบัส {10.06.18}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    24 ก.ค. 61


PLACE19 | รสบัส

–– ArbiTEr

by : ให้ตายสิพับผ้า { @Tar_NJH }


นายไม่มีทางชนะผู้ลิขิตชะตาได้หรอก'

คำพูดจากชายชุดสูทผู้สวมหมวกตลอดเวลาเอ่ย

แค่ จอน จองกุกจะรักกับ ปาร์ค จีมิน

มันจะทำให้โลกพังพินาศเลยรึไง?






 ‘ต่อไปจะเป็นการหาเสียงของคุณจอน จองกุก ผู้กำลังเป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาเป็นผู้ลงสมัครวุฒิสภาอายุน้อยที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา…’

 

ร่างสูงในชุดสูททางการสูดหายใจเข้าลึก ปากบางพึมพำคำพูดที่คิดไว้ก่อนปราศรัยในอีกไม่กี่นาทีเบา จัดระเบียบร่างกายจนคิดว่าเรียบร้อยพอก่อนก้าวขึ้นเวทีตามสัญญาณเจ้าหน้าที่แถวนั้น

 

เฮ้!!! จอน จองกุก! จอน จองกุก!

 

เขาขึ้นมาพร้อมกับเสียงแฟลตและเสียงเฮของคนที่เชียร์ เสียงเรียกชื่อเขาดังไปทั่วบริเวณก่อนเขาจะเอ่ยขอบคุณคนเหล่านั้น

 

ขอบคุณครับหลังเอ่ยจบเสียงที่เคยดังก็เบาลงเพื่อรอฟังคำปราศรัยจากคนบนเวที จองกุกสาดสายตามองมากหน้าหลายตา รวมถึงชายคนหนึ่งที่แต่งชุดสูทสุภาพและหมวกทรงทริลบี้ เขาละความสนใจก่อนเอ่ยต่อ

 

ผมรู้ครับว่าการจะชนะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลายๆคนบอกว่าผมอายุน้อยเกินกว่าจะมาเป็นวุฒิสภา

 

“…”

 

บ้างก็ว่าอายุน้อยแบบผมไม่มาสนใจเรื่องการเมืองหรอก พวกเราไม่ออกไปใช้สิทธิ์กันด้วยซ้ำ

 

“…”

 

แต่ผมเนี่ยแหละที่จะบอกพวกคุณว่าอนาคตของคุณ คุณเป็นคนเลือกเอง วันนี้ผมจะทำให้คนพวกนั้นรู้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ คนหนุ่มสาวแบบผมจะสั่งสอนให้คุณหงายหลังไปเลย

 

เฮ้!!!

 

เสียงตอบรับจากประชาชนทำให้จองกุกยกยิ้ม จนกระทั่งการปราศรัยจบลง เขาจึงเดินทางกลับที่ทำงานเช่นเคยกับพี่ชายคนสนิท

 

ดูข่าวสิ” ‘มิน ยุนกิ' เอ่ยก่อนกดเปิดทีวีที่กำลังฉายข่าวการเมืองอยู่

 

หลังจากได้มีการปราศรัยของผู้สมัครแล้วนะคะ ตอนนี้เสียงความนิยมได้ออกมาแล้วค่ะ จอน จองกุกขึ้นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนที่ห่างถึง 6 จุด…’

 

อย่างนี้ก็สบายใจได้ช่วงหนึ่งน่ะนะยุนกิเอ่ยสบายๆกับเขา จองกุกยกยิ้มก่อนขอตัวกลับบ้านพักผ่อนบ้าง

 

ตำแหน่งอยู่ใกล้แค่เอือมแล้วหนิ เชิญนายเถอะ แล้วพรุ่งนี้เราค่อยคุยมาเรื่องแผนต่อไปกัน

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ร่างสูงในชุดสูทสุภาพเดินมาหาชายอีกคนที่ยืนถือสมุดในมือ ชายอายุน้อยเงยหน้ามองคนตรงหน้าเล็กน้อย เขาคือคนที่อยู่ในงานปราศรัยตั้งแต่เริ่มจนจบ และตอนนี้ทั้งสองกำลังยืนอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

 

วงเป็นยังไงบ้าง?” ชายอายุมากกว่าเอ่ย เขาไม่ได้มองหน้าคนอ่อนกว่า ทว่ากลับสาดสายตามองผู้คนที่เดินผ่านไปมา

 

ไม่มีปัญหาครับเขาตอบตามตรง

 

อืม วางแผนดีๆ อย่าให้พลาด

 

ครับเขาขานรับ จนกระทั่งชายชราเดินห่างออกไปเขาจึงพึ่งสังเกตเห็นสิ่งที่แปลกไปในสมุดบนมือของเขา

 

วงกระเพื่อมนี่มัน

 

มีขึ้นสูงก็ต้องมีตกลงต่ำ

 

 

 

วันรุ่งขึ้น

07.00 AM

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นก่อนถูกเจ้าของกดปิด ร่างสูงบิดขี้เกียจเล็กน้อย นึกคิดสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ก่อนลุกขึ้นเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองต่อ

 

วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องปราศรัย

 

เขาต้องเข้าบริษัททีมหาเสียงที่นายทุนเป็นสปอนเซอร์ให้ ความส่วนตัวที่หาไม่ได้ในยี่สิบสี่ชั่วโมงของเขาไม่ได้ทำให้เขาท้อ หากนี่คือสิ่งที่ต้องแลกกับความฝันที่สูงสุดในชีวิตของเขา เขาก็ยอม

 

Rrrrr

 

ครับ?”

 

[รีบเข้าบริษัทด่วน]

 

ใช้เวลาไม่นานจองกุกก็ถึงห้องทำงานของยุนกิ

 

นายเห็นข่าวรึยัง?” ตั้งแต่จองกุกเข้าบริษัทมายุนกิก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยถาม จองกุกเลิกคิ้วอย่างสงสัย

 

ดูซะมือขาวกดรีโมททีวีก่อนพิงโต๊ะมองปฏิกิริยาของอีกคนไปด้วย

 

เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนเมื่อคืนนะคะ คุณคิดยังไงกับข่าวคะคุณสมิธ?’

 

อ่า สำหรับผมเป็นเรื่องปกติของเด็กผู้ชายนะครับที่จะเกเรไปบ้าง'

 

แต่ไม่ปกติสำหรับคนที่จะสมัครลงวุฒิสภาสินะคะ เมื่อวานได้มีผู้อ้างว่าเป็นคนที่อยู่ในปูซาน จังหวัดที่จอน จองกุกนักการเมืองหนุ่มของเราเติบโตมา

 

ครับ ข่าวลือที่ว่าเคยมีให้เราเห็นมาบ้างจนมีผู้เกี่ยวข้องออกมาพูด รวมถึงเอาคลิปทะเลาะวิวาทกลางงานเลี้ยงรุ่นของโรงเรียนมาเป็นหลักฐาน จะปฏิเสธว่าไม่ใช่ก็คงยากครับ เพราะจากที่ดูแล้วยังไงคนนั้นก็คือจอน จองกุกจริง…’

 

ตอนนี้กระแสกำลังไปในทางติดลบจนน่าเป็นห่วงเลยค่ะ มีทั้งเห็นไม่สมควรและหลายๆคนที่มองว่าเป็นเพียงอดีต ลองไปฟังสัมภาษณ์…’

 

พรึ่บ!

 

นั่นนายจริงรึเปล่า?”

 

“…ครับ

 

คะแนนมาแล้วค่ะเสียงผู้หญิงแทรก ทั้งสองหันไปมองคนมาใหม่พร้อมกัน

 

ว่ามา

 

ตอนนี้คะแนนเราตามอยู่ 5 จุดค่ะ

 

ที่ปูซานล่ะ?”

 

“10 จุดค่ะ…” สิ้นเสียงหญิงสาว จองกุกก็เผลอถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ

 

ปูซานไม่ใช่ที่ของผมจริงๆบรรยากาศตึงเครียดจนยุนกิต้องเรียกประชุมอีกครั้งเพื่อพูดถึงการปราศรัยในคืนนี้

 

มันคงจบแล้วจริงๆ

 

จองกุกคิดในใจ หลังจากผ่านการประชุมมาราธอน รู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาอยู่ในห้องโถงที่ถูกจัดเตรียมเพื่อปราศรัยพร้อมกับสคริปต์ในมือ

 

ร่างสูงพิงผนังอย่างท้อใจ คะแนนที่ห่างกันทำให้รู้ว่าโอกาสชนะติดลบไปเสียแล้ว เขากำลังถูกต่อยด้วยหมัดของอีกฝ่ายเพียงครั้งเดียว แต่กลับรุนแรงจนเขาหาวิธีลุกขึ้นยืนไม่ได้

 

แค่อายุน้อยก็เป็นที่ไม่เห็นด้วยในหลายๆคนแล้ว สายตาผู้ใหญ่หัวโบราณมักคิดแบบนั้น ข่าวพาดหน้าหนึ่งที่บอกผมอายุน้อยที่สุดในนักการเมืองคงทำให้ผู้ใหญ่หลายคนค้านหัวชนฝาเลยล่ะ

 

ไม่เป็นไรจองกุก เราจะผ่านไปด้วยกันยุนกิเอ่ยปลอบ

 

ครับผมขอตัวไปฝึกพูดสคริปต์ในห้องเจ้าหน้าที่นะ

 

 

 

ห้องเจ้าหน้าที่

 

สวัสดีครับจองกุกเอ่ยพลางเดินเข้าห้อง ตาคมเหลือบมองภายในห้อง กลับพบเพียงความว่างเปล่า

 

สวัสดีครับเขาพูดอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ จนกระทั่งไม่มีเสียงขานรับเขาจึงหาที่นั่งก่อนพูดสคริปต์

 

คนในคลิปคือผม และผมพร้อมยอมรับสิ่งที่ตามมา แต่ถ้าคุณคิดสักนิดใครบ้างจะไม่เคยพลาด…” จองกุกพึมพำกับตัวเอง เขาเดินไปมาหน้ากระจก มีบ้างที่นั่งกุมขมับ และลุกขึ้นมองตัวเองในกระจก

 

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาฝึกพูด เขาพูดไปเรื่อยๆเพื่อความแม่นยำ คำกล่าวขอบคุณถูกเอ่ยอีกครั้งเมื่อเขาพูดจนครบ ทว่าเสียงของตกพร้อมเสียงอุทานทำให้เขาสะดุ้ง

 

Sh*t…

 

ใครครับ?” จองกุกเอ่ยถาม ก่อนประตูห้องน้ำขนาดเล็กจะถูกเปิดออกพร้อมกับชายร่างบาง ชุดสูทที่ถูกถอดมาถือกับผมที่ถูกเซ็ทเหมือนจะมางานอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่งานปราศรัยของเขาแน่ๆ

 

คุณ…”

 

เอ่อ ขอโทษนะ จริงๆฉันจะเอ่ยตอบแล้ว แต่จะให้ตอบไปคงจะแปลกๆคนแปลกหน้าว่าก่อนแบกของพะรุงพะรังไปวางไว้ที่โต๊ะข้างตัวจองกุก

 

แต่นี่ห้องเจ้าหน้าที่ ถ้าคุณไม่มีรหัสคุณเข้าไม่ได้

 

อ่าใช่ ฉันแอบมองพนักงานกดน่ะ กว่าจะได้ก็แทบแย่เลยแหละ

 

แล้วคุณเข้ามาทำอะไรในนี้?”

 

ฉันหนีเจ้าหน้าที่มา

 

“…” จองกุกเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า เพราะความใกล้ในระยะหนึ่งฟุตทำให้เขาสามารถสังเกตใบหน้าอีกคนได้ รวมถึงส่วนสูงที่สูงเพียงหัวไหล่เขาเท่านั้น

 

ฉันแอบเข้างานแต่งโดยไม่มีบัตรเชิญน่ะคำตอบของคนตรงหน้าทำให้จองกุกหลุดขำ

 

ยังมีคนทำแบบนั้นกันอีกเหรอ? แต่ผมก็เคยนะ

 

จริงเหรอ?”

 

อืม ทำตอนม.ปลายน่ะ

 

แล้วเป็นยังไง?”

 

โดนจับเข้าคุกหนึ่งคืน ฮ่าๆๆๆ

 

ถามจริง ฮ่าๆๆๆทั้งสองหัวเราะก่อนจองกุกจะเอ่ยถามต่อ

 

ตอนนั้นมันน่าสนุกดี แล้วคุณทำทำไมล่ะ?”

 

โดนท้าน่ะ

 

ใคร?”

 

ฉันเองคนแปลกหน้าเอ่ยก่อนสบตากับจองกุก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาทั้งสองมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครเอ่ยอะไรต่อจนร่างบางพูดขึ้นพร้อมเก็บของลงกระเป๋าสูท

 

ผมขอโทษที่เสียมารยาทฟังคุณนะ มันดูสำคัญมาก

 

“…”

 

คุณคงเป็นคนที่กำลังจะพูดปราศรัยสินะ? คนที่กำลังมีข่าว?”

 

ใช่ ผมเอง แต่อีกไม่นานก็ไม่มีผมแล้วล่ะจองกุกตอบ ตาคมลอบมองตนข้างกาย ความแปลกใหม่ทำให้ละสายตาจากคนตรงหน้าไม่ได้ เขาสำรวจอีกฝ่ายก็พอรู้ได้ว่าอีกคนมีรูปร่างเล็กกว่าผู้ชายทั่วไป ถ้าใส่วิกเดินเข้าห้องน้ำหญิงก็คงได้

 

อ่า น่าเสียดายนะ ฉันไม่ชอบลุงขี้เต๊ะนั่นเท่าไหร่ร่างบางว่าพลางเบะปาก การกระทำนั่นอยู่ในสายตาจองกุกทั้งหมด และมันทำให้เขาหลุดหัวเราะอีกครั้ง

 

ขี้เต๊ะงั้นเหรอ? ฮ่าๆๆ คงแบบนั้นจริงๆนั้นแหละ

 

ถ้านายถอยตอนนี้มันน่าเสียดายจริงๆนะเป็นอีกคนที่เอ่ยเสียงจริงจังอีกครั้ง ทั้งสองสบตากันอย่างสื่อความหมาย

 

สุดท้ายผมก็แพ้เขาอยู่ดี

 

นายลองเอาความเป็นตัวเองเข้าสู้สิ ไม่มีใครเพอร์เฟคหรอก

 

“…”

 

มันคือความฝันของนายไม่ใช่เหรอ?”

 

“…”

 

สู้อีกสักครั้งเพื่อฝันของนายเป็นไง?” สองสายตายังคงสบกันจนสิ้นเสียงหวาน และราวกับมีแรงดึงดูด

 

ใบหน้าทั้งสองโน้มหากันจนในที่สุดริมฝีปากของทั้งคู่ก็สัมผัสกัน

 

จากสัมผัสที่เบาบางเริ่มหนักหน่วงขึ้น

 

จนกระทั่ง

 

จองกุก…”

 

“!?” เสียงเรียกทำให้ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ร่างบางที่ถูกยกขึ้นบนโต๊ะก็ลงมายืนเต็มความสูง ใบหน้าใสแต้มสีเล็กน้อยจนคนมาใหม่ไปไม่ถูก

 

เอ่อ…. ฉันแค่จะมาบอกว่าถึงเวลาพูดแล้วน่ะยุนกิเอ่ย ร่างบางที่จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวออกมาทันทีด้วยความคละเขิน

 

ใครอ่ะ? ร้อนแรงเหมือนกันนะเนี่ยเรายุนกิแซวจนจองกุกต้องกระทุ้งศอกใส่ ไม่รอช้ารีบวิ่งตามร่างบางที่เดินตัวปลิวออกไป

 

คุณ!” จองกุกตัดสินใจสาวเท้าเข้าใกล้อีกคนโดยไม่ลืมที่จะเรียกรั้ง

 

ครับ?”

 

มันอาจดูแปลก แต่ผมจะได้เจอคุณอีกไหม?” ยังไม่ได้คำตอบดี เจ้าหน้าที่สองนายก็ชี้มาทางพวกเขา ก่อนสาวเท้าเข้าใกล้จนร่างบางต้องรีบเดินเลี้ยวลงบันได

 

โดยไม่ลืมที่จะเอ่ยตอบคำถามอีกคน

 

อาจจะนะครับ

 

แม้ความรู้สึกจะบอกว่าพวกเขาจะไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้วก็ตาม

 

อาจฟังดูแปลก แต่เพราะบทสนทนาระหว่างเขาและคนแปลกหน้าทำให้เขารู้สึกฮึกเหิมอีกครั้ง แม้การพูดครั้งนี้จะไม่ได้ทำให้ชนะ แต่สิ่งที่เขาอยากพูดทั้งหมดจะได้พูดในวันนี้

 

 

 

การโดนต่อยสิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเราเริ่มกันด้วยวิธีไหน แต่มันสำคัญที่โดนต่อยแล้วจะลุกขึ้นมาด้วยวิธีไหนต่างหาก!”

 

เฮ้!!

 

หลายๆคนคงจะพูดแบบนี้สินะครับ แต่ความจริงมันไม่ใช่เลยสักนิด

 

“…”

 

ดูเน็คไทตรงคอผมสิ สีน้ำเงินแดงขาวไม่ใช่สีโปรดผมด้วยซ้ำ ผมใส่เพียงเพราะมันเหมาะสม

 

“…”

 

สูทหรือแม้กระทั่งรองเท้าขัดเงา ว้าว ดูสิครับ ดูรองเท้าที่เงางามนี่สิจองกุกไม่ว่าเปล่า เขาก้มลงหยิบรองเท้าที่ตัวเองใส่ขึ้นมา

 

ยิ่งเงายิ่งมีอำนาจงั้นเหรอ? มันไม่เห็นจะเป็นจริงเลย สุดท้ายถ้ารองเท้าคู่นี้ถูกใส่โดยใครก็ตามมันก็แค่รองเท้า อ่า คุณว่ายังไงนะ คะแนนเราตอนนี้ตามไปห้าจุดเลยจองกุกว่าพลางหันไปถามยุนกิที่ยืนอยู่ไม่ห่าง

 

คนตัวขาวยกยิ้มก่อนลอบด่าอีกคนแบบไม่มีเสียง

 

น้องเวร'

 

นั่นแหละครับ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณพวกเขาจริงๆที่สรรหาของพวกนี้มาให้ผม บอกวิธีการวางตัวต่างๆ ทั้งๆที่มันไม่ใช่ผมเลยสักนิด

 

“…”

 

ผมจอน จองกุก นักการเมืองที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ และผมก็คือผม ผมไม่สนว่าคนจะมองผมยังไง แต่ผมจะพูดตรงนี้ว่าผมจะไม่ยอมแพ้ เอาเรื่องอดีตของผมมาพูดได้เลย มันก็ดีนะครับ ทุกคนจะได้รู้จักตัวตนของผมมากขึ้น

 

“…”

 

และถ้าคุณคิดว่าผมยังเหมาะสมกับตำแหน่งวุฒิสภาคนต่อไป ขอเสียงปรบมือหน่อยครับ

 

เฮ้!! แปะ แปะ

 

ขอบคุณครับแต่ใครจะไปรู้ว่าคำแนะนำของคนแปลกหน้ากลับให้ผลดีอย่างน่าเหลือเชื่อ

 

และมันทำให้เขาตกหลุมรักอีกคนมากขึ้นไปอีก

 

 

 

06.00 AM

 

สวนสาธารณะในเวลานี้มีคนไม่น้อยกำลังทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะวิ่งหรือการพาหมามาเดินเล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยชินในสายตาร่างสูงที่กำลังนั่งบนม้านั่งข้างทาง โดยไม่ห่างจากป้ายรถเมล์ที่ใครหลายๆคนใช้บริการ

 

7โมง 5 นาที ทำให้เขากาแฟหกจนไปทำงานสาย

 

ครับเสียงเข้มดังจากข้างหน้า เขาเลือกที่ขานรับด้วยความสุภาพ เพราะอีกคนมีอายุมากกว่า

 

เฮ้อ ฉันไม่อยากคิดเลย ถ้าฉันต้องติดตามเขาเป็นเวลานานขนาดนั้นแบบนาย

 

“…”

 

ยังไงก็อย่าลืม 7 โมง 15 นาที

 

ครับชายหนุ่มตอบ จนกระทั่งอีกคนเดินห่างออกไปเขาจึงปิดสมุดในมือ ยกข้อมือเช็คเวลาอีกครั้ง ก่อนนั่งรอใครบางคนที่เขาติดตามมานาน

 

ใช่ ติดตาม

 

 

 

07.14.50 AM

เป็นเวลาปกติที่เขาจะเดินมารอรถบัสที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน รอยยิ้มบนใบหน้าคมถูกส่งให้ผู้คนจำนวนมากที่เดินมาทักทาย จนกระทั่งรถบัสเทียบท่า

 

แสงสว่างจากพระอาทิตย์ยามเช้าทำให้ชายหนุ่มที่นั่งมานานสะดุ้งตื่น จิตใต้สำนึกกำลังบอกว่าเขาว่าเขาได้พลาดบางอย่าง และมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

 

เขามองตามจอน จองกุกที่เดินขึ้นรถบัสไปแล้ว ไม่รอช้าที่จะวิ่งตามรถคันดังกล่าว

 

มีคนจะขึ้นนะครับจองกุกเอ่ยบอกคนขับที่กำลังจะขับออกมา เมื่อหันไปเจอชายสวมหมวกกำลังวิ่งที่ทางรถ

 

อีกรอบกำลังจะมาคนขับหันมาตอบก่อนเหยียบคันเร่ง จองกุกพยักหน้ารับก่อนสาดสายตาหาที่นั่ง จนกระทั่งสะดุดกับใครบางคน

 

คนคุ้นตาที่กำลังหลับซบกับหน้าต่างตรงเกือบแถวหลังสุดนั้น

 

แรงยุบข้างตัวทำให้ร่างบางสะดุ้งตื่น และด้วยความที่เขาไม่คิดว่าจะมีคนมานั่งจึงได้เหยียดขาไปซะเต็มที่

 

ขอโทษด้วย—" ร่างบางเอ่ย ทว่าเมื่อพบว่าคนมาใหม่เป็นใครทำให้ตัวเขาชะงัก

 

ไง

 

ชายสวมหมวกยังคงวิ่งไล่ตามรถบัสคันเดิมจนโดนรถเฉี่ยวหลายต่อหลายครั้ง

 

หยุดก่อน!” ชายในชุดสูทตะโกนสุดเสียง จนคนข้างทางมองเขาอย่างสงสัย

 

อ้าว คุณนี่เองร่างบางว่าอย่างประหลาดใจ จองกุกยกยิ้ม

 

บังเอิญจังเลยนะครับ ผมอยากขอบคุณคุณที่แนะนำผม มันทำให้คะแนนผมเริ่มกลับมาดีขึ้นแล้วนะ

 

ดีใจด้วยนะ อย่างนี้นายจะชนะลุงขี้เต๊ะใช่ไหม?”

 

อาจจะนะ ฮ่าๆๆๆจองกุกหัวเราะ

 

โครม!

 

เสียงรถชนของแข็งดังขึ้นพร้อมกับร่างชายสวมหมวกกระเด็นไม่ห่าง มันไม่ได้แรงมากแต่ก็ส่งผลให้เขาล้มเอาง่ายๆเช่นกัน

 

คุณเป็นอะไรไหม?” ชายคนขับลงมาดูอาการอย่างเป็นห่วง ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมคนๆนี้ถึงมาวิ่งกลางถนนตามรถบัสคันนั้นก็ตาม

 

ผมขอสมุด สมุดคนถูกชนไม่ตอบคำถาม เขาชี้สมุดที่ตกเปิดไม่ห่าง โดยมือหนาอีกข้างกุมท้องที่ถูกกระแทกแน่น

 

อันนี้เหรอ?” คนขับทำตามคำขอ ก่อนส่งสมุดเล่มนั้นคืนแก่เขา

 

ชายสวมหมวกเบิกตากว้างเมื่อดูสมุดของตน ข้อมือหนาถูกพลิกมองเวลา

 

 

 

07.16.01 AM

 

เขาชี้รถบัสคันนั้นก่อนสะบัดนิ้วขึ้น

 

โอ๊ะ!” แรงกระแทกของรถทำให้กาแฟในมือจองกุกหกเลอะอีกคน ที่เขาพึ่งได้รู้ว่าชื่อจีมินเต็มๆ

 

ถ้าตัดสายจากยุนกิเร็วกว่านี้คงไม่หกเละเทะขนาดนี้

 

ขอโทษนะครับจองกุกว่าก่อนเก็บมือถือและหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้อีกคน ร่างบางยกยิ้มพลางส่ายหัวเชิงไม่ใส่ใจกับมันเท่าไหร่

 

ไม่เป็นไรครับ

 

ถ้ายังไงให้ผมชดใช้เสื้อตัวนี้นะครับ ผมคงเอาไปซักให้ไม่ได้ แต่ผมสามารถเลี้ยงข้าวคุณได้มื้อหนึ่งนะ

 

โอมุขนี้ใช้ได้นะครับ ฮ่าๆๆจีมินเลิกคิ้วก่อนหัวเราะ มือบางหยิบเศษสลิปในกระเป๋าเสื้อออกมา สภาพไม่ได้ถูกกาแฟเปื้อนเขาจึงหยิบปากกาพร้อมเขียนชื่อและเบอร์โทรลงไป

 

นี่ครับ

 

แล้วผมจะติดต่อหาคุณนะครับJจองกุกรับมันก่อนขอตัวเพราะถึงป้ายบริษัทเขาพอดี

 

เขายิ้มจนแก้มแถมปริเลยล่ะ

 

ยุนกิคงไม่ต่าง เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ได้โทรคุยกัน น้ำเสียงยินดีปนแซวทำให้เขาอดหลุดขำไม่ได้

 

สวัสดีครับเอ่ยทักทายพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ด้วยความเคยชิน เดินผ่านมาจนลงบันไดที่ดูเหมือนจะหยุดทำงานไปซะงั้น

 

จองกุกเลือกที่จะไม่สนใจและเดินลงเพื่อไปยังห้องทำงาน

 

สวัสดีครับ

 

“…” ความเงียบเป็นคำตอบให้เขาอีกครั้ง และถ้าเขาสังเกต ตลอดทางที่เดินมามีเพียงเขาที่เดินและพูดเพียงลำพังเท่านั้น

 

พี่ยุนกิ—”

 

“!?” จองกุกชะงักกึกเมื่อเห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กำลังล้อมยุนกิไว้ ความตกใจมีไม่มากเท่าเห็นอีกคนหยุดนิ่งไม่ขยับเลยสักนิด ราวกับถูกต้องสาปให้เป็นหินอย่างไงอย่างงั้น

 

ก่อนคนแปลกหน้าจะหันมาทางเขา

 

หนี!

 

จับตัวเขามาให้ได้เสียงนุ่มดังพร้อมกับร่างจองกุกที่พุ่งออกจากห้องไป คนสวมชุดทหารส่วนหนึ่งวิ่งตามมาไม่ห่าง จองกุกวิ่งสุดแรงโดยไม่ลืมที่จะเรียกคนในบริษัท

 

อูจิน! คุณคิม!” มีเพียงความเงียบตอบกลับมาอีกครั้ง เขาตัดใจจากคนเหล่านี้เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ ก่อนรีบไปห้องทำงานใครสักคน

 

ต้องโทรเรียกตำรวจ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?

 

ตัดสัญญาณโทรศัพท์รึยัง?”

 

ตัดแล้วครับ

 

ตรู๊ด ตรู๊ด

 

เสียงถี่ข้างหูทำให้รู้ได้ว่าโทรศัพท์ตรงหน้าไม่สามารถใช้ได้ เขาแทบโยนมันทิ้งเมื่อเสียงเปิดประตูดังขึ้นจากด้านหลัง ขายาวสาวเท้าวิ่งออกไปอีกทางจนออกมาทางเดิน เขาวิ่งไปตามทางจนมาเจอประตู ก่อนประตูบานนั้นจะถูกเปิดออกมาด้วยฝีมือคนแปลกหน้า

 

ฟังที่ฉันพูดก่อนสิจองกุกไม่สนใจคนตรงหน้าก่อนวิ่งไปที่ประตูอีกทาง

 

เฮ้อ ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลยนะคนแปลกหน้าว่าก่อนไปยังประตูอีกบาน

 

จองกุกยังคงวิ่งหนีกลุ่มคนแปลกหน้าที่เต็มบริษัทเขาไปหมด ทั้งทหารและกลุ่มคนใส่สูท

 

เขารู้ทางที่นี่ดีที่สุด ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องหนีพ้น

 

จองกุกคิด เขาวิ่งไปตามทางเดิน ทางแยกสามแยกด้านหน้า เขาเลือกที่จะไปซ้ายทว่าประตูกลับถูกเปิดออกด้วยฝีมือของคนๆเดิม

 

หยุดก่อนสิเช่นเคย จองกุกเลือกที่จะไปอีกทาง ทว่าหนีได้ไม่นานก็ถูกกลุ่มคนชุดทหารรวบตัวไว้ ร่างหนาถูกจับทุ้มกับพื้นด้วยแรงที่ไม่เบาจนร้องออก

 

อั้ก!”

 

เฮ้ๆ เบาๆหน่อยสิคนๆเดิมเอ่ย จองกุกมองคนเหล่านั้นอย่างหาเรื่องก่อนกัดฟันถาม

 

พวกมึงเป็นใคร!?”

 

ไว้เราจะอธิบายให้นายฟัง แต่ตอนนี้พักซะนะว่าจบผ้าสีขาวสะอาดก็ถูกโปะที่จมูก จนกระทั่งสติของเขาดับวูบไป

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 “อืม…” จองกุกปรือตามองรอบข้างตัวเองอย่างมึนงง เสียงพูดคุยดังไม่ห่างทำให้เขาต้องเลิกคิ้วมองคนเหล่านั้น

 

คนพวกนี้คือใครกันแน่? แล้วเขาอยู่ที่ไหน?

 

หลังจากนี้เป็นไง?”

 

ปกติครับ ไม่มีวงกระเพื่อมใหญ่วงกระเพื่อนที่เขาเอ่ยเปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนสถานการณ์ และหากยิ่งกระเพื่อมใหญ่ก็จะยิ่งยากต่อการควบคุม

 

ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

อืมดีชายในชุดสูทเอ่ย พอสำรวจดีๆทุกคนที่ใส่สูทล้วนสวมหมวกทริลบี้ต่างสี กลิ่นน้ำมันโชยเตะจมูกจองกุกจนเผลอเบะปาก กำแพงเหล็กหนาและประตูเหล็กยืดทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเขากำลังอยู่ในโรงรถเก่าสักแห่ง ตาคมสะดุดกับประตูไม้ที่เด่นหลาไม่ห่าง และตัวเขาที่ไม่ได้ถูกมัดเหมือนในหนังเวลาถูกลักพาตัว

 

ไงจองกุก นายทำให้พวกฉันต้องทำงานหนักขึ้นนะ

 

คุณเป็นใคร?”

 

คำถามยากอยู่นะ เอาเป็นว่าฉันเป็นผู้ลิขิตชะตาชีวิตล่ะกัน โดยมีท่าน Rey เป็นผู้ออกคำสั่ง

 

พูดเรื่องบ้าอะไรของคุณ? ผมว่าคุณควรไปหาหมอนะ

 

เรามีหน้าที่กำหนดให้พวกนายทุกคนเป็นไปตามที่ท่าน Rey กำหนด และสมุดเหล่านี้คือตัวบอกอนาคตชายคนเดิมเอ่ยโดยไม่สนใจเสียงพูดของจองกุก มือหนาหยิบสมุดจากคนข้างๆมาโบกให้อีกคนดู

 

“…” เมื่อพูดไม่รู้เรื่องจองกุกจึงเลือกตัดสินใจที่จะลุกขึ้นวิ่งหนีคนเหล่านี้อีกครั้ง โชคดีที่คนเหล่านี้ค่อนข้างอยู่ห่างจากเขา อีกไม่กี่ก้าวเขาก็จะถึงประตูไม้ จนกระทั่งชายคนเดิมสะบัดนิ้วขึ้น

 

ตุบ!

 

พื้นที่เคยสม่ำเสมอกลับยกสูงจนคนไม่ทันระวังสะดุดเข้าอย่างจัง เสียงร่างสูงล้มลงกับพื้นดังปั่ก ทว่าล้มได้ไม่นานก็ถูกชายชุดทหารสองคนหิ้วปีกให้กลับไปนั่งที่เดิม

 

โอเคๆ เรามาคุยกันดีๆเถอะจองกุกว่าเมื่อตัวเองถูกหิ้วปีก จนเขาถูกให้นั่งลงเขาจึงเอ่ยประเด็นที่เขาสงสัยทันที

 

พวกคุณต้องการอะไร? เงินเหรอ? เอาไปเลยผมให้ทั้งบริษัทเลย

 

เราไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นแหละจองกุก นายไม่ควรรู้ว่าพวกเรามีตัวตนด้วยซ้ำ

 

“…”

 

แต่ไหนๆก็รู้แล้ว ก็ช่วยทำอะไรให้มันง่ายขึ้นทีเถอะ

 

คุณทำอะไรพี่ยุนกิ?” จองกุกแทรก

 

ยุนกิน่ะไม่เป็นไรหรอก เราแค่รีเซ็ทระบบใหม่ หรือเรียกง่ายๆว่าล้างสมองนั่นแหละ

 

“…”

 

จริงสิ ผมชื่อซอกจิน คนที่ใส่หมวกสีดำตรงนั้นชื่อนัมจุน ทำความรู้จักไว้ เพราะนายต้องเจอกับพวกเราอีกนาน

 

“…”

 

เขาต้องทำงานหนักจนฝันเรื่องบ้าพวกนี้แน่ๆ

 

แต่นึกถึงตอนล้มเมื่อกี้ความเจ็บก็ยังไม่จางหายไปไหน

 

บ้า บ้าไปแล้ว

 

นี่นายยังไม่เชื่อเราอีกเหรอ?”

 

“…” เชื่อก็บ้า

 

งั้นลองนึกถึงตัวเลขมาสิ

 

“…” 17

 

17 แล้วไหนลองนึกถึงสีสิ

 

“…” เทา

 

สีเทาใช่ไหม? ทีนี่เชื่อฉันรึยัง? ฉันรู้หมดนั่นแหละสิ่งที่นายคิด หรือสิ่งที่นายจะทำ

 

“…” จองกุกตาเบิกกว้าง ไม่อยากจะเชื่อแต่สิ่งที่อีกคนพูดออกมามันตรงที่เขาคิดจริงๆ

 

แม้กระทั่งตอนนายวิ่งไปที่ประตูบานนั้น ฉันรู้หมด แล้วเมื่อตอนเช้านายเจอผู้ชายคนหนึ่งด้วยใช่ไหม? จีมิน?”

 

แล้ว…?”  เขาไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้ต้องการอะไรกันแน่ แต่ชื่อที่ถูกเอ่ยกลับทำให้ใจของเขาเต้นระรัว

 

เลิกติดต่อกับเขาซะ

 

เดี่ยวๆ จีมินไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำนะจองกุกแทรก

 

เกี่ยวสิ เกี่ยวมากเลยล่ะ นายกับเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กันตั้งแต่แรกแล้วรู้ไว้ซะ แล้วที่นายได้เจอกับเขาวันนั้นก็เพราะพวกฉันกำหนด

 

เพื่ออะไร?”

 

เพื่อให้นายไม่เลิกล้มที่จะเป็นวุฒิสภาไงล่ะ จริงๆวันนี้นายต้องทำกาแฟหกจนต้องไปเปลี่ยนกางเกง และเข้าทำงานสายสิบห้านาที แต่ดันมีคนทำงานพลาดซอกจินว่า ตาคมเสมองนัมจุนที่ยืนทำหน้านิ่งไม่ห่าง

 

“…”

อืม เขาได้ให้เบอร์ไว้ด้วยใช่ไหม?”

 

“!?” จองกุกชะงัก ทั้งสองสบตากันก่อนจะเป็นซอกจินที่เอ่ยออกมา

 

ในกระเป๋าเสื้อ

 

ปล่อยผม!” ทันทีที่ซอกจินเอ่ยจบชายชุดทหารสองก็ล็อกแขนจองกุกแน่น และผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างซอกจินมาตลอดก็เดินมาล้วงของในกระเป๋าเสื้อเขา

 

ไม่เอาหน่า อย่าทำแบบนี้จองกุกพยายามข่มอารมณ์กลัวและหงุดหงิด เขามองซอกจินที่กำลังล้วงหยิบของบางอย่างในกระเป๋ากางเกง

 

ไฟแช็ก

 

ขอร้องล่ะ ไม่…”

 

พรึ่บ

 

แสงไฟจากไฟแช็กสว่างวาบ พร้อมเศษกระดาษสีขาวที่ร่วงลง ทว่าจองกุกกลับรู้สึกเหมือนโดนสาดด้วยน้ำเย็นยะเยือก ความจริงที่เขาไม่อยากรับรู้ เขาคิดมาตลอดว่าชีวิตเป็นของตัวเอง และเขาเป็นกำหนดมันเอง จนในวันนี้เขาถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย

 

ไม่ใช่เลยสักนิด

 

อย่าพยายามหาเขาอีก  ถือว่าฉันพูดดีๆแล้วนะจองกุก

 

ผมไม่เข้าใจ ทำไม ทำไมต้องเป็นผม แล้วทำไมต้องเป็นจีมิน!?”

 

ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว แล้วอนาคตนายจะรู้ว่าสิ่งที่ถูกกำหนดมา มันดีที่สุดสำหรับตัวพวกนายทุกคน

 

“…”

 

ไม่มีใครสามารถขัดชะตาที่ท่าน Rey กำหนดมาได้หรอก และฉันอยากจะบอกนาย

 

“…”

 

เรื่องนี้ควรรู้กันแค่'เราเพราะถ้าเมื่อไหร่ที่นายบอกเรื่องตัวตนของเรา เราจะรีเซ็ทนายใหม่ รวมถึงคนรอบข้างของนาย

 

“…”

 

ถึงเวลาที่นายต้องกลับแล้วซอกจินเอ่ย เขาส่งสัญญาณให้กลุ่มทหารอีกครั้ง แขนทั้งสองของจองกุกถูกหิ้วอีกครั้ง จนมาถึงประตูไม้บานเดิม

 

อย่าลืมที่คุยกันล่ะจองกุก

 

เดี๋ยว—”

 

ผลั่ก! ตุบ!

 

จองกุกพยายามหันไปคุยกับซอกจิน ทว่าแรงผลักทำให้เขาล้มลงนอนไปกับพื้น เมื่อเงยขึ้นกลับพบว่าเขาได้กลับมาอยู่ในห้องทำงานตนเองซะงั้น

 

อะไรวะ

 

แกร๊ก!

 

อ้าวจองกุก ทำไมไปนอนตรงนั้น? ฉันโทรเข้าโทรศัพท์ในห้องทำงานนายก็ไม่รับเป็นยุนกิที่เปิดประตูอีกบานมาเจอเขา จองกุกมองอีกคนด้วยสีหน้าตื่น ก่อนจะลุกเปิดประตูบานที่เขาพึ่งถูกผลักออกมา ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงห้องเอกสารธรรมดา

 

คนพวกนั้นทำได้ยังไง

 

นายเป็นอะไรรึเปล่าจองกุก?”

 

พี่ยุนกิ พี่ปกติใช่ไหม? ปวดหัวรึเปล่า?” จองกุกเลือกที่จะไม่ตอบคำถามคนตรงหน้า จนคนถูกถามกลับเลิกคิ้วสงสัย

 

ไม่หนิ ทำไม?”

 

พี่จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?”

 

จำ? ก็พี่เห็นนายขึ้นมาเข้าห้องทำงาน พอพี่โทรตามก็ไม่รับ จนพี่เข้ามาเจอเรานอนบนพื้นนั่นแหละ

 

อ๋อ…” เสียงหงอยลงจนยุนกิต้องถามอีกคนเพื่อความแน่ใจ

 

นายเป็นอะไรรึเปล่าจองกุก?”

 

เปล่าๆ

 

งั้นไปประชุมกันเถอะ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

การประชุมเหมือนเช่นเคยทุกครั้ง คราวนี้ยุนกิยกเรื่องการเสี่ยงของการลงทุนของบริษัทในการหาเสียง ทุกคนตั้งใจฟังยุนกิพูด มีบ้างที่ยกมือขานและมักได้เหตุผลที่ดีกับยุนกิเสมอ คงมีเพียงจองกุกที่นั่งนิ่งเงียบ อาการเหม่อลอยทำให้ยุนกิลอบมองคนน้องอยู่บ่อยครั้ง

 

จองกุก

 

“…”

 

จอน จอง กุก!”

 

ห้ะ? ครับ?” เสียงเรียกย้ำทำให้จองกุกกลับมาสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง เขามองคนตัวขาวอย่างสงสัย

 

ฉันจะถามว่านายโอเคกับข้อเสนอของฉันไหม? มันอาจไม่มีใครเคยทำและเสี่ยง แต่ถ้าทำได้เราจะเป็นคนเปลี่ยนประวัติศาสตร์เชียวล่ะ

 

โอเคครับ เพราะแบบนี้แหละมั้งที่ทำให้ผมเลือกที่จะทำงานที่บริษัทแห่งนี้จองกุกว่าไปตามจริง ถึงเขาจะไม่รู้ว่าแผนของยุนกิคืออะไร แต่เขาเชื่อว่าหัวสมัยใหม่และความคิดที่ถูกคัดกรองมาอย่างดีไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังแน่

 

งั้นเราประชุมกันแค่นี้ก่อน เชิญ

 

ครับ/ค่ะ

 

ส่วนจองกุก นายมากับฉันที่ห้องทำงาน

 

ครับสิ้นเสียงตอบรับทั้งหมดก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน ยุนกิเดินนำจองกุกเข้าห้อง จนจองกุกปิดประตูห้องแล้วยุนกิจึงพูดเปิดประเด็น

 

ถามจริงเถอะร่างขาวพิงโต๊ะทำงานพลางกอดอกมองคนตรงหน้าที่ยืนทำหน้านิ่ง

 

“…”

 

นายพึ่งได้เบอร์คนที่นายสนใจมาไม่ใช่รึไง? ทำไมดูไม่สดชื่นเลยคำถามคนตรงหน้าทำให้จองกุกก้มมองเท้าตัวเอง ในหัวคิดเหตุผลร้อยแปดที่จะบอกคนตรงหน้า ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ

 

 

ผมทำเบอร์เขาหาย

 

อ้าว เสียใจด้วยนะยุนกิว่า เขาไม่แปลกใจแล้วทำไมจองกุกถึงหงอยขนาดนี้

 

ไว้เราลองหาในสารบบดูก็ได้ แค่คนๆเดียวเองทำไมเราจะหาไม่เจอล่ะ

 

“…”

 

ไปทำงานเถอะ

 

ถ้ามันง่ายแบบนั้นก็คงดี

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

หลายวันผ่านไป การหาเสียงยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เพราะการเลือกตั้งใช้เวลาร่วมปีกว่าจะตัดสิน จองกุกก้มมองนาฬิกาเล็กน้อย มือขวาถือกาแฟเฉกเช่นเคย จนกระทั่งรถบัสจอดสนิทขายาวสาวเข้ารถอย่างรวดเร็ว มือหนาอีกข้างหยิบเงินจ่ายค่ารถ โดยตาคมมองหาใครบางคนในรถไปทั่ว

 

คนที่เขาหวังว่าจะได้เจออีกครั้ง

 

สองสัปดาห์แล้วที่เขาเลือกที่จะขึ้นรถบัสสายเดิมทุกๆวัน เขารู้ว่าไอ้พวกผู้ลิขิตชะตาอะไรนั้นต้องกำหนดไม่ให้พวกเขาสองคนเจอกันแน่ แต่เขาก็ยังคงหวังว่าเขาจะโชคดีสักครั้ง

 

เขาคงรักจีมินจริงๆแล้วนั่นแหละ

 

จองกุกถอนหายใจให้กับความหวังลมๆแล้งๆของตัวเอง ทิ้งหัวซบกับกระจกเหมือนที่จีมินทำเมื่อครั้งเจอกันครั้งแรกที่นี่ ตาคมมองข้างทางพลางคิดเรื่อยเปื่อยจนกระทั่ง

 

เขาเห็นร่างคุ้นเคยกำลังเดินเข้าซอยที่เขาพึ่งผ่าน

 

จอด! จอดทีครับ! ผมจะลงป้ายนี้!”

 

 

 

คุณซอกจินครับ

 

ว่าซอกจินที่กำลังยืนมองผู้คนมากมายขานตอบ

 

คุณจองกุกกับคุณจีมินเจอกันอีกแล้วครับ

 

ห้ะ!? นายว่าอะไรนะ?” ซอกจินอุทานก่อนเอือมไปดึงสมุดอีกคนมาดู มันเป็นอย่างที่อีกคนว่า วงกระเพื่อมแดงเกิดขึ้นหลายจุด จนเขาต้องเคยบอกอีกคนอย่างร้อนรน

 

คนบ้าที่ไหนจะนั่งรถบัสสายเดิมเวลาเดิมทุกวัน บัดซบเอ้ยซอกจินสบถ ก่อนจะรีบเดินไปยังประตู ทว่าตาเรียวกับไปสะดุดกับใครอีกคนที่กำลังเดินมาทางเขาพอดี

 

นายทำให้ฉันต้องตามเก็บงานของนาย

 

“…”

 

ทั้งๆที่มันควรจะสำเร็จตั้งแต่สี่ปีที่แล้วซอกจินเอ่ยก่อนเดินเข้าประตูไป ทิ้งให้นัมจุนถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า

 

เขาดูสมุดในมือ ถึงเขาจะตามติดชีวิตจองกุกมานาน แต่เรื่องนี้เขาคงต้องปล่อยให้ซอกจินจัดการต่อซะแล้ว

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

จีมิน! จีมินครับ!” เสียงเรียกปนหอบทำให้เจ้าของชื่อหยุดเดินและหันไปมองอย่างสงสัย

 

“…จองกุกจีมินอึ้ง จองกุกหยุดตรงหน้าเขา มือหนาก้มจับเข่าตัวเองพลางหอบหนักจนจีมินเผลอหลุดยิ้ม

 

ไม่ได้สิ เราต้องโกรธเขาถึงจะถูก

 

คิดได้แบบนั้นจีมินจึงหุบยิ้มและเดินต่อ จองกุกเห็นแบบนั้นจึงรีบสาวเท้าไปเดินข้างๆ

 

ผมขอโทษ คือผมอยากติดต่อกลับหาคุณจริงๆนะ แต่ผมทำเบอร์คุณหาย

 

อย่ามาอ้าง ผมเป็นคนเขียนให้คุณเองกับมือ

 

จริงๆ ผมพูดจริงๆนะ ผมลองหาชื่อคุณในเน็ตก็ไม่เจอเพราะผมรู้จักแค่ชื่อจริงของคุณ

 

คุณไม่ได้ทำหรอก อย่ามาหลอกกันเลยจีมินเดินหนี แต่มีหรือจองกุกจะยอม เขารีบวิ่งดักหน้าอีกคนทันที

 

ผมหาแล้วแต่ผมไม่เจอคุณ ผมเจอคนชื่อจีมินอยู่หนึ่งพันแปดร้อยเจ็ดสิบเจ็ดคน

 

อย่า—”

 

แต่หนึ่งในนั้นไม่มีคุณเลยจองกุกพูดเสียงจริงจัง ตาคมสบกับตาเรียวนิ่ง จีมินเห็นแบบนั้นจึงเงียบไปสักพัก ก่อนหันหน้าหนีและเดินต่อ

 

แต่ไม่ใช่การเดินหนีอีกคนเหมือนคราวแรก

 

ผมล่ะเชื่อคุณเลยจริงๆ

 

เชื่อผมเถอะ จริงๆผมมีคำถามอยากถามคุณ คุณมีคนรักรึยัง?” ตอนนี้จองกุกได้เดินข้างจีมินแล้ว ทว่าผู้คนที่เดินสวนทางทำให้เขาต้องคอยเบี่ยงตัวหลบ

 

ผมสิที่ควรถามคุณ ที่หายไปสองอาทิตย์คงกลับไปหาคนรักล่ะสิ

 

ไม่ๆ ผมยังไม่มีคนรัก งั้นเอาใหม่

 

“…”

 

คุณแต่งงานรึยัง?”

 

ผมรอคำถามนี่ตั้งนานแล้ว อืม ยังจีมินเอ่ยก่อนยกยิ้ม เพราะอายุพวกเราไม่ใช่ว่าน้อยๆ หากคิดจะคบใครย่อมคิดไปถึงอนาคตที่ไกลกว่าสมัยตอนวัยรุ่น ทั้งสองเดินคุยกันจนกระทั่งเดินทะลุไปยังสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เป้าหมายของพวกเขาสองคนคือร้านอาหารที่อยู่ไม่ห่างจากตรงนี้

 

คุณทำงานอะไรเหรอ?” จองกุกเอ่ยถามอีกคน โชคดีที่บริเวณนี้เงียบสงบ และธรรมชาติรอบข้างยิ่งทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นกว่าเก่า

 

เต้นน่ะ

 

“…”

 

เฮ้! อย่าคิดอะไรลามกแบบนั้นนะ ฮ่าๆๆจีมินเห็นสีหน้าอึ้งๆของคนตรงหน้าทำให้อดไม่ได้ที่จะตีแขนให้หยุดความคิดบ้าๆลง

 

ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย ฮ่าๆๆ

 

แค่เห็นหน้านายก็เดาได้แล้วเถอะ ผมเป็นนักเต้นบัลเล่ต์น่ะ

 

ว้าว

 

การเต้นสายนี้จริงๆต้องมีร่างกายที่แข็งแรงและต้องตัวอ่อนด้วย ถ้าไม่มีร่างกายที่ดีคุณจะไม่มีทางเต้นมันได้

 

หมายความคุณมี?”

 

อืม ฉันโชคดีน่ะ ร่างกายฉันเหมือนสร้างมาเพื่อเต้นพวกนี้เลยล่ะทั้งสองพูดคุยกัน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกคนบางคนจ้องมองอยู่

 

พวกเขาจะทำอะไรต่อ?”

 

ไปร้านอาหารครับ

 

ทำยังไงก็ได้ให้เขาแยกกันให้เร็วที่สุด

 

ผมทำแล้วครับ

 

Rrrrrr

 

เสียงโทรศัพท์จองกุกดังขึ้น จนเขาต้องขอตัวรับสายก่อน

 

ว่าไง

 

[อีกไม่ถึงชม.นายต้องไปหาเสียงที่ท่าเรือ]

 

เลื่อนไปก่อนได้ไหม? วันพรุ่งนี้ก็ได้

 

[แต่…]

 

ผมเจอจีมินแล้ว ขอล่ะ แค่นี้นะ

 

ติ๊ด

 

คุณมีธุระอะไรรึเปล่า?”

 

ไม่มีอะไรหรอก

 

เฮ้ ถ้าคุณพลาดหาเสียงนัดสำคัญเพราะผมไม่ได้นะจีมินเอ่ยจริงจัง ถึงจะอยากอยู่กับจองกุกก็ตาม แต่หน้าที่ของจองกุกสำคัญกว่าความต้องการส่วนตัวของเขา

 

ไม่หรอก มันเลื่อนได้น่ะ โอ๊ะ ถึงร้านอาหารพอดีเลยจองกุกชี้ไปยังร้านข้างแม่น้ำที่ถูกล้อมด้วยต้นไม้หลายชนิด

 

ไปกันเถอะไม่ว่าเปล่ามือหนาเอือมไปจับมืออีกคนไว้ กระชับให้แน่นขึ้นจนจีมินอดมองตามมือที่ถูกก้มไม่ได้

 

ทั้งสองยกยิ้มให้กัน

 

 

 

อะไรคือจุดที่ทำให้วงกระเพื่อมใหญ่ขนาดนั้น?” ซอกจินเอ่ยถามคนข้างตัวเอง ตาคมลอบมองคนสองคนที่นั่งอีกโต๊ะไม่ห่างกัน ไม่ลืมที่จะยกเมนูขึ้นปิดหน้าตัวเองไปด้วย

 

จูบครับ

 

แค่จูบเดียว?”

 

ครับ แค่จูบเดียว

 

มองหาใครเหรอจองกุก?” จีมินถามคนตรงหน้าที่เอาแต่มองซ้ายมองขวา ตลอดทางที่เดินมาก็ลอกแลกจนเขาเอ่ยถามหลายครั้ง แต่คำตอบยังคงเหมือนเดิม

 

เปล่าๆ คุณพูดเรื่องของคุณต่อสิจองกุกว่า มือหนาเอือมไปจับมือบางที่วางบนโต๊ะ ลอบมองใบหน้าใสที่ขึ้นสีเล็กน้อย ไม่รู้ว่าอากาศมันเย็นเกินไปหรืออีกคนเขินเขา

 

แต่ที่แน่ๆหัวใจที่เต้นระรัวของเขา เขาสาบานได้เลยว่ามันเต้นแรงที่สุดในรอบสิบปีแล้วล่ะ

 

เราสองคนเข้ากันได้ดีจนน่าแปลกใจ และนั่นยิ่งทำให้ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรักกับคนๆนี้ไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ

 

นายคิดแผนต่อรึยัง?”

 

ครับ อีกไม่นาน

 

จองกุก!” เสียงแหบแทรกการสนทนาที่กำลังสนุก เจ้าของชื่อหันไปมองคนมาใหม่ด้วยความเบื่อหน่าย

 

พี่ยุนกิ…”

 

ขอโทษนะครับ แต่ว่าผมคงต้องขอตัวจองกุกก่อน เขามีหาเสียงที่ท่าเรือน่ะครับยุนกิหันไปพูดสุภาพกับจีมินพลางโค้งให้ จีมินเห็นเช่นนั้นจึงโค้งกลับ

 

เลื่อนไปก่อนก็ได้ มันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น

 

ไม่ได้นะจองกุก งานก็คืองานสิจีมินเอ่ยขัด เขาลุกขึ้นยืนโดยไม่ลืมที่จะดึงอีกคนให้ลุกตาม

 

ขอบคุณที่เข้าใจนะครับยุนกิว่าก่อนเดินไปนำออกนอกร้านไป

 

อย่าทำหน้าบูดแบบนั้นสิจีมินว่าพร้อมกับดึงแก้มอีกคนด้วยความหมั่นไส้จนจองกุกร้องออก ทั้งสองเดินมาหยุดหน้าร้าน โชคดีที่ยุนกิกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ทำให้ทั้งสองมีเวลาพูดคุยกันอีกเล็กน้อย

 

ผมจะได้เจอคุณอีกไหม?”

 

เจอสิ ผมบอกที่ทำงานไปแล้วไงคนเก่ง

 

ผมชอบที่คุณเรียกผมแบบนั้นนะมือหนาเกี่ยวเอวบางเข้าใกล้ ทำให้ใบหน้าทั้งสองใกล้กันจนแทบชิด ทั้งสองยกยิ้มให้กันอย่างสื่อความหมาย

 

ทำอะไรหน่อย! เร็ว!” ซอกจินเห็นท่าไม่ดีจึงเขย่าแขนคู่หูตัวเอง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้สบายใจแล้วเชียว นั่น! ทั้งสองกำลังจะจูบกันแล้ว!?

 

เอ่อ ขอโทษนะเสียงแหบแทรกอีกครั้งทำให้ทั้งสองผละออกจากกันอย่างช่วยไม่ได้ จองกุกมองค้อนยุนกิ ส่วนจีมินก็หลบสายตาด้วยความเขินอาย

 

อ่า วันนี้คงยังไม่ใช่วันของเรา

 

จีมินคิด เขายกยิ้มให้จองกุกที่หันมามองหน้าเขาอีกครั้ง เท้าเล็กเขย่งก่อนยื่นหน้าเข้าใกล้ใบหน้าคม ก่อนจรดริมฝีปากตรงแก้มของอีกคนแผ่วเบา

 

เผลอกลั้นหายใจทันที

 

ไม่ใช่แค่จองกุก แต่รวมถึงซอกจินและคู่หูของเขา

 

ตั้งใจทำงานนะ

 

เฮ้อ…” ซอกจินถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าจองกุกใจเต้นเมื่ออยู่ใกล้จีมิน ซอกจินคงไม่ต่าง และถ้าเป็นแบบนี้อีกเขาได้มีหวังหัวใจวายตายก่อนแน่ๆ

 

ครั้งนี้ถือว่ารอดไปได้ เราต้องไม่ให้สองคนนี้เจอกันอีกเด็ดขาด

 

ครับ ถ้าเจออีกเราอาจจะไม่สามารถแก้ไข้สถานการณ์ได้อีก

 

 

 

และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ หลังจากจองกุกหาเสียงเสร็จเขารีบที่จะไปหาจีมินทันที และมันทำให้เขาถูกยุนกิตำหนิอย่างแรง เพราะเขามีคุยกับคนสำคัญต่อที่มารอเขาแล้ว

 

ทุกครั้งที่มันจะไปได้ดีนายก็ทำมันพังตลอดจองกุก!’

 

จองกุกทำได้เพียงเอ่ยขอโทษอีกคนและรีบวิ่งไปยังท่าเรือเพื่อขอยืมโทรศัพท์ แน่นอนว่ามันไม่มีทางที่จะง่ายแบบนั้น เขาไปยังที่ๆจีมินบอกว่ามีซ้อมเต้น ทว่าเมื่อไปถึงกลับไม่พบใคร ตอนกำลังมืดแปดด้านนั้นเขาก็เริ่มคิดถึงชื่อคณะเต้นของอีกคน และในจังหวะนั่นเองที่ตาคมเหลือบไปเห็นชายสองคนกำลังเดินมาทางเขา

 

 ‘นายยังจะพยายามอีกนะจองกุก' ซอกจินเอ่ย

 

ไม่ว่ายังไงผมก็จะไปพบเขา ถ้าคุณคิดจะขวางผม ผมไม่ยอมหรอก' จองกุกว่า เขาวิ่งไปยังโทรศัพท์สาธารณะเพื่อติดต่อขอเบอร์คณะเต้นที่จีมินบอก

 

เช่นเคย สัญญาณถูกตัด เขาจึงเลือกที่จะวิ่งไปไกลขึ้นเพื่อไปใช้อีกเครื่อง

 

ฉันตัดทั้งหมดในระยะห้าร้อยเมตร' ซอกจินเอ่ย ชายทั้งสองมองจองกุกที่วิ่งเป็นกุ้งเต้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง

 

ไม่ว่ายังไงเกมนี้พวกเขาก็คือผู้ชนะ

 

เลิกพยายามเถอะ

 

แล้วผมจะทำให้คุณเห็น ว่าไม่มีอะไรหยุดผมได้จองกุกว่าก่อนวิ่งตัดหน้าคนทั้งสองไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในจังหวะนั่นเองที่ซอกจินและคู่หูของเขารับรู้ว่าอีกคนจะทำอะไร

 

ไอ้เวรเอ้ย…’

 

ขอโทษนะครับ! ไม่ทราบว่ามีใครเคยดู…’ ถือว่าโชคยังเข้าข้างจองกุกไม่น้อย เมื่อมีคนในร้านเคยไปดูและบอกชื่อโรงละครให้กับเขา ไม่รอช้าที่จะวิ่งไปเรียกแท็กซี่ ทว่ารถแท็กซี่ที่เคยเรียกใช้บริการง่ายยังไม่มีใครคิดจะรับจองกุกเลยสักคัน จากคันที่หนึ่ง ไปเรื่อยๆจนเกือบสิบคัน เขาก็ยังไม่ได้ขึ้นเสียที

 

นายมันดื้อ!’ ซอกจินว่า เขากอดอกพิงเสา โดยมีคู่หูคอยดูสมุดในมือห่าง จนกระทั่งจองกุกตัดสินใจที่จะวิ่งตามแท็กซี่คันหนึ่ง

 

และใช่ รถคันนั้นยอมหยุดรับเขา ใบหน้าคมยกยิ้มอย่างมีความหวัง แต่ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆมีรถพุ่งเข้าชนรถแท็กซี่คันนั้นอย่างแรงจนรถแท็กซี่ไถลไปอีกข้าง

 

คุณ! เป็นอะไรไหม!?’ จองกุกเอ่ยถามคนขับแท็กซี่พลางเขย่าตัวอีกคนเบาๆ เลือดสีสดไหลจากขมับคนขับข้างซ้ายทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น…’

 

คุณถูกรถอีกคนชน รอก่อนนะเดี๋ยวผมโทรเรียกตำรวจให้ว่าจบจองกุกจึงต่อสายหาตำรวจทันที โดยไม่ลืมที่จะไปดูคู่กรณี ทว่ากลับพบเพียงความเปล่าเท่านั้น

 

แม่งเอ้ย!

 

รอไม่นานตำรวจก็มาจัดการ จองกุกขอตัวออกมาแต่ถูกตำรวจนายหนึ่งรั้งไว้

 

ช่วยอยู่ให้ปากคำก่อนนะครับจองกุกปฏิเสธ เขาเป็นเพียงพยานและเขาก็ให้ปากคำไปแล้ว ทำไมต้องรั้งเขาไว้ด้วย?

 

โอเค คุณเป็นคนของคนพวกนั้นสินะ'

 

คุณพูดอะไรของคุณ?’

 

โอเค แต่ผมจะไม่ยอมอยู่หรอกนะ' จองกุกว่า เขาเลือกที่จะไม่ฟังตำรวจคนนี้และเดินไปหาตำรวจหญิงอีกคนที่ถอดหมวกถือไว้ในมือ

 

ผมขอตัวไปก่อนได้ไหม? หรือต้องอยู่ให้ปากคำอีกรึเปล่าครับ?’

 

ไม่ต้องแล้วค่ะ คุณไปได้เลย เราหาทางติดต่อคุณได้อยู่แล้ว'

 

แล้วนายตำรวจคนนั้นคือคนของคุณใช่ไหมครับ?’ จองกุกพูดพร้อมชี้ไปยังตำรวจที่เขาพึ่งหนีมา แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า

 

‘..?’

 

ช่างมันเถอะครับ' เขาตอบปัดอีกคนที่กำลังเลิกคิ้วสงสัย หากให้นับคำสบถในหัวคงมากกว่าร้อยคำได้ เขาเลือกที่จะวิ่งไปนั่งแท็กซี่อีกคนที่จอดรับเขาอย่างง่ายดาย

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

เราต้องไม่ให้เขาเจอกันเด็ดขาดซอกจินเอ่ย ในขณะที่เขาก็วิ่งไปกับคู่หู มือหนาเอื้อมเปิดประตูคอนโดก่อนมีเสียงหมาเห่าออกมา และมันทำให้เขาเลือกที่จะปิดมันทันที และวิ่งไปอีกบานไม่ห่าง

 

ฉันโคตรเกลียดบ้านในเมืองจริงๆว่าพลางหอบหนัก เมื่อเข้าประตูบานนั้นได้จึงรีบวิ่งไปอีกบาน ออกมาก็พบบ้านแถวเรียงเต็มไปหมด เขารีบวิ่งไปยังประตูบานใหญ่อีกบานจนหมวกหลุดออกจากหัว

 

ฮึ่ม…”

 

ขอโทษนะครับ ปาร์ค จีมินอยู่ไหม?” จองกุกเอ่ยถามชายร่างเล็กที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์

 

อยู่ครับ กำลังซ้อมอยู่อีกสองห้องถัดไป

 

เราต้องปิดประตูบานนั้น!” ซอกจินเอ่ยเมื่อเห็นในสมุดว่าจองกุกกำลังจะเปิดประตูห้องที่มีจีมินอยู่ภายใน

 

แกร๊ก!

 

เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกันทั้งสองบาน ตาคมมองคนข้างในห้องนิ่ง จนเสียงหอบและเสียงปิดประตูด้านหลังทำให้เขาต้องละความสนใจจากคนตรงหน้า

 

แฮ่ก ไม่ทันแล้วครับ

 

เฮ้อ…” ซอกจินถอนหายใจมองจองกุกที่ละสายตาจากตนไปมองคนอีกห้อง ก่อนเอ่ยเสียงอ่อน

 

ปล่อยเขาไป เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังเล่นอยู่กับอะไร

 

จองกุกไม่รู้ว่าซอกจินพูดอะไร ราวกับหูดับเมื่อได้มองร่างบางกำลังออกลวดลายงดงาม ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่จองกุกปล่อยให้อีกคนมีอิทธิผลต่อหัวใจเขาขนาดนี้

 

เขารอจนอีกคนซ้อมเต้นเสร็จ ทั้งสองพูดคุยกันตามทาง เสียงหัวเราะเป็นสิ่งที่ทำให้รู้ว่าทั้งสองมีความสุขมากแค่ไหน จนกระทั่งแผ่นหลังบางสัมผัสกับเตียงนุ่ม ความร้อนถูกแผ่คละคลุ้งปะปนกับเสียงหอบคราง กายทั้งสองแน่นชิดจนไม่มีทีว่างให้แทรก จากสัมผัสอ่อนโยนกลายเป็นร้อนแรง เสียงน่าอายทำให้ร่างบางต้องยกมือปิดหน้าหนี ก่อนจะถูกมือหนาสอดประสานแน่นราวกับย้ำความสัมพันธ์ของเขาทั้งสอง หล่อหลอมจนกลายเป็นหนึ่ง ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นมาทักทายพวกเขาอีกครั้ง

 

Rrrrrrr

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ร่างบางบนเตียงต้องตื่นขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ หันไปอีกทางก็พบเพียงความว่างเปล่า จนได้ยินเสียงกุกกักในห้องน้ำทำให้เขาพอเดาได้ว่าอีกคนคงอาบน้ำอยู่

 

จีมินยกยิ้มก่อนเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ตัวเอง เป็นจังหวะเดียวกับที่จองกุกออกมาจากห้องน้ำพอดี ทั้งสองยกยิ้มให้กันก่อนจะเป็นจีมินที่หน้าเสีย

 

ขอโทษนะจีมินบอกจองกุกที่กำลังติดกระดุมเสื้อ ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนเดินไปเคาน์เตอร์ครัวที่ไม่ห่างจากจีมินเท่าไหร่นัก

 

โทรมาทำไม?”

 

[…]

 

เปล่าๆ ไม่มีอะไร อืม โอเค ฉันต้องวางแล้ว แค่นี้นะ

 

ใครเหรอ?” จองกุกถามเมื่อจีมินตัดสายไปแล้ว สีหน้าไม่ดีทำให้เขาอดเป็นห่วงอีกคนไม่ได้

 

แฟนเก่าน่ะ

 

“…เลิกนานรึยัง?” ร่างสูงที่ติดกระดุมเรียบร้อยแล้วเดินมาหาจีมินที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้ว

 

เมื่อสองอาทิตย์ก่อน จริงๆเราขาดการติดต่อกันสักพักแล้ว จู่ๆเขาก็โทรมาวันนี้ยังกับรู้ว่าฉันอยู่กับคนอื่น ฮ่าๆๆ

 

“…” จีมินหัวเราะแห้งๆก่อนถอนหายใจเล็กน้อย เมื่อเห็นจองกุกยังนิ่งเงียบ

 

เลิกตั้งแต่เจอกับนายนั่นแหละ

 

“…”

 

อาจฟังดูแปลก แต่ฉันคงตกหลุมรักนายตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรก ฉันรู้สึกแบบนั้น และฉันเลือกที่จะทำตามเซ้นส์ของตัวเอง…” ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีเมื่อจีมินเอ่ยจบ ทั้งสองสบตากันบนเตียงก่อนจองกุกจะยกยิ้มให้อีกคนจนแก้มปริ

 

ผมก็เหมือนกัน

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

ภายในห้องหนังสือขนาดใหญ่ที่บรรจุสมุดมากมายมหาศาล โต๊ะขนาดใหญ่ถูกจัดวางไว้ตรงกลางห้อง ทว่ากลับไม่มีเก้าอี้ให้นั่งเลยสักตัว

 

ผมมาแล้วครับซอกจินเอ่ยก่อนปิดประตูห้องลง ภายในมีผู้คนอยู่สามสี่คน และคนเหล่านี้มีอำนาจมากกว่าเขานัก

 

แต่หากไม่ได้คำสั่ง เขาก็ไม่มีสิทธิ์ยื่นมือมายุ่งกับงานของใครทั้งสิน

 

เราพึ่งรู้ จริงๆจองกุกและจีมินคู่กันมาตลอดชายคนหนึ่งเอ่ย ก่อนชายอีกสองคนแยกไปหยิบสมุดมาให้เขาที่รออยู่ตรงโต๊ะกลางห้อง

 

“?” ซอกจินเลิกคิ้วไม่เข้าใจ เขาเดินตรงไปหาชายคนนั้นพร้อมกับคู่หู

 

เขาคู่กันมาตลอด ตั้งแต่ปีหนึ่งพันเก้าจนถึงตอนนี้

 

“…” สมุดหลายเล่มถูกกางออก ก่อนมีเล่มสุดท้ายวางทับทั้งหมด

 

แต่ปัจจุบันจีมินควรคู่กับจอง โฮซอก ไม่แปลกถ้าทั้งสองจะยังรู้สึกเป็นของกันและกันอยู่

 

“…” ซอกจินนิ่งก่อนสบตากับคู่หูของตนเล็กน้อย

 

ไม่น่าล่ะ

 

แต่ถ้าเรื่องนี้มันหนักเกินไป เราจะให้คุณบังชีฮยอกจัดการต่อเองชื่อที่ถูกเอ่ยทำให้ซอกจินเผลอกลืนน้ำลายอย่างลืมตัว ก่อนพยักหน้ารับอย่างไม่มีทางเลือกนัก

 

ในเมื่อพูดกันดีๆแล้วไม่ได้ผลคงต้องใช้ไม้แข็งแทน

 

บังชีฮยอก บุคคลผู้ทำหน้าที่กีดกั้นความรักหลายคู่มานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะยากแค่ไหนแต่ด้วยอายุที่มากและความฉลาดแกมโกงทำให้เขาสามารถจัดการได้ทุกรูปแบบ

 

และไม่เคยมีคู่ไหนได้สมหวังกันเลยสักครั้งเมื่อเขาเป็นคนลงมือเอง

 

แน่นอนว่าชื่อเสียงของคนผู้นี้ได้เป็นที่พูดถึงของทุกคนที่ทำหน้าที่เหล่านี้ บุคคลผู้ไม่มีความเห็นใจใคร เรียกได้ว่าเป็นผู้ทำหน้าที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาได้สมบูรณ์ที่สุด

 

และมันคือสิ่งที่ซอกจินกังวล ในขณะที่เขาพยายามเกลี่ยกล่อมและห้ามจองกุก เพื่อทำให้อะไรมันง่ายที่สุด หากเป็นบังชีฮยอกแม้วิธีจะโหดร้าย แต่เชื่อเถอะ ว่าไม่มีอะไรที่ทำให้คนผู้นั้นรู้สึกผิดได้หรอก

 

ซอกจินคิดก่อนถอนหายใจออก สาวเท้าไปตามทางรอเวลาทำงานของตัวเอง จนกระทั่งไปสะดุดกับชายร่างสูงที่มองหน้าต่างบานใหญ่ตรงสุดทางเดิน

 

จองกุกและจีมินทั้งสองเคยเป็นของกันและกันมาตลอดเสียงนุ่มทำให้คนตกในภวังค์สะดุ้ง นัมจุนหันไปมองอีกคนนิ่ง

 

เพราะงั้นไม่ใช่ความผิดของนายหรอก เขาคู่กันมาตลอด ถึงปัจจุบันจะไม่ใช่แล้วก็เถอะซอกจินว่าก่อนเดินไปพิงขอบหน้าต่างอีกฝั่ง

 

แต่ไม่ต้องห่วง คุณบังชีฮยอกจะจัดการต่อให้

 

ซอกจิน

 

“…?” คนถูกเรียกหันมามองอีกคนที่มองหน้าเขามาก่อนแล้วอย่างสงสัย

 

นายเคยคิดไหมว่าพวกเขาจะรู้สึกยังไง? คือ…”

 

ไม่ เราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคิดหรือรู้สึกเห็นใจคนที่เรากำหนดหรอกนะ

 

“…”

 

อย่าไปคิดมาก เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ร่างสูงในชุดสูทมองตามใครอีกคนที่กำลังเดินอย่างอารมณ์ดี เขาก้าวเท้าตามคนนั้นก่อนอาศัยจังหวะที่อีกคนเดินเข้าโรงละครประกบชิด จนพวกเขาเข้ามาในโรงละครที่มีปาร์ค จีมินเป็นคนแสดงหลัก

 

ปาร์ค จีมินสง่างาม นายคิดอย่างนั้นไหม?” คนในชุดสูทเอ่ย คนข้างกายเอ่ยตอบอย่างเผลอไผลก่อนเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย

 

แน่นอนแล้วคุณเป็นใคร?”

 

ฉันคือคนที่ต้องกำหนดนายต่อจากนี้

 

เหอะจองกุกหัวเราะในลำคอ

 

นายอาจรู้สึกเป็นของกันและกันเพราะอดีตที่เคยคู่กัน แต่เวลานี้จีมินควรอยู่กับจอง โฮซอกไม่ใช่นาย

 

คุณกล่อมผมไม่ได้หรอก

 

ถ้าเขาอยู่กับนาย เขาจะเป็นแค่ครูสอนเต้นเด็กที่บ้าน เขาจะไม่ได้ทำตามความฝันของเขา

 

“…”

 

นายจะเห็นแก่ตัวถึงขนาดพรากความฝันของคนรักทั้งที่ก็รู้อยู่เต็มอกรึ?” บังชีฮยอกว่า เขามองจองกุกที่นิ่งไป สายตาที่ยังคงแข็งกร้าวทำให้เขารับรู้ได้ว่าจองกุกยังคิดจะดื้อด้านอยู่

 

คิดดูให้ดีเถอะเขาว่าก่อนเดินย้อนกลับ จองกุกหันไปมองตามชายสูงอายุที่เดินจะออกจากโรงละคร แผ่นหลังกว้างหยุดชะงักก่อนใบหน้าเหี่ยวย่นจะหันมาพูดกับเขาอีกครั้ง

 

แล้วนายจะได้รู้ว่าสิ่งที่ฉันพูด เป็นเรื่องจริงทั้งหมดสิ้นเสียงแหบเสียงเคาะไม้เท้าก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องในโรงละครแห่งนี้

 

โครม!

 

ปาร์ค จีมิน!!”

 

 

 

 

 







ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

 

จองกุกเป็นคนพาจีมินมาโรงพยาบาล และนั่งรออยู่ข้างนอกห้องด้วยความกระวนกระวายใจ คำพูดของบังชีฮยอกยังคงวนอยู่ในหัวของเขา เขาคิดว่าอย่างน้อยเขาคงจะสู้โชคชะตานี้ได้ แต่ในความจริงกลับไม่ใช่เลยสักนิด เขามีแต่แพ้กับแพ้ และถ้ายังดันทุรังอยู่อีก ปาร์ค จีมินคงไม่ได้เพียงเจ็บขาเป็นแน่

 

จู่ๆนักเต้นอีกคนที่ควรจะรับจีมินไว้กลับรับพลาดซะอย่างนั้น หลายๆคนอาจคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่จองกุกรู้ดีว่ามีคนจงใจทำ

 

คิดดีๆนะจองกุก ต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่เจ็บ แต่ขาของเขาอาจจะใช้ไม่ได้อีก…” เสียงเย็นดังจากด้านข้างเขาที่นั่งกุมมือนิ่ง ตาคมเหลือบมองคนด้านข้างก่อนพุ่งเข้ากระชากคอเสื้ออีกคนแน่น จนผู้คนรอบข้างแตกตื่น

 

มันเพราะคุณ!!”

 

ถ้ายังดิ้นรนอีกนายจะเจอดีมากกว่าอีก

 

ผลัวะ!

 

กรี้ด!!!” ความโมโหทำให้จองกุกต่อยอีกคนล้มลงไปกองกับพื้น ไม่สนแม้คนตรงหน้าจะอายุแก่เพียงใด จองกุกหอบมองคนแก่ที่กำลังพยุงตัวเองขึ้นลุก ก่อนคนตรงหน้าจะเอ่ยกลับนิ่งเงียบตามฉบับของตัวเอง

 

มันคือความจริงที่นายต้องยอมรับ

 

พวกคุณมีขึ้นมาทำไมวะ? กำหนดบ้าบออะไร ผมโคตรไม่เข้าใจเลย คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ด้วยซ้ำจองกุกลดเสียงให้ปกติพลางพูดตอกคนตรงหน้าที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

ตั้งแต่สมัยโบราณ เราให้พวกนายได้ทำสงครามจนเกิดวิวัฒนาการต่างๆมากมาย ให้พวกนายได้เจอทวีปอเมริกา ให้กำเนิดตัวอักษร จนเรามาคิดกันว่าเรากำหนดพวกนายมากเกินไปรึเปล่า?”

 

“…”

 

เราเลยลองปล่อยให้พวกนายทำตามใจตัวเอง แต่แล้วเป็นไง พวกนายพายุคมืดมาให้เป็นเวลากว่าสิบปี เราจึงปล่อยพวกนายไม่ได้อีก เราเริ่มให้วิทยาศาสตร์เข้ามา และทุกอย่างจนกลายเป็นปัจจุบันบังชีฮยอกร่ายยาว หากใครมาได้ยินคงคิดว่าเป็นการพูดคุยเรื่องประวัติศาสตร์ จองกุกมองอีกคนนิ่งเช่นเดียวกับคนถูกมอง

 

แล้วทำไมต้องผม?”

 

เราหวังให้นายชนะ ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่หมายถึงอีกสี่ครั้งข้างหน้า

 

“…”

 

นายสามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้

 

แล้วจีมิน…”

 

อย่างที่ฉันบอก ถ้านายอยากให้คนรักไม่ได้ทำตามฝัน ในขณะที่ตัวเองกลับได้สมหวัง ก็เอาเลย ฉันจะไม่ห้ามสิ้นเสียงแหบ ร่างสูงที่เคยยืนกลับทรุดนั่งกับเก้าอี้ เขายกมือขึ้นกุมขมับก่อนเอ่ยตอบอีกคนด้วยเสียงอ่อนล้า

 

ขอเวลาผมหน่อยโดยไม่ทันสังเกตรอยยิ้มผู้ชนะของคนตรงหน้า

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ปาร์ค จีมินกำลังกึ่งนอนกึ่งนั่งบนเตียง เขามองเท้าตัวเองที่โดนเข้าเผือกก่อนยกยิ้มกับตัวเอง

 

ถือว่าโชคดีแหละนะ

 

หมอว่ายังไงบ้างครับ?” จองกุกเดินเข้าห้องมาก็ยิงคำถามใส่คนตัวเล็กทันที

 

แค่เท้าพลิกน่ะ คงต้องหยุดเต้นไปสองสามอาทิตย์อ่ะจีมินว่าพลางยู่ปาก จองกุกยกยิ้มให้กับความน่ารักของคนตรงหน้า ก่อนชะงักเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ตัวเองมา

 

ดีแล้วครับ โชคดีจริงๆ

 

เนอะจีมินพยักหน้ารับอย่างร่าเริง

 

งั้นเดี๋ยวผมมานะจองกุกว่า เขาแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่แต่เขาต้องทำเป็นไม่มีอะไร แต่ดูเหมือนจะปิดอีกคนไม่มิดน่ะสิ

 

มีอะไรรึเปล่า?”

 

ไม่หรอก โชคดีจริงๆ ผมไปก่อนนะมือหนาที่เคยกุมมือบางถูกปล่อยออกช้าๆ จีมินมองคนตรงหน้านิ่งจนแผ่นหลังกว้างเดินหายไปจากห้อง

 

จนกระทั่งพยาบาลให้กลับบ้านได้ จีมินเลือกที่จะนั่งรออีกคนหน้าห้อง จากสิบนาที กลายเป็นหนึ่งชั่วโมง และจากหนึ่งชั่วโมงกลายเป็นสามชั่วโมง พยาบาลเข้ามาคุยอีกครั้งและพาจีมินออกมา ก่อนน้ำตาใสจะไหลเลอะเต็มใบหน้าสวย

 

เขาเริ่มเกลียดเซ้นส์ตัวเองแล้วจริงๆนั่นแหละ

 

 

 

11 เดือนผ่านไป

 

ขอบคุณที่อยู่ฟังจนจบนะครับจองกุกเอ่ยบอกผู้คนชาวบ้าน อีกไม่กี่วันก็ถึงเวลารวมเสียงครั้งใหญ่ และคงใกล้ถึงเวลาประกาศผล

 

เราลงเสียงข้างคุณนะ

 

ขอบคุณครับจองกุกโค้งให้ผู้คนพลางยื่นมือไปจับตามมารยาท เขายกยิ้มให้กับผู้คนก่อนเดินมาหายุนกิที่นั่งรออยู่ข้างรถส่วนตัว

 

จองกุก ดูข่าวนี่สิยุนกิว่าก่อนส่งหนังสือพิมพ์ให้อีกคน จองกุกรับมาอย่างงงๆก่อนไล่สายตาอ่าน

 

ประกาศแล้ว! จีมินและโฮซอกนักเต้นระดับโลกตกลงแต่งงานกะทันหัน! ปัดไม่สนคำพูดผู้คน…’

 

“…” จองกุกนิ่งไปจนยุนกิสังเกตได้

 

ตอนนี้คะแนนนายนำอยู่สิบหกจุด จะไปก็ได้นะว่าจบร่างสูงที่เคยยืนอยู่ก็วิ่งขึ้นรถของตัวเองโดยทันที ยุนกิยกยิ้มให้อีกคนก่อนมองท้องฟ้าที่ดูจะหม่นๆลง

 

อ่า ฝนจะตกสินะ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

จองกุกจอดรถไว้ข้างทางก่อนวิ่งเข้าร้านอาหารประจำ เขายังไม่รู้จะตามหาจีมินได้ที่ไหน แต่เขาเลือกที่จะมาที่นี่ก่อน สาเหตุหนึ่งอาจเพราะเขาเคยได้เจอนัมจุนที่นี่ ก่อนจะถูกพาเข้าไปยังห้องใต้ท่อระบายน้ำ นัมจุนบอกเขาหลายๆอย่างทั้งเหตุผลที่ไม่ควรคบกับจีมิน และเรื่องของครอบครัวเขา

 

คุณจองกุกค่ะ มีเพื่อนฝากของให้คุณ เขาบอกว่าคุณจะมาเอาพนักงานสาวคนหนึ่งเอ่ย พร้อมกับส่งกระดาษให้กับจองกุก

 

เจอกันที่ท่าเรือxxx เวลา 04.00 PM’

 

ใช้เวลาไม่นานเขาก็มาถึงจุดหมาย โชคร้ายไปหน่อยที่ฝนตกหนักและทำให้จราจรติดขัด เขาวิ่งฝ่าเข้าไปในโกดังเก่าก่อนเจอใครบางคนที่รอเขาอยู่นานแล้ว

 

นัมจุน…”

 

คุณเห็นข่าวจีมินแล้วใช่ไหม?” เป็นนัมจุนที่เอ่ยแทรกขึ้น จองกุกพยักหน้ารับ

 

ใช่ แล้วนัดผมมาทำไม?”

 

ผมคงรู้สึกผิดล่ะมั้ง เรื่องครอบครัวของคุณนัมจุนตอบ

 

ใช่ เขาติดตามจองกุกมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็ตามพ่อของจองกุกด้วยเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้จองกุกอยากเป็นวุฒิสภาก็มาจากพ่อตัวเอง

 

ไม่สิ ต้องบอกว่าพวกเราปูมาให้จองกุกเดินทางสายนี้ตั้งแต่แรกแล้ว โดยให้พ่อจองกุกพาเขาไปยังห้องสภา หากไม่มีวันนั้นจองกุกคงไม่คิดฝันจะเป็นวุฒิสภาแน่

 

คุณจะช่วยผม?”

 

ผมแค่จะบอกบางอย่างที่บอกได้

 

งั้นที่คุณกำหนดพ่อผมมา นั่นหมายถึงพี่ชายผมด้วยไหม..?” จองกุกถามเสียงแผ่ว พี่ชายที่เขารักที่สุด ทว่ากลับเสียไปเมื่อสิบปีที่แล้วหลังจากเสพยาขนาดหนัก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนที่ดีและขยันมาก เขามีความฝันไม่ต่างจากจองกุกด้วยซ้ำ แล้วจู่ๆเขาก็เปลี่ยนไป

 

ไม่ ผมไม่ได้ยุ่งกับพี่ชายคุณ เขาทำตัวเอง

 

“…”

 

ผมช่วยคุณได้ไม่เยอะหรอก ผมแค่จะบอกว่าพรุ่งนี้จีมินไปที่โบสถ์ซึงดง แต่เช้านัมจุนว่า

 

ผมจะไปหยุดจีมิน

 

พวกเขาจะขัดขวางคุณทุกทาง คุณไม่มีทางชนะเขาได้ เพราะเขาสามารถไปไหนมาไหนง่ายๆนัมจุนขัด

 

งั้นถ้าผมไปไหนมาไหนง่ายๆได้บ้างล่ะ?”

 

“…แต่มันก็ยังเป็นไปได้ยากมาก

 

ไม่มีอะไรที่ผมทำไม่ได้หรอก

 

พ่อนายก็พูดแบบนี้ เขาเป็นคนดีนะ และควรจะยิ่งใหญ่…” นัมจุนบอกก่อนนิ่งไปสักพัก ไม่นานนักเจ้าตัวก็หันมาพูดอีกครั้ง

 

รออยู่ที่นี่จองกุกพยักหน้ารับ ร่างสูงในชุดสูทเดินไปทางประตู มือหนาบิดทวนเข็มนาฬิกาก่อนเดินหายไปในนั้น

 

หากจองกุกสังเกตไม่ผิด หลังประตูบานนั้นมีแต่คนสวมหมวกเดินไปมาเต็มถนน

 

 

 

2 ชม.ผ่านไป

 

พอนายวิ่งตัดถนนนี้แล้วก็วิ่งไปทางประตูนี้

 

คือผมต้องเข้าประตูสองจากซ้ายมือ จากนั้นก็วิ่งเลี้ยวไปขวาเพื่อเข้าประตูที่สาม

 

ถ้าเขาวิ่งมาทางประตูนี้?”

 

ผมจะวิ่งไปทางนี้

 

ไม่ได้ เขาดักนายแน่ๆ

 

งั้นผมจะวิ่งไปทางนี้ พวกคุณต้องใส่หมวกเท่านั้นใช่ไหมถึงจะเดินข้ามประตูทะลุไปไหนต่อไหน?”

 

ใช่ ไม่มีหมวกเราก็ทำอะไรไม่ได้

 

งั้นถ้าเขาเข้าใกล้ผมจะปัดหมวกเขา

 

อืมก็ได้นะ พวกเราไม่ชำนาญในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

 

แล้วจะมีโอกาสไหมที่เขาจะไม่เห็นผม?”

 

น้ำ เราจะดูเส้นของนายได้ช้าและน้อยลงหากอยู่ใกล้น้ำ นี่คืออีกอย่างที่ท่านReyจำกัดพลังของเราจองกุกพยักหน้ารับ ทั้งสองพูดคุยถึงแผนที่จะทำอย่างเคร่งเครียด จนแน่ใจว่าจะไม่มีอะไรพลาด

 

พวกคุณกำหนดชีวิตคนแบบนี้ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?” จองกุกเอ่ยถามอีกคนที่กำลังเก็บแผนที่ต่างๆใส่กระเป๋าใบโต นัมจุนสบตากับอีกคนก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

 

เราไม่ได้ถูกสร้างมาให้รู้สึก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความรู้สึก

 

บางคนก็มีมากกว่าคนอื่นสินะ

 

“…” นัมจุนไม่ตอบอะไร มือหนาเก็บของเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยลาอีกคน

 

เจอกันที่นี่

 

 

 

 

 







วันรุ่งขึ้น

 

แปะ แปะ

 

โชคดีของคุณที่ฝนตกตั้งแต่เช้ามืดนัมจุนว่าเมื่อเห็นสายฝนด้านนอก เสียงน้ำในกระทบหลังคาช่วยทำให้ที่นี่ไม่เงียบจนเกินไป

 

คุณจะมีเวลาอยู่เพียงหนึ่งนาทีก่อนที่เขาจะเห็นตัวคุณ เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่เราคุยกันนัมจุนบอก เขาถอดหมวกออกก่อนมองสีหน้ามุ่งมั่นของอีกคน

 

หมุนลูกบิดตามเข็มนาฬิกาเท่านั้น หากจะพาใครข้ามต้องให้เขาสัมผัสตัวคุณจนกว่าจะข้ามประตูพ้น แบบที่ผมทำ

 

แล้วถ้าหมุนทวนเข็มล่ะ?”

 

คุณไม่อยากเห็นที่นั้นหรอกนัมจุนว่าจบก็ส่งหมวกให้อีกคน เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเองเล็กน้อย

 

อย่าเข้าใกล้คนใส่หมวกเด็ดขาด ไม่ว่าจะหมวกอเมริกันฟุตบอล หรือแม้แต่หมวกชาวยิวก็ตาม จำไว้ว่าเขาคือคนของพวกเขาจองกุกพยักหน้ารับ พลางสวมหมวกที่อีกคนส่งมาให้

 

ขอให้นายโชคดี ฉันจะให้นายออกไป ถ้าฉันเปิดประตูแล้ววิ่งให้เร็วที่สุด

 

ครับ ขอบคุณนะร่างสูงเอ่ยก่อนจับหมวกที่ใส่ไว้แน่น นัมจุนก้มมองนาฬิกาตัวเองอีกครั้ง รอสักพักประตูก็ถูกเปิดออก

 

ไป!”

 

คุณซอกจิน! ผมเห็นการเคลื่อนไหวของจองกุกครับเสียงทุ้มตะโกนเรียกอีกคนก่อนรีบวิ่งไปหา เมื่อฟังจบซอกจินที่กำลังเคลิ้มกับอากาศเย็นก็สะดุ้งตื่นแทบทันที

 

เป้าหมายของเขาคือโบสถ์ที่จีมินกำลังอยู่ครับ

 

แล้วเขาไปได้ยังไง?”

 

เขามีหมวกเหมือนเรา…”

 

เวรเอ้ย! นายไปบอกคุณบังชีฮยอก ฉันจะตามหมอนั่นไปก่อนซอกจินวิ่งผ่านนัมจุนที่กำลังเดินขึ้นบันไดไปอย่างรีบร้อน คนพึ่งมาทำเพียงมองตามอีกคนก่อนเดินต่อ ทว่ายังไม่ทันได้ขึ้นบันไดสุดก็ถูกเรียกซะก่อน

 

นัมจุน!”

 

“?”

 

มีคำสั่งเรียกเข้าพบน่ะ

 

แฮ่ก แฮ่กจองกุกหอบหนักหลังจากวิ่งมาเป็นเวลานาน ต้องขอบคุณตัวเองที่ชอบออกกำลังกายจึงทำให้ไม่เป็นอุปสรรคมากนัก เขาวิ่งข้ามถนนตามที่คุยกับนัมจุนไว้ ประตูถูกเปิดทะลุไปยังที่ต่างๆและด้วยความรีบทำให้เขาลืมปิดประตูเกือบทุกบานที่ข้าม แต่ในเวลานี้ไม่ใช่เวลามาสนใจสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้

 

เขาเกือบถึงแล้วครับคู่หูซอกจินว่าโดยวิ่งตามกันมา เขาทะลุประตูไปยังห้องพนักงาน และมันทำให้พนักงานที่อยู่แห่งนั้นตกใจไม่น้อย

 

คุณคะ เข้าไปไม่ได้นะคะหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยก่อนเดินซอกจินที่เดินเข้าประตูอีกบานไปกับคู่หูของเขา

 

คุณคะ—” ทว่ากลับพบเพียงห้องเก็บเสื้อผ้าขนาดเล็ก

 

เขาถึงโบสถ์แล้วครับบังชีฮยอกพยักหน้ารับก่อนเดินนำเหล่าลูกน้องของตน ความน่าเกรงขามทำให้คนบริเวณนั้นหลบทางให้พวกเขาทันที

 

แกร๊ก!

 

ถึงสักที...

 

จองกุกคิดก่อนออกตัววิ่งอีกครั้งเพื่อหาคนที่เขาต้องการจะเจอ

 

เซอุนช่วยไปตามจีมินทีนะ อีกสักพักจะถึงชื่อเราแล้วโฮซอกเอ่ยกับเพื่อนสนิทของจีมิน ร่างบางพยักหน้ารับก่อนเดินออกมาเพื่อตามเพื่อนตัวดีที่ออกมาห้องน้ำเป็นเวลานานแล้ว

 

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าจีมินน่ะยังรักใครอีกคน คนที่มักถูกพูดถึงจากปากสวย ไหนจะรอยยิ้มที่ยกกว้างนั่นอีก แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงรักข้างเดียวเมื่อวันหนึ่งจีมินมาหาเขาพร้อมร้องห่มร้องไห้เพราะถูกใครคนนั้นทิ้ง

 

เป็นการยุติความสัมพันธ์โดยไม่ต้องพูดให้เสียเวลา

 

เขาไม่รู้ว่าทำไมจีมินถึงยอมแต่งกับโฮซอก แต่เขาก็เคารพการตัดสินใจเพื่อนของเขา

 

แกร๊ก!

 

เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกับชายร่างสูง เซอุนมองตามเสียงก่อนสบตากับอีกคนนิ่ง

 

จอน จองกุก คนที่เขาพึ่งนึกถึงเมื่อสักครู่

 

แฮ่ก เขาอยู่ไหน?” จองกุกเอ่ยถามคนตรงหน้า ร่างสูงลอบกลืนน้ำลายด้วยความเหนื่อย

 

บอก บอกผมทีว่าเขาอยู่ไหน แฮ่กเสียงพูดปนเสียงหอบทำให้คนฟังอดสงสารไม่ได้ ไหนจะสายตาอ้อนวอนคู่นั้น

 

เขาจะให้โอกาสอีกคนดู

 

ในห้องน้ำเซอุนว่าพลางชี้ไปยังห้องน้ำด้านขวามือ จองกุกทำเพียงพยักหน้ารับก่อนออกตัววิ่งอีกครั้ง

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ซ่า...

 

มือบางเอามือรองน้ำขึ้นลูบหน้าแผ่วเบา ก่อนหมุนปิดมันแล้วเท้าแขนมองตัวเองผ่านกระจกใสด้วยความสับสน

 

เฮ้อถอนหายใจรอบที่ร้อยของวัน มือบางยกเช็คน้ำตามกรอบหน้า ทว่ายังไม่ทันแห้งดีประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก

 

“!?” ภาพสะท้อนทำให้จีมินเห็นคนมาใหม่อย่างชัดเจน คนบางคนที่ไม่ควรมาอยู่ตรงนี้

 

จองกุก!” จีมินอุทานก่อนหันไปมองอีกคนทันที จองกุกไม่รอให้เสียเวลา เขาพุ่งเข้าหาคนตัวเล็กพร้อมดึงอีกคนมากอดทันที

 

ปล่อย! กลับมาทำไม!?” ความน้อยใจทำให้จีมินเลือกที่จะผลักอ้อมกอดอบอุ่นที่โหยหามานาน ทว่าแรงรัดที่มากขึ้นทำให้เขาสะบัดยังไงก็ไม่หลุด

 

ฟังผมก่อน ผมไม่ได้อยากทิ้งจีมินเลย แต่เพราะผมถูกบังคับ ผมขอโทษ ผมอาจเห็นแก่ตัว แต่ผมจะไม่ยอมปล่อยจีมินไปอีกแล้ว ผมรักจีมินจองกุกพูดรัวเร็วก่อนผละออก จีมินที่ฟังอยู่ทำเพียงเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ น้ำตาใสไหลออกจากตาสวยอีกครั้ง

 

นายพูดอะไรของนาย?”

 

ผมถูกคนที่เรียกตัวเองว่าผู้ลิขิตชะตาบังคับผม เขาไม่ยอมให้เรารักกันเพราะเขากลัวผมจะมีทุกอย่างจนไม่คิดจะไต่เต้าขึ้นเป็นประธานาธิบดี เขาทำให้คุณข้อเท้าพลิกเพื่อบีบผมออกจากชีวิตคุณจองกุกอธิบายยาว ตอนนี้เขาไม่ได้ต่างจากคนเสียสติ เพราะเขารีบ และเขารู้ว่าอีกไม่กี่นาทีคนพวกนั้นจะต้องตามเขาเจอ

 

แกร๊ก!

 

ผลัวะ!

 

เสียงประตูเปิดออก ยังไม่ทันให้คนมาใหม่ได้ตั้งตัวจองกุกก็พุ่งเข้าต่อยจนอีกคนสลบล้มลงไป

 

เฮ้ย!” จีมินอุทานอีกครั้ง เขามองชายมาใหม่ที่สลบเหมือดด้วยความสับสน น้ำตาที่เหือดแห้งกลับมาไหลอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เลยสักอย่าง และจองกุกในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนบ้าเลยสักนิด

 

นายทำบ้าอะไรของนาย!”

 

คนพวกนี้เนี่ยแหละที่จะขัดขวางเราจองกุกตอบก่อนหาไม้ขัดห้องน้ำไว้ เขาเอื้อมหยิบสมุดที่ตกอยู่ข้างคนมาใหม่ก่อนเปิดให้จีมินดู

 

นี่ไง พวกเขาควบคุมเราจากสมุดพวกนี้ เขารู้หมดว่าเราจะทำอะไร และเขาจะเปลี่ยนมันถ้าส่งผลต่อวงกระเพื่อม

 

คุณจองกุกบอกเรื่องของเรากับคุณจีมินครับชายคนหนึ่งเอ่ย พวกเขาสี่ห้าคนเดินมาจนจะถึงห้องน้ำที่จองกุกและจีมินอยู่

 

บอกให้คนของเราเตรียมเครื่องรีเซ็ทระบบใหม่

 

คุณต้องเชื่อผมนะจีมิน คนพวกนี้เขาจะขัดขวางเรา ผมบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาจะต้องตามเพื่อรีเซ็ทระบบใหม่แน่ๆจองกุกว่า เขาทิ้งสมุดลงกับพื้นก่อนจับมือจีมินที่ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดไม่หาย

 

ฉันไม่เข้าใจจีมินพึมพำ

 

และเพราะหมวกใบนี้ทำให้เขาสามารถไปไหนก็ได้ ผมจะทำให้ดูสิ้นเสียงทุ้ม จองกุกจึงเดินจูงจีมินไปยังประตูห้องน้ำ เมื่อเปิดออกแทนที่จะเจอกับชักโครกกลับพบถนนและบ้านเรือน

 

“!?” จีมินตกใจกับสิ่งที่เห็นจนเผลอปล่อยมือกับจองกุก จองกุกมองไปตามทางจนนึกออกกับแผนที่เคยดูกับนัมจุน เขาจึงรีบวิ่งมาจับมืออีกคนไว้

 

ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้แล้ว แต่เราต้องรีบหนีก่อนจะถูกจับน้ำเสียงจริงจังและจริงใจทำให้จีมินยอมทำตามที่อีกคนบอก แม้ในหัวเขาจะเต็มไปด้วยคำถามก็ตาม ทั้งสองวิ่งข้ามถนนที่มีผู้คนเดินสวนกัน หางตาจองกุกเหลือบไปเห็นกลุ่มชายสวมหมวกอีกครั้ง เขาจึงรีบสาวเท้าให้เร็วขึ้นโดยไม่ลืมกระชับมือที่จับกับมืออีกคน

 

ประตูหลายบานถูกเปิดออก สถานที่ที่เขาเจอแต่ละครั้งทำให้จีมินเผลอหยุดมองไปรอบๆด้วยความตื่นตระหนก ไม่ว่าจะพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ห้างสรรพสินค้า หรือสนามกีฬา

 

แกร๊ก!

 

หาประตูบานต่อไปจองกุกว่าก่อนวิ่งไปทั่วสนาม จีมินทำเพียงมองรอบข้าง ปากบางอ้าค้างด้วยความช็อคไม่หาย ทุ่งหญ้าสีเขียวสว่างกระทบตา หากไม่ได้กลิ่นดินที่ปลายจมูกกับความหอบเหนื่อยเขาคงคิดว่าเขากำลังฝันอยู่ ก่อนร่างบางจะหลุดจากภวังค์เมื่อจองกุกเจอประตูอีกบาน

 

แกร๊ก!

 

เป็นอีกครั้งที่เขาโผล่มาที่ไหนสักแห่ง ทว่าครั้งนี้กลับเป็นเกาะกลางแม่น้ำ มีเพียงทุ่งหญ้าและหุ่นปั้นขนาดใหญ่ จองกุกยังคงมองหาประตูถัดไป และจีมินที่เผลอทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

 

ไม่มีประตูอีกแล้วจองกุกพึมพำ คิัวหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนตาคมจะหันเห็นคนรักของตัวเองนั่งกับพื้นอย่างบนแรง

 

จีมินไหวไหม?”

 

ไม่นี่มันอะไรกันจองกุก คุณทำแบบนี้ได้ยังไง? เมื่อกี้เรายังอยู่ในสนามกีฬาอยู่เลย แล้ว แล้วคนที่คุณบอกว่าตามล่าเราอยู่คือใคร ฮือ ฉันไม่เข้าใจเลยจองกุกจีมินพูดรัวเร็วก่อนจับแขนอีกคนเพื่อพยุงตัวเองให้ยืนได้ น้ำตาใสคลอในดวงตาคู่สวย ที่ตอนนี้เต็มไปด้วนความสับสน กลัว และไม่เข้าใจ

 

จองกุกนิ่งไป ตาคมสบเข้ากับดวงตาคู่ใส ความรู้สึกผิดถูกตีตื้นขึ้นจนเขาพึ่งคิดได้ว่าเขาเอาแต่ลากอีกคนมาเกี่ยว ทั้งๆที่ไม่ได้ถามอีกคนเลยด้วยซ้ำว่าอยากจะสู้ไปกับเขาด้วยรึเปล่า

 

โอเคจีมิน ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงให้คุณเข้าใจ

 

ฮึก

 

ถ้าจีมินไม่อยากเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกจีมินแค่รอที่นี่ แล้วหลังจากนี้ผมและคนเหล่านั้นจะไม่มาเจอจีมินอีก

 

“…”

 

แต่ถ้าจีมินไปกับผมแค่จับมือผมไว้ เราจะข้ามไปประตูบานนั้นซึ่งไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอรับอยู่ แต่ผมจะอยู่กับจีมินจองกุกว่าก่อนมือยื่นมือหนาออกมาด้านหนา จีมินมองคนตรงหน้าและมือหนา มือที่เคยกอบกุมเขาด้วยความอบอุ่น และผลักเขาให้ตกเหวในเวลาเดียวกัน

 

ร่างบางถอนหายใจอีกครั้งก่อนยื่นมือตัวเองไปจับมือหนาที่รอรับอยู่แล้วแน่น

 

เอาวะ ฉันจะเชื่อนายอีกครั้ง

 

งั้นงั้นเราไปกันเลยนะครับจองกุกพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่าจีมินจะยอมเชื่อใจเขา เขายอมรับว่าตอนยื่นข้อเสนอให้อีกคนนั่น เขากลัว กลัวคำตอบที่จะได้รับ กลัวจนเผลอกลั้นหายใจฟังคำตอบของอีกคน และคำตอบของจีมินก็เหมือนน้ำที่รดให้กับต้นไม้ที่กำลังจะตายลงให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 

กระชับมือให้แน่นขึ้นก่อนจับลูกบิดอีกฝั่ง โดยให้จีมินจับอีกฝั่ง

 

โอเค หมุนทวนเข็มนะ หนึ่ง สอง…”

 

แกร๊ก!

 

สิ่งแรกที่ทั้งสองเห็นคือทางเดินยาว เพดานสูงทำให้ทางเดินดูกว้างขึ้นไปอีก การตกแต่งและศิลปะฝาผนังทำให้นึกถึงโบสถ์ได้ไม่ยาก และประตูไม้ที่ถูกแกะสลักสวยและกลอนประตูที่มีลวดลายเหมือนในนิยายปรัมปราสมัยก่อน ทั้งสองเดินจนถึงประตูข้างหน้า เมื่อเปิดจึงพบกับผู้คนจำนวนมากที่สวมหมวกและกำลังนั่งทำงานกันเป็นร้อย

 

จองกุกและจีมินรีบเดินไปตามทาง จนกระทั่งถูกคนสวมหมวกคนหนึ่งขวาง จองกุกไม่รอช้าที่จะปล่อยหมัดใส่อีกคนก่อนกันจีมินไม่ให้ถูกคนเหล่านี้จับ ใช้เวลาไม่นานเขาก็สลัดคนเหล่านั้นหลุด เขารีบวิ่งขึ้นบันไดอีกทาง พวกเขาวิ่งหนีคนเหล่านั้นจนมาถึงประตูบานหนึ่ง เมื่อเข้าไปก็พบเพียงบันไดกว้างที่พาไปยังประตูเพียงบางเดียว เมื่อเปิดออกก็พบว่ามันคือดาดฟ้า เขาจึงวิ่งกลับไปยังประตูบานเดิม

 

“…” เสียงเอะอะในห้องโถงเงียบลงเมื่อมีบุคคลใหม่เดินเข้ามา จนกระทั่งเขาเดินเข้าประตูอีกบานไป ในขณะที่จองกุกเลือกวิ่งย้อนกลับทางเดิม เมื่อประตูเปิดออกกลับพบเพียงดาดฟ้าอีกครั้ง ทว่าจะให้วิ่งกลับทางเดิมคงไม่ได้เมื่อบังชีฮยอกเดินมาทางเขาพร้อมกับลูกน้องสี่ห้าคน หันวิ่งไปอีกทางกลับพบคนในชุดกันกระสุนออกมาจากประตูด้านหน้า

 

ไม่มีทางหนีอีกต่อไป

 

ผมรักคุณ/ฉันรักนายเขาทั้งสองพูดพร้อมกันก่อนมอบจูบลึกซึ้งให้กันและกันอีกครั้ง เนินนานที่ทั้งสองแลกความหวานกัน เขาจูบกันทั้งน้ำตาเพราะรู้ว่านี่อาจเป็นจูบสุดท้ายของพวกเขา จนกระทั่งผละออก ทว่าเมื่อหันไปมองรอบข้างกลับพบเพียงความว่างเปล่า

 

นายกำลังคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไร?” เสียงแหบดังจากข้างหลังทำให้ทั้งสองสะดุ้ง แต่ก็ไม่มีใครยอมคลายอ้อมกอด

 

“…” จองกุกไม่ตอบ มือหนากระชับเอวอีกคนให้เข้าใกล้กว่าเดิม

 

หลังจากนี้เตรียมรับผลที่ตามมา—” ยังไม่ทันเอ่ยจบก็ถูกเสียงปิดประตูขัดขึ้นจนทั้งหมดหันไปมองอย่างสงสัย

 

แกร๊ก!

 

มีจดหมายถึงคุณน่ะ คุณบังชีฮยอกเป็นนัมจุนที่มาพร้อมกับเอกสารในมือ เขายื่นให้อีกคนเปิดอ่าน บังชีฮยอกไล่สายตาอ่านก่อนมองจองกุกและจีมินที่มองตัวเองอย่างสงสัย

 

เขาไม่พูดอะไร ทำเพียงส่งเอกสารคืนให้กับนัมจุนและเดินออกประตูไป

 

คุณคือท่าน Rey เหรอ?” จองกุกถามอย่างสงสัย และคำถามทำให้นัมจุนหลุดขำเล็กน้อย

 

ไม่ใช่ ท่านReyจะเป็นใครก็ได้ พวกคุณเคยเจอเขา เธอ หรือใครสักคน แต่พวกเราทุกคนเคยเจอกันทั้งนั้นนัมจุนตอบเพื่อคลี่คลายความสงสัยให้กับทั้งสองที่ยังกอดกันกลม

 

คุณทดสอบพวกผม?”

 

จะคิดอย่างนั้นก็ได้นัมจุนหยักไหล่ให้อีกคน

 

“…”

 

ท่านReyเห็นถึงความพยายามของพวกคุณ คุณสร้างแรงบันดาลใจให้เขาและพวกเรา

 

“…”

 

พวกเราจึงตัดสินใจใหม่สมุดเล่มหนาถูกส่งมาตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง เส้นสีฟ้าสองเส้นที่เคยเดินตัดผ่านกันตอนนี้ขนานกันจนสุดขอบสมุด

 

ต่อจากนี้พวกคุณจะอยู่คู่กัน เพราะงั้น…” นัมจุนลากเสียงยาวก่อนดึงหมวกที่จองกุกสวมอยู่มาใส่

 

บันไดมี เดินลงไปเองล่ะกันนะ

 

ทั้งสามยกยิ้มให้กันเป็นครั้งสุดท้าย จนกระทั่งเหลือเพียงพวกเขาสองคนอีกครัั้ง

 

เราจะไปไหนกันดี?”

 

“…”

 

“…”

 

ไปนั่งรถบัสที่เราเจอกันครั้งแรกดีไหมครับ? ต้องขอบคุณนัมจุนที่ทำงานพลาด จนทำให้ผมได้เจอจีมินอีกครั้ง…” จองกุกว่าก่อนก้าวชิดอีกคนมากขึ้นจนแทบไม่มีที่ว่างให้แทรก

 

โอ๊ย! นายเหยียบเท้าฉันจองกุก!”

 

ผมขอโทษ…”

 

.

 

.

 

.

 

แล้วสุดท้ายสองคนนั้นก็รักกันอ่ะนะ?” ซอกจินเอ่ยถามเมื่อพูดคุยกับนัมจุน

 

อืม

 

ไม่คูลเลย งี้พวกนั้นก็รู้เรื่องพวกเราอ่ะนะ

 

ก็ไม่เห็นเป็นอะไร

 

หวังว่างั้น

 

ได้ข่าวว่าได้หน้าที่ติดตามคนใหม่?”

 

อืม คิม แทฮยองน่ะ

 

 

เหนือฟ้า ยังมีฟ้า

ถ้าฉะนั้นเหนือโชคชะตา ยังมีผู้ลิขิตจะแปลกตรงไหนล่ะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สกรีม  P19  พร้อมติด  #kmsomewhere

ที่สำคัญ!  อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นการติชม และเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนกันนะคะ :)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #852 Annie6245 (@Annie6245) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:52
    หัวใจจะวาย!!!! โอยยยยยยโครตลุ้นเลยยย คือเป็นเรื่องที่อ่านแล้วระทึกมาก
    #852
    0
  2. #738 Newmong (@Newmong) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 22:59
    โอ้ยๆๆๆๆ เรื่องนี้คือดี ฮืออออเจ๋งมากๆๆๆๆ
    #738
    0
  3. #734 Snoop (@snoopyyahey) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 13:03
    พล็อตเรื่องสนุกมากเลยค่ะะะะ ชอบมากกก ลุ้นสุดๆ อยากให้เป็นเรื่องยาวเลยแงTwT อยากอ่านของแทฮยองต่อเลยค่ะ5555 ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะะ
    #734
    0
  4. #708 boa1013 (@boa1013) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:54
    พร็อตเรื่องเจ๋งดีลุ้นตลอดเดาทางไม่ถูกเลยว่าจะมาแนวไหนสนุกอ่ะภาษาก็ดีอ่านเพลินมากชอบจังค่ะ

    รอโหวตให้อยู่นะคะ :)
    #708
    0
  5. #688 blue_skyky (@blue_skyky) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:53
    พล๊อตเรื่องโคตรเท่เลยชอบบบ
    #688
    0
  6. #664 IYUN (@alliyun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 00:48

    เป็นเรื่องที่จบได้สมบูรณ์มาก งืออออ ชอบมากเลยค่ะ

    #664
    0
  7. #420 rpfmneejkjk0715 (@rpfmneejkjk0715) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 00:11
    เนื้อเรื่องแปลกๆอะ แต่ชอบมาก ตอนแรกก็งงๆ ว่าวงกระเพื่อมคืออะไร จนตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจแต่ชอบน้าา
    #420
    0
  8. #386 cdpchiic (@cdpchiic) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 02:35
    มีภาคต่อคุณคิมแทมั้ยคะ55555555 ชอบค่ะไรท์แปลกดี ลุ้นๆ สนุกกกก
    #386
    0
  9. #367 minmout (@jygkast) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 22:15
    พล็อตดีและแปลกมากเลยค่ะ บรรยายดีมาก แฟนตาซีมากเว่อ สนุกมากเลยค่ะ
    #367
    0
  10. #349 Wnats (@JennieJk) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 23:01
    ขอบคุณท่าน Rey ที่ยอมเปลี่ยนนนนนน
    #349
    0
  11. #332 ccherbill (@ccherbill) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 02:17
    แงงง้ๆๆๆ ขอเดาๆๆๆๆ ท่าน Rey คือยุนกิใช่ไหมคะ!!!?? สนุกมากกกกกกกกก ชอบมากๆๆๆๆ เรย ฮืออ ลุ้นมาก ตอนแรกคิดว่าต้องจบแบบไม่ได้คู่กันแน่นอน ที่ไหนได้ จองกุกฮึดมาสู้มากกก แงงง้ พี่นัมจุนก็คนดีมากๆๆๆๆๆ กอดดๆๆๆๆ ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆ นะคะะ
    #332
    0
  12. #320 llookpadwu (@0810113721) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:16
    แง ตอนนี้พล้อตดีมากๆๆๆ ตอนแรกเราก็งง ไม่เข้าใจ พออ่านไปเรื่อยๆก็ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดีอ่ะ ชอบบบบ ภาษาก็ดีมากๆด้วย
    #320
    0
  13. #286 jeon__jimin (@jeon__jimin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 17:40
    อะไรสิ***
    #286
    0
  14. #285 jeon__jimin (@jeon__jimin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 17:40
    มีแพไรให้ลุ้นตลอด โอ้ยย ชอบบบบ
    #285
    0
  15. #276 jaeminnoona (@leedongdang) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 03:19
    สนุกมากกกกก ลุ้นไปกับเขาทั้งสองคน
    #276
    0
  16. #274 Realkohya (@Realkohya) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 00:04
    กรี้ดดดดดดดดนี่มันพลอตฟิคเดอะเบสมากกกก
    #274
    0
  17. #273 sinenp (@alrighteiei) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 23:09
    สนุกมากค่าาา ลุ้นมากๆๆๆ
    #273
    0