[OS KOOKMIN] SOMEWHERE ONLY WE KNOW PROJECT 2018

ตอนที่ 24 : PLACE 22 | ค่ายลูกเสือ {11.06.18}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    24 ก.ค. 61


PLACE 22 | ค่ายลูกเสือ

–– Scout Camp

by : tsuki { @whantasticx }


ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้ 

แล้วคำพูดของนายจะเชื่อถือได้ปะ






มือเล็กที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจับกระดาษแผ่นบางในมือแน่นจนยับไปหมด พัคจีมินลุกขึ้นเดินไปมาอย่างกระวนกระวายในห้องนั่งเล่น เขาเพิ่งจะได้รับจดหมายจากโรงเรียนที่ส่งมาให้ผู้ปกครองรับทราบ เพื่อขออนุญาตให้นักเรียนร่วมเดินทางไปเข้าค่ายลูกเสือที่ต่างจังหวัด

 

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นชั้นสองด้านบนของบ้านและค่อยๆ เคลื่อนตามลงมาทางบันไดยิ่งทำให้จีมินรู้สึกลุ้นกับผู้เป็นแม่ ว่าเมื่อไหร่เธอจะเดินลงมาถึงชั้นล่าง เขาอยากจะแจ้งข่าวให้แม่รู้สักที

 

และหวังอย่างยิ่งว่าเธอจะเซนต์ตอบว่า ไม่อนุญาตลงในกระดาษขาวแผ่นนี้

 

แม่ครับ วันจันทร์ผมไปเข้าค่าย

 

อ๋อจ้ะ จีมินไว้คุยกันนะลูก

 

คุณผู้หญิงตระกูลพัคแต่งกายด้วยเดรสสีสวยแนบโทรศัพท์ข้างหูเพื่อสนทนากับปลายสายต่อ หล่อนตอบรับคำพูดจากลูกชายด้วยประโยคสั้นๆ

 

แม่! ต้องคุยเดี๋ยวนี้ด้วยระดับเสียงที่เพิ่มขึ้นคล้ายตะโกน คำว่าแม่ได้ออกมาจากปากลูกชายอย่างหนักแน่น ทำให้คุณหญิงพัคต้องยกโทรศัพท์ออกจากหูของเธอ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเด็กชายตัวสูงพอๆ กัน

 

เข้าค่าย?”

 

เข้าค่ายลูกเสือ ปีสุดท้ายแล้ว

 

ตั้งแต่เด็กแม่ไปกับเราทุกปีเลยนะจีมิน

 

ใช่ เพราะผมขอให้แม่ไป..

 

แต่ปีนี้เราอายุย่าง 16 แล้วนะ ปีหน้าก็ต้องขึ้นมอปลายแล้วด้วย

 

ถ้าแม่ไม่ไปอะ แม่เซนต์บอกว่าไม่อนุญาตก็ได้นะครับ มันไม่มีผลต่อคะแนนหรอกมือเล็กขยับแว่นที่ตนสวมอยู่ก่อนจะลอบมองหญิงสาวตรงหน้า และกลับไปมองพื้นเช่นเดิม

 

มันไม่มีผลต่อคะแนนการเรียน แต่มีผลกับคะแนนกิจกรรม เขาต้องใช้คำนี้มาอ้างเพื่อให้แม่ไม่ต้องใส่ใจกับการเข้าค่ายบ้าๆนั่นมากไป จีมินไม่อยากไปเข้าค่ายจริง ๆ แต่แม่กลับมองเขาพลางใช้ความคิดปล่อยให้ความเงียบเข้าล้อมรอบตัวเราทั้งคู่

 

บอกตามตรงในบ้านเนี่ยจีมินกลัวแม่ที่สุดแล้ว เพราะเธอเคร่งครัดกับเขาทุกเรื่อง ทุกสิ่งอย่าง เวลาจะทำอะไรต้องผ่านการอนุมัติจากเธอเสมอ

 

ยุนกิไปไหมคะ?”

 

เพื่อนสนิทที่สุดและเป็นคนเดียวที่คุณแม่ยอมให้คบเป็นเพื่อนของจีมิน ก็คือมินยุนกินี่แหละ เหตุผลเพราะยุนกิเป็นเด็กเรียบร้อย(ในสายตาคุณหญิงพัค)และเรียนเก่งมากๆ

 

ไป.. ไปครับ

 

คุณหญิงพัคหยิบกระดาษจากมือเขาไปก่อนจะหันหลังให้ จีมินมองตามแผ่นหลังที่ดูสง่าเหมาะกับความเป็นคุณหญิงคุณนายของท่านผู้ว่าฯ อ่อ..แม่ของเขาเป็นภริยาอดีตผู้ว่าฯในจังหวัดทางตอนใต้อย่างพูซาน แต่ท่านทั้งสองแยกทางกัน 7 ปีแล้ว และคุณหญิงก็ขอลูกคนโตอย่างเขาไว้ให้มาอยู่โซลด้วยกัน ส่วนพัคจียอนน้องสาวคนเล็กก็อยู่พูซานกับคุณพ่อ

 

ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ เขารู้สึกไม่มีความสุขก็ตั้งแต่พ่อจากไป

 

คุณแม่ไม่เหมือนกับคุณพ่อที่ชอบตามใจเขา ท่านชอบปล่อยให้จีมินทำในสิ่งที่ชอบตลอด

 

จีมินคิดถึงคุณพ่อ..

 

"จีมินคะ นี่ค่ะ"

 

"แม่.." คุณหญิงพัคส่งกระดาษคืนให้กับมือเล็ก เด็กหนุ่มก้มลงไปดูข้อความบนกระดาษก่อนจะส่งเสียงเรียกหญิงสาวอย่างแผ่วเบาราวกับหมดแรง

 

"เอารายการของที่ต้องใช้มาให้แม่ด้วยนะคะ เดี๋ยวเย็นนี้ไปช้อปกัน"

 

คุณหญิงพัคอนุญาตให้เขาไปเข้าค่ายลูกเสือกับโรงเรียนโดยที่ไม่มีเธอครั้งแรก..

 

ให้ตายเถอะ เขาไม่อยากไปเข้าค่ายจริงๆ นะ

 

หลังจากนั้นคืนวันเสาร์จนตลอดทั้งวันของวันอาทิตย์ จีมินได้วางแผนเอาไว้ว่าต้องอดนอน รวมทั้งยอมอดข้าวและอดน้ำเพื่อที่ตัวเองจะได้ป่วย เมื่อเขาป่วยคุณแม่ก็จะได้ยกเลิกไม่ให้ไปเข้าค่ายแน่นอน

 

แต่มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นสิ ภายในคืนเดียวเขาป่วยไม่ทันหรอก ได้แต่บ่นโกรธร่างกายที่แข็งแรงเหลือเกิน จีมินคงลืมไปว่าเขาเองไม่ใช่คนเจ็บไข้ได้ป่วยง่ายๆ ส่วนเรื่องอดข้าวอดน้ำน่ะ..ลืมไปได้เลย จู่ๆ คุณหญิงพัคที่กิจกรรมเยอะก็สามารถอยู่ติดบ้านได้ตลอดทั้งวัน เรียกจีมินให้กินข้าวครบสามมื้อแถมยังมีเวลามานั่งคุยเรื่องที่โรงเรียน พร้อมกับจัดกระเป๋าไปเข้าค่ายให้อีก

 

ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่ายอมไปเข้าค่ายก็ได้ครับ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

เช้าวันจันทร์ที่ใครๆต่างก็รู้สึกว่ามันไวเหมือนโกหกได้มาถึง คุณหญิงพัคส่งกระเป๋าในมือให้กับลูกชายในชุดลูกเสือ พร้อมฝากฝังกับเพื่อนสนิทของจีมินเอาไว้อย่างดี อันที่จริงเธอกังวลไม่น้อยกับการปล่อยลูกชายไปเข้าค่ายลูกเสือโดยปราศจากเธอเช่นนี้

 

ตั้งแต่ปอหนึ่งเธอมักจะขอติดตามไปถึงค่ายพักแรมจนทำให้คนอื่นๆ มองจีมินเป็นลูกแหง่ แต่ทว่าลูกชายก็ไม่เคยบ่นกับคุณหญิงเลยสักครั้ง ด้วยความที่ทั้งบ้านก็มีกันอยู่สองคนแม่ลูก จีมินเขาคงจะรู้สึกชินและรู้สึกปลอดภัยที่มีแม่ไปด้วยทุกที่แทนเสียแล้ว ครั้งนี้เธอเลยตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อว่าจะให้ลูกชายได้เติบโตขึ้นมากกว่าเดิม

 

"อายุ 15 แล้วนะจีมิน"

 

"ครับ ผมรู้แล้วน่า"

 

"งั้นก็ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ดูยุนกิสิดูตื่นเต้นกว่าใครเลย" จีมินหันขวับไปมองเพื่อนข้างกายที่ยืนยิ้มจนตาหยี เขารู้ดีเลยล่ะว่ามันยิ้มดีใจเพราะอะไร

 

"อ่าครับ แม่รีบไปทำงานเถอะเดี๋ยวจะสายเอา ผมดูแลตัวเองได้"

 

"ค่า ถ้ามีเรื่องอะไรก็รีบบอกครูเขาเลยนะ หรือไม่ก็บอกยุนกินะจีมิน"

 

"แม่บอกผมหลายรอบแล้วนา ไม่ลืมหรอกครับ ครูเรียกรวมแล้วอะ..ไว้เจอกันวันพฤหัสครับรักแม่ๆ"

 

ยุนกิดึงมือเล็กของเพื่อนสนิทเพื่อรีบพากันวิ่งไปรวมแถวกับคนอื่นๆ โดยยืนเข้าแถวแบ่งเป็นห้องเพื่อขึ้นรถ แม้ว่าจะอยู่กันคนละหมู่ก็ตาม

 

เมื่อจีมินเดินเข้ามาเพื่อเข้าแถวนั้นเขาได้ยินเสียงซุบซิบของเพื่อนบางคนพูดถึงชื่อเขา แน่นอนว่าหัวข้อสนทนาต้องเป็นเรื่องที่ปีนี้พัคจีมินห้อง C ไม่มีผู้ปกครองติดตามไปดูแลที่ค่ายลูกเสือเหมือนอย่างเคย

 

ทุกคนที่ใส่ใจเรื่องของเขากันมากเลยตกใจที่พัคจีมินกล้าไปเข้าค่ายโดยที่ไม่มีแม่ เขามองกลับไปยังคนพวกนั้นด้วยสายตานิ่งๆ ภายนอกที่ดูเป็นเด็กแว่นของจีมินอาจจะทำให้เพื่อนๆ มองว่าอ่อนแอนั่นเป็นสาเหตุให้จีมินต้องใจแข็ง มักจะชอบทำหน้าหยิ่งขัดกับบุคลิก เขาไม่ใช่คนที่พูดคุยกับใครได้ง่ายนักเพราะรู้ดีว่าคนที่เข้ามาคุยต้องการจะกลั่นแกล้งแน่นอน

 

"อย่าไปสนใจเลยจีมิน ไหน เอาขนมมาเยอะปะ?" ยุนกิแย่งถุงพลาสติกในมือเล็กไปเปิดดู เจอขนมที่ตนเองชอบทั้งนั้น ส่วนหนึ่งโทรบอกให้เพื่อนซื้อมาให้อีก

 

"ยุนกิ"

 

"อะไร"

 

"แทฮยอง" จีมินยกนิ้วชี้ไปยังแถวของห้องแรกที่เดินขึ้นรถบัส นั่นคือห้อง D และหนึ่งในกลุ่มลูกเสือยกยิ้มหันมาทางนี้ด้วย

 

"เดี๋ยว-คุย-กัน-ใน-แชท อื้ม" ยุนกิยิ้มพร้อมยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมาพลางพูดเน้นทีละคำเพื่อบอกแทฮยอง ก่อนจะพยักหน้ารับเป็นอันรู้เรื่อง

 

"ขาดกันไม่ได้เลยเนอะ" นี่ล่ะเหตุผลที่มันยิ้มดีใจให้แม่เขาเห็นจนออกนอกหน้า

 

"เออ อย่าให้มึงมีบ้างนะคุณหนูพัค เดี๋ยวรู้เลยอาการคนติดแฟนเป็นยังไง"

 

"กูไม่มีหรอก" จีมินกอดอกยิ้มอย่างมั่นใจ เขาไม่สนใจใครทั้งนั้นในโรงเรียนมีแต่คนคอยจะแกล้งเขา ใครจะมาญาติดีด้วยล่ะ

 

แค่เพื่อนร่วมห้องจำนวน 40 คน มียุนกิที่สนิทกับเขาคนเดียว ที่เหลือมีพวกชอบนินทาเขาและพวกที่เฉยๆ ไม่สนใจเรื่องเขาก็อย่างละครึ่ง ส่วนรุ่นน้องน่ะเขาไม่สนใจกันหรอกพวกเด็กประถมฯยังเด็กเกินไป เหลือก็แต่พวกห้องร่วมชั้นเดียยวกันที่ชอบพ่นคำพูดไม่ดีใส่เขาอย่างห้อง A ห้อง B คิดว่าตัวเองเหนือกว่าห้องท้ายๆ อย่างห้อง C และ D

 

เหอะ เกลียดนัก

 

 

 

"จองกุกๆ แก.. จองกุกไปเข้าค่ายว่ะ"

 

พวกเขาขึ้นมานั่งบนรถเป็นเวลา 10 นาทีแล้ว ยุนกิน่ะรายนั้นพอได้ที่นั่งปุ๊บยกโทรศัพท์มาแชททันที ส่วนเขาเองอยากงีบหลับสักหน่อยแต่ติดตรงที่เพื่อนร่วมห้องสองคนข้างหน้าดันคุยกันไม่หยุดเลย จีมินยืดตัวลุกขึ้นว่าทั้งคู่ทำอะไร ก็พบว่าหญิงสาวชะโงกออกไปดูอะไรนอกรถ ซึ่งนั่นเรียกความสนใจจากเขาเหมือนกันเพราะจีมินอยากรู้ว่าคนพวกนี้ตื่นเต้นอะไรกันนักหนา

 

อ๋อ...จอน จองกุกผู้โด่งดังของโรงเรียนแห่งนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักนักกีฬาฟันดาบระดับจังหวัดอย่างคนๆนี้หรอก เรื่องเรียนก็เด่นกิจกรรมก็ดีไปหมดแต่ว่าภายใต้ความภาคภูมิใจที่เป็นตัวแทนของโรงเรียนต้องแลกกับการไม่ได้เข้าเรียนแบบปกติ จีมินจำได้ว่ายุนกิเคยชวนเม้าท์เรื่องนี้อยู่ครั้งนึง เรื่องมีคนได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเข้าห้องเรียนตั้งหนึ่งเทอม แต่นั่นก็ไม่อาจะทำได้จริงชั่วโมงเรียนของนักเรียนที่นี่ต้องครบตามเกณฑ์ หากไม่ครบจะโดนให้ซ้ำชั้นเรียนซึ่งนั่นทำให้พวกเขาได้เห็นตัวอย่างจากจองกุก

 

อันที่จริงจองกุกเป็นรุ่นพี่พวกเขาแต่ไม่เคยเห็นใครเรียกว่าพี่หรอกนะ จีมินเองก็เช่นกัน

 

"มาก็สายอะ ทำคนอื่นเขาเสียเวลาหมด" เสียงจากอีกฟากของรถบัสบ่นดังๆ จนจีมินต้องชะเง้อมองหาต้นเสียง เขาก็คิดแบบนั้นน่ะ..

 

"ได้ข่าวว่าจองกุกเพิ่งกลับจากแข่งวาดรูปที่เหนือนะ เมื่อคืนน่าจะนอนในรถมาตลอดทางอะ สงสาร" ยุนกิจิ้มโทรศัพท์ไปก็พูดไปด้วย

 

พัคจีมินรู้สึกผิดเลยสิ เขานึกโทษจองกุกตามคนอื่นๆ ไปหมดแล้ว

 

"มึงรู้เรื่องเขาดีจังเลยอะ รู้มาจากไหนวะ"

 

"แทฮยองน่ะ สองคนนี้เป็นเพื่อนบ้านกัน"

 

"อ้าว ไหนว่าไม่ถูกกัน"

 

"ข่าวมั่ว สนิทกันแบบตบหัวได้อะนึกออกปะ แต่อยู่โรงเรียนก็ไม่ค่อยได้เจอกัน อะ คิดดูเด็กห้อง A กับห้อง D เลยนะเว้ย"

 

"ก็จริง.."

 

จีมินพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองที่รถบัสห้อง A อีกรอบ เขานึกว่าคนที่จองกุกจะเดินขึ้นรถไปแล้วเรียบร้อย แต่ทว่ารายนั้นยืนอยู่หน้าประตูรถและหันมาทางเขาพอดิบพอดี เขาเลยเปลี่ยนทิศทางการมองไปด้านอื่นก่อนขยับแว่นทำเป็นไม่สนใจผู้ชายห้อง A คนนั้น

 

ไม่ได้รู้จักกันสักนิด ทำไมต้องยิ้มแบบนั้น?

 

 

 

เวลาผ่านไปสามชั่วโมงในที่สุดก็เดินทางถึงค่ายพักแรม เท้าเพิ่งแตะพื้นดินยังไม่ทันไรเสียงคำสั่งจากครูฝึกก็ดังขึ้นไปทั่วบริเวณ ครูที่ตามมาคุมเด็กนักเรียนเกรด 9 ค่อยๆ หลบออกไปเพราะมอบหน้าที่คุมเด็กให้กับทางค่ายลูกเสือไปแล้ว

 

เหล่าเด็กนักเรียนเกรด 9 ทั้ง 4 ห้องต่างชุลมุนรีบจัดแถวตามหมู่สีของแต่ละกลุ่ม แยกกลุ่มเด็กผู้ชายและผู้หญิงออกเป็นสองฝั่ง ไม่มีใครชอบช่วงเวลาแบบนี้แน่นอน โดยเฉพาะจีมินที่ต้องแยกกับยุนกิ กว่าร่างเล็กจะเดินแทรกตัวไปอยู่ท้ายแถวของหมู่ได้ก็เกือบแย่

 

เขาไม่ชอบเบียดเสียดกับผู้คนแบบนี้เลยจริงๆ ให้ตายเถอะ

 

"เรียงแถวตอนลึก รับทราบ!"

 

"ทราบ!"

 

"ปฏิบัติ!"

 

ถามจริง.. นี่ตั้งแต่เดินลงรถมาครูฝึกเรียกจัดแถวแปรแถวอยู่อย่างนี้ถึง 3 รอบแล้วนะ ไม่เข้าใจว่าต้องการอะไรกัน แดดแรงขนาดนี้ยังให้วิ่งจัดแถวอยู่ได้ พัคจีมินถอนหายใจก่อนจะวิ่งตามเพื่อนๆ เขามีตำแหน่งในหมู่คือรองหัวหน้าหมู่ซึ่งต้องอยู่ท้ายแถวตลอด หากหัวหน้าไม่อยู่ต้องเดินขึ้นไปคุมแถวข้างหน้าแทน

 

"ช้ามาก ลูกเสือกอง 1 กอดคอกัน!"

 

เวรเอ้ย..

 

จีมินได้แต่คิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นคนอื่นๆ ก็บ่นออกมาแทนเขาแล้ว

 

แขนเล็กพาดไปยังไหล่ของเพื่อนฝั่งซ้ายมือโดยที่อีกคนก็พาดกลับมายังตัวเขา ต้องบ่นในใจอีกรอบที่เพื่อนคนนี้ไม่ใส่ใจกลัวว่าเขาจะเจ็บสักนิดเล่นพาดแขนมาเต็มๆ ยังดีที่ฝั่งขวาของจีมินไม่มีใครมาต่อ

 

"เอ้า มาจากไหนน่ะเรา" ทุกคนต่างชะเง้อคอมองดูบุคคลมาใหม่ ครูฝึกต่างก็งงที่มีลูกเสือหลุดไปจากแถวตอนได้

 

"ไปเข้าห้องน้ำมาครับ"

 

"คุณคิดว่าคนอื่นไม่อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันหรอ? แอบไปเข้าอย่างนี้ได้ยังไงครับ ในเมื่อลงรถบัสแล้วก็ต้องรีบวิ่งมาจัดแถวแต่คุณวิ่งไปเข้าห้องน้ำมา"

 

"ผมเดินไปครับ ผมขออนุญาตครูเบแล้ว" ครูฝึกและครูผู้ติดตามต่างก็หันไปทางครูเบที่ปล่อยให้เด็กชายไปเข้าห้องน้ำในช่วงชุลมุนเช่นนั้น

 

"งั้นจะถือว่าเป็นครั้งแรกไม่เอาเรื่องละกัน ไปท้ายแถว แล้วทำแบบเพื่อน! ไป!"

 

จีมินได้ยินเสียงสนทนาของครูฝึกกับคนที่มาสายแต่ด้วยส่วนสูงที่น้อยนิดหุ่นพอกะทัดรัดของเขานั้นทำยังไงก็ชะเง้อมองไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันมีแต่คนสูงกว่าทั้งนั้น เมื่อครูฝึกไล่คนนั้นให้มาอยู่ท้ายแถว เขาจึงเตรียมขยับตัวจัดท่าให้เรียบร้อยเพื่อรออีกคนมากอดคอโดนทำโทษร่วมกัน

 

"แน่จริง ๆ ว่ะจองกุก"

 

เอ๋...จองกุก?

 

"เออ เกือบไปแล้ว โดนทำโทษอะไรวะพวกมึง"

 

"จัดแถวช้าอะดิ เขาวิ่งจัดกันไปหลายรอบละ"

 

"น่าเบื่ออ่ะ เนอะ"

 

ร่างคนที่สูงกว่าเดินมายืนข้างกายคนตัวเล็ก คราแรกเหมือนจองกุกจะไปยืนข้างเพื่อนห้อง A แต่ไหงขยับถอยลงมายืนข้างจีมินได้เสียอย่างนั้น ไม่พอยังคุยกันแล้วหันมาชวนเขาคุยด้วยอีกคน เขาน่ะไม่อยากจะมีปัญหาหรอกนะตอนนี้พวกเรากำลังโดนลงโทษไงจะมาคุยตอนนี้มีสิทธิ์จะโดนเพิ่มข้อหาคุยกันได้ จีมินตัดสินใจหันหน้าไปอีกด้านแทน

 

"อ้าว หยิ่งจัง" จองกุกพูดขึ้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาร่างเล็กไม่อยากคุยกับตน แต่ถึงอย่างนั้นช่วงแขนยาวๆนั่นก็ถูกยกพาดไปยังแผ่นหลังเล็ก เพราะมีมือจากเพื่อนอีกคนกอดคออยู่บริเวณช่วงไหล่ "ไม่พูดจริงดิ?"

 

ยังไม่เลิก จอนจองกุกชะโงกหน้ามาหาอีกรอบพลางถาม

 

จีมินไม่อยากมีปัญหากับทั้งครูฝึกและไม่อยากคุยกับเพื่อนต่างห้อง จึงส่ายหน้าตอบตรงๆ

 

"ลูกแหง่แบบนั้นไม่คุยกับใครหรอกมึง เสียเวลาคุยว่ะ" เพื่อนคนเดิมหันมาพูดกับจองกุก หมอนั่นพยักหน้ารับแล้วยอมเงียบไป

 

จริงๆ เลยนะ โดนเรียกลูกแหง่แบบนี้มันน่าเจ็บใจอะทว่าจีมินก็ทำอะไรไม่ได้ ที่เขาทำหยิ่งๆ ไปเหมือนเก่งน่ะแต่เขาไม่ใช่สายบู๊ที่จะออกโรงต่อสู้ได้นะ เพราะงั้นอยู่เฉยไปเถอะพัคจีมิน

 

"ลุกนั่ง 50 รับทราบ!"

 

"ทราบ!"

 

"ปฏิบัติ!"

 

"หนึ่ง! สอง! สาม!..." เสียงลูกเสือกองที่ 1 ทั้งกองตะโกนนับเลขอย่างพร้อมเพรียงกันท่ามกลางแดด เด็กทั้งหมดไม่อยากอยู่ตรงนี้นานและโดนทำโทษซ้ำๆ ก็ต้องแสดงความสามัคคีกันเช่นนี้แหละ

 

จองกุกลอบมองคนข้างกายที่ตัวก็ดูบอบบางไม่มีแรงอย่างเพื่อนห้อง C ใครจะไม่รู้จักพัคจีมินที่เป็นเด็กติดแม่กันล่ะ เขานี่สังเกตคนๆ นี้มาหลายรอบแล้วว่าเป็นคนยังไงกันแน่ แต่ไม่ได้คำตอบเพราะจีมินดูเป็นคนปิดตัวเองไม่ยอมทำความรู้จักคนใหม่ๆ เห็นมีสนิทก็แต่มินยุนกิแฟนของเพื่อนบ้านเขาเท่านั้น

 

หน้าตาน่ารักดี ดูไม่น่าจะเป็นคนหยิ่งนะ แต่นั่นแหละเขาก็เพิ่งโดนเมินมาเมื่อครู่นี่เอง

 

"นาย"

 

"จองกุก.."

 

"ฮะ? อ๋อ ปล่อยแล้วหรอ" ร่างสูงทำหน้าเลิ่กลั่ก จีมินยืนจ้องหน้าและใช้เสียงเรียกชื่ออยู่หลายรอบแต่จองกุกมัวแต่อยู่กับความคิดของตนเลยไม่ได้ยิน

 

"อือ ไปเก็บกระเป๋า" พูดจบ คนหยิ่งก็เดินกอดอกทิ้งจองกุกไว้เบื้องหลัง

 

"เฮ้ย คุยกับจีมินหรอ เดี๋ยวติดเชื้อลูกแหง่หรอก" เป็นเพื่อนในห้องที่ต่อแถวหยิบกระเป๋าสัมภาระข้างกันทักขึ้น

 

"ไปว่าเขา"

 

"มันจริงนี่หว่า แต่แปลกนะปีนี้แม่ไม่มาด้วยว่ะ"

 

"เรื่องของเขาน่า"

 

"จองกุก มึงว่ากูเสือกเรื่องมันหรอวะ?"

 

"กูยังไม่ได้พูดเลยนะ มึงเข้าใจไปแบบนั้นเองจีวอน" จีวอนที่ทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องจองกุกเดินไปมองหน้าเพื่อนร่วมห้องนิ่งๆ ก่อนหยิบกระเป๋าเดินจากไป นี่ถ้าหากว่าเขาไม่ใช่ลูกรักของคุณครูล่ะก็คงโดนซัดไปซักหมัดละ

 

 

 

เมื่อแยกย้ายไปเก็บกระเป๋าสัมภาระยังห้องพักกันและเปลี่ยนชุดลำลอง ลูกเสือและเนตรนารีก็ได้ไปนั่งรับประทานอาหารมื้อกลางวัน โดยมื้อแรกของที่นี่ครูฝึกเลยยังไม่ให้ลงมือทำอาหารกันเอง แต่มื้อเย็นครูได้ประกาศให้เตรียมใจกันเอาไว้แล้วว่าต้องลงมือเข้าครัวเพื่อทำกันเอง

 

ส่วนตอนนี้เป็นเวลาเข้าฐานเพื่อทำกิจกรรมเบื้องต้น จีมินก็ยังไม่ได้เจอยุนกิสักทีแต่ทว่าพอเข้าฐานดันมาเจอหมู่ของแทฮยองเลยโล่งใจหน่อย ตอนเลือกที่นอนเขาโดนกลั่นแกล้งให้นอนติดประตูไปอีก พอเวลานอนใครเข้า-ออกมันก็จะต้องรู้สึกตัวตื่นกลางดึกกลายเป็นว่าจีมินไม่ได้นอนแน่ๆ ล่ะเขาเตรียมใจไว้แล้ว

 

"จีมิน คืนนี้มานอนด้วยกันดิ" แทฮยองที่นั่งข้างกันสะกิดขาคนตัวเล็กเบาๆ

 

"สามคน? นอนไหน?"

 

"นอนเต็นท์ ก็สามแหละ หรือสี่คนดีล่ะชวนจองกุกมาด้วยไหม" ร่างเล็กขมวดคิ้ว แฟนเพื่อนพูดถึงจองกุกทำไมกัน?

 

"แน่ะ ไม่รู้ล่ะสิ จีวอนมันเกือบต่อยจองกุกเพราะนายเลยนะ ไปรู้จักกันตอนไหนเนี่ย"

 

"ต่อยทำไมอ่ะ"

 

"เห็นมันไปพูดกวนตีนจีวอนเรื่องนายเข้าอ่ะดิ แต่ระดับนั้นเอาตัวรอดได้อยู่ละไม่ต้องห่วง"

 

ใครว่าห่วงกัน เขากับจองกุกไม่ได้รู้จักกันสักนิด เอาอะไรมาห่วงล่ะ!

 

"สรุปไปนอนด้วยกันไหม?"

 

"ครูไม่จับได้หรอวะ"

 

"ไม่รู้หรอกน่า ไม่ได้มาเฝ้าตลอดเขาให้จัดเวรกันเอง คืนนี้ซองแจมันเฝ้า"

 

ทางสะดวกแล้ว จีมินคิดอย่างนั้น

 

ต้องอธิบายก่อนว่าบ้านที่มาพักน่ะมันไม่พอต่อจำนวนนักเรียนครูเลยให้อีกครึ่งนึงไปนอนแบบกางเต็นท์กันเอง แล้วหมู่ของยุนกิกับแทฮยองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย จองกุกด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะในบ้านพักที่เขาอยู่รู้สึกว่าเขาจะไม่รู้จักใครเลย

 

เอ๊ะ แต่เขาก็ไม่ได้รู้จักกับจองกุกนี่หว่า

 

ไปนึกถึงคนนี้อีกแล้ว

 

"แกนอนกับยุนกินะแทฮยอง เราขอนอนคนเดียว"

 

"ไม่กลัวผีหรอ"

 

"ผีไม่มีในโลกปะ"

 

"ไม่รู้ตำนานที่นี่ซะแล้ว เจอดีแน่จีมิน"

 

"ไปอยู่กับพวกแกก็เจอผีผ้าห่มอะสิ" ใช่ สิ่งที่จีมินอยากจะบอกคุณหญิงพัคคือเรื่องนี้แหละ ความดีใจของยุนกิคือจะได้นอนกับแฟนมันนี่ไง วัยรุ่นสมัยนี้ไวไฟกันจริงขอส่ายหน้าเอือมให้ทีนึง

 

"แน่ะ รู้ดี จะพยายามเงียบนะ" แทฮยองทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อนแฟน

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

เวลาสองทุ่มลูกเสือ-เนตรนารีต้องเข้าร่วมกิจกรรมละลายพฤติกรรมช่วงค่ำ อีกครึ่งชั่วโมงเด็กเหล่านี้ถึงจะได้นอน ครูฝึกพาล้อมวงนั่งแยกกอง แยกหมู่เพื่อร้องเพลงทำกิจกรรมเข้าจังหวะ หลายคนก็เบื่อหน่อยๆ ละกับการมานั่งตบแปะๆ ก่อนจะโดนสั่งให้ลุกย้ายที่ด้วยการจับกลุ่มบ้างจับคู่บ้างเพื่อเปิดโอกาสทำความรู้จักเพื่อนใหม่

 

คนที่ไม่ชอบกิจกรรมนี้มากที่สุดคือพัคจีมินนี่ไง

 

 

 

"สามคน! สามคนครับรอบนี้" เสียงประกาศดังขึ้นพร้อมกับเสียงกลองบรรเลงเพลง

 

เพื่อนในกลุ่มที่อยู่ห้าคนเมื่อครู่สลายไปพริบตา คุณหนูพัคมองซ้ายทีขวาทีไม่รู้จะไปหาใคร แต่แล้วก็มีเพื่อนคู่นึงวิ่งมาจับมือเขาและดึงให้นั่งลง จีมินเองก็ไม่รู้จักแต่เดาว่าเป็นเด็กห้อง A

 

เฮ้ย นี่มาอยู่ตรงห้อง A แล้วหรอวะ

 

"ชื่อไรอะ เราซอกจินนะ นี่แจฮวาน ห้อง A"

 

"เรียกเคนเถอะ อินเตอร์เหมาะกับหน้าดี" คนชื่อเคนโดนตีหลังดังปั่กจนจีมินเริ่มจะกลัวคนชื่อซอกจินหน่อยๆ ละ

 

"อ่า..จีมินห้อง C"

 

"คนนี้ว่ะเคนๆ คนนี้ที่จีวอนบอกจะทำให้มันกับจองกุกมีเรื่อง" ทั้งคู่ซุบซิบกันพลางมองมาที่เขา

 

จองกุกอีกแล้ว?

 

"ระ เรื่อง.."

 

"เอาล่ะครับ รอบนี้สองคนครับ! สองคน หาคู่กันเร็ว~" ยังไม่ทันได้ถามว่าเรื่องอะไรจีมินก็ต้องลุกเพื่อย้ายที่อีกครั้ง แต่คราวนี้สองคนมันยากขึ้นแล้วเพราะนับจากจำนวนจะต้องมีคนดวงซวยไม่มีคู่แน่ ขอภาวนาให้ตัวเองไม่โชคร้ายเกินไป เขาไม่อยากเป็นตัวเด่นออกไปเต้นโชว์ข้างหน้านะ

 

"เจ้าหยิ่ง มานี่" ไม่รู้ว่าโชคร้ายกว่าเดิมรึเปล่า เพราะคนที่มาคู่จีมินคือจอน จองกุก

 

"ไม่ได้ชื่อหยิ่ง"

 

"ชื่อจีมิน รู้แล้วล่ะ"

 

"อือ"

 

"เหมือนผู้หญิง น่ารักดี" ร่างเล็กหันขวับมองคนข้างกาย ทำไมต้องพูดอะไรแบบนี้กับเขาล่ะ แถมรอยยิ้มนั่นด้วยเจ้าหมอนี่เพิ่งเคยคุยกับเขาเมื่อเช้า แต่ทำตัวเหมือนรู้จักกันมานานแล้ว สนิทง่ายไปไหม?

 

 

 

เวลาสามทุ่มตรง..

 

ฉึ่บ.

 

เสียงรูดซิปเต็นท์ดังขึ้นทำให้จีมินที่อยู่ข้างในต้องมองคนมาใหม่ ยุนกิปะแป้งจนแก้มขาวนวลไปหมดคลานมาหยิบกระเป๋าใบเล็กเพื่อที่จะไปนอนอีกเต็นท์นึง ส่วนเขาเองเตรียมจัดที่ทางเรียบร้อยพร้อมนอน ฝั่งห้องพักนี่หายห่วงได้เลยเพราะที่นั่นครูฝึกกำชับให้รีบปิดไฟกันแล้วคงไม่มาเช็คชื่ออีก

 

"นอนดีๆ นะ มีอะไรแหกปากให้ดังเลยมึง"

 

"มันไม่มีอะไรหรอก"

 

"เขาว่าผีเฮี้ยน"

 

"แกล้งกูจังเลยนะ แต่มันก็ดีกว่าไปนอนกับคนพวกนั้นล่ะวะ รำคาญ"

 

"อื้อๆ ปิดไฟฉายละรีบนอน เจอกันตอนเช้ามืด"

 

เมื่อนัดแนะเวลากันเสร็จสรรพ ยุนกิรีบวิ่งออกไปทันทีเพราะกลัวคนมาเห็น จีมินรูดซิปให้เรียบร้อยและนั่งอ่านหนังสือทางศาสนาอยู่ก่อนสักพักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจดับไฟ และถอดแว่น ทิ้งตัวลงนอนด้วยท่าทางที่สบาย คืนแรกก็มีความสุขกับการนอนแล้วไม่มีใครมากวนใจ

 

ฉึ่บ.

 

"ไอ้แท มึงย้ายเต็นท์ทำไมวะ"

 

จีมินสะดุ้งตัวรีบลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงรูดซิปเต็นท์กับเสียงพูดคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนตน มือเล็กควานหาไฟฉายแต่ด้วยความรนและไม่มีแว่น ทำให้ไม่เจอสักที บุคคลในเงามืดขยับคลานเข้ามา และเปิดไฟฉายส่วนตัวในมือส่องหน้าเขา

 

"อ้าว จีมิน? ผิดเต็นท์หรอ"

 

"จองกุก นายนั่นแหละมาผิดเต็นท์แล้ว"

 

"เมื่อเย็นไอ้แทมันชวนให้มานอนนี่ด้วยอะ"

 

ให้ตายเถอะว่ะ แทฮยองมันแกล้งเขาอะ

 

"แล้วเต็นท์นายอะ?"

 

"ยกให้ครูไปแล้ว เขาอยากนอนเต็นท์กัน" เวรกรรม..ถ้าไล่กลับไปครูต้องสงสัยแน่เลย จีมินใช้ความคิดอยู่เงียบๆ

 

"เรานอนด้วยกันก็ได้นี่จีมิน" ได้กับผีสิ สนิทก็ไม่สนิทให้มานอนด้วยกันเนี่ยนะ

 

"เดี๋ยวเรากลับไปนอนห้องพัก นายก็นอนนี่ไปเลย"

 

"ไม่ต้องหรอก นอนนี่แหละเราไม่ทำอะไรหรอก" จองกุกแย่งไฟฉายในมือจีมินมาก่อนจะปิดและจัดการรูดซิปปิดเต็นท์นอนให้เรียบร้อย

 

ร่างเล็กขยับตัวลงนอนอย่างเดิมแต่เมื่ออีกคนกำลังทิ้งตัวลงนอนข้างๆ จีมินจึงขยับถอยห่างจนติดอีกด้านของเต็นท์

 

"กลัวไรอ่ะ"

 

"ไม่ได้กลัว"

 

"หึ.. อย่าเผลอมากอดละกัน" จีมินนอนหน้ามุ่ยในความมืด เมื่อทุกอย่างเริ่มเงียบเขาได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของเพื่อนต่างห้องก่อนจะสบายใจหลับตาลงได้

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

เข้าค่ายวันที่สอง จีมินต้องหงุดหงิดแต่เช้ามืดตามเวลาที่นัดกันกับเพื่อนสนิทเขาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองขยับไปนอนกอดคนที่ชื่อจองกุก หมอนั่นตื่นก่อนเขาเพราะแทฮยองมาปลุกก่อนแล้ว แต่กลับทำนิ่งปล่อยให้เขานอนกอดต่อไป

 

พูดแล้วมันน่าอาย!

 

จะพยายามลืมภาพนั้นให้เร็วที่สุด

 

 

 

ช่วงเช้ารับประทานอาหาร เข้าแถวรวม และเช็คเครื่องแต่งกายเรียบร้อย ครูฝึกก็พาไปเดินป่าช่วงเช้าพร้อมตั้งกติกาให้แต่ละหมู่ช่วยกันหาผลไม้ในป่ากลับมาเป็นของว่างที่ค่ายให้ได้ จีมินแทบกุมขมับเพราะคนในหมู่เขาแทบจะไม่มีใครขยับทำอะไรเลย อาหารเย็นเมื่อวานดีหน่อยที่รวมกับหมู่อื่นเลยมีให้กิน คนที่ทำก็มีแค่สมาชิกหมู่นั้นกับจีมินที่ขอเข้าไปช่วยเป็นลูกมือทำกับข้าว เรื่องหาผลไม้น่ะลืมไปได้เลย..

 

"อะ เห็นเดินกลับมามือเปล่าทั้งหมู่หรอ?" กล้วย 1 เครือถูกวางลงตรงหน้าจีมิน ร่างเล็กอ้าปากค้างกับภาพตรงหน้าคือจองกุกที่กำลังปัดฝุ่นที่เสื้อ ยกแขนเสื้อเช็ดเหงื่อตัวเอง

 

จองกุกอีกแล้ว?

 

"แล้วหมู่นาย?"

 

"เหลือเฟือ พวกนั้นหาได้เยอะเลย"

 

"ขะ..ขอบใจ" จีมินพูดเสียงแผ่วเบากับแผ่นหลังที่เดินห่างออกไป เขาไม่กล้าพูดขอบคุณอีกคนต่อหน้า

 

ก็ต้องขอบคุณหมอนี่อีกแล้วที่ทำให้เขารอดจากการทำโทษไปอีกวันนึง..

 

 

 

เวลาค่ำมาเยือนอีกครั้งในวันที่สอง ครูฝึกให้พวกเด็กๆ กินข้าวเย็นให้อิ่มเพราะว่าคืนนี้จะต้องทำภารกิจในตอนกลางคืน โดยต้องเดินทางรอบพื้นที่ค่ายลูกเสือในความมืด ในขณะนี้ทุกคนเดินรวมตัวกันมาเรื่อยๆ ก่อนหยุดที่กลางป่ามีเพียงไฟฉายกับตะเกียงของครูฝึกส่องอยู่บริเวณนี้ที่เดียว รอบๆ หันออกไปมองก็เจอเพียงความมืดมิด

 

ต้องบอกก่อนว่าจีมินไม่ได้กลัวความมืด แต่เขากลัวสิ่งที่อยู่ในความมืดตะหาก

 

เพราะว่าต้องเดินทางในตอนกลางคืนเขาเลยเตรียมไฟฉายส่วนตัวแอบไว้ ยาสามัญที่พอจะยัดใส่กระเป๋ากางเกงวอร์ม และคอนแทคเลนส์เผื่อวิ่งแล้วแว่นตาหล่นกลางทาง

 

เขาสังเกตเห็นครูฝึกหายกันไปหลายคนมาก เหลือตรงนี้เพียงครูจากโรงเรียน 2 คนและครูฝึกอีก 1 คน จากที่ฟังรุ่นพี่มาเขาเล่าว่าพวกครูจะไปซุ่มตามต้นไม้ หรือข้างทางเพื่อหลอกเด็กนักเรียน จริงๆ ไม่น่ากลัวแต่ถ้าเดินในที่มืดแล้วมีคนมาทำให้ตกใจมันก็ช่วยไม่ได้อะ

 

"เอาล่ะ เดี๋ยวให้ทุกคนหลับตานะ ถ้าใครถูกแตะมือก็ลืมตาขึ้นมา อ่อ ที่สำคัญห้ามพูดนะครับ" คุณครูออกคำสั่งเสร็จทุกคนก็สงบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหลับตาลง ซึ่งมันน่าตื่นเต้นมากสำหรับจีมิน

 

เวลาผ่านไปเกือบสามนาที ความรู้สึกเย็นๆ แตะที่แขนของร่างเล็ก จีมินค่อยๆ ลืมตาขึ้นก็พบครูฝึกที่ขยับปากบอกให้ลุกขึ้น และพาเขาเดินไปหาใครบางคนที่ยืนรอตรงทางมืดนั่น

 

จองกุกอีกแล้ว?

 

"เดี๋ยวไปด้วยกันสองคนนะครับ พอเดินเข้าไปทางนี้ก็คุยกันได้นะ ทางเดินมันจะเป็นลาดยางยาวไปแคบๆ เส้นนี้ ทำภารกิจตามป้ายข้างทาง และก็ห้ามออกนอกเส้นทางค่ายเด็ดขาด เข้าใจไหม?"

 

ครูฝึกส่งไฟฉายให้หนึ่งอันพร้อมกับบอกคำสั่งคร่าวๆ คนทั้งคู่พยักหน้าก่อนออกเดินทาง

 

            “ที่เขาพูดกันว่านายเป็นลูกแหง่นี่มันจริงหรอ” จองกุกถามออกไปตรงๆ

 

            “ก็เรื่องจริงแหละ เรารู้สึกว่ามีแม่มาด้วยแล้วปลอดภัยน่ะ”

 

            “มาด้วยทุกปีเลยหรอ?”

 

            “ก็น่าจะรู้นะ”

 

            “ไม่รู้หรอก ตั้งแต่เรียนมาเขาค่ายลูกเสือนับครั้งได้”

 

            “ดีจังอ่ะ”

 

            “ไม่ดีหรอก อดมาทำกิจกรรมกับเพื่อน ถ้าไม่เข้าค่ายก็ต้องไปแข่งกีฬากับงานวิชาการอะ อยากไปหรอ”

 

            “ฉันไม่อยากมาเข้าค่ายลูกเสือนี่นา”

 

จากนั้นทั้งสองคนที่เดินออกมาได้สักพักก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก มีเพียงเสียงเคลื่อนไหวของทั้งคู่ที่เดินตามทาง จองกุกลอบมองจีมินเป็นระยะ เพราะกลัวว่าอีกคนจะกลัวความมืด แต่ทว่าจู่ๆ คนตัวเล็กก็ควักเอาไฟฉายออกมาส่องอีกอันเฉยเลย

 

"อ้าว พกมาด้วย?"

 

"อือ สำรองไว้ นึกว่าเขาจะไม่ให้มา"

 

"กลัวความมืดหรอ"

 

"เปล่า" ร่างเล็กส่องไฟและมองไปรอบๆ ไม่ได้หันมามองหน้าร่างสูง

 

"นี่ เปิดใจบ้างก็ได้ คิดอะไร รู้สึกยังไงก็พูดออกมา แค่นั้น.." ผมเห็นเขาชอบทำหน้านิ่งๆ ไม่เคยจะยิ้มหรือแสดงท่าทางอะไร นอกจากอาการเบื่อ หรือว่าจะเป็นความรู้สึกเดียวที่จีมินมีกันนะ?

 

"ทำไมเราต้องเปิดใจให้นายด้วยล่ะ" เท้าเล็กยังคงเดินต่อ แต่อีกคนหยุดยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังเล็กนั้นไป

 

เออ แล้วมึงเป็นอะไรวะจองกุก ทำไมถึงไปพูดแบบนั้น?

 

จองกุกยืนใช้ความคิดกับตัวเองจนมองดูอีกที พบว่าจีมินหายไปในความมืดแล้ว

 

"จีมิน!"

 

ไร้เสียงตอบกลับมา เขามองไปทางไหนก็มืดไปหมด พอเดินไปเรื่อยๆ ข้างทางก็มีหลอดไฟเล็กติดอยู่ซึ่งมีป้ายบอกให้ทำภารกิจด้วยการดื่มน้ำในแก้วที่เตรียมเอาไว้ให้ ร่องรอยบนโต๊ะบ่งบอกว่าเมื่อครู่มีคนเพิ่งดื่มไปอีกแก้ว เขาจึงรีบกระดกน้ำให้หมดและวิ่งตามทางไปอย่างรวดเร็ว

 

"จีมิน!" จองกุกตะโกนเรียกอีกรอบก็ไร้เสียงตอบกลับมา เขาจึงเดินส่องไฟตามทางไปเพียงคนเดียว ในใจภาวนาให้จีมินไม่เจออันตรายใดๆ ก็แล้วกัน

 

"อ๊า!"

 

แต่แล้วก็มีเสียงร้องของใครสักคนดังขึ้นตรงทางเลี้ยวข้างหน้า ขาแข็งแรงของนักกีฬาโรงเรียนอย่างจองกุกรีบออกตัววิ่งไปตามเสียงนั้น นึกคิดไปเผื่อว่าจะเป็นจีมิน

 

"จีมิน เป็นอะไร?"

 

"ละ..โลง โลงศพอะ" จองกุกจ้องหน้าอีกคนอย่างประหลาดใจ นี่เขาได้เห็นอีกอารมณ์ของเพื่อนตัวเล็กแล้วนี่ แต่ไม่น่าใช่สีหน้าที่อยากเห็นเลย เพราะว่าจีมินกำลังกลัว..

 

"เขาให้หยิบกระดาษในนั้นคนละอัน"

 

"ไม่หยิบได้ไหม"

 

"ไม่ดิ มาถึงแล้วก็หยิบไปเถอะ ไม่ต้องกลัว..ตอนจีมินหยิบก็จับมือเราไว้สิ" มือหนายื่นออกไปให้จีมินที่ยืนตัวสั่นอยู่ มือเล็กนั่นค่อยๆ ยกขึ้นก่อนจะสัมผัสกับมือของอีกคน เท้าเล็กก้าวอย่างตั้งใจเพื่อเข้าใกล้โลงศพ จองกุกเดาว่าคงมีครูฝึกแกล้งนอนอยู่ในนั้นเป็นแน่หากนึกอยากแกล้งใครคงจะจับแขนเด็กคนนั้นเอาไว้ให้ตกใจเล่น

 

ภาวนาให้ไม่แกล้งจีมินละกัน ขอร้องล่ะ..

 

"ได้แล้วๆ เราหยิบให้นายด้วยนะ" ร่างเล็กรีบหยิบแล้วถอยออกมาอย่างไวพร้อมกับท่าทางดีใจที่หยิบกระดาษม้วนเล็กๆ นั่นมาได้

 

"ขอบใจนะ" จีมินเอ่ยด้วยเสียงเบาๆ แต่ขณะนั้นจองกุกก็เอาแต่มองรอบตัวพวกเขาอย่างระวัง

 

"ไปกันต่อเถอะ" จีมินพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำออกไปโดยไม่ได้ปล่อยมือจองกุก กลายเป็นว่าร่างเล็กจูงมือเขาเดินแล้ว

 

"จี..."

 

"เฮ้ย! กุก!..จองกุก ผะ..ผีๆ ช่วยด้วย ฮือออ" จองกุกที่ตั้งท่าจะบอกจีมินให้ปล่อยมือต้องตกใจขึ้นมา เพราะอยู่ดีๆ อีกคนก็หมุนตัวกลับมาพร้อมกับตะโกนลั่น เขาไม่ตกใจผีที่จีมินบอกเลยสักนิด แต่ตกใจจีมินนี่แหละ..

 

"เอ้ย นั่นมันหุ่นเฉยๆ"

 

"ไม่เอาอะ กลัว" เด็กหนุ่มนึกว่าตัวเองหูฝาดเมื่อเพื่อนจอมหยิ่งพูดความรู้สึกตัวเองออกมา ตอนนี้จีมินกำลังสั่นมือเล็กกำปลายเสื้อของเขาเสียจนยับยู่ยี่ จีมินหลับตาแน่นไม่ยอมมองอะไรเลยจนเขาต้องลูบแผ่นหลังปลอบ มองไปทางออกอีกทีก็พบว่าหุ่นถูกดึงขึ้นไปด้านบนแล้ว

 

ครูฝึกคงรับรู้ว่าจีมินกลัวแน่นอนแล้วล่ะถึงได้ทำแบบนั้น

 

"จีมิน.. ไปแล้ว ลืมตาเถอะไม่มีอะไรแล้วเนี่ย" มือใหญ่เลื่อนไปจับหน้าร่างเล็ก จีมินเริ่มสงบลงและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองจองกุก

 

"จริงนะ? ไม่แกล้งกันแน่นะ"

 

"อื้ม ดูสิ" จองกุกหลบให้จีมินมองไปยังเบื้องหน้า

 

"เฮ้ย หายแล้วจริงด้วย! งั้นเรารีบไปกันเหอะนะ นะๆ" อึ้งไปอีกรอบ เหมือนเมื่อกี้คนตัวเล็กอ้อนเขาแปลกๆ

 

ภายในเวลาไม่กี่นาทีเขาเห็นจีมินในหลากหลายอารมณ์ แถมอีกคนพูดเยอะขึ้นด้วยนี่สิแปลกมาก

 

"ไฟฉายอะ?"

 

"เหวี่ยงไปไหนแล้วไม่รู้.. แว่นด้วยอะ มองไม่ค่อยเห็นเลย"

 

"งั้น..จับมือเราไว้ก็ได้นะจีมิน" รู้ว่าเสี่ยงก็คงต้องขอลองว่ะงานนี้

 

"เออ ฝากนำทางด้วยละกัน" เสียงใสตอบกลับมาพร้อมกับสัมผัสนุ่มนิ่มที่เกิดขึ้น จองกุกรู้สึกว่าตัวเองกลั้นยิ้มไม่ได้เลย อยู่ๆ เขาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

 

นี่แค่จับมืออะ ถ้าได้ทำมากกว่านี้ คาดว่าจอนจองกุกคงล้มลงไปนอนที่พื้นแล้ว

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

เช้าวันที่สามมาเยือน.. จีมินจัดการเก็บผ้าห่มให้เข้าที่ เมื่อคืนนี้เขากลับมานอนห้องพักรวมเพราะว่าเหนื่อยกับการเดินทาง กว่าจะได้หลับนอนก็เที่ยงคืน ทุกคนต่างก็เหนื่อยกันจนหลับสนิทกันหมด ลังขนมที่ได้รับเป็นรางวัลมาตั้งอยู่ตรงหน้าตอนนี้ คาดว่าตัวเองคงกินไม่หมดแน่นอน

 

"ทุกคน! มากินขนมกัน!" จีมินส่งเสียงตะโกนโดยยืนอยู่หน้าห้องพักรวมนั่น แต่ละคนที่ได้ยินก็หันมามองก่อนจะเดินทยอยเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ตั้งใจแบ่งขนมให้เพื่อน

 

"เอ้ย โคตรอยากกินอะ ขอบใจนะจีมิน" เพื่อนๆ ต่างก็เรียงรายมาเลือกขนมในลังกันพร้อมพูดขอบใจคนใจดีกันใหญ่

 

"แหม อะไรเข้าสิงคุณหนูพัคเนี่ย" ยุนกิแซวจีมิน

 

"ก็กินคนเดียวมันคงไม่หมดอะ แบ่งเพื่อนดีกว่า"

 

"ไม่ใช่เรื่องนั้น หมายถึงว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอ ทำไมคุณหนูพัคถึงยิ้มได้ละเนี่ย"

 

"เพื่อนๆ พูดกับกูดีอะก็ยิ้มดิ แปลกอะไร"

 

"รู้นะว่าเมื่อคืนได้จับคู่กับจองกุก เกิดไรขึ้นปะ อยากใส่ใจอะ"

 

"ยุ่ง!" จีมินพูดแค่นั้นแล้วเดินหนีเพื่อนสนิททันที เขาไม่พร้อมจะเล่าอะไรให้ใครฟังทั้งนั้น เมื่อคืนหลับไปพร้อมความเหนื่อยก็จริงแต่พอตื่นมานึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็รู้สึกอายอีกครั้งที่แสดงอาการหวัดกลัว อาการดีใจออกไปให้จองกุกได้เห็นทั้งหมด

 

ปฏิเสธจะแสดงความรู้สึกกับอีกคนแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ปลดปล่อยสิ่งที่ต้องการเก็บเอาไว้ไม่ให้ใครเห็นออกมา

 

พัคจีมินแสดงอารมณ์อื่น นอกจากอารมณ์เบื่อเป็นแล้ว

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

"เจ้าหยิ่ง"

 

"จองกุก.."

 

"ลืมอะไรไปหรือเปล่า?"

 

"ฮะ? ลืมอะไร"

 

"ขอบคุณเราสิ กระดาษเมื่อคืนเราแอบสลับกับจีมินนะ เห็นไหมได้ขนมไปลังนึงแน่ะ"

 

"อ๋อ ตอนนั้นเองเราฝากไว้กับนายละขอคืน แอบดูของคนอื่นได้ไงนิสัยไม่ดี"

 

"อ้าว ผิดซะงั้นอ่า รู้งี้ไม่ให้ดึงเสื้อตอนกลัวผีหรอก" คนตัวโตกอดอกพูดพลางทำหน้าเสียใจที่จีมินพูดแบบนั้น

 

"ห้ามพูดเรื่องเมื่อคืน!"

 

"แว่นตาก็หามาคืนให้ รู้งี้ก็ไม่ทำหรอก เมื่อคืนไม่น่าให้จับมือ คนใจร้าย.. สมกับเป็นเจ้าหยิ่งจริงๆ คำขอบคุณก็ไม่มี" คำตัดพ้อที่ออกมาจากปากหมอนั่นทำให้จีมินต้องรีบเปลี่ยนความคิด เพราะคนอื่นเริ่มเดินมาทางนี้กันมากแล้ว จอนจองกุกดันมายืนคุยกับเขาด้วยท่าทางงอนๆ เช่นนี้อีก

 

มันไม่แปลกไปหน่อยหรอ

 

"เสียใจจริงๆ นะเนี่ย"

 

"เออ รู้แล้วน่าเลิกบ่นนะ ..ขอบใจ" มือเล็กขยับแว่นเล็กน้อยก่อนมองไปทางอื่นแก้เขิน

 

"อะไรนะ?"

 

"ขอบใจ บอกว่าขอบใจ ได้ยินไหมจอนจองกุก!" คนตัวเล็กเปล่งเสียงดังขึ้นจนคนฟังอดยิ้มตามกับท่าทางน่ารักนั่น ทั้งที่รู้ว่าจีมินโกรธที่โดนแกล้งแต่จองกุกก็ยิ้ม

 

ให้ตายเถอะ จอนจองกุกเป็นคนที่แปลกประหลาดมากจริงๆ นะ

 

ชอบยิ้มให้เขา ทั้งที่เขาไม่เคยส่งยิ้มกลับไปให้สักครั้ง

 

ขอร้องให้เขาแสดงความรู้สึกออกมา แต่โดนปฏิเสธ

 

ช่วยเหลือเขาทุกอย่าง แต่ไม่เคยได้รับการตอบแทนเลยสักนิดเดียว

 

 

 

ตกเย็นวันที่สาม

 

เหล่าลูกเสือและเนตรนารีต่างก็ต้องคิดการแสดงเพื่อนำมาแสดงให้ครูและครูฝึกได้ชมกันในงานรอบกองไฟ ถือเป็นกิจกรรมรื่นเริงก่อนปิดการเข้าค่ายในครั้งนี้ ลูกเสือกอง 1 นั้นเตรียมการแสดงกันอยู่ไม่กี่คนคือพวกห้อง A และ B เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแสดงอะไร ถ้ามีอะไรให้ช่วยคงมาเรียกแหละ ตอนนี้จีมินเลยว่างมานั่งคุยเล่นกับยุนกิ

 

            “มีคนบอกว่าจองกุกใส่ชุดเทควันโดล่ะ แสดงอันนั้นแน่เลย”

 

            “ใครอยากรู้”

 

            “มึงอะอยาก อย่ามาทำหยิ่ง”

 

            “เบื่อจริง”

 

            “ดูผีเข้า ผีออกนะจีมิน เมื่อเช้ายังร่าเริงอยู่เลยอะ หรือต้องให้จองกุกมา..”

 

            “ไม่ๆ หยุดพูดถึงจองกุกได้แล้ว ขอเหอะ”

 

            “ทำไม”

 

            “มันเขินว่ะ” แล้วยุนกิก็หัวเราะออกมากับคำพูดของเพื่อน จีมินเขินแล้วอารมณ์เสียขู่เป็นลูกแมวแง้ว ๆ แบบนี้มันน่ารักจนอยากให้บุคคลที่อยู่ในบทสนทนามาเห็นเลยล่ะ

 

            เมื่อถึงเวลาเปิดงานรอบกองไฟ ทุกคนที่ร่วมเข้าค่ายครั้งนี้ได้มารวมตัวกัน ณ ลานกลางสนามค่ายลูกเสือ จีมินยังคงอยู่ที่ท้ายแถวเช่นเดิมเขาลองมองไปยังแถวหมู่ข้างๆ เผื่อว่าจะเห็นจองกุกแต่ไม่พบ คาดเดาว่าคงอยู่ข้างหน้าสุดเพราะหน้าที่หัวหน้าหมู่ ชะเง้อมองก็ดูพยายามเกินไป เพื่อนๆ ที่อยู่ข้างหน้าของเขาตัวโตกันทั้งนั้น

 

            เปลวไฟข้างหน้าสว่างวาบขึ้นไปทั่วบริเวณที่จัดงานรอบกองไฟ บรรดาคุณครูทำพิธีเปิดต่างๆ จนเรียบร้อยและนั่งประจำที่กัน การแสดงเริ่มด้วยการเล่นกับอุปกรณ์เล่นไฟที่น่าหวาดเสียวของครูฝึก ต้องอาศัยความชำนาญมากๆ ในการฝึกการแสดงนี้ หลังจากนั้นก็คั่นรายการด้วยการนั่งตบแปะร้องเพลงกันอีกครั้งก่อนเริ่มการแสดงของลูกเสือกอง 1

 

            “จีมิน!

 

            “จองกุกมีไร?” ร่างเล็กที่กำลังสนใจกับการปรบมือเข้าจังหวะเพลงต้องสะดุ้งตัวเมื่อมีคนมาแตะแขนเขา

 

            “ให้กำลังใจหน่อยสิ”

 

            “กำลังใจอะไรเล่า ไม่มีให้หรอก”

 

            “บอกว่าจองกุกสู้ๆอะแค่นี้เอง”

 

            “อย่ามาทำอะไรแบบนี้ได้ไหม อายคนอื่นเขา” เพื่อนคนอื่นที่นั่งข้างหน้าเริ่มหันมามองคนทั้งคู่ แม้จะอยู่ในที่มืดเพราะเป็นปลายแถวก็เถอะ แต่ถ้าคนพวกนั้นใส่ใจเรื่องของจีมินล่ะก็ความมืดไม่เป็นอุปสรรคเลย

 

            “ก็รีบทำสิ นะๆ”

 

            “กะ..ก็ได้ จองกุกสู้ๆ” จีมินรีบพูดก่อนจะหันหน้าไปมองทางอื่น แต่แล้วสัมผัสเย็นๆ ตรงแก้มก็เกิดขึ้น “เฮ้ย!

 

            จอนจองกุกหอมแก้มเขา..

 

ร่างสูงที่นั่งลงข้างจีมินเมื่อครู่รีบลุกและวิ่งจากไป ทิ้งไว้เพียงความอุ่นร้อนจางๆ ที่ข้างแก้มคนตัวเล็กเท่านั้น จีมินหวังว่าคงจะไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นั้นหรอกนะ

 

            เมื่อการแสดงดำเนินไปจนเสร็จสิ้นทุกอย่างเหล่าคุณครูก็อนุญาตให้สนุกกันเต็มที่ด้วยการเปิดเพลงให้เต้นรอบๆ บริเวณกองไฟ แน่นอนว่าคนตัวเล็กพยายามหลบทุกทางเพื่อไม่ให้ใครมาลากเขาออกไปร่วมเต้นด้วย แต่เหมือนว่าจองกุกจะตาดีเหลือเกินนะ รายนั้นเข้ามาดึงแขนเขาเอาไว้ก่อนจะพาไปเต้นรอบกองไฟจนได้ คนตัวโตยิ้มให้จีมินตลอดเวลาจนเกิดคำถามว่ามีความสุขอะไร

 

“ยิ้มอะไรอะ มีความสุขอะไรนักหนา”

 

“ก็เปล่า”

 

“ดีใจที่ได้แกล้งกันหรอ?”

 

“นี่เรากำลังแกล้งจีมินหรอ”

 

“ก็ไม่.. คือร้อยวันพันปีอยู่โรงเรียนเดียวกันมา เราไม่เคยรู้จักกันคุยกันมาก่อนเลยนะ จู่ๆก็เป็นแบบนี้”

 

“กำลังคิดว่าเรามาตีสนิทกับจีมินทำไมล่ะสิ ก็อยากรู้จักอะ”

 

“นั่นแหละ มันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

 

“ตั้งแต่วันมาค่ายอะ รู้สึกว่าจีมินไม่เหมือนใครเลยอยากรู้จัก”

 

“ไม่ถามหน่อยหรอว่าเราอยากรู้จักจองกุกเปล่า”

 

“อ้าว...ก็ต้องอยากสิ อยากหน่อยนะ อยากรู้เถอะนะจีมิน”

 

“เจ้าบ้า” แล้วเพื่อนตัวโตต่างห้องก็เดินเกี้ยวคนตัวเล็กอยู่แบบนั้นจนจบเพลงรอบกองไฟ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

วันสุดท้ายที่ค่ายลูกเสือ..

 

จีมินเก็บกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยก่อนจะถือไปรวมไว้บริเวณรถบัสตามคำสั่งครูฝึก เดินตัวปลิวไปหายุนกิที่นั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนของแทฮยอง

 

แทบจะทุกอย่างก็ยังเป็นเช่นเดิมความสัมพันธ์ของเด็กห้อง A / B กับห้อง C และ D คือเส้นทางขนาน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการเปิดใจของพัคจีมินนี่แหละที่ชัดเจนสุดแล้ว แม้จะเป็นเจ้าแว่นคนเดิมแต่ภาพลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไปแล้ว

 

ตลอดสี่วันที่มาเข้าค่ายลูกเสือโดยไม่มีแม่มาคุมอย่างเคย จีมินอยู่จนถึงวันสุดท้ายอย่างปลอดภัยทำให้คำสบประมาทการเป็นลูกแหง่ถูกลบล้างไป คิมจีวอนเดินมาขอโทษเขาที่เคยพูดไม่ดี ซึ่งเขางงมากว่าจีวอนไปพูดไม่ดีไว้ตอนไหน แต่ก็ช่างเถอะเพราะว่าจีมินไม่โกรธไม่ติดใจอะไรใครทั้งนั้นแหละ

 

"พัคจีมิน"

 

"ฮะ?" ร่างเล็กทำหน้างุนงงที่อยู่ดีๆ จองกุกคนเดิมเพิ่มเติมคืออยู่ในชุดลูกเสือ พร้อมกับอาวุธไม้ประจำตำแหน่งหัวหน้าหมู่วิ่งมาหาเขา

 

"ว่างไหม"

 

"ก็ว่างอยู่นะ"

 

"คิดว่าเราเป็นไง"

 

"เป็นไงอะ เป็นคนดี?" งงนะเนี่ย อยู่ๆ มาถามว่าเป็นไงคือเป็นอะไรของเขาวะ จีมินไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี

 

"ไม่ หมายถึงจีมินชอบแบบจองกุกไหม"

 

"ฮะ?"

 

"ชอบเราไหม"

 

"เป็นคนดี ดีกับเราอะก็ชอบแหละ"

 

"ไม่ได้ชอบแบบนั้นดิ เฮ้อ ไม่เข้าใจจริงหรอ"

 

"อ๊ะ..เข้าใจละ จองกุกชอบเราหรอ?"

 

"เขารู้กันหมดค่ายละมั้ง! คุณหนูพัคดูไม่ออกจริงๆ หร๊อ" ไม่ใช่จองกุกที่ตอบ แต่เป็นยุนกิที่พูดออกมาเสียงดังจนเพื่อนในกลุ่มยิ้มขำกันอย่างสนุกจนจีมินแทบจะแทรกแผ่นดินหนี

 

"อือ ชอบจีมินนะ อยากขอเป็นแฟนอะแต่มันเร็วเกินไป แบบว่า..เราขอจีบนายได้ปะ?"

 

"..." ร่างเล็กเงียบและยืนนิ่งไปทันที

 

นิ่งเสียจนจองกุกรู้สึกกลัวว่าจะหน้าแตก เพราะว่าไม่เคยโดนปฏิเสธและมาเป็นฝ่ายมาขอร้องเองด้วยซ้ำ อีกทั้งเพราะว่านี่คือจีมินคนที่ใครๆ ก็รู้ว่าไม่สนใจแม้แต่จะมีเพื่อน เรื่องแฟนน่ะเลิกคิดไปได้เลย.. วินาทีนี้ร่างสูงรู้สึกไม่มีความมั่นใจขึ้นมา สมองสั่งการให้เท้าของจองกุกหันหลังกลับไปและเดินออกมาจากที่ตรงนั้น

 

"นี่! จะเดินหนีแบบนี้ไม่ได้นะ"

 

"..." เท้าทั้งสองข้างที่เกือบจะเดินห่างออกไปหยุดกะทันหัน

 

"เขาบอกว่าลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้ แล้วคำพูดของนายจะเชื่อถือได้ปะ ..ว่าจะจีบเราคนเดียว"

 

"จีบจีมินคนเดียวดิ"

 

"ค่ายลูกเสือน่ะศักดิ์สิทธิ์นะจองกุก.. ถ้าผิดคำพูดละก็นายแย่แน่"

 

"จีบจีมินคนเดียวจริง ๆ ครับ! ด้วยเกียรติของลูกเสือเลย" จองกุกชูสามนิ้วขึ้นมา

 

และคำพูดนั้นก็ทำเอาเพื่อนทั้งกลุ่มโห่แซวกันไม่หยุดกับความบ้าของเด็กห้อง A คนนี้

 

จีมินอยากจะบันทึกเอาไว้เป็นความทรงจำเหลือเกินว่าการเข้าค่ายลูกเสือมันสนุกแค่ไหน.. ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ามันสนุกเอาปีสุดท้ายเนี่ย เสียดายเวลาที่ผ่านมาจริงๆ แถมยังทนโดนเรียกลูกแหง่มาตั้งนานเพราะให้แม่ตามไปดูแลที่ค่ายทุกปีแบบนั้นย้อนเวลาไปได้คงไม่ทำอะ ถ้ากลับไปถึงบ้านต้องเล่าให้คุณหญิงพัคฟังแล้วล่ะ อย่างแรกคงไปเล่าประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้ลงมือทำ เพื่อนใหม่ที่ได้คุยตอนมาอยู่ค่าย และ..

 

คนแปลกๆ ที่ชื่อจอนจองกุก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สกรีม  P22  พร้อมติด  #kmsomewhere

ที่สำคัญ!  อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นการติชม และเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนกันนะคะ :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #771 Nolaf (@Nolaf) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 23:33
    เง้อออ เรื่องนี้น่ารักง่าา เขินน
    #771
    0
  2. #747 Snoop (@snoopyyahey) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 02:51
    เรื่องนี้น่ารักจังเลยค่ะะะะ
    #747
    0
  3. #739 Newmong (@Newmong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 23:35
    แงงงงงงน่ารักจังเลยๆๆๆๆ
    #739
    0
  4. #667 IYUN (@alliyun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 01:49

    งุ้ยยยยยยยยยยยยยยย น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    #667
    0
  5. #515 YooAooo (@yooaooo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 01:42
    แงงงงงงคุณหนูพัคน่ารักกกกกก อ่านแล้งคิดถึงค่ายลูกเสือตอนม.ต้นเลยค่ะ เสียอย่างเดียวไม่มีจองกุกอยู่ข้างๆแบบจีมินมั่ง555555555555
    #515
    0
  6. #433 Wnats (@JennieJk) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 13:33
    น่ารักมากกกกกก
    #433
    0
  7. #421 ไอแดด (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 00:39

    คุณหนูพัคนางน่ารักกกกกกก โดนจีบอยู่ยังไม่รู้ตัวเล้ยยยย

    #421
    0
  8. #341 Thanvarat 'Eomsin (@eomsin2010) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 14:21
    โอ๊ยน่ารักอ่ะะะ
    #341
    0
  9. #338 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 07:30
    ตั้ลลากกกกกกกกก เอ็นดูอ่ะ
    #338
    0
  10. #310 ccherbill (@ccherbill) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 18:54
    เอ็นดูจีมินมากกกกกก
    จองกุกห้ามผิดคำพูดนะ! ด้วยเกียรติของลูกเสือ!
    #310
    0
  11. #309 ph-t (@ph-t) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 15:56

    น่ารัก น่าเอ็นดูจังเลย5555 ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ

    #309
    0
  12. #293 blugarxx (@sehunyehet92) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 00:42
    เง้อออ น่ารักจังเลย เอ็นดูน้องจีมิน กลัวละงุ้ยเชียว5555 จองกุกก็ดูปกป้องดูแลน้องจีมินได้ น่ารักๆๆ
    #293
    0