[OS KOOKMIN] SOMEWHERE ONLY WE KNOW PROJECT 2018

ตอนที่ 25 : PLACE 23 | office {12.06.18}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    24 ก.ค. 61


PLACE 23 | office

–– an officer an his ex.

by : hunninim { @hunninim }


ต่อให้ย้อนเวลากลับไปคำตอบของผมก็ยังเป็นเหมือนเดิม

...It's always yes...






หากย้อนเวลากลับไป

 

ในวันที่คุณพูดประโยคนั้นออกมา

 

— ‘Would you like to be mine?’ —

 

ผมก็จะตอบออกไปเหมือนเดิม

 

— ‘Yes.’ —

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ท้องฟ้าสีครามช่างดูหม่นหมอง บรรยากาศราวกับฝนกำลังจะตกทำให้จีมินแทบไม่อยากลุกออกมาจากที่นอน แต่คนตัวเล็กก็ต้องตัดใจ ลมหายใจถูกพ่นออกมา นัยน์ตาเรียวลืมขึ้นมองเพดานอย่างว่างเปล่า จีมินตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงเช้าแต่เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกลับต้องถอนหายใจ

 

5.55 a.m.

 

การตื่นก่อนนาฬิกาปลุกจะดังขึ้นนับเป็นเรื่องที่น่าอารมณ์เสียที่สุดของวันนี้อันที่จริงจีมินก็ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะร่างกายเคยชินกับเวลานี้ แต่ตอนนี้มันกลับไม่ปกติเลยแม้แต่น้อย

 

ก็ตั้งแต่ที่คนคนนั้นกลับมา

 

จีมินตัดสินใจลุกขึ้นก่อนจะกดปิดนาฬิกาปลุกที่ยังไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง มือเล็กคว้าผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเข้างานให้ทันก่อน 8 โมง

 

ปาร์คจีมิน

               

ถ้าให้อธิบายล่ะก็คงเป็นคำว่า ธรรมดา จีมินเป็นเพียงคนฐานะปานกลาง จบจากมหาวิทยาลัยชั้นกลาง ด้วยเกรดกลาง ๆ งานที่ทำก็ธรรมดา ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่เคยเป็นผู้นำ ไม่เคยทำอะไรที่โดดเด่น นิสัยเรียบ ๆ ที่ติดการยิ้มเป็นนิสัยไม่ได้ทำให้ใครเกลียดแต่ก็ไม่ดีพอที่จะทำให้สนิทกับใครได้ง่าย ๆ เส้นกราฟชีวิตของจีมินเป็นเส้นตรง

 

จนได้มาพบกับคนคนนั้น

 

เขาที่โดดเด่นไปทุกเรื่อง เรียนเก่ง กิจกรรมดี เป็นมิตรกับทุกคน บ้านฐานะดี เป็นทั้งผู้นำ เป็นคนที่ดูโดดเด่น ถ้าหากว่าจีมินเป็นดวงดาวล่ะก็ แสดงจากดวงอาทิตย์ที่แสนจะเจิดจ้าจากคนนั้นคงจะบดบังเขาจนมิด จากที่จืดจางอยู่แล้วก็คงกลับกลายเป็นจืดจางขึ้นไปมากกว่าเดิม

 

จีมินไม่เคยคิดว่าคนคนนั้นจะรู้จักจีมิน

 

จีมินไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะคุยกันถูกคอ

 

จีมินไม่เคยคิดว่างานอดิเรกของพวกเขาจะเหมือนกัน

 

จีมินไม่เคยคิดว่าเขาจะเสียจูบแรกให้คนคนนั้น

 

และจีมินไม่เคยคิดเลยว่าพวกเขาจะเป็นแฟนกัน

 

แม้จะผ่านมานาน อาจจะสัก 3 ปี หรือ 4 ปี แต่จีมินก็จำได้ดี จีมินน่ะตกหลุมรักผู้ชายคนนั้นเข้าเต็มเปา จีมินรู้สึกดีที่แสดงอาทิตย์ส่องประกายอยู่เคียงข้างเขา จีมินจำได้ว่าหลังจากเขาใจเต้นแรงจนกลัวว่าจะหลุดออกมาจากอกในยามริมฝีปากของพวกเขาประสานกัน จีมินจำดวงตาสีน้ำตาลเข้ม รอยยิ้มเจิดจ้า ผมสีน้ำตาลอ่อน และริมฝีปากที่ขยับทำให้ได้ยินเสียงนุ่มทุ้ม

 

ราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด

 

‘Would you like to be mine.’

 

จีมินไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็สามรถแปลประโยคที่เขาคนนั้นเอ่ยออกมาได้อย่างทันที ริมฝีปากอวบขบเม้ม จีมินหลบตาคนคนนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะจ้องมอง จนมือใหญ่เข้ามากอบกุมมือที่เล็กกว่าไว้ เป็นวินาทีที่จีมินเอ่ยคำตอบออกไป

 

‘Yes.’

 

 

 

ไม่ออกหรอจีมิน

 

จีมินสะดุ้งมองหน้าเจ้าของประโยคเมื่อเห็นว่าเป็นใครนัยน์ตาเรียวจึงเปลี่ยนไปมองเลขชั้น จีมินเบิกตาโตก่อนจะรีบเดินออกจากลิฟต์

 

เหม่อแต่เช้าเลย

 

เพื่อนร่วมงานที่เดินตามหลังกันมาติด ๆ เอ่ยบอก พวกเขาทำงานชั้นเดียวกัน ห้องเดียวกัน แผนกเดียวกัน หน้าที่เดียวกัน แม้จะขัดใจเรื่องงานกันบ้างบางครั้งแต่จีมินก็คิดว่าอีกฝ่ายทำงานเก่งพอตัว และพวกเขาทั้งคู่ก็แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้เป็นอย่างดี พวกเขาเลยคุยกันแบบสะดวกใจมากกว่าคนอื่นในแผนก

 

นอนดึกน่ะจีมินตอบเลี่ยงก่อนจะสแกนบัตรเข้าทำงาน

 

นั่นสิ กว่าจะได้กลับก็เกือบ 3 ทุ่มอยู่แล้วเพื่อนร่วมงานพยักหน้าเห็นด้วย

 

รีบเข้างานเถอะ

 

พวกเขานั่งทำงานกันเงียบ ๆ ในแผนกมีเพียงเสียงคลิกเมาส์และเสียงพิมพ์คีย์บอร์ด บางทีก็มีเสียงคุยโทรศัพท์แทรกเข้ามาบ้าง จีมินทำงานสะพักจนเริ่มรู้สึกง่วงไม่น้อย เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปชงกาแฟโดยไม่ลืมเอ่ยถามเพื่อนร่วมงานซึ่งจีมินก็ได้รับการปฏิเสธกลับมา

 

จีมินมาชงกาแฟหรอจ๊ะ

           

ใช่ครับ

 

เอาเลย นี่พวกพี่แอบมาอู้สัก 10 นาที

 

จีมินยกยิ้มให้รุ่นพี่ผู้หญิง 2 คนที่อยู่แผนกเดียวกัน พวกหล่อนยึดครองโต๊ะตัวเล็กที่มีเก้าอี้ 2 ตัวไปครอบครอง ก่อนจะหันไปพูดคุยกันต่ออย่างออกรส

 

หลังจากเปลี่ยนประธานงานเราก็ยุ่งขึ้นเยอะ

 

นั่นสิ แต่ประธานคนใหม่อายุ 27 เองนะ

 

เด็กขนาดนั้นเป็นประธานคงโดนบอร์ดบริหารกดดันไม่น้อยเลย

 

ได้ยินมาว่าทำงานเก่งมากนะ แต่โหดมากเลย

 

แน่ล่ะ มาขึ้นตำแหน่งทั้งทั้งที่สถานการณ์ในบริษัทแย่ขนาดนี้

 

จีมินทำเป็นไม่สนใจหัวข้อที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่เขาแค่ปล่อยให้มันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาออกไป ไม่นานนักกาแฟที่จีมินชงก็เสร็จ เขาเอ่ยลารุ่นพี่ทั้ง 2 ก่อนจะเดินออกมาจากห้องชงกาแฟเล็ก ๆ

 

เขาไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวของคนคนนั้น

 

เพราะรู้ดีกว่าตัวเองยังคงคิดถึงคนคนนั้นมากแค่ไหน

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ท้องฟ้าข้างนอกมืดแล้วแต่จีมินยังคงต้องทำงานต่อไป คนที่เหลือเพียงเล็กน้อยเริ่มทยอยกันกลับบ้านแล้ว จีมินมองนาฬิกาสลับกับงานตรงหน้าอย่างลำบากใจ เป็นเพราะเพื่อนร่วมงานที่นั่งข้างกันขอลางานครึ่งวัน งานของเขาเลยตกมาเป็นของจีมิน จีมินเม้มริมฝีปากแน่นเพราะงานหลายอย่างต้องทำให้เสร็จวันนี้

 

เสียงคีย์บอร์ดยังคงดังต่อไปพร้อมกับเสียงพลิกหน้ากระดาษ จีมินถือวิสาสะใส่หูฟังเปิดเพลงที่ตัวเองชอบฟังเป็นประจำ เสียงเพลงดังลอดออกมาจากหูฟังเล็กน้อย

 

ทำให้จีมินไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้แม้แต่นิด

 

เจ้าของฝีเท้าหยุดนิ่งดวงตากลมสีน้ำตาลเข้มมองไปยังพนักงานบริษัทตัวเล็กที่ทำงานอย่างตั้งใจ ปากอิ่มที่เขาเคยครอบครองขยับเสียงเพลงหวานหูออกมาให้ได้ยิน ผิดกับกองงานตรงหน้าของเจ้าตัวไปมาก

 

จองกุก

 

ในนิยามของใครหลาย ๆ คนที่มองมาที่เขา หรือแม้แต่จีมินเองก็บอกว่าเขาคือดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ที่อบอุ่น เจิดจ้า โดดเด่น ผิดกลับจีมินที่เป็นเพียงดวงดาวดวงเล็ก ๆ ที่แทบจะมองไม่เป็น จีมินไม่เคยรู้หรอกว่าจองกุกอยากเป็นเพียงพระจันทร์เดือนมืด

 

อยากให้ท้องฟ้าตอนกลางคืนมีเพียงดวงดาว

 

ดวงดาวที่ชื่อว่าจีมิน

 

จองกุกระบายยิ้มออกมา จีมินยังคงไม่รู้ตัวว่าเขามายืนอยู่ด้านหลัง จีมินยังคงเหมือนเดิมเหมือนเมื่อ 4 ปีก่อนไม่มีผิด จีมินยังคงทำให้ใจของจองกุกเต้นเร็ว จีมินยังคงทำให้จองกุกตกหลุมรักซ้ำ ๆ แม้ว่าหลังจากนั้นจีมินจะเป็นขังเขาไว้ในหลุมที่ไม่มีทางออกไว้อย่างใจร้าย

 

ปิดล็อกหลุมที่มีจองกุกเอาไว้

 

พร้อมหนีหายไปโดยไม่บอกลา

 

จองกุกจำวันนั้นได้เป็นอย่างดี เป็นวันที่พวกเขาอยู่ในห้องห้องหนึ่งที่เป็นห้องของพวกเขา จองกุกคิดว่าตอนนี้มันอาจจะถูกปล่อยเช่าหรือขายไปแล้วล่ะ ตอนนั้นพวกเขากำลังจะเรียนจบปี 4 อันที่จริงต้องพูดว่าจองกุกกำลังจะเรียนจบ เพราะดวงดาวคนเก่งของจองกุกน่ะผ่านวิชาตัวสุดท้ายไปแล้ว

 

บรรยากาศภายนอกแตกต่างจากวันที่พวกเขาตกลงเป็นแฟนกันอย่างสิ้นเชิง

 

ท้องฟ้าสีเทาหม่น เมฆมืดครึ้มที่เป็นสีเทาเข้มและก็คงจะกลายเป็นสีดำในอีกไม่ช้า รวมถึงลมที่พัดเสียรุนแรงจนต้องปิดหน้าต่างสนิท ในห้องที่เคยเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขเหมือนจะติดเชื้อจากสภาพอากาศเพราะพวกเขานั่งข้างกันเงียบ ๆ มาสักพักแล้ว

 

จีมินกังวลและมีเรื่องในใจ

 

จองกุกพยายามทำเหมือนว่าไม่รับรู้ทั้งทั้งที่เขารู้อยู่แก่ใจ

 

รู้ว่าทำไมระหว่างพวกเราถึงเป็นแบบนี้

 

จำได้ไหม ที่จองกุกบอกจะเคารพการตัดสินใจของเรา

 

จีมินเอ่ยออกมาหลังจากพวกเขานั่งเงียบกันมาเกือบชั่วโมง ริมฝีปากอวบบวมช้ำกว่าเดิม ถ้าหากเป็นเวลาปกติจองกุกคงเข้าไปจูบสักทีให้หายหมั่นเขี้ยว แต่ตอนนี้จองกุกกลับนิ่งเงียบ ใจของจองกุกวูบโหวงราว เขาเหม่อมองไปที่ประตูห้องนอนของพวกเรา ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้า

 

จองกุก...

 

จองกุกนั่งนิ่งทั้งที่อยากจะยกมือขึ้นมาปิดหูของตัวเองซะ

 

พวกเราน่ะ...

 

คำว่าพวกเราน่ะมันแปลว่าตลอดไปไม่ได้หรือไงนะ

 

จบกันแค่นี้เถอะ

 

แต่บางทีจองกุกคงจะลืมคิดไป

 

คำว่าตลอดไปน่ะ มันไม่มีจริงหรอกนะ

 

ถ้าหากให้จองกุกย้อนเวลากลับไปในตอนนั้น จองกุกคงจะทำทุกวิถีทางเผื่อจะเปลี่ยนใจจีมิน บางทีเขาอาจจะขังจีมินไว้ในห้องของพวกเรา เก็บจีมินไว้กับตัว แต่จองกุกกลับเลือกที่จะรับฟัง พยักหน้ายอมรับการตัดสินใจที่เขาไม่เห็นด้วย

 

เพราะจองกุกรู้ดี

 

เขารักจีมิน

 

รักมากเสียจนไม่อยากทำร้ายไปมากกว่านี้

 

รักมากเสียจนต้องยอมปล่อยไป

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

จีมินรู้สึกตัวแล้ว อาจจะเป็นเพราะสายตาของเขาที่ก้มเก็บปากกาที่ตกเห็นรองเท้าคุ้นตาของใครบางคนยืนอยู่ด้านหลัง สมองของจีมินตีกันให้วุ่น รองเท้าหนังสีน้ำตาลคู่นั้นมีรอยตำหนิเล็ก ๆ ที่จีมินเองนี่แหละเป็นคนทำ สภาพมันยังดีแม้จะผ่านมานาน บ่งบอกว่าคนใส่ดูแลมันมากแค่ไหน และเพราะรู้ดีว่าคนข้างหลังเป็นใคร จีมินจึงไม่อยากหันกลับไป

 

แต่หูฟังก็ถูกดึงออก

 

พร้อมกับเสียงทุ้มที่ไม่ได้ยินมานาน

 

เห็นแล้วทำไมไม่หันมา

 

จีมินเม้มปากอย่างเคยตัวก่อนเก้าอี้จะถูกหมุนไปให้เผชิญหน้ากับคนที่ไม่เจอหน้ามาหลายปี คนที่จีมินรักไม่ได้ คนที่จีมินใจร้ายใส่ แต่ถึงอย่างนั้นจีมินก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม

 

จีมินคงรักใครไม่ได้อีก

 

ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่จองกุก

 

จีมินเงยหน้าสบตากับคนตัวสูงกว่า จองกุกยังคงเป็นเหมือนเดิม เป็นดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้า ใบหน้าหล่อเหลาดูเป็นผู้ใหญ่และภูมิฐานขึ้นเยอะ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ผมสีน้ำตาล ชุดสูทสีเทาทำให้อีกคนดูดีขึ้นไปอีก

 

สบายดีนะ

 

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ

 

ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง

 

ไม่มีเรา...จองกุกอยู่ได้หรือเปล่า

 

นัยน์ตาเรียวหม่นลงเมื่อนึกถึงความเป็นจริง ความจริงที่เขานี่แหละเป็นคนทำร้ายจิตใจของจองกุก ความจริงที่เขาเป็นคนที่เลือกที่จะปล่อยมือของจองกุก ความจริงที่เขาขอให้จองกุกเคารพการตัดสินใจของเขา ความจริงที่เขาเป็นคนบอกเลิกจองกุกเอง

 

แต่เราน่ะ ไม่มีจองกุกเราเหมือนจะตายเลยนะ

 

ประโยคนับสิบที่อยากพูดออกไปกลับกลายเป็นความเงียบทั้งทั้งที่มีเรื่องอยากถามเต็มไปหมด อยากรู้ว่าจองกุกยังเกลียดกันหรือเปล่า ที่จองกุกมาหาจะมาด่าทอหรือความรู้สึกเหมือนกัน

 

คิดถึง

 

 “จีมินเงียบแปลว่ากำลังคิดมาก เหมือนตอนนั้นเลยนะ

 

จีมินสะดุ้ง เขารับรู้ดีว่าตอนนั้นที่จองกุกพูดถึงมันคือตอนไหน

 

มีอะไรหรือเปล่าครับ ท่านประธาน

 

จีมินตัดสินใจเอ่ยออกไปด้วยประโยคสุภาพ ยังไงตอนนี้ความสัมพันธ์ของเขาและจองกุกในห้องออฟฟิศแห่งนี้ก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ของเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น

 

จองกุกเหยียดยิ้ม

 

ใจร้ายจังนะ

 

รองเท้าหนังสีน้ำตาลขยับเข้ามาใกล้ ระยะห่างของพวกเขาค่อย ๆ ลดลง จาก 2 เมตร เป็น 1 เมตร จาก 1 เมตร เป็น 50 เซนติเมตร และจาก 50 เซนติเมตร ก็เหลือระยะห่างเพียงไม่ถึง 10 เซนติเมตร จีมินทำหน้าเมินหน้าไปอีกทาง เพราะเขาขยับหนีไม่ได้แม้แต่น้อย เขาไม่เข้าใจนักว่าจองกุกจะมาไม้ไหนและต้องการอะไร ไม่รู้สักนิดว่าจองกุกน่ะ...

 

จะเกลียดเขาไปแล้ว

 

หรือจะยังรักกันอยู่

 

ถอยออกไปดีกว่าครับ เดี๋ยวใครมาเห็นจะเข้าใจผิด

 

เข้าใจผิดว่าอะไร

 

จีมินนิ่งเงียบ ระยะห่างของพวกเขาตอนนี้ไม่ใช่เรื่องตลกเลย แค่สบตากับผู้ชายตรงหน้าจีมินยังไม่กล้าเลย จองกุกเองก็รู้ดี อะไรที่เป็นจองกุก จีมินน่ะยอมหมดเลย

 

จีมิน...

 

จองกุกตัดสินใจถามคำถาม

 

อ...อะไร

 

คำถามที่ติดค้างในใจมานาน

 

ยังรักกันอยู่ไหม

 

ขอเพียงคำตอบเดียว

 

“…”

 

แค่คำตอบเดียว

 

ไม่

 

จองกุกยกยิ้ม จีมินไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังเป็นจีมินคนเดิมที่โกหกไม่เก่งเหมือนเดิม เพราะเป็นจีมิน จองกุกถึงรู้ เพราะเป็นจีมินที่ยังคงสวมกำไลข้อมือที่เขาเคยให้ไว้อยู่เสมอ

 

โกหก

 

หน้าตื่น ๆ ของจีมินยิ่งเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี ความรักของพวกเขาในตอนนั้นอาจจะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เชื่อเถอะว่าการไม่มีอีกคนมันเจ็บปวดกว่าปัจจัยบ้าบอพวกนั้นเป็นพันเท่า

 

และจองกุกจะไม่ปล่อยจีมินไปอีกแล้ว

 

อย่านะจองกุก เราเป็นพนักงานที่นี่นะ

 

จีมินรู้ดีว่าจองกุกกำลังจะทำอะไร

 

เราเป็นเจ้าของ งั้นคงไม่ผิดถ้าเราจะทำอะไรกับพนักงานก็ได้ จริงไหม

 

และก็เป็นดั่งเช่นเคยที่จีมินไม่เคยปฏิเสธจองกุกได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าการจูบกันในครั้งนี้จะทำให้จีมินหัวใจเต้นแรงร่างกายอ่อนปวกเปียกจนแทบจะยืนไม่ไหวเลยก็ตาม

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

จีมินไม่แน่ใจนักว่าการกระทำแบบนี้มันถูกหรือเปล่า

 

ไม่แน่ใจแม้แต่ที่จองกุกเข้าหาเข้าแบบนี้

 

เพราะยังรักกันจริง ๆ หรือเป็นเพราะเกลียดเขากันแน่

 

ความคิดของจีมินหยุดลงเมื่อริมฝีปากคล้ำแนบเข้ามาชิดสนิท คล้ายเป็นเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกมันทั้งตื่นเต้นและกลัวไปในเวลาเดียวกัน พวกกำลังจูบกันชนิดที่ว่าได้ยินเสียงน่าอายออกมา

 

พวกเขากำลังจูบกันตอนเวลา 3 ทุ่ม 15 นาที

 

และพวกเขากำลังจูบที่โต๊ะทำงานของจีมิน

 

อื้อ...พอได้แล้ว

 

ไม่พอ

 

จีมินตีไหล่ของจองกุกแต่ก็เป็นเพียงการตีเพียงเบา ๆ เพราะแน่นอนว่าจีมินไม่อยากทำร้ายให้จองกุกเจ็บไปมากกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้จีมินอยากให้จองกุกมีความสุขเหนือใคร

 

ก็เพราะคิดแบบนี้

 

วันนั้นถึงได้บอกเลิก

 

แม้รู้ว่าจะเป็นการทำร้ายทั้งตัวเองและอีกฝ่ายก็ตาม

 

เป็นพนักงานทำไมกล้าทำร้ายประธาน

 

จองกุกพยายามแล้วนะที่จะทำเสียงดุดันหรือมองจีมินด้วยสายตาแข็ง ๆ แต่เหมือนการแสดงออกของเขาจะแย่มากเพราะจองกุกรู้สึกได้เลยว่าเสียงเขามันอ่อนและสายตาที่มองไปก็เรียกรอยริ้วสีแดงให้มาประดับบนข้างแก้มสวยได้

 

ไม่รักกันแล้ว...

 

จองกุกนั่งลงกับเก้าอี้

 

จริง ๆ หรอ

 

เขาดึงรั้งให้จีมินมานั่งตักของเขาได้สำเร็จ

 

สภาพของพวกเขาไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ การที่พนักงานระดับธรรมดากลับมานั่งตักคนที่พนักงานทั้งบริษัทพร้อมใจกันเรียกว่าท่านประธาน ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ หากมีใครสักคนมาเห็นเข้า

 

ปล่อยเถอะนะจองกุก

 

จีมินเอ่ยพลางส่งสายตาขอร้อง แต่กว่า 4 ปีที่พวกเขาไม่ได้เจอกัน จองกุกใจร้ายขึ้นเยอะ จองกุกไม่ได้ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่กลับรั้งให้จีมินเข้ามาใกล้มากขึ้น แขนแกร่งโอบกอดจีมินไว้แน่น

 

ราวกับไม่อยากให้จีมินหายไปไหน

 

ทำไม...

 

รัก

 

จองกุกกระซิบคำบอกรักที่ข้างใบหูก่อนจะกดริมฝีปากแนบแผ่วเบา จีมินสะดุ้งเมื่อไม่ได้ตั้งตัวกับสัมผัสนั่น ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจของจีมินมันเต้นแรงคล้ายกับวันแรกที่เราเจอกัน

 

พอแล้ว

 

คนตัวเล็กกว่าเอ่ยขอเมื่อจองกุกยังไม่หยุดรุ่มร่ามกันร่างกายของจีมิน และมันก็จะประเจิดประเจ้อไปหน่อยหากคิดสภาพความเป็นจริงที่ว่าพวกยังคงอยู่ในบริษัท ในห้องทำงาน บนเก้าอี้ทำงานของจีมิน

 

รู้ไหมวันที่จีมินบอกว่าเราเลิกกันมันเจ็บมากเลย

 

ความเงียบก่อตัวขึ้นทันทีที่ประโยคนั้นออกมาจากปากจองกุก จีมินกัดริมฝีปากแน่นเพราะรู้ดีว่าการเลิกกันทั้งที่ยังรักมันเจ็บแค่ไหน โดยเฉพาะกับจองกุกที่เป็นฝ่ายโดนบอกเลิก

 

ทั้งทั้งที่เคยสัญญาว่าจะสู้ไปด้วยกัน

 

แต่ก็เป็นจีมินเองนั่นแหละที่ยอมแพ้

 

เกลียดเราไหม

 

หลังจากหาเสียงตัวเองไม่เจอพักใหญ่ จีมินก็ถามออกมา เป็นคำถามที่จองกุกอยากตีอีกคนแรง ๆ พูดมาได้ยังไงนะว่าเกลียด ในเมื่อจองกุกรักจีมินขนาดนี้

 

ไม่หรอก

 

“…”

 

แต่โกรธ...โกรธมาก

 

ดวงตาเรียวรีหลุบต่ำลง มือของจองกุกกลับเลื่อนมากุมมือของจีมินไว้อีกครั้ง มันแน่นกว่าเดิมอาจจะเป็นเพราะความโกรธของจองกุกหรือเป็นเพราะจองกุกกลัวอะไรบางอย่างจีมินเองก็ไม่แน่ใจ

 

โกรธที่ติดต่อจีมินไม่ได้เลย

 

แรงบีบกระชับมากขึ้นกว่าเดิม

 

โกรธที่ตอนนั้นไม่รั้งจีมินไว้

 

ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นอ้อมกอดที่อุ่นที่สุดในรอบ 4 ปี

 

โกรธที่ตัดสินใจช้าไป จนรู้ตัวอีกทีจีมินก็หายไปไกลแล้ว

 

จองกุกไม่ใช่คนที่ร้องไห้บ่อยนัก แต่อย่างที่ใครหลายคนบอก เมื่อเราอยู่กับคนที่เราสบายใจหรือคนที่เราไว้ใจ ความอ่อนแอของเราก็จะแสดงให้อีกฝ่ายเห็นเองโดยที่บางทีเราเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน

 

น้ำตาของจองกุกไหลออกมาพร้อมกับไหล่สั่น ๆ ของจีมิน

 

ขอโทษ ขอโทษจริง ๆ นะ

 

เสียงสั่น ๆ ของจีมินดังออกมา จีมินไม่อยากร้องไห้เลยสักนิด แต่เมื่อคิดว่าตัวเองทำร้ายผู้ชายที่ตัวเองรักไปมากขนาดไหนมันก็อดจะโกรธตัวเองไม่ได้

 

ในตอนนั้นพวกเขารักกันมาก

 

แต่มันอาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

 

และหากในตอนนี้โชคชะตาเล่นตลกให้พวกเขาเจอกันอีก

 

บางทีนี่อาจจะเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วหรือเปล่านะ

 

จีมินอย่ากังวลเรื่องนั้นเลยนะ ตอนนี้จองกุกประสบความสำเร็จแล้ว

 

“…”

 

ความสำเร็จที่แลกกับอิสระ

 

“…”

 

อิสระที่จะได้รักจีมิน

 

เพราะเข้าใจว่าทำไมวันนั้นจีมินถึงเอ่ยคำว่าเลิกกันออกมา เพราะแบบนั้นจองกุกถึงโกรธจีมินไม่ลงเลยแม้สักวินาที เพราะสิ่งสำคัญในชีวิตหายไปเป็นครั้งแรก และเพราะว่าจองกุกน่าสงสารกว่าครั้งไหน ๆ ข้อตกลงจึงเริ่มเกิดขึ้น

 

ประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุด

 

แลกกับการกลับไปหาจีมิน

 

เชื่อเถอะว่าจองกุกไม่เคยพยายามอะไรมากกว่านี้มาก่อนในชีวิต

 

และความพยายามนั้นก็สำเร็จแล้วจริง ๆ

 

จองกุกยังรักจีมินเหมือนเดิม

 

คนตัวใหญ่พร่ำบอกรัก

 

แล้วจีมินล่ะ ยังรักจองกุกอยู่หรือเปล่า

 

คนตัวเล็กกว่าประคองหน้าคนที่ตัวเองรักเอาไว้ก่อนจะมอบจุมพิตที่ยาวนานที่สุดให้เป็นของขวัญแก่จองกุก หวังว่ามันจะทำให้ความเจ็บปวดของจองกุกในวันนั้นบรรเทาลง และมันก็ได้ผลไม่น้อย หัวใจของจองกุกเต้นรัวเร็วรวมถึงจีมินเองก็ด้วย

 

เสียงหัวใจของทั้งสองสอดประสานกันจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน

 

รัก...รักสิ

 

รอยยิ้มหวานถูกส่งให้กับจองกุกคนที่จีมินรักตลอดชีวิต

 

จะไม่ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ แล้วด้วย

 

นิ้วก้อยและนิ้วโป้งถูกยื่นออกไปเป็นคำมั่นสัญญาและในเวลาไม่นานนิ้วก้อยของจองกุกก็ยื่นออกมาเกี่ยว ก่อนที่นิ้วโป้งของทั้งสองจะทาบทับกันจนกลายเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ในที่สุด

 

จะไม่ปล่อยจีมินไปไหนแล้วเหมือนกัน

 

 

 

“Then, Would you be mine again?”

 

“My answer is still the same”

 

“…”

 

“It’s always YES”

 

 

 

 

 

— An officer and his boyfriend with new begin —

Never-Ending

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สกรีม  P23  พร้อมติด  #kmsomewhere

ที่สำคัญ!  อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นการติชม และเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนกันนะคะ :)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #809 Jimayn (@momayniracha) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 00:40
    นุ่มมากกกกกก
    #809
    0
  2. #748 Snoop (@snoopyyahey) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 02:59
    น่ารักกกกก ละมุนมากค่ะ
    #748
    0
  3. #703 blue_skyky (@blue_skyky) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 16:46
    มาแบบหน่วงๆ แต่จบฟินอ่ะเขิน
    #703
    0
  4. #668 IYUN (@alliyun) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 02:32

    เรื่องนี้น่ารักมาก หวานมาก งือออออออออ still YES ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ

    #668
    0
  5. #612 Wsy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 00:41

    ชอบมากแงงงง ดีไปหมดเลย คาแรคเตอร์ตัวละครก็ดี;----;

    #612
    0
  6. #441 ccherbill (@ccherbill) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 19:05
    อยากจะบอกว่าดีมากกกกกกกกกกกกกก (กอไก่ล้านตัว) แงงงงง้ ชอบมากๆๆๆๆๆๆ ตอนแรกเป็นฟีลบรรยากาศแบบหม่นๆ แบบฝนพร่ำๆ แค่สุดท้ายก็เป็นฟ้าหลังฝน ที่สวยงามเสมอออออ
    ภาษาดีมากกกกกกกกกกก บรรยายให้เห็นได้เห็นและเข้าใจฟีลทั้งจองกุกและจีมินเรย ;;-;; ชอบมากกกกก ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ
    #441
    0
  7. #434 Wnats (@JennieJk) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 13:45
    ทั้งหน่วงทั้งเขินทั้งน่ารัก อบอุ่นมากๆ เลยค่าาาา
    #434
    0
  8. #330 Z0227Z (@witch0227) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:45
    ชอบจังเลยค่ะ อ่านเพลินมาก แง้ ชอบ
    #330
    0
  9. #329 blugarxx (@sehunyehet92) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:41
    เขินเลยอ่ะ T_T ทำไมเขียนออกมาน่ารักขนาดนี้คะเนี่ย ฮือ ได้เฟบอีกหนึ่งเรื่องแล้ว รอโหวตให้นะคะ น่ารักมากเยย ถ้าคู่กันแล้ว ถึงจะแยกกันยังไงสุดท้ายโลกก็เหวี่ยงกลับเข้ามาหากันอยู่ดีเนอะ ;___;
    #329
    0
  10. วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:26
    เราชอบผลงานที่ไรท์เขียนมากเลยคะมันสื่อถึงอารมณ์ได้ดีมากเลยคะสร้างสรรค์ผลงานดีๆแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนะคะไรท์
    #328
    0
  11. #327 Mabel🍌 (@Tan58063) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:53
    หน่วงแต่หอมหวานมากค่ะ ฮืออออ บรรยายดีมาก เราอินจนน้ำตาไหล5555
    #327
    0
  12. #326 biaya (@biaya) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:49
    โง้ยยยยยย มาเงียบๆเลยน้าาา มาเรียบๆเลย มาแบบนี้ฆ่าเราเล๊ยยย เนี้ยๆๆๆ ตายตั้งแต่ต้นเรื่องเลย แพ้นิยายฟิลแบบนี้ที่สุดดด แถมถ่ายทอดเนื้อหาผ่านตัวอักษรได้แบบ... อื้มมม เนี้ยๆๆๆ เนี้ยชอบการบรรยายความรู้สึกนึกคิดของตัวละครมากๆเลย บรรยายได้แบบ... อื้มมมม รู้สึกเต็มอิ่มเลยเด้อ แพ้การเขียนแบบเน้!!!!! อยากรู้จักไรท์แล้วเด้อ!! อยากติดตามแล้วเด้อ!! อ่านไปเรื่อยๆเหมือนเจอโอเอชิสกลางทะเลทรายเลย
    #326
    0
  13. #321 jaeminnoona (@leedongdang) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:25
    เรียบๆ แนวฟีลกู้ดแต่อบอุ่นเว่อ ภาษาดีด้วย ชอบบบ
    #321
    0
  14. #318 INCHANN (@INCHANN) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 22:30
    ฟีลกู้ดมากค่ะ ฮือแม้แรกจะหน่วง น้ำตาจะไหล ช่วงที่เขาง้อกันซึ้งมากๆเลย T T
    #318
    0
  15. #316 jeon__jimin (@jeon__jimin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 22:11
    เค้ารักกันมากจริงๆ ฟีลบรรยกาศสีเทาเเต่อบอุ่น
    #316
    0