[OS KOOKMIN] SOMEWHERE ONLY WE KNOW PROJECT 2018

ตอนที่ 33 : PLACE 31 | วัด {16.06.18}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    24 ก.ค. 61

** Period **

PLACE 31 | วัด

–– MONASTERY

by : Austinie { @myungcrazy143 }


“YOUR destiny is ME”






 

ปฐมบท

 

 

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นวัดที่รัชกาลที่ ๕ มีพระราชดำริที่จะทรงทำผาติกรรม (การทำให้เจริญเพื่อประโยชน์ของสงฆ์) สถาปนาวัดขึ้นใหม่ในปีจุลศักราช ๑๒๖๐ ได้มีการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมทั้งหมดและทำการก่อสร้างใหม่ พระอุโบสถและพระระเบียงถูกประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี หากแต่ศิลปะสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทยโบราณ ซึ่งในเวลานั้นพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่างก่อสร้าง

 

การก่อสร้างสถาปัตยกรรมภายในวัดเบญจมบพิตรดำเนินไปได้ด้วยดี นายช่างสิบหมู่ฝีมือดีต่างก็ร่วมมือกันอย่างสุดความสามารถ

 

หน้าบันอุโบสถมีช่างรักกำลังลงรักปิดทองประดับกระจกท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าว

 

“พ่อกวดจักไปที่ใดรือ?”

 

ฉันจักไปดื่มน้ำดื่มท่า รู้สึกคอแห้งเหลือเกินพ่อจ้อย

 

ฉันชื่อ กวด เป็นช่างรัก กรมช่างสิบหมู่ สังกัดกรมวัง เกิดปีฉลูสัปตศก จุลศักราช ๑๒๒๗ ฉันควรบอกชื่อพ่อแลแม่ด้วยหรือไม่

 

รีบไปรีบมาล่ะพ่อกวด ประเดี๋ยวฉันจักลงรักคอยพ่อ

 

ฉันรับคำพ่อจ้อยก่อนจักเดินไปทางโรงครัวชั่วคราว เมื่อเดินเข้าเขตสังฆาวาส ฉันจึงได้ยินเสียงคนคุยกัน ฟังแล้วช่างคุ้นหูเสียจริง

 

ฉันเดินตามเสียงจนกระทั่งพบว่าผู้หญิงที่กางร่มอยู่นั้นคือแม่จัน

 

“แม่จัน?”

 

ฉันเอ่ยทักก่อนที่แม่จันจักเดินข้ามสะพาน บ่าวของแม่จันถอยออกไปทันทีเมื่อเห็นฉัน ฉันแลแม่จันเป็นมิตรสหายกัน มีน้อยคนนักที่จักรู้เพราะไม่มีใครคิดว่าหญิงมีชาติตระกูลจักเป็นเพื่อนกับช่างรัก

 

“วันนี้พ่อกวดมาทำกระไรที่นี่รือ?”

 

“ฉันมาลงรักประดับกระจกหน้าบัน แม่จันเล่า มาทำกระไรที่นี่?”

 

“ฉันได้ยินมาว่าช่างสิบหมู่มากฝีมือหลายคนอยู่ที่วัดเบญจมบพิตรจึงอยากเห็นสักครั้ง”

 

“เห็นแล้วอย่างไรเล่า? มิใช่แม่เห็นอยู่ทุกวันหรอกหรือ?”

 

ฉันพูดกระเช้าเย้าแหย่แม่จันเหมือนดั่งเคย หล่อนมักแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าทำให้ฉันรู้สึกชอบใจเป็นยิ่งนัก

 

“พ่อกวดนี่กระไร เหตุใดจึงพูดจาเช่นนี้ในวัดวา”

 

“ฉันมิได้พูดกระไรไม่ดี”

 

“ฉันมิมีกระไรจักพูดเสียแล้ว”

 

แม่จันถอนหายใจออกมาก่อนจักพูดด้วยน้ำเสียงแลสีหน้าเอือมระอา

 

“แม่จันอย่าทำปั้นปึ้งต่อฉันเสียเลย หากเป็นเช่นต่อไป ฉันคงเจ็บที่ตรงนี้”

 

ฉันยิ้มออกมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงพร้อมกับชี้นิ้วไปยังอกข้างซ้ายของตัวเอง แม่จันมิวายทำสีหน้าหมดหนทางแล้วหมุนตัวหันหลังให้ ฉันยืนช้อนหลังพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พวงแก้มนวลมีสีแดงระเรื่อจากอากาศที่อบอ้าวและอารมณ์ที่เริ่มคุกกรุ่นก็เป็นได้

 

หากแต่ความจริงเป็นเพราะลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดอยู่ต่างหากที่ทำให้ผิวขึ้นสี พ่อกวดนะพ่อกวด เก่งเรื่องทำให้ใจเต้นแรงเสียจริง

 

“ฉันมิพูดกับพ่อกวดแล้วได้หรือไม่”

 

“หากแม่จันมิพูดกับฉัน แล้วแม่จันจักพูดกับผู้ใดเล่า”

 

“ฉันจักคุยกับพ่อจ้อย พ่อกวดเห็นเป็นเยี่ยงไร”

 

จ้อย เป็นช่างรักที่เข้ามาอยู่ในกรมช่างสิบหมู่พร้อมกับฉัน อายุห่างกันไม่มากนัก พ่อจ้อยจึงบอกให้ฉันคิดเสียว่าเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน

 

“ฉันจักเห็นเป็นเยี่ยงไรได้ พ่อจ้อยมีฝีมือเก่งกาจ แถมยังรูปหล่อเสียปานนั้น ฉันจักไปสู้ได้เยี่ยงไรเล่าแม่จัน”

 

ฉันเผลอทำบาปในวัดเสียแล้ว พระท่านเทศน์ว่าการพูดจาโป้ปด เลื่อนเปื้อน ส่อเสียด หาสาระมิได้ เป็นการผิดศีลข้อสี่ มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

 

ฉันเห็นสีหน้าแม่จันเริ่มไม่สู้ดีจากคำพูดของฉันก็รู้สึกผิดขึ้นมา แต่ก่อนที่แม่จันจะได้บันดาลโทสะหรือพูดจาต่อว่าฉัน บ่าวประจำตัวก็เดินเข้ามาหาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆเสียก่อน

 

“คุณจันเจ้าคะ บ่าวขอสอดประเดี๋ยวนะเจ้าคะ หากคุณจันยังมิเอาปิ่นโตเถานี้ให้แก่พ่อจ้อย เห็นทีข้าวปลาข้างในคงเสียหมดเป็นแน่แท้”

 

“ตายจริง ฉันลืมเสียสนิทเลย”

 

แม่จันทำสีหน้านึกขึ้นได้ก่อนจักรับปิ่นโตจากมือบ่าวคนนั้นมายื่นให้ฉัน

 

ฉันได้แต่ทำสีหน้างง-งวยจนแม่จันต้องพูดขยายความให้ฉันเข้าใจ

 

“ฉันจัดปิ่นโตมาให้พ่อแน่ะ”

 

“ไหนแม่จันบอกฉันว่าจะมาดูช่างสิบหมู่”

 

ปากฉันไม่มีหูรูดหรือกระไรนะ พูดจาส่อเสียด ประชดประชันในวัด นรกคงกินกระบาลจนหมดเสียแล้ว

 

“พ่อกวดนี่ช่างพูดเก่งเสียจริง”

 

เมื่อได้ยินแม่จันพูดเสียงแข็ง ฉันจึงยื่นมือไปรับปิ่นโตมาถือไว้พร้อมกับยิ้มออกมา

 

“ขอบน้ำใจแม่จันมากๆนะ ฉันจักกินให้หมอแล้วส่งปิ่นโตคืน”

 

แม่จันยังคงมีสีหน้าไม่ดี ฉันจึงพูดเสริมอย่างเอาใจ

 

“เห็นทีวันนี้คงมีแรงทำงานทั้งวันเป็นแน่”

 

รอยยิ้มเพียงหนึ่งเดียวสามารถเยียวยาความเหนื่อยล้าจนหายเป็นปลิดทิ้ง วันนี้เป็นวันที่ดีของฉันเสียจริง

 

 

 

หลังจากนั้นแม่จันเอาปิ่นโตมาให้ฉันทุกวัน อ้างว่ามาหาพ่อจ้อยบ้างล่ะ ผ่านมาบ้างล่ะ จนฉันไม่ไหวจับผิด จนกระทั่งวันหนึ่งบ่าวประจำตัวแม่จันมาส่งปิ่นโตแทนแลบอกฉันว่าแม่จันจักออกเรือนเร็วๆนี้

 

ฉันรู้สึกเสียใจไม่น้อยที่แม่จันต้องออกเรือน แม้แม่จันยังไม่ออกเรือนแต่ยศถาบรรดาศักดิ์ของฉันก็ไม่คู่ควรกับแม่จันอยู่ดี ชนชั้นวรรณะเป็นสิ่งที่ก้าวข้ามได้ยาก ฉันไม่อยากสร้างความลำบากใจให้แม่จันหรอกนะ

 

ฉันแลแม่จันเป็นมิตรสหายกันมานาน เดิมทีฉันเป็นลูกช่างรักต่ำต้อย เที่ยวตระเวนทำงานหาเงินซื้อข้าวปลาอาหารเข้าบ้าน จนวันหนึ่งฉันพบแม่จันที่วัดแหลม (ชื่อเดิมวัดเบญจมบพิตร) แม่จันแนะนำให้ฉันมาพึ่งใบบุญของพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) ฉันได้ทำตามคำแนะนำของแม่จัน พวกฉันเจอกันบ่อยขึ้นจนฝากตัวเป็นสหายของกัน แม่จันไม่เหมือนหญิงคนอื่น ไม่เคยถือตัวแม้แต่น้อย

 

ฉันรู้สึกไม่ดีที่ไปหลงรักแม่จัน ฉันไม่อยากให้แม่จันแปดเปื้อนจึงจำเป็นต้องถอยห่าง แลคงไม่เป็นเรื่องดีสำหรับคู่หมั้นคู่หมายของแม่จันเป็นแน่แท้ ฉันมีเพียงคำยินดีที่ออกมาจากใจมอบให้แก่แม่จันเท่านั้น

 

 

 

หลายวันต่อมา แม่จันให้บ่าวส่งข่าวมาบอกฉันว่า ให้มาพบกันหลังปืนเที่ยง ฉันได้แต่ตกปากรับคำแลรอคอยเวลา เมื่อสิ้นเสียงปืนเที่ยงที่ทหารยิงแล้วนั้น ฉันจึงบอกพ่อจ้อยว่าจักมาถ่ายเบา นี่ฉันผิดศีลข้อสี่อีกแล้วหรือ จักต้องสร้างบุญสร้างกุศลให้มากเสียแล้ว

 

เมื่อฉันเดินมาถึงที่นัดหมายก็เห็นแม่จันมารออยู่ก่อนแล้ว ฉันสูดหายใจเข้าก่อนจักเดินเข้าไปหาแม่จัน วันนี้หล่อนยังคงสวยเหมือนทุกวัน หากแต่สีหน้าแลแววตาหาได้มีความสุขไม่

 

“เป็นอย่างไรบ้างพ่อกวด สบายดีหรือไม่?”

 

“ฉันจักมิสบายได้อย่างไรเล่าแม่จัน ทำงานทุกวันร่างกายก็ยิ่งแข็งแรง ว่าแต่แม่จันเล่า สบายดีหรือไม่?”

 

“ฉัน

 

ฉันพูดขึ้นเมื่อได้ยินแม่จันลังเล ฉันไม่อยากให้แม่จันตกนรกเช่นฉัน การโกหกมิดีต่อตัวเองและผู้อื่น ยิ่งการโกหกความรู้สึกตัวเองด้วยนั้น ฉันไม่อยากให้แม่จันทำเลยเสียจริง

 

“หากจักโป้ปดก็หยุดเสียเถิด มิต้องตอบฉันก็ได้”

 

“แม่รู้ใช่หรือไม่ว่าคู่หมั้นคู่หมายของแม่เป็นคนดี”

 

แม่จันพยักหน้า เห็นน้ำตาหล่อนเอ่อคลอทำให้ฉันอยากตีตัวเองเสียจริง แม่จันไม่ควรต้องมาเสียน้ำตาเพราะคนเยี่ยงฉัน

 

คู่หมั้นคู่หมายของแม่จันมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงหลวง และเป็นคนดี นอบน้อม ฉันเชื่อว่าหลวงท่านคงมิทำให้แม่จันเจ็บช้ำน้ำใจ

 

“ฉันเชื่อว่าเขาจะดูแลให้แม่สุขสบายได้”

 

“นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้พบแม่ ฉันต้องย้ายไปทำงานที่อื่น”

 

ฉันตัดสินใจเอ่ยคำลากับแม่จัน ไม่กี่วันที่แล้วมีประกาศรับสมัครช่างรักไปลงรักที่วัดในชุมชนเขตปทุมธานี ฉันจึงลงสมัครเพียงเพราะไม่ต้องการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับงานแต่งของแม่จัน ช่างทำตัวเป็นเด็กเสียจริง

 

“มีความสุขแลยิ้มบ่อยๆนะแม่จัน ฉันจักคอยดูอยู่เสมอ”

 

ฉันยื่นมือไปกุมมือแม่จันพร้อมกับบีบมือเล็กน้อย ฉันหวังว่าแม่จันจักมีความสุข

 

“ฉันต้องไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้พ่อจ้อยด่าฉันถึงรุ่นปู่หรือยัง”

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ปัจฉิมบท

ไหว้พระ ๑๑ วัด รัตนโกสินทร์

 

ผมยืนอ่านใบปลิวที่แปะอยู่ข้างรถเมล์ที่กำลังจอดอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิด้วยความสนใจ ก่อนจะมองเข้าไปในรถเมล์ คนแออัดจนผมเกือบถอดใจกลับไปนอนเล่นอยู่ที่หอ ตั้งแต่คุณตาคุณยายตลอดจนเด็กเล็ก ผมเห็นคนจำนวนหนึ่งแต่งชุดไทยทำให้นึกถึงละครดังเรื่องหนึ่งที่เพิ่งจบไปได้ไม่นาน ผมมองแล้วก็ยิ้มออกมา ภาพตรงหน้าน่ารักซะจนผมอยากถ่ายรูปเก็บไว้แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างที่คิด

 

ผมเดินขึ้นรถเมล์ด้วยความลังเลเล็กน้อย เนื่องจากสภาพอากาศวันนี้ค่อนข้างร้อน แต่ผมดันใส่แค่เสื้อแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีเดียวกันกับกางเกงและกระเป๋าเป้สีดำเท่านั้น ไม่มีอะไรกันแดดได้เลย แต่ก็เอาวะ เป็นไงเป็นกัน!

 

อ่าาา ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆซะแล้วสิ คงเป็นเพราะผมเป็นวัยรุ่นเพียงคนเดียวบนรถก็เลยดึงดูดความสนใจได้ง่าย

 

ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาพิมพ์ข้อความลงไปในกลุ่มว่าจะมาเที่ยวที่วัด เพื่อนๆพากันตกใจใหญ่ที่คนอย่างผมจะเข้าวัด ผมดูไม่เหมาะกับการเข้าวัดทำบุญหรอ ทำไมถึงแปลกใจกันขนาดนั้น ผมพิมพ์ข้อความตอบกลับเล็กน้อยพร้อมกับถ่ายรูปโบว์ชัวร์ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ยืนข้างหน้าถืออยู่ลงไปในกลุ่มจากนั้นก็เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกง

 

รถเมล์วิ่งบนท้องถนนด้วยความเร็วเท่าหอยทากเดิน แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นวันหยุดสงกรานต์ มีรถในกรุงเทพน้อยแต่การจราจรก็ยังคงติดขัด ผมโหนรถเมล์ด้วยความใจเย็นจนในที่สุดก็ถึงวัดแรก

 

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

 

 

เมื่อผมมาถึงวัดเบญจมบพิตร ก็ต้องตกใจ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่นักท่องเที่ยว มีทัวร์มาลงที่นี่เยอะมากๆ ผมตัดสินใจเดินตามกลุ่มทัวร์เข้าไปในวัด ภายในวัดมีการจัดให้สรงน้ำพระพุทธรูป ทำบุญ บริจาคเงิน มีมัคทายกเล่าประวัติความเป็นมาของวัดและเชิญชวนให้มาทำบุญ

 

ผมต่อแถวสรงน้ำพระและเดินเข้าไปในพระอุโบสถเพื่อกราบพระพุทธชินราช (จำลอง) หลังจากนั้นก็เดินสำรวจรอบๆวัด

 

วัดเบญจมบพิตรเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมวิจิตรงดงามมากๆวัดหนึ่ง ผมคิดว่าหากพ้นช่วงเทศกาลไป ผมอาจจะกลับมาวัดนี้อีกครั้ง

 

สวัสดีครับ”

 

ขณะที่ผมกำลังเดินชมวัดอยู่นั้น จู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทาย ทำเอาผมผงะไปนิดหน่อย ไม่นานนักผมก็ทักทายเขากลับ ท่าทางผมคงจะตลกน่าดู ไม่อย่างนั้นผู้ชายตรงหน้าคงไม่พยายามกลั้นขำขนาดนี้

 

เขาเอ่ยขอโทษที่ทำให้ผมตกใจ จากนั้นก็ชวนคุย เขาบอกว่าเขาชื่อ เก่ง ผมเลยแนะนำตัวกลับไป เขาถามว่าผมมาคนเดียวใช่ไหม เขาก็มาคนเดียวเหมือนกัน อันที่จริงเขาเห็นผมตั้งแต่บนรถเมล์แล้ว เขายืนอยู่ข้างหลังรถ ผมก็เลยมองไม่เห็นเขา เขาบอกว่าเขาว่างแล้วก็เบื่อ ก็เลยหาอะไรทำ บังเอิญเจอโบว์ชัวร์ที่อนุพอดีก็เลยตัดสินใจมา ผมฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยเพราะผมก็เหมือนเขา

 

แล้วนี่คุณเจ๋งเคยมาวัดนี้มาก่อนไหมครับ?”

 

เขาถามขึ้นเพราะเห็นว่าผมรู้สึกอึดอัด ก็แหงล่ะ ใครจะไปรู้สึกเป็นกันเองกับคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก

 

ผมส่ายหน้าตอบกลับไปแล้วถามเขากลับ เขาตอบว่าเคยมาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเขาเรียนอยู่ปีสาม คณะการท่องเที่ยว อาจารย์ให้เขาออกทริปวัดวังในกรุงเทพจากนั้นกลับไปสอบ เขายิ้มให้ผมเบาๆเมื่อผมเผลอทำสีหน้าประหลาดพร้อมกับทำเสียง โอ้โห ออกมา ผมแค่รู้สึกว่าการเรียนเกี่ยวกับท่องเที่ยวมันต้องยากมากแน่ๆ เพราะต้องจำข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมากๆ สมองผมเล็กนิดเดียวคงไม่มีพื้นที่มากพอจะไปจำอะไรแบบนั้นหรอก คุณเก่งเขาเก่งสมชื่อมากๆเลย เขาเพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน แถมตอนนี้เขากำลังทำงานอยู่ที่บริษัททัวร์แห่งหนึ่ง

 

แล้วนี่คุณเจ๋งเรียนอยู่ปีไหนหรอครับ?”

 

ผมเรียนศิลปกรรม ปีสามครับ”

 

หลังจากนั้นเราก็เดินคุยกันไปรอบๆวัด คุณเก่งเล่าประวัติเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมต่างๆให้ฟัง ผมรู้สึกเหมือนมีไกด์ส่วนตัวเลย เขาเล่าว่าวัดนี้ปรากฏขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ เดิมชื่อว่า วัดแหลมหรือวัดไทรทอง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านทรงสถาปนาวัดขึ้นใหม่ มีช่างสิบหมู่จำนวนไม่น้อยที่ร่วมมือกันสร้างสถาปัตยกรรมที่วัดเบญจมบพิตร

 

เมื่อได้ยินคำว่าช่างสิบหมู่ก็ทำให้ผมนึกถึงใครบางคนซึ่งผมไม่รู้ว่าคนคนนั้นคือใคร แล้วจู่ๆ เสียงรอบข้างก็หายไป คงเป็นเพราะผมตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง หากไม่ได้แรงสะกิดจากคนตรงหน้าก็คงไม่รู้ว่าตัวเองยืนเหม่ออยู่ที่ตีนสะพานถ้วย

 

คุณเจ๋งเป็นอะไรหรือเปล่าครับ จู่ๆก็เงียบไป”

 

เปล่าครับคุณเก่ง”

 

 

 

เมื่อพวกเราเดินมาถึงสะพานข้ามคลอง คุณเก่งก็หยุดเดินพร้อมกับหันหน้ามามองผม สายตาของเขาทำให้ผมรู้สึกประหลาด เหมือนกับว่าเขากำลังโหยหาอะไรบางอย่าง... ผมมองเขาอย่างไม่เข้าใจ คนคนนี้มางสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลก ร้อนๆหนาวๆยังไงชอบกล

 

คุณเก่งครับ คุณเก่ง...”

 

ผมเรียกชื่อคุณเก่งซ้ำไปมาเพราะเขามองผมไม่วางตาจนเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเห่อร้อนไปซะหมด

 

เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมเสียมารยาทแล้ว”

 

คุณเก่งเอ่ยขอโทษขอโพยจนผมรู้สึกแย่ เขาไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินผมสักหน่อย ทำไมต้องขอโทษมากมายขนาดนั้น

 

ไม่เป็นไรครับ”

 

สะพานที่เรายืนอยู่นี้ เรียกว่าสะพานพระรูป เป็นสะพานที่สร้างขึ้นด้วยทุนทรัพย์สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรพสาตรศุภกิจ ทูลเกล้าฯ ถวายจากการออกร้านจำหน่ายพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ จำหลักในแผ่นทองแดงกะไหล่ทอง...

 

เราเดินคุยกันจนกระทั่งผมนึกขึ้นได้ว่าต้องเดินทางไปวัดต่อไป คุณเก่งมองนาฬิกาบนข้อมือแล้วชวนไปรอรถที่ป้ายรถเมล์

 

ผมว่าใกล้แล้วล่ะ พวกเราเดินไปรอรถกันเถอะครับ เอ่อ ผมหมายถึง..คุณกับผม

 

ผมพยักหน้าตอบรับแล้วเดินตามหลังคุณเก่งไป

 

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือเป็นเพราะแดดที่ร้อนจัดทำให้ผมเห็นภาพซ้อน ภาพของคุณเก่งซ้อนทับกับใครบางคนที่ผมรู้จัก สายลมที่พัดผ่านผมไปทำให้ผมรู้สึกตัวและพบว่าคุณเก่งได้หายไปเสียแล้ว ผมเดินไปถึงป้ายรถเมล์แต่หายังไงก็ไม่พบ

 

คุณเก่งหายไปไหนแล้วนะ?

 

คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวผมจนกระทั่งวันหนึ่งในฤดูร้อน ผมมีโอกาสกลับมาที่วัดเบญจมบพิตรและได้พบกับคุณเก่งอีกครั้ง เขายังคงยิ้มให้ผมดั่งเช่นครั้งก่อน แล้วบรรยากาศที่คุ้นเคยก็หวนกลับมาอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สกรีม  P31  พร้อมติด  #kmsomewhere

ที่สำคัญ!  อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นการติชม และเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนกันนะคะ :)

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #860 Toy🚀 (@0805145898) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 01:47
    อยากให้ยาวกว่านี้นิดนึง มันดุรวดเร้วไปนิดนึง รวมๆแล้วก็ดีค่ะ ตอนหลังดูน่ากลัวนิดๆ
    #860
    0
  2. #859 Toy🚀 (@0805145898) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 01:32
    เราไม่เคยอ่านนิยายแนวพรีเรียทไทยๆแบบนี้เลย โอ้มายก้อดมาก
    #859
    0
  3. #609 ccherbill (@ccherbill) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 00:16
    คุณเก่งกับคุณกวดไม่ได้เป็นผีใช่ไหมคะ5555555555 แงงงงงง้ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครเขาก็รอแม่จันหรือคุณเจ๋งมาตลอดเลยนะ ;-;
    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะะ
    #609
    0
  4. #601 SebastiaNoon (@pp_sebastianoon) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 15:46
    จะบอกว่า เราขำดังมาก คือแบบเมื่อกี้ยังร้อนแรงอยู่เลย พอมาเรื่องนี้คือแบบ เราจังงังเลยอะ วัดนะวัด หยุดคิดไม่ดีในทันทีเลยอ่ะ แต่น่ารักดีนะคะ <3
    #601
    0
  5. #555 jeon__jimin (@jeon__jimin) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 21:57
    น่ารักอ่ะ555555 ขำจองกุกเเปลกๆเเต่น่ารักดี
    #555
    0
  6. #553 jeon__jimin (@jeon__jimin) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 21:27
    อาจารย์ขี้เเกล้ง ตกใจหมดเลยตอนทำน้องร้อง คิดว่าจะม่า 555555 เเต่จบดี ชอบค่ะ
    #553
    0
  7. #530 jeon__jimin (@jeon__jimin) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 22:43
    อยากให้ต่อนะคะ555555 ชอบเเต่ยังงงๆอยู่นิดนึง
    #530
    0
  8. #455 Wnats (@JennieJk) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 00:13
    คุณเจ๋งเห็นอดีตหรอคะ นึกใครคนนึงที่เคยรู้จัก?
    #455
    0
  9. #416 jaeminnoona (@leedongdang) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 23:36
    เรางงอ่ะ งงแบบมากๆ ไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นใคร ถ้าให้เดาจันนี่คือจีมินรึป่าว แล้วกลับสู่ปจบนี่เป็นใครระหว่างเจ๋งกับเก่ง เราว่าเนื้อเรื่องดีนะคะ แต่ตัวละครสับสนมากค่ะ ไม่ชัดเจน ถ้าปรับอีกนิด เพิ่มอีกหน่อย เราว่าเป็นอีกเรื่องที่ดีมากๆเลย หวังว่าไรท์จะไม่โกรธกันนะคะ
    #416
    0
  10. #413 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 23:11
    คุณเก่งเป็นพลังงานใช่มั้ย
    #413
    0
  11. #411 sinenp (@alrighteiei) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 22:56
    จะบอกว่างงมากๆ แงงงงงงง
    #411
    0